Share

บทที่ 2 รังเกียจ

last update publish date: 2026-05-03 15:10:33

หลังจากงานศพนางมะลิซ้อนผ่านพ้นไปด้วยดี สาวิตรีก็อาสารับเลี้ยงกชนิภา ซึ่งให้การดูแลอย่างดีมอบทั้งความรักและการศึกษาที่ดี

“ต่อไปนี้สายขิมย้ายมาอยู่คฤหาสน์หลังนี้กับฉันนะ ไม่ต้องอยู่เรือนคนใช้แล้ว” สาวิตรีอธิบายแก่สาวน้อย

“ไม่ครับ!! ผมไม่มีทางยอมให้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเด็กนั่นย้ายมาอยู่ที่นี่เด็ดขาด” เสียงธมนินทร์เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปีเดินมานั่งข้างมารดา สายตาจ้องเขม็งไปยังร่างของกชนิภา

“ทำไมล่ะธาม” สาวิตรีถามเสียงอ่อน

“ก็มันเป็นคนใช้จะมาเทียบกับเจ้านายได้อย่างไร” ธมนินทร์เอ่ยเสียงแข็ง แววตาดุดันยังคงจ้องกชนิภาไม่ห่าง

“ธาม!!” สาวิตรีตำหนิลูกชาย

“คุณแม่รักมันมากกว่าผมเหรอ!” ธมนินทร์ยืนขึ้นเค้นคำตอบจากปากมารดา

“ไปกันใหญ่แล้วธาม นั่งลงก่อนลูก” สาวิตรีเอื้อมมือจับแขนให้ลูกชายนั่งลงดั้งเดิม

“ก็ได้ครับ” เด็กหนุ่มยอมทำตามคำสั่งมารดา

“ธามฟังแม่นะลูก สายขิมพึ่งจะเสียแม่ไป น้องน่าสงสารมากเลย แม่เลยอยากให้น้องเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ด้วย” สาวิตรีค่อย ๆ อธิบายอย่างใจเย็นแก่ลูกชาย

“แต่ผมไม่ชอบมัน ผมรังเกียจ!!” ธมนินทร์เริ่มโวยวายชี้หน้าด่ากชนิภาที่นั่งตัวสั่น

“ธาม!!” เสียงสาวิตรีดังขึ้นห้ามปรามลูกชาย

“คุณแม่ดุผม!! ฉันเกลียดแกนังลูกคนใช้” ธมนินทร์ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง สาวเท้าไปหากชนิภาพร้อมผลักร่างสาวน้อยล้มลงจากโซฟาก่อนเดินจากไปอย่างไม่ไยดี

“โอ๊ย!!” กชนิภาอุทานออกมา

“ว้าย!! สายขิมเป็นอะไรไหม” สาวิตรีรีบประคองร่างเด็กน้อยมานั่ง

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“ธาม กลับมาก่อนทำผิดแล้วจะรีบหนีไหนกัน” สาวิตรีตะโกนไล่หลังลูกชาย

“คุณนายคะ ขิมไม่อยากมาอยู่ที่นี่แล้ว ขิมขออยู่เรือนคนใช้เหมือนเดิมได้ไหม” แม้กชนิภาจะอายุน้อยเพียงแค่หกขวบ แต่เด็กน้อยเป็นคนฉลาดพอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

“ทำไมล่ะสายขิม”

“ขิมไม่อยากให้คุณนายกับคุณธามทะเลาะกันอีกแล้ว”

“โธ่! สายขิม” สาวิตรีดึงตัวเด็กน้อยเข้ามากอด เธอสงสารกชนิภาอย่างจับใจ

ชีวิตของเธอไม่ต่างกับกชนิภาในวัยเด็กสักเท่าไร ตอนนั้นมารดาป่วยและเสียชีวิตลง แต่โชคดีคนที่ช่วยเหลือเธอคือ ครอบครัวสามีของเธอในตอนนี้ เสียดายสามีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถเมื่อไม่กี่ปีมานี้ จึงต้องบริหารธุรกิจเพียงผู้เดียว ทั้งไม่ค่อยมีเวลาอบรมสั่งสอนลูกชายเท่าที่ควร

“ขิมขอกลับไปอยู่เรือนคนใช้เหมือนเดิมนะคะ คุณนายกับคุณธามจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน”

