LOGIN“แกน่ารักที่สุดเลยกาน” เมษาผวากอดกานพลู พลางหอมแก้มซ้ายขวาของเพื่อนรักก่อนจะรีบลุกขึ้นนำจานข้าวไปวางบนอ่างล้างจาน จัดการล้างจนเรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้องครัว หยิบกระเป๋าเป้มุ่งสู่ห้องนอนกานพลู เพียงแค่ก้าวเข้าไปในห้องได้ หญิงสาวก็โยนกระเป๋าเป้ไว้บนเตียงนอนลายหมีพูสีชมพูที่ช่างไม่เหมาะกันเพื่อนที่มีบุคลิกห้าวๆ อย่างกานพลูเลยสักนิด
อย่างว่าละนะ คนเราก็ต้องมีอะไรให้แปลกใจกันบ้าง มันก็เหมือนกับเธอนั่นแหละ ที่ยังฝังจิตฝังใจกับความทรงจำสมัยเด็กที่คอยหลอกหลอนใจให้เจ็บปวดช้ำชอกอยู่แบบนี้ แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อตัดใจไม่ได้ มันก็ต้องลุยให้ถึงที่สุด!
หญิงสาวเอื้อมไปหยิบวิทยุเครื่องเล็กของกานพลูขึ้นเปิดเพลง ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูลายหมีพูสีชมพูและเดินเข้าห้องน้ำจัดการตัวเอง
เมษาห่อตัวด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ เธอยกผ้าขนหนูขึ้นเช็ดผมบนศีรษะให้แห้งพอหมาดๆ ขณะเดินออกจากห้องด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้น
“นี่ถ้าฉันเป็นพี่บีนะ จะไม่หลงใหลไปกับยายปีศาจมีนาหรอก แกยังจะน่ากินกว่ายายนั่นตั้งเยอะ ดูซิ...ทั้งขาวทั้งอวบ อยากเป็นผู้ชายจังวุ้ย จะได้จีบแกเป็นแฟน”
กานพลูที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียง ลุกขึ้นนั่งยกมือเท้าคาง มองรูปร่างเมษาตาวาว
ผิวเมษาส่วนที่โผล่พ้นผ้าขนหนูออกมานวลเนียน ขาขาวเรียวและกลมกลึง ที่ยิ่งพิศยิ่งมองก็ได้เห็นถึงความงามตามธรรมชาติที่ไม่มีการปรุงแต่ง ส่วนเนื้อใน...คงจะมีเพียงแค่คนใกล้ชิดเท่านั้น ถึงจะรู้ว่า เนื้อแท้ของเมษานั้นดีแค่ไหน หญิงสาวยังเฉลียวฉลาด อดทน ใจดีและชอบช่วยเหลือผู้อื่นด้วย
เมษาส่ายศีรษะกับความทะเล้นของเพื่อนรัก ดวงตาที่เคยหม่นหมองกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง เมื่อคนเป็นเพื่อนชวนคุยเรื่องอื่น
“เย็นนี้พี่ต้นจะกลับมานอนบ้านหรือเปล่ากาน” เมษาถามถึงต้นรักษ์พี่ชายของเพื่อนที่แอบรักเธออยู่ ไม่ใช่ไม่รู้ เพราะชายหนุ่มแสดงออกให้เห็นทุกครั้งและยังเคยบอกรักด้วย แต่เธอก็ปฏิเสธไป ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อใจของเธอได้มอบให้กับใครบางคนจนหมดทั้งดวงแล้ว ต้นรักษ์เลยเป็นได้แค่พี่ชายเท่านั้น
