登入“คุณพ่อสั่งให้เรามา ไม่มาก็ไม่ได้นะพิมพ์” ยอดชายหันไปพูดกับภรรยา ก็เห็นว่าพิมพ์จันทร์กำลังสั่งสอนลูกอยู่
“เราสูงส่ง เรารวยเรามีเงิน อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับพวกคนจนๆ ต่ำ ๆ สถุลพวกนั้นนะลูก หนูจะต้องหัดคบคนที่รวยกว่าหรือฐานะเท่าเทียมกัน จะได้มีสังคมที่ดี”
“ค่ะคุณแม่” ธนิดารับคำมารดา
“ไหนลองบอกแม่สิว่าหนูต้องเลือกคบคนยังไง”
“เลือกคนกับคนที่ฐานะเท่าเทียมกันกับเรา รวยเหมือนกัน หรือรวยกว่าเราค่ะคุณแม่” ธนิดาตอบอย่างฉะฉาน
“ดีมากลูก ลูกรักของแม่น่ารักจริงเชียว ทำไมหนูฉลาดแบบนี้ ไม่เสียแรงที่เกิดมาเป็นลูกสาวแม่” พิมพ์จันทร์กุมแก้มของลูกน้อยเอาไว้ ยิ้มหน้าบานที่ลูกสาวว่านอนสอนง่าย
“โตขึ้น ลูกสาวคนสวยของแม่ก็ต้องเลือกสามีดีๆ มีเงินมีทอง หนูจะได้เป็นคุณหญิงคุณนาย นั่งสบายชี้นิ้วสั่ง ไม่ต้องทำงานให้ลำบากตรากตรำอะไรนะลูกนะ อย่าไปเอาผัวจนเด็ดขาด ต้องทำงานงกๆ หน้าดำคร่ำเครียด กัดก้อนเกลือกิน ลำบากยากเข็น ชีวิตเหนื่อยหนัก ต้องเลือกดีๆ เพราะเลือกผัวผิดคิดจนตัวตาย” ท้ายประโยคเป็นเสียงสะบัดๆ คล้ายจะประชดประชันคนเป็นสามี
“พอเถอะคุณ ลูกยังเด็ก จะสั่งสอนให้มีผัวแล้วหรือไง” ยอดชายเอ่ยเตือนภรรยา ไม่ชอบประโยคประชดประชันนั้นสักนิด
“สอนกันตั้งแต่ตอนนี้แหละดีแล้ว ไม่กี่ปีลูกเราก็จะโตเป็นสาวแล้ว เดี๋ยวก็ได้กับพวกยาจก หาเช้ากินค่ำ เงินไม่มีจะกินหรอกค่ะ”
“เหลวไหลน่าคุณ สอนให้ลูกตั้งใจเรียนดีกว่า” ยอดชายรู้สึกรำคาญ ภรรยาของเขาค่อนข้างดูถูกคนจน แต่ก็รักลูก เขาจึงไม่อยากให้เธอสอนลูกไปในทางที่ไม่ดี
“ฉันหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันดีกว่า นั่งหลังขดหลังแข็งสวดศพกว่าจะเสร็จ หิวขาวจะตายอยู่แล้ว”
“ในงานศพก็มีอาหารทำไมคุณไม่กิน”
“โอ๊ย! สกปรกโสโครก ของชาวบ้านพวกนั้น ฉันไม่กินหรอกค่ะ กินเข้าไปมีหวังท้องเสีย ลูกก็เหมือนกันนะจ๊ะ คราวหน้าคราวหลังอย่าไปกินของที่พวกชาวบ้านจนๆ มันให้กิน มันอาจจะใส่ยานอนหลับให้เรากิน พอเราหลับแล้วมันก็ปลดทรัพย์สินเงินทองของเราไปก็ได้นะลูก”
“จริงเหรอคะคุณแม่”
“จริงสิจ้ะ ตอนที่มันเอาน้ำหวานมาให้ลูก ดีนะที่แม่เห็นเสียก่อน ทีหลังอย่าไปกินเด็ดขาด”
“แวะร้านนี้แล้วกันคุณ” ยอดชายตัดบท ฟังเมียสอนลูกแล้วเอือมระอาอยู่ไม่น้อย
