LOGINเมษาผวาเข้าหามีนาอย่างลืมตัว ทั้งเขย่าและจิกเล็บคม ๆ บนแขนพี่สาวเต็มแรงจนแดงเป็นรอย
“เธอหาเรื่องใส่ร้ายฉันใช่ไหมมีนา บอกว่าฉันเป็นคนไม่ดี พี่บีไม่ควรรัก ทั้งที่คนเลวคือเธอ”
เมษาแผดเสียงถาม ภาพความทรงจำตอนอายุประมาณ 7-8 ขวบวิ่งผ่านเข้ามาในภวังค์ ตอนนั้นพ่อพาเธอและครอบครัวไปเที่ยวชายทะเล ตอนที่เธอกำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนานอยู่นั้น มีนาก็เดินเข้ามาใกล้ ใช้ร่างกายที่ใหญ่กว่าแข็งแรงกว่ากดศีรษะเธอจมลงในน้ำ
เพราะกลัวจนตัวสั่นไปหมด ต้องรีบยกมือไหว้อ้อนวอนขอร้องพร้อมน้ำตา ขอให้มีนาหยุดการกระทำดังกล่าว แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเสียงหัวเราะดังลั่น กับร่างป้อมๆ ที่ถูกลากไปจนถึงส่วนของน้ำที่ลึกจนเธอยืนไม่ถึง จากนั้นยายพี่สาวตัวร้ายก็ปล่อยเธอไว้อย่างนั้นพร้อมกับยืนหัวเราะราวกับคนบ้า มองดูเธอจมน้ำลงไปอย่างช้าๆ อย่างชอบใจ
เมษานึกว่าตัวเองจะตายไปแล้ว แต่ก็ตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าและดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความเมตตามือเล็กเรียวที่ลูบไล้บนใบหน้าแล้วก็ถามหวานนุ่ม
“หนูเป็นอย่างไรบ้างจ้ะลูก” คำถามนั้นซึมเข้าไปในสมองของเด็กน้อยอย่างช้าๆ ร่างเล็กป้อมลุกขึ้นนั่ง หันมองหน้าคนโน้นทีคนนี้ที ก่อนจะถูกผู้หญิงคนนั้นก็โอบประคองร่างที่สั่นด้วยความกลัวและหนาวเย็น ถ่ายทอดความอบอุ่นมาให้
จำได้ว่าวันนั้นเธอยิ้มหวานจนเห็นฟันซี่เล็กๆ ที่หักจนหลอ แขนเล็กโอบรอบลำตัวของผู้หญิงคนนั้นที่เธอมารู้ทีหลังว่าชื่อธิญาดา เป็นมารดาของเบนนิโต้ ป้าดาบอกว่าเธอชอบพาลูกๆ มาเที่ยวทะเลในช่วงนี้เพราะไม่ค่อยจะมีคน ตอนที่อันโตนิโอ้และเบนนิโต้กำลังเล่นเตะบอกกับลุงเปรโดอยู่ ก็แว่วเหมือนว่าได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ พอหันไปก็เห็นว่าเธอกำลังจมน้ำอยู่ เลยรีบช่วยเหลือ
ถ้าในวันนั้นเบนนิโต้และอันโตนิโอ้ไม่เล่นอยู่แถวนั้นและช่วยเหลือเธอไว้ได้ทัน ป่านนี้ก็คงจะไม่มีคนชื่อเมษาอยู่ในโลกนี้แล้ว
ป้าดาและลุงเปรโดเป็นคนน่ารัก ใจดีและอบอุ่น ที่สำคัญทั้งสองคนรักเธอเหมือนกับลูกสาวคนหนึ่ง ความรักที่คอบครัวของเบนนิโต้มอบให้ทำให้เด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวและต้องการความรักความอบอุ่นจึงทุ่มเทใจทั้งหมดที่มีไปกับครอบครัวของเบนนิโต้อย่างไม่คิดเผื่อแผ่ความเจ็บช้ำและผิดหวังเอาไว้เลย
