เข้าสู่ระบบ"ฟ้าใส" เมื่อเธอเดินออกมาจากห้องทำงานของเจ้าสัวธวัช เขาที่เป็นต้นเหตุก็เดินตามออกมาทันที เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าพ่อเขาจะทำแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่เขาคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ
"พอใจหรือยัง!" เธอก็พูดพร้อมกับรีบปาดน้ำตา ที่ไหลออกมา "ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันไม่รู้ว่า..." "หุบปากไปเถอะ ทุเรศที่สุด!" เธอก็พูดขึ้นด้วยอารมณ์ที่โกรธและเดือดดาล ทุกอย่างที่เธอทำมา ทุกความพยายาม มันพังหมดแล้ว "ฟ้าใส..." "ฉันไม่คิดเลยว่า ชีวิตตัวเองต้องมาเจออะไรที่บัดซบแบบนี้" ตั้งแต่ที่พ่อแม่เธอทิ้งไป เธอก็เหมือนคนที่โดดเดี่ยว ไม่มีที่ไป จนต้องได้มาอาศัยบ้านคนอื่นอยู่ ฐานะก็คือคนรับใช้ ทั้งยังมาเจอคนบ้าอำนาจพวกนี้อีก "..." ยิ่งเห็นแววตานั้นของเธอ เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดขึ้นมาในใจ เขาที่ไม่เอาไหน ทำให้พ่อไม่ไว้ใจ กลัวจะเรียนไม่จบ จนได้ลากเธอเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ซึ่งมันก็เป็นการกระทำที่ไม่ถูก "ฉันเกลียดคุณ!" เธอพูดพร้อมกับกำลังจะเดินออกไป "มันจะมากไปแล้วนะ" เมื่อได้ยินประโยคนั้นจากปากเธอ พร้อมกับสายตาที่มองเขาอย่างรังเกียจ เขาก็รู้สึกโกรธขึ้นมาในทันที เพราะไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้ "มันไม่มากไปเลยสำหรับคนแบบคุณ ชีวิตฉันคงโชคร้ายที่สุดในโลก ที่มาเจอคนแบบพวกคุณ" "โอเค! เธอจะได้รู้จริง ๆ ว่าชีวิตที่โชคร้ายเป็นยังไง เธอมาท้าทายฉันเองนะฟ้าใส" เขาก็พูดพร้อมกับเดินเข้ามาบีบแขนเธอ ด้วยสายตาที่โกรธ จนแทบจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ "ปล่อยนะฉันเจ็บ!" เธอพยายาม สะบัดแขนเขาออก แต่ก็ไม่เป็นผล "ก็เจ็บไงจะได้รู้ ว่าอย่าพูดจากับฉันแบบนี้อีก!" "ทุเรศที่สุด" "ฟ้าใส!" "ทำไมคุณถึงเป็นได้ขนาดนี้ จิตสำนึกอะไรในใจมีบ้างไหม คุณไม่เคยชอบฉันเลยฉันรู้ และคนที่ไม่ชอบกัน มันไม่ควรจะอยู่ใกล้กันแบบนี้ มันจะยิ่งทำให้เกลียด" "ใช่ ฉันไม่เคยชอบเธอ และฉันก็จะทำทุกอย่าง ให้คนที่อวดเก่งอย่างเธอรู้ ว่าเธอไม่มีสิทธิ์มาแสดงพฤติกรรมอะไรแบบนี้ กับคนที่เหนือกว่าเธอทุกอย่างแบบฉัน" "ถึงตอนนี้ ฉันไม่แปลกใจเลย ทำไมคุณถึงเป็นได้ขนาดนี้ ก็เพราะคนที่ไม่มีแม่อบรมสั่งสอน มันเลยหาสิ่งดี ๆ ในตัวเองไม่ได้ไง" "ฟ้าใส!" เมื่อโดนพูดถึงปม ที่จี้ในใจเขาขนาดนี้ เขาก็ระเบิดออกมาทันที เพล้ง! เธอถูกผลักออก พร้อมกับเขาที่โวยวายปัดเข้าของ ที่อยู่ตรงนั้นจนกระจัดกระจายไปหมด ของทุกอย่างพังภายในเวลาไม่กี่วิ จนเธอเองถึงกับตาเบิกกว้าง ตัวสั่นด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะเป็นหนักขนาดนี้ ตาที่แดงก่ำคู่นั้น มองมาที่เธออย่างวิโรจน์ มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิดลึก ๆ ในใจ คิดได้ว่าตัวเองคงพูดแรงเกินไป แต่ทำยังไงได้เพราะมันคือความจริง "คุณ..." “ออกไป!” เขาก็ตะคอกใส่เธอเสียงดัง "ฉัน..." "กูบอกให้ออกไป ออกไปเดี๋ยวนี้!!!" ก่อนที่เขาจะตะคอกขึ้นเสียงดังกว่าเดิม พร้อมกับโกรธจนลำคอหนาขึ้นเอ็น แดงไปหมด "เกิดอะไรขึ้นคะ" ป้ามลที่ได้ยินเสียงดัง ก็รีบวิ่งออกมาดู พอเห็นภาพนั้นเธอก็ตกใจตาเบิกกว้างเช่นกัน เพราะรับรู้แล้ว ว่าหลานสาวตน คงทำอะไรให้นายน้อยของบ้าน โกรธมากแน่ ๆ "ออกไป!!! ออกไปให้หมด" "ฟ้าใส ไป ๆ ออกไป" ป้ามลก็ดันตัวหลานสาว พาออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด "โธ่เว้ย!!!" เขาก็หันซ้ายหันขวา พร้อมกับเสยผมลวก ๆ ด้วยอาการของคนที่โกรธ และไม่พอใจเป็นอย่างมาก ไม่เคยมีใครกล้าดีมาจี้ปมในใจเขาแบบนี้ "ฮึก ๆ ป้า" หญิงสาวก็ร้องไห้จนตัวสั่นโยน เธอทั้งกลัวเขา ทั้งเสียใจกับสิ่งที่เจอ ทุกอย่างในหัวมันตีกันไปหมด ใครจะคิดว่าตัวเองจะเจอเรื่องอะไรแบบนี้ได้ "ไม่ต้องร้อง ๆ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมนายน้อยถึงได้อาละวาดแบบนั้น" "ฮึก ๆ คุณท่านให้หนูไปสละสิทธิ์ คณะที่หนูสอบติดจ้ะป้า" พูดจบประโยคก็ร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม "โถ่ฟ้าใส" "หนูไม่ได้อยากเรียนวิศวะ หนูอยากเรียนที่ตัวเองสอบได้ หนูพยายามมากนะป้า ทำไม ๆ ฮึก ๆ" "ป้าเห็นใจนะ เฮ้อ แต่ป้าก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน" เพราะรู้จักเจ้าสัวธวัชดีกว่าใคร ๆ ถ้าเกิดขัดคำสั่งหรือไม่ยอมทำตาม อย่าว่าแต่เรียนคณะที่อยากเรียนเลย มหาลัยก็อย่าได้หวัง "หนูเกลียดเขาป้า เกลียดนายน้อยของป้า ไม่ชอบเจ้าสัวที่บงการและบังคับ ชีวิตหนูจะอยู่แค่นี้จริง ๆ เหรอ" "ป้ารู้" "หนูไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเป็นได้ขนาดนี้กัน ลูกชายไม่เอาไหน แล้วทำไมต้องดึงคนอื่นไปอยู่ด้วย แล้วอนาคตของหนูล่ะ สิ่งที่หนูพยายามมาตลอด มันจะจบที่สองพ่อลูกนี้จริง ๆ เหรอ" เธอก็พูดออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ "ฟ้าใส ป้าเห็นใจนะ แต่ป้าก็อยากให้รู้ ว่าคนอย่างเจ้าสัวธวัชเขามีอำนาจมาก ถ้าเราไม่ทำตาม อย่าว่าแต่นิเทศเลย มหาลัยก็คงจะไม่ได้เรียน" "ป้า..." น้ำตาเธอก็ไหลออกมาอีก มันหมดหนทางจริง ๆ แล้วใช่ไหม "ทำตามนั้นไปก่อน ป้ารู้ว่าเสียใจ แต่เชื่อป้าเถอะนะ ทุกอย่างมันดีกับฟ้าใสเอง" ป้ามลก็ดึงตัวหลานสาวมากอดไว้ เพื่อปลอบชโลมใจ รู้ดีว่าฝืนไปก็เท่านั้น เพราะสุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี "..." เธอก็ได้แต่กล้ำกลืนความเสียใจเอาไว้ ชีวิตเธอไม่มีทางเลือกมาก อย่าว่าแต่ได้เลือกเลย จะเดินไปทางไหนก็ยังโดนขีดเส้น เหมือนสิ่งที่เจออยู่ตอนนี้ Rrr Rrr Rrr และในตอนนั้นวิลล์ก็โทรเข้ามาพอดี ทำให้เธอได้แต่มองที่โทรศัพท์ แต่ก็ไม่ได้กดรับสายแต่อย่างใด ทั้งไม่รู้ด้วยว่าจะเริ่มบอกยังไง คนอื่นจะคิดยังไง ชีวิตของเธอไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้ ณ คอนโดคิมหันต์ "ไอ้เหี้ยมึงเป็นอะไรของมึงเนี่ย" "สอบติดมหาลัยทั้งที มึงทำน่าเบื่อโลกอะไรขนาดนั้น" "ทำให้ป๊ามึงพอใจได้ทั้งที เกิดอะไรขึ้นอีกวะ" เมื่ออารมณ์ไม่มีท่าทีจะดีขึ้น เขาก็ออกมาหาเพื่อน ตามประสาอย่างทุกวัน แต่วันนี้ไม่สบอารมณ์กับใครเลย คำพูดของผู้หญิงคนนั้นยังวนเวียนในหัว 'ฉันไม่แปลกใจเลย ทำไมคุณถึงเป็นได้ขนาดนี้ ก็เพราะคนที่ไม่มีแม่อบรมสั่งสอน มันเลยหาสิ่งดีในตัวเองไม่ได้ไง' "พวกมึงไม่ต้องถามมากได้ป่ะ กูหงุดหงิดชิบหายเลยตอนนี้" เขาก็พูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ พร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นมาดูด "เชื่อแล้วว่าหงุดหงิดจริง" แก๊งเขาจะมีกันอยู่ 4 คน คิมหันต์ วายุ แล้วก็มาวิน และแต่ละคนก็รู้นิสัยไอ้เพื่อนตัวดีคนนี้ดี และเมื่อเป็นแบบนี้ก็ต่างหุบปากลง เพราะรู้ดีว่า หนทางไม่กี่อย่างที่จะทำให้มันอารมณ์ดีขึ้น อย่างหาเครื่องดื่มมาให้ดื่ม หาเกมสนุก ๆ ให้เล่น ไม่ต้องเซ้าซี้หรือถามมากอะไร ถ้ามันอยากพูดมันก็บอกเอง "ใครจะคิดวะแม่งได้เรียนวิศวะที่เดียวกัน" คิมหันต์เจ้าของห้องก็พูดขึ้น "เออ บันเทิงแน่ ๆ กูว่า" มาวินก็พูดพร้อมกับสกิดวายุให้พูดขึ้นด้วยอีกคน เพราะอยากทลายความตึงเครียด ของไอ้คนที่มันไม่สบอารมณ์กับใครอยู่ "ใช่ ๆ คงมีอะไรสนุก ๆ ให้ทำเยอะ" "สาววิศวะจะสวยไหมว่ะ" ด้วยความเจ้าชู้ที่เริ่มมาตั้งแต่เด็ก ทำให้คิมหันต์สนใจผู้หญิงสวยเป็นอย่างมาก "กูว่าไม่ค่อยมีหรอก ส่วนมากคณะนี้ แม่งมีแต่ผู้ชาย" มาวินก็พูดพร้อมกับถอนหายใจ อยากเจอผู้หญิงสวยเหมือนกัน แต่คงคาดหวังในคณะที่มีแต่ผู้ชายเป็นส่วนมากไม่ได้ "ถ้ามีผู้หญิงสวยมากูจองหนึ่ง" "มันจะมีผู้หญิงสวย ๆ ที่ไหนมาเรียนวิศวะว่ะไอ้ห่า" "มี" และคนที่นั่งหน้าอึ่มครึมอยู่ก็พูดขึ้น "ใคร/ใคร/ใคร" "..."1 