Share

chapter 5

last update Terakhir Diperbarui: 2024-12-01 21:11:40

“นายมองดูอะไรครับ” อินซอฟเดินเข้ามาถามเจ้านายหนุ่ม พร้อมมองตามไป แต่ได้เห็นเพียงหลังไวๆ ของสาวน้อยที่ทำให้ฟารฮานติดใจเป็นหนักหนา จนต้องให้รีบสืบหาข้อมูล

“ไม่มีอะไร ว่าแต่นายได้ข้อมูลอะไรหรือยัง” ฟารฮานเอ่ยถามด้วยใจกระชุ่มกระชวย ถ้าคืนนี้เขาได้แม่สาวน้อยนั่นมาอยู่ในอ้อมกอดก็ดีซินะ แต่...คงไม่หรอก เพราะยังไงซะอินซอฟจะต้องเช็กข้อมูลทุกอย่างให้มั่นใจเสียก่อน ไม่ใช่คนที่จ้องจะทำร้ายเขาและพี่ชาย เรื่องแบบนี้ประมาทไม่ได้ เพราะนั่นหมายถึงหายนะมาเยือนพร้อมความตาย!

“ยังเลยครับ ผมต้องขอโทษนายด้วย” ร่างหนาใหญ่ค้อมตัวลงด้วยรู้สึกผิด

“ช่างเถอะ ไม่เป็นไรหรอก ฉันรู้ว่านายเองก็ทำงานหนัก อีกทั้งคืนนี้ก็มีเรื่องให้เราต้องคอยกังวลใจมากพออยู่แล้ว นายจะมีเวลาไปสืบหาข้อมูลให้ฉันได้ไงกัน” มือใหญ่ตบบนบ่ากว้างของลูกน้องคนสนิท อินซอฟเป็นทั้งเพื่อนรักและลูกน้องคนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน ไม่ว่าเขาจะไปไหนก็จะต้องมีชายคนนี้คอยตามระวังหลังให้ตลอดเวลา จนไม่ต้องกลัวภัยอันตรายใดๆ

“ในงานเป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรผิดปรกติหรือเปล่า” ฟารฮานเอ่ยถามสีหน้าเป็นกังวลเล็กน้อย เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนพี่ชายถูกลอบโจมตี ดีว่าจับตัวคนร้ายได้หนึ่งคน ถึงไอ้เจ้านั่นจะปากแข็ง ไม่ยอมซัดทอดถึงผู้บงการใหญ่ แต่ก็ได้กล่าวคำอาฆาตมาดร้ายว่าให้ระวังตัวให้ดี...เราจะกำจัดทั้งแกและน้องให้ได้ ที่ทำให้พี่ชายไม่อยากให้เขามาร่วมงานในวันนี้

“เรียบร้อยดีครับนาย ตั้งแต่องค์ประมุขนาสเซอร์ส่งข่าวมา ผมก็ให้ลูกน้องคอยจับตาดูว่ามีใครมีพฤติกรรมน่าสงสัยบ้างหรือเปล่า และยังคอยตรวจสอบคนที่เข้ามาร่วมงานลับๆ ด้วยครับ” อินซอฟรายงานอย่างละเอียด แต่แม้จะป้องกันไว้อย่างดีแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ควรตกอยู่ในความประมาท เพราะพวกคนร้ายที่จ้องทำร้ายเจ้าชายฟารฮานและองค์ประมุขนาสเซอร์ดูจะมีพิษสงรอบตัวและกล้าหาญชาญชัย ถึงขนาดส่งระเบิดปลอมมาวางหน้าประตูบ้านเพื่อเป็นการขู่ขวัญ

“ดีแล้ว บอกคนของเราให้ระวังตัวด้วย เพราะศัตรูอยู่ในที่มืดและเราอยู่ในที่สว่าง การที่จะทำอะไรย่อมต้องมีความระมัดระวังหลายเท่านัก แล้วฉันก็ไม่อยากให้พวกมันหัวเราะเยาะลับหลัง ว่าเจ้าชายฟารฮานน้องชายองค์ประมุขนาสเซอร์ อัสสิยามีย์ ยา อูซาหมัด แห่งแคว้นซัลจาร์บาเมียขลาดเขลา จนต้องยกเลิกกำหนดการ”