ทุกวันเธอก็จะรีบตื่นตอนเช้า เพื่อที่จะวิ่งมาหาเบนนิโต้และอันโตนิแม้ว่าจะจากกันไปแต่เธอก็ยังเขียนจดหมายติดต่อกับครอบครัวของเบนนิโต้เสมอ แรกๆ ก็ติดต่อกับชายหนุ่มได้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จดหมายที่ได้รับจากเบนนิโต้เริ่มห่างไป...ห่างหายจนไร้การติดต่อ หากเธอก็ยังได้รับข่าวคราวจากอันโตนิโอ้ผู้เป็นพี่ชายอีกคนเสมอ
“ช่วยไม่ได้ เธอมันโง่เองนี่น่าหนูเมย์ รักใครไม่รักดันมารักพี่บี”
มีนายิ้มเยาะ เขาว่ากัน...แก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย ใช้เวลาระหว่างนี้คิดหาแผนการเพื่อเอาคืนศัตรูให้แพ้ยับเยิน แม้ใจจะเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยายามที่เห็นเมษา เบนนิโต้และอันโตนิโอ้วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ที่เธอต้องท่องไว้เพียงว่าอดทน...อดทน ไม่นานจะต้องเป็นวันของเธอและมันก็เป็นจริง
ตอนไปเรียนต่อเมืองนอก เธอจับได้ว่าเมษาจะส่งจดหมายไปหาเบนนิโต้และอันโตนิโอ้อยู่เสมอ ที่กลายเป็นโอกาสของเธอได้เอาคืนยายตัวมาร จดหมายที่ควรจะถึงมือเบนนิโต้กลับกลายเป็นขยะอยู่ในถัง
ฉบับแรกผ่านไป...เมษายังไม่สงสัย แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบกลับหลายๆ ครั้ง ก็มีการถามไถ่พร้อมกับคำตัดพ้อต่อว่า ทำไมเขาถึงไม่ยอมตอบจดหมาย ที่ทำให้เธอขำหัวเราะไม่หยุดเลยทีเดียว
“เข้าใจอะไรยากจริงๆ เลยนะเมษา” มีนาเอ่ยอย่างเหนื่อยหน่ายใจ หญิงสาวแกะมือเมษาออกจากแขน ก่อนจะผลักร่างโปร่งให้ไปไกลๆ
“ถ้าพี่บีรักแก จะขอหมั้นฉันทำไม” นี่ไงผลตอบแทนที่แกสมควรจะได้รับจากการแย่งคนที่ฉันรักไป
ต้นรักษ์ผู้ชายคนแรกที่เธอมอบทั้งร่างกายและหัวใจให้ แต่เขากลับไม่เคยเหลียวมอง พ่อที่แม้จะดุด่าว่ากล่าวเมษาอยู่เสมอ แต่ในใจกลับรักและเอ็นดู รวมถึงภาคภูมิใจในตัวน้องสาวที่ทั้งเรียนเก่ง การบ้านการเรือนก็เก่ง แม้แต่เบนนิโต้ก็ไม่เว้น ปากก็บอกว่ารักเธอ แต่ความจริงแล้วคนที่อยู่ในใจเสมอมานั้นก็เป็นเมษา
ถ้าเป็นคนอื่นเธอจะไม่แค้นใจเท่านี้...ทำไมใครๆ ถึงได้หลงรักเมษากันนัก ยายตัวมารมีดีอะไรนักหนา
ฮึ! ในเมื่อรักกันมากนัก...ก็ให้มันเจ็บปวดอย่างที่เธอได้รับมันทุกคนไปเลย!