“เรียกฉันว่าป้าสิ เรียกธามว่าพี่นะ เข้าใจไหมสายขิม” สาวิตรีย้ำแก่เด็กน้อยในอ้อมกอด

“ขิมไม่กล้าค่ะ ขิมเป็นแค่ลูกคนใช้”

“แต่ฉันจะรับสายขิมมาเป็นหลาน สายขิมต้องเรียกฉันว่าป้า”

“ขิมไม่อยากเป็นหลานคุณนาย ฮือ ๆ ” กชนิภาปล่อยโฮออกมา เด็กน้อยกลัวว่าธมนินทร์จะทำร้ายตนเองเหมือนอย่างที่เคยขู่ หากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขา

“อย่าร้องไห้นะสายขิม ฉันไม่บังคับหนูก็ได้” สาวิตรีถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ต้นเหตุของเรื่องเดาได้ไม่ยากถ้าไม่ใช่ลูกชายเจ้าตัวดี

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา กชนิภาคอยอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวเสมอ แต่ไม่วายถูกธมนินทร์รังแกทั้งยังแสดงท่าทีรังเกียจ

“จะไปไหนนังลูกคนใช้” เสียงธมนินทร์เอ่ยขณะกชนิภาเดินผ่านสวนหย่อม

กชนิภาไม่ตอบทำเมินเฉยก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป

“นี่แก!! ธามถามไม่ได้ยินเหรอ” เสียงของเด็กสาวรุ่นเดียวกับธมนินทร์ต่อว่ากชนิภา

“ห้องครัว” กชนิภาตอบเสียงเบามันไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนรังแกแบบนี้

“อย่าไปสนใจมันเลย เราไปดูหนังกันดีกว่า” ธมนินทร์เอ่ยขึ้น

“ไปค่ะธาม แอนจี้ไม่อยากจะอยู่ใกล้มันแล้ว ตัวก็เหม็นแถมยังสกปรกด้วย”

“ครับ” หลังจากต่อว่ากชนิภาอย่างสนุกปาก เด็กทั้งสองก็เดินจากไปทิ้งสาวน้อยวัยหกขวบยืนร้องไห้เพียงผู้เดียว

“ฮึก ฮือ ๆ ”

ไม่ว่าจะทำอย่างไรกชนิภาไม่มีทางหนีพ้นจากการถูกรังแกของธมนินทร์ ตราบใดที่ยังอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเด็กหนุ่ม

“หลบไปนังลูกคนใช้ ฉันจะเข้าไปในห้องครัว”

“ค่ะ” กชนิภายอมหลีกทางให้ตามคำสั่งของธมนินทร์ สาวน้อยถอยห่างชิดประตู

“เกะกะชะมัดเลย” ทว่าธมนินทร์ยังคงหาเรื่องกลั่นแกล้งไม่เลิกรา

“โอ๊ย!!” กชนิภาล้มลงกับพื้น

“สมน้ำหน้า!!” เด็กหนุ่มพูดอย่างไม่แยแส

“ว้าย!! หนูสายขิม” ป้าจันทร์แม่บ้านคนใหม่ที่สาวิตรีรับเข้ามาทำงานแทนมารดาของกชนิภา วิ่งหน้าตาตื่นมาหาสาวน้อย

“เป็นอะไรไหม” ป้าจันทร์เอ่ยถามเมื่อมาถึงตัวหนูน้อย

“ไม่เป็นไรค่ะ” กชนิภาส่ายศีรษะปฏิเสธ

“อย่าไปสนใจมันเลยครับป้าจันทร์” เสียงของธมนินทร์แทรกขึ้น

“ทำไมคุณธามต้องรังแกหนูสายขิมด้วยคะ” ป้าจันทร์หันไปถามเด็กหนุ่มในห้องครัว

“เอะอะเสียงดังอะไรกัน!!” สาวิตรีเดินผ่านมาพอดี บังเอิญได้ยินเสียงมาจากห้องครัว เธอจึงเดินมาดู

“มีอะไรป้าจันทร์ แล้วทำไมสายขิมถึงได้ล้มลง”

“เอ่อ คือว่า” ป้าจันทร์มีท่าทีอึดอัดอย่างเห็นได้ชัดเจน จะตอบได้อย่างไรคนที่รังแกกชนิภา คือลูกชายเจ้าของบ้าน

“คุณแม่คงตามมาปกป้องนังเด็กกาฝากถึงห้องครัวเลยใช่ไหม” เสียงธมนินทร์ดังขึ้น สาวิตรีเลยหันไปมองตามต้นเสียงได้เห็นร่างของลูกชายกำลังมองดูสาวน้อยด้วยแววตาชิงชัง

“ธาม!! ทำไมลูกชอบรังแกสายขิมอยู่เรื่อยเลย”

“ผมเกลียดมัน คุณแม่ได้ยินไหม!!”