“ครับ” ชายร่างสูงใหญ่โค้งคำนับเป็นการรับคำสั่ง พร้อมเดินเคียงข้างเจ้าชายฟารฮานเข้าไปในงาน แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับสาวสองนางที่กำลังยืนหัวเราะคิกคัก มือก็ตักเอาอาหารใส่จาน เพราะจำได้ว่าหนึ่งในนั้นคือแม่สาวที่เจ้าชายฟารฮานให้สืบหาข้อมูล

ความคิดหนึ่งพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมที่ซุกซ่อนอยู่ใต้หน้ากากจอมโจรอันใหญ่ยิ้มอย่างมาดหมาย ดวงตาพราวระยับ จะว่าไปเขาก็ร้างหญิงข้างกายมานานพอสมควรแล้วเหมือนกัน นับตั้งแต่ย้ายตัวเองมาพำนักอยู่ที่ประเทศไทย ถึงตอนนี้ก็สองปีกว่าแล้วนี่นา ถ้าหากภายในไม่กี่วันนี้จะได้สาวไทยสักคนมาเคียงข้างกายก็คงจะดีไม่น้อย คิดได้ดังนั้นเรือนกายหนุ่มก็กระชุ่มกระชวยขึ้นมาอย่างประหลาด

“มีอะไรหรือเปล่าอินซอฟ” ฟารฮานเองแม้จะมองไปยังสาวน้อยที่เขาให้การช่วยเหลือเมื่อครู่ แต่ตาก็ยังไวพอที่จะเห็นพฤติกรรมของเพื่อนสนิท รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นที่มุมปากด้านหนึ่ง จะว่าไปตอนนี้อินซอฟเองก็อายุหลายปีแล้วเหมือนกัน แต่ยังไม่มีหญิงเคียงข้างกายเลยนี่นา คงจะเป็นเพราะเอาตัวและใจผูกติดไว้กับเขา ถ้าเพื่อนรักจะมีคนรู้ใจสักคนก็ไม่เลวเหมือนกัน

“สนใจแม่สาวนั่นหรือไงอินซอฟ ระวังหน่อยล่ะ แม่สาวนั่นท่าทางดุไม่ใช่น้อยเลยน่ะ ถ้านายคิดจะพามานอนเคียงข้างกายละก็...ระวังให้เยอะหน่อยนะเพื่อน กลัวจะต้องตื่นเอาตอนกลางดึก” ฟารฮานพูดน้ำเสียงยิ้มๆ และเกือบจะเดินไปหาปิยาพัชรแล้ว แต่นึกขึ้นมาได้ ถ้าเปิดเผยตัวในตอนนี้อาจไม่เป็นการดีกับตัวเองสักเท่าไหร่ หากคาดผิดไป แม่สาวน้อยนามมัดหมี่เป็นเหมือนกับหญิงคนอื่นๆ ที่เห็นแก่เงิน เขาก็จะเสียอารมณ์เปล่าๆ

“ได้เวลากล่าวเปิดงานหรือยังอินซอฟ คนที่เราเชิญมาเป็นประธานมาถึงหรือยัง”

“ยังอีกไม่กี่นาทีครับ”

“อืม...” แม้ปากจะตอบอินซอฟไป แต่ตากลับมองตามร่างบอบบางที่ตอนนี้วางจานอาหารลงบนโต๊ะแล้วก้มกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับแม่สาวชุดเหลืองทองที่พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปทางด้านประตูด้านข้างของห้อง

“นายอยู่นี่แป๊บนะอินซอฟ หรือถ้าให้ดีก็ลองไปตีสนิทกับแม่สาวชุดเหลืองทองนั่นก็ได้นะ เผื่อได้อะไรดีๆ กลับมาบ้าง”

“แต่นายครับ...”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องห่วงหรอก” มือใหญ่ตบลงบนบ่ากว้างแรงๆ และรีบเดินตามร่างบอบบางไปอย่างรวดเร็ว

