Share

บทที่ 3 St.mariya

last update publish date: 2026-08-04 14:46:25

น่านทะเลอันดามันในวันที่คลื่นลมสงบเรือสำราญลำใหญ่ที่สามารถจุผู้โดยสารได้เกือบๆ ห้าพันคนลอยเอื่อยทอดสมออยู่น่านน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือเท่าไหร่นัก

 คืนนี้เป็นคืนที่สำคัญของเรือลำนี้ที่ถูกเลือกให้เป็นเวทีประมูลเครื่องเพชรระดับโลกที่นานๆ ครั้งจะถูกจัดขึ้นมาเสียทีหนึ่ง

" เจ้านายครับ...แมรี่เพอร์รี่พร้อมแล้วครับ" เสียงทุ้มนุ่มๆ ของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทกระซิบบอกชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดฮาวายสบายๆ ที่กำลังยืนมองเรือสำราญที่ลอยเอื่อยๆ อยู่กลางมหาสมุทรอันดามัน

" นางแบบคือใคร " เสียงทุ้มลึกล้ำนั้นถามกลับมือหนาที่ถือแก้วชอตที่บรรจุน้ำอำพันนั้นกระดกแก้วส่งน้ำสีอำพันลงลำคอ

" มิสซูซี่ ครับ " เขาตอบผู้เป็นนาย

" เธอไม่เหมาะกับแมร์รี่เพอร์รี่...เปลี่ยนให้เธอสวมอาร์คซอว์แทน" เขาออกคำสั่ง พลางนึกไปถึงเครื่องเพชรชุดสำคัญที่ลูกน้องคนสนิทพูดถึง แมร์รี่เพอร์รี่ เหมาะสำหรับหญิงสาวที่เขาคิดว่ามันเหมาะสมมากกว่า หญิงสาวลอบจัดเช่นซูซี่ไม่เหมาะที่จะสวมของสำคัญเช่นนี้

" แต่งานนี้...แมร์รี่เพอร์รี่ต้องออกมาอวดโฉมนะครับ" เขาค้าน

"เอฮาซาน...แมร์รี่เพอร์รี่มีค่ามากกว่าที่นางแบบจะใส่หากไม่มีใครใส่ได้ก็ไม่ต้องใส่ ฉันไม่ได้อยากประมูลมันเสียหน่อย" เขาตอบพลางเดินหนีไปยังหาดทรายสีอ่อนประกายแสงแดดอันงดงามของประเทศไทย

ไลอาห์ อัลโลฟาร์ นักธุกิจเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเจ้าของเครื่องเพชรหลากหลายชุดที่เป็นตำนาน เขามีอายุเพียงสามสิบสี่ปีแต่สามารถประสพความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างมั่นคงทว่า ความสำเร็จในชีวิตคู่กลับ ไม่ได้สมหวังดั่งใจมากนัก เมื่อภรรยาของเขาแต่ละคนที่ผ่านมานั้นไม่ได้ซื่อสัตย์ต่อเขาเลยสักนิดเดียว

 

อีกฝากหนึ่งของถนนตรงข้ามชายหาด โรงแรมชื่อดังในจังหวัดเล็กๆ ที่มั่งคั่งนี้กำลังวุ่นวายอยู่กับการตัดเตรียมความพร้อมสำหรับพนักงานพิเศษที่ได้รับเกียตริให้ไปบริการแขกเหรือบนเรือลำใหญ่ 

พนักงานกว่าร้อยชีวิตต่างตระเตรียมตัวให้พร้อมกันอย่างตื่นเต้นหลังจากผ่านการอบรมมาแล้วถึงสามเดือน และภานในร้อยกว่าชีวิตนั้นก็มี อัญชันกับเพียงจันทร์รวมอยู่ด้วย เมื่อสามเดือนก่อน หญิงสาวช่วยกันเคลียภาระทุกอย่างที่คาราคาชังออกจนแล้วเสร็จ 

