LOGINเมษายิ้มกานพลูมักจะบอกกับตัวเองและใครๆ ว่าเธอไม่ใช่คนสวย แต่เมษากลับไม่เห็นเป็นเช่นนั้น กานพลูเป็นคนที่สวยทั้งร่างกายและจิตใจ เรือนร่างของคนที่เดินออกจากห้องน้ำห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูผืนโตและยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ตามผิวเนื้อทั้งขาวและนวลเนียนน่าสัมผัส
“มองอะไรหนูเมย์” กานพลูเอ่ยถามเมื่อเห็นเพื่อนรักมองตนตาวาว เธอเดินนวยนาดไปที่ตู้เสื้อผ้าและคว้าเสื้อชุดหนึ่งออกมาจากตู้ทาบทับไปบนเรือนกาย หมุนไปหมุนมาสองสามรอบราวกับว่ากำลังตัดสินใจอะไรที่หนักหนา
เมษาเลิกคิ้วขึ้นสูง เมื่อเห็นกานพลูหยิบชุดผ้าไหมสีเหลืองนวลในตู้มาใส่อย่างแปลกใจ ปกติแล้วเพื่อนรักมักจะมีเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่เป็นสีชมพูเท่านั้น แต่ชุดนี้มันสีเหลืองนี่น่า
“แกจะใส่เสื้อตัวนี้จริงๆ หรือกาน ไหนแกเคยบอกฉันว่าใส่สีเหลืองแล้วนึกเนยแข็งทุกที สีเหลือยังทำให้แกดูอ้วนด้วยนะ” กานพลูก้มหน้ามองชุดที่ใส่ก่อนจะทำหน้ามุ่ย
“แกว่าฉันใส่แล้วไม่สวยหรือไงหนูเมย์ รู้ไหมชุดนี้พี่ต้นพึ่งจะซื้อมาให้ฉันเองเลยนะ”
“ฮ้า...จริงดิ”
“จริง” สิ้นคำพูดกานพลูเมษาถึงกับหัวเราะลั่น “ทำไมพี่ต้นถึงซื้อชุดนี้ให้แกล่ะกาน ไหนแกว่าพี่ต้นไม่สนใจเรื่องการแต่งตัวของแกไง แล้วพี่ต้นนึกยังไงถึงซื้อเดรสให้แก...”
เมษาถามอย่างแปลกประหลาดใจ ต้นรักษ์เคยใส่ใจเสียที่ไหน กานพลูจะแต่งกายยังไงก็ได้ ขอเพียงแค่ไม่แก้ผ้าออกจากบ้านเป็นพอ แต่คราวนี้กลับซื้อเสื้อผ้าให้...
ต้นรักษ์จะต้องมีเหตุผล ถึงได้ซื้อเสื้อให้กานพลู แต่...มันคืออะไรล่ะ
เมษามองชุดผ้าไหมสายเดี่ยวสีเหลืองนวล ตรงช่วงอกจับเดรฟและประดับด้วยคริสตัลเม็ดเล็กๆ เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ตรงฐานอกประดับด้วยผ้าชีฟองทิ้งตัวยาวลงมา ชายกระโปรงยาวแค่เข่า เน้นให้ผู้สวมใส่โชว์ได้ทั้งอกอวบและช่วงขาเรียวยาว จนเธออดที่จะชมไม่ได้ ต้นรักษ์เลือกชุดนี้ได้เหมาะกับกานพลูมาก เพื่อนดูสวยเด่นเป็นสง่าขึ้นมาในทันที
“ฉันคิดว่า พี่ชายแกน่าจะไปแอบปิ้งใครเข้าแล้วล่ะ แกระวังตัวไว้บ้างนะเพื่อน เดี๋ยวบ่อเงินบ่อทองหายไป มันจะยุ่งเอานะกาน”
“บ้า! ไม่หรอกย่ะหนูเมย์ ที่พี่ต้นซื้อมาให้ก็คงจะเห็นว่ามันสวยดี แบบว่าดูดีมีสไตล์ไง แล้วที่สำมะคัน อีตาพี่ต้นบอกว่า...” กานพลูนึกถึงคำพูดของพี่ชายแล้วอดเจ็บใจไม่ได้
“ฉันเห็นว่ามันกำลังลดราคาอยู่ ฉันเลยนึกถึงแกขึ้นมาก็เท่านั้นแหละ”
“สองสาวหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“พี่ต้นเล่นมุกนี้เลยหรือวะกาน แล้วแกยอมได้ไง” เมษาถาม เพราะรู้นิสัยเพื่อนดี เป็นคนไม่ยอมใคร แม้ว่าคนนั้นจะเป็นพี่ชายแท้ๆ ก็เถอะ อีกอย่างกานพลูเป็นคนที่ชอบสีชมพูเป็นชีวิตจิตใจ ข้าวของทุกชิ้นจะต้องเป็นสีชมพูเท่านั้น แต่เสื้อชุดนี้กลับไม่ใช่ ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสงสัยหรือว่าพี่ต้นสามารถตัดใจจากเธอได้แล้ว และคงจะแอบไปชอบใครเข้าแล้วจริงๆ
เมษายิ้ม นิสัยของกานพลูกับเธอไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ต่างก็ไม่คิดยอมแพ้ถ้าตัวไม่ทำอะไรผิด หากเธอทำตัวไม่ดี เพราะเรียกร้องความสนใจ แต่ไม่ว่าจะทำยังไง พ่อก็ยังไม่สนใจอยู่ดี แต่เผอิญสิ่งที่เธอทำในครั้งแรกมันได้เงินด้วย เธอเลยทำมาตลอด
“ฉันก็ต้องยอมไง ฉันก็เลยได้ชุดนี้มา ถ้าไม่ยอมซิแก พี่ต้นได้เอาไปโยนทิ้งในถังขยะหน้าบ้านนะซิ ช่วงนี้พี่ต้นยิ่งแปลกๆ มึนๆ งงๆ อยู่ เพราะเห็นว่าจะเก็บเงินซื้อไร่อะไรไม่รู้ทางอยู่ทางภาคใต้โน่น” กานพลูทรุดตัวลงนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบเครื่องสำอางมาแต่งแต้มใบหน้าของตัวเองพอประมาณไม่ให้หนาเกินหรืออ่อนเกินไป
“ถ้าแกไปอยู่ทางใต้ ฉันคงจะเหงาแย่เลยนะ” เมษาปรารภ ใบหน้าผุดผาดเศร้าลงทันตา
“เอาน่า มันยังอีกนานจ๋าเพื่อนรัก ตอนนั้นแกอาจโชคดีได้แต่งงานกับพี่บีไปแล้วก็ได้นะ และก็คงจะมีแต่ฉันนี่แหละ ที่จะกลายเป็นยายแก่เฝ้าคานทองไปคนเดียว”
กานพลูพูดให้ดูเป็นเรื่องตลก ลุกขึ้นกอดเพื่อนรักก่อนหันไปหยิบกระเป๋าลูกปัดสีชมพูมาถือไว้ ก่อนจะเดินไปคล้องแขนเมษาพากันออกจากบ้านหลังเล็กของตนด้วยรอยยิ้มกระจ่างใบหน้า สำหรับเธอไม่ว่าเรื่องอะไรก็ไม่เคยใหญ่เลยสักนิด เพราะเธอคิดเพียงแค่ว่า เมื่อเรื่องมันมาก็มีปัญหาให้แก้ ที่จะแก้ได้หรือไม่ได้มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“ขอให้มันจริงตามปากแกเถอะกาน ฉันจะถวายหัวหมูให้แกสักสิบหัวเลย” เมษาล้อเล่น
“เอาหัวโตๆ เลยนะแก ฉันกลัวหัวเล็กเนื้อน้อย กินได้ไม่อิ่ม”
“ได้! เดี๋ยวฉันแถมให้อีกเท่าตัวเลย แกจะได้กินให้หน้าเป็นหมูไปเลย”
ว่าแล้วสองสาวก็หัวเราะพร้อมๆ กัน ขณะพากันออกจากบ้านแสนสุขที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความอบอุ่นที่ยังเผื่อแผ่ความรู้สึกนั้นให้กับนกที่หลงรังอย่างเมษาด้วย
แม่ของกานพลูเสียชีวิตเพราะเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อตอนที่เพื่อนเธออายุสิบห้าปี ส่วนพ่อก็ตัดทางโลกไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดต่างจังหวัดนานๆ กานพลูกับต้นรักษ์จะไปเยี่ยมท่านสักครั้ง แต่ครอบครัวนี้ก็ไม่เคยที่จะขาดความอบอุ่นแม้แต่น้อย ต้นรักษ์ยังคงทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับน้องสาวอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง
“แกแน่ใจนะหนูเมย์ ไอ้ที่จะไปนี่ จะได้เจอพี่บี” ยิ่งรู้ว่าเมษาพยายามแยกตัวเองออกจากเบนนิโต้ มีนาจะต้องคิดหาทางกีดกัดและทำให้เมษาดูร้ายกาจในสายตาชายหนุ่มแน่ๆ
“ก็...ไม่แน่ใจเหมือนกัน” เมษาตอบกลับเสียงแผ่ว
“ถ้าอย่างนั้น...ไปที่บริษัทดูก่อนไหม” กานพลูเสนอความคิด
“ฮื่อ...เอาตามนั้นก็ได้”
สิ้นเสียงเมษา กานพลูก็พารถออกจากบ้านไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการอย่างระมัดระวัง
เมษาดิ้นพล่าน พยายามทุบตีเบนนิโต้เผื่อผ่อนคลายความเจ็บปวดของร่างกายและจิตใจ เพราะวาจาอันแสนจะร้ายกาจที่สะท้อนดังก้องอยู่ในหัว แต่ชายหนุ่มกลับไม่สะดุ้งสะเทือน ยังหยอกล้อกับร่างกายของเธอราวกับว่ามันเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง ก่อนจะแทรกกายแกร่งและใหญ่โตเข้ามาในร่างกายเธออีกครั้ง“ไม่นะ! ไม่...เอาออกไปนะไอ้คนใจร้าย ฮือๆ น้องเมย์ไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่พี่บีเห็นเป็นดอกไม้ริมทาง ที่จะเด็ดมาชมแล้วโยนทิ้งให้เหี่ยวเฉาอยู่ในถังขยะนะ” เมษาดิ้นหนีกายแกร่ง แต่กลับถูกเบนนิโต้กอดรัดจนแนบชิด เขาดันกายอรชรขึ้นนั่งบนเอวสอบและดันแผ่นหลังเนียนนุ่มเข้ามาจนปลายยอดอกสีชมพูระเรื่อตรงกับปาก“ไม่ใช่หรือเมษา แต่ฉันว่าตอนนี้เธอได้กลายเป็นผู้หญิงข้างถนนของแท้เลยล่ะ และจะไม่เป็นที่ต้องการของใครคนไหนอีก ถ้ารู้ว่าเธอมันเลวชาติและเปรอะเปื้อนคาวโลกีย์แล้ว จะไม่มีผู้ชายดีๆ คนไหนต้องการเธออีกแล้ว นอกจากไอ้ผู้ชายที่มันสีเดียวกับเธอ ผู้ชายสีดำไงเมษา!”เบนนิโต้อ้าปากกัดยอดทรวงสีชมพูเบาๆ สะโพกก็ขยับถาโถมเคลื่อนไหวเข้าหาหญิงสาวไม่หยุดยั้ง ขณะที่ปากก็ขบกัดดูดกลืนยอดทรวงสีชมพูหดเกร็งอย่างย่ามใจเมษาปวดร้าวใจแทบจะขาดเพราะคำพูดและ
“แค่นี้น้องเมย์ยังเจ็บไม่พอ...ยังไม่สาแกใจพี่บีใช่ไหมคะ เอาซิ จะให้ตายตรงนี้ก็ได้ ยังไงพี่บีก็ฆ่าน้องเมย์ให้ตายทั้งเป็นอยู่แล้ว” เมษาโต้กลับทั้งที่เธอเริ่มจะวาบหวามปั่นป่วนเพราะมือที่ลูบไล้ไปทั่วกายา ไหนจะใบหน้าคมคร้ามที่ไม่ละห่างจากสองทรวงอกกลมกลึง กายแกร่งก็ขยับไหวโยกไปมาอย่างช้าๆ เหมือนต้องการให้เธอชินกับการมีเขาเป็นส่วนหนึ่ง“ไม่ล่ะ ฆ่าเธอทิ้ง ฉันเสียดายแย่ เอาไว้เป็นนางบำเรอสักพักดีกว่า” เบนนิโต้ขยับเคลื่อนกายจากที่นุ่มนวลอ่อนโยนก็เริ่มรุนแรงหนักหน่วงขึ้นเมื่อเมษาตอบสนอง“น้องเมย์ไม่ยอมให้พี่บีทำอย่างนั้นง่ายๆ แน่” ใจแข็งไว้ซิเมษา แค่นี้เธอก็ถูกเขาประณามหยาบเหยียดจนไม่มีหน้าจะไม่มองใครแล้ว แต่...สัมผัสที่ชายหนุ่มทุ่มลงมา แม้ใจจะบอกว่าอย่าแต่กายกลับโอนผ่อนและสนองตอบไป“แล้วเธอจะขัดขืนฉันได้ยังไงล่ะ ในเมื่อตอนนี้เธอ...” เบนนิโต้หัวเราะ เมื่อเขาถอยห่าง เมษาก็ผวากอดและตอบสนองเขาอย่างไม่ประสาที่ทำให้เขายิ่งปวดร้าวเพราะความต้องการมากล้น กายแกร่งขยับไหวเคลื่อนไปราวกับอาชาที่วิ่งอยู่ในท้องทุ่งกว้าง“หยุดฉันไม่ได้ แล้วยังต้องการให้ฉันช่วยผ่อนคลายดับกระหายอยากที่เป็นอยู่ด้วยไม่ใช่หรือไง”เ