“เปล่า พี่ต้นไปทำงานต่างจังหวัดหลายวันเลยล่ะแก ปล่อยฉันอยู่บ้านคนเดียวเปล่าเปลี่ยวอุรา” กานพลูล้มตัวนอนบนเตียงสองมือวางซ้อนกันใต้ศีรษะแทนหมอน ขณะมองเมษาหยิบเสื้อผ้าตัวสวยของเธอในตู้มาใส่อย่างข้องใจ เมื่อเห็นเพื่อนหยิบชุดชีฟองสีฟ้าน้ำทะเลมาใส่
“ก็ดีนะซิ คืนนี้เราจะได้ไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยง พอพรุ่งนี้ก็มาช่วยคิดวางแผนการกำจัดยายปีศาจมีนาให้พ้นไปจากพี่บี บอกตรงๆ ว่าถึงคิดตอนนี้ก็คิดไม่ออกอยู่ดี สมองมันตื้อมันงงไปหมด ไปโยกซ้ายโยกขวาให้เหงื่อออก เผื่อจะได้มีความคิดดีๆ ผุดออกมาตอนกำลังเต้นอยู่บ้างก็ได้”
“ฮือ...เอาอย่างนั้นก็ได้ ว่าแต่เราจะไปไหนกันล่ะ เห็นแกแต่งชุดนี้แล้วน้ำลายหกว่ะหนูเมย์” กานพลูทำตาวับวาว กลืนน้ำลายลงคอ ขณะมองผิวขาวเนียนนุ่มและร่างสูงโปร่งของเมษาในชุดสีฟ้าน้ำทะเล ตรงบ่าคล้องด้วยสายไก่เส้นๆ ตัวเสื้อแนบกับอกขาว ฐานอกจับจีบเล็กๆ แล้วปล่อยตัวชุดให้ยาวลงมาจนถึงเข่าขับผิวขาวอมชมพูเนียนเด่นให้ยิ่งงามผุดผ่องมากยิ่งขึ้น
เบนนิโต้โง่หรือเปล่า เมษาสวยขนาดนี้และยังรักเขาถึงขั้นตายแทนได้ แต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจ มัวแต่ไปสนใจยายปีศาจมีนาที่วันๆ คิดและทำแต่เรื่องร้ายๆ
คิดแล้วมันช่างเสียเซลฟ์จริงๆ“ไปที่ประจำที่พี่บีชอบไปไงแก” เมษายิ้ม ด้วยนิสัยเบนนิโต้ ถึงจะประกาศว่าจะมีงานหมั้นกับยายปีศาจมีนาแล้วก็จริง แต่เขาก็ยังคงมีอิสระที่จะไปไหนมาไหนกับสาวคนอื่น จนกว่าจะได้หมั้นเป็นทางการนั่นแหละ เบนนิโต้ถึงจะเลิกควงสาวคนอื่น หันมาควงมีนาเพียงคนเดียว
“ลุกไปอาบน้ำซิจ๊ะคุณกานพลูจ๋า จะได้ไปกันสักที ฉันอยากจะเจอหน้าพี่บีใจจะขาดแล้วนะจ๊ะ” เมษาหันมาสั่งและดึงตัวกานพลูจากเตียง
“ได้จ้า...คุณหนูเมษาจอมยุ่ง แกนี่วุ่นวายที่สุดเลย คืนนี้ฉันว่าจะนอนดูหนังเกาหลีที่เช่ามาสักหน่อย เห็นน้องๆ ที่ร้านบอกว่าเรื่องสนุกต้องดูให้จบในคืนเดียว” กานพลูหยิบผ้าขนหนูอีกผืนที่อยู่ในตู้มาแทนผืนเก่าที่โดนเมษาใช่ไปเสียแล้ว
“แกนี่นะ จะดูหนังเกาหลี คิดผิดหรือเปล่ายายกาน ฉันว่าแกดูได้ไม่ทันถึงสิบนาที ตาก็ปิดแล้ว แกไปดูหนังบู๊ดุเดือดเลือดท่วมจอเหมือนเดิมดีกว่า เช่ามาทำไมไม่รู้ เสียเงินเปล่าๆ ” เมษาถามเสียงหลงหยิบแผ่นซีดีที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งของเพื่อนมาดู