“ธาม!! ลูกจะก้าวร้าวเกินไปแล้วนะ” สาวิตรีมองลูกชายอย่างผิดหวัง

“คุณแม่ดุผมเพราะมันเลยเหรอ” สายตาโกรธเคืองจ้องไปยังสาวน้อยก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ ๆ พร้อมเข้าไปผลักร่างเล็กจนล้มลงอีกครั้ง

“โอ๊ย!!” กชนิภาร้องออกมาด้วยความเจ็บ

“ธาม!! ต่อหน้าต่อตาแม่ ลูกกล้าทำร้ายสายขิมเลยเหรอ ตามแม่มานี่เลย” สาวิตรีทนพฤติกรรมของลูกชายไม่ไหว จึงเข้าไปจูงแขนลูกชายให้เดินตาม

“คุณแม่ปล่อยผม จะพาผมไปไหน!!” ธมนินทร์พยายามขัดขืนตลอดทาง

สาวิตรีพาลูกชายมาหยุดห้องนั่งเล่นก่อนจะปล่อยเป็นอิสระ

“ป้าจันทร์ไปเอาไม้เรียวมา” สาวิตรีหันไปพูดกับป้าจันทร์ที่เดินมาพร้อมกชนิภา

“คุณนาย ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ”

“อย่าห้ามเลยป้าจันทร์ สาจะสั่งสอนลูกชายเกเรสักหน่อย”

“เอ่อ แต่ว่า...”

“ไปเอามาสิคะ” สาวิตรีขึ้นเสียงใส่จนป้าจันทร์ต้องรีบสาวเท้าอย่างไว

“คุณแม่จะตีผมเลยเหรอ” ธมนินทร์ถามเสียงสั่น ตั้งแต่เกิดมาเด็กหนุ่มไม่เคยถูกมารดาตีเลยสักครั้ง

สาวิตรีไม่ตอบลูกชาย กระทั่งป้าจันทร์นำสิ่งที่ต้องการมายื่น

“ไม้เรียวค่ะคุณนาย”

“ธามมายืนตรงนี้แล้วกอดอก” สาวิตรีรับไม้เรียวมาจากป้าจันทร์พร้อมชี้จุด

“คุณแม่!!” ธมนินทร์กล่าวเสียงเบาคาดไม่ถึงว่ามารดาจะลงมือกับตนเอง

“มานี่!!”

“ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ คุณธามกลัวหมดแล้ว” ป้าจันทร์พยายามเกลี้ยกล่อมสาวิตรี เธอสงสารเด็กหนุ่มเหลือเกิน

เมื่อทำอะไรไม่ได้ธมนินทร์ยอมเดินมาหามารดา ทั้งยืนกอดอก

ไม้เรียวขนาดเก้าสิบเซนติเมตรถูกฟาดลงยังก้นของธมนินทร์ด้วยความแรง

“โอ๊ย!!” เด็กหนุ่มร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

สาวิตรียังคงไม่หยุดตีลูกชาย แม้ป้าจันทร์จะเอ่ยปากร้องขอ

“คุณนายพอเถอะค่ะ คุณธามเจ็บหมดแล้ว”

“ป้าจันทร์อย่าห้ามสาเลย”

กชนิภาที่ยืนอยู่มุมหนึ่งมองดูธมนินทร์โดนมารดาตีครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งสาวน้อยวิ่งเข้าไปหาเด็กหนุ่มจนโดนลูกหลง ถูกไม้เรียวฟาดแขนหนึ่งที

“ว้าย สายขิม!” สาวิตรีหยุดมือ ดึงร่างสายขิมเข้ามากอด โดยมีสายตาเคียดแค้นของธมนินทร์มองดูอย่างความเจ็บปวด

“คุณนายอย่าตีคุณธามเลยนะคะ ขิมสงสาร”

