LOGINเมษายิ้มกานพลูมักจะบอกกับตัวเองและใครๆ ว่าเธอไม่ใช่คนสวย แต่เมษากลับไม่เห็นเป็นเช่นนั้น กานพลูเป็นคนที่สวยทั้งร่างกายและจิตใจ เรือนร่างของคนที่เดินออกจากห้องน้ำห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูผืนโตและยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ตามผิวเนื้อทั้งขาวและนวลเนียนน่าสัมผัส
“มองอะไรหนูเมย์” กานพลูเอ่ยถามเมื่อเห็นเพื่อนรักมองตนตาวาว เธอเดินนวยนาดไปที่ตู้เสื้อผ้าและคว้าเสื้อชุดหนึ่งออกมาจากตู้ทาบทับไปบนเรือนกาย หมุนไปหมุนมาสองสามรอบราวกับว่ากำลังตัดสินใจอะไรที่หนักหนา
เมษาเลิกคิ้วขึ้นสูง เมื่อเห็นกานพลูหยิบชุดผ้าไหมสีเหลืองนวลในตู้มาใส่อย่างแปลกใจ ปกติแล้วเพื่อนรักมักจะมีเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่เป็นสีชมพูเท่านั้น แต่ชุดนี้มันสีเหลืองนี่น่า
“แกจะใส่เสื้อตัวนี้จริงๆ หรือกาน ไหนแกเคยบอกฉันว่าใส่สีเหลืองแล้วนึกเนยแข็งทุกที สีเหลือยังทำให้แกดูอ้วนด้วยนะ” กานพลูก้มหน้ามองชุดที่ใส่ก่อนจะทำหน้ามุ่ย
“แกว่าฉันใส่แล้วไม่สวยหรือไงหนูเมย์ รู้ไหมชุดนี้พี่ต้นพึ่งจะซื้อมาให้ฉันเองเลยนะ”
“ฮ้า...จริงดิ”
“จริง” สิ้นคำพูดกานพลูเมษาถึงกับหัวเราะลั่น “ทำไมพี่ต้นถึงซื้อชุดนี้ให้แกล่ะกาน ไหนแกว่าพี่ต้นไม่สนใจเรื่องการแต่งตัวของแกไง แล้วพี่ต้นนึกยังไงถึงซื้อเดรสให้แก...”
เมษาถามอย่างแปลกประหลาดใจ ต้นรักษ์เคยใส่ใจเสียที่ไหน กานพลูจะแต่งกายยังไงก็ได้ ขอเพียงแค่ไม่แก้ผ้าออกจากบ้านเป็นพอ แต่คราวนี้กลับซื้อเสื้อผ้าให้...
ต้นรักษ์จะต้องมีเหตุผล ถึงได้ซื้อเสื้อให้กานพลู แต่...มันคืออะไรล่ะ
เมษามองชุดผ้าไหมสายเดี่ยวสีเหลืองนวล ตรงช่วงอกจับเดรฟและประดับด้วยคริสตัลเม็ดเล็กๆ เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ตรงฐานอกประดับด้วยผ้าชีฟองทิ้งตัวยาวลงมา ชายกระโปรงยาวแค่เข่า เน้นให้ผู้สวมใส่โชว์ได้ทั้งอกอวบและช่วงขาเรียวยาว จนเธออดที่จะชมไม่ได้ ต้นรักษ์เลือกชุดนี้ได้เหมาะกับกานพลูมาก เพื่อนดูสวยเด่นเป็นสง่าขึ้นมาในทันที
“ฉันคิดว่า พี่ชายแกน่าจะไปแอบปิ้งใครเข้าแล้วล่ะ แกระวังตัวไว้บ้างนะเพื่อน เดี๋ยวบ่อเงินบ่อทองหายไป มันจะยุ่งเอานะกาน”
“บ้า! ไม่หรอกย่ะหนูเมย์ ที่พี่ต้นซื้อมาให้ก็คงจะเห็นว่ามันสวยดี แบบว่าดูดีมีสไตล์ไง แล้วที่สำมะคัน อีตาพี่ต้นบอกว่า...” กานพลูนึกถึงคำพูดของพี่ชายแล้วอดเจ็บใจไม่ได้