ปีผ่านไปเมื่อลูกสาวหายดีแข็งแรงจนปกติทุกอย่างแล้ว งานแต่งงานของทั้งคู่ก็ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต บรรดาแขกมากมายที่มาร่วมงาน ก็ต่างแสดงความยินดีกับทั้งคู่เจ้าสัวธวัชกับคุณหญิงอิงอร ก็ดูจะภูมิใจในงานนี้มาก ๆ แนะนำหลานสาวแสนน่ารักอย่างน้องวันใหม่ให้ทุกคนได้รู้จัก เจ้าสัวธวัชเดี๋ยวนี้ก็มีแต่รอยยิ้มของความใจดี ไม่มีความโหดเหี้ยมใดหลงเหลืออยู่ในใบหน้าแม้แต่น้อย"นี่หลานสาวผมครับ ชื่อน้องวันใหม่""ยินดีด้วยนะครับ หลานสาวน่ารักมากเลย" ทุกคนที่พบเห็นก็ต่างชอบ และดีใจกับครอบครัวนี้เป็นที่สุด"ครับ ไปอยู่ซีแอตเทิลมา สื่อสารภาษาอังกฤษเก่งกว่าปู่อีก""เด็กตัวเท่านี้กำลังความจำดีเลยครับ""ดูท่านเจ้าสัวมีความสุขจังเลยนะคะ""ใช่ครับ ตอนนี้ไม่เหงาแล้ว มีทั้งภรรยา แล้วก็หลานสาว แค่นี้ชีวิตคนแก่อย่างผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว""ยินดีด้วยมากๆ เลยนะครับเจ้าสัว"ทุกคนก็ต่างยิ้มแย้มดีใจ เจ้าสัวธวัชที่เปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน ตั้งแต่ที่คุณหญิงอิงอรกลับมา ข้อคอรหาที่ลือกันว่า สั่งเก็บเมียก็หมดไป ทั้งธุรกิจของลูกแต่ละคน ก็ดูจะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งกิติกรลูกชายคนเล็ก เจ้าบ่าวป้ายแดง และ ชินกร ลูกชายคนโต ก็ดูจะย
ตุ๊บ ๆ ๆ ๆ "เฮือก พะพอแล้ววว กะ...กูยอมแล้ว" คิมหันต์ก็ยกมือไหว้อย่างคนที่หวาดกลัว ตั้งแต่วันนั้นมา จนถึงตอนนี้เวลากว่าหกปี เขาไม่กล้าสู้หน้าใครเลย ทั้งกลัวเรื่องนี้จะเปิดเผย แต่ด้วยที่ติดการพนันหนักมาก ก็ได้เพื่อนรักอย่างกิติกร ที่คอยช่วยและให้ยืมเงิน แต่ด้วยคนติดการพนันอย่างเขา ก็เอาเงินไปลงที่บ่อนหมด จนตอนนี้ก็หนีเจ้าหนี้หัวซุกหัวซุนเหมือนกัน "มึงกล้ามากนะไอ้เหี้ย กล้าทำแบบนั้นกับกูได้ยังไง!" เขาพูดขึ้นด้วยความโกรธ พร้อมกับกระทืบไปแรงแรงอีกครั้ง "กะ...กู" "นะ...นี่มันเรื่องอะไรกัน" ชมพูที่โดนพาตัวมาเหมือนกัน ก็แหกปากพยายามขัดขืน "นะ...นายน์" เมื่อเห็นกิติกรอยู่ในห้อง และสภาพคิมหันต์ก็ดูไม่ได้ ทำให้ชมพูยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก และกำลังวิ่งออกไป แต่ก็โดนกระชากผมไว้ก่อน "จะไปไหน!" "ชมพูไม่เกี่ยวนะ ไอ้คิมหันต์ ไอ้คิมหันต์มันล่อลวงชมพูทั้งนั้น" "อีชมพู!" "หึ ล่อลวง? หรือมึงไปให้มันเอาเองกันแน่" "มะ...ไม่ใช่นะนายน์ ไม่ใช่แบบนั้น" แววตาเขาตอนนี้ดูน่ากลัวมาก และเธอก็รู้ว่าคนอย่างเขาทำได้ทุกอย่าง "กูไม่ได้โง่ คนอย่างกูรู้หมดนั่นแหละ ว่ามึงเองเป็นคนยังไง" "นายน์ อย่าเข้าใจชมพูผิดแบบ