“ไม่เอาร้านนี้ ฉันไม่กินอาหารข้างทางคุณก็รู้ แวะอีกร้านข้างหน้าโน้น” คนพูดมองร้านหรูหราข้างหน้า ยอดชายก็ตามใจภรรยา เพราะเข้าใจว่าพิมพ์จันทร์นั้นมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย อยู่ในสังคมอีกชั้นสูง จึงไม่ลดตัวลงไปกินอาหารข้างทาง ยิ่งเสื้อผ้าข้าวของไร้รสนิยม เธอไม่เคยเคยซื้อหามาใช้
ดาวเหนือมองรถยนต์คันใหญ่ที่แล่นออกไปอย่างเหนื่อยหน่ายใจ สามคนพ่อแม่ลูกไปจากงานได้ก็ดี สายตาจิกกัดของพิมพ์จันทร์ สายตาเฉยเมยของยอดชายและสีหน้าเยาะเย้ยของธนิดา ทำให้เธออึดอัดใจไม่น้อย ถ้าไม่เพราะพวกผู้ใหญ่บอกว่าพวกเขาเอาเงินมาช่วยงานศพ อย่าไปเสียมารยาท เธอก็คงจะไล่คนทั้งสามออกไปจากงานแล้ว
ทับทิมเสียชีวิตแบบนี้ ทำให้เธอรู้สึกเคว้งคว้างไม่น้อย เพราะทับทิมเป็นญาติเพียงคนเดียวในหมู่บ้านที่เหลืออยู่ แม้จะเป็นญาติห่างๆ ของมารดาและยาย แต่ก็คอยช่วยเหลือเธออยู่มาก ทุกวันเธอยังได้แอบหนีไปขอของกินจากทับทิม แต่เคยคิดจะไปอยู่กับทิมทับจริงจัง คนที่บ้านของกำนันยศก็ไม่ยอม ไปพาตัวเธอกลับมา ไม่ใช่เพราะรักเพราะห่วง แต่ที่ไปพากลับมาเพราะต้องการที่จะเอาเธอไปใช้งาน ให้ทำงานในบ้านงกๆ ตื่นตั้งแต่หัวรุ่ง และเข้านอนดึกดื่นเที่ยงคืน
“น้าทับทิมจ๋า น้าไม่อยู่แล้วหนูจะขอความช่วยเหลือจากใครกันคะ” เด็กน้อยพูดแล้วร้องไห้เบาๆ
ธนิดาพูดจาดูถูกว่าไม่มีเงินจัดงานศพ ก็ไปขอทานเอาสิ ทำให้ดาวเหนือเจ็บใจเป็นอันมาก เธอกำหมัดแน่น พยายามระงับอารมณ์เอาไว้อย่างสุดกลั้น
เด็กน้อยรู้สึกอิจฉาคนมีเงินเยอะๆ ที่จะทำอะไรก็ทำได้ เธออยากมีเงินเยอะๆ เป็นคนรวยบ้าง จะไม่ได้ไม่ต้องโดนโขกสับเช่นนี้
เด็กน้อยวัยสิบขวบเศษนั่งมองโลงศพญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ ศพตั้งอยู่ในศาลาสวดอภิธรรมที่ร้างผู้คน ความรู้สึกของเด็กน้อยคือความเศร้าโศกเสียใจ เธอร้องไห้จนตาบวม แต่ก็ทำตามที่ผู้ใหญ่บอก คอยต้อนรับแขกที่มาในงาน และพรุ่งนี้ก็จะฌาปนกิจศพแล้ว
การเผาศพของที่นี่ต้องดูวันเผาด้วย ไม่ใช่จะเผาวันไหนก็ได้เพราะเป็นความเชื่อแต่ดั้งเดิม แต่ก็จัดงานศพให้ได้เผาเร็วที่สุดเพราะหากเจ้าภาพไม่มีเงิน งบจะได้ไม่บาน
เจ้าอาวาสวัดใจดี ช่วยจัดการนิมนต์พระมาสวดศพให้โดยไม่รับเงิน ในงานมีค่าอาหาร ค่าโลงศพ ดอกไม้จันท์และของจิปาถะอย่างอื่น
