เข้าสู่ระบบเมษาผวาเข้าหามีนาอย่างลืมตัว ทั้งเขย่าและจิกเล็บคม ๆ บนแขนพี่สาวเต็มแรงจนแดงเป็นรอย
“เธอหาเรื่องใส่ร้ายฉันใช่ไหมมีนา บอกว่าฉันเป็นคนไม่ดี พี่บีไม่ควรรัก ทั้งที่คนเลวคือเธอ”
เมษาแผดเสียงถาม ภาพความทรงจำตอนอายุประมาณ 7-8 ขวบวิ่งผ่านเข้ามาในภวังค์ ตอนนั้นพ่อพาเธอและครอบครัวไปเที่ยวชายทะเล ตอนที่เธอกำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนานอยู่นั้น มีนาก็เดินเข้ามาใกล้ ใช้ร่างกายที่ใหญ่กว่าแข็งแรงกว่ากดศีรษะเธอจมลงในน้ำ
เพราะกลัวจนตัวสั่นไปหมด ต้องรีบยกมือไหว้อ้อนวอนขอร้องพร้อมน้ำตา ขอให้มีนาหยุดการกระทำดังกล่าว แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเสียงหัวเราะดังลั่น กับร่างป้อมๆ ที่ถูกลากไปจนถึงส่วนของน้ำที่ลึกจนเธอยืนไม่ถึง จากนั้นยายพี่สาวตัวร้ายก็ปล่อยเธอไว้อย่างนั้นพร้อมกับยืนหัวเราะราวกับคนบ้า มองดูเธอจมน้ำลงไปอย่างช้าๆ อย่างชอบใจ
เมษานึกว่าตัวเองจะตายไปแล้ว แต่ก็ตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าและดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความเมตตามือเล็กเรียวที่ลูบไล้บนใบหน้าแล้วก็ถามหวานนุ่ม
“หนูเป็นอย่างไรบ้างจ้ะลูก” คำถามนั้นซึมเข้าไปในสมองของเด็กน้อยอย่างช้าๆ ร่างเล็กป้อมลุกขึ้นนั่ง หันมองหน้าคนโน้นทีคนนี้ที ก่อนจะถูกผู้หญิงคนนั้นก็โอบประคองร่างที่สั่นด้วยความกลัวและหนาวเย็น ถ่ายทอดความอบอุ่นมาให้
จำได้ว่าวันนั้นเธอยิ้มหวานจนเห็นฟันซี่เล็กๆ ที่หักจนหลอ แขนเล็กโอบรอบลำตัวของผู้หญิงคนนั้นที่เธอมารู้ทีหลังว่าชื่อธิญาดา เป็นมารดาของเบนนิโต้ ป้าดาบอกว่าเธอชอบพาลูกๆ มาเที่ยวทะเลในช่วงนี้เพราะไม่ค่อยจะมีคน ตอนที่อันโตนิโอ้และเบนนิโต้กำลังเล่นเตะบอกกับลุงเปรโดอยู่ ก็แว่วเหมือนว่าได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ พอหันไปก็เห็นว่าเธอกำลังจมน้ำอยู่ เลยรีบช่วยเหลือ
ถ้าในวันนั้นเบนนิโต้และอันโตนิโอ้ไม่เล่นอยู่แถวนั้นและช่วยเหลือเธอไว้ได้ทัน ป่านนี้ก็คงจะไม่มีคนชื่อเมษาอยู่ในโลกนี้แล้ว
ป้าดาและลุงเปรโดเป็นคนน่ารัก ใจดีและอบอุ่น ที่สำคัญทั้งสองคนรักเธอเหมือนกับลูกสาวคนหนึ่ง ความรักที่คอบครัวของเบนนิโต้มอบให้ทำให้เด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวและต้องการความรักความอบอุ่นจึงทุ่มเทใจทั้งหมดที่มีไปกับครอบครัวของเบนนิโต้อย่างไม่คิดเผื่อแผ่ความเจ็บช้ำและผิดหวังเอาไว้เลย
ทุกวันเธอก็จะรีบตื่นตอนเช้า เพื่อที่จะวิ่งมาหาเบนนิโต้และอันโตนิแม้ว่าจะจากกันไปแต่เธอก็ยังเขียนจดหมายติดต่อกับครอบครัวของเบนนิโต้เสมอ แรกๆ ก็ติดต่อกับชายหนุ่มได้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จดหมายที่ได้รับจากเบนนิโต้เริ่มห่างไป...ห่างหายจนไร้การติดต่อ หากเธอก็ยังได้รับข่าวคราวจากอันโตนิโอ้ผู้เป็นพี่ชายอีกคนเสมอ