พ่อเจ้าปัญหาของอัญชัน ำม่ได้ต้องโทษถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะไม่มีหลักฐานว่าเขากระทำผิดนอกเสียจากว่าบุกรุกและข่มขู่บุคคลเท่านั้น อาจาร์ยประยูรจึงช่วยกักขังให้แกได้สงบสติเอาไว้ได้แค่เจ็ดวันเท่านั้น นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการขนของต่างๆ 

ในห้องของอัญชันที่มีโต๊ะตู้เตียงเครื่องใช้ต่างๆ ไปฝากไว้ที่บ้านของเพียงจันทร์ก่อน ก่อนที่จะถึงกำหนดส่งงานของนภัทธา พวกเธอก็ต่างเคลียร์ธุระใดๆ จนแล้วสิ้นพอดี

นภัทธาทำธุรกิจผลิตเครื่องหนังต่างๆ แม้ไม่ได้เป็นโรงงานใหญ่โตใดๆ เป็นเพียงร้านเล็กๆ ที่ทำกันสองคนสามีภรรยาแต่ระดับงานของเธอกลับได้รับงานใหญ่ๆ มากมายทั่วทั้งประเทศก็ว่าได้ 

การเดินทางจากภาคเหนือของไทยไปสู่แดนใต้ไกล้ทะเลนั้นใช้เวลาไม่น้อยแต่สามสาวก็เดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย อัญชันกับเพียงจันทร์ แทบจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นที่อบรมของตนที่ต้องอยู่กับมันอีกสามเดือนข้างหน้านั่นคือ โรงแรมระดับห้าดาวขึ้นชื่อของจังหวัดเล็กๆ ที่เป็นพื้นที่เศรฐกิจนี้

 ป้าของนภัทธานั้นไม่ใช่ตาสียายสาเหมือนญาติทางฝ่ายแม่ แต่กลับเป็นหนึ่งนักธุรกิจในเครือธุรกิจกับต่างประเทศ ป้าของเธอทำโรงแรมหลายแห่งมากร้านอาหารก็มากเช่นกัน

"ป้าของพี่จะยกร้านที่แคนาดาให้ทำไมพี่ถึงไม่รับล่ะ...ป่านนี้พี่คงรวยเละไปแล้วแน่ๆ" 

อัญชันถามใขข้อสงสัยเมื้อเธอได้ยินป้าของนภัทธาบ่นเรื่องร้านอาหารในแคนาดาให้ตนฟัง

" ต่างบ้านต่างเมืองไม่พอต่างภาษาอีก...แกก็เห็น...เอาไว้พี่เบื่อๆ ค่อยรับก็ได้กะอีแค่ร้านอาหาร...ใจพี่อยากได้ร้านกาแฟที่เชียงใหม่มากกว่านะบรรยากาศดีทำเลดีไกล้บ้านเราด้วย"

 เธอให้เหตุผลแต่เพียงจันทร์กลับรู้ดีทีเดียวว่าเหตุผลจริงๆ ของนภัทธาคือสามีของเธอกลัวการเดินทางด้วยเครื่องบินเสียมากกว่าเลยไม่อยากไป

"หนูอัญ...หนูดาว...ตื่นเต้นไหมลูก...เอ้านี่พาสปอร์ต...เอาติดตัวไว้ดีๆ นะ" หญิงชราหน้าตาใจดีเดินมาหาสองสาวที่กำลังช่วยกันแต่งตัวอยู่

"ตื่นเต้นค่ะ...เป็นครั้งแรกที่พวกหนูได้ออกนอกประเทศได้ขึ้นเรือลำหรูๆ ได้ทำงานอีก...ขอบคุณคุณป้านะคะที่ให้โอกาศพวกหนู" เพียงจันทร์ไหว้ขอบคุณ