มีนามองรูปร่างของเมษา ที่เมื่อเห็นชัดๆ ความเกลียดที่มีก็ทวีขึ้น ไหนจะความอิจฉาที่ทำให้อกร้อนเหมือนถูกไฟเผาเมื่อเห็นใบหน้านวลผุดผาด ผิวขาวผ่องเป็นยองใย ดวงตากลม ปากนิดจมูกหน่อย ขนตายาวงอน ปากเป็นสีแดงอมชมพูโดยไม่ต้องใช้เครื่องประทินผิวราคาแพงอย่างเธอมาเสริมแต่งเพื่อให้ดูสวยงามและดึงดูดใจผู้ชาย
“โธ่เอ๊ย! นังลูกเมียน้อย อย่างแกนี่นะ จะมาสู้ฉันได้ ไม่ว่าเพื่อน...แฟนแกกี่คนต่อกี่คน ก็ต้องหลงในเสน่ห์ของฉันทั้งนั้น” มีนายิ้มเยาะเย้ย ยกนิ้วจิ้มไปที่อกเมษา
“หล่อนน่าจะรู้ตัวเองได้แล้วนะเมษา ไม่มีผู้ชายคนไหนรักและจริงใจกับแก ขนาดผู้ชายคนแรกที่เอ่ยปากสารภาพรักกับหล่อน เพียงแค่ไม่ทันข้ามวันเขาก็มานอนหมอบอยู่แทบเท้าของฉันแล้ว”
มีนายกไหล่ เดินไปนั่งบนเก้าอี้ พูดอย่างได้ใจ ทั้งที่จริงแล้วผู้ชายแต่ละคนหวังเพียงใช้เธอเป็นสะพานข้ามไปหาเมษา แต่ละคนอ้อนวอนขอร้องให้เธอช่วยเป็นแม่สื่อให้ทั้งนั้น แม้จะใช้ร่างกายหลอกล่อให้ผู้ชายพวกนั้นหลงใหล แต่ก็ไม่เคยมีใครจริงใจหรือรักจริงเลยสักคน ต่างก็เพ้อหาแต่เมษา แม้ขนาดตอนที่กำลังหลับนอนกับเธอก็ตาม
ถ้าไม่ได้เสียงร้องของเมษา เธอยังคงปล่อยให้คาร์เมนทำอะไรกับร่างกายจนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว “ไม่มีอะไรจริงๆ จ๊ะหนูเมย์ ว่าแต่หนูเมย์ทำไมถึงเปียกไปหมดทั้งตัวแบบนี้”กานพลูเปลี่ยนเรื่องเป็นถามเมษาที่เปียกไปทั้งตัว ใบหน้าดูอิดโรย ปากออกสีแดงแต่ออกจะแห้งๆ มีกระไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านมาให้สัมผัสได้ เธอรีบยกมือทาบบนหน้าผากนวลเนียน รู้สึกว่าเพื่อนสาวตัวรุมๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยแผลบนข้อมือเมษา“ตัวร้อนๆ อยู่นะหนูเมย์ แล้วนี่ด้วย...” กานพลูจับแขนเมษามาดู “แขนไปโดนอะไรมา ทำไมมันถึงแดงไปหมดแบบนี้ แล้วแผลที่ข้อมือนี่ได้มาจากไหน อีตาพี่บีทำแกเมื่อคืนใช่ไหมหนูเมย์”กานพลูถามอย่างต้องการคำตอบ หรือว่าจะเป็นตอนนั้น ตอนที่เธอได้ยินเสียงร้องดังลั่นของเมษาดังมาจากหน้าบ้านเธอ ก่อนที่เบนนิโต้จะจับเพื่อนเธอโยนขึ้นรถ ซึ่งเธอมองไม่เห็นด้วยว่าไอ้คนใจร้ายทำอะไรเมษาบ้าง เพราะร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนและเบาะรถบังไว้จนมิด“บ้าจริง! คนอะไรก็ไม่รู้ ใจร้ายชะมัด ฉันอยากให้แกตัดใจจากพี่บีแล้วนะหนูเมย์ ใจร้ายใจดำแบบนี้ ฉันทนรับไม่ไหวแล้วนะแก”เมษายิ้มหยัน มาถึงตอนนี้เธอก็เริ่มหมดหวัง...หมดใจที่จะรักเบนนิโต้ต่อไปแล้วเหมือน แต่.