“ช่วยไม่ได้ เธอมันโง่เองนี่น่าหนูเมย์ รักใครไม่รักดันมารักพี่บี”
มีนายิ้มเยาะ เขาว่ากัน...แก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย ใช้เวลาระหว่างนี้คิดหาแผนการเพื่อเอาคืนศัตรูให้แพ้ยับเยิน แม้ใจจะเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยายามที่เห็นเมษา เบนนิโต้และอันโตนิโอ้วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ที่เธอต้องท่องไว้เพียงว่าอดทน...อดทน ไม่นานจะต้องเป็นวันของเธอและมันก็เป็นจริง
ตอนไปเรียนต่อเมืองนอก เธอจับได้ว่าเมษาจะส่งจดหมายไปหาเบนนิโต้และอันโตนิโอ้อยู่เสมอ ที่กลายเป็นโอกาสของเธอได้เอาคืนยายตัวมาร จดหมายที่ควรจะถึงมือเบนนิโต้กลับกลายเป็นขยะอยู่ในถัง
ฉบับแรกผ่านไป...เมษายังไม่สงสัย แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบกลับหลายๆ ครั้ง ก็มีการถามไถ่พร้อมกับคำตัดพ้อต่อว่า ทำไมเขาถึงไม่ยอมตอบจดหมาย ที่ทำให้เธอขำหัวเราะไม่หยุดเลยทีเดียว
“เข้าใจอะไรยากจริงๆ เลยนะเมษา” มีนาเอ่ยอย่างเหนื่อยหน่ายใจ หญิงสาวแกะมือเมษาออกจากแขน ก่อนจะผลักร่างโปร่งให้ไปไกลๆ
“ถ้าพี่บีรักแก จะขอหมั้นฉันทำไม” นี่ไงผลตอบแทนที่แกสมควรจะได้รับจากการแย่งคนที่ฉันรักไป
ต้นรักษ์ผู้ชายคนแรกที่เธอมอบทั้งร่างกายและหัวใจให้ แต่เขากลับไม่เคยเหลียวมอง พ่อที่แม้จะดุด่าว่ากล่าวเมษาอยู่เสมอ แต่ในใจกลับรักและเอ็นดู รวมถึงภาคภูมิใจในตัวน้องสาวที่ทั้งเรียนเก่ง การบ้านการเรือนก็เก่ง แม้แต่เบนนิโต้ก็ไม่เว้น ปากก็บอกว่ารักเธอ แต่ความจริงแล้วคนที่อยู่ในใจเสมอมานั้นก็เป็นเมษา
ถ้าเป็นคนอื่นเธอจะไม่แค้นใจเท่านี้...ทำไมใครๆ ถึงได้หลงรักเมษากันนัก ยายตัวมารมีดีอะไรนักหนา
ฮึ! ในเมื่อรักกันมากนัก...ก็ให้มันเจ็บปวดอย่างที่เธอได้รับมันทุกคนไปเลย!
มีนามองรูปร่างของเมษา ที่เมื่อเห็นชัดๆ ความเกลียดที่มีก็ทวีขึ้น ไหนจะความอิจฉาที่ทำให้อกร้อนเหมือนถูกไฟเผาเมื่อเห็นใบหน้านวลผุดผาด ผิวขาวผ่องเป็นยองใย ดวงตากลม ปากนิดจมูกหน่อย ขนตายาวงอน ปากเป็นสีแดงอมชมพูโดยไม่ต้องใช้เครื่องประทินผิวราคาแพงอย่างเธอมาเสริมแต่งเพื่อให้ดูสวยงามและดึงดูดใจผู้ชาย
“โธ่เอ๊ย! นังลูกเมียน้อย อย่างแกนี่นะ จะมาสู้ฉันได้ ไม่ว่าเพื่อน...แฟนแกกี่คนต่อกี่คน ก็ต้องหลงในเสน่ห์ของฉันทั้งนั้น” มีนายิ้มเยาะเย้ย ยกนิ้วจิ้มไปที่อกเมษา
“หล่อนน่าจะรู้ตัวเองได้แล้วนะเมษา ไม่มีผู้ชายคนไหนรักและจริงใจกับแก ขนาดผู้ชายคนแรกที่เอ่ยปากสารภาพรักกับหล่อน เพียงแค่ไม่ทันข้ามวันเขาก็มานอนหมอบอยู่แทบเท้าของฉันแล้ว”