“ร้ายกาจใช่ไหม” เมษามองเบนนิโต้ด้วยสายตาตัดพ้อ “บอกมาซิ น้องเมย์เลวจนพี่บีไม่อยากจะมองหน้าใช่ไหม เลวจนพี่บีอยากจะบีบคอให้ตายอยู่ตรงนี้ใช่ไหม”ก๊อก ก๊อก ก๊อก“หนูเมย์ตอบหน่อย แกเป็นไงบ้าง” กานพลูตะโกนถามอย่างเป็นห่วงเมษาอ้าปากจะตอบกลับไปแต่ไม่ทันเบนนิโต้ที่จับตัวเธอเอาไว้เสียก่อน“คาร์เมนฉันรู้ว่านายอยู่แถวนั้น พายายนั่นไปให้พ้นก่อนที่ฉันจะระงับอารมณ์ตัวเองไม่อยู่” เบนนิโต้ตะโกนกลับไปสองมือกำรอบลำคอเมษาและเขย่าอย่างแรงจนหัวสั่นคลอน“นายครับผู้ชายคนนั้นเพียงแค่คุยกับคุณมีนา สอบถามเรื่องกานพลูกับเมษาเท่านั้นเองครับ” คาร์เมนตะโกนบอกผู้เป็นนาย“ฮือ...” เบนนิโต้ส่งเสียงรับรู้ เขาจับแขนเมษาบีบไว้ พลางถามคนตรงหน้าเสียงเคร่งเครียด “พูดอีกครั้งซิเมษา พูดอีกครั้ง”คาร์เมนลากตัวกานพลูลงไปยังชายหาด เพราะเขากลัวว่าถ้าอยู่นานอีกนิด หญิงสาวอาจโดนเบนนิโต้ออกมาทำร้ายได้ เพราะแค่ได้ยินเสียง เขาก็รู้แล้วว่านายโกรธจัดขนาดไหน“ปล่อยกานนะคาร์เมน จะพากานไปไหน ปล่อยซิ” กานพลูพยายามสะบัดมือ แต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้ จำใจต้องไปตามแรงลาก แต่ก็ไม่วายส่งเสียงแปดหลอดใส่ชายหนุ่ม“ปล่อยนะไอ้บ้าคาร์เมน กานไม่ไปไหนด้วย
“ฮื่อ” คาร์เมนพยักหน้า แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมเขาถึงได้รู้สึกแปลกๆ ยามเมื่อเข้าใกล้กานพลู เริ่มจะอดใจไม่ค่อยไหว อยากแต่จะสัมผัสลิ้มลองลิ้มรสเนื้อหอมหวานปานน้ำผึ้งของหญิงสาวกานพลูจัดการกับตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย จึงวิ่งออกจากห้องนอนคาร์เมนไปอย่างเร็ว โดยไม่สนใจคนที่เดินตามออกมา เพราะเป็นห่วง กลัวว่าเบนนิโต้อาจจะพลั้งมือทำร้ายเมษาจนเพื่อนเธออาจจะเข้าโรงพยาบาลอีกก็ได้ในห้องนอนเบนนิโต้มืดมิด...หากก็ยังพอมีแสงสว่างที่ส่องเข้ามา ทำให้เมษาเห็นหน้าคนที่พาเธอเข้ามา เขาเป็นเหมือนกับมัจจุราชที่กำลังพาเธอไปสู่นรกขุมสุดท้ายเบนนิโต้จับแขนเรียวยาวบีบอย่างแรงจนเมษานิ่วหน้า เพราะความเจ็บ หากเธอก็ไม่ปริปากร้องขอความเห็นใจจากคนที่ยิ่งเห็นเธอร้องไห้ก็ยิ่งสะใจที่ได้ทำร้ายกันไม่! อย่าร้องสิเมษา แต่...เธอก็ข่มกลั้นมันเอาไว้ไม่ได้ น้ำตายังคงไหลอาบแก้ไม่ขาดสาย“ตกลงเธอจะบอกเบอร์โทรศัพท์ของไอ้บ้านั่นให้ฉันได้หรือยังเมษา” ชายหนุ่มถามพลางเหวี่ยงเมษาอย่างแรง จนร่างบางเซถลาไปกระทบกับขอบเตียง จนเธอถึงกับจุกก่อนจะล้มกองกับพื้นหญิงสาวเงยหน้ามองเบนนิโต้ น้ำตาไหลอาบแก้ม ยกมือจับหัวไหล่ที่โดนกระแทกกับขอบเตียง กัด
