Share

บทที่ 2

Author: Wabibi
last update publish date: 2026-07-21 15:54:45

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง สถานที่แห่งนี้คือความฝัน คือน้ำพักน้ำแรงทั้งหมดในชีวิตของเธอ เธอไม่ยอมสูญเสียมันไปเด็ดขาด

"คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้ ฉันจะแจ้งตำรวจ!"

"เอาสิ" เขาท้าทาย นัยน์ตาดุดันไม่มีแววหวั่นเกรงแม้แต่น้อย "ไปฟ้องเลย แล้วรอดูว่าตำรวจจะเชื่อหลักฐานในมือผม หรือคำพูดปากเปล่าของผู้หญิงที่ถูกผัวหลอกใช้เป็นเครื่องมือ"

คำพูดแทงใจดำทำให้ร่างบางชะงักงัน เรี่ยวแรงที่พยายามต่อต้านเหือดหายไปชั่วขณะ วัชรวิชญ์สะบัดข้อมือเธอออกอย่างแรงจนร่างเล็กล้มลงไปกองกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ

เขายืนมองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเห็นใจใดๆ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องไปพร้อมกับลูกน้อง

"เตรียมตัวรับผลกรรมที่พวกเธอทำไว้กับฉันและน้องสาวได้เลย เอวา"

ประโยคสุดท้ายถูกเอื้อนเอ่ยออกมาก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวพ้นบานประตู ทิ้งให้หญิงสาวนั่งตัวสั่นสะท้านอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับคำถามมากมายที่ไร้ซึ่งคำตอบ

รถยนต์คันเล็กแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าอาคารที่พักอาศัยระดับหรูใจกลางเมือง อวิการีบก้าวลงจากรถ ตรงดิ่งเข้าไปยังโถงต้อนรับด้านล่าง หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความร้อนรน สมองยังคงวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าและเอกสารบ้าบอพวกนั้น เธอต้องเจออนลให้ได้ ต้องรู้ความจริงว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นมายังไง

"ขอโทษนะคะ คุณอนลที่อยู่ห้องแปดศูนย์สองอยู่ไหมคะ" หญิงสาวเอ่ยถามพนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์ด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ

พนักงานสาวเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพิมพ์ตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ "คุณอนลแจ้งย้ายออกไปตั้งแต่สามวันที่แล้วค่ะ ขนของออกไปหมดแล้ว"

คำตอบนั้นทำเอาคนฟังเข่าแทบทรุด อวิกายึดขอบเคาน์เตอร์ไว้แน่นเพื่อพยุงตัว "ย้ายออก... ไปตั้งแต่สามวันที่แล้วเหรอคะ"

"ใช่ค่ะ เห็นบอกว่าจะเดินทางไปต่างประเทศกะทันหัน" พนักงานตอบเสริมตามข้อมูลที่ได้รับแจ้ง

หญิงสาวเดินถอยหลังออกมาอย่างเลื่อนลอย ความหวังที่จะพึ่งพาคนรักพังทลายลงตรงหน้า อนลหนีไปแล้วจริงๆ เขาทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้เธอรับผิดชอบและหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว น้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตา แต่เธอสูดลมหายใจลึก พยายามกลั้นมันเอาไว้ ไม่ใช่เวลามาอ่อนแอตอนนี้

กลับมาถึงห้องพักส่วนตัว อวิกาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกสติ เธอเดินไปเปิดประตู พบว่าเป็นริชา เพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

"เป็นอะไรเอวา หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย เกิดอะไรขึ้น" ริชารีบพุ่งเข้ามาจับไหล่เพื่อนด้วยความตกใจ

อวิกาเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เพื่อนสนิทฟังตั้งแต่ต้นจนจบ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเมื่อนึกถึงสายตาดุดันและคำขู่ของชายแปลกหน้าคนนั้น