มีนายกไหล่ เดินไปนั่งบนเก้าอี้ พูดอย่างได้ใจ ทั้งที่จริงแล้วผู้ชายแต่ละคนหวังเพียงใช้เธอเป็นสะพานข้ามไปหาเมษา แต่ละคนอ้อนวอนขอร้องให้เธอช่วยเป็นแม่สื่อให้ทั้งนั้น แม้จะใช้ร่างกายหลอกล่อให้ผู้ชายพวกนั้นหลงใหล แต่ก็ไม่เคยมีใครจริงใจหรือรักจริงเลยสักคน ต่างก็เพ้อหาแต่เมษา แม้ขนาดตอนที่กำลังหลับนอนกับเธอก็ตาม
เมษาถอนหายใจ สะบัดศีรษะดึงความคิดมายังปัจจุบัน สายตาก็จับจ้องไปที่ชายร่างสันทัดสูงประมาณ 165 ซม. ผมดกดำที่ก้มๆ เงยๆ ตัดแต่งกิ่งกุหลาบหน้าบ้านอย่างทะนุถนอมและหวงแหงนต้นรักษ์หันมากลับมามองเมื่อรู้สึกเหมือนมีมองเขาอยู่ ใบหน้าค่อนไปทางกลม ผิวพรรณและใบหน้าผ่องใส หน้าผากกว้าง คิ้วหนาดวงตาฉายแววใจดีและมีรอยยิ้มอยู่เป็นนิจเหมือนกับดวงตา จะว่าไปเมื่อมองรวมๆ แล้วต้นรักษ์ก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่แต่ไม่ถึงกับหล่อมากเหมือนเบนนิโต้ ชายหนุ่มยังมีความอบอุ่นอ่อนโยนให้กับคนที่อยู่ใกล้ๆ เสมอเมษาส่งยิ้มไปให้ต้นรักษ์ มองกุหลาบพุ่มใหญ่ที่ออกดอกชูช่ออย่างสวยงาม เพราะได้คนดูแลรักษาอย่างดี กุหลาบพวกนี้ไม่เคยมีใครตัดได้เลยแม้แต่กานพลู ที่จะต้องได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของ แต่เมื่อไหร่ที่เธอต้องการต้นรักษ์จะเป็นคนยื่นกรรไกมาให้ซ้ำยังบอกอย่างใจดีว่า“น้องเมย์ชอบดอกไหนก็ตัดได้เลยจ้ะ” ตอนนั้นเธอไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมต้นรักษ์ถึงยินยอมให้เธอตัดกุหลาบแสนรักแสนหวงของเขาได้ จนเมื่อเขามาสารภาพรักด้วยนั่นแหละ เธอถึงได้เข้าใจต้นรักษ์เห็นสองสาวนั่งหัวชนกันอย่างใช้ความคิด ทำให้เขาเกิดความสงสัย เมษากับกานพลูคงไม่หาเรื่องให้ตั
กานพลูถามอย่างเป็นกังวลและคิดหนักกับแผนการที่ได้ฟังมา ถ้าแผนสำเร็จก็ไม่เป็นไร ยิ่งได้เห็นได้พบเจอตัวจริงๆ ของคาร์เมน เธอก็ว่าน่ากลัวจะตาย ถ้าเป็นเบนนิโต้ล่ะ โอ๊ย...ไม่อยากจะคิดเลย ถ้าแผนไม่สำเร็จ เธอกับเมษาจะโดนอะไรบ้างแล้ว นี่เพื่อนรักถึงกับวางแผนทำร้ายยายปีศาจแฟนสาวสุดที่รักของเบนนิโต้อีก มีหวังเธอกับเมษาคงจะตายหาศพไม่เจอเป็นแน่“ฉันก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน แล้วแกมีความคิดไหม เราจะใช้ใครดีคนที่เขาจะไม่มาแบลกเมย์กันทีหลัง” เมษาทำหน้านิ่วคิ้วขมวด นึกหาผู้ชายมาแสดงละครตบตามีนา เบนนิโต้ และคาร์เมนยังไงดี ละครเรื่องนี้ที่ทุกคนจะต้องเชื่อสนิทว่ามีนามีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับผู้ชายคนนั้น“คิดไม่ออกจริงๆ หนูเมย์” กานพลูหยุดรถให้เมษาลงไปเปิดประตูบ้าน สมองครุ่นคิดหาทางช่วยเหลือเพื่อน ขณะมือกำพวงมาลัยรถแน่นก่อนจะเลี้ยวเข้าไปจอดในโรงรถ“พี่ต้น” กานพลูโถมตัวเข้ากอดพี่ชายอย่างดีใจเมื่อเห็นพี่ชายยืนอยู่ตัดแต่งกิ่งกุหลาบพร้อมกับรอยยิ้มอย่างใจดีอยู่เป็นนิจ“พี่ต้น” เมษาร้องอุทานอย่างดีใจ ใบหน้าที่เบื่อหน่ายหม่นหมองเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกถึงใบหู ดวงตาเป็นวาววับ อยากจะวิ่งเข้าไปกอดต้นรักษ์เห