“รักวุ่นวายคุณหญิงวายร้ายกับเจ้าชายน้ำแข็ง โห! นี่แกคิดจะดูเรื่องนี้จริงเหรอกาน” เมษาตาโตแค่เห็นชื่อเรื่อง เธอก็คิดออกแล้วว่ามันจะต้องรักจี๋หวานจ๋อยอย่างกับน้ำตาลหกใส่แน่ๆ
“อือ...ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน แค่คิดว่าจะลองดูก่อน แต่อย่างแกว่าแหละ ไม่รู้ฉันจะดูได้ถึงสิบนาทีหรือเปล่า สงสัยคงจะหลับในเสียก่อนเป็นแน่” คนในห้องน้ำตะโกนกลับมา
“เออ...ดีนะแก อยู่ดีไม่ว่าดีหาเรื่องเสียงเงินเปล่าๆ แกนี่จริงๆ เลยยายกาน ถ้าฉันเป็นพี่ต้นนะ จะตีแกให้หลังลายเชียว โทษฐานนำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายในทางไม่เหมาะสม”
เมษาบ่นยาวกับการใช้เงินของกานพลู เพื่อนเธออยากได้อะไร อยากซื้ออะไรก็ซื้อทันทีโดยไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน บางครั้งมานั่งเสียใจเมื่อสายไปแล้ว เสื้อชุดนี้ก็เหมือนกัน ตอนแรกที่เห็นก็ชอบบอก สวยอย่างโน้นสวยอย่างนี้ อยากได้จนอดใจไม่ไหว แล้วเป็นไงล่ะ พอซื้อมาแล้วก็ไม่ใส่ เธอเสียดายเลยเอามาใส่เสียเอง
“อย่าบ่นเป็นแม่แก่ไปเลยหนูเมย์ ตอนนี้ฉันก็รู้จักคิดแล้วนี่ แต่มันก็ยังคงมีเล็กๆ น้อยๆ ที่รอดหูรอดตาไปบ้าง แต่ถึงฉันไม่ดู แกก็ดูไม่ใช่หรือไง” กานพลูพูดมาจากในห้องน้ำ ด้วยรู้ว่าเมษาเป็นคนชอบหนังเกาหลีและมักจะบ่อน้ำตาตื้นทุกครั้งที่ได้ดูหนักรักโรแมนติกหรือหนังรักเศร้าๆ ประเภทที่พระเอกหรือนางเอกตายตอนจบ
เมษาดิ้นพล่าน พยายามทุบตีเบนนิโต้เผื่อผ่อนคลายความเจ็บปวดของร่างกายและจิตใจ เพราะวาจาอันแสนจะร้ายกาจที่สะท้อนดังก้องอยู่ในหัว แต่ชายหนุ่มกลับไม่สะดุ้งสะเทือน ยังหยอกล้อกับร่างกายของเธอราวกับว่ามันเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง ก่อนจะแทรกกายแกร่งและใหญ่โตเข้ามาในร่างกายเธออีกครั้ง“ไม่นะ! ไม่...เอาออกไปนะไอ้คนใจร้าย ฮือๆ น้องเมย์ไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่พี่บีเห็นเป็นดอกไม้ริมทาง ที่จะเด็ดมาชมแล้วโยนทิ้งให้เหี่ยวเฉาอยู่ในถังขยะนะ” เมษาดิ้นหนีกายแกร่ง แต่กลับถูกเบนนิโต้กอดรัดจนแนบชิด เขาดันกายอรชรขึ้นนั่งบนเอวสอบและดันแผ่นหลังเนียนนุ่มเข้ามาจนปลายยอดอกสีชมพูระเรื่อตรงกับปาก“ไม่ใช่หรือเมษา แต่ฉันว่าตอนนี้เธอได้กลายเป็นผู้หญิงข้างถนนของแท้เลยล่ะ และจะไม่เป็นที่ต้องการของใครคนไหนอีก ถ้ารู้ว่าเธอมันเลวชาติและเปรอะเปื้อนคาวโลกีย์แล้ว จะไม่มีผู้ชายดีๆ คนไหนต้องการเธออีกแล้ว นอกจากไอ้ผู้ชายที่มันสีเดียวกับเธอ ผู้ชายสีดำไงเมษา!”