Masukเขายืนส่งขุนพลฉั่วกับกองทหารร้อยนายออกไปปราบโจรชั่วจวิ้นจื่อหลงที่ปล้นสะดมพ่อค้าที่กำลังขนส่งสินค้าเข้าเมืองหลวง และเพื่อความปลอดภัยเขาจึงต้องรั้งรออยู่ที่นี่
"ใต้เท้าลู่ขอรับ"
"เถ้าแก่เหวิน"ฟ่านเสวียนหันกลับมาตามเสียงเรียกก็พบเหวินจื่อหลงยืนยิ้มอยู่ด้านหลังแล้ว
"มารับอาหารเช้าเถอะขอรับ ยังไงเสียท่านขุนพลฉั่วต้องปลอดภัยกลับมาพร้อมกับข่าวดีแน่ขอรับ"
"ข้าก็หวังเช่นนั้น ไปเถอะ"เขาเดินนำกลับไปยังโถงในร้านแต่ไม่ปรากฏอาหารที่ตั้งรอไว้ให้ เขาจึงหันกลับไปถามด้วยสายตา
"อ้อ ข้าเตรียมเอาไว้ที่ห้องทำงานของข้าขอรับ ในนั้นยังมีหนังสือมากมายให้ท่านอ่านจนกระทั่งขุนพลฉั่วกลับมาขอรับ"เมื่อได้ยินว่ามีหนังสือให้อ่าน เขาจึงไม่รั้งรอรีบสาวเท้าก้าวไวขึ้น จื่อหลงอดยิ้มน้อยๆ ตามหลังมิได้
"นำข้าไปเถอะ ข้าพึ่งรู้ว่าเจ้าสะสมหนังสือด้วย"
"ข้าเป็นนักอ่านและนักสะสมบทประพันธ์กับบทกวีของท่านผู้มีชื่อเสียงพอสมควรขอรับ ไม่มากจนเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่หนังสือบางอย่างข้าคิดว่าท่านใต้เท้าลู่ต้องไม่เคยเห็นเป็นแน่"จื่อหลงหลอกล่อคนที่เดินข้างๆ ครั้นเมื่อเห็นสายตาตื่นเต้นแล้วก็ให้นึกรักใคร่มากกว่าเดิมนัก ยามเปิดเข้าไปภายในห้องฟ่านเสวียนต้องหมุนตัวไปรอบๆ ห้องด้วยความตื่นตาใบหน้างดงามออกอาการจนเก็บเอาไว้ไม่อยู่
"โอโห้ ข้าดูได้หรือไม่ ข้าคงไม่รบกวนเจ้าหรอกนะ"
"โอ๊ยไม่เลยขอรับ แต่ข้าว่าใต้เท้าลู่กินอาหารเช้าก่อนเถอะ ยังไงเสียห้องทำงานข้านี้ยกให้ท่านครอบครองแล้วขอรับ เพียงแต่ข้าคงต้องขออาศัยท่านนั่งตรวจบัญชีในห้องนี้ด้วยได้หรือไม่"
"แน่นอนๆ เป็นข้าต่างหากเล่าที่รบกวนเจ้าน่ะ"
"อย่าคิดมากไปเลยขอรับ แค่เห็นท่านมีความสุขข้าก็พลอยดีใจไปด้วย"ประโยคกำกวมเป็นผู้อื่นคงสะดุดหูไม่น้อย แต่เพราะฟ่านเสวียนดีใจเกินไปเมื่อเห็นหนังสือล้ำค่า จึงมิใส่ใจในรายละเอียดเท่าใดนัก จื่อหลงตบมือครั้งเดียวผู้คนก็นำอาหารร้อนๆ หอมฉุยมาวางไว้ให้บนโต๊ะ ที่สำคัญคือขนมกุ้ยฮวาหลากสีถูกนำมาวางเอาไว้ด้วย
"ขนมกุ้ยฮวา"
"ขอรับได้ข่าวว่าใต้เท้าลู่ชอบกิน ข้าจึงสั่งให้พ่อครัวทำให้เป็นพิเศษ นี่เป็นกุ้ยฮวาไส้ถั่วแดงและไส้ดอกเหมย ข้าได้ยินว่าใต้เท้าลู่ชอบ"
"ขอบใจเจ้ามากเถ้าแก่เหวิน มันเป็นของชอบข้าจริงๆ นั่นแหละ"
"ขอรับ วันนี้ยังมีหมูสามชั้นน้ำแดง แล้วก็มีหน่อไม้หวานผัดซอสเปรี้ยวอีกด้วยนะขอรับ"ทุกอย่างล้วนเป็นของโปรดปรานของฟ่านเสวียนทั้งนั้น เขานั่งลงมองอาหารที่จัดวางไว้ด้วยดวงตากลมโต
