Masuk“คุณพ่อสั่งให้เรามา ไม่มาก็ไม่ได้นะพิมพ์” ยอดชายหันไปพูดกับภรรยา ก็เห็นว่าพิมพ์จันทร์กำลังสั่งสอนลูกอยู่
“เราสูงส่ง เรารวยเรามีเงิน อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับพวกคนจนๆ ต่ำ ๆ สถุลพวกนั้นนะลูก หนูจะต้องหัดคบคนที่รวยกว่าหรือฐานะเท่าเทียมกัน จะได้มีสังคมที่ดี”
“ค่ะคุณแม่” ธนิดารับคำมารดา
“ไหนลองบอกแม่สิว่าหนูต้องเลือกคบคนยังไง”
“เลือกคนกับคนที่ฐานะเท่าเทียมกันกับเรา รวยเหมือนกัน หรือรวยกว่าเราค่ะคุณแม่” ธนิดาตอบอย่างฉะฉาน
“ดีมากลูก ลูกรักของแม่น่ารักจริงเชียว ทำไมหนูฉลาดแบบนี้ ไม่เสียแรงที่เกิดมาเป็นลูกสาวแม่” พิมพ์จันทร์กุมแก้มของลูกน้อยเอาไว้ ยิ้มหน้าบานที่ลูกสาวว่านอนสอนง่าย
“โตขึ้น ลูกสาวคนสวยของแม่ก็ต้องเลือกสามีดีๆ มีเงินมีทอง หนูจะได้เป็นคุณหญิงคุณนาย นั่งสบายชี้นิ้วสั่ง ไม่ต้องทำงานให้ลำบากตรากตรำอะไรนะลูกนะ อย่าไปเอาผัวจนเด็ดขาด ต้องทำงานงกๆ หน้าดำคร่ำเครียด กัดก้อนเกลือกิน ลำบากยากเข็น ชีวิตเหนื่อยหนัก ต้องเลือกดีๆ เพราะเลือกผัวผิดคิดจนตัวตาย” ท้ายประโยคเป็นเสียงสะบัดๆ คล้ายจะประชดประชันคนเป็นสามี
“พอเถอะคุณ ลูกยังเด็ก จะสั่งสอนให้มีผัวแล้วหรือไง” ยอดชายเอ่ยเตือนภรรยา ไม่ชอบประโยคประชดประชันนั้นสักนิด
“สอนกันตั้งแต่ตอนนี้แหละดีแล้ว ไม่กี่ปีลูกเราก็จะโตเป็นสาวแล้ว เดี๋ยวก็ได้กับพวกยาจก หาเช้ากินค่ำ เงินไม่มีจะกินหรอกค่ะ”
“เหลวไหลน่าคุณ สอนให้ลูกตั้งใจเรียนดีกว่า” ยอดชายรู้สึกรำคาญ ภรรยาของเขาค่อนข้างดูถูกคนจน แต่ก็รักลูก เขาจึงไม่อยากให้เธอสอนลูกไปในทางที่ไม่ดี
“ฉันหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันดีกว่า นั่งหลังขดหลังแข็งสวดศพกว่าจะเสร็จ หิวขาวจะตายอยู่แล้ว”
“ในงานศพก็มีอาหารทำไมคุณไม่กิน”
“โอ๊ย! สกปรกโสโครก ของชาวบ้านพวกนั้น ฉันไม่กินหรอกค่ะ กินเข้าไปมีหวังท้องเสีย ลูกก็เหมือนกันนะจ๊ะ คราวหน้าคราวหลังอย่าไปกินของที่พวกชาวบ้านจนๆ มันให้กิน มันอาจจะใส่ยานอนหลับให้เรากิน พอเราหลับแล้วมันก็ปลดทรัพย์สินเงินทองของเราไปก็ได้นะลูก”
“จริงเหรอคะคุณแม่”
“จริงสิจ้ะ ตอนที่มันเอาน้ำหวานมาให้ลูก ดีนะที่แม่เห็นเสียก่อน ทีหลังอย่าไปกินเด็ดขาด”
“แวะร้านนี้แล้วกันคุณ” ยอดชายตัดบท ฟังเมียสอนลูกแล้วเอือมระอาอยู่ไม่น้อย