“น้าทับทิมจ๋า หนูมาหานะจ๊ะ” ดาวเหนือเคาะโลงบอกทับทิมด้วยน้ำตานองหน้า
เธอขอนอนกับศพของทับทิมเป็นครั้งสุดท้าย บรรดาเพื่อนๆ ของทับทิมในวัยไล่เลี่ยกันในหมู่บ้านนอนเป็นเพื่อนด้วย เพราะไม่อยากให้เด็กน้อยต้องนอนคนเดียว ดีอย่างว่าทางบ้านกำนันยศ ไม่ได้ว่าอะไรที่เธอมานอนเฝ้าศพทับทิม
“คุณพ่อสั่งให้เรามา ไม่มาก็ไม่ได้นะพิมพ์” ยอดชายหันไปพูดกับภรรยา ก็เห็นว่าพิมพ์จันทร์กำลังสั่งสอนลูกอยู่“เราสูงส่ง เรารวยเรามีเงิน อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับพวกคนจนๆ ต่ำ ๆ สถุลพวกนั้นนะลูก หนูจะต้องหัดคบคนที่รวยกว่าหรือฐานะเท่าเทียมกัน จะได้มีสังคมที่ดี”“ค่ะคุณแม่” ธนิดารับคำมารดา“ไหนลองบอกแม่สิว่าหนูต้องเลือกคบคนยังไง”“เลือกคนกับคนที่ฐานะเท่าเทียมกันกับเรา รวยเหมือนกัน หรือรวยกว่าเราค่ะคุณแม่” ธนิดาตอบอย่างฉะฉาน“ดีมากลูก ลูกรักของแม่น่ารักจริงเชียว ทำไมหนูฉลาดแบบนี้ ไม่เสียแรงที่เกิดมาเป็นลูกสาวแม่” พิมพ์จันทร์กุมแก้มของลูกน้อยเอาไว้ ยิ้มหน้าบานที่ลูกสาวว่านอนสอนง่าย“โตขึ้น ลูกสาวคนสวยของแม่ก็ต้องเลือกสามีดีๆ มีเงินมีทอง หนูจะได้เป็นคุณหญิงคุณนาย นั่งสบายชี้นิ้วสั่ง ไม่ต้องทำงานให้ลำบากตรากตรำอะไรนะลูกนะ อย่าไปเอาผัวจนเด็ดขาด ต้องทำงานงกๆ หน้าดำคร่ำเครียด กัดก้อนเกลือกิน ลำบากยากเข็น ชีวิตเหนื่อยหนัก ต้องเลือกดีๆ เพราะเลือกผัวผิดคิดจนตัวตาย” ท้ายประโยคเป็นเสียงสะบัดๆ คล้ายจะประชดประชันคนเป็นสามี“พอเถอะคุณ ลูกยังเด็ก จะสั่งสอนให้มีผัวแล้วหรือไง” ยอดชายเอ่ยเตือนภรรยา ไม่ชอบปร
เขาก็แอบระแวงว่าเธอจะไปมีสัมพันธ์สวาทกับชายคนอื่น พอท้องขึ้นมาก็คิดจะมาจับเขา เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนเอาจริง แต่ที่ต้องรับเลี้ยงดาวเหนือเอาไว้ เพราะเด็กนั่นไม่มีใคร หลังจากที่แม่กับยายตาย เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเลี้ยงหมาแมวตัวหนึ่งเอาไว้ในบ้านเท่านั้น กับข้าวกับปลาก็ไม่ได้สิ้นเปลืองอะไร แถมยังช่วยทำงานให้ที่บ้านอีกด้วย“อย่าทะเลาะกันต่อหน้าลูกเลย” กำนันยศเอ่ยขึ้น“พ่อยังไม่ออกจากโรงพยาบาล เราสองคนก็ไปงานศพของแม่ทับทิมด้วย เอาเงินไปช่วยด้วย