"ขอบใจเจ้ามาก ขอบใจเจ้าจริงๆ "
"มิได้ มิได้ อย่าได้เกรงใจเลยขอรับ ท่านมาเพื่อทำให้บ้านเมืองสงบข้าต้องดูแลอย่างเต็มที่อยู่แล้ว"
"เช่นนั้นเจ้าก็มานั่งกับข้าเถอะ อาหารเต็มโต๊ะเช่นนี้กินคนเดียวคงไม่หมดแน่ๆ "นั่นเป็นสิ่งที่จื่อหลงคาดหวังเอาไว้อยู่แล้ว ปู้เฉินรู้ทันจึงจัดเตรียมชามข้าวเอาไว้เผื่ออยู่แล้ว เขาเดินมาพร้อมกับถาดวางป้านชาส่งกลิ่นหอมละมุน
"ใต้เท้าลองดื่มดูสิขอรับ ชานี้ได้มาจากเขาไท่ซางต้องชงกับน้ำค้างยอดหญ้าจากเขาเดียวกัน ชานี้มีลักษณะพิเศษสีของมันเป็นสีแดงราวกับกลีบดอกเหมยและยามที่ไหลผ่านลำคอ มันจะค่อยๆ หวานขึ้นทำให้ชุ่มคอขอรับ"จื่อหลงรินชาลงจอกน้ำในนั้นกลายเป็นสีแดงใส ส่งกลิ่นหอมละมุนสดชื่นจนฟ่านเสวียนอดสูดหายใจเข้าปอดไม่ได้
"ชื่นใจจริงๆ "
"เชิญขอรับ"เขาคีบเอาหมูสามชั้นน้ำแดงวางลงบนข้าวของฟ่านเสวียนและคีบเอาหน่อไม้วางให้อีก
"เกรงใจเจ้าแล้ว"
"ตามสบายเลยขอรับ ลองชิมฝีมือคนครัวของข้าเสียก่อนว่าถูกใจใต้เท้าหรือไม่"จื่อหลงมองฟ่านเสวียนคีบทุกอย่างเข้าปากแล้วถึงกับตื้อในอก สิ่งที่เขาฝันกำลังจะเป็นจริงแล้ว เขารอมานานที่จะได้ร่วมโต๊ะกับคนผู้นี้ พ่อครัวที่ส่งไปฝึกฝีมือจนช่ำชองก็เพื่อการนี้เท่านั้น
"อร่อยมาก อร่อยจริงๆ "
"อ่าถ้าเช่นนั้นก็ทานเยอะๆ นะขอรับ"สองคนต่างกินข้าวกันอย่างถูกคอและยังเอ่ยถึงหนังสือมากมาย ฟ่านเสวียนนั้นยอมรับอยู่ในใจว่าเหวินจื่อหลงผู้นี้มีความรู้มากมายราวกับบัณฑิตผู้หนึ่ง
"อิ่มมากเลย"
"ถ้าอย่างนั้นลุกเดินหน่อยเถอะขอรับ ข้าจะพาไปชมสวนด้านหลังอันที่จริงแล้วสวนนี้ข้ามิเคยให้ผู้ใดได้เห็นมีใต้เท้าคนแรกที่จะได้ชมมัน เขาเดินนำฟ่านเสวียนทะลุออกไปยังสวนด้านหลัง ดอกเหมยสารพัดสีทั้งขาว แดง ชมพู สีเหลืองแข่งกันชูช่อส่งกลิ่นหอม
"สวนดอกเหมย"
"ขอรับ สวนนี้จะออกดอกทั้งปีและมีแห่งเดียวเท่านั้นแม้กระทั่งองค์ฮ่องเต้ยังไม่มีเช่นนี้"
"สวยจริงๆ ข้าชอบมาก ชอบมากๆ "
"ขอรับๆ ข้าดีใจที่ใต้เท้าชื่นชอบมัน"ทั้งสองเดินทอดขาไปช้าตามทางเดินหินสีขาว ทันใดนั้นเองเสียงลูกธนูก็ฟาดแหวกผ่านอากาศจนเสียงดัง เขารีบกระชากฟ่านเสวียนเข้ามาแนบกับอกเอาไว้เพื่อป้องกันภัยสายตาคมกริบกวาดไปทั่ว ปู้เฉินรู้ดีในสถานการณ์นี้ว่าต้องทำเช่นไร อันที่จริงแล้วเพียงแค่ธนูส่งข่าวไม่สามารถทำอันตรายนายท่านของเขาได้ แต่ด้วยเหตุการณ์เฉพาะหน้าเขาไม่สามารถแสดงตัวได้ จึงต้องให้ปู้เฉินออกหน้าแทน