เมษากัดปากจนห้อเลือด มองคาร์เมนที่ยืนเลิกคิ้วมองเธออยู่ดวงตาเรียบเฉยและไร้ความรู้สึก มือที่ถูกกานพลูจับไว้กำเข้าหากันแน่น อยากจะเอ่ยพูดอะไรออกไปให้ชายตรงหน้าเจ็บปวดบ้าง แต่ตอนนี้เธอพูดไม่ออก“ขอบคุณนะคะคุณคาร์เมนแต่คงต้องขอโทษด้วย พอดีว่ากานกับหนูเมย์มีโปรแกรมที่ดีกว่านี้อีก กานกลัวว่าถ้าเราสองคนร่วมรับประทานอาหารด้วย ทั้งพี่บีและคุณคาร์เมนจะรับกระเดือกอาหารไม่ลงคอเสียมากกว่า ถ้าต้องทนเห็นผู้หญิงที่คุณสองคนแต่มองแต่เปลือกนอก ฟังแต่คำพูดของคนอื่นแล้วนำมาประณามว่าเขาเป็นเช่นนั้นนั่งร่วมโต๊ะด้วย”กานพลูประชด แม้อยากจะนั่งร่วมโต๊ะเดียวกับคาร์เมน แต่เห็นว่าเวลานี้ไม่เหมาะสม เพราะตอนนี้เมษาไม่อาจทนฟังคำพูดและการกระทำที่หยามเหยียดของเบนนิโต้ได้ เชื่อเถอะ การชวนร่วมทานอาหารในครั้งนี้จะต้องมีอะไรทำให้เพื่อนเธอเจ็บปวดจนน้ำตาตกใน ต้องไปนอนช้ำกับอกเธอเป็นแน่กานบีบมือเมษาเบาๆ ให้เมษาฮึดสู้“ให้คุณเมษาตัดสินดีกว่าไหมครับคุณกาน” คาร์เมนถามเพราะจำชื่อผู้หญิงตรงหน้าได้“เอายังไงหนูเมย์ ถ้าแกไหว ฉันยังไงก็ได้นะ ไม่หวั่นต่อคนที่คิดว่าตัวเองแสนจะเก่ง แต่กลับมองบางคนไม่ออก หลงเชิดชูว่าเป็นนางหงส์สูงค่า แ
เมษากัดริมฝีปากน้ำตาคลอมองแผ่นหลังกว้างอย่างปวดร้าว แม้จะเปรยๆ เรื่องแต่หนหลัง เขาก็ยังอคติอยู่ดี หญิงสาวกะพริบตาไล่น้ำตาที่มันเอ่อล้นคลอเบ้า ร้องไห้ไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ถ้าอยากจะเข้าใกล้ใจเบนนิโต้ เธอจะต้องมีความพยายามมากกว่านี้“เป็นไงบ้างหนูเมย์ อีตาพี่บีทำอะไรแกหรือเปล่า” กานพลูวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องพร้อมกับถามเมษาเสียงสั่น เมื่อเห็นว่าเบนนิโต้เดินหน้าแดงตาแดงราวกับไฟออกไปข้างนอกแล้ว สายตาที่ตวัดมองมายังเธอเมื่อครู่นี้ เหมือนกับอยากจะบีบคอเธอให้หักคามือด้วยกานพลูโอบแขนรอบกายเมษาอย่างปลอบโยน เมื่อเห็นคนเป็นเพื่อนสีหน้าและแววตาเศร้าสร้อยระคนท้อใจเมษาส่ายหน้ายกมือปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดและหันไปยิ้มให้กานพลู “เปล่าหรอกกาน พี่บีไม่ได้ทำอะไรฉัน แต่ก็คงจะโมโหฉันมากเหมือนกัน”“แล้วนี่จะเอาไงต่อ จะกลับบ้านหรือว่าจะไปเที่ยวต่อ” กานพลูถาม ความจริงเธออยากที่จะเห็นหน้าเรียบเฉยของคาร์เมนอีกสักครั้ง แต่ก็ไม่กล้าจะบอกเมษา หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างกำลังใช้ความคิด ก่อนจะสะดุดกับร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนที่เดินกลับเข้ามาในโรงแรมกานพลูหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างแปลก
