Masukความรู้สึกที่เก็บไว้ตลอด คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขา กลายเป็นคนแบบนี้ “ไอ้เลว” | “กูก็ไม่เคยบอกใครนะว่ากูเป็นคนดี” ความสัมพันธ์ที่ หวานแต่ไม่อม ขมแต่ไม่คาย
Lihat lebih banyakนิยายเรื่อง "เล่ห์ร้าย(นาย)คนเลว"
นายน์ กิติกร X ฟ้าใส กัญจาวีร์ คำเตือนก่อนอ่านนิยาย นิยายเรื่องนี้ เป็นนิยายแนวโรแมนติก อิโรติก และดราม่า อาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องเพศ ภาษา การกระทำ และด้านอื่นๆ ที่ไม่ควรแก่การประพฤติตาม เช่น การกระทำต่อร่างกายผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม การกระทำทางเพศโดยไม่มีสติ ความรุนแรงอันเนื่องมาจากการดื่มสุราหรือของมึนเมา การมั่วสุ่มทำสิ่งที่ไม่ควร ทั้งหมดของเนื้อหาในนิยาย จึงเหมาะแก่บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำ นิยายทั้งหมดของ นามปากกา พิชา - Phicha ถูกสร้างมาจากจินตนาการของผู้เขียน และแต่งเติมเรื่องราวเพื่อความบันเทิง ไม่ได้มีจุดประสงค์ ทำให้อาชีพ หรือหน้าที่การงาน ในทางใดทางหนึ่งของผู้อื่นเสื่อมเสีย และผู้เขียนไม่ได้มีความคิดที่จะสนับสนุนพฤติกรรมเหล่านั้น กรุณาอ่านอย่างมีอรรถรถ และความบันเทิงเท่านั้นค่ะ “นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามนำไปเผยแพร่ทำซ้ำ หรือดัดแปลงเนื้อหาไม่ว่ากรณีใดๆ หากพบเห็นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้ถึงที่สุด" เจ้าของลิขสิทธ์โดย "พิชา - Phicha” You can follow #Phicha on these channels. It's an encouragement for me too. 😊❤ ณ บ้านอัคราคินน์ "ฝนตกอีกแล้วเหรอเนี่ย" "เฮ้อ ตั้งแต่เช้ายังไม่มีท่าทีจะหยุดเลย" เนื่องด้วยวันนี้ฝนตกหนักตั้งแต่เช้า ทำให้หญิงสาวต้องวิตกกับการไปเรียน เนื่องจากเธอต้องไปรอรถเมล์ทุกครั้ง เมื่อกลับมาที่บ้านหลังนี้ "แล้วฝนตกหนักแบบนี้จะไปเรียนยังไงล่ะฟ้าใส" "ก็คงต้องตากฝนไปจ้ะป้า" ดวงตากลมก็เหลือบมองท้องฟ้า ที่ตอนนี้ฝนตกอย่างหนักไม่มีท่าทีจะหยุด แต่ด้วยที่เธอมีเรียนตอน 9 โมงเช้า และวิชานี้ก็สำคัญ ทำให้ไม่อยากขาดเรียน "ป้าว่าแบบนี้ไม่ดีนะ กว่าจะไปถึงป้ายรถเมล์ก็เปียกหมดพอดี" "ก็ต้องเปียกนั่นแหละป้า เดี๋ยวหนูเอาชุดไปด้วยอีกชุด ไปถึงมหาลัยค่อยเปลี่ยนเอา" "ป้าว่าไม่ดีมั้ง เดี๋ยวป้าไปขอนายน้อยให้หนูไปด้วยดีกว่า เพราะยังไงก็ไปเรียนที่เดียวกันอยู่แล้ว" ถึงแม้จะรู้สึกหนักอกหนักใจ แต่เพราะฝนฟ้าอากาศแบบนี้ ก็สงสารหลานสาว เลยคิดว่าตัวเองจะบากหน้าไปขออาศัย ลูกชายเจ้าของบ้านผู้มีพระคุณ ซึ่งก็เรียนที่เดียวกันกับหลานสาวตน ให้ได้ติดรถไปด้วยสักวัน "ไม่เป็นไรจ้ะป้า อย่าไปรบกวนใครเลย" เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย เพราะรู้ดีว่าคนแบบเขาไม่ได้มีน้ำใจขนาดนั้น "เห้อ ป้าก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน" "ไม่เป็นไรจ้ะป้า ก็ตามที่หนูว่านั่นแหละ เปียกแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก เปียกมา 3 ปีกว่าแล้ว ปีสุดท้ายเปียกอีกจะเป็นไรไป" หญิงสาวพูดพร้อมกับยิ้มออกมา อย่างสดใส แต่ดวงตาฉายไปด้วยความเศร้าหมอง บ่งบอกว่าเธอไม่มีความสุขเลยสักนิด ฟ้าใส กัญจาวีร์ หญิงสาวแสนสวย ผู้เป็นหลานสาวของแม่บ้านคนเก่าคนแก่ของ บ้านอัคราคินน์ อย่าง ป้ามล ตอนนั้นพ่อแม่ของกัญจาวีร์ ติดการพนันหนักมาก กู้เงินทุกที่จนโดนขู่ฆ่าไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้ทั้งคู่ต่างหนีตาย และทิ้งลูกสาวเพียงคนเดียวไว้ลำพัง ทำให้เด็กสาวกลายเป็นเด็กกำพร้าไปโดยสิ้นเชิง และคนไม่มีที่ไปอย่างเธอ ก็ต้องไปขออาศัยญาติเพียงคนเดียวอย่างป้ามล พี่สาวของแม่อยู่ ตอนนั้นก็นึกไม่ออกเหมือนกัน ว่าชีวิตเธอจะไปทางไหนต่อ แต่ก็ยังโชคดี ที่ป้ามลยังพอช่วยเหลือ มารับเธอไปอยู่ด้วย และให้ที่พักพิงได้มาอาศัยอยู่ที่นี่ ตั้งแต่เธออายุ 16 ปี ด้วยความอุปถัมภ์จาก เจ้าสัวธวัช ผู้ร่ำรวยและมีอำนาจ เป็นคนส่งเธอได้ร่ำเรียนถึงมหาลัย แต่ก็ไม่ใช่เพราะหวังดีหรืออะไร แต่ด้วยที่เจ้าสัวธวัชมีลูกชายที่เกเรมาก ทั้งยังไม่เอาไหนอีกต่างหาก การเรียนก็ไม่ดี เรียนแทบไม่จบมัธยม ถ้าไม่มีเส้นสายของตน นายน์ กิติกร หนุ่มหล่อ ลูกชายคนเล็ก ที่เกเรไม่เอาไหน จนเกือบไม่จบมัธยม ขนาดที่ได้ร่ำเรียนโรงเรียนระดับอินเตอร์ แต่ชายหนุ่มผู้ไม่เอาไหน ก็ยังคงไม่สนใจการเรียน จนผู้เป็นพ่อให้กัญจาวีร์ ที่ตอนนั้นเธอเรียนอยู่โรงเรียนรัฐแถวบ้าน เธอเรียนเก่งจนสอบได้ทุนเรียนมหาลัยชื่อดัง และได้เข้าคณะที่ใฝ่ฝัน แต่ทุกอย่างก็ต้องพังทะลายลง ด้วยความเห็นแก่ตัวของเจ้าสัวธวัช ที่สั่งให้เธอไปสละสิทธิ์ และส่งเธอเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับลูกชายตน และให้เข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อจะได้ช่วยงานคนที่ไม่สนใจอะไรทุกอย่าง แบบไม่นึกถึงความรู้สึกหญิงสาว ที่สูญเสียชีวิตที่อยากใช้ไปเลยสักนิด จนตอนนี้อยู่ปี 4 งานค่อนข้างจะเยอะ เลยอยากมีสมาธิมากกว่านี้ จึงขอคุณท่านเจ้าของบ้าน ย้ายออกไปอยู่หอพัก ถึงแม้จะได้รับคำพูดดูถูกจากคนที่ทุกคนเรียกว่านายน้อย แต่เธอก็พยายามทำเป็นไม่สนใจ เกือบ 7 ปีแล้วที่รู้จักกันมา เธอรับรู้ได้ว่า เขามีแต่ความเกลียดชังให้เธอ ตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวขาเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ แม้จะอยู่แบบเจียมเนื้อเจียมตัวแค่ไหน ก็ไม่วายโดนรังเกียจอยู่ดี ย้อนกลับไป 6 ปีที่แล้ว "เด็กคนนี้เหรอมล ที่เล่าให้ฟัง" "ค่ะ คุณท่าน ฟ้าใสสวัสดีคุณท่านสิ" หญิงวัยกลางคนก็รีบสะกิดหลานสาว วัย 16 ปี ที่จะเข้าเรียนชั้นมัธยมปีที่ 4 ตอนนี้เริ่มโตเป็นสาว สวยสะพรั่งจนใครเห็นก็ต้องชอบ "สวัสดีค่ะคุณท่าน" "หน้าตาสวยดีนะ" "..." เธอก็เพียงแต่ก้มหน้า เมื่อได้รับสายตา ที่แสดงความพึงพอใจต่อเธอแบบนั้น "หึ" แล้วก็เสียงหัวเราะในลำคอ ของเด็กผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น ซึ่งดูก็รู้ว่าอายุน่าจะไล่เลี่ยกันกับเธอ แล้วก็มองมาที่เธอด้วยสายตาที่ไม่ชอบใจอยู่ตลอดเวลา "นี่นนท์ ลูกชายคนโตของฉัน ส่วนนี่นายน์ ลูกชายคนเล็ก" "เอ่อ... สวัสดีค่ะ" เธอก็เงยหน้าขึ้นไปสวัสดีคนทั้งสอง แต่ก็ได้รับเพียงรอยยิ้มของผู้เป็นลูกชายคนโตของเจ้าของบ้านส่งกลับมา แต่อีกคนมีแต่สีหน้าที่บึ้งตึง ทั้งยังมองเธอด้วยสายตาที่ไม่ชอบใจ "เธออายุเท่าไหร่แล้วล่ะ" "16 ค่ะ" "อือ อายุเท่ากันกับเจ้านายน์เลย" เจ้าสัวธวัชก็หันไปพูดกับลูกชายคนเล็ก "เสร็จแค่นี้ใช่ไหมครับป๊า ผมจะกลับไปเล่นเกมต่อแล้ว" "อะไรกับเกมอีกแล้ว นี่ได้ยินว่าฟ้าใสเรียนเก่งมาก ถ้ามีเวลาป๊าจะให้ช่วยติวให้แกหน่อย" "ไม่เอาครับป๊า ผมไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย" พูดจบคนที่ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมต่อหน้าทุกคน อย่างไม่สนใจใครตามนิสัยของเขา "แล้วจะเข้า ม. 4 แล้วเหรอฟ้าใส" เสียงเยือกเย็นของชินกรก็ดังขึ้น ซึ่งตอนนี้เขาอายุ 20 ปี แล้วก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเขาพึงพอใจ ผู้หญิงคนนี้ ที่โตมาก็คงจะสวยใช่เล่น "ใช่ค่ะ" "แล้วให้เรียนที่ไหนล่ะมล" "โรงเรียนรัฐแถวนี้ค่ะ ใกล้บ้านด้วย ไปกลับสะดวก" "ขนาดไม่ได้เรียนโรงเรียนดี ๆ ยังเรียนเก่งขนาดนี้ เกรดเฉลี่ย 4.00 นี่ก็ไม่ธรรมดาจริง ๆ" เจ้าสัวธวัช ก็พูดพร้อมยิ้มออกมาอย่างพอใจ ถึงแม้เขาจะรู้สึกเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้า แต่ด้วยวิถีมาเฟีย ผลประโยชน์ต้องมาก่อน ถ้าจะเลี้ยงใครสักคนไว้ ก็ต้องแน่ใจว่าคนนั้นจะสร้างประโยชน์ให้ตนได้มากที่สุด และครั้งนี้ก็คงเช่นกัน "ขอบคุณค่ะ" กัญจาวีร์ก็เงยหน้าขึ้นไปขอบคุณโดยทันที "ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ ถามฉันได้ตลอดเลยนะ" ชินกรก็พูดขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ยังมีสีหน้าที่เรียบเฉย "ค่ะ" เธอก็ตอบรับอีกครั้งพร้อมกับก้มหน้าลง ก็ยอมรับเลยว่าไม่กล้าสบตากับชินกร เขาดูเป็นคนน่ากลัวและเยือกเย็น ยิ่งตอนพูดก็ยิ่งดูน่าเกรงขาม แม้จะอายุแค่ 20 ต้น ๆ แต่ก็เป็นคนดูมีอำนาจเกินกว่าจะเป็นแค่เด็กมหาลัยธรรมดา นนท์ ชินกร ในวัย 20 ปี แต่ต้องดูแลรับผิดชอบอะไรหลายอย่าง เนื่องจากผู้เป็นพ่อปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เขาเลยเป็นมาเฟียตั้งแต่อายุยังน้อย ธุรกิจขาวและเทา เขาเป็นคนรับรู้ด้วยทั้งหมด เพราะเจ้าสัวธวัช อยากสร้างความแข็งแกร่งให้เขาได้มากที่สุด เหมือนกับคู่แข่งของตนอย่าง เจ้าสัวดนัย ที่มีลูกชายอย่าง พีท ภควัต เป็นคนดูแลทั้งหมดเช่นกัน ดวงตาคมของกิติกรก็เหลือบมอง ผู้หญิงตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา แม้จะทำทีสนใจเล่นเกมในมือถือ แต่หูก็ได้ยินทุกอย่างในบทสนทนา เขาเห็นเธอเดินเข้ามาในบ้านตั้งแต่ เขานั่งรถมากับพี่ชาย ที่ดูก็รู้ว่าชินกรสนใจเธอ เพราะเอาแต่มองตั้งแต่เห็นครั้งแรก และตั้งหน้าตั้งตารอ ให้แม่บ้านอย่างป้ามลมาแนะนำให้รู้จัก หลายวันต่อมา ตุ๊บ "ขะ...ขอโทษค่ะ" พอเดินออกมาจากประตู ก็ชนเข้ากับ ลูกชายคนเล็กของเจ้าของบ้านพอดี "เธอเดินยังไงของเธอ ไม่มีตาหรือยังไง" น้ำเสียงปนดุก็พูดขึ้น พร้อมกับมองเธอด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ "ขอโทษค่ะคุณ เอ่อ..." "มีอะไรกัน" แล้วเสียงของชินกรก็ดังขึ้น "ก็คนแถวนี้ เดินไม่ดูตาม้าตาเรือหนะสิเฮีย" "แกเองหรือเปล่า" "เฮีย" เขาก็พูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ "บ้านตั้งกว้าง เดินยังไงให้ได้ชนกัน" "ขอโทษค่ะ ฟ้าใสเดินไม่ระวังเอง" "แล้วนี่เธอจะไปไหน" "กำลังจะไปทำความสะอาดห้องนั่งเล่นค่ะ" "ไม่เป็นไร ไปหาอ่านหนังสือเถอะ เห็นว่าจะไปสอบเข้า ม. 4 แล้วไม่ใช่เหรอ" "เอ่อ..." "ไปเถอะ ฉันอนุญาติ" "..." "คะ...ค่ะ ถ้าอย่างนั้นฟ้าใสขอตัวก่อนนะคะ" เธอพูดอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แล้วก็รีบออกจากตรงนั้นไปทันที "เฮีย" เมื่อเธอเดินออกไปแล้ว เขาก็หัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่พี่ชายทันที "แล้วแกเป็นอะไรมากหรือเปล่า" "ก็ไม่เป็น" "แล้วจะหาเรื่องอะไรนักหนา" "เฮีย!" "อย่าเลอะเทอะให้มาก จะเล่นเกมก็ไปสิ จะรอให้ป๊าบ่นหรือไง" "เฮียดูสนใจเด็กนั่นนะ" เพราะเขารู้ว่าพี่ชายเขาไม่ใช่คนแบบนี้ และก็เหมือนจะแสดงท่าทีออกมา ว่าสนใจยัยเด็กนั่นจะเต็มประดา จนเขาหรือแม้แต่พ่อของเขา ก็คงดูออกเช่นกัน "อืม ก็น่าสนใจดีนะ ให้โตกว่านี้ก่อนค่อยว่ากัน" ชินกรยิ้มออกมาอย่างพอใจ พร้อมกับสายตาที่มองผู้หญิงที่เพิ่งเดินออกไป ด้วยความเสน่ห์หา "..." สวัสดีนักอ่านของ พิชา ทุกคนค่ะ ขอเปิดเรื่อง เล่ห์ร้าย (นาย) คนเลว อย่างเป็นทางการนะคะ เรื่องนี้เป็นคู่แยก คู่ตัวร้าย จากเรื่อง เลห์รัก (เพื่อน) วิศวะร้าย อยากให้ทุกคนได้อ่านคู่นี้เหมือนกันค่ะ พระเอกเลวสมกับชื่อเรื่อง แต่นางเอกก็ไม่โง่นะคะ โบ้แบบหนัก ๆ เจ็บแบบสะใจ ใครชอบแนวนี้มาอ่านกัน ❤️ณ เขาใหญ่หลังจากเคลียร์ทุกอย่างที่กรุงเทพฯ เสร็จแล้ว ทั้งคู่ก็เดินทางกลับมาที่เขาใหญ่ต่อ เพราะหลังจากสร้างบ้านเสร็จแล้ว ก็ต้องเริ่มวางแปลนสร้างรีสอร์ทต่อทางผู้ใหญ่เลยตกลงกันว่า จะให้ทั้งคู่หมั้นและแต่งงานกันก่อน เพื่อที่ทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันได้โดยไม่มีข้อคอรหาจากคนอื่นทั้งคู่มองบ้านหลังสีดำ ที่ตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยความรู้สึกที่ดีใจ ที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้กลับมาเจอกันอีกครั้ง และต่อไปบ้านหลังนี้ก็คือบ้านของเราสองคน ที่เธอและเขาเป็นคนช่วยกันสร้างขึ้นมา ความฝันที่เคยอยากมีบ้านแบบนี้อยู่ด้วยกัน ตอนนี้มันเป็นจริงแล้วฟอดดดด“เค้ารักตัวนะที่รัก”“เค้าก็รักตัวมาก” เมื่อโดนกอดจากด้านหลัง เธอก็พลิกตัวกลับไป หันหน้าไปจ้องหน้าเขา มือบางก็โอบคอหนาวไว้ พร้อมกับหอมแก้มเขาเหมือนกัน“เรามีลูกกันไหมตัว”“...” ลูกเหรอ เธอก็ลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย แต่ที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยป้องกันเลยสักครั้ง จนลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป“เค้าอยากมีลูกกับตัว”“เอ่อตัว...”“ตัวยังไม่พร้อมเหรอ” เมื่อเห็นสีหน้าดูตกใจของเธอ เขาก็ถึงกับหน้าถอดสี“เค้าไม่ได้ป้องกัน เลยสักครั้ง”“จริงเหรอ”“อือ เค้าลืมนึกถึงด้วยแหละ แต่นี่ก
ณ ร้านดอกไม้ Happy flower Cหลังจากเสร็จสิ้นความต้องการที่โรงแรมแล้ว ทั้งคู่ก็เดินจุงมือกัน มาหาแม่ของเธอที่ร้านดอกไม้ต่อ หญิงสาวยิ้มระรื่นอย่างอารมณ์ดี เดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่จากด้านหลัง“อ้าว จะมาทำไมไม่บอกแม่ก่อน” เมื่อเห็นลูกสาวคนสวย ชลดาก็หันไปกอดเหมือนกัน“ไม่บอกที่ไหนล่ะ แม่ได้อ่าน LINE ไหม”“จริงสิ วันนี้แม่ยุ่งทั้งวันเลย แล้วนี่...” เมื่อหันไปเห็นผู้ชายที่อยู่ข้างหลังลูกสาว ชลดาก็ถึงกับขมวดคิ้ว“สวัสดีครับ ผมชื่อภีม เป็น...”