"นายท่านขอรับเกิดเรื่องอะไรขึ้น"ชายหนุ่มสี่ห้าคนวิ่งกรูกันเข้ามาแสร้งทำทีท่าหวาดกลัว
"ไม่รู้ๆ พวกเจ้ารีบนำใต้เท้าลู่เข้าไปข้างใน ให้อยู่ในห้องหนังสือข้าจะปลอดภัยที่สุด" เขาแสร้งสั่งการด้วยสีหน้าหวาดหวั่นเพื่อกระตุ้นให้ฟ่านเสวียนตื่นตระหนกไปด้วย เขาสั่งให้คนคุ้มกหันฟ่านเสวียนเข้าไปในห้องหนังสือเมื่อเห็็นว่าพ้นสายตาแล้วจึงพยักหน้าให้ปู้เฉินดึงธนูสารออกมาจากต้นไม้
"นั่นลูกข้านะ ข้าจะให้เขากลับจวนเมื่อใดก็ได้ อึ๊ก!!!"เสนาลู่ส่งเสียงข่มขู่"แต่นั้นเป็นฟูเหรินข้า ตายก็ฝังที่สกุลข้า อึ๊ก!!"องค์รัชทายาทได้ยินก็ส่ายหน้าไปมา ด้วยข่าวลือที่ลือกันทั้งวังหลวงว่า พ่อขาลูกเขยนี้หาได้ถูกตากันไม่ เจอกันครั้งใดย่อมมีสงครามน้ำลายขนาดย่อยให้เป็นข่าวเสมอ"หมายความว่า เจ้าจะไม่ให้ลูกฟ่านกลับ เอิ๊ก! กลับจวนข้าหรือ""กลับสิ เขากลับ แต่ขอข้าเข้าหอก่อน ไว้ข้าอารมณ์ดีเมื่อไหร่ข้าจะไปส่ง""เจ้าคนต่ำทราม เจ้าจะแยกพ่อแยกลูกกันรึ อ๊อก เอิ้กกก"เสนาลูกทำท่าจะอาเจียนแต่กลืนลงลำคอเอาไว้แทน"เฮ่ย! นั่นเป็นภรรยาข้านะ ท่านจะแยกยวนยางรึ ไม่อายหรือไร อ๊อกกก"ปู้เฉินเห็นว่าศึกน้ำลายนี่คงอีกยาวไกล เขาจึงแจ้งแก่ทุกคนว่าให้ดื่มกินได้เต็มที่ ส่วนเจ้าบ่าวคงเมาหนักมากแล้วและถึงเวลาเข้าหอได้แล้ว ครั้งแรกทุกคนไม่ยินยอม ทว่าอวี้หนี่ออกมาบอกให้ทุกคนรู้ว่าท่าทางจื่อหลงเมาจนไม่สามารถดื่มกินได้อีกแล้วจึงจะพากลับเข้าหอ"ไม่ได้!""เข้าหอไม่ได้นะ"เสนาลู่ดึงแขนเสื้อของจื่หลงเอาไว้ เขาประคองตัวแทบไม่อยู่จึงดูเหมือนกอดเอวของจื่อหลงเอาไว้ ฝ่ายจื่อหลงเองก็ยืนไม่อยู่เซไปด้านหลังล้มลงโดยมีเสนาลู่ทับอยู่ด้
"เจ้าค่ะ อีกอย่างข้างนอกมีกงกงจากในวัง นำของขวัญมามอบให้เจ้าค่ะ"อวี้หนี่ทำท่านึกขึ้นได้"หือ จากองค์ใด"เสนาลู่ขมวดคิ้ว"จากลู่กุ้ยเฟยเจ้าค่ะ""อ้อพระสนมนั่นเอง ไปๆ เจ้าออกไปรับ""ขอรับ"ฟ่านเสวียนตอบคำแล้วเดินนำหน้าอวี้หนี่ออกไปด้านนอก"รบกวนกงกงแล้ว เหตุท่านจึงมิบอกบ่าวรับใช้เล่า ท่านต้องมายืนรอให้เสียเวลา"ฟ่านเสวียนรีบเข้าไปประคองแขนกงกงคนสนิทของลู่กุ้ยเฟย"ไม่เป็น พะย่ะค่ะ เหล่านู๋มาพร้อมกับขบวนเกี้ยวรับเจ้าสาว เห็นเช่นนั้นบ่าวจึงรีบเดินมาก่อน นี่เป็นของจากพระสนมพะย่ะค่ะ กงกงยื่นหีบขนาดใหญ่แทบจะอุ้มไว้ในมือไม่ไหวยื่นให้ฟ่านเสวียน"พระสนมยังกล่าว่า เนื่องจากพระนางออกจากวังมามิได้จึงได้แต่ฝากคำอวยพรมาให้ ขอให้พิธีสมรสราบรื่น มีแต่ความสุขพะย่ะค่ะ""ขอบใจท่านกงกงมากที่นำความมาบอก เด็กๆ"ฟ่านเสวียนมิได้เอ่ยปากว่าต้องการสิ่งใดทว่า บ่าวรับใช้รู้งานนำถุงที่มีน้ำหนักไม่น้อยปักดิ้นเงินงดงามส่งให้ถึงมือกงกง"นี่เป็นค่าเหนื่อยเล้กน้อย ขอท่านกงกงรับไว้ด้วยเถอะ""เกรงใจแล้ว เกรงใจแล้ว กระหม่อมมิบังอาจ""รับไปเถอะ ถือเสียว่าเป็นค่าเสียเวลาของท่าน"กงกงผู้เฒ่ายิ้มจนปากกว้าง"ขอบพระทัยพระชายา ขอบพระทั
จื่อหลงเดินกระวนกระวาย คอยชะเง้อดูแดดด้านนอกเพื่อคำนวณเวลา ปากคอยถามปู้เฉินที่แต่งชุดดูดีกว่าทุกๆวัน เอวคาดด้วยสายรัดเอวสีแดง สื่อให้เห็นว่าเป็นคนของฝั่งเจ้าบ่าว ตัวของจื่อหลงเองแต่งชุดสีแดงมีลวดลายมังกรสีทองปักอยู่ เดินวนไปมา"ม้าล่ะ"ปู้เฉินเหลือกตามองเพดาน ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"ยามเหม่าแล้วขอรับ""อีกหนึ่งชั่วจะยามซื่อ ตรวจดูทุกอย่างอย่าให้ผิดพลาด"จื่อหลงย้ำอีกครั้ง ปู้เฉินอุบอิบอยู่ในลำคอเบาๆ 'ครั้งที่ร้อยแล้วขอรับ'"เจ้าว่าอะไรนะ"จื่อหลงหันหน้ามาจากบานหร้าต่างเขม้นมองหน้าอิดโรยของปู้เฉิน"ปละ เปล่าขอรับ ข้าบอกว่าทุกอย่างล้วนแต่ไม่มีผิดพลาดแน่นอนขอรับ"ปู้เฉินหางคิ้วกระตุกเพ่งมองใบหน้าคล้ายดอกทานตะวันของจื่อหลงด้วยความรู้สึกอยากจะถอนหายใจแรงๆเข้าใส่ ทว่าคนอย่างเขามิอาจจะทำเช่นนั้นได้ ดูหรือตั้งแต่วันกำหนดงานพิธี ต่อให้มีคนจากในวังมาช่วยงาน และมีคนของสำนักอีก แต่ดูเหมือนเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ ด้วยคำสั่งที่ว่า "ทุกอย่างต้องได้ ทุกอย่างต้องมี ทุกอย่างต้องไม่ผิดพลาด" ดังนั้น ทั้งเขาและพ่อบ้านของจวนสกุลลู่จึงมิอาจละเลยให้บ่าวรับใช้ทำกันเอง นั่นคือที่มาของใบหน้าอิดโรยเช่นนี้ จื่อหลง
"หนิ..นี่ท่าน ไหนบอกมาลูกข้าเอาเปรียบเจ้าเช่นไร"พอกันทีกับอ๋องผู้นี้ ไม่มีความเกรงใจอีกแล้ว นั่นลูกชายเขา แถมตอนนี้ยังต้องตกเป็นเจ้าสาว! เจ้าสาวเชียวนะแค่คิดลมก็จับอีกแล้ว เขารีบลุกขึ้นจากเตียงมากระชากแขนฟ่านเสวียนให้ซ่อนอยู่ด้านหลังตัวเอง"มานี่ เจ้าออกไปก่อน เด็กๆ เด็กๆ อยู่ไหน มาพาตัวคุณชายใหญ่ไปห้องของข้าเดี๋ยวนี้"สิ้นเสียงและเวลาผ่านไปจนเขารู้สึก"เด็กๆหายหัวไปไหนกันหมด"เสนาลู่หนวดกระดิกซ้ำ เมื่อเขาหันมามองร่างสูงใหญ่ก็ต้องตาขุ่นเขียว เพราะเจ้าเขยตัวแสบนั่นทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แถมยืนแคะเล็บราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือตน"บอกมา