“ฉันเห็นว่ามันกำลังลดราคาอยู่ ฉันเลยนึกถึงแกขึ้นมาก็เท่านั้นแหละ”
“สองสาวหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“พี่ต้นเล่นมุกนี้เลยหรือวะกาน แล้วแกยอมได้ไง” เมษาถาม เพราะรู้นิสัยเพื่อนดี เป็นคนไม่ยอมใคร แม้ว่าคนนั้นจะเป็นพี่ชายแท้ๆ ก็เถอะ อีกอย่างกานพลูเป็นคนที่ชอบสีชมพูเป็นชีวิตจิตใจ ข้าวของทุกชิ้นจะต้องเป็นสีชมพูเท่านั้น แต่เสื้อชุดนี้กลับไม่ใช่ ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสงสัยหรือว่าพี่ต้นสามารถตัดใจจากเธอได้แล้ว และคงจะแอบไปชอบใครเข้าแล้วจริงๆ
เมษายิ้ม นิสัยของกานพลูกับเธอไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ต่างก็ไม่คิดยอมแพ้ถ้าตัวไม่ทำอะไรผิด หากเธอทำตัวไม่ดี เพราะเรียกร้องความสนใจ แต่ไม่ว่าจะทำยังไง พ่อก็ยังไม่สนใจอยู่ดี แต่เผอิญสิ่งที่เธอทำในครั้งแรกมันได้เงินด้วย เธอเลยทำมาตลอด
“ฉันก็ต้องยอมไง ฉันก็เลยได้ชุดนี้มา ถ้าไม่ยอมซิแก พี่ต้นได้เอาไปโยนทิ้งในถังขยะหน้าบ้านนะซิ ช่วงนี้พี่ต้นยิ่งแปลกๆ มึนๆ งงๆ อยู่ เพราะเห็นว่าจะเก็บเงินซื้อไร่อะไรไม่รู้ทางอยู่ทางภาคใต้โน่น” กานพลูทรุดตัวลงนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบเครื่องสำอางมาแต่งแต้มใบหน้าของตัวเองพอประมาณไม่ให้หนาเกินหรืออ่อนเกินไป
“ถ้าแกไปอยู่ทางใต้ ฉันคงจะเหงาแย่เลยนะ” เมษาปรารภ ใบหน้าผุดผาดเศร้าลงทันตา
“เอาน่า มันยังอีกนานจ๋าเพื่อนรัก ตอนนั้นแกอาจโชคดีได้แต่งงานกับพี่บีไปแล้วก็ได้นะ และก็คงจะมีแต่ฉันนี่แหละ ที่จะกลายเป็นยายแก่เฝ้าคานทองไปคนเดียว”
กานพลูพูดให้ดูเป็นเรื่องตลก ลุกขึ้นกอดเพื่อนรักก่อนหันไปหยิบกระเป๋าลูกปัดสีชมพูมาถือไว้ ก่อนจะเดินไปคล้องแขนเมษาพากันออกจากบ้านหลังเล็กของตนด้วยรอยยิ้มกระจ่างใบหน้า สำหรับเธอไม่ว่าเรื่องอะไรก็ไม่เคยใหญ่เลยสักนิด เพราะเธอคิดเพียงแค่ว่า เมื่อเรื่องมันมาก็มีปัญหาให้แก้ ที่จะแก้ได้หรือไม่ได้มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“ขอให้มันจริงตามปากแกเถอะกาน ฉันจะถวายหัวหมูให้แกสักสิบหัวเลย” เมษาล้อเล่น
“เอาหัวโตๆ เลยนะแก ฉันกลัวหัวเล็กเนื้อน้อย กินได้ไม่อิ่ม”
“ได้! เดี๋ยวฉันแถมให้อีกเท่าตัวเลย แกจะได้กินให้หน้าเป็นหมูไปเลย”
ว่าแล้วสองสาวก็หัวเราะพร้อมๆ กัน ขณะพากันออกจากบ้านแสนสุขที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความอบอุ่นที่ยังเผื่อแผ่ความรู้สึกนั้นให้กับนกที่หลงรังอย่างเมษาด้วย
