Share

บทที่ 3 St.mariya

last update publish date: 2026-08-04 14:46:25

น่านทะเลอันดามันในวันที่คลื่นลมสงบเรือสำราญลำใหญ่ที่สามารถจุผู้โดยสารได้เกือบๆ ห้าพันคนลอยเอื่อยทอดสมออยู่น่านน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือเท่าไหร่นัก

 คืนนี้เป็นคืนที่สำคัญของเรือลำนี้ที่ถูกเลือกให้เป็นเวทีประมูลเครื่องเพชรระดับโลกที่นานๆ ครั้งจะถูกจัดขึ้นมาเสียทีหนึ่ง

" เจ้านายครับ...แมรี่เพอร์รี่พร้อมแล้วครับ" เสียงทุ้มนุ่มๆ ของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทกระซิบบอกชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดฮาวายสบายๆ ที่กำลังยืนมองเรือสำราญที่ลอยเอื่อยๆ อยู่กลางมหาสมุทรอันดามัน

" นางแบบคือใคร " เสียงทุ้มลึกล้ำนั้นถามกลับมือหนาที่ถือแก้วชอตที่บรรจุน้ำอำพันนั้นกระดกแก้วส่งน้ำสีอำพันลงลำคอ

" มิสซูซี่ ครับ " เขาตอบผู้เป็นนาย

" เธอไม่เหมาะกับแมร์รี่เพอร์รี่...เปลี่ยนให้เธอสวมอาร์คซอว์แทน" เขาออกคำสั่ง พลางนึกไปถึงเครื่องเพชรชุดสำคัญที่ลูกน้องคนสนิทพูดถึง แมร์รี่เพอร์รี่ เหมาะสำหรับหญิงสาวที่เขาคิดว่ามันเหมาะสมมากกว่า หญิงสาวลอบจัดเช่นซูซี่ไม่เหมาะที่จะสวมของสำคัญเช่นนี้

" แต่งานนี้...แมร์รี่เพอร์รี่ต้องออกมาอวดโฉมนะครับ" เขาค้าน

"เอฮาซาน...แมร์รี่เพอร์รี่มีค่ามากกว่าที่นางแบบจะใส่หากไม่มีใครใส่ได้ก็ไม่ต้องใส่ ฉันไม่ได้อยากประมูลมันเสียหน่อย" เขาตอบพลางเดินหนีไปยังหาดทรายสีอ่อนประกายแสงแดดอันงดงามของประเทศไทย

ไลอาห์ อัลโลฟาร์ นักธุกิจเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเจ้าของเครื่องเพชรหลากหลายชุดที่เป็นตำนาน เขามีอายุเพียงสามสิบสี่ปีแต่สามารถประสพความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างมั่นคงทว่า ความสำเร็จในชีวิตคู่กลับ ไม่ได้สมหวังดั่งใจมากนัก เมื่อภรรยาของเขาแต่ละคนที่ผ่านมานั้นไม่ได้ซื่อสัตย์ต่อเขาเลยสักนิดเดียว

 

อีกฝากหนึ่งของถนนตรงข้ามชายหาด โรงแรมชื่อดังในจังหวัดเล็กๆ ที่มั่งคั่งนี้กำลังวุ่นวายอยู่กับการตัดเตรียมความพร้อมสำหรับพนักงานพิเศษที่ได้รับเกียตริให้ไปบริการแขกเหรือบนเรือลำใหญ่ 

พนักงานกว่าร้อยชีวิตต่างตระเตรียมตัวให้พร้อมกันอย่างตื่นเต้นหลังจากผ่านการอบรมมาแล้วถึงสามเดือน และภานในร้อยกว่าชีวิตนั้นก็มี อัญชันกับเพียงจันทร์รวมอยู่ด้วย เมื่อสามเดือนก่อน หญิงสาวช่วยกันเคลียภาระทุกอย่างที่คาราคาชังออกจนแล้วเสร็จ 