“ไม่เอาร้านนี้ ฉันไม่กินอาหารข้างทางคุณก็รู้ แวะอีกร้านข้างหน้าโน้น” คนพูดมองร้านหรูหราข้างหน้า ยอดชายก็ตามใจภรรยา เพราะเข้าใจว่าพิมพ์จันทร์นั้นมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย อยู่ในสังคมอีกชั้นสูง จึงไม่ลดตัวลงไปกินอาหารข้างทาง ยิ่งเสื้อผ้าข้าวของไร้รสนิยม เธอไม่เคยเคยซื้อหามาใช้
ดาวเหนือมองรถยนต์คันใหญ่ที่แล่นออกไปอย่างเหนื่อยหน่ายใจ สามคนพ่อแม่ลูกไปจากงานได้ก็ดี สายตาจิกกัดของพิมพ์จันทร์ สายตาเฉยเมยของยอดชายและสีหน้าเยาะเย้ยของธนิดา ทำให้เธออึดอัดใจไม่น้อย ถ้าไม่เพราะพวกผู้ใหญ่บอกว่าพวกเขาเอาเงินมาช่วยงานศพ อย่าไปเสียมารยาท เธอก็คงจะไล่คนทั้งสามออกไปจากงานแล้ว
ทับทิมเสียชีวิตแบบนี้ ทำให้เธอรู้สึกเคว้งคว้างไม่น้อย เพราะทับทิมเป็นญาติเพียงคนเดียวในหมู่บ้านที่เหลืออยู่ แม้จะเป็นญาติห่างๆ ของมารดาและยาย แต่ก็คอยช่วยเหลือเธออยู่มาก ทุกวันเธอยังได้แอบหนีไปขอของกินจากทับทิม แต่เคยคิดจะไปอยู่กับทิมทับจริงจัง คนที่บ้านของกำนันยศก็ไม่ยอม ไปพาตัวเธอกลับมา ไม่ใช่เพราะรักเพราะห่วง แต่ที่ไปพากลับมาเพราะต้องการที่จะเอาเธอไปใช้งาน ให้ทำงานในบ้านงกๆ ตื่นตั้งแต่หัวรุ่ง และเข้านอนดึกดื่นเที่ยงคืน
“น้าทับทิมจ๋า น้าไม่อยู่แล้วหนูจะขอความช่วยเหลือจากใครกันคะ” เด็กน้อยพูดแล้วร้องไห้เบาๆ
ธนิดาพูดจาดูถูกว่าไม่มีเงินจัดงานศพ ก็ไปขอทานเอาสิ ทำให้ดาวเหนือเจ็บใจเป็นอันมาก เธอกำหมัดแน่น พยายามระงับอารมณ์เอาไว้อย่างสุดกลั้น
เด็กน้อยรู้สึกอิจฉาคนมีเงินเยอะๆ ที่จะทำอะไรก็ทำได้ เธออยากมีเงินเยอะๆ เป็นคนรวยบ้าง จะไม่ได้ไม่ต้องโดนโขกสับเช่นนี้
เด็กน้อยวัยสิบขวบเศษนั่งมองโลงศพญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ ศพตั้งอยู่ในศาลาสวดอภิธรรมที่ร้างผู้คน ความรู้สึกของเด็กน้อยคือความเศร้าโศกเสียใจ เธอร้องไห้จนตาบวม แต่ก็ทำตามที่ผู้ใหญ่บอก คอยต้อนรับแขกที่มาในงาน และพรุ่งนี้ก็จะฌาปนกิจศพแล้ว
การเผาศพของที่นี่ต้องดูวันเผาด้วย ไม่ใช่จะเผาวันไหนก็ได้เพราะเป็นความเชื่อแต่ดั้งเดิม แต่ก็จัดงานศพให้ได้เผาเร็วที่สุดเพราะหากเจ้าภาพไม่มีเงิน งบจะได้ไม่บาน
เจ้าอาวาสวัดใจดี ช่วยจัดการนิมนต์พระมาสวดศพให้โดยไม่รับเงิน ในงานมีค่าอาหาร ค่าโลงศพ ดอกไม้จันท์และของจิปาถะอย่างอื่น
“น้าทับทิมจ๋า หนูมาหานะจ๊ะ” ดาวเหนือเคาะโลงบอกทับทิมด้วยน้ำตานองหน้า
เธอขอนอนกับศพของทับทิมเป็นครั้งสุดท้าย บรรดาเพื่อนๆ ของทับทิมในวัยไล่เลี่ยกันในหมู่บ้านนอนเป็นเพื่อนด้วย เพราะไม่อยากให้เด็กน้อยต้องนอนคนเดียว ดีอย่างว่าทางบ้านกำนันยศ ไม่ได้ว่าอะไรที่เธอมานอนเฝ้าศพทับทิม