แม่ของกานพลูเสียชีวิตเพราะเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อตอนที่เพื่อนเธออายุสิบห้าปี ส่วนพ่อก็ตัดทางโลกไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดต่างจังหวัดนานๆ กานพลูกับต้นรักษ์จะไปเยี่ยมท่านสักครั้ง แต่ครอบครัวนี้ก็ไม่เคยที่จะขาดความอบอุ่นแม้แต่น้อย ต้นรักษ์ยังคงทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับน้องสาวอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง
“แกแน่ใจนะหนูเมย์ ไอ้ที่จะไปนี่ จะได้เจอพี่บี” ยิ่งรู้ว่าเมษาพยายามแยกตัวเองออกจากเบนนิโต้ มีนาจะต้องคิดหาทางกีดกัดและทำให้เมษาดูร้ายกาจในสายตาชายหนุ่มแน่ๆ
“ก็...ไม่แน่ใจเหมือนกัน” เมษาตอบกลับเสียงแผ่ว
“ถ้าอย่างนั้น...ไปที่บริษัทดูก่อนไหม” กานพลูเสนอความคิด
“ฮื่อ...เอาตามนั้นก็ได้”
สิ้นเสียงเมษา กานพลูก็พารถออกจากบ้านไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการอย่างระมัดระวัง
ถ้าไม่ได้เสียงร้องของเมษา เธอยังคงปล่อยให้คาร์เมนทำอะไรกับร่างกายจนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว “ไม่มีอะไรจริงๆ จ๊ะหนูเมย์ ว่าแต่หนูเมย์ทำไมถึงเปียกไปหมดทั้งตัวแบบนี้”กานพลูเปลี่ยนเรื่องเป็นถามเมษาที่เปียกไปทั้งตัว ใบหน้าดูอิดโรย ปากออกสีแดงแต่ออกจะแห้งๆ มีกระไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านมาให้สัมผัสได้ เธอรีบยกมือทาบบนหน้าผากนวลเนียน รู้สึกว่าเพื่อนสาวตัวรุมๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยแผลบนข้อมือเมษา“ตัวร้อนๆ อยู่นะหนูเมย์ แล้วนี่ด้วย...” กานพลูจับแขนเมษามาดู “แขนไปโดนอะไรมา ทำไมมันถึงแดงไปหมดแบบนี้ แล้วแผลที่ข้อมือนี่ได้มาจากไหน อีตาพี่บีทำแกเมื่อคืนใช่ไหมหนูเมย์”กานพลูถามอย่างต้องการคำตอบ หรือว่าจะเป็นตอนนั้น ตอนที่เธอได้ยินเสียงร้องดังลั่นของเมษาดังมาจากหน้าบ้านเธอ ก่อนที่เบนนิโต้จะจับเพื่อนเธอโยนขึ้นรถ ซึ่งเธอมองไม่เห็นด้วยว่าไอ้คนใจร้ายทำอะไรเมษาบ้าง เพราะร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนและเบาะรถบังไว้จนมิด“บ้าจริง! คนอะไรก็ไม่รู้ ใจร้ายชะมัด ฉันอยากให้แกตัดใจจากพี่บีแล้วนะหนูเมย์ ใจร้ายใจดำแบบนี้ ฉันทนรับไม่ไหวแล้วนะแก”เมษายิ้มหยัน มาถึงตอนนี้เธอก็เริ่มหมดหวัง...หมดใจที่จะรักเบนนิโต้ต่อไปแล้วเหมือน แต่.