พ่อเจ้าปัญหาของอัญชัน ำม่ได้ต้องโทษถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะไม่มีหลักฐานว่าเขากระทำผิดนอกเสียจากว่าบุกรุกและข่มขู่บุคคลเท่านั้น อาจาร์ยประยูรจึงช่วยกักขังให้แกได้สงบสติเอาไว้ได้แค่เจ็ดวันเท่านั้น นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการขนของต่างๆ 

ในห้องของอัญชันที่มีโต๊ะตู้เตียงเครื่องใช้ต่างๆ ไปฝากไว้ที่บ้านของเพียงจันทร์ก่อน ก่อนที่จะถึงกำหนดส่งงานของนภัทธา พวกเธอก็ต่างเคลียร์ธุระใดๆ จนแล้วสิ้นพอดี

นภัทธาทำธุรกิจผลิตเครื่องหนังต่างๆ แม้ไม่ได้เป็นโรงงานใหญ่โตใดๆ เป็นเพียงร้านเล็กๆ ที่ทำกันสองคนสามีภรรยาแต่ระดับงานของเธอกลับได้รับงานใหญ่ๆ มากมายทั่วทั้งประเทศก็ว่าได้ 

การเดินทางจากภาคเหนือของไทยไปสู่แดนใต้ไกล้ทะเลนั้นใช้เวลาไม่น้อยแต่สามสาวก็เดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย อัญชันกับเพียงจันทร์ แทบจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นที่อบรมของตนที่ต้องอยู่กับมันอีกสามเดือนข้างหน้านั่นคือ โรงแรมระดับห้าดาวขึ้นชื่อของจังหวัดเล็กๆ ที่เป็นพื้นที่เศรฐกิจนี้

 ป้าของนภัทธานั้นไม่ใช่ตาสียายสาเหมือนญาติทางฝ่ายแม่ แต่กลับเป็นหนึ่งนักธุรกิจในเครือธุรกิจกับต่างประเทศ ป้าของเธอทำโรงแรมหลายแห่งมากร้านอาหารก็มากเช่นกัน

"ป้าของพี่จะยกร้านที่แคนาดาให้ทำไมพี่ถึงไม่รับล่ะ...ป่านนี้พี่คงรวยเละไปแล้วแน่ๆ" 

อัญชันถามใขข้อสงสัยเมื้อเธอได้ยินป้าของนภัทธาบ่นเรื่องร้านอาหารในแคนาดาให้ตนฟัง

" ต่างบ้านต่างเมืองไม่พอต่างภาษาอีก...แกก็เห็น...เอาไว้พี่เบื่อๆ ค่อยรับก็ได้กะอีแค่ร้านอาหาร...ใจพี่อยากได้ร้านกาแฟที่เชียงใหม่มากกว่านะบรรยากาศดีทำเลดีไกล้บ้านเราด้วย"

 เธอให้เหตุผลแต่เพียงจันทร์กลับรู้ดีทีเดียวว่าเหตุผลจริงๆ ของนภัทธาคือสามีของเธอกลัวการเดินทางด้วยเครื่องบินเสียมากกว่าเลยไม่อยากไป

"หนูอัญ...หนูดาว...ตื่นเต้นไหมลูก...เอ้านี่พาสปอร์ต...เอาติดตัวไว้ดีๆ นะ" หญิงชราหน้าตาใจดีเดินมาหาสองสาวที่กำลังช่วยกันแต่งตัวอยู่

"ตื่นเต้นค่ะ...เป็นครั้งแรกที่พวกหนูได้ออกนอกประเทศได้ขึ้นเรือลำหรูๆ ได้ทำงานอีก...ขอบคุณคุณป้านะคะที่ให้โอกาศพวกหนู" เพียงจันทร์ไหว้ขอบคุณ