เบนนิโต้อ้าปากกัดยอดทรวงสีชมพูเบาๆ สะโพกก็ขยับถาโถมเคลื่อนไหวเข้าหาหญิงสาวไม่หยุดยั้ง ขณะที่ปากก็ขบกัดดูดกลืนยอดทรวงสีชมพูหดเกร็งอย่างย่ามใจเมษาปวดร้าวใจแทบจะขาดเพราะคำพูดและ
“แค่นี้น้องเมย์ยังเจ็บไม่พอ...ยังไม่สาแกใจพี่บีใช่ไหมคะ เอาซิ จะให้ตายตรงนี้ก็ได้ ยังไงพี่บีก็ฆ่าน้องเมย์ให้ตายทั้งเป็นอยู่แล้ว” เมษาโต้กลับทั้งที่เธอเริ่มจะวาบหวามปั่นป่วนเพราะมือที่ลูบไล้ไปทั่วกายา ไหนจะใบหน้าคมคร้ามที่ไม่ละห่างจากสองทรวงอกกลมกลึง กายแกร่งก็ขยับไหวโยกไปมาอย่างช้าๆ เหมือนต้องการให้เธอชินกับการมีเขาเป็นส่วนหนึ่ง“ไม่ล่ะ ฆ่าเธอทิ้ง ฉันเสียดายแย่ เอาไว้เป็นนางบำเรอสักพักดีกว่า” เบนนิโต้ขยับเคลื่อนกายจากที่นุ่มนวลอ่อนโยนก็เริ่มรุนแรงหนักหน่วงขึ้นเมื่อเมษาตอบสนอง“น้องเมย์ไม่ยอมให้พี่บีทำอย่างนั้นง่ายๆ แน่” ใจแข็งไว้ซิเมษา แค่นี้เธอก็ถูกเขาประณามหยาบเหยียดจนไม่มีหน้าจะไม่มองใครแล้ว แต่...สัมผัสที่ชายหนุ่มทุ่มลงมา แม้ใจจะบอกว่าอย่าแต่กายกลับโอนผ่อนและสนองตอบไป“แล้วเธอจะขัดขืนฉันได้ยังไงล่ะ ในเมื่อตอนนี้เธอ...” เบนนิโต้หัวเราะ เมื่อเขาถอยห่าง เมษาก็ผวากอดและตอบสนองเขาอย่างไม่ประสาที่ทำให้เขายิ่งปวดร้าวเพราะความต้องการมากล้น กายแกร่งขยับไหวเคลื่อนไปราวกับอาชาที่วิ่งอยู่ในท้องทุ่งกว้าง“หยุดฉันไม่ได้ แล้วยังต้องการให้ฉันช่วยผ่อนคลายดับกระหายอยากที่เป็นอยู่ด้วยไม่ใช่หรือไง”เ
“ร้ายกาจใช่ไหม” เมษามองเบนนิโต้ด้วยสายตาตัดพ้อ “บอกมาซิ น้องเมย์เลวจนพี่บีไม่อยากจะมองหน้าใช่ไหม เลวจนพี่บีอยากจะบีบคอให้ตายอยู่ตรงนี้ใช่ไหม”ก๊อก ก๊อก ก๊อก“หนูเมย์ตอบหน่อย แกเป็นไงบ้าง” กานพลูตะโกนถามอย่างเป็นห่วงเมษาอ้าปากจะตอบกลับไปแต่ไม่ทันเบนนิโต้ที่จับตัวเธอเอาไว้เสียก่อน“คาร์เมนฉันรู้ว่านายอยู่แถวนั้น พายายนั่นไปให้พ้นก่อนที่ฉันจะระงับอารมณ์ตัวเองไม่อยู่” เบนนิโต้ตะโกนกลับไปสองมือกำรอบลำคอเมษาและเขย่าอย่างแรงจนหัวสั่นคลอน“นายครับผู้ชายคนนั้นเพียงแค่คุยกับคุณมีนา