“แกไม่ต้องมาแสแสร้งนังลูกคนใช้ ฉันเกลียดแก!!” ธมนินทร์เอ่ยขึ้น

“ธาม! หยุดต่อว่าสายขิมได้แล้ว” สาวิตรีเอ็ดลูกชาย

“คุณแม่ก็รักแต่มันนั่นแหละ ผมเกลียดคุณแม่!!” ธมนินทร์พูดเสร็จก็วิ่งออกไป

“ธาม!! ฟังแม่ก่อน” สาวิตรีพยายามรั้งลูกชาย ทว่าไม่ทันเสียแล้ว

เธอมองดูลูกชายวิ่งออกไปด้วยความเจ็บปวด คำพูดของธมนินทร์เมื่อสักครู่ทำเธอชาไปทั้งกาย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์ร้ายมัจจุราชรัก   บทที่ 41 คลายปม

    ทันทีที่รู้ว่าพอมีเวลา หญิงสาวจึงขอร้องให้เดวิดพาตนเองไปหาธมนินทร์ ณ สนามบิน“พี่เดวิดช่วยเร่งความเร็วรถให้หน่อยได้ไหมคะ”“ครับคุณสายขิม” เดวิดเหยียบคันเร่งเกือบสุดมิด ตั้งแต่ได้รู้ว่าหญิงสาว คือคนที่เจ้านายหนุ่มรัก เขาจึงไม่อาจตีเสมอหญิงสาวได้อีกรถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอดยังสถานที่หมาย กชนิภาวิ่งลงจากรถด้วยใจที่ว้าวุ่น เหลือเพียงอีกสิบนาทีเที่ยวบินอิตาลีใกล้จะออกหญิงสาวพยายามตามหาคนตัวโต ทว่ากลับไร้ร่องรอย กระทั่งเที่ยวบินดังกล่าวบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เธอถึงกับทรุดลงด้วยความอ่อนแรง“ฮือ ฮือ พี่ธาม...ขิมขอโทษ” เธอปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ต่างหันมามองเธอเป็นตาเดียว แต่เธอกลับไม่สนใจอีกแล้ว น้ำตาหลั่งไหลพรั่งพรูออกมาราวกับสายน้ำความตั้งใจจะทำให้คนตัวโตเจ็บ ทว่ากลับกลายเป็นเธอเองที่ต้องทนทุกข์ทรมาน หากย้อนกลับไป เธออยากจะกลับไปแก้ไขอดีตที่ผ่านมา อยากจะล้มเลิกการแก้แค้นทั้งหมดมือบางลูบหน้าท้องแบนเรียบของตนเอง อีกในไม่ช้าเธอกำลังจะให้กำเนิดบุตรคนที่สอง ทว่าพ่อของลูกได้จากไปแล้ว“ร้องไห้เป็นเด็กไปได้” เสียงทุ้มของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวเธอเงยหน้

  • เล่ห์ร้ายมัจจุราชรัก   บทที่ 40 ไม่รักก็ต้องไป

    ธมนินทร์กลับมาถึงคฤหาสน์ช่วงเวลาเที่ยงคืน หลังจากหายไปทั้งวัน เขาไม่ได้ออกไปทำงานอย่างที่ทุกคนเข้าใจ เพราะมัวแต่ไปดื่มเหล้าเมามายกับบรรดาเพื่อนสนิทยังผับชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องนอนผ่านความมืด ก้าวไปห้องน้ำ เพื่อชำระร่างกายกว่าทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยเกือบตีหนึ่ง เขาจึงมานอนข้างภรรยาฟูกที่ยุบลงทำให้กชนิภาหันไปมองชายหนุ่ม ซึ่งเขานอนหันหลังให้กับตนเอง ตลอดทั้งคืนหญิงสาวเฝ้าคอยให้เขากลับมา แต่เมื่อเขามาถึงห้อง เขากลับเมินตนเองเธอพลิกกายหันข้าง มองแผ่นหลังกำยำของคนตัวโต อยากจะกอดแต่ก็ทำไม่ได้ ได้เพียงแตะแผ่นหลังอย่างแผ่วเบา‘ขิมรักพี่ธาม’ พูดเพียงในใจ ก่อนจะข่มตาหลับพร้อมน้ำตายามรุ่งอรุณกชนิภาสะดุ้งตื่น เพราะเสียงอาเจียนที่ดังโฮกฮากมาจากห้องน้ำ ร่างบางลุกขึ้นด้วยความงัวเงีย ก้าวลงจากเตียงขนาดคิงไซต์ไปหาคนตัวโตในห้องน้ำ“พี่ธามเป็นอะไรไหมคะ” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง มือบางลูบลงแผ่นหลังกว้างอุ๊บ อ๊วก อ๊วก ธมนินทร์โก่งคออาเจียนหน้าอ่าง ด้วยความอ่อนเพลียและเวียนศีรษะ ไม่ทันจะตอบคนตัวเล็ก อาการคลื่นไส้เริ่มต้นอีกครั้ง กว่าอาการจะดีขึ้นก็ผ่านไปสักพัก เล่นเอาชายหนุ่มถึงกับใบหน้าซีดเ

  • เล่ห์ร้ายมัจจุราชรัก   บทที่ 39 ชดใช้

    กชนิภากลับมาอยู่คฤหาสน์โชติยศได้ประมาณสองสัปดาห์ เธอยังคงนอนแยกห้องกับชายหนุ่ม เนื่องจากกำลังวางแผนบางอย่าง เพื่อต้องการสั่งสอนบทเรียนแก่เขา“ขิมครับ คืนนี้พี่ขอนอนกับขิมและลูกด้วยได้ไหม” คนตัวโตพยายามออดอ้อนหญิงสาว แขนกำยำสอดเข้ากับเอวบาง“ไม่ได้ค่ะ พี่ธามจะนอนกับขิมได้ไง เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”“งั้นก็แต่งงานกับพี่นะครับ เราไปดูฤกษ์กันพรุ่งนี้ ตกลงไหม” ประคองใบหน้างาม“พี่ธามจะแต่งงานกับขิมจริงเหรอคะ” ถามลองเชิง“จริงครับ ถ้าไม่ใช่ขิมพี่จะไม่แต่งกับใครทั้งนั้น” เขาให้คำยืนยันหนักแน่น“เอ่อ แล้ว”“กังวลเรื่องอะไรเหรอครับ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน“ขิมไม่คู่ควรกับพี่ธาม ขิมก็แค่คนใช้” ก้มหน้ามองพื้น ไม่อาจสบตาคนตัวโต“ขิมไม่ใช่คนใช้ ขิมคือคนที่พี่รัก เอาอย่างนี้หลังจากแต่งงานกัน พี่จะให้ทนายทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินของพี่ทุกอย่างให้ขิมหมดเลย เพื่อเป็นการชดใช้ ดีไหม” เขาแสดงความจริงใจแก่คนตัวเล็ก“จะดีเหรอคะ พี่ธามไม่กลัวขิมจะหลอกเหรอ” ชำเลืองมองท่าทีคนตัวโต“ไม่ครับ ขิมไม่มีทางหลอกพี่หรอก” พูดอย่างมั่นใจในตัวหญิงสาว“ถ้าขิมหลอกละคะ พี่ธามจะทำอย่างไร” คิ้วโก่งสวยเลิกขึ้นสูง เฝ้

  • เล่ห์ร้ายมัจจุราชรัก   บทที่ 38 กลับ

    “พี่ธามคะ ลุกขึ้นได้แล้ว” มือบางเขย่าร่างหนา“กี่โมงแล้วครับ” ลืมตามองหญิงสาวด้วยอาการสะลึมสะลือ“หกโมงเช้าแล้วค่ะ”“ยังเช้าอยู่เลย พี่ขอนอนต่อเถอะนะครับ” ดึงผ้าห่มมาคลุมกาย กระชับให้แน่นกว่าเดิม“ไม่ได้นะคะพี่ธาม เดี๋ยวลูกตื่นขึ้นมา ขิมไม่อยากให้เดหลีมาเห็นสภาพพี่ธามอย่างนี้”“ก็ได้ครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่ง มองหญิงสาวที่อยู่ในเสื้อผ้าใหม่“ลุกแล้วก็แต่งตัวซะ”“เมื่อคืนขิมนอนไหน” ชายหนุ่มมองคนตัวเล็ก“ก็นอนกับลูกไงคะ” กล่าวเสร็จก็เดินจากไป“ได้ไงครับ ทิ้งพี่นอนคนเดียวได้อย่างไร” ชายหนุ่มรีบแต่งตัวและรีบไปหาหญิงสาวในห้องครัว“ทำไมจะไม่ได้คะ” คิ้วโก่งสวยเลิกขึ้นสูง มองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจ มีท่าทีราวกับเด็กน้อย“ก็พี่หนาว” แก้ตัวน้ำขุ่น ๆ“ขิมก็เอาผ้าห่มให้แล้วนะคะ พี่ธามจะเอาอะไรอีก”“พี่ก็อยากกอดเมียบ้าง” ถือวิสาสะยกตำแหน่งภรรยาแก่คนตัวเล็ก“เมียเหรอ” เสียงหวานเอ่ย“ใช่ครับ”“พี่ธามอย่ามาเกะกะในห้องครัว ลูกใกล้ตื่นแล้ว ขิมต้องเตรียมอาหารเช้า”“มีอะไรให้พี่ช่วยไหมครับ” คนตัวโตอาสา“ในครัวไม่มี ถ้าอย่างนั้นไปดูลูกหน่อย เดี๋ยวเดหลีตื่นขึ้นมา พาไปล้างหน้าล้างตาด้วยนะคะ”“ได้ครับ” พูดอย่าง

  • เล่ห์ร้ายมัจจุราชรัก   บทที่ 37 พยายาม Nc+

    “นี่คุณธาม จะตามฉันมาอีกทำไม กลับไปได้แล้ว ตอนนี้ก็ค่ำมากแล้ว” เริ่มโมโห เพราะวันนี้ทั้งวันเขาคอยเดินตามไม่ห่าง“ไม่กลับ พี่จะอยู่กับขิมและลูก” คนตัวโตตีหน้ามึน พยายามขยับเข้าไปอยู่ใกล้คนตัวเล็ก“เฮ้อ” ถอนหายใจเฮือกหนึ่งด้วยความเหนื่อย เมื่อก่อนช่างดุดันราวกับราชสีห์ แต่มาตอนนี้อย่างกับแมวน้อย“อย่าพึ่งรำคาญพี่เลยนะครับ” กระซิบข้างหูคนตัวเล็ก“คุณธามเลิกทำตัวแบบนี้ได้แล้ว มันไม่เหมือนคุณเลย กลับไปโหดร้ายเหมือนเดิมดีกว่า” ไม่ค่อยจะชินสักเท่าไรกับเขาในโหมดนี้“ไม่ได้หรอกครับ พี่จะไม่ทำแบบนั้นกับคนที่รักอีกแล้ว ขอโทษ” จูบลงบนหลังมือบาง แววตาสื่อสิ่งที่ออกมาจากใจจริง“ระ รักเหรอ” เธอถึงกับขัดเขิน ใบหน้างามแดงซ่าน หันเบือนไปทางอื่น หลบดวงตาคมคู่นั้น“พี่รักขิมนะครับ ให้โอกาสพี่ได้ไหม” ผลักร่างเล็กลงไปนอนกับโซฟา ตรึงแขนเรียวทั้งสองข้าง“คุณธามจะทำอะไร” นานแค่ไหนที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับเขา บัดนี้หัวใจเต้นเร็วเหลือเกิน ราวกับจะปะทุออกมาจากอก“พี่คิดถึงขิมมาก ฟอดดด” ยื่นหน้าไปจูบแก้มนวล“คุณธามอย่าทำแบบนี้ ลูกยังไม่ได้หลับ” เธอแย้งคนตัวโตที่กำลังไล่ลงมาซุกไซร้ต้นคอ“งั้นพี่จะเอาเดหลีเข้านอน แล้วมาต