"เอาล่ะค่ะทุกท่านต่อไปนี้เราจะขึ้นเรือเพื่อไปเตรียมงานสำหรับคืนนี้กันแล้วนะคะ พี่จะขอทวน ขั้นตอนอีกครั้งก่อนที่ทุกคนจะขึ้นเรือ อันดับแรก ให้ทุกคนลงทะเบียนขึ้นเรือที่ท่าเรือและที่เลาท์ของเรือให้เรียบร้อยก่อนนะคะ และลำดับต่อไปให้ทุกคนนำสัมภาระของตนเองไปไว้ตามที่เราจัดไว้ให้เรียบร้อยและกลับมาประจำจุดบริการต่างๆ ตามที่ได้อบรมไว้ค่ะ ในแต่ละจุดจะทีหัวหน้างานคอยกำกับจ่ายงานอยู่ขอหากมีข้อสงสัยสิ่งใดไห้ถามหีวหน้างานได้เลยค่ะ"

 สิ้นเสียงหัวหน้างาน คลื่นพนักงานที่ยืนเตรียมตัวอยู่ก็พากัน ไปยังจุดขึ้นรถเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือ

" พี่ดาวได้อยู่แผนกไหนเหรอ น้องได้อยู่แผนกบริกร " อัญชันถามพลางยืนป้ายชื่อให้เพียงจันทร์ดู

"พี่อยู่แผนกประชาสัมพันธ์ประจำเลาท์ในฝั่งคาสิโน ....แต่ยังดีที่้รายังอยู่ในห้องเดียวกันนะ" เพียงดาวยื่นบัตรประจำตัวลูกเรือให้อัญชันดู และกุญแจห้องนอนที่เป็นเลข023เหมือนกับอัญชันดู

"ดีจัง...เราจะได้ไม่เหงา" 

อัญชันฉีกยิ้มกว้าง รอยยิ้มของเธอนั้นทำเอาพนักงานลูกเรือหนุ่มๆ ต่างใจเต้นกันเป็นแถวๆ เมื่อสามเดือนก่อนที่สองสาวดาวเด่นเข้ามาพวกเธอเป็นเพียงสาวชาวบ้านแบบบ้านๆ เท่านั้น อีกคนผิวสีน้ำผึ้งอีกคนผิวขาวนวล แต่ที่ทั้งสองมีเหมือนกันคือใบหน้าที่งามราวกับภาพวาดนางในวรรณคดี

 พนักงานหนุ่มๆ หลายคนเข้ามาจีบสองสาวอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธไปหลายครั้งไม่ใช่ด้วยกฏเกณฑ์ใดๆ แต่เป็นด้วยกำแพงใตที่ปิดกั้นของสาวๆ อีกทั้ง เจ๊อ้วน ผู้เป็นนายก็หวงแหนสองสาวมากๆ เพราะถูกหลานสาวสุดที่รักของตนฝากฝังเอาไว้ด้วย

st.mariya เป็นเรือสำราญลำใหญ่ที่หรูหราและงดงาม ใหญ่โตพอๆ กับโรงแรมโรงหนึ่งก็ว่าได้ ห้องพักมากกว่า300ห้อง ต่างหรูหราราวกับโรงแรม5ดาว แม้กระทั่งห้องพักของพนักงานยังกว้างขวางไม่แออัดเท่าที่เคยได้ยินมา

 สระว่ายน้ำขนาดใหญ่บนดาดฟ้า สวนหย่อมสีเจียวขจีประปรายตายราวกับว่าถูกยกทั้งสวนจึ้นมาบนเรือยังไงยังงั้น เวทีขนาดย่อมถูกจัดวางไว้บนดาดฟ้าชั้นบนสุดที่เป็นลานจอดฮอล์ ถัดไปอีกชั้นตรงท้ายเรือ ก็เป็นร้านอาหารที่เจ๊อ้วนได้รับดีลมาอย่างยากลำบาก 