สอบถามเรื่องกานพลูกับเมษาเท่านั้นเองครับ” คาร์เมนตะโกนบอกผู้เป็นนาย“ฮือ...” เบนนิโต้ส่งเสียงรับรู้ เขาจับแขนเมษาบีบไว้ พลางถามคนตรงหน้าเสียงเคร่งเครียด “พูดอีกครั้งซิเมษา พูดอีกครั้ง”คาร์เมนลากตัวกานพลูลงไปยังชายหาด เพราะเขากลัวว่าถ้าอยู่นานอีกนิด หญิงสาวอาจโดนเบนนิโต้ออกมาทำร้ายได้ เพราะแค่ได้ยินเสียง เขาก็รู้แล้วว่านายโกรธจัดขนาดไหน“ปล่อยกานนะคาร์เมน จะพากานไปไหน ปล่อยซิ” กานพลูพยายามสะบัดมือ แต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้ จำใจต้องไปตามแรงลาก แต่ก็ไม่วายส่งเสียงแปดหลอดใส่ชายหนุ่ม“ปล่อยนะไอ้บ้าคาร์เมน กานไม่ไปไหนด้วย
“ฮื่อ” คาร์เมนพยักหน้า แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมเขาถึงได้รู้สึกแปลกๆ ยามเมื่อเข้าใกล้กานพลู เริ่มจะอดใจไม่ค่อยไหว อยากแต่จะสัมผัสลิ้มลองลิ้มรสเนื้อหอมหวานปานน้ำผึ้งของหญิงสาวกานพลูจัดการกับตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย จึงวิ่งออกจากห้องนอนคาร์เมนไปอย่างเร็ว โดยไม่สนใจคนที่เดินตามออกมา เพราะเป็นห่วง กลัวว่าเบนนิโต้อาจจะพลั้งมือทำร้ายเมษาจนเพื่อนเธออาจจะเข้าโรงพยาบาลอีกก็ได้ในห้องนอนเบนนิโต้มืดมิด...หากก็ยังพอมีแสงสว่างที่ส่องเข้ามา ทำให้เมษาเห็นหน้าคนที่พาเธอเข้ามา เขาเป็นเหมือนกับมัจจุราชที่กำลังพาเธอไปสู่นรกขุมสุดท้ายเบนนิโต้จับแขนเรียวยาวบีบอย่างแรงจนเมษานิ่วหน้า เพราะความเจ็บ หากเธอก็ไม่ปริปากร้องขอความเห็นใจจากคนที่ยิ่งเห็นเธอร้องไห้ก็ยิ่งสะใจที่ได้ทำร้ายกันไม่! อย่าร้องสิเมษา แต่...เธอก็ข่มกลั้นมันเอาไว้ไม่ได้ น้ำตายังคงไหลอาบแก้ไม่ขาดสาย“ตกลงเธอจะบอกเบอร์โทรศัพท์ของไอ้บ้านั่นให้ฉันได้หรือยังเมษา” ชายหนุ่มถามพลางเหวี่ยงเมษาอย่างแรง จนร่างบางเซถลาไปกระทบกับขอบเตียง จนเธอถึงกับจุกก่อนจะล้มกองกับพื้นหญิงสาวเงยหน้ามองเบนนิโต้ น้ำตาไหลอาบแก้ม ยกมือจับหัวไหล่ที่โดนกระแทกกับขอบเตียง กัด
คาร์เมนมองสบตากานพลูขณะมือก็แกะกระดุมเสื้อหญิงสาวออกทีละเม็ดจนหมด เผยผิวขาวนวนเนียนราวกับไข่ปอก ชายหนุ่มลากไล้ปลายนิ้วผ่านทรวงอกกลมกลึงช้าๆ“หยุด...หยุดนะคาร์เมน!” กานพลูยกแขนข้างหนึ่งปิดทรวงอก อีกมือก็ดันกายคาร์เมนเอาไว้ จนชายหนุ่มต้องจับสองแขนเรียวไปตรึงไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะก้มหน้าลงไปช้าๆหญิงสาวขนลุกชัน ใบหน้านวลสวยเอ่อร้อนและแดงระเรื่อ “หยุดมองนะคาร์เมน...ฉันไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่นายจะลวนลามได้ง่ายๆ นะตาบ้า”กานพลูห้ามเสียงสั่น น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอชอบคาร์เมนก็จริง แต่การจะให้เขาล่วงเกินโดยไร้คำบอกรัก ไร้การยอมรับจากคนสำคัญ ที่สำคัญคือยังมีการเข้าใจผิดกันอยู่อย่างนี้“หือ...เธอร้องไห้เป็นด้วยเหรอกาน ไม่น่าเชื่อ ไม่ต้องมาเล่นลูกไม้ใช้น้ำตากับฉันเลย ฉันไม่หลงกลผู้หญิงร้อยเล่ห์เจ้ามารยาอย่างเธอหรอกนะกาน ถ้าจะให้ฉันหยุดก็ได้นะ แต่เธอจะต้องบอกเบอร์โทรศัพท์พี่ชายมาก่อน”บ้าจริง! เขาลืมไปได้ยังไงว่าทำอะไรอยู่ ถ้าหากชักช้ามาไปกว่านี้กลัวมีนาจะเป็นอันตรายจากพี่ชายกานพลูได้ และนายเองก็อาจจะระงับโทสะเอาไว้ไม่ได้ อาจจะเผลอทำร้ายเมษาไปก็ได้“ว่าไงล่ะกาน จะบอกหรือเปล่า”“ไม่บอก!” กานพลูยังคงยืนย
“คนสติดีที่ไหนเขาทำกันเล่า ถ้าไม่ใช่เพราะถูกบังคับนะ”คาร์เมนเลิกคิ้ว แม้จะเริ่มคิดหนัก เพราะเท่าที่เขาเห็น เมษาเข้มแข็งมิใช่น้อย หญิงสาวมีนิสัยเอื้อเฟื้อและค่อนข้างจะเข้าใจคนอื่น เวลาหยิบจับอะไรคล่องแคล่วทีเดียว“รู้ไหมว่ายายปีศาจมีนานั่นหลอกกานกับหนูเมย์ไปให้เพื่อนปล้ำ นายจะให้เราอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ยายนั่นเล่นงานเอาฝ่ายเดียว ไม่ตอบโต้ใช่ไหม” กานพลูพลิกจากฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเป็นฝ่ายตั้งรับ เธอยิ้มหยันเมื่อสิ่งที่ถามไปครั้งนี้ สร้างความตกตะลึงและคาดไม่ถึงให้กับคาร์เมนได้ไม่น้อย“เมื่อไหร่” คาร์เมนถามเสียงเยียบเย็นด้วยความไม่พอใจ เขาไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน ไม่พอใจมีนาหรือว่าผู้ชายพวกนั้น หรือคนที่กำลังพูดอยู่ตอนนี้กานพลูค้อนคาร์เมน ก่อนที่จะเล่าต่อด้วยเพลิงโทสะเมื่อย้อนนึกไปถึงตอนนั้นเธอกับเมษาเรียนอยู่มัธยมหก โดนอาอาจารย์วิชาภาษาไทยลงโทษเพราะแอบคุยและแอบทานขนมกันในห้องเรียนเมษาเห็นว่าเย็นมากแล้ว จึงโทรให้คนที่บ้านมารับ แต่ไม่มีใครว่าง มีนาเป็นคนมารับและพาเธอกับเมษาไปยังบ้านหลังหนึ่งที่ทางเข้าก็ค่อนข้างจะเปลี่ยวและน่ากลัว“เธอพาเราสองคนมาที่นี่ทำไมมีนา” เมษาถามขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านที่น