“ต่อให้ต้องตาย น้องเมย์ก็ไม่มีทางขอร้องอ้อนวอนให้พี่บีเมตตาแน่นอนค่ะ”เมษาเอ่ยด้วยความเจ็บปวดใจ ไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่ห้ามน้ำตาไม่ได้ เธอหลับตาลงเพราะเหนื่อยและอ่อนแรง หมดกำลังใจที่จะสู้รบปรบมือกับเบนนิโต้ที่ไม่เคยฟังเลยสักครั้ง ถึงเถียงไปเธอก็ไม่ชนะเขาอยู่ดี สู้เก็บแรงที่มีไว้ช่วยการพลูและหาทางหนีจากเขาให้ได้ดีกว่า อีกอย่างถึงเบนนิโต้จะทำอะไรรุนแรงไป เธอก็ทนได้อยู่แล้ว ในเมื่อทุกวันนี้มันก็ไม่มีอะไรจะแย่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ตู้ม!!เสียงร่างเมษาลอยกระทบพื้นน้ำทะเล“กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เมษาชูแขนตะเกี่ยตะกายว่ายน้ำ สมองขาวโพลนใบหน้าซีดเผือดดวงตาเบิกกว้าง สองเท้าถีบขึ้นลงหวังเอาชีวิตรอดจากน้ำ“เธอจะร้องกรี๊ดอะไรนักหนาเมษา น้ำไม่ได้ลึกจนเธอยืนไม่ถึงสักหน่อย”เบนนิโต้ยืนหัวเราะร่าอยู่บนกาบเรือมองร่างเมษาดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างอารมณ์ดี เรือถึงที่หมายนานแล้ว ส่วนเขาทีแรกก็อยากจะปลุกยายตัวแสบนี่อยู่หรอกนะ สงสัยว่าแม่ตัวดีคงจะลืมไปว่ามากับเขาเพราะเหตุใดหรือไม่ก็คงจะเหนื่อยกับการเดินทางและยังต้องสู้รบปรบมือกับเขามาตลอดเกือบทั้งคืน ถึงยังหลับตาพริ้มคงจะรอให้เจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย ขนาดว่าเข
“นี่ๆ คุณคาร์เมน คุณปล่อยกานกับหนูเมย์ไปเถอะนะ อย่าทำอะไรเราสองคนเลย เราสองคนกลัวแล้ว” กานพลูนั่งตัวสั่น กระไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ แผ่กระจายมาทำเอาเธอหน้าร้อนผ่าว นี่เขาจะทำให้เธอหวั่นไหวไปถึงไหนกันคาร์เมนถอดเสื้อสูทที่ใส่ห่มให้กานพลู จับศีรษะเธอให้ซบกับคอ “ผมว่าคุณหลับดีกว่า ยังอีกไกลกว่าจะถึงที่หมาย เตรียมตัวสำหรับงานพรุ่งนี้”“จะให้นอนได้ยังไงกันล่ะ ถูกคุณมัดมืออยู่อย่างนี้ ยังไงฉันก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว ถ้านายจะมีใจกรุณาอยู่บ้าง ก็ปล่อยมือฉันก่อนซิ” กานพลูเอ่ยเสียงหวานคาร์เมนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก้มมองคนใกล้ตัว“น่านะคาร์เมน อยู่ในรถ กลางค่ำกลางคืน เงินทองอะไรก็ไม่มีติดตัว เสื้อผ้าที่ใส่ก็ไม่เรียบร้อย ฉันไม่กล้าคิดหนีหรอกน่า” แต่ถ้ามีโอกาส เธอเอาแน่ ไม่ยอมให้ถูกจับตัวพาไปไหนก็ไม่รู้แบบนี้หรอก“ได้ข่าวมาว่าคุณฤทธิ์มากไม่ใช่น้อย ปล่อยแล้วแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่ทำร้ายผม”“เพิ่งจะรู้ว่าผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณกลัวผู้หญิงตัวเล็กเท่ามดอย่างฉัน ก็ได้...ไม่แก้มัดก็ได้” กานพลูทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะหาทางทำให้เงื่อนที่ผูกรัดข้อมือคลายออก“โอ๊ย!” ไม่ได้เจ็บหรอก แต่เธอจะร้องเรียกความส