เข้าไปด้านในตัวเรือลงไปก่อนถึงชั้นที่เป็นที่พักของลูกเรือ ก็คือบ่อนคาสิโนขนาดกลางแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของเหล่ามหาเศรษฐีทั้งหลาย พวกพนักงานสาวๆ ถูกเตือนแล้วเตือนอีกว่าไม่ให้เฉียดเข้าไกล้ส่วนคาสิโนนี้เพราะจะทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นโสเภณีชั้นสูงที่ถูกเหล่าเฒ่าเศรษฐีพาขึ้นเรือมาด้วย

 แม้ว่าจะสวมชุดลูกเรือเพื่อเป็นการแยกแยะก็ตาม แต่พวกเฒ่าตัณหากลับทั้วหลายหากขาดสติสมประดีแล้วเห็นเป็นหญิงสาวก็จะเอาไห้ได้จนหมด นั่นเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับพนักงาน

"ว่ากันว่าพนักงานชายยังกลัวเลยที่ตรงนี้เขาถึงมีแต่พวกหน้าโหดๆ คอยบริการแทน" 

มัดหมี่ หนึ่งในพนักงานอาวุโสเล่าให้สาวๆ ฟังขณะที่พาสองสาวไปยังห้องพักและต้องผ่านบ่อนคาสิโน

" นี่ห้องของพวกเธอนะ...ห้องพี่อยู่อีกฝั่งพอดีมีอะไรก็บอกกันได้...ที่นี่เริ่มงานเหมือนที่อื่นปกติแหล่ะเลิกงานตอน5โมงเย็น งานเลิกเมื่อไหร่จะทำอะไรก็เรื่องของพวกเธอ จะเที่ยวเล่นหรืออะไรก็ได้แต่ต้องตื่นก่อนเจ้างานเท่านั้นเอง เวลาอื่นที่ต้องบริการผู้โดยสารจะเป็นหน้าที่ของลูกเรือบริษัท พนักงานชั่วคราวแบบเราๆ ก็ดีแบบนี้แหล่ะ" 

หญิงสาวอธิบายพลางโบกมือลาสาวๆ

" แสดงว่าวันนี้เราก็ยังไม่ได้ทำงานหน่ะสิ...น้องเห็นว่าด้านบนเขามีวานอะไราักอย่างเราไปดูกันไหมพี่ดาว" 

อัญชันเชื้อเชิญพลางยื่นใบโบชัวร์ที่เธอหยิบมาตอนลงทะเบียนพนักงานที่เลาท์ มันคือโบชัวร์งานประมูลเพชรที่ตัดขึ้นหนึ่งในรอบหลายๆ ปีนั่นเอง

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์เงาทราย   แต่งงานกันนะ (18+)

    เสียงจากกองไฟลั่นเปรี๊ยะๆทำลายความเงียบในคืนที่ดึกสงัด อัญชันเหม่อมองท้องฟ้าที่ดาษดื่นไปด้วยดวงดาวที่ประกายพราวบนฟากฟ้า ร่างสูงกำยำที่นั่งเงียบๆอยู่ข้างๆใช้ไม้เขี่ยขี้เถ้าเล่นแก้เบื่อ เขาไม่อยากรบกวนเวลาของหญิงสาวแต่ก็ไม่อยากห่างจากเธอหลังจากอาบน้ำแล้วเขาก็รีบนำผ้าห่มมาให้เธอห่มกันหนาว อัญชันนั่งเงียบมานานกว่าสิบนาทีแล้วและเขาก็ไม่อยากรบกวนอะไรเธอจึงได้แต่นั่งเงียบๆ " ทำไมคุณยึดติดกับคนอย่างฉันนัก" อัญชันพูดทำลายความเงียบไลอาร์ชะงักเล็กน้อยที่เธอยอมเปิดปากพูดกับเขาเสียที " นั่นสิ...ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน..รู้แต่เพียงว่าผมมีความสุขทุกครั้งที่อยู่กับคุณและลูก" เขาตอบ " ฉันไม่ได้สวยเหมือนนางแบบงานก็ทำไม่ค่อยเป็นแถมไม่ได้มียศฐาอะไรติดตัว...ฉันจะอยู่ข้างๆคุณได้ไหม...คนอื่นๆจะไม่ดูถูกคุณเอาเหรอ" อัญชันถามเธอรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่อยากจะฟังคำตอบหากเขาบอกว่าเธอจะต้องเป็นเพียงนางในฮาเร็มหัวใจของเธอคงจะเจ็บปวดอีกเป็นแน่ " คุณก็ถามอะไรแปลกๆ...ที่คฤหาสน์ตะวันดาราเป็นคฤหาสน์ของนายหญิงแห่งฮาลันน่าร์คนที่ดำรงตำแหน่งนายหญิงเท่านั้นถึงจะอยู่ที่นั่นได้ นั่นหมายถึงว่าคุณคู่ควรที่จะอยู่ที่นั