จัดการงานศพให้จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี” ทับทิมคือญาติของดาวเหนือที่เหลืออยู่ในหมู่บ้าน“ทำไมเราสองคนต้องทำแบบนั้นด้วยคะคุณพ่อ” พิมพ์จันทร์เริ่มไม่พอใจเพราะเกลียดญาติพี่น้องของนังเด็กดาวเหนือนั่นจับใจ“ดาวเหนือช่วยพ่อเอาไว้ เราเองก็ต้องตอบแทนบุญคุณ ถ้าไม่มีเด็กนั่นพ่อคงตายไปแล้ว เรียกใครก็ไม่ได้ยิน ญาติเขาตายทั้งคนก็ควรจะไปร่วมแสดงความเสียใจ มีน้ำใจตอบแทนเขาบ้าง”“แต่...” พิมพ์จันทร์ทำท่าจะเถียงพ่อสามีต่อ แต่สามีรีบปรามเอาไว้เสียก่อน“ได้ครับพ่อ เอาน่าคุณ ดาวเหนือช่วยคุณพ่อเอาไว้ ญาติเขาเสียเราก็ควรที่จะไปร่วมงาน”ยอดชายไม่อยากให้ภรรยาเถียงบิดาม
“คุณนี่เลอะเทอะไปกันใหญ่แล้ว”“เลอะเทอะอย่างนั้นเหรอ” พิมพ์จันทร์ทุบตีสามี เจ็บใจไม่หายเรื่องนังลูกเมียน้อย ถ้าไม่เพราะเธอท้อง คงอาละวาดมากกว่านี้ แต่เป็นเบี้ยล่างเพราะท้อง ขืนด่าทอไม่พอใจยอดชายมากๆ เข้า เขาอาจจะบ้าหนีงานแต่งไปก็ได้ เธอเลยต้องกัดฟันยอม จำประโยคของเขาวันนั้นได้ดีไม่เคยลืม“ทำไมพี่ชายทำแบบนี้ ทำไมทำแบบนี้” พิมพ์จันทร์เข้าทุบตีคนรักด้วยความโมโห เมื่อรู้ว่าที่เขาหายกลับบ้านมา ไม่ใช่มาเร่งให้บิดาไปสู่ขอเธอเพื่อจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด แต่มาติดพันธุ์หญิงบ้านป่าหน้าตาสะสวยอย่างอนงค์นางต่างหาก“ใจเย็นๆ ก่อนพิมพ์ พี่ก็แค่เล่นๆ ไม่ได้จริงจังอะไร” ยอดชายพยายามใจเย็นที่สุด ถ้าไม่เพราะบิดายื่นคำขาดว่าให้แต่งงานกับพิมพ์จันทร์ จะไม่ยกทรัพย์สมบัติอะไรให้เขา จริงๆ เขาก็ก็แค่สนุกๆ กับพิมพ์จันทร์เหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าเธอจะปล่อยให้ตัวเองท้อง“เล่นๆ แล้วพี่ชายจะเลิกกับมันใช่ไหม”“เลิกแน่นอน” ประโยคนั้นของยอดชายไม่ใช่เรื่องจริง พอแต่งงานไม่ทันไร ยอดชายยังติดใจอนงค์นางจนไปพาอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในบ้าน แถมยังท้องอีกด้วย“เขาไม่มีใคร ให้เขาอยู่ด้วยเถอะ” ประโยคของยอดชาย ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวที่สุด