“สวัสดีครับมัดหมี่ เราเจอกันอีกแล้วนะครับ” ฟารฮานเอ่ยทักใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดวงตากวาดมองร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางแสงไฟเรียบร้อยแล้ว แต่ในตอนนี้แม่สาวมัดหมี่กลับมีหน้ากากสีฟ้าเป็นประกายระยิบระยับด้วยเกร็ดเพชรปกปิดใบหน้าอยู่ ทำให้มองเห็นไม่ชัด

“คะ...คุณทักมัดหมี่หรือคะ แล้วเอ่อ...ไม่ทราบว่า เรารู้จักกันหรือคะ?” ปิยาพัชรถามตรงๆ เพราะชายหนุ่มตรงหน้าก็ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากสีดำสนิท ดวงตาที่อยู่ใต้หน้ากากดูน่ากลัวด้วยเหมือนกับซุกซ่อนบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ ทั้งแข็งกร้าวและเรียกร้องแปลกๆ

“จำผมไม่ได้จริงๆ หรือสาวน้อย...” ฟารฮานทอดเสียงนุ่ม กลิ่นเนื้อกายสาวและกลิ่นเครื่องประทินผิวที่ใช้ผสมผสานกันจนหอมจรุงใจ เท้าแข็งแกร่งค่อยๆ เดินเข้าไปหาอย่างเชื่องช้า เหมือนกับราชสีห์จ้องตะครุบเหยื่อแสนโอชะ ใบหน้าคมเข้มมีรอยยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปาก มือใหญ่ยื่นปลายนิ้วไปหวังเกลี่ยเอาหน้ากากอันใหญ่ออกจากใบหน้าสาวน้อย เพื่อที่เขาจะได้ยลโฉมแม่สาวน้อยมัดหมี่ถนัดๆ เสียที

ปิยาพัชรใจสั่นไหว ดวงตาเบิกกว้าง เท้าเรียวยาวพาเอาร่างบอบบางถอยไปจนชิดผนังห้อง รู้สึกหวาดกลัวกับอำนาจบางอย่างที่แผ่ซ่านมาจากกายใหญ่ โอบล้อมเรือนกายบอบบางเหมือนกับราชสีห์ตัวใหญ่ยักษ์กับหนูตัวน้อยนิด ใบหน้าสวยหันรีหันขวางมองหาทางเอาตัวรอดจากชายหนุ่มร่างใหญ่ที่เข้ามาทัก ริมฝีปากขบเม้ม พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ

“จะ...จำไม่ได้ค่ะ ระ...เราเคยเจอกันที่ไหนหรือคะ?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์ร้ายทรายสิเน่หา   chapter 112 - จบ

    “พาหม่อมฉันกลับมาอีกทำไม หม่อมฉันไม่อยากเห็นหน้าคนใจร้าย คนหลอกลวง”“ถ้าไม่ใจร้ายและหลอกลวงอีก จะอยู่ด้วยไหมล่ะ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มและเว้าวอนทำเอาคนที่พยายามจะใจแข็งถึงกับสั่นระรัว ด้วยรู้ชะตาตัวเองดีตั้งแต่ถูกจับได้นั่นแหละว่าอาจหนีไม่พ้นอ้อมแขนใหญ่นี้ไปตลอดชีวิต“จะรู้ได้ไง พระองค์จะไม่หลอกหม่อมฉันอีก ทั้งพี่ทั้งน้องช่างวางแผนและเจ้าเล่ห์เหลือเกินนี่”“ใช้หัวใจแลกหัวใจไง”“เชอะ...คนอย่างองค์นาสเซอร์ ประมุขผู้ครองแคว้นซัลจาร์บาเมีย ชายหนุ่มที่มีผู้หญิงนับสิบอ๋อ...นับร้อยมากกว่าคอยถวายตัวเป็นข้ารองบาทน่ะหรือจะยอมหยุดอยู่ที่ผู้หญิงอย่างหม่อมฉันเพียงคนเดียว เชื่อตายละ” กัญญาพัชรยังคงปากแข็งแม้ใจจะยอมผ่อนตามไปเกือบจะครึ่งแล้ว“อ้าว...ทำไมล่ะ เราแตกต่างกับชายหนุ่มคนอื่นอย่างไร ถึงจะหยุดอยู่ที่ผู้หญิงเพียงคนเดียวไม่ได้น่ะ ผู้หญิงไม่ใช่สิ่งสำคัญเสมอไปในชีวิตนะมัดหวาย สำหรับเราเมื่อเราพบคนที่ใช่ เราก็พร้อมที่จะหยุดทุกอย่างไว้ที่เธอคนนั้นเพียงคนเดียว และตอนนี้เราก็คิดว่าเราพบนางคนนั้นของเราแล้ว”หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักๆ ไม่เป็นจังหวะ นาสเซอร์หมายถึงเธอใช่ไหม ‘ไม่นะมัดหวาย แกอย่าลืมซิว่าเขาหลอกลว