"ไอ้ออสตินมันเลวขนาดนี้เลยเหรอวะ!" ริชาสบถออกมาอย่างเหลืออด "แกต้องไปแจ้งความนะเอวา ไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนว่าแกไม่ได้เซ็นเอกสารพวกนั้น มันเป็นการปลอมแปลงเอกสาร แกไม่ต้องไปกลัวไอ้มาเฟียนั่นหรอก"

"แต่ลายเซ็นมันเป็นของฉันจริงๆ ริชา" หญิงสาวตอบเสียงแผ่ว "เขาอาจจะหลอกให้ฉันเซ็นตอนที่เอาเอกสารงานมาให้ดู ฉันประมาทเองที่ไม่ยอมอ่านให้ละเอียด... ถ้าถึงชั้นศาล ฉันก็เสียเปรียบอยู่ดี"

"งั้นเราต้องปรึกษาทนาย ฉันรู้จักทนายเก่งๆ หลายคน เดี๋ยวฉันติดต่อให้" ริชาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมกดเบอร์

"ฉันไม่มีเงินจ้างทนายเก่งๆ หรอกนะ" อวิกาก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่ประสานกันแน่น "เงินเก็บทั้งหมดของฉันทุ่มไปกับสถานที่ทำงานหมดแล้ว ถ้าโดนฟ้อง ฉันหมดตัวแน่"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักสี่เหลี่ยม ริชามองเพื่อนด้วยความสงสารจับใจ แต่ก็มองไม่เห็นทางออกที่ดีกว่านี้

ตลอดสองวันที่ผ่านมา ชีวิตของอวิกาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ไม่ว่าเธอจะเดินทางไปไหน หรือทำอะไร จะมีชายชุดดำสองคนคอยเดินตามอยู่ห่างๆ เสมอ พวกเขาไม่ได้เข้ามาทำร้ายร่างกาย แต่สายตาคุกคามที่จ้องมองมาตลอดเวลาสร้างความกดดันทางจิตใจอย่างมหาศาล เธอไม่กล้าแม้แต่จะออกไปซื้อของกิน ต้องสั่งอาหารมาทานที่ห้อง และสะดุ้งตื่นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกุกกักหน้าประตู

เมื่อความกดดันพุ่งทะยานถึงขีดสุด หญิงสาวรู้ดีว่าการหนีปัญหาไม่ใช่ทางออก เธอไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงแบบนี้ได้ตลอดไป และเวลาสามวันที่ชายคนนั้นให้ไว้ก็กำลังจะหมดลง

เช้าวันที่สาม อวิกาตัดสินใจเดินทางมายังบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ระบุไว้ในนามบัตรที่ลูกน้องของเขาจงใจทิ้งไว้ให้ อาคารสูงตระหง่านและพนักงานที่เดินขวักไขว่บ่งบอกถึงฐานะและความมั่นคงของเจ้าของบริษัทได้เป็นอย่างดี

พนักงานต้อนรับพาเธอขึ้นลิฟต์ผู้บริหารไปยังชั้นบนสุด บานประตูไม้บานใหญ่เปิดออก เผยให้เห็นห้องทำงานกว้างขวาง ตกแต่งด้วยโทนสีดำและเทาเข้มสะท้อนบุคลิกของเจ้าของห้อง วัชรวิชญ์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แสงแดดที่ส่องผ่านกระจกบานกว้างด้านหลังขับเน้นให้ร่างสูงดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น

"มาเร็วกว่าที่คิดนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทาย สายตาคมกริบละจากหน้าจอแล็ปท็อปมาจับจ้องที่ผู้มาเยือน

อวิกาก้าวเข้าไปหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงาน พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "ฉันต้องการเจรจาเรื่องหนี้ค่ะ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์วิวาห์คนโฉด   บทที่ 55