“ต่อให้ต้องตาย น้องเมย์ก็ไม่มีทางขอร้องอ้อนวอนให้พี่บีเมตตาแน่นอนค่ะ”เมษาเอ่ยด้วยความเจ็บปวดใจ ไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่ห้ามน้ำตาไม่ได้ เธอหลับตาลงเพราะเหนื่อยและอ่อนแรง หมดกำลังใจที่จะสู้รบปรบมือกับเบนนิโต้ที่ไม่เคยฟังเลยสักครั้ง ถึงเถียงไปเธอก็ไม่ชนะเขาอยู่ดี สู้เก็บแรงที่มีไว้ช่วยการพลูและหาทางหนีจากเขาให้ได้ดีกว่า อีกอย่างถึงเบนนิโต้จะทำอะไรรุนแรงไป เธอก็ทนได้อยู่แล้ว ในเมื่อทุกวันนี้มันก็ไม่มีอะไรจะแย่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ตู้ม!!เสียงร่างเมษาลอยกระทบพื้นน้ำทะเล“กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เมษาชูแขนตะเกี่ยตะกายว่ายน้ำ สมองขาวโพลนใบหน้าซีดเผือดดวงตาเบิกกว้าง สองเท้าถีบขึ้นลงหวังเอาชีวิตรอดจากน้ำ“เธอจะร้องกรี๊ดอะไรนักหนาเมษา น้ำไม่ได้ลึกจนเธอยืนไม่ถึงสักหน่อย”เบนนิโต้ยืนหัวเราะร่าอยู่บนกาบเรือมองร่างเมษาดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างอารมณ์ดี เรือถึงที่หมายนานแล้ว ส่วนเขาทีแรกก็อยากจะปลุกยายตัวแสบนี่อยู่หรอกนะ สงสัยว่าแม่ตัวดีคงจะลืมไปว่ามากับเขาเพราะเหตุใดหรือไม่ก็คงจะเหนื่อยกับการเดินทางและยังต้องสู้รบปรบมือกับเขามาตลอดเกือบทั้งคืน ถึงยังหลับตาพริ้มคงจะรอให้เจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย ขนาดว่าเข
“นี่ๆ คุณคาร์เมน คุณปล่อยกานกับหนูเมย์ไปเถอะนะ อย่าทำอะไรเราสองคนเลย เราสองคนกลัวแล้ว” กานพลูนั่งตัวสั่น กระไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ แผ่กระจายมาทำเอาเธอหน้าร้อนผ่าว นี่เขาจะทำให้เธอหวั่นไหวไปถึงไหนกันคาร์เมนถอดเสื้อสูทที่ใส่ห่มให้กานพลู จับศีรษะเธอให้ซบกับคอ “ผมว่าคุณหลับดีกว่า ยังอีกไกลกว่าจะถึงที่หมาย เตรียมตัวสำหรับงานพรุ่งนี้”“จะให้นอนได้ยังไงกันล่ะ ถูกคุณมัดมืออยู่อย่างนี้ ยังไงฉันก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว ถ้านายจะมีใจกรุณาอยู่บ้าง ก็ปล่อยมือฉันก่อนซิ” กานพลูเอ่ยเสียงหวานคาร์เมนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก้มมองคนใกล้ตัว“น่านะคาร์เมน อยู่ในรถ กลางค่ำกลางคืน เงินทองอะไรก็ไม่มีติดตัว เสื้อผ้าที่ใส่ก็ไม่เรียบร้อย ฉันไม่กล้าคิดหนีหรอกน่า” แต่ถ้ามีโอกาส เธอเอาแน่ ไม่ยอมให้ถูกจับตัวพาไปไหนก็ไม่รู้แบบนี้หรอก“ได้ข่าวมาว่าคุณฤทธิ์มากไม่ใช่น้อย ปล่อยแล้วแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่ทำร้ายผม”“เพิ่งจะรู้ว่าผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณกลัวผู้หญิงตัวเล็กเท่ามดอย่างฉัน ก็ได้...ไม่แก้มัดก็ได้” กานพลูทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะหาทางทำให้เงื่อนที่ผูกรัดข้อมือคลายออก“โอ๊ย!” ไม่ได้เจ็บหรอก แต่เธอจะร้องเรียกความส