  • เล่ห์ร้ายทรายสิเน่หา   chapter 111

    “ไม่ใช่หรอกมัดหมี่ ถ้าเพียงแค่ความต้องการของผู้ชายคนหนึ่ง ฉันว่าเขาไม่ทำถึงขนาดนี้หรอก” ใบหน้าคมคร้ามแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม มือใหญ่จับมือเล็กเรียวมาวางบนแผงอกกว้างตรงที่มีหัวใจกำลังเต้นอยู่“สิ่งที่ฉันทำด้วยความเจ้าเล่ห์และร้ายกาจก็จริง แรกเริ่มมาจากเพียงแค่ความปรารถนาก็จริง แต่สิ่งหนึ่งนับจากวันแรกที่ฉันได้ครอบครองความบริสุทธิ์ของสาวน้อยคนนั้น มันเป็นคำสั่งมาจากหัวใจทั้งสิ้น” สองมือใหญ่จับรั้งใบหน้าขาวสวยให้จ้องเข้าไปในดวงตาคมกริบ“ฉันอยากจะบอกให้มัดหมี่รู้เหมือนกัน ฉัน...รัก...มัดหมี่”ปิยาพัชรแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้าง หากว่าไม่ถูกจับรั้งไว้ศีรษะทุยคงจะส่ายบอกว่าไม่เชื่อและไม่จริง แต่คำพูดที่หนักแน่น ดวงตาที่มั่นคงดุจดังภูเขาหินที่ไม่อาจพังทลายลงมาได้ ไม่ว่าจะเจอพายุร้ายเพียงใดเป็นคำตอบที่ชัดเจน และที่สำคัญคือหัวใจของเธอมันก็เลือกที่จะเชื่อคำพูดนั้นซะด้วยสองแขนเรียวโอบรอบกายแข็งแกร่ง “จริงๆ นะคะ คุณฟารฮานพูดจริงๆ นะคะ ไม่ได้หลอกให้มัดหมี่ดีใจเล่นนะคะ”“จริงซิ ฉันจะโกหกมัดหมี่ทำไมล่ะ เพราะรัก ฉันเลยต้องวางแผนการร้ายทุกอย่าง เพื่อส่งแม่สาวจอมหว