“เอ่อ...แม่คะ นี่ภีมค่ะแฟนชา”“แฟน?”“คะ...เอ่อ”“แล้วไปมีแฟนตอนไหน ไปเจอกันได้ยังไง รู้จักกันนานหรือยัง” ชลดาถามอย่างต้องการคำตอบ“เอ่อ...”“แม่ อย่าถามรัวขนาดนั้นสิ ภีมหน้าซีดหมดแล้ว” พูดจบก็จับมือแฟนหนุ่มไว้ เพราะรู้ว่าตอนนี้เขากำลังประหม่า“ก็แม่อยากรู้ไง ชาไปทำงานตั้งหลายเดือนแล้ว แล้วเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟน”“นี่คือภีม เจ้าของโครงการที่ชาไปทำงานให้ค่ะ”“เจ้าของโครงการเนี่ยนะ”“ครับแม่ เอ่อ...คือผมกับน้ำชา เราเคยเป็นแฟนกันช่วงมัธยม แล้วก็กลับมาเจอกันอีกครั้ง ตอนที่น้ำชาไปทำบ้านให้ผม แล้วเราสองคนก็...”“ดะ...ได้เจอกันที่นั่นค่ะแม่ ก็เลยตกลงกลับมาคบกัน
[“นี่คุณ! คุณจะให้น้ำชา ไปทำงานที่เขาใหญ่ได้ยังไง วิศวกรอยู่กันเต็มบริษัท สมองคุณ มันเพี้ยนไปแล้วหรือไง คุณคิดอะไรอยู่!”“ผมอยากให้ ผู้บริหารคนอื่นเห็น ว่าน้ำชาเก่งแค่ไหน จะได้เป็นที่ยอมรับกับทุกคนในอนาคต”“ไม่ฉันไม่ยอมนะ ให้ภาคไปทำเลย ฉันไม่ยอมให้ น้ำชาไปอยู่ไกล ๆ แบบนั้นหรอกนะ”“คุณ”“ถ้าลูกเป็นอะไรไป คุณจะทำยังไง ใครจะรับผิดชอบ”“...” ภาคที่นั่งฟังอยู่ ก็ลอบยิ้มด้วยความพอใจ เพราะเขากับพ่อและน้องชาย ก็ต่างรู้ดีว่าแม่ของพวกเขา รักและหวงน้ำชามากแค่ไหน เพียงแต่ไม่แสดงออกแค่นั้น“ใจเย็น ๆ ก่อนนะคุณ ผมรู้ว่าคุณรักน้ำชามาก แต่ลูกก็โตแล้วนะคุณ แล้วโปรเจคนี้ก็เป็นโปรเจคที่ใหญ่มาก ผมอยากให้ไปทำให้เต็มที่ แล้วอีกอย่าง โครงการนี้ก็เป็น โครงการของมาดามวารี อย่างน้อยก็คนกันเอง แล้วลูกหลานบ้านนั้น ก็มีแต่คนดี ๆ ด้วย”“...” จริงด้วย ถ้าได้ไปรู้จักกับคนดี ๆ ก็คงไม่เสียหายอะไร แต่ก็ยังรู้สึกห่วงมากอยู่ดี“นะคุณ ให้ลูกได้ลงมือทำด้วยตัวเองบ้าง ทุกวันนี้คุณก็แอบคอยช่วยอยู่ตลอด แบบนี้ลูกก็ไม่ถึงไหนสักทีสิ”“แต่ฉันก็ห่วงอยู่ดี งานที่บริษัทมีเยอะแยะไป ภาคควรไปไหม แกเป็นผู้ชายนะ จะให้น้องที่เป็นแค่ผู้หญิงต
นักข่าวที่อยู่ในงานตอนนี้ก็ต่างตกใจ ทำไมทั้งคู่ถึงกล้าควงกันมางานนี้ ทั้งที่กระแสสังคมกำลังโจมตีอย่างหนักหน่วงอยู่“ขอสัมภาษณ์หน่อยนะครับ” แล้วนักข่าวก็กู่เข้าไปขอสัมภาษทั้งสองคนด้วยที่ทั้งคู่ไม่ใช่ดาราหรือคนดัง ก็มองหน้ากันอย่างทำอะไรไม่ถูก ก็ไม่คิดว่านักข่าวจะมาเยอะกันขนาดนี้“ชา เข้าไปในงานก่อนนะ เดี๋ยวตรงนี้ภีมจัดการเอง” ด้วยที่เขารู้ว่าเธอไม่อยากให้ครอบครัว ทางพ่อของเธอต้องเดือดร้อน เขาก็เลยจะเป็นคนรับหน้า จัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง“น้ำชา