    "เปิดประตูรถเดี๋ยวนี้!" เขาตะโกนลั่นใส่คินที่ยืนรออยู่ข้างรถลูกน้องคนสนิทรีบกระชากประตูหลังเปิดออกกว้าง วัชรวิชญ์วางร่างของอวิกาลงบนเบาะหนังอย่างระมัดระวังที่สุด ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปนั่งเคียงข้าง ดึงศีรษะทุยให้มาซบลงบนลาดไหล่กว้าง มือหนากอบกุมมือเล็กที่เย็นเฉียบไว้แน่น"ไปโรงพยาบาล! ขับให้เร็วที่สุด!" สิ้นเสียงคำรามสั่ง รถยนต์คันใหญ่ก็กระชากตัวออกไปบนท้องถนนด้วยความเร็วสูงสุดภายในห้องโดยสารเต็มไปด้วยความตึงเครียด อวิกานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เสียงหอบหายใจถี่กระ

  • เล่ห์วิวาห์คนโฉด   บทที่ 54

    ตุ้บ!วัชรวิชญ์ตัวแข็งทื่อ ชะงักงันราวกับถูกสตัฟฟ์ เขารีบเงยหน้าขึ้นมองอวิกา ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงขั้นสุด"เอวา... เมื่อกี้..." เสียงของเขาสั่นพร่า ชี้มือไปที่หน้าท้องของเธอ "เมื่อกี้ลูกถีบแก้มพี่!"อวิกาหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ของสามี เธอเองก็รับรู้ถึงการขยับตัวของลูกเช่นกัน "ใช่ค่ะ ลูกดิ้นแล้ว เมื่อกี้เขาเตะแรงมากเลย""จริงเหรอ! ลูกถีบแก้มพี่... เอวา ลูกถีบแก้มพี่จริงๆ ด้วย!" เขารีบวางฝ่ามือทั้งสองข้างทาบทับลงบนหน้าท้องของเธออีกครั้ง รอยยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมาปรากฏบนใบหน้าคมคาย นัยน์ตาดุดันที่มักจะแข็งกร้าวบัดนี้เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปิติยินดีตุ้บ! ตุ้บ!แรงกระตุกเบาๆ สัมผัสเข้ากับฝ่ามือหนาอีกสองครั้งติดกัน ราวกับเป็นการทักทายตอบรับเสียงของพ่อ"พ่ออยู่นี่ลูก... พ่ออยู่นี่" วัชรวิชญ์น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้ม เขาหัวเราะทั้งน้ำตา ความรู้สึกตื้นตันและตื่นเต้นถาโถมเข้าใส่จนทำตัวไม่ถูก ความเป็นพ่อคนกำลังเติมเต็มทุกช่องว่างในหัวใจที่เคยอ้างว้างของเขาให้สมบูรณ์แบบเขารวบร่

  • เล่ห์วิวาห์คนโฉด   บทที่ 53

    ช่วงบ่าย วัชรวิชญ์พาอวิกาเดินทางมาที่สตูดิโอออกแบบภายในของเธอ เขาจัดการเคลียร์ตารางงานทั้งหมดและมอบหมายให้คินดูแลบริษัทแทน เพื่อที่เขาจะได้มาทำหน้าที่บอดี้การ์ดส่วนตัวให้ภรรยาทันทีที่ก้าวเข้ามาในสตูดิโอ พนักงานทุกคนต่างพากันลอบยิ้มและโค้งทักทายเจ้านายสาวที่ไม่ได้เข้ามานาน พร้อมกับมองชายหนุ่มร่างยักษ์ที่เดินตามหลังมาติดๆ ด้วยท่าทีหวงแหน วัชรวิชญ์ดึงเก้าอี้ให้ภรรยานั่ง ก่อนจะเลือกมุมที่สามารถมองเห็นเธอได้ชัดเจนที่สุดและทิ้งตัวลงนั่งกอดอกเฝ้าดูอย่างเคร่งครัดบรรยากาศการทำงานดำเนินไปอย่างราบรื่น อวิกากำลังให้คำแนะนำเรื่องการเลือกใช้สีและวัสดุตกแต่งกับทีมงาน จู่ๆ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น พนักงานส่งเอกสารหนุ่มหน้าต