“ใช่ค่ะ ไหนเลยน้องเมย์จะดีเลิศประเสริฐศรีเท่ามีนาล่ะ ที่ยังรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องไว้ให้กับคนโง่แต่อวดตัวว่าฉลาดอย่างพี่บีที่มองไม่เห็น ไหนเพชรไหนก้อนกรวด” เมษาประชดให้และอยากจะให้ชายหนุ่มเห็นเหมือนที่เธอเห็น มีนาหายไปกลางคืนบ่อยๆ แล้วก็กลับเข้าบ้านมาอีกทีในตอนเช้าด้วยสภาพที่บ่งบอกให้ดูว่าไปทำอะไรมา“รู้ก็ดีแล้วนี่ คนอย่างเธอ รูปร่างหน้าตาก็ดีอยู่ แต่นิสัยนะไพร่สถุลดีๆ นี่เอง ความคิดความอ่านก็ต่ำจนติดดิน”เพี๊ยะ!! ฝ่ามือเรียวของเมษากระทบใบหน้าเบนนิโต้อย่างรุนแรงจนแก้วหูสะเทือน ใบหน้าคมหันไปตามแรงตบเบนนิโต้ถึงกับอึ้งเพราะนึกไม่ถึงว่าเมษาจะกล้าทำร้ายเขา สายตาคมดุราวกับเหยี่ยวบนเวหาจ้องกายอรชรราวกับจะบดขยี้ให้แหลกละเอียด“เธอกล้าทำร้ายฉันหรือเมษา”“ไม่รู้ซิคะกล้าหรือไม่กล้าแต่น้องเมย์ก็ทำไปแล้ว พี่บีคิดว่ากล้าหรือเปล่าละคะ แต่ก็ว่ากันไม่ได้นะคะ เพราะพี่บีก็ใช้คำพูดทำร้ายน้องเมย์เหมือนกัน” เมษาเถียงคำไม่ตกฟาก มองมือตัวเองสลับกับมองใบหน้าของเบนนิโต้ที่แดงเป็นรอยนิ้วอย่างงุนงง“อย่าคิดว่าฉันจะเป็นเหมือนพระเอกละครน้ำเน่าที่เธอเคยอ่านเคยดูนะเมษา ที่เธอตบมาแล้วฉันจะจูบตอบ อย่างเธอตบมาฉันตบ
“อัปสรจ๋า วันนี้อัปสรกลับไปก่อนนะจ๊ะ ผมจะให้คาร์เมนไปส่ง แล้วคืนนี้ผมจะโทรไปหา”เบนนิโต้พูดเสียงหวานกับศรีอัปสรแล้วหันทำตาดุใส่คาร์เมน อยากจะโกรธเพื่อนอยู่เหมือนกัน แต่รู้ดีว่าถ้าเมษาต้องการอะไรแล้วเธอจะต้องทำให้ได้การขัดขวางก็ทำได้ยาก เพราะหญิงสาวชอบยกอันโตนิโอ้มาอ้าง ที่เขาเคยถามพี่ชายไป ทำไมยอมเป็นเครื่องมือให้เมษาข่มขู่น้องชายอย่างเขา พี่ชายก็เอาแต่หัวเราะและตอบแค่ว่า“เอาน่าวันหนึ่งแกจะรู้คำตอบเอง แล้วแกจะต้องขอบใจพี่ที่ทำอย่างนี้ด้วย” จนถึงตอนนี้มันก็หลายปีแล้วแต่เขาก็ยังไม่รู้คำตอบที่พี่ชายเคยบอกไว้สักที และเริ่มที่จะหงุดหงิดอารมณ์เสียเพราะโดนเมษาก่อกวน“นายไปส่งอัปสรที่คอนโดให้เรียบร้อยนะคาร์เมน แล้วรีบกลับมา ก่อนที่ฉันจะระงับอารมณ์ไม่อยู่ฆ่าหมาแถวนี้ตายไปเสียก่อน”เบนนิโต้หันหน้าไปทางเมษา ไม่รู้ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงชอบมาขัดขวางและทำลายอารมณ์สุนทรีย์ในตัวเขาได้บ่อยๆ จะบอกว่าเป็นเพราะรัก ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เขาไม่อยากเชื่อ เพราะเมษาก็มีผู้ชายล้อมหน้าล้อมหลัง ซึ่งเขาก็เคยเจอกับตัวเองแล้วตอนที่ไปหามีนาที่บ้านเมษายืนดูผู้ชายพวกนั้นต่อยกันได้หน้าตาเฉยเสียด้วยซ้ำ ความจริงเขาก็อยากจะร