  • เล่ห์ร้ายทรายสิเน่หา   chapter 110

    “แสดงว่าพวกนายรู้แผนการของเราทุกอย่างเลยใช่ไหม แล้วรู้ได้ยังไง รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมถึงไม่ขัดขวางตั้งแต่ต้น”“เอาเป็นว่าฉันจะเล่าให้เธอฟังวันหลังนะ แต่วันนี้ขอฉันลงโทษคนที่ทำให้ใจเสียก่อนละกัน”ใบหน้าขาวสวยแย้มยิ้ม ดวงตาเป็นประกายพราวระยับ สองแขนเรียวยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง “เสียใจด้วยนะอินซอฟ เผอิญว่าวันนี้เครื่องซักผ้ามันดันเกิดแอ๊กซิเดนท์ ทำงานไม่ได้อ่ะ”จันฑีราหัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจ ยิ่งได้เห็นใบหน้าเสียอารมณ์ของอินซอฟก็ยิ่งอยากแกล้งยั่วเย้าให้หนักขึ้นอีก แต่รู้ดีว่าเมื่อไหร่ที่เธอหายจากสิ่งที่เป็นอยู่ ย่อมจะต้องถูกเขาเอาคืนจนอาจจะลุกจากเตียงไม่ได้เพราะความเพลียมือเล็กจับแขนใหญ่วางยาวแนบไปกับพื้นเตียง พร้อมกับวางศีรษะลงไปนอนหนุน อีกมือก็จับแขนใหญ่มาพาดรอบเรือนกายเล็ก กายบางขยับจนแนบชิดกับเรือนกายใหญ่ นับจากวันนี้ชีวิตที่เคยมีเคยอยู่คนเดียวได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาเติมเต็มด้วยความรักและความอบอุ่น“ขอบใจนะอินซอฟที่รักฉัน เมื่อก่อนที่ฉันเคยทำร้ายและทำไม่ดีกับนายไว้ ขอให้นายยกโทษและให้อภัยฉันด้วยนะ ฉันสัญญาว่าต่อไปนี้ฉันจะทำตัวดีๆ และรักนายให้มากที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำ

  • เล่ห์ร้ายทรายสิเน่หา   chapter 109

    “จะไปไหนล่ะมัดหมี่...” แขนแข็งแกร่งสอดเข้าระหว่างเอวเล็กคอดและดึงเข้าหาตัว ศีรษะทุยโน้มลงกระซิบเบาๆ ข้างใบหูนุ่ม น้ำเสียงกึ่งกระเซ้าและยั่วเย้า“รู้ไหมว่าโทษของคนที่คิดหนีฉันน่ะมันร้ายแรงมากนะ”“ปล่อยน้องสาวฉันนะนายฟารฮาน” แม้จะห้อยต่องแต่งอยู่บนร่างสูงใหญ่ แต่กัญญาพัชรก็ไม่วายส่งเสียงแว้ดๆ ใส่ฟารฮาน สองมือยันแผ่นหลังกว้างเพื่อจะได้นำเอาตัวเองลงไปขัดขวาง“ฉันว่าเธอเอาตัวให้รอดพ้นจากพี่ชายฉันก่อนดีกว่านะมัดหวาย ก่อนที่จะมาช่วยเหลือคนอื่นเขาน่ะ” ฟารฮานตอบกลับด้วยน้ำเสียงยิ้มๆ คิ้วคมเข้มข้างหนึ่งเลิกขึ้นสูงเป็นจังหวะ“ไปกันเถอะมัดหมี่ เรามีเรื่องที่จะต้องคุยเหมือนกัน”“ว้าย!!” สองแขนเรียวโอบรอบลำคอแกร่งอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างกายลอยขึ้นจากพื้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว “ทำอะไรก็ไม่รู้คุณฟารฮานน่ะ”“ก็พาคนที่กล้าหนีฉันไปลงโทษไง” ใบหน้าคมโน้มลงจนจมูกโด่งคมประชิดติดแก้มนุ่ม“บ้า...” ปิยาพัชรส่งค้อนให้คนพูดวงโตด้วยความอบอุ่นในหัวใจ เพราะฟังจากน้ำเสียงฟารฮานไม่ได้โกรธเคืองเธอแม้แต่น้อยนิด อาจมีน้อยใจบ้าง แต่ถ้าอธิบายให้ฟังเขาก็พร้อมที่จะเข้าใจ“โว้ย...ปล่อยฉันนะคนบ้า คนเฮ็งซวย ไอ้ผู้ชายเส็งเคร็ง รัง