"เอาล่ะค่ะทุกท่านต่อไปนี้เราจะขึ้นเรือเพื่อไปเตรียมงานสำหรับคืนนี้กันแล้วนะคะ พี่จะขอทวน ขั้นตอนอีกครั้งก่อนที่ทุกคนจะขึ้นเรือ อันดับแรก ให้ทุกคนลงทะเบียนขึ้นเรือที่ท่าเรือและที่เลาท์ของเรือให้เรียบร้อยก่อนนะคะ และลำดับต่อไปให้ทุกคนนำสัมภาระของตนเองไปไว้ตามที่เราจัดไว้ให้เรียบร้อยและกลับมาประจำจุดบริการต่างๆ ตามที่ได้อบรมไว้ค่ะ ในแต่ละจุดจะทีหัวหน้างานคอยกำกับจ่ายงานอยู่ขอหากมีข้อสงสัยสิ่งใดไห้ถามหีวหน้างานได้เลยค่ะ"

 สิ้นเสียงหัวหน้างาน คลื่นพนักงานที่ยืนเตรียมตัวอยู่ก็พากัน ไปยังจุดขึ้นรถเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือ

" พี่ดาวได้อยู่แผนกไหนเหรอ น้องได้อยู่แผนกบริกร " อัญชันถามพลางยืนป้ายชื่อให้เพียงจันทร์ดู

"พี่อยู่แผนกประชาสัมพันธ์ประจำเลาท์ในฝั่งคาสิโน ....แต่ยังดีที่้รายังอยู่ในห้องเดียวกันนะ" เพียงดาวยื่นบัตรประจำตัวลูกเรือให้อัญชันดู และกุญแจห้องนอนที่เป็นเลข023เหมือนกับอัญชันดู

"ดีจัง...เราจะได้ไม่เหงา" 

อัญชันฉีกยิ้มกว้าง รอยยิ้มของเธอนั้นทำเอาพนักงานลูกเรือหนุ่มๆ ต่างใจเต้นกันเป็นแถวๆ เมื่อสามเดือนก่อนที่สองสาวดาวเด่นเข้ามาพวกเธอเป็นเพียงสาวชาวบ้านแบบบ้านๆ เท่านั้น อีกคนผิวสีน้ำผึ้งอีกคนผิวขาวนวล แต่ที่ทั้งสองมีเหมือนกันคือใบหน้าที่งามราวกับภาพวาดนางในวรรณคดี

 พนักงานหนุ่มๆ หลายคนเข้ามาจีบสองสาวอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธไปหลายครั้งไม่ใช่ด้วยกฏเกณฑ์ใดๆ แต่เป็นด้วยกำแพงใตที่ปิดกั้นของสาวๆ อีกทั้ง เจ๊อ้วน ผู้เป็นนายก็หวงแหนสองสาวมากๆ เพราะถูกหลานสาวสุดที่รักของตนฝากฝังเอาไว้ด้วย

st.mariya เป็นเรือสำราญลำใหญ่ที่หรูหราและงดงาม ใหญ่โตพอๆ กับโรงแรมโรงหนึ่งก็ว่าได้ ห้องพักมากกว่า300ห้อง ต่างหรูหราราวกับโรงแรม5ดาว แม้กระทั่งห้องพักของพนักงานยังกว้างขวางไม่แออัดเท่าที่เคยได้ยินมา

 สระว่ายน้ำขนาดใหญ่บนดาดฟ้า สวนหย่อมสีเจียวขจีประปรายตายราวกับว่าถูกยกทั้งสวนจึ้นมาบนเรือยังไงยังงั้น เวทีขนาดย่อมถูกจัดวางไว้บนดาดฟ้าชั้นบนสุดที่เป็นลานจอดฮอล์ ถัดไปอีกชั้นตรงท้ายเรือ ก็เป็นร้านอาหารที่เจ๊อ้วนได้รับดีลมาอย่างยากลำบาก 