นี่มันเรื่องอะไรกัน” คุณหญิงจันทราที่อยู่ตรงนั้นก็เดินเข้ามาถาม ด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด“เอ่อ...” เธอก็ได้แต่ก้มหน้า ด้วยความรู้สึกผิด งานวันนี้ต้องมาพังไม่เป็นท่าเพราะเรื่องของเธอแบบนี้หรือ“สวัสดีครับ ผมชื่อภีม พวกคุณอยากรู้เรื่องอะไรกันบ้าง วันนี้ผมจะตอบ” เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่ดีของแฟนสาว ที่กำลังมองมาอยู่ เขาก็รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก“นักข่าว : ขอเข้าเรื่องเลยครับ เรื่องมือที่สามนี่จริงไหมครับ”“ไม่จริงครับ เพราะผมกับแพรวเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”“นักข่าว : อ้าว จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงคะ ในเมื่อน้องแพรวเพิ่งให้สัมภาษณ์ไป”“อันนั้นผมไม่ทราบครั
ณ โรงพยาบาลเมื่อมาถึงโรงพยาบาลก็เกิดความร้อนรน กัญจาวีร์นั่งไม่สุขด้วยที่ลูกสาวเธอ เป็นลมแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง ทีแรกก็คิดว่าเป็นไข้เลยอ่อนเพลียธรรมดา แต่เป็นแบบนี้บ่อย ๆ คงไม่ใช่แล้ว"ไม่เป็นไรนะพี่กัญ""พี่ดูแลลูกไม่ดีเลยปูเป้""ไม่พูดแบบนั้นสิพี่กัญ" ปูเป้ก็จับมือพี่สาวคนสนิทไว้แน่น ด้วยที่รู้ดีว่
เสียงพูดคุยกันเจี๊ยวจ๊าว ดังไปทั่วออฟฟิศตั้งแต่เช้า วันนี้มาทำงานวันแรก หลังจากหยุดไปสามวัน คำพูดซุบซิบนินทา ถึงหญิงสาววิศวะกรลูกติดที่แอบไปเที่ยวเรือสำราญ กับผู้บริหารคนใหม่"เรื่องจริงเหรอเนี่ย""ก็จริงน่ะสิ ทำเป็นรักลูกอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่อยากห่างลูกไปไหน พวกเธอรู้ไหม ชีไปเที่ยวกับคุณกิติกร ที่
ตั้งแต่ตอนที่เขาเห็นเธอ จนกลับมาถึงโรงแรม เขาก็ยังหยุดคิดเรื่องนั้นไม่ได้ นี่เธอมีลูกแล้วจริง ๆ หรือ แล้วเรื่องระหว่างเขากับเธอ ที่ผ่านมามันคืออะไรกันแน่"นายครับ กลับกันพรุ่งนี้เช้าเลยนะครับ""เดี๋ยวก่อน""ครับ?""พรุ่งนี้ยังไม่กลับ เข้าไปที่บริษัทก่อน""อะ...ครับ" ลูกน้องเขาก็ตอบรับอย่างงุนงง และ
ชายหนุ่มกลับมานั่งที่บาร์ตามเดิม ในช่วงเวลาดึก ตั้งแต่ทะเลาะกับเธอ เขาก็ไปพักอยู่อีกห้อง และพยายามสงบสติอารมณ์ แช่น้ำเย็นไปกว่าชั่วโมง ก่อนจะออกจากห้องมาได้ด้วยอารมณ์ที่สงบลง เขาทั้งโกรธและรู้สึกเสียใจ ที่เธอคิดถึงแต่คนอื่น ถึงขนาดร้องไห้ใจจะขาดแบบนั้นทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงเวลาที่อยู่กับเขา หลายปีที่ห่

![นางบำเรอมาเฟีย [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