  • เล่ห์ร้ายมัจจุราชรัก   บทที่ 36 ต้องทำอย่างไร

    ชลธิชาออกมารอแพทย์หนุ่มตามคำสั่ง กระทั่งเกือบเวลาหกโมงเย็นเขาก็ยังไม่มา เธอจึงถอดใจตัดสินใจกลับบ้านเอง“หึ!! ผู้ชายก็เหมือนกันหมด” บ่นพึมพำไปเรื่อยระหว่างเดินไปป้ายรถเมล์ขณะหญิงสาวกำลังยืนคอยรถเมล์ จู่ ๆ มีรถหรูอันคุ้นเคยมาจอดตรงหน้าเธอ“ลูกปัดขึ้นรถ” เขาลดกระจกรถลง ทั้งเอ่ยเรียกเธอ ทว่าหญิงสาวยังคงนิ่งเมื่อหญิงสาวทำตัวเมินเฉย ภูริเดชเปิดประตูรถเดินไปอุ้มหญิงสาว ท่ามกลางผู้คนมากมายกำลังมองมา“ว้าย ไอ้หมอบ้า ปล่อยนะ!!” พยายามขัดขืน เพื่อให้เขายอมปล่อย แต่แรงอันน้อยนิดกลับสู้เขาไม่ได้เลยชายหนุ่มพาหญิงสาวเข้าไปนั่งข้างในรถพร้อมรัดเข็มขัดนิรภัย ก่อนจะวิ่งไปนั่งฝั่งคนขับ รีบออกรถทันที“ปล่อยนะไอ้หมอบ้า” เธอโวยวายใส่เขาด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์“ผมจะพาไปกินข้าวเย็น” พูดอย่างใจเย็น แต่อีกคนร้อนรนดั่งไฟ“ไม่ไป!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้”ชายหนุ่มไม่ตอบยังคงขับรถไปเรื่อยตามจุดมุ่งหมาย คอยให้คนด้านข้างใจเย็นเสียก่อน ค่อยอธิบายเหตุผลให้ฟังหญิงสาวนั่งหน้าหงิก เมื่อเขาทำเหมือนไม่สนใจตนเอง“ที่พี่มารับช้า เพราะเกิดเรื่องที่โรงพยาบาลนิดหน่อย” มือหนาเอื้อมไปกุมมือบาง ส่งสายตาหวานเยิ้มจ้องมองหญิงสาวคนโดนมอ

  • เล่ห์ร้ายมัจจุราชรัก   บทที่ 6 คนเมา Nc

    เช้าวันใหม่แสนสดใส ทว่ากลับไม่ได้ทำให้กชนิภาสดใสตาม เพราะเรื่องเมื่อคืนยังคงรบกวนจิตใจตลอดเวลา เธอไม่กล้าจะสู้หน้าคนตัวโต รู้สึกอับอายเหลือเกินวันนี้หญิงสาวมีเรียนช่วงบ่าย แต่ออกจากคฤหาสน์ตั้งแต่เวลาเจ็ดโมงเช้า เพื่อหลีกเลี่ยงการเจอผู้คนหญิงสาวมักจะออกไปเรียนช่วงเช้าเป็นประจำ ทั้งยังเลี่ยงการไปพบเ

  • เล่ห์ร้ายมัจจุราชรัก   บทที่ 5 การกลับมา

    ยามเย็นตะวันใกล้ลับขอบฟ้า สาวิตรีกำลังวุ่นวายกับสวนกุหลาบหลังบ้าน เสียงเรียกของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้นทำให้เธอหยุดชะงักและหันไปมอง“คุณแม่ครับ”“ธาม” สาวิตรีปล่อยบัวรดน้ำในมือลง สาวเท้าไปหาลูกชายด้วยความคิดถึงเจ็ดปีที่ไม่ได้เจอหน้ากัน ธมนินทร์โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว สาวิตรีสวมกอดร่างกำยำลูกชายอย่างโหย

  • เล่ห์ร้ายมัจจุราชรัก   บทที่ 4 เตรียมตัวกลับ

    เจ็ดปีผ่านไป... กาลเวลาผ่านพ้นอย่างรวดเร็วราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นพึ่งจะผ่านไปเมื่อไม่นานมานี้กชนิภาเติบโตขึ้นเป็นสาวเต็มวัย ความสวยของหญิงสาวเป็นที่หมายปองแก่บรรดาหนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่มากมาย“แหม วันนี้หนุ่มที่ไหนให้ดอกไม้มาคะ ช่อใหญ่ซะด้วย เขาจีบหนูสายขิมเหรอ”“ไม่มีอะไรหรอกค่ะป้าจันทร์ รุ่น

  • เล่ห์ร้ายมัจจุราชรัก   บทที่ 3 เรียนต่อต่างประเทศ

    เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ธมนินทร์พูดคุยกับมารดาน้อยลง ทั้งเลี่ยงการเจอกชนิภา สถานที่ใดมีธมนินทร์ย่อมไม่มีกชนิภา ส่วนสถานที่ใดมีกชนิภาย่อมไม่มีธมนินทร์ ทุกคนในคฤหาสน์ต่างทราบกันดีวันนี้เช่นกันคฤหาสน์มีการจัดเลี้ยงฉลองเรียนจบปริญญาตรีของธมนินทร์ เขาก็ไม่ได้ชักชวนกชนิภาเข้าร่วมงานณ ริมสระว่ายน้ำของค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status