เข้าไปด้านในตัวเรือลงไปก่อนถึงชั้นที่เป็นที่พักของลูกเรือ ก็คือบ่อนคาสิโนขนาดกลางแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของเหล่ามหาเศรษฐีทั้งหลาย พวกพนักงานสาวๆ ถูกเตือนแล้วเตือนอีกว่าไม่ให้เฉียดเข้าไกล้ส่วนคาสิโนนี้เพราะจะทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นโสเภณีชั้นสูงที่ถูกเหล่าเฒ่าเศรษฐีพาขึ้นเรือมาด้วย

 แม้ว่าจะสวมชุดลูกเรือเพื่อเป็นการแยกแยะก็ตาม แต่พวกเฒ่าตัณหากลับทั้วหลายหากขาดสติสมประดีแล้วเห็นเป็นหญิงสาวก็จะเอาไห้ได้จนหมด นั่นเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับพนักงาน

"ว่ากันว่าพนักงานชายยังกลัวเลยที่ตรงนี้เขาถึงมีแต่พวกหน้าโหดๆ คอยบริการแทน" 

มัดหมี่ หนึ่งในพนักงานอาวุโสเล่าให้สาวๆ ฟังขณะที่พาสองสาวไปยังห้องพักและต้องผ่านบ่อนคาสิโน

" นี่ห้องของพวกเธอนะ...ห้องพี่อยู่อีกฝั่งพอดีมีอะไรก็บอกกันได้...ที่นี่เริ่มงานเหมือนที่อื่นปกติแหล่ะเลิกงานตอน5โมงเย็น งานเลิกเมื่อไหร่จะทำอะไรก็เรื่องของพวกเธอ จะเที่ยวเล่นหรืออะไรก็ได้แต่ต้องตื่นก่อนเจ้างานเท่านั้นเอง เวลาอื่นที่ต้องบริการผู้โดยสารจะเป็นหน้าที่ของลูกเรือบริษัท พนักงานชั่วคราวแบบเราๆ ก็ดีแบบนี้แหล่ะ" 

หญิงสาวอธิบายพลางโบกมือลาสาวๆ

" แสดงว่าวันนี้เราก็ยังไม่ได้ทำงานหน่ะสิ...น้องเห็นว่าด้านบนเขามีวานอะไราักอย่างเราไปดูกันไหมพี่ดาว" 

อัญชันเชื้อเชิญพลางยื่นใบโบชัวร์ที่เธอหยิบมาตอนลงทะเบียนพนักงานที่เลาท์ มันคือโบชัวร์งานประมูลเพชรที่ตัดขึ้นหนึ่งในรอบหลายๆ ปีนั่นเอง

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 13 แผนการกลบหนี (18+)

    ตรอกมืดๆ ไม่ห่างจากมุมถนนนาร์ กลุ่มชายฉกรรจ์สี่ห้าคนที่กำลังชุมนุมกันอยู่ นิ่งมองกลุ่มคนที่ดูๆ แล้วเป็นคนชนชั้นสูงแน่ๆ พวกเขาเห็นเหตุการ์ณต่างๆ ตั้งแต่ต้น ผิวขาวเนียนราวกับจันทร์ฉาย ดวงหน้าพริ้มพรายราวกับดอกไม้ป่า ความงดงามที่ชายหนุ่มต่างหลงไหลยามที่ได้พบเห็น แต่กลุ่มชายฉกรรจ์กลับไม่ได้มองว่าเธอน่าครอบครองสักนิดเดียว!!! เขาคิดเพียงแต่ว่า หญิงสาวนางนี้ต้องราคาดีแน่ๆ!!!อัญชันรู้สึกหัวเสีย ความสนุกที่เธออุตสาห์มีกลับหมดลงเพราะผู้หญิงปากจัดแบบซูซี่ หญิงสาวนั่งเงียบๆ มองควันกรุ่นๆ ของกาแฟมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว" ผมขอโทษนะอัญ...ผมไม่รู้ว่าซูซี่จะตามราวีคุณขนาดนี้" ไลอาร์พร่ำบอกเขา เองก็นั่งขอโทษเธอมาเกือบครึ่งชั่วโมงเหมือนกัน"พี่...ที่ซูซี่พูดก็ไม่ได้ผิดหรอกฉันเข้าใจที่เธอหึงหวงฉันขนาดนี้...เพียงแต่ฉันกำลังคิดว่า...มันคุ้มไหมที่ฉันต้องมาเป็นกันชนไห้พี่แบบนี้" อัญชัน เอนกายพิงพนักพิงโซฟา เธอเอนศรีษะพาดกับหมอนอิงใบใหญ่ เธอปล่อยให้ความคิดของเธอล่องละลอยไปเรื่อยๆ จนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน อัญชันคว้าหมอนอิงมากอดหลบความเขินอาย ซ่อนความรู้สึกตึกตักที่กระเด้งกระดอนไปมาอยู่ข้างใน" (เก