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 30 ยัยคยซื่อบื้อ

    แดดรอนๆยามทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา ท้องฟ้าเปล่งประกายสีแสดจ้าสวยสดงดงามดั่งภาพวาดที่ถูกจินตนาการขึ้น สานลมหนาวเริ่มพัดเอื่อยๆบ่งบอกว่าใกล้ถึงฤดูหนาวอย่างเต็มตัว บ้านไม้หลังเล็กบนยอดเขาในภาคเหนือของประเทศกลับอบอุ่นไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังเล่าเรื่องราวต่างๆรอบๆกองไฟกองเล็กๆที่ก่อขึ้น " เรื่องนี้น่ากลัวเกินไปแล้วนะคะคุณอัญ...ตัวแบบนั้นจะมีจริงๆหรือคะ" ริสากอดเด็กชายตัวอวบอ้วนเอาไว้ในอ้อมแขนรู้สึกสยดสยองไปกับเรื่องเล่าของอัญชัน " มีจริงสิริสา...ตอนเด็กๆฉันก็เคยเห็นมากับตานะ...มีแต่หัวกับเครื่องในลอยไปๆมาๆหน้าซีดๆขาวๆสยดสยองพิกล" อัญชันเล่าย้ำถึงอมนุษย์ชื่อดังที่คนทะ่วประเทศไทยได้รู้จัก เธอรู้สึกเหมือนโดนเบียดโดยคนร่างยักษ์กับร่างบางๆที่กอดลูกชายของเธอเอาไว้แน่นอก " ผีหรือวิญญาณมันต้องโปร่งแสงเป็นเงาขาวๆไม่ใช่หรือครับ" เรนดอลฉงนสงสัย " นั่นน่ะวิญญาณค่ะแต่อมนุษย์ที่ฉันเล่านั้นเป็นกึ่งผีหรือวิญญาณค่ะดวงไฟของมันจะส่องแสงแวววาวสุกๆเหมือนลูกไฟและชอบกินของสกปรกค่ะ" อัญชันเล่าขยี้ความน่ากลัวทว่า ใบหน้าของเรนดอลกลับเบิกโพลงดวงตาค้างเติ่งอยู่กับลูกไฟที่วับๆแวมๆตรงข้างนอกรั้ว "บะ...แบบนั้นเห