  • เล่ห์วิวาห์คนโฉด   บทที่ 52

    เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรักษาสติและควบคุมจังหวะไม่ให้รุนแรงจนเกินไป เขาต้องทะนุถนอมเธอให้มากที่สุด อวิกาผวาเฮือก สองมือเล็กเลื่อนมากอบกุมต้นแขนแกร่งไว้แน่น เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รับรู้ถึงขนาดที่เติมเต็มเข้ามาจนสุดทาง ความรู้สึกอึดอัดในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความซ่านสยิวที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง"พี่เวกัสขยับเลยค่ะ... เอวาไหว" เธอส่งสัญญาณพร้อมกับรอยยิ้มยั่วยวนวัชรวิชญ์เริ่มขยับสะโพกถอยออกและดันเข้าหาเป็นจังหวะเนิบนาบและลึกซึ้ง ทุกการสอดใส่เต็มไปด้วยความรักและการชดเชยความผิดพลาดในอดีต เขาใช้ริมฝีปากร้อนผ่าวไล้จูบไปทั่วใบหน้าหวาน ดูดซับหยาดเหงื่อที่ผุดพรายตามขมับ

  • เล่ห์วิวาห์คนโฉด   บทที่ 51

    "พี่อยากอุ้มเมียพี่ ผิดตรงไหน" เขาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาคมกริบแพรวพราวไปด้วยประกายความสุข "หนูมีหน้าที่แค่กอดคอพี่ไว้แน่นๆ ก็พอ"ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำกว้างขวาง อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่มีน้ำอุ่นเตรียมไว้พร้อมสรรพพร้อมด้วยฟองสบู่และกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย วัชรวิชญ์ค่อยๆ วางร่างบางลงบนพื้นอย่างทะนุถนอม เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด เผยให้เห็นเรือนกายกำยำที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและรอยสักรูปปีกนกบนหัวไหล่ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับคนตรงหน้า มือหนาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อของอวิกาออกทีละเม็ด สายตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและความโหยหาที่ลึกซึ้ง ทุกการสัมผัสเต็มไปด้วยการทะนุถน

  • เล่ห์วิวาห์คนโฉด   บทที่ 50

    เธอค่อยๆ เอื้อมมือออกไป วางทาบลงบนหลังมือหนาของเขาอย่างแผ่วเบาวัชรวิชญ์สะดุ้งเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มบางๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าหวาน รอยยิ้มที่เขาไม่ได้เห็นมาเนิ่นนาน"เอวา...""คนบ้า..." เธอเอ่ยเสียงสั่น น้ำตาเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาที่หางตา "ถ้าคุณบอกฉันแบบนี้ตั้งแต่แรก เรื่องของเรามันคงไม่จบลงด้วยความเจ็บปวดแบบนี้หรอก""พี่... พี่ขอโทษ""เลิกขอโทษได้แล้วค่ะ" เธอบีบมือเขาเบาๆ "คุณบอกว่าคุณกลัวที่จะสูญเสียฉัน... คุณรู้ไหมคะ ว่าฉันเองก็กลัวเหมือนกัน ฉันกลัวว่าความรักที่ฉันมีให้คุณ มันจะไม่มีวันส่งไปถึงหัวใจของคุณ ฉันกลัวว่าวันหนึ่ง คุณจะผลักไสฉันกับลูกทิ้งไป เมื่อคุณหมดความแค้นแล้ว""ไม่มีวัน เอวา ไม่มีวัน" เขารีบส่ายหน้า ขยับตัวเข้ามาประชิด จับมือบางทั้งสองข้างมากุมไว้แนบอก "พี่จะไม่ยอมสูญเสียหนูไปอีกแล้ว พี่สัญญาด้วยชีวิตของพี่เลย""คุณแน่ใจนะคะ ว่าจะเลิกทำตัวเป็นจอมเผด็จการ เลิกหึงหวงไร้สาระ เลิกใช้กำลังข่มขู่ฉัน" เธอจ้องมองเขาด้วยแววตาจริงจัง"พี่แน่ใจ พี่จะเปลี่ยนตัวเองเพื่อหนูกับลูก พี่จ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status