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 14 ในเมือง (18+)

    "ฉันถูกพ่อขายให้กับพวกผู้ชายมากหน้าหลายตาอย่างไม่เต็มใจ...เพราะต้องหาเลี้ยงพ่อและตัวเอง...บางทีฉันก็หาลูกค้าเองบ้าง แต่ที่เป็นปมในใจของฉัน...คือความรุนแรงและความน่ากลัวของคนพวกนั้นค่ะ" อัญชันเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ร่างบางนั้นสั่นเทาเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต เธอลูบแขนของตัวเองเป็นการปลอบประโลมไม่ให้เผยด้านที่เธออ่อนแอออกมามากขนาดนี้" ที่บนเรือคุณสติแตก..."" ฉันดันไปนึกถึงความน่าขยะแขยงพวกนั้นเข้าค่ะ..ถ้าไม่นึกถึงฉันก็ไม่เป็นไร...ต้องขอโทษที่ก่อปัญหาให้คุณด้วยนะคะ" อัญชันรู้ดีว่า คนที่ได้รับรู้เรื่องราวแบบนี้ของเธอมักจะรังเกียจเธอทุกคน" โชคยังดีที่ฉันได้เจอเพื่อนที่ดีนะคะ...พี่ฟ้ากับพี่ดาว...พี่ๆ เขาดึงฉันออกจากเรื่องราวอันทุเรสๆ นั้นมาได้ พี่ๆ ชักนำพาเด็กที่ไม่รู้จักว่าชีวิตเป็นยังไงแบบฉัน ให้ไปในทิศทางที่ถูกที่ควร ฉันได้เรียนจนจบ ฉันได้ทำงานดีๆ ได้หัวเราะ ได้ร่าเริง ได้ตอบโต้...คุณรู้ไหมคะว่าพี่ฟ้ากับพี่ดาว...เขาสมชื่อเขามากเลยนะคะ...พี่ฟ้าใจดีเท่าฟ้าแข็งแกร่งเหมือนท้องฟ้าและอบอุ่นเช่นท้องฟ้า...พี่ดาวก็เป็นราวกับทางช้างเผือกส่องประกายนำทางที่มืดมิดให้ฉัน...ปกป้องฉันแม้ว่าตั