คาร์เมนมองสบตากานพลูขณะมือก็แกะกระดุมเสื้อหญิงสาวออกทีละเม็ดจนหมด เผยผิวขาวนวนเนียนราวกับไข่ปอก ชายหนุ่มลากไล้ปลายนิ้วผ่านทรวงอกกลมกลึงช้าๆ“หยุด...หยุดนะคาร์เมน!” กานพลูยกแขนข้างหนึ่งปิดทรวงอก อีกมือก็ดันกายคาร์เมนเอาไว้ จนชายหนุ่มต้องจับสองแขนเรียวไปตรึงไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะก้มหน้าลงไปช้าๆหญิงสาวขนลุกชัน ใบหน้านวลสวยเอ่อร้อนและแดงระเรื่อ “หยุดมองนะคาร์เมน...ฉันไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่นายจะลวนลามได้ง่ายๆ นะตาบ้า”กานพลูห้ามเสียงสั่น น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอชอบคาร์เมนก็จริง แต่การจะให้เขาล่วงเกินโดยไร้คำบอกรัก ไร้การยอมรับจากคนสำคัญ ที่สำคัญคือยังมีการเข้าใจผิดกันอยู่อย่างนี้“หือ...เธอร้องไห้เป็นด้วยเหรอกาน ไม่น่าเชื่อ ไม่ต้องมาเล่นลูกไม้ใช้น้ำตากับฉันเลย ฉันไม่หลงกลผู้หญิงร้อยเล่ห์เจ้ามารยาอย่างเธอหรอกนะกาน ถ้าจะให้ฉันหยุดก็ได้นะ แต่เธอจะต้องบอกเบอร์โทรศัพท์พี่ชายมาก่อน”บ้าจริง! เขาลืมไปได้ยังไงว่าทำอะไรอยู่ ถ้าหากชักช้ามาไปกว่านี้กลัวมีนาจะเป็นอันตรายจากพี่ชายกานพลูได้ และนายเองก็อาจจะระงับโทสะเอาไว้ไม่ได้ อาจจะเผลอทำร้ายเมษาไปก็ได้“ว่าไงล่ะกาน จะบอกหรือเปล่า”“ไม่บอก!” กานพลูยังคงยืนย
“คนสติดีที่ไหนเขาทำกันเล่า ถ้าไม่ใช่เพราะถูกบังคับนะ”คาร์เมนเลิกคิ้ว แม้จะเริ่มคิดหนัก เพราะเท่าที่เขาเห็น เมษาเข้มแข็งมิใช่น้อย หญิงสาวมีนิสัยเอื้อเฟื้อและค่อนข้างจะเข้าใจคนอื่น เวลาหยิบจับอะไรคล่องแคล่วทีเดียว“รู้ไหมว่ายายปีศาจมีนานั่นหลอกกานกับหนูเมย์ไปให้เพื่อนปล้ำ นายจะให้เราอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ยายนั่นเล่นงานเอาฝ่ายเดียว ไม่ตอบโต้ใช่ไหม” กานพลูพลิกจากฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเป็นฝ่ายตั้งรับ เธอยิ้มหยันเมื่อสิ่งที่ถามไปครั้งนี้ สร้างความตกตะลึงและคาดไม่ถึงให้กับคาร์เมนได้ไม่น้อย“เมื่อไหร่” คาร์เมนถามเสียงเยียบเย็นด้วยความไม่พอใจ เขาไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน ไม่พอใจมีนาหรือว่าผู้ชายพวกนั้น หรือคนที่กำลังพูดอยู่ตอนนี้กานพลูค้อนคาร์เมน ก่อนที่จะเล่าต่อด้วยเพลิงโทสะเมื่อย้อนนึกไปถึงตอนนั้นเธอกับเมษาเรียนอยู่มัธยมหก โดนอาอาจารย์วิชาภาษาไทยลงโทษเพราะแอบคุยและแอบทานขนมกันในห้องเรียนเมษาเห็นว่าเย็นมากแล้ว จึงโทรให้คนที่บ้านมารับ แต่ไม่มีใครว่าง มีนาเป็นคนมารับและพาเธอกับเมษาไปยังบ้านหลังหนึ่งที่ทางเข้าก็ค่อนข้างจะเปลี่ยวและน่ากลัว“เธอพาเราสองคนมาที่นี่ทำไมมีนา” เมษาถามขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านที่น