เมษาอ้อนวอนเสียงสั่น ขณะมองตามกานพลูที่โดนคาร์เมนพาตัวขึ้นรถตู้คันใหญ่ไปก่อนอย่างเสียใจที่ช่วยเหลือเพื่อนไม่ได้ ก่อนจะนึกได้ว่ากานพลูให้สเปร์พริกไทยไว้ หญิงสาวค่อยๆ ล้วงมือที่ไม่โดนเบนนิโต้จับไว้เข้าไปในกระเป๋ากางเกงอยู่บ้านขาสั้นที่เลือกนุ่งจับขวดสเปร์ไว้มั่น จะได้ไม่พลาดตอนฉีดใส่หน้าเบนนิโต้“เสียใจนะเมษา เธอสองคนจะต้องได้รับโทษเหมือนๆ กัน” เบนนิโต้หันหน้าหาพอดีกับที่เมษายกสเปร์พริกไทยขึ้นหมายจะฉีดใส่ตา แต่เขาใช้ความว่องไวยกมือขึ้นจับแขนหญิงสาวไว้ได้ทันและบีบอย่างแรง“โอ๊ย! น้องเมย์เจ็บนะพี่บี” เบนนิโต้เพิ่มแรงบีบลงไปบนมือเมษาเต็มแรง จนเธอต้องคลายมือออกเพื่อจะทิ้งขวดสเปร์ลงกับพื้นเบนนิโต้เขย่าตัวเมษาจนหัวสั่นคลอน ก่อนจะตีไปบนสะโพกเมษาอีกรอบจนเธอทรุดกองกับพื้นหญ้า“ฤทธิ์มากจริงๆ นะเมษา แต่ก็ดี ฉันจะดูว่าระหว่างเรา เธอกับฉันใครมันจะแน่กว่า” เบนนิโต้ใช้มือปิดปากเมษาก่อนที่เธอจะตะโกนร้องเรียกให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยเหลือ“เงียบนะเมษา ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเธอได้รับอันตราย”“อย่าให้ถึงทีน้องเมย์บ้างก็แล้วไป จะตอบแทนความร้ายกาจที่พี่บีทำไว้อย่างสาสมจนจำไม่ลืมเลย” เมษาทำหน้าบึ้ง ยอมให้ชายห
“ก็ได้ แต่เราควรหาอะไรป้องกันตัวด้วยดีกว่า” เมษาเสนอความคิด เธอเหลียวมองหาเครื่องทุ่นแรงที่พอจะใช้ป้องกันตัวเองและเพื่อนได้เผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น“ดีเลย งั้นแกเอาไม้เบสบอลที่อยู่ใต้เตียงนะหนูเมย์ ส่วนฉันจะใช้ไอ้นี่” กานพลูโชว์มีดพับเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในโต๊ะเครื่องแป้งให้เมษาดู ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและยังเลิกคิ้วให้เพื่อนรัก“นี่แกจะเล่นมีดเลยหรือไงกาน” เมษาทำหน้าแหยๆ มองมีดในมือกานพลูตาปริบๆ“ช่วยไม่ได้นี่ ก็ไอ้พี่ต้นชอบทิ้งให้ฉันอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ นี่หว่า มันก็ต้องหาอะไรป้องกันตัวไว้มั่งดิ” กานพลูก้มลงหยิบสเปร์พริกไทยขวดหนึ่งมอบให้เมษาอีกขวดยัดใส่กระเป๋าด้านกางเกงด้านข้าง“เพื่อผิดพลาดไงแก ฉันเป็นผู้หญิงที่ทั้งสาวและทั้งสวย อยู่คนเดียวมันก็ต้องมีอะไรไว้ป้องกันตัวกันมั่งละ หรือแกว่าไม่ใช่”เมษาส่ายหัวยิ้มให้คนเป็นเพื่อน “จ้าแม่คนรอบคอบ ไปกันได้แล้วใช่ไหม”กานพลูยื่นมือส่งให้เมษาแทนคำตอบ“มือแกเย็นเฉียบเลยกาน” เมษาทักขึ้น ทั้งที่มือและเท้าเธอเองก็เย็นเฉียบราวกับแช่น้ำแข็งก่อนออกเดินจากห้องเหมือนกัน“แกก็เหมือนกัน”สองสาวก้าวเท้าสั่นๆ มองไปหน้าบ้าน เห็นร่างสูงที่คุ้นตายืน