คนของข้าหายไปไหนหมด""หวกเขางานคงยุ่งขอรับ""งานยุ่งบิดาเจ้าสิ"เพียงเขาสบถออกมาก็สะดุ้งเอง เพราะบิดาของเจ้าลูกเขยนี่อยู่เหนือผู้คนทั้งแผ่นดิน"ข้าพูดผิด งานยุ่งหาเจ้าสิ"เสนาลู่กลับคำทันที"บอกมาคนไปไหนหมด""คนที่อยู่ระแวกนี้ล้วนแต่เหนื่อยอยากพัก ข้าเลยให้เขาหลับพักผ่อนเต็มที่ ส่วนคนที่ตกแต่งจวนด้านนอก ข้าก็ให้ปู้เฉินนำทหารมาช่วยแล้ว ท่านพ่อตาอย่าได้เกรงใจๆ"คราวนี้เขารู้สึกควันร้อนๆกรุ่นอยู่เหนือศีรษะตัวเอง หางตากระตุกไม่หยุด"ข้า...ข้า..ข้าจะพูดอย่างไร
"เอาวางไว้ตรงนั้น นั่นๆ หยุดๆ เจ้าระวังมือหน่อย ของพระราชทานเชียวนะ นี่ๆ ข้าบอกเจ้าไว้ว่าเช่นไร บอกให้เตรียมเอาไว้ตรงนั้นอย่างไรเล่า"เสียงเอะอะดังไปทั่วจวนอัครเสนาลู่ พ่อบ้านแห่งจวนได้แต่หมุนตัวไปมาราวกับลูกข่าง แน่นอน ยามนี้ฟ่านเสวียนนั่งอยู่ในเรือนของตัวเอง ก้มหน้านิ่ง คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามคือท่านอัครเสนาผู้เป็นบิดา"แทนที่จะกลับมาให้ไว เจ้ามัวทำอะไรอยู่ หรือลืมบิดาคนนี้ไปแล้ว"เสนาลู่มองบุตรชายคนเดียวของตนด้วยสายตายากจะบรรยาย วันนี้ในจวนต่างวุ่นวายเพื่อตระเตรียมพิธีพระราชทานสมรสให้จวิ้นอ๋อง แน่นอน อันที่จริงถ้าเป็นชาวบ้านสามัญเช่นพวกเขาและต้องแต่งงานกับบุรุษ ทางจวนของเขาต่างหากที่ต้องส่งเกี้ยวไปรับตัวเจ้าสาว แต่ในเมื่อมีราชโองการ เขาจึงต้องให้บุตรชายตนเองกลายเป็นถูกส่งเกี้ยวมารับตัวเจ้าสาวแทน แค่คิดหนวดสีขาวปนเทาก็เริ่มกระตุกอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาต้องพ่ายแพ้เล่ห์เหลี่ยมให้แก่จวิ้นอ๋องผู้นั้น แค่คิดอาการปวดตึงต้นคอก็เริ่มขึ้นอีกแล้ว เขายกมือขึ้นนวดต้นคอตัวเองเบาๆ มองกลุ่มมวยผมที่อยู่ในกวานหยกสีขาว ใบหน้าขาวนวลก้มต่ำจนมองไม่เห็น เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างปลงๆ"ข้า..ข้า"ฟ่านเส
"พะ..พวกเรา ออก เอ่อ..ออกไปกันก่อนเถอะ"อวี้หนี่รีบบอก ปู้เฉินถึงกับเม้มปากกลั้นหัวเราะหยักหน้าเร็วๆ พลางนึกในใจว่านายท่านของเขาช่างใจร้อนเสียจริง"ไปเถอะ พวกเขาไม่เขินอายพวกเรากลับอายแทน"ปู้เฉินหัวเราะเบาๆค่อยประคองคนรักจากไปให้ไกลจากเสียงหยาบโลนนั่น"จะ..จื่อหลง ข้าได้ยินเสียงคน อื้ออ"ฟ่านเสวียนได้ยินเสียงพูดภายนอกทำให้อารมณ์กระสันต์สะดุด จื่อหลงจับเรียวคางบังคับให้หันมาสบตาเขาแล้วประกบริมฝีปากเข้าหาแน่นใช้ลิ้นร้อนล่อลวงให้อีกฝ่ายหลงลืมเสียงภายนอก เขากระแทกบั้นเอวย้ำๆให้อีกฟ่านเสวียนเคล้มไปกับท่วงทำนองรัก ฟ่านเสวียนเองก็ยอมถูกให้อีกฝ่ายชักนำแต่โดยดี"จื่อหลง ฮ๊าา อืออ "ราวกับปีนขึ้นสู่ยอดเขาแล้วดิ่งตัวลงมาจากหน้าผา หัวใจของฟ่านเสีวยนเต้นรัวแรง ความรู้สึกผ่าวร้อนภายในช่องทางบวกกับความคับแน่นหล่อหลอมให้เขากำลังจะละลาย ยิ่งจื่อหลงกระแทกปลายสุดของตนเองเข้ากับจุดเสียวยิ่งทำให้เขากระเด้งตัวสอดรับแรงบดอัด"อ่าาาห์ รัดข้าอีก ข้างในของเจ้าร้อนตอดรัดจนข้ายากจะทานไหว"จื่อหลงกระซิบแหบพร่า ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีมืดมิดราวกับท้องทะเลยามค่ำคืน ริมฝีปากร้อนชื้นบดขยี้ริมฝีปากบวมฉ่ำราวกับดูดกลืนพลังวิญญาณข
ฟ่านเสวียนร้องอู้อี้ยกมือขึ้นกระชากผมของจื่อหลงแรงจนหน้าหงาย เขากัดฟันแน่นจับใต้ข้อพับขาเรียวยกมันจนชิดอกทำให้เห็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเขาและอีกฝ่ายชัดเจน ยิ่งเห็นยิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้เร่าร้อนมากขึ้นแกนกายแข็งขึงยิ่งขยายใหญ่เขาโยกสะโพกสอบเข้าออกรุนแรงจนฟ่านเสวียนกระเด้งกระดอนไปมาตามแรงควบขับ จื่อหลงส่
อวี้หนี่ร่ำไห้อยู่ข้างเตียงมีหมอเหยียนนั่งตรวจอาการอยู่ข้างๆ หลังจากที่อาจารย์ฉงรู้เรื่องที่บุตรีของตัวเองลงมือกับเด็กตัวน้อยความโกรธปะทุจนถึงขั้นกระอักเลือด จื่อหลงได้สั่งให้เซิงหลานศิษย์คนรองไปหาปู้เฉินเพื่อแจ้งข่าวกับหมอเหยียนและเร่งเดินทางมาพร้อมกัน เรื่องนี้จะให้คนนอกรู้ไม่ได้เด็ดขาดทุกอย่างจึ
"ข่าวดี ข่าวดีจริงๆ เหลียงกงกงให้คนนำผ้าแพรยี่สิบพับทองร้อยตำลึงและโสมพันปีมาให้นาง ฮ่าฮ่าฮ่า ส่วนเรื่องน้องชายของเจ้าและองค์หญิงฉางเจิ้นยังยืนยันคำเดิมเจ้าเองก็อย่าคิดมากให้กระทบกระเทือนพระโอรสในครรภ์ มาพักผ่อนๆ คืนนี้ข้าจะค้างที่ตำหนักนี้ พวกเจ้าไปเตรียมตัวเถอะ"ท่านราชครูฉงกำลังอ่านหนังสือในมือพ
จื่อหลงได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโห ไม่ว่าเมื่อใดเรื่องราวก็ไม่พ้นให้เขาได้เป็นผู้สะสาง เมื่อคิดเช่นนั้นเขาก็อดทอดถอนใจแผ่วเบาออกมาไม่ได้ เขารักศิษย์น้องทั้งคู่ราวกับพี่น้องที่คลานตามกันมายิ่งเมื่ออาจารย์ของเขาตอกย้ำเรื่องบุญคุณนั่นยิ่งทำให้เขาต้องคอยดูแลเขาทั้งคู่มากยิ่งขึ้น ปู้เฉินที่เดิ




![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