“ว่างๆ ก็ไปเที่ยวทางใต้บ้างสิจ๊ะ พวกเรายินดีต้อนรับดาวกับครอบครัวเสมอจ้ะ” นาตยาเอ่ยชวน“ขอบคุณอาหมอกับอานาตมากนะคะ ถ้าได้มีโอกาสลงใต้จะไปเยี่ยมอานาตกับอาหมอแน่นอนค่ะ”“ผมเองก็ต้องขอบคุณมากๆ นะครับ” ติณห์เอ่ยขอบคุณสองสามีภรรยาด้วยเช่นกันที่ได้ช่วยเหลือภรรยาของเขาเอาไว้ จนคลอดลูกอย่างปลอดภัยดาวเหนือออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับลูกน้อยที่เกิดมาสุขภาพแข็งแรง ทั้งคลอดง่ายเลี้ยงง่าย“พี่สัญญาว่าจะดูแลเธอกับลูกให้ดี” เขาคิดถึงชีวิตวัยเด็กของตัวเองที่มีแค่บิดาเพียงคนเดียว ก็ไม่อยากที่จะให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ปล่อยให้ลูกขาดพ่อหรือขาดแม่ แต่อยากให้ลูกมีพ่อแม่ครบสมบูรณ์ อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา มีครอบครัวที่อบอุ่น“ขอบคุณนะคะ ดาวมีพ่อก็เหมือนไม่มีพ่อ ดาวอยากจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดเท่ากับแม่คนหนึ่งจะทำได้ ไม่ทำให้ลูกต้องรู้สึกขาดอะไรในชีวิตไป”ดาวเหนือคิดถึงมารดา หากท่านยังมีชีวิตอยู่ คงได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา คนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน แต่ใครมีโอกาสก็ควรเลือกทำแต่สิ่งที่ดีๆ ให้กับตัวเองและคนรอบข้างก่อนจะไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้วดาวเหนือมองลูกน้อยที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเบาะสีหวานที่คนเป็นพ่อซื้
ข่าวดีของครอบครัวทำให้ติณห์และบิดาดีใจเป็นอันมากเมื่อดาวเหนือตั้งท้องลูกคนแรก ดาวเหนือตัดสินใจเรียนมหาวิทยาลัยเปิด ในขณะที่เธอได้รับทุนทรัพย์จากสามีเปิดร้านเสริมสวยเป็นของตัวเอง และมีร้านอาหารและร้านขนมอยู่ใกล้ๆ กิจการไปได้สวยเพราะความใส่ใจของผู้บริหาร แม้ดาวเหนือจะอายุยังน้อยแต่ก็มีความรับผิดชอบสูงเธอรับช่างเสริมสวยเข้ามาช่วยงานในร้าน ทั้งช่างทำผม ช่างทำเล็บ ขัดผิวอบผิว แยกเป็นสัดส่วน มีสปาหน้าและสปาตัวด้วยส่วนร้านขนมก็มีพนักงานช่วยขายเพราะมีสูตรขนมตายตัว สามารถผลิตออกมาขายได้ทุกวันร้านอาหารนั้นดาวเหนือลงครัวทำบ้าง ให้พ่อครัวทำบ้าง เธอแวะเวียนไปดูแลกิจการต่างๆ สลับกันไปมา เพราะร้านอยู่ติดกัน ที่นี่ทำเลดีเป็นที่ดินที่ติณห์ซื้อเก็บเอาไว้เพราะเห็นว่าที่สวยเหมาะแก่การเปิดกิจการ เนื่องจากมีผู้คนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก และยังอยู่ใกล้หน่วยงานราชการและย่านชุมชน“ทำงานหนักไปหรือเปล่า” ติณห์เอ่ยถามภรรยาสาว ก่อนที่ตัดสินใจจะรับเธอเข้ามาเป็นภรรยาอย่างเปิดเผย เขาก็เคยกังวล แต่ตอนนี้เขาไร้ซึ่งความกังวลแล้ว อาจเพราะดาวเหนือไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนที่เขาได้เคยเจอมาก่อนในชีวิต เธอดีงามและน่ารักเสมอ แถม
สองแม่ลูกมองหน้ากัน ก่อนจะหน้าแตกยับเยิน และไม่มีใครสนใจพวกหล่อนอีก ทำให้พิมพ์จันทร์ต้องดึงมือบุตรสาวออกมาจากงานเลี้ยง“เจ็บใจจังเลยค่ะคุณแม่” ธนิดาบ่นไปตลอดทาง เสียดายติณห์จับใจ ถ้ารู้ว่าเขารวยขนาดนี้ เธอจับเขาทำผัวไปแล้ว“ทำไมไฟในบ้านมืดขนาดนี้คะคุณแม่ ไฟดับหรือไง” ธนิดาเอ่ยกับมารดา“แม่ก็ไม่รู้ค่ะ” พอเข้าไปในบ้านสองแม่ลูกก็ต้องตกใจเมื่อเจอเข้ากับจดหมายเรียกค่าไถ่ ซึ่งตอนนี้มารดาโดนจับตัวไปแล้วความวุ่นวายเกิดขึ้นจนเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมเมื่อคนที่จับตัวคุณหญิงพิมพ์พรรณมารดาของพิมพ์จันทร์ถูกจับไปเรียกค่าไถ่ ส่วนธนิดาหลานสาวเพียงคนเดียวของท่าน กลับถูกเจ้าหนี้ของบ่อนจับไปกระทำย่ำยีธนิดาถูกช่วยออกมาได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียเลือดมาก ยอดชายที่จะบริจาคเลือดช่วยบุตรสาวก็ถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าธนิดาไม่ใช่ลูก เขาคาดคั้นเอากับภรรยาจนรู้ว่าธนิดาเป็นลูกติดท้องของผู้ชายคนอื่น ที่ไม่ยอมรับเป็นลูก เพราะตอนที่พิมพ์จันทร์คบกับยอดชายอยู่ ก็แอบได้เสียกับผู้ชายคนอื่นด้วย เธอจึงมาจับเขาทำผัว เพื่อจะให้รับเป็นพ่อของลูกยอดชายถึงกับเข่าทรุดที่รู้ว่าหลงเลี้ยงลูกคนอื่นมานานหลายปี“คุณยอดชายใช่ไหมครับ ผมขอ
“ก็ภรรยาของท่านประธานมาถึงแล้วน่ะค่ะ กำลังตามหาท่านประธานอยู่” ได้ยินดังนั้นติณห์ก็เดินไปดูในทันที เขาเห็นว่าดาวเหนือกำลังถูกหนุ่มๆ ซึ่งเป็นพนักงานในบริษัทยืนล้อมหน้าล้อมหลังกันอยู่ ต่างยิ้มแย้มหัวร่อต่อกระซิก เหมือนกับว่าเธอสนิทสนมกับพนักงานของเขาเป็นอย่างดี“ดาวเหนือ!” ประโยคเรียกขานของติณห์ทำให้ดาวเหนือสะดุ้งหันไปมอง เธอยิ้มให้คนเรียก แต่ต้องยิ้มค้างเมื่อเห็นใบหน้าไม่พอใจของเขา“มาทำอะไรที่นี่”“คะ?” ดาวเหนือทำหน้างงเมื่อได้ยินประโยคคำถามนั้น พร้อมด้วยมือหนาที่กระชากมือของเธอออกมาจากหนุ่มๆ ที่เธอกำลังหว่านเสน่ห์อยู่“ใครใช้ให้เธอมาที่นี่” ติณห์เอ่ยถาม“ก็พี่ติณห์เป็นคนบอกให้ดาวมาที่นี่เอง”“ดาวมาที่นี่เพราะพี่บอกอย่างนั้นเหรอ พี่ไปบอกเธอตอนไหน” ติณห์งงเป็นไก่ตาแตก“ก็พี่ติณห์ส่งชุดไปให้ดาว บอกให้มางานเลี้ยงของบริษัทที่โรงแรมนี้ บอกว่าจะเปิดตัวดาวในฐานะภรรยา”“พี่ไม่เคยทำอะไรแบบนั้น ทำไมเธอต้องโกหกแบบนี้ด้วย แล้วเธอรู้เหรอว่าฉันเป็นใคร” ติณห์เอ่ยถามคนตรงหน้า กวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า“ดาวเองก็เพิ่งรู้ค่ะ”“เธอรู้แต่ไม่เคยปริปากเอ่ยถาม ต้องการอะไร”“ดาวไม่ได้ต้องการอะไรเลยนะคะ
การได้รู้ความจริงว่าแท้ที่จริงแล้วสามีมีฐานะเช่นไรทำให้เธอเริ่มคิดมาก คนรวยก็ยังเป็นคนรวยอยู่วันยังค่ำ เขาคงกลัวว่าเธอจะไปเกาะความรวยของเขา กลัวว่าเธอจะไปเสวยสุขบนกองเงินกองทองของเขา จึงไม่อยากให้เธอรับรู้ติณห์นอนหลับไปแล้ว ในขณะที่ดาวเหนือค่อยๆ ขยับขึ้นไปบนเตียง มือน้อยโอบกอดเขาเหมือนทุกครั้ง แต่ไม่มีอ้อมแขนที่กอดรัดกลับมาเหมือนเคย ทำให้เธอต้องค่อยๆ ดึงมือหนี จู่ ๆ ก็รู้สึกไม่คู่ควรกับเขาเสียเหลือเกินที่เขาไม่พูดความจริงคงเพราะไม่ได้ต้องการเธอจริงๆ จู่ ๆ ความเสียใจก็ถาโถมเข้ามา ครั้งนี้สองแม่ลูกพูดจริงไม่ได้หลอกลวงเธอเหมือนก่อน“วันนี้พี่มีงานกะดึกที่บริษัท ดาวไม่ต้องรอกินข้าวนะ” เขาบอกเธอเมื่อกำลังจะออกจากบ้านไปทำงาน“ค่ะ” ดาวเหนือนอนคิดเรื่องของติณห์ทั้งคืน แล้วก็ได้คำตอบว่าเธอควรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เขาจะทิ้งเธอไป ไม่อยากบอกความจริง เพราะเหตุผลอะไรก็ช่าง แต่เธอก็ควรยืนหยัดอยู่ให้ได้ หากวันใดจะไม่มีเขาดาวเหนือปรับอารมณ์ตัวเองได้แล้ว เธอก็เร่งทำงานของเธอให้ดี เวลาว่างเธอก็อ่านหนังสือทบทวนความรู้ของตัวเอง ปีหน้าจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยกับคนอื่นเขาสักที ถ้าในสักวันเธอจะ
“เปล่าค่ะ ดาวก็แค่อยากรู้น่ะค่ะ”“เรื่องไหนที่พี่อยากให้รู้ พี่จะบอกเอง” ประโยคนั้นทำให้เธอนิ่งอึ้งไป นั่นสิเธอจะอยากรู้ไปทำไม แต่ใจหนึ่งก็คิดว่าเธอเป็นภรรยาก็สมควรจะรู้ไม่ใช่เหรอ“อย่าถามเซ้าซี้อีก พี่ไม่ชอบ” ความสัมพันธ์อันแสนเปราะบางของเธอกับเขาทำให้เธอต้องปิดปากเงียบ และเก็บความสงสัยนั้นเอาไว้การเจอสองแม่ลูกทำให้ดาวเหนือเริ่มที่จะรำคาญ ประโยคเดิม ๆ ซ้ำ ๆ นั้นทำให้เธออดไม่ไหว วันหนึ่งจึงสะกดรอยตามติณห์ไป เธอเห็นเขาเดินเข้าไปในบริษัทใหญ่โต