เพียงแค่พ้นจากสายตาเบนนิโต้ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความเขินอายกลับแปลเปลี่ยนเป็นนางมารร้ายในบัดดล “ฉันจะทำไงกับแกดีนังเมย์ ถึงจะหายแค้นในสิ่งที่แกทำกับฉันในวันนี้”มือเรียวกำหมัดทุบลงไปบนอ่างล้างหน้าแรงๆ อย่างไม่กลัวจะเจ็บ เพราะเธอโง่เอง ถึงได้ปล่อยให้เมษาปั่นหัวเอาได้ แต่จะว่าไปเกิดเรื่องวันนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยพี่บีก็ได้เห็นว่าเมษาทำได้ทุกอย่างเพื่อทำร้ายเธอ“แกเจอดีแน่นังเมย์” เบนนิโต้จะไม่หยุด จนกว่าจะทำให้คนที่กล้าทำร้ายเธอได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือ เขาจะใช้วิธีการใดเท่านั้นเองหญิงสาวจัดการล้างหน้าล้างตาจนเรียบร้อย แล้วรีบเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างเร็วทันได้เห็นสีหน้าและดวงตาดุดันและแดงเป็นไฟของเบนนิโต้ ในใจนึกกระหยิ่มว่าคราวนี้เมษาคงจะต้องทั้งเจ็บทั้งตัวและเจ็บทั้งใจจนอยากที่จะตายไปเลย หญิงสาวเดินยิ้มหวานให้คนรัก นิ้วเรียววางระหว่างหัวคิ้วกับขมับแล้วนวดให้เบาๆ พร้อมกับเอ่ยถามเสียงหวานใส“พี่บีคิดอะไรอยู่คะ ดูซิหน้านิ่วคิ้วขมวดเชียว” ความจริงแล้วเธออยากจะถามเขาว่า ‘พี่บีเป็นอะไร ทำไมถึงทำหน้าเหมือนกับอยากจะฆ่าคนเสียมากกว่า’ แต่เพราะต้องการให้เบนนิโต้เห็นเธอเป
“เร็วๆ หน่อยซิคะพี่ต้น เดี๋ยวยายปีศาจนี่ก็ตื่นขึ้นมาหรอก” เมษาเอ่ยด้วยความรำคาญใจ เมื่อต้นรักษ์ทำอะไรชักช้าและงุ่มง่าม เธอวางกล้องถ่ายรูปในมือไว้ปลายเตียงนอนแล้วเดินไปดึงแขนชายหนุ่มให้ถอยห่างแล้วก็หันไปทำการปลดกระดุมเสื้อและดึงมันออกจากร่างมีนาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวกำลังตัดสินใจว่าจะดึงเสื้อชั้นในตัว
กานพลูถามอย่างเป็นกังวลและคิดหนักกับแผนการที่ได้ฟังมา ถ้าแผนสำเร็จก็ไม่เป็นไร ยิ่งได้เห็นได้พบเจอตัวจริงๆ ของคาร์เมน เธอก็ว่าน่ากลัวจะตาย ถ้าเป็นเบนนิโต้ล่ะ โอ๊ย...ไม่อยากจะคิดเลย ถ้าแผนไม่สำเร็จ เธอกับเมษาจะโดนอะไรบ้างแล้ว นี่เพื่อนรักถึงกับวางแผนทำร้ายยายปีศาจแฟนสาวสุดที่รักของเบนนิโต้อีก มีหวังเ
แม้ปากบอกว่าไม่เชื่อคำโป้ปดมดเท็จของเมษา แต่เพราะเธอรู้ถึงกิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของเบนนิโต้ดี จึงได้ตัดสินใจมายังสถานที่ซึ่งเมษาบอกมีนาเดินครุ่นคิดไปตลอดทาง เมษาจะมีแผนการอะไรหรือเปล่า มันมีอะไรบางอย่างทำให้เธอฉุกใจ ไม่ควรไว้ใจเมษา เธอยังมาคนเดียวด้วย ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นละ ใครจะช่วยเหลือให้รอดปลอ
ชายหนุ่มร่างสันทัดร่างกายด้านบนเปลือยเปล่า ด้านล่างมีกางเกงแสลกสีดำตัวยาวหลุดออกมากองอยู่ที่สะโพกกำลังคร่อมอยู่เหนือร่างมีนา มือใหญ่วางอยู่ระหว่างเอวเล็กคอด อีกมือวางบนทรวงอก ศีรษะก็ทาบทับอยู่บนทรวงอกอีกข้าง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอ้บ้านั่นมันกำลังทำอะไรกับคนรักของเขาเบนนิโต้เลือดขึ้นหน้าโกรธจนลมออกหู