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 13 บทบาทกับความรู้สึก

    ในครัวของคฤหาสน์นั้นตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของขนมหวานที่ตลบอบอวนไปทั่วห้องครัวชวนให้รู้สึกหิว อัญชันที่ไม่รู้ว่าควรทำยังไงต่อไปดีจึงคลุกอยู่แต่ก้นครัวคอยเป็นลูกมือให้เชฟและป้าอิลลาที่กำลังง่วนอยู่กับการตระเตรียมของว่างเพื่อรองรับอาคันตุกะที่มาเยือน"คุณอัญคะ...ตรงนี้ที่เหลือให้พวกเชฟจัดการเถอะค่ะเราออกไปรับแขกกัน" ป้าอิลลาบอกพลางจูงมือบางไห้หลีกทางแก่คนครัว" ป้า...น้องต้องไปจริงๆ เหรอคะ...ท่านพูดอะไรกัน...น้องก็ไม่รู้เรื่อง" อัญชันกังวล เพราะตั้งแต่มาเยือนที่แห่งนี้นอกจาไลอาห์กับเรนดอลแล้วก็มีเพียงอิลลาและริสาเท่านั้นที่สื่อสารกับเธอได้แม้สำเนียงของทั้งคู่จะแปล่งๆ ก็ใช่ว่าจะพูดด้วยไม่รู้เรื่องเสียทีเดียวนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอจึงรู้สึกเหงาเวลาที่ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ด้วย" ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณอัญ...ตามกฏของที่นี่แล้วถึงแม้คุณอัญจะต้องออกไปรับแขกแต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องพูดกับแขกหรอกค่ะ เขาห้ามสตรีที่ยังไม่แต่งงานได้พูดคุยกับแขกแต่รับแขกได้ค่ะ" ริสาอธิบาย เธอกับอิลลาพาหญิงสาวกลับไปยังห้องนอน จัดการแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนจะพาเธอมายังห้องรับแขกที่อัญชันพนันได้เลยว่าเธอเห็นพนังนั้นประดับด้วยเ

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 12 ตัวคนเดียวที่ไม่ได้อยู่คนเดียว

    มือบางคว้าแขนแกร่งนั้นเอาไว้แน่น เหงื่อกาฬไหลผุดพรายเต็มใบหน้า ชายหนุ่มตัดสินใจทิ้งกายลงบนเตียงนุ่มๆ พยายามทำตัวเล็กๆ (ที่ไม่เล็ก) เพื่อไม่ให้เป็นการเกะกะการรักษาของหมอ" มิสไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับท่านไลอาร์ เพียงแต่อาการเจ็ทแลคของมิสนั้น ทำให้นางอ่อนเพลียกว่าปกติส่วนอาการเพ้อ คงเป็นเพราะนางเคยมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจมากเลยเข้าสู่สภาวะเพ้อไปโดยไม่รู้ตัวเท่านั้นครับ" คุณหมออธิบาย เมื่อได้ยินอย่างนั้นทำให้เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมา ร่างสูงโน้มกายกระซิบข้างๆ หูของหญิงสาวเพื่อเป็นการประโลมเธอ"พี่อยู่ตรงนี้...อย่ากลัวไปเลย" เขาพูด ไม่นานนักมือบางที่กำแขนเสื้อของเขาเอาไว้แน่นก็ผ่อนคลายลงจนในที่สุดเขาก็สามารถหลุดออกจากการเกาะกุมของเธอได้"ริสา...บอกเรนดอลว่าเร่งทางเอฮาซานที...ฉันกลัวว่าหากปล่อยให้นางจมอยู่กับความหวาดกลัวนานกว่านี้หากตอนฉันไม่อยู่...นางจะเกิดอันตราย" เขาออกคำสั่งให้แก่หญิงรับใช้ที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ เตียง"รับทราบค่ะ" ริสาค้อมกายน้อมรับคำสั่ง ก่อนจะรีบผละออกไปทันที" ผมจะให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำแก่นางก่อนนะครับนางจะได้ฟื้นตัวเร็วๆ เพราะนางก็อยู่ในภาวะจำศีลแบบนี้มานานกว่า13ชั่วโ