เมษาอ้อนวอนเสียงสั่น ขณะมองตามกานพลูที่โดนคาร์เมนพาตัวขึ้นรถตู้คันใหญ่ไปก่อนอย่างเสียใจที่ช่วยเหลือเพื่อนไม่ได้ ก่อนจะนึกได้ว่ากานพลูให้สเปร์พริกไทยไว้ หญิงสาวค่อยๆ ล้วงมือที่ไม่โดนเบนนิโต้จับไว้เข้าไปในกระเป๋ากางเกงอยู่บ้านขาสั้นที่เลือกนุ่งจับขวดสเปร์ไว้มั่น จะได้ไม่พลาดตอนฉีดใส่หน้าเบนนิโต้“เสียใจนะเมษา เธอสองคนจะต้องได้รับโทษเหมือนๆ กัน” เบนนิโต้หันหน้าหาพอดีกับที่เมษายกสเปร์พริกไทยขึ้นหมายจะฉีดใส่ตา แต่เขาใช้ความว่องไวยกมือขึ้นจับแขนหญิงสาวไว้ได้ทันและบีบอย่างแรง“โอ๊ย! น้องเมย์เจ็บนะพี่บี” เบนนิโต้เพิ่มแรงบีบลงไปบนมือเมษาเต็มแรง จนเธอต้องคลายมือออกเพื่อจะทิ้งขวดสเปร์ลงกับพื้นเบนนิโต้เขย่าตัวเมษาจนหัวสั่นคลอน ก่อนจะตีไปบนสะโพกเมษาอีกรอบจนเธอทรุดกองกับพื้นหญ้า“ฤทธิ์มากจริงๆ นะเมษา แต่ก็ดี ฉันจะดูว่าระหว่างเรา เธอกับฉันใครมันจะแน่กว่า” เบนนิโต้ใช้มือปิดปากเมษาก่อนที่เธอจะตะโกนร้องเรียกให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยเหลือ“เงียบนะเมษา ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเธอได้รับอันตราย”“อย่าให้ถึงทีน้องเมย์บ้างก็แล้วไป จะตอบแทนความร้ายกาจที่พี่บีทำไว้อย่างสาสมจนจำไม่ลืมเลย” เมษาทำหน้าบึ้ง ยอมให้ชายห
“ก็ได้ แต่เราควรหาอะไรป้องกันตัวด้วยดีกว่า” เมษาเสนอความคิด เธอเหลียวมองหาเครื่องทุ่นแรงที่พอจะใช้ป้องกันตัวเองและเพื่อนได้เผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น“ดีเลย งั้นแกเอาไม้เบสบอลที่อยู่ใต้เตียงนะหนูเมย์ ส่วนฉันจะใช้ไอ้นี่” กานพลูโชว์มีดพับเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในโต๊ะเครื่องแป้งให้เมษาดู ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและยังเลิกคิ้วให้เพื่อนรัก“นี่แกจะเล่นมีดเลยหรือไงกาน” เมษาทำหน้าแหยๆ มองมีดในมือกานพลูตาปริบๆ“ช่วยไม่ได้นี่ ก็ไอ้พี่ต้นชอบทิ้งให้ฉันอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ นี่หว่า มันก็ต้องหาอะไรป้องกันตัวไว้มั่งดิ” กานพลูก้มลงหยิบสเปร์พริกไทยขวดหนึ่งมอบให้เมษาอีกขวดยัดใส่กระเป๋าด้านกางเกงด้านข้าง“เพื่อผิดพลาดไงแก ฉันเป็นผู้หญิงที่ทั้งสาวและทั้งสวย อยู่คนเดียวมันก็ต้องมีอะไรไว้ป้องกันตัวกันมั่งละ หรือแกว่าไม่ใช่”เมษาส่ายหัวยิ้มให้คนเป็นเพื่อน “จ้าแม่คนรอบคอบ ไปกันได้แล้วใช่ไหม”กานพลูยื่นมือส่งให้เมษาแทนคำตอบ“มือแกเย็นเฉียบเลยกาน” เมษาทักขึ้น ทั้งที่มือและเท้าเธอเองก็เย็นเฉียบราวกับแช่น้ำแข็งก่อนออกเดินจากห้องเหมือนกัน“แกก็เหมือนกัน”สองสาวก้าวเท้าสั่นๆ มองไปหน้าบ้าน เห็นร่างสูงที่คุ้นตายืน