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 29 ลูกของฉัน

    คำพูดของริสาทำให้อัญชันนั้นตกอยู่ในความคิดนานเเสนนานจนกระทั่งเสียงเล็กๆของลูกชายเรียกสติเธอให้กลับมา "แม่เป็นไอใยเหรอ...ภูผาเรียกตั้งนานแม่ก็เหม่ออยู่นั้นแหล่ะ" เขาถาม " แม่ไม่ได้เป็นอะไรครับ...แค่คิดไม่ตกว่าจะทำอะไรกินกันดี" เธอตอบลูกชายแม้ว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้คิดแบบนั้นอยู่สักนิดเดียว " ภูผาอยากกินหมูกะทะ...อยากกินกับพวกคุณลุงคุนน้า...ได้ไหมครับแม่...นะนะนะ" เด็กชายออดอ้อนเขาคิดถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่เขาได้รับยามที่อยู่กับคุณลุงคุณน้าและอยากแบ่งปันช่วงเวลานั้นให้แม่ของเขาอีกอย่างช่วงเวลาหมูกระทะคือช่วงเวลาที่เขาเองก็โปรดปรานที่สุดเช่นกัน " ก็ได้ๆ...งั้นเราไปซื้อของกันเถอะ" อัญชันตอบตกลงพลางจูงมือลูกชายของตนขึ้นรถเพื่อไปจ่ายตลาด ริสาที่ตื่นเต้นกับหมูกระทะที่เด็กน้อยพูดถึงนั้นก็พลอยตื่นตาตื่นใจรอชิมเมนูที่เรียกได้ว่านิยมที่สุดในประเทศก็ได้ บ้านพักหลังเล็กๆถูกยกมาทั้งหลังแล้ววางบนรากฐานที่ปรับแต่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยอำนาจของเงินตราจึงทำให้บ้านพักหลังเล็กๆใหญ่ๆผุดขึ้นบนที่ดินตรงข้ามบ้านของอัญชันไลอาร์ควบคุมดูแลการทำงานอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนโดยเฉพาะสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่28 ข้าวต้มมัด

    " แม่ครับๆคุณลุงคนนั้นมาแก้งแม่ใจ้ไหม" เสียงเล็กๆถามผู้เป็นแม่ขณะกำลังวาดรูปเล่นด้วยกันอยู่ เด็กชายตัวน้อยๆมองเห็นรถคันหรูจอดอยู่นอกรั้วบ้านมาหลายวันแล้วไกล้ๆกันเป็นเต้นท์หลังใหญ่ที่มีพี่ชายพี่สาวและคุณลุงอาศัยอยู่ ทุกๆวันเขาจะเห็นคุณลุงเดินตามแม่ของเขาประจำ ส่วนพี่สาวและพี่ชายก็มักจะเล่นกับเขาอยู่บ่อยๆทำไห้เขาไม่รู้สึกเหงาเหมือนแต่ก่อน ยางครั้งเขาก็จะได้กินขนมและได้ของเล่นเยอะแยะจากคนแปลกหน้านั้นถึงแม้แม่ของเขาจะเมินเฉยต่อกลุ่มคนเหล่านั้นแต่ก็ไม่ได้ห้ามให้เขาไปคลุกคลีกับคนเหล่านั้นแม้แต่น้อย " เขาไม่ได้แกล้งแม่หรอกลูก...แต่แม่แค่ไม่อยากคุยกับเขา " อัญชันตอบลูกชายเด็กน้อยนั้นไร้เดียงสาจนทำเอาอัญชันรู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกลูกชายว่าคุณลุงที่เขาพูดถึงนั้นก็คือพ่อแท้ๆของเขา " แต่ภูผาชอบพวกเขานะ...แต่ถ้าเขาแก้งแม่ภูผาก็ไม่ชอบ" เด็กชายหันไประบายสีหุ่นยนต์ตัวโตต่อ คำพูดของเด็กชายภูผาวัยสี่ขวบทำเอาอัญชันถึงกับน้ำตารื้น เธอจูบหน้าผากลูกชายสุดที่รักแล้วกระเซ้าแหย่กันสนุกสนาน " ภูผาคิดถึงพ่อไหม" อัยชันถาม " ไม่รู้จิ..." เด็กน้อยตอบตามความรู้สึก เพราะตั้งแต่รู้ความได้เขาก็อยู่ด้