  • เล่ห์ร้ายทรายสิเน่หา   chapter 108

    ยามราตรีที่ท้องฟ้ามีแสงดาวส่องนำทาง สามร่างเดินตามกันไปอย่างรีบเร่ง โดยมีร่างสูงโปร่งเดินนำและร่างบอบบางอีกสองร่างเดินตามไปติดๆ ศีรษะทุยสอดส่ายเหลียวซ้ายแลขวา ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ถึงแม้จะรู้ว่าคืนนี้นาสเซอร์ ฟารฮาน และอินซอฟกำลังอยู่ร่วมการประชุมในการกำหนดนโยบายของแคว้นว่าจะให้เดินไปในทิศทางใดหลังจากนี้ แต่ใครจะรู้เล่าเกิดว่าคนหนึ่งคนใดเกิดสงสัยในพฤติกรรมลับๆ ล่อๆ และกระซิบกระซาบที่เธอและน้องๆ ทั้งสองคนมีมีหลายครั้งที่ร่างโปร่งบางหยุดยืนและหันไปจะเอ่ยปากถามสองสาวที่ตามมาด้วยว่าตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมที่จะตามเธอไปน่ะ แต่พอเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรักและห่วงใยของสองสาวก็ทำให้พูดไม่ออก ใจจริงกัญญาพัชรไม่ได้อยากชวนปิยาพัชรและจันฑีราหนีไปด้วย แต่เพราะความเป็นห่วงเป็นใยในสวัสดิภาพของสองสาว ที่ไม่รู้ว่าจะต้องโดนหางเลขจากคนที่ไม่หวังดีด้วยเมื่อไหร่ มันก็ทำให้เธอต้องคะยั้นคะยอชักแม่น้ำทั้งห้าให้สองสาวเดินทางหลบหนีกลับบ้านด้วย อีกทั้งเมื่อน้องสาวทั้งสองคนรู้ว่าเธอจะหนีกลับ ทั้งสองก็ไม่ยอมให้เธอต้องเดินทางเพียงลำพังปิยาพัชรและจันฑีราเดินตามกัญญาพัชรไปด้วยใจที่เจ็บปวดและหวาดกลัว

  • เล่ห์ร้ายทรายสิเน่หา   chapter 107

    “อ้าว...พี่มัดหวายหลับแล้วละแก” ปิยาพัชรที่เล่าเรื่องของตัวเองจ๋อยๆ ด้วยความดีใจและสุขล้นหยุดอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตแปรเปลี่ยนเป็นหมองเศร้าลง เธอเล่าเรื่องทุกอย่างให้พี่สาวฟังแทบทั้งหมด ยกเว้นเรื่องที่เธอตกเป็นของฟารฮานแล้วและเรื่องถูกปองร้ายหมายเอาชีวิต“ใจเย็นๆ นะแก ฉันเชื่อว่าอีกไม่นานอินซอฟจะต้องหาคนที่คิดร้ายกับแกเจอ” จันฑีรายกมือขึ้นตบบ่ากว้างของเพื่อนรักเบาๆ เธอเองก็เป็นกังวลไม่น้อยไปกว่าปิยาพัชร แต่ตอนนี้เมื่อเห็นว่ากัญญาพัชรมีอาการดีขึ้น ความเหนื่อยจากการเดินทางไกลก็เริ่มประท้วง ริมฝีปากอวบอิ่มอ้าหาวหวอดๆ ดวงตาก็เริ่มที่จะหรี่ลง“ฉันไม่ไหวแล้วแก ขอนอนกอดพี่มัดหวายก่อนนะ” ร่างบอบบางคลานขึ้นไปบนเตียงนอนใหญ่ เอนตัวนอนแนบชิดร่างกัญญาพัชร“เฮ้ย...ไม่เอาซิแก ฉันนอนด้วย” ปิยาพัชรบอก เพราะเธอก็เหนื่อยและเพลียเหมือนกัน ร่างบอบบางรีบเอนตัวลงอิงแอบแนบซบกับร่างพี่สาว แขนเรียวยาวพาดไปโอบร่างโปร่งไว้ แต่ด้วยความไม่ระมัดระวังทำให้ปลายมือไปถูกเอาที่บาดแผล ทำให้คนที่หลับอยู่ถึงกับสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างงงๆ และเจ็บปวดเล็กน้อย“ขอมัดหมี่นอนด้วยนะพี่มัดหวาย คิดถึง อยากนอนกอดพี่” ปิยาพัชรบอกเสียงหว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status