"นี่ห้องนายไม่ใช่เหรอ""ก็ใช่น่ะสิ นี่ห้องฉันไง เธอก็เคยขึ้นมาตั้งหลายครั้ง หรือจำไม่ได้แล้ว" เขาเดินมากระซิบข้างหูเธอ"นายนอนกับลูกก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันไปนอนกับป้ามล" เธอก็กำลังจะเดินออกจากห้องเขา"ว๊ายยยยย" แต่มีหรือคนอย่างเขาจะยอม ถึงห้องเขาแล้วไม่ปล่อยเธอไปไหนหรอก เขาดึงตัวเธอนอนบนเตียง พร้อมกับเขาที่คร่อมทับ และมองตาเธออย่างเจ้าเล่ห์"จะไปไหน""ปะ...ปล่อย ฉันจะไปดูลูก""ให้ลูกอยู่กับอากงกับย่าไป เวลานี้เป็นเวลาของผัวกับเมีย""มะ...เมียที่ไหน ปล่อยฉัน" เธอก็พยายามผละเขาออก"ก็เมียที่ฉันนอนทับอยู่นี่ไง ตั้งแต่ไม่มีเธอ ฉันไม่เคยมีใครเลยนะฟ้าใส ฉันมีแต่เธอคนเดียว แม้แต่นอนกับใครฉันยังไม่เคยทำเลย""..." เป็นเรื่องที่เธอไม่อยากจะเชื่อ"ฉันซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองมาก ฉันตามหาเธอ แทบพลิกแผ่นดิน และกว่าจะเจอเธอได้ ขอบคุณนะฟ้าใส ที่ให้โอกาสฉันได้กลับมาดูแลเธอ ที่ผ่านมาฉันแย่มาก แต่ที่ฉันทำไปทุกอย่าง ก็เพราะฉันรักเธอนะ""รัก...""ฉันรักเธอคนเดียว รักตั้งแต่แรกเห็นแล้ว และฉันก็ไม่เคยรักใครอีกนอกจากเธอ""เกลียดฉันไม่ใช่เหรอ จะมารักฉันตั้งแต่แรกเห็นอะไร""ก็ตั้งแต่ที่เจอเธอครั้งแรก ตอนเธอเข้
"เธอไม่ได้บอกฉันเลยว่าเธอท้อง!""ตอนนั้นหนูคิดว่าไม่จำเป็นค่ะ" ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะเธอก็ไม่ได้บอกใครว่าเธอท้อง แม้แต่พ่อของลูกเอง"จะไม่จำเป็นได้ยังไงล่ะ ถ้าฉันรู้ว่าเธอท้อง...""หยุดพูดเรื่องนี้เถอะค่ะ หนูจะคืนเงิน 20 ล้านบาทให้ หนูไม่ขอรับไว้แล้วค่ะ เพราะหนูสามารถดูแลลูกได้"เขาก็หันมองหน้าเธอพร้อมกับความรู้สึกที่เสียใจ นี่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูกคนเดียว ต้องลำบากขนาดไหน คนเป็นพ่ออย่างเขาซะอีกที่ไม่เคยทำอะไรเพื่อลูกเลย"ฉันไม่...""พอเถอะ! อย่าให้ผมต้องรู้สึกแย่กับป๊าไปมากกว่านี้เลย""คนอย่างคุณนี่มันต่ำตม และแย่ที่สุด" อิงอรก็พูดพร้อมกับเดินไปหาหลานสาว"ไม่ต้องร้องนะครับลูก เดี๋ยวป๊าพาออกไปอยู่ข้างนอก" เขาก็กำลังจะพาเธอกับลูกออกไป"หยุดอยู่ตรงนั้น ฉันไม่ได้จะว่าอะไร ฉัน...ฉันจะขอโทษ ขอโทษ! พอใจหรือยัง" เจ้าสัวธวัชก็พูดขึ้น อย่างคนที่ทำตัวไม่ถูก"..." หลายคนที่อยู่ตรงนั้นก็ต่างชะงักไป และหันไปมองเป็นตาเดียว"ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง ฉันทำไปเพราะฉันไม่รู้""ขอให้สำนึกจริง ๆ เถอะ" คุณอิงอรก็พูดพร้อมกับกอดอก"คุณอร ผมก็สำนึกแล้วนี่ไง ผมเองก็รู้สึกผิด ฟ้าใส ฉันขอโทษ
ณ ประเทศไทยตอนอยู่บนเครื่องน้องวันใหม่ก็ตื่นเต้นมาก ถามพ่อกับแม่ชี้นั่นชี้นี่ไปเรื่อย ด้วยที่เป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ทั้งได้รู้ว่าเครื่องบินลำนี้ เป็นเครื่องบินส่วนตัวของพ่อตัวเอง ความตื่นเต้นก็ยิ่งมีมากขึ้นอีกหลายเท่าเขาสังเกตุเห็นว่าเธอกับป้ามลจับมือกันอยู่บ่อย ๆ เขาก็รู้สึกแปลกใจมาก แต่ก็ไม่อยากซักไซ้ถามอะไร เพราะไม่อยากให้เธออึดอัดหรือไม่สบายใจ"ฟ้าใส ถึงเมืองไทยแล้ว""อือ" เธอก็ตอบพร้อมกับยิ้มให้เขา"ไม่เป็นไรนะ" เขาพูดเหมือนเป็นการส่งกำลังใจให้เธอ ยิ่งรับรู้เรื่องที่เธอเจอมา เขาก็ยิ่งรู้สึกผิด และอยากทำทุกอย่างในวันนี้ให้ดีขึ้น เพื่อเธอกับลูกณ บ้านอัคราคินน์รถตู้คันหรู ขับเข้ามาภายในบ้านอัคราคินน์ บ้านของเจ้าสัวธวัช กัญจาวีร์ใจเต้นแรงกว่าตอนที่เครื่องถึงไทยอีก"ไม่เป็นไรนะฟ้าใส อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด""แต่หนู...""ไม่ต้องคิดอะไรมาก นะเชื่อป้า""ขอบคุณนะจ้ะป้า ที่อยู่กับหนูทุกช่วงเวลาเลย""ยังมีป้าอยู่ ไม่ต้องคิดมาก""จ้ะ" เธอกับป้ามลก็จับมือกันเพื่อให้ความเชื่อมั่น เธอไม่อยากเป็นคนที่ผิดคำพูด เนื่องจากรับเงินมาแล้ว ตั้ง 20 ล้าน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เพราะเธอตั้งใจว่าจะเก
ถึงเวลาเที่ยงสามคนพ่อแม่ลูก ก็ออกไปกินข้าวด้วยกัน ทั้งคู่จับมือลูกสาวตัวน้อยไว้คนละข้าง พร้อมกับเด็กหญิงที่พูดจาเฉื่อยแจ้วอย่างน่ารัก ทำให้พนักงานแต่ละคนหันมองแล้วยิ้มตาม"เป็นไงล่ะคดีพลิกเลย ชอบนินทากันดีนัก""ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ฉันรู้สึกผิดมากเลยที่เอาเรื่องแบบนี้มาเล่าให้พวกเธอฟัง""ฉันก็เหมือนกัน""ชอบเลียคุณออร่าดีนัก เป็นไงล่ะ เขาเป็นถึงสามีภรรยากัน ทั้งน้องวันใหม่ก็ยังเป็นลูกเขาอีก""ฉันก็รู้สึกผิดอยู่นี่ไง""ไว้ค่อยไปขอโทษกัญเขาก็แล้วกัน ถ้าไม่พอใจขึ้นมา พวกเธอตกงานกันได้เลยนะ"พวกคนที่ชอบนินทา ก็ต่างก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด ก็ใครจะไปคิดว่าเรื่องสนุกที่เอามาเม้าส์กัน มันไม่ใช่แบบที่คิดด้วยที่อยากเอาใจลูก ผู้เป็นพ่อก็ถามใหญ่เลยว่าลูกชอบอะไรไม่ชอบอะไร และด้วยปัญหาสุขภาพ ก็เช็คดูตลอดว่าอะไรทานได้หรือทานไม่ได้ ความจริงก็ไม่อยากขัดใจลูกสาวตัวน้อย แต่ด้วยที่ต้องเข้าใจว่าตอนนี้ไม่สบายอยู่"กินไม่ได้หรือคะคุณแม่" น้องวันใหม่ได้แต่มองไอติมในเมนูตาละห้อย"ไม่ได้ค่ะ""ป๊าขา" น้องวันใหม่ก็หันไปมองพ่อ พร้อมกับทำหน้าอ้อนใส่"เอ่อ... ฟ้าใส ให้ลูก...""ไม่ค่ะ! อย่าลืมนะว่าลูกไม่สบายอยู่" เธอก