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 27 ไม่ปล่อยอีกแล้ว

    "แม่ครับๆดูสิๆภูผาสูงๆด้วยหล่ะครับ!!" เด็กชายตัวน้อยกระโดดโลดเต้นบนเครื่องเล่นปีนป่ายในสวนสาธารณะไกล้ๆโรงเรียน " ระวังตกนะลูก!!" " ค้าบบบบ" อัญชันร้องเตือนบุตรชายตัวน้อยของเธอและเขาก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเล็กๆน่าเอ็นดู อัญชันมองดูลูกชายของตนเล่นกับเพื่อนๆสนุกสนานเธอก็ปริ่มไปด้วยความสุขเช่นเดียวกับลูกชาย ไลอาร์เห็นร่างบางที่คุ้นเคยบนม้าหินอ่อน เธอคือคนที่เขาคิดถึงสุดหัวใจมาตลอดห้าปีที่ผ่านมามือหนากำสร้อยรูปผีเสื้อที่เคยเป็นของเธอเอาไว้แน่น เขาอยากเข้าไปกอดเธอและทวงถามถึงเหตุผลที่เธอหนีเขาไปทว่าบางสิ่งบางอย่างที่จุกอยูในอกนั้นต่างหากที่ยังคงรั้งเขาเอาไว้อยู่ที่เดิม เด็กชายตัวอ้วนอวบที่เรียกเธอว่าแม่ คือลูกชายของอัญชันไม่ผิดแน่ๆ แต่เขากลับไม่แน่ใจว่าหลังจากที่เธอจากเขามา ใจของเธอนั้นอยู่ที่ใครอีกหรือเปล่า กาลเวลามันเปลี่ยนผันใจคนก็อาจจะเปลี่ยนเช่นกัน ไลอาร์จำไม่ได้แล้วว่าเขามองหญิงสาวกับลูกชายของเธออยู่แบบนี้กี่วันแล้ว รู้เพียงแต่เขาดีใจทุกครั้งที่ได้เห็นเธอ " นายท่านไม่เข้าไปหานายหญิงเหรอครับ" เรนดอลถามใขข้อสงสัยเขารู้ดีว่าเจ้านายของเขานั้นคิดถึงนายหญิงของเขามากแค่ไหนแต่ที่เ

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 26 หากเราได้เจอกันอีกครั้ง

    แสงแดดของประเทศไทยนั้นร้อนแรงเสียยิ่งกว่าอะไร แข่งกับสายลมจากทิศตะวันตกที่พัดแรงจนหมวกที่สวมอยู่บนหัวแทบจะปลิว ร่างบางยืนปาดเหงื่อสู้กับแสงแดดท่ามกลางหุบเขาที่รายล้อมไปด้วยทุ่งข้าวโพดสีเหลืองทอง อัญชันเหลือบมองรอบกายที่หลายๆ คนกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บฝักข้าวโพดที่กำลังได้ที่ใส่กระสอบ เธอเห็นร่างเล็กๆ ที่กำลังนั่งเล่นอยู่ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่" ภูผา!!! ตักน้ำให้แม่หน่อยสิ!!! " เธอตะโกนบอกร่างเล็กๆ นั้น เด็กชายตัวอ้วนกลมที่มีดวงตาสีอำพันมองตามเสียงเรียกของมารดาก่อนจะค่อยๆ คลานลงจากขนำท้ายไร่และวิ่งมาหาแม่ของเขาพร้อมกับน้ำเย็นๆ หนึ่งแก้ว มืออ้วนป้อมยื่นแก้วน้ำให้มารดา ใบหน้าอ้วนกลมเล็กๆ นั้นส่งยิ้มให้แก่เธอก่อนจะวิ่งกลับไปที่ขนำภูผา ลูกชายสุดที่รักของอัญชันดวงแก้วดวงใจของเธอนั้นหน้าตาคล้ายเธอมากเว้นเสียแต่ดวงตาที่คมและมีสีเดียวกับพ่อของเขา ไลอาร์ หลังจากที่เธอส่งไลอาร์กลับแคว้นฮาลัน เธอก็รีบหนีเขามายังแดนเหนือสุดในสยามเพื่อตัดความสัมพันธ์ของเธอกับเขาตามคำที่มหาราณีขอร้อง (ข่มขู่) อีกทั้งเธอเองก็ไม่ได้อยากผูกมัดกับเขาให้เขาต้องมาลำบากใจเพราะเธอสองคนแม่ลูก อัญชันใช้เงินที่มีทั้งหมดลงทุนทำส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status