“กำนัน กำนัน ฟื้นสิ” เด็กน้อยเขย่าร่างของผู้เป็นปู่แรงๆ แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นดาวเหนือรีบวิ่งไปที่บ้านโดยเร็ว เพื่อแจ้งข่าวให้ทุกคนได้รู้ว่ากำนันยศเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะได้รีบพาไปส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เจอเข้ากับธนิดา กำลังเล่นอยู่หน้าบ้านพอดี“กำนันยศได้รับบาดเจ็บ ฉันช่วยขึ้นมาแล้ว อยู่ตรงปากหลุม เธอรีบไปบอกพ่อแม่เธอให้พาคนไปช่วยเร็ว”สีหน้าแตกตื่นของดาวเหนือไม่ได้ทำให้ธนิดาที่กำลังเล่นอยู่คนเดียวเกิดความตกใจเลยสักนิด“นังลูกเมียน้อย แกจะมาโกหกหลอกฉันให้ไปกับแกแล้วก็ทำร้ายฉันใช่ไหม” ธนิดาไม่เชื่อ แถมยังยืดอกใส่ทำท่าเหมือนว่ารู้ทัน“ฉันชื่อดาวเหนือไม่ใช่นังลูกเมียน้อย”“แกมันลูกเมียน้อย”“แม่ไม่ใช่เมียน้อย แม่มาก่อน”“แม่แกมันเมียน้อย”“กำนันยศกำลังแย่”“ฉันไม่เชื่อ”“ไม่เชื่อก็ตามใจ” ดาวเหนือจะวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อบอกพ่อแม่ของธนิดา แต่ถูกธนิดาขัดขาจนล้ม“โอ๊ย! นี่เธอแกล้งฉันอย่างนั้นเหรอ” ธนิดาไม่ชอบที่ดาวเหนือมีชื่อเล่นว่าดาว หมายถึงสิ่งสวยงามที่อยู่สูงประดับอยู่บนท้องฟ้า ในขณะที่เธอมีชื่อเล่นว่าดา“สมน้ำหน้า แกคิดจะวิ่งเข้าไปขโมยของในบ้านฉันใช่ไหมล่ะ โน้น... แกไปอยู่กระท่อมหลัง
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย” น้ำเสียงอ่อนแรงที่ดังมาจากหลุมด้านหน้า ทำให้ดาวเหนือชะงัก เด็กน้อยรีบวิ่งไปดู ปรากฏว่ามีคนตกลงไป ร่างกายของอีกฝ่ายอ่อนแรง แถมยังบาดเจ็บเพราะในหลุมมีไม้ไผ่แหลมๆ วางเอาไว้รอบๆ เสียบไปโดนขากับแขนของกำนันยศดาวเหนือเห็นว่าเป็นกำนันยศก็ไม่อยากช่วย แม้ยายกับมารดาจะเคยสอนว่าเวลาเห็นคนอื่นเดือดร้อนก็ต้องช่วย แต่กำนันผู้นี้ใจร้ายใจดำกับเธอกับแม่ยิ่งนักเธอโตมาในบ้านหลังใหญ่ของเศรษฐีมีอันจะกินแห่งบ้านนา กำนันยศคือเศรษฐีต่างจังหวัดที่มีเรือกสวนไร่นาเป็นจำนวนมาก มีลูกชายชื่อยอดชาย นั่นคือคนที่มารดาบอกว่าเป็นบิดาของเธอแต่คนในครอบครัวนั้นรังเกียจเดียดฉันหาว่าแม่ของเธอจนและเป็นเมียน้อย คำว่าเมียน้อยมันดูด้อยค่าในสายตาของเด็กน้อย แม้จะไม่ค่อยรู้ความหมายของมันมากนัก แต่ดาวเหนือกลับไม่ชอบเอาเสียเลยมารดาเล่าว่าในวันที่เจ็บท้องคลอด ท่านมองเห็นดาวเหนือเปล่งประกายอยู่บนท้องฟ้า จึงได้ตั้งชื่อเธอว่าเด็กหญิงดาวเหนือมารดาของดาวเหนือคือหญิงสาวชาวบ้านที่สวยจับจิตจับใจ ยอดชายตามจีบมารดาจนได้เสียกัน ในขณะที่ตัวเองมีคนรักอยู่แล้ว เพียงไม่นาน พิมพ์จันทร์ คนรักของยอดชายก็เดินทางม







