로그인"ลำบากพวกท่านจริงๆ ขอให้งานที่ไปทำสำเร็จโดยไวนะขอรับ ปู้เฉินๆ เจ้าไปบอกพ่อครัวให้เร่งหน่อยเถอะไปๆๆๆ "เขาโบกมือไล่คนสนิทให้ออกไปสั่งพ่อครัว จากนั้นก็ผายมือเชื้อเชิญให้ขุนพลฉั่วออกไป
"เชิญใต้เท้า"ระหว่างทางเดินขุนพลฉั่วหาได้นิ่งเฉยไม่ สายตาล้วนแต่สำรวจทุกอย่างตามทางเดิน เมื่อคืนเขามาด้วยเร่งรีบและเกิดเรื่องจนมิทันสังเกต แต่พอเช้าแล้วก็มองเห็นภายในโรงเตี้ยมแห่งนี้ ล้วนตกแต่งด้วยรสนิยมดีเยี่ยมและของตกแต่งล้วนแต่มีราคาทั้งสิ้น
"เถ้าแก่คงจะมีกิจการหลากหลายเป็นแน่ ดูทีของเหล่านี้ล้วนมีราคาทั้งสิ้น"
"กล่าวชมข้าเกินไปแล้วขอรับ บ้านข้านั้นมีกิจการหลายอย่างจริงๆ ทั้งโรงเตี้ยม ภัตคาร ผ้าไหม ข้าวสารร้านตั๋วแลกเงินและเครื่องเขียนน่ะขอรับ"
"อ้อ นับว่าเป็นคหบดีที่มั่งคั่งทีเดียว"
"ไม่มาก ไม่มาก พวกบ้านข้าล้วนแต่ทำงานหนักตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงรุ่นข้าจึงต้องรักษาทรัพย์สินเอาไว้เพื่อตกสู่ลูกหลานของตระกูล"
"ดูท่านยังหนุ่มยังแน่น เหตุใดจึงมิเห็นฮูหยินของท่านเลย"
"อ่าเรื่องนี้ นับว่าข้าด้อยวาสนาแล้วขอรับ ข้ายังมิเจอหญิงใดที่ถูกชะตา จึงทอดเวลาออกไปมิเร่งรีบ"
"น่าแปลกคิดแปลกดีจริงๆ ความคิดของเจ้านั้นช่างเหมือนกับท่านเสนาลู่เสียจริงๆ แต่ท่านผู้นั้นคงมิอาจจะรอดพ้นพระราชทานงานแต่งหลังจากปราบจอมโจรนี้เป็นแน่"
"อ้อ! ใต้เท้าลู่ก็ยังมิได้มีฟูเหรินหรือขอรับ"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า คนหนุ่มมักเห็นหน้าที่การงานดีกว่าสตรี ดังนั้นจึงมีคนโสดมากมายในเมืองหลวง เจ้าอย่าได้ตื่นตระหนกไป"
"เป็นเช่นนั้น เป็นเช่นนั้น"สิ่งที่ปากพูดหาได้ตรงกับในใจไม่ หากฟ่านเสวียนทำการสำเร็จคงได้รับพระราชทานเจ้าสาวให้เป็นแน่ เขาจะต้องหาทางขัดขวาง ทุกวันนี้ที่ไม่มีแม่สื่อเข้าไปเสนอสาวงามให้กับลู่ฟ่านเสวียนนั้นล้วนเป็นเพราะอิทธิพลมืดและข่มขู่ของเขาทั้งสิ้น แล้วผู้ที่มีอำนาจล้นฟ้าต้องประสงค์เขาจะขัดขวางได้อย่างไร มิรู้ตัวสักนิดว่าตนเองจิตใจเลื่อนลอยไปถึงไหน รู้ตัวอีกครั้งเมื่อมีคนเอ่ยทักก่อนจะลงไปยังห้องโถงด้านล่าง
"เถ้าแก่ เจอเจ้าแล้ว"ใบหน้าเรียวงามแย้มยิ้มจนทำให้ดูระเบียงกว้างนี้สว่างไสวไปด้วยแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์
"ใต้เท้าลู่"เขาก้มลงเล็กน้อยเพื่อทักทาย ต่างกับขุนพลฉั่วที่ปราดเข้าไปจนใกล้แล้วใช้นิ้วเขี่ยสาบคอเสื้อของคนตัวบางออกเล็กน้อย
"ห้องของท่านเสนามีแมลงหรือ เจ็บหรือไม่ เถ้าแก่ หรือห้องท่านