เข้าสู่ระบบ- ปัจจุบัน -
หญิงสาวเดินกางร่มตากฝน ที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เพื่อออกมาเตรียมไปเรียน เนื่องจากไม่อยากขาดวิชาที่สำคัญ เฉกเช่นวันนี้ เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอก็จะเรียนจบแล้ว ชีวิตของเธอเริ่มจะดีขึ้น และนับวันรอวันที่จะได้หลุดพ้น ไปมีชีวิตของตัวเองสักที ปี้น ๆ ๆ และในตอนนั้นเสียงแตรรถยนต์ก็ดังขึ้น จนทำให้เธอต้องหันไปมอง ก็พบกับผู้ชายคนที่เธอไม่ชอบที่สุดในชีวิต กำลังมองอย่างเยาะเย้ยอยู่ "ขึ้นรถสิ" เขาพูดเสียงเรียบ "..." เธอก็เพียงแต่มองและไม่สนใจ ก่อนจะเดินสาวเท้าไปให้ไวกว่าเดิม เพื่อจะรีบให้ถึงป้ายรถเมล์ "ฟ้าใส!" คนที่อยู่ในรถก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง เขาไม่ชอบเลยที่มีคนขัดใจแบบนี้ ด้านเธอเองก็กึ่งเดินกึ่งวิ่ง เพราะไม่อยากสนใจคนที่เรียกเธออยู่ จนในที่สุดก็ถึงป้ายรถเมล์ พร้อมกับชุดที่เปียก เห็นสภาพตัวเองผ่านกระจกที่อยู่ตรงนั้น ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ด้วยความเหนื่อยหน่าย คุณภาพชีวิตติดลบมันเป็นแบบนี้นี่เอง ปี้น ๆ ๆ ๆ ๆ ยิ่งเห็นเธอไม่สนใจ เขาก็ยิ่งอยากเอาชนะมากขึ้น มาจอดรถหรูตรงป้ายรถเมล์ แบบคนที่ไม่สนใจอะไร พร้อมกับบีบแตรรถให้มากกว่าเดิม จนทำให้เธอเหลียวมองซ้ายขวา และในที่สุดก็เดินมาหาเขาได้ "หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" เธอที่เห็นท่าทีที่เขาไม่มีทางหยุด ก็เดินไปต่อว่าในทันที พร้อมกับฝนที่ตกลงมาหนักกว่าเดิม จนตอนนี้รถเมล์ก็ถึงป้ายแล้ว แต่รถเขายังจอดขวางอยู่ คนที่รอรถเมล์อยู่ก็มอง ด้วยสายตาที่ตำหนิ "ขึ้นรถ!" "ไม่" "เดี๋ยวนี้!!!" ภายในรถ เธอที่ฝืนใจขึ้นรถมาแต่โดยดี ก็เอาแต่นั่งเงียบ พร้อมกับหันหน้าไปดูวิวทิวทัศน์ โดยไม่สนใจเจ้าของรถเลยสักนิด "เปียกอย่างกับลูกหมา" "..." นี่ไม่ใช่ครั้งแรกกับคำพูดร้ายกาจแบบนี้ เพราะมันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ที่เขาได้อยู่กับเธอ จนเธอเองพยายามมองข้าม และทำความรู้สึกให้ชิน เพื่อจะได้ไม่ต้องสนใจ ยิ่งเห็นเธอเงียบแบบนี้ คนอยากเอาชนะอย่างเขา ก็ยิ่งมีอารมณ์ที่เดือดดาลขึ้น ในชีวิตเขา มีแต่เธอคนเดียวที่พยศแบบนี้ และมันก็เป็นแบบนี้มาตลอด Rrr Rrr Rrr และในตอนนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอก็หยิบออกมา พร้อมกับมองชื่อที่อยู่ในจอ ก่อนจะยิ้มบาง และกดรับสายในทันที "ว่าไง" (วิลล์ : วันนี้แกว่างไหม) "ตอนไหน" (วิลล์ : ช่วงเย็น ซัก 5 โมงเย็นก็ได้) "5 โมงเย็นเหรอ ได้สิคะดาราดังนัดทั้งที ที่ไหนก็ส่งโลเคชั่นมาก็แล้วกัน" เอี๊ยดดดดด "อ๊ายยยย" เธอก็ต้องตกใจร้องขึ้นเสียงดัง เมื่ออยู่ ๆ คนที่ขับรถอยู่ก็เบรคกระทันหัน (วิลล์ : ฟ้าใสแกเป็นอะไรหรือเปล่า) "เบรคทำไม" เธอก็หันไปมองเขาด้วยสายตาที่เอาเรื่อง ก็เห็นว่าเขามองเธออย่างไม่พอใจอยู่ "คุยกับใครนักหนา ไม่มีมารยาท" "เอ่อ วิลล์แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันโทรหาอีกที" "..." ยิ่งเห็นว่าเธอพูดแบบนั้นกับผู้ชายคนอื่น เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจขึ้นมามากกว่าเดิม ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ "มีอะไรหรือเปล่า" "มากับกูอย่าคุยกับคนอื่นเข้าใจไหม" "แกก็รู้ว่าฉันไม่ได้อยากมากับแก" จนเธอต้องสวนพร้อมกับมองเขา ด้วยสายตาที่แผงไปด้วยความโกรธ ความอดทนของคนมันมีจำกัด และความอดทนของเธอ ก็กำลังจะเกินขีดจำกัดแล้ว "ปากดีนักนะฟ้าใส" "..." เธอก็หันไปทางอื่น ไม่หันไปมองหน้าเขาอีก และทุกครั้งที่เธอแข็งบ้าง เขาก็จะอ่อนลง มันเป็นแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ เธอกับเขาก็เริ่มคุยกันมากขึ้น เนื่องจากเธอต้องเป็นเบ้ให้เขา ทุกงานที่อาจารย์สั่ง เป็นเธอเองที่ต้องทำให้ทั้งหมด โดยที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ตื่นไปเรียนให้ทันก็พอ และอยู่ที่มหาลัย ทั้งคู่ไม่เคยพูดกันเลยแม้แต่คำเดียว ทั้งทำทีเป็นไม่รู้จักกัน มีแต่เพื่อนสนิทของเขาเท่านั้นที่รู้ และด้วยมีเหตุการณ์บางอย่างได้เกิดขึ้น เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้เขาเข้ามาอยู่ในชีวิตเธอโดยสมบูรณ์แบบ โดยที่เธอไม่มีทางหลีกหนีไปไหนได้แล้ว ตอนนั้นเธอก็รับรู้มาว่า เขาชอบผู้หญิงต่างคณะคนนึงอยู่คือ 'นาบี ภูริชญา' และดูเหมือนจะชอบและจริงจังมากด้วย เพราะเขาไม่เคยเป็นแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่ละวันก็แอบไปบังเอิญเจอบ้าง ทั้งยังทำตัวเป็นคนแสนดี เพื่ออยากเอาชนะใจอยู่ตลอดเวลา แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับไม่มีท่าทีสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทกับเพื่อนร่วมห้อง ที่เขาไม่ชอบเป็นที่สุดอย่าง 'เพิร์ธ ภัทรวิชญ์' ผู้ชายที่เหนือกว่าเขาทุกอย่าง จนเธออยากหาทางออกให้กับชีวิต พยายามอยากเข้าไปอยู่ในชีวิตของเพิร์ธ เพื่ออยากพาตัวเองหลุดพ้นไปจากจุด ๆ นี้ จุดที่ได้อยู่เหนือเขา และอยากให้เขาคลั่งตาย เวลาที่ได้เห็นอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจ จนเธอได้ไปอยู่ในแก๊งค์นั้นได้ และได้ไปเที่ยวด้วยกันบ่อย ๆ และสุดท้ายชีวิตที่บัดซบของเธอ ก็เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น จนทำให้รู้สึกผิดมาจนถึงตอนนี้ เธอได้เอายาปลุกเซ็กส์ให้เพิร์ธกิน ตามคำประชดของเขาด้วยความฝืนใจ แต่ก็ไม่สำเร็จในครั้งแรก จนมีครั้งที่สองเกิดขึ้น และครั้งที่สองก็ดันเป็นเธอที่พลาดท่าเสียที ได้กินยานั้นเข้าไป จนทำให้เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น กับผู้ชายสารเลวที่เธอเกลียดที่สุด ["นายน์ ช่วยฉันหน่อยนะ" ความรู้สึกที่ต้องการ จนแทบทนไม่ไหว มันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน และครั้งนี้ถ้าไม่ได้ปลดปล่อย เธอต้องแย่แน่ ๆ "นี่มึง..." "ฉันรู้สึกแปลก ๆ มันร้อนไปหมด" "แล้ว?" เขาก็หรี่ตาถามอย่างไม่เข้าใจ "คือ..." "เงี่ยน?" "..." เธอก็ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกอาย พร้อมกับเอาเล็บจิกขาตัวเองไว้ เธอไม่เคยรู้เรื่องยาแบบนี้มาก่อน พอมาโดน ก็ไม่คิดว่าฤทธิ์มันจะแรงได้ขนาดนี้] และเหตุการณ์ในวันนั้น ก็พรากความบริสุทธิ์ของเธอไปด้วยน้ำมือของเขา และตั้งแต่ตอนนั้นมา เขาก็แทบไม่ห่างเธอไปไหน และจะมาหาเพื่อมีอะไรกับเธอให้ได้ทุกวัน แม้ว่าเธอจะเกลียดแสนเกลียด แต่สุดท้ายก็ได้พลีกายให้ ตามคำขู่ของเขาเหมือนเดิม ด้วยเหตุการณ์นั้นทำให้เพิร์ธ รู้เรื่องที่เธอทำ และเขาก็บอกกับเธอว่า ให้เก็บเรื่องนี้ไว้เขาจะไม่คิดมากอะไร เพราะสุดท้ายแล้ว เขากับนาบีก็ได้คบกันเพราะยาบ้า ๆ นั้นของเธอ และตอนนี้ทั้งคู่ก็เปิดเผยสถานะ ว่าเป็นแฟนกันแล้ว ให้เพื่อนทุกคนได้รู้ เป็นแบบนั้นยิ่งทำให้ คนที่เธอเกลียดแสนเกลียด แทบเป็นบ้าตายให้ได้ในตอนนั้น เขาชอบนาบีมาก สุดท้ายก็ไม่ได้ครอบครอง ทั้งคนที่ได้ครอบครอง คือคู่แข่งที่เขาไม่เคยเอาชนะได้สักครั้ง ภายในห้องเรียน เดินเข้ามาภายในห้องเรียน ทั้งคู่ก็แยกกันไปคนละฝั่ง และทำเป็นไม่รู้จักกันเช่นเดิม มีแต่เพื่อนสนิทของเขาเท่านั้นที่รู้ แล้วก็สะกิดกัน ให้ดูความบึ้งตึงของคนทั้งสอง ที่ดูก็รู้ว่าทะเลาะกันมาอีกแล้ว "ไงมึง หน้าบึ้งมาเลยนะ" มาวินก็ถามขึ้นพร้อมกับตบบ่าเบา ๆ "เสือก" "อ้าวไอ้ห่านี่" "ไปกินรังต่อรังแตนที่ไหนมาอีก แม่งบึ้งแพ็คคู่ด้วยนะ" วายุเพื่อนอีกคนของเขาก็แซวขึ้น "หุบปากดิ" "เอ้าไอ้ห่านี่ จริงจังขนาดนั้น" คิมหันต์ก็ได้แต่ส่ายหัวเบา ๆ ซึ่งแก๊งของเขาจะมีกันอยู่ 4 คน มีเขา มาวิน วายุ แล้วก็คิมหันต์ ซึ่งทุกคนก็ต่างรู้เรื่องของเขาดี ทั้งเรื่องความอารมณ์ร้อน และไม่มีเหตุผล เมื่อเขาอารมณ์ไม่ดีมา แต่ละคนก็ได้แต่แซว แม้จะรู้ว่าต้องโดนด่าก็ตาม "เย็นนี้มีแข่งรถ มึงไปป่ะ" มาวินเจ้าของสนามแข่งรถชื่อดัง ก็ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักอารมณ์ไม่ดี เพราะรู้ดีว่ามันบ้าคลั่งแค่ไหน ถ้าเป็นแบบนี้ชนะทุกครั้ง "เออ" พูดพร้อมกับหันไปมองหน้าผู้หญิงจอมพยศ ที่กำลังตั้งใจเรียนอยู่ พร้อมกับยิ้มมุมปาก คลายความหงุดหงิดลงเมื่อคิดอะไรบางอย่างได้1 ปีผ่านไปเมื่อลูกสาวหายดีแข็งแรงจนปกติทุกอย่างแล้ว งานแต่งงานของทั้งคู่ก็ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต บรรดาแขกมากมายที่มาร่วมงาน ก็ต่างแสดงความยินดีกับทั้งคู่เจ้าสัวธวัชกับคุณหญิงอิงอร ก็ดูจะภูมิใจในงานนี้มาก ๆ แนะนำหลานสาวแสนน่ารักอย่างน้องวันใหม่ให้ทุกคนได้รู้จัก เจ้าสัวธวัชเดี๋ยวนี้ก็มีแต่รอยยิ้มของความใจดี ไม่มีความโหดเหี้ยมใดหลงเหลืออยู่ในใบหน้าแม้แต่น้อย"นี่หลานสาวผมครับ ชื่อน้องวันใหม่""ยินดีด้วยนะครับ หลานสาวน่ารักมากเลย" ทุกคนที่พบเห็นก็ต่างชอบ และดีใจกับครอบครัวนี้เป็นที่สุด"ครับ ไปอยู่ซีแอตเทิลมา สื่อสารภาษาอังกฤษเก่งกว่าปู่อีก""เด็กตัวเท่านี้กำลังความจำดีเลยครับ""ดูท่านเจ้าสัวมีความสุขจังเลยนะคะ""ใช่ครับ ตอนนี้ไม่เหงาแล้ว มีทั้งภรรยา แล้วก็หลานสาว แค่นี้ชีวิตคนแก่อย่างผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว""ยินดีด้วยมากๆ เลยนะครับเจ้าสัว"ทุกคนก็ต่างยิ้มแย้มดีใจ เจ้าสัวธวัชที่เปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน ตั้งแต่ที่คุณหญิงอิงอรกลับมา ข้อคอรหาที่ลือกันว่า สั่งเก็บเมียก็หมดไป ทั้งธุรกิจของลูกแต่ละคน ก็ดูจะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งกิติกรลูกชายคนเล็ก เจ้าบ่าวป้ายแดง และ ชินกร ลูกชายคนโต ก็ดูจะย
ตุ๊บ ๆ ๆ ๆ "เฮือก พะพอแล้ววว กะ...กูยอมแล้ว" คิมหันต์ก็ยกมือไหว้อย่างคนที่หวาดกลัว ตั้งแต่วันนั้นมา จนถึงตอนนี้เวลากว่าหกปี เขาไม่กล้าสู้หน้าใครเลย ทั้งกลัวเรื่องนี้จะเปิดเผย แต่ด้วยที่ติดการพนันหนักมาก ก็ได้เพื่อนรักอย่างกิติกร ที่คอยช่วยและให้ยืมเงิน แต่ด้วยคนติดการพนันอย่างเขา ก็เอาเงินไปลงที่บ่อนหมด จนตอนนี้ก็หนีเจ้าหนี้หัวซุกหัวซุนเหมือนกัน "มึงกล้ามากนะไอ้เหี้ย กล้าทำแบบนั้นกับกูได้ยังไง!" เขาพูดขึ้นด้วยความโกรธ พร้อมกับกระทืบไปแรงแรงอีกครั้ง "กะ...กู" "นะ...นี่มันเรื่องอะไรกัน" ชมพูที่โดนพาตัวมาเหมือนกัน ก็แหกปากพยายามขัดขืน "นะ...นายน์" เมื่อเห็นกิติกรอยู่ในห้อง และสภาพคิมหันต์ก็ดูไม่ได้ ทำให้ชมพูยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก และกำลังวิ่งออกไป แต่ก็โดนกระชากผมไว้ก่อน "จะไปไหน!" "ชมพูไม่เกี่ยวนะ ไอ้คิมหันต์ ไอ้คิมหันต์มันล่อลวงชมพูทั้งนั้น" "อีชมพู!" "หึ ล่อลวง? หรือมึงไปให้มันเอาเองกันแน่" "มะ...ไม่ใช่นะนายน์ ไม่ใช่แบบนั้น" แววตาเขาตอนนี้ดูน่ากลัวมาก และเธอก็รู้ว่าคนอย่างเขาทำได้ทุกอย่าง "กูไม่ได้โง่ คนอย่างกูรู้หมดนั่นแหละ ว่ามึงเองเป็นคนยังไง" "นายน์ อย่าเข้าใจชมพูผิดแบบ
"นี่ห้องนายไม่ใช่เหรอ""ก็ใช่น่ะสิ นี่ห้องฉันไง เธอก็เคยขึ้นมาตั้งหลายครั้ง หรือจำไม่ได้แล้ว" เขาเดินมากระซิบข้างหูเธอ"นายนอนกับลูกก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันไปนอนกับป้ามล" เธอก็กำลังจะเดินออกจากห้องเขา"ว๊ายยยยย" แต่มีหรือคนอย่างเขาจะยอม ถึงห้องเขาแล้วไม่ปล่อยเธอไปไหนหรอก เขาดึงตัวเธอนอนบนเตียง พร้อมกับเขาที่คร่อมทับ และมองตาเธออย่างเจ้าเล่ห์"จะไปไหน""ปะ...ปล่อย ฉันจะไปดูลูก""ให้ลูกอยู่กับอากงกับย่าไป เวลานี้เป็นเวลาของผัวกับเมีย""มะ...เมียที่ไหน ปล่อยฉัน" เธอก็พยายามผละเขาออก"ก็เมียที่ฉันนอนทับอยู่นี่ไง ตั้งแต่ไม่มีเธอ ฉันไม่เคยมีใครเลยนะฟ้าใส ฉันมีแต่เธอคนเดียว แม้แต่นอนกับใครฉันยังไม่เคยทำเลย""..." เป็นเรื่องที่เธอไม่อยากจะเชื่อ"ฉันซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองมาก ฉันตามหาเธอ แทบพลิกแผ่นดิน และกว่าจะเจอเธอได้ ขอบคุณนะฟ้าใส ที่ให้โอกาสฉันได้กลับมาดูแลเธอ ที่ผ่านมาฉันแย่มาก แต่ที่ฉันทำไปทุกอย่าง ก็เพราะฉันรักเธอนะ""รัก...""ฉันรักเธอคนเดียว รักตั้งแต่แรกเห็นแล้ว และฉันก็ไม่เคยรักใครอีกนอกจากเธอ""เกลียดฉันไม่ใช่เหรอ จะมารักฉันตั้งแต่แรกเห็นอะไร""ก็ตั้งแต่ที่เจอเธอครั้งแรก ตอนเธอเข้
"เธอไม่ได้บอกฉันเลยว่าเธอท้อง!""ตอนนั้นหนูคิดว่าไม่จำเป็นค่ะ" ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะเธอก็ไม่ได้บอกใครว่าเธอท้อง แม้แต่พ่อของลูกเอง"จะไม่จำเป็นได้ยังไงล่ะ ถ้าฉันรู้ว่าเธอท้อง...""หยุดพูดเรื่องนี้เถอะค่ะ หนูจะคืนเงิน 20 ล้านบาทให้ หนูไม่ขอรับไว้แล้วค่ะ เพราะหนูสามารถดูแลลูกได้"เขาก็หันมองหน้าเธอพร้อมกับความรู้สึกที่เสียใจ นี่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูกคนเดียว ต้องลำบากขนาดไหน คนเป็นพ่ออย่างเขาซะอีกที่ไม่เคยทำอะไรเพื่อลูกเลย"ฉันไม่...""พอเถอะ! อย่าให้ผมต้องรู้สึกแย่กับป๊าไปมากกว่านี้เลย""คนอย่างคุณนี่มันต่ำตม และแย่ที่สุด" อิงอรก็พูดพร้อมกับเดินไปหาหลานสาว"ไม่ต้องร้องนะครับลูก เดี๋ยวป๊าพาออกไปอยู่ข้างนอก" เขาก็กำลังจะพาเธอกับลูกออกไป"หยุดอยู่ตรงนั้น ฉันไม่ได้จะว่าอะไร ฉัน...ฉันจะขอโทษ ขอโทษ! พอใจหรือยัง" เจ้าสัวธวัชก็พูดขึ้น อย่างคนที่ทำตัวไม่ถูก"..." หลายคนที่อยู่ตรงนั้นก็ต่างชะงักไป และหันไปมองเป็นตาเดียว"ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง ฉันทำไปเพราะฉันไม่รู้""ขอให้สำนึกจริง ๆ เถอะ" คุณอิงอรก็พูดพร้อมกับกอดอก"คุณอร ผมก็สำนึกแล้วนี่ไง ผมเองก็รู้สึกผิด ฟ้าใส ฉันขอโทษ
ณ ประเทศไทยตอนอยู่บนเครื่องน้องวันใหม่ก็ตื่นเต้นมาก ถามพ่อกับแม่ชี้นั่นชี้นี่ไปเรื่อย ด้วยที่เป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ทั้งได้รู้ว่าเครื่องบินลำนี้ เป็นเครื่องบินส่วนตัวของพ่อตัวเอง ความตื่นเต้นก็ยิ่งมีมากขึ้นอีกหลายเท่าเขาสังเกตุเห็นว่าเธอกับป้ามลจับมือกันอยู่บ่อย ๆ เขาก็รู้สึกแปลกใจมาก แต่ก็ไม่อยากซักไซ้ถามอะไร เพราะไม่อยากให้เธออึดอัดหรือไม่สบายใจ"ฟ้าใส ถึงเมืองไทยแล้ว""อือ" เธอก็ตอบพร้อมกับยิ้มให้เขา"ไม่เป็นไรนะ" เขาพูดเหมือนเป็นการส่งกำลังใจให้เธอ ยิ่งรับรู้เรื่องที่เธอเจอมา เขาก็ยิ่งรู้สึกผิด และอยากทำทุกอย่างในวันนี้ให้ดีขึ้น เพื่อเธอกับลูกณ บ้านอัคราคินน์รถตู้คันหรู ขับเข้ามาภายในบ้านอัคราคินน์ บ้านของเจ้าสัวธวัช กัญจาวีร์ใจเต้นแรงกว่าตอนที่เครื่องถึงไทยอีก"ไม่เป็นไรนะฟ้าใส อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด""แต่หนู...""ไม่ต้องคิดอะไรมาก นะเชื่อป้า""ขอบคุณนะจ้ะป้า ที่อยู่กับหนูทุกช่วงเวลาเลย""ยังมีป้าอยู่ ไม่ต้องคิดมาก""จ้ะ" เธอกับป้ามลก็จับมือกันเพื่อให้ความเชื่อมั่น เธอไม่อยากเป็นคนที่ผิดคำพูด เนื่องจากรับเงินมาแล้ว ตั้ง 20 ล้าน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เพราะเธอตั้งใจว่าจะเก
ถึงเวลาเที่ยงสามคนพ่อแม่ลูก ก็ออกไปกินข้าวด้วยกัน ทั้งคู่จับมือลูกสาวตัวน้อยไว้คนละข้าง พร้อมกับเด็กหญิงที่พูดจาเฉื่อยแจ้วอย่างน่ารัก ทำให้พนักงานแต่ละคนหันมองแล้วยิ้มตาม"เป็นไงล่ะคดีพลิกเลย ชอบนินทากันดีนัก""ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ฉันรู้สึกผิดมากเลยที่เอาเรื่องแบบนี้มาเล่าให้พวกเธอฟัง""ฉันก็เหมือนกัน""ชอบเลียคุณออร่าดีนัก เป็นไงล่ะ เขาเป็นถึงสามีภรรยากัน ทั้งน้องวันใหม่ก็ยังเป็นลูกเขาอีก""ฉันก็รู้สึกผิดอยู่นี่ไง""ไว้ค่อยไปขอโทษกัญเขาก็แล้วกัน ถ้าไม่พอใจขึ้นมา พวกเธอตกงานกันได้เลยนะ"พวกคนที่ชอบนินทา ก็ต่างก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด ก็ใครจะไปคิดว่าเรื่องสนุกที่เอามาเม้าส์กัน มันไม่ใช่แบบที่คิดด้วยที่อยากเอาใจลูก ผู้เป็นพ่อก็ถามใหญ่เลยว่าลูกชอบอะไรไม่ชอบอะไร และด้วยปัญหาสุขภาพ ก็เช็คดูตลอดว่าอะไรทานได้หรือทานไม่ได้ ความจริงก็ไม่อยากขัดใจลูกสาวตัวน้อย แต่ด้วยที่ต้องเข้าใจว่าตอนนี้ไม่สบายอยู่"กินไม่ได้หรือคะคุณแม่" น้องวันใหม่ได้แต่มองไอติมในเมนูตาละห้อย"ไม่ได้ค่ะ""ป๊าขา" น้องวันใหม่ก็หันไปมองพ่อ พร้อมกับทำหน้าอ้อนใส่"เอ่อ... ฟ้าใส ให้ลูก...""ไม่ค่ะ! อย่าลืมนะว่าลูกไม่สบายอยู่" เธอก