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 11 ฮาลันน่าร์

    จากท้องทะเลสีครามสดใส สู่ผืนทรายสีทองอร่ามสุดลูกหูลูกตา เงาร่างของเจ้านกเหล็กยักษ์พาดผ่านเกลียวทรายที่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับเป็นประกายราวกับผืนผ้าลินินที่สะท้อนแสง เครื่องบินส่วนตัวสุดหรูของไลอาร์ CEO เมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดของตะวันออกไกล มันเคลื่อนกายผ่านอากาศมุ่งสู่เมืองเล็กๆ อย่างแคว้นฮาลันเพื่อลงจอดที่สนามบินส่วนตัวของเชคอาฮาเม็ดที่ได้เปิดให้ประชาชนได้ใช้สอยตามสะดวก กลับกันบรรยากาศในห้องโดยสารกลับอึมครึมเพราพอัญชันที่จู่ๆ ก็หลับไปตั้งแต่แวะพักเครื่องที่อินเดีย ถึงแม้ทุกคนจะรู้ว่านั่นเป็นอาการเจ็ทแล็กที่เกิดขึ้นได้จากการเดินทางข้ามแนวกั้นแบ่งเวลาหลายๆ ที่ติดต่อกัน ทว่าชายหนุ่มที่หมายใจจะมอบความรู้สึกดีๆ ให้กับหญิงสาวนั้นกลับอดเป็นห่วงไม่ได้"วางใจเถอะค่ะท่านไลอาห์...ให้มิสนอนพักผ่อนสักครู่อาการก็ดีขึ้นค่ะ" ริสาปลอบเจ้านายของตนที่นั่งหน้ายุ่งอยู่ข้างๆ เตียงนอนพิเศษบนเครื่อง"แต่มันนานเกินไปหรือเปล่าริสา...คุณอัญนอนมานานกว่า12ชั่วโมงแล้วนะนอกจากจะลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำหรือดื่มน้ำแล้วเธอแทบไม่ลุกขึ้นมาทานอาหารเลย...ร่างกายจะไม่แย่เอารึ" เขาวิตกกังวล" ไม่เป็นไรค่ะอีกเดี๋ยวเราจะลงจอดท

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 10 ตึ๊ก..ตั๊ก...ตึ๊ก...ตั๊ก...นี่รักหรือคิดไปเอง

    สนามบินนานาชาติสุลต่านฮาซานุดดินตั้งอยู่ในระยะ 12 กม. จากตัวเมือง มากัสซาร์ ดั้งนั้น การเดินทางจากท่าเรือผ่านตัวเมืองและไปสู่สนามบินนั้นใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นัก อัญชันรู้สึกเวลามันผ่านไปเนิบช้าเพราะตอนนี้เธอกลับรู้สึกอึดอัดที่จะสนทนากับชายหนุ่มเพราะการสบตากับเขาเมื่อครู่ ใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นโครมคราวเสียงดังทำเอาหน้าขายหน้าไปเสียหมด"คุณอึดอัดเหรอ??" ชายหนุ่มถามทำลายความเงียบ เขาไม่ชอบที่เธอเงียบแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบๆ ที่กระดองใจทะแม่งมะแม่ง" เปล่าค่ะ...ฉันลืมตัวไปว่าฉันเป็นลูกจ้างคุณ...เลยล่วงเกินไปมาก..ต้องขอโทษด้วยนะคะ" อัญชันหันไปย้ำสถานะที่จุกอยู่ตรงอกเพื่อให้ตนเองรู้สึกตัวว่าตนเป็นเพียงลูกจ้างเท่านั้น"ผมไม่ถือหรอกคุณอัญ...ผมว่าเราควรมาตกลงกันใหม่จะดีกว่านะ" เขาขมวดคิ้วคมเข้มแทบจะผูกโบว์อยู่กลางหน้าผาก"คะ???" อัญชันทำหน้างงทว่าสายตาดุจแม่กวางน้อยของเธอกลับเลือบไปเห็นโดมสนามบินอันมหึมาตรงหน้านั้นทำให้เธอตื่นเต้นมากกว่าคำพูดจริงจังของชายหนุ่มเสียอีก"เดี๋ยวค่อยคุยก็ได้ครับ..." เขาถอนหายใจพลางยิ้มกับดวงตาที่ประกายวาวของหญิงสาว...เธอเปลี่ยนอารมณ์ได้ตามใจตนเองทั้งๆ ที่เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status