ก็คิดว่าเขาคงเป็นพนักงานเดินเอกสารของที่นี่“นี่เราจะเชื่อสองคนแม่ลูกนั่นทำไมกันนะ” ถึงจะเป็นบริษัทใหญ่โต ติณห์ก็เป็นแค่พนักงานเดินเอกสาร เขาจะกลายเป็นผู้บริหารได้ยังไงกันดาวเหนือกำลังจะนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กลับ คิดว่าเสียเวลาที่ตามติณห์มาถึงที่นี่ หากตอนนี้อยู่บ้านเธอคงทำงานได้เยอะแล้ว“สวัสดีครับท่านประธาน” คำเอ่ยทักทายของพนักงานรักษาความปลอดภัยทำให้ดาวเหนือหันขวับไปมอง เธอตกตะลึงเมื่อเห็นว่าติณห์กำลังยืนคุยอยู่กับพนักงานรักษาความปลอดภัย ในขณะที่อีกฝ่ายมีท่าทีนอบน้อมต่อติณห์ยิ่งนักเธอจึงรีบหลบ เขาอยู่ในชุดสูทดูดี เนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อ
ไม่มีผู้ชายคนไหนรักเขาเท่านี้อีกแล้ว นี่คือสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงใจร้ายที่คลอดเขาออกมาขู่เอาเงินบิดาได้ตลอด ถ้าเขารู้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน เขาจะบอกบิดาไปตรงๆ ว่าเขารู้แล้ว ทำใจได้แล้ว และไม่ได้อยากมีแม่ชั่วๆ แบบนี้“ติณห์ลูก...” กรุณภพเอ่ยเรียกบุตรชาย ไม่คิดว่าลูกจะรู้เรื่องนี้มาตลอด“ผมขอโทษนะครับ
กำนันยศทิ้งตัวนั่งลงอย่างหงอยเหงา หมดอารมณ์รับประทานอาหารต่ออีก พอได้สติก็เดินไปเคาะประตูเรียกดาวเหนืออย่างเป็นห่วง เคาะอยู่นานกว่าเด็กน้อยจะโผล่หน้าออกมา“ไม่ต้องกลัวนะ” กำนันยศพูดกับดาวเหนือ ในขณะที่เด็กน้อยยังมีท่าทีหวาดๆ“ปู่จะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายหลานได้เด็ดขาด” หลังจากนั้นเป็นต้นมา กำนันยศก
“ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ค่ะ” ดาวเหนือตอบตามตรง“ไม่หิวก็กินเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ นึกว่าสงสารคนแก่” แท้ที่จริงแล้วกำนันยศเป็นคนแก่ที่เหงามาก เพราะมีเงินมากมายก็จริง แต่ลูกหลานกลับไม่ใส่ใจดูแลเท่าที่ควร“ค่ะ” ดาวเหนือรับคำ มองอาหารบนโต๊ะที่ตั้งละลานอยู่เต็มด้วยความตื่นเต้น คราแรกก็ไม่ค่อยหิว แต่ตอนนี้กลิ่น
สองแม่ลูกที่เดินเข้ามาในสวนดอกไม้หลังบ้านชะงัก พอพิมพ์จันทร์ได้ยินบุตรสาวพูดเช่นนั้น ก็รีบเดินเร็วๆ เข้าไปจิกหัวของเด็กน้อยขึ้นมาด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด“โอ๊ย!” ดาวเหนือร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บและตกใจเป็นอันมาก“แกกล้าดียังไงมากินเค้กช็อกโกแลตราคาแพงของลูกสาวฉัน คายออมมา คายออกมานังเด็กชั้นต่ำ นังลูกเ