เพียงแค่พ้นจากสายตาเบนนิโต้ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความเขินอายกลับแปลเปลี่ยนเป็นนางมารร้ายในบัดดล “ฉันจะทำไงกับแกดีนังเมย์ ถึงจะหายแค้นในสิ่งที่แกทำกับฉันในวันนี้”มือเรียวกำหมัดทุบลงไปบนอ่างล้างหน้าแรงๆ อย่างไม่กลัวจะเจ็บ เพราะเธอโง่เอง ถึงได้ปล่อยให้เมษาปั่นหัวเอาได้ แต่จะว่าไปเกิดเรื่องวันนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยพี่บีก็ได้เห็นว่าเมษาทำได้ทุกอย่างเพื่อทำร้ายเธอ“แกเจอดีแน่นังเมย์” เบนนิโต้จะไม่หยุด จนกว่าจะทำให้คนที่กล้าทำร้ายเธอได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือ เขาจะใช้วิธีการใดเท่านั้นเองหญิงสาวจัดการล้างหน้าล้างตาจนเรียบร้อย แล้วรีบเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างเร็วทันได้เห็นสีหน้าและดวงตาดุดันและแดงเป็นไฟของเบนนิโต้ ในใจนึกกระหยิ่มว่าคราวนี้เมษาคงจะต้องทั้งเจ็บทั้งตัวและเจ็บทั้งใจจนอยากที่จะตายไปเลย หญิงสาวเดินยิ้มหวานให้คนรัก นิ้วเรียววางระหว่างหัวคิ้วกับขมับแล้วนวดให้เบาๆ พร้อมกับเอ่ยถามเสียงหวานใส“พี่บีคิดอะไรอยู่คะ ดูซิหน้านิ่วคิ้วขมวดเชียว” ความจริงแล้วเธออยากจะถามเขาว่า ‘พี่บีเป็นอะไร ทำไมถึงทำหน้าเหมือนกับอยากจะฆ่าคนเสียมากกว่า’ แต่เพราะต้องการให้เบนนิโต้เห็นเธอเป
เมษากัดริมฝีปากน้ำตาคลอมองแผ่นหลังกว้างอย่างปวดร้าว แม้จะเปรยๆ เรื่องแต่หนหลัง เขาก็ยังอคติอยู่ดี หญิงสาวกะพริบตาไล่น้ำตาที่มันเอ่อล้นคลอเบ้า ร้องไห้ไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ถ้าอยากจะเข้าใกล้ใจเบนนิโต้ เธอจะต้องมีความพยายามมากกว่านี้“เป็นไงบ้างหนูเมย์ อีตาพี่บีทำอะไรแกหรือเปล่า” กานพลูวิ่งกระหืดกระห
คาร์เมนนั่งหน้านิ้วคิ้วขมวด เมื่อครู่เขาเห็นกานพลูและเมษานั่งคุยกันท่าทางเคร่งเครียด สลับกับจ้องมองที่ประตูอยู่ตลอดเวลาราวกับว่าพวกเธอสองคนนั่งรอใครอยู่ เพียงแค่ไม่นานก็มีชายร่างสันทัดแต่งตัวดีคนหนึ่งเดินเข้าไปหาทั้งคู่ เพียงแค่เห็นชายคนนั้นกานพลูก็โผเข้ากอดอย่างดีใจ ก่อนที่ทั้งสามคนก็เดินลับหายเข้
ชายหนุ่มร่างสันทัดร่างกายด้านบนเปลือยเปล่า ด้านล่างมีกางเกงแสลกสีดำตัวยาวหลุดออกมากองอยู่ที่สะโพกกำลังคร่อมอยู่เหนือร่างมีนา มือใหญ่วางอยู่ระหว่างเอวเล็กคอด อีกมือวางบนทรวงอก ศีรษะก็ทาบทับอยู่บนทรวงอกอีกข้าง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอ้บ้านั่นมันกำลังทำอะไรกับคนรักของเขาเบนนิโต้เลือดขึ้นหน้าโกรธจนลมออกหู
“เร็วๆ หน่อยซิคะพี่ต้น เดี๋ยวยายปีศาจนี่ก็ตื่นขึ้นมาหรอก” เมษาเอ่ยด้วยความรำคาญใจ เมื่อต้นรักษ์ทำอะไรชักช้าและงุ่มง่าม เธอวางกล้องถ่ายรูปในมือไว้ปลายเตียงนอนแล้วเดินไปดึงแขนชายหนุ่มให้ถอยห่างแล้วก็หันไปทำการปลดกระดุมเสื้อและดึงมันออกจากร่างมีนาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวกำลังตัดสินใจว่าจะดึงเสื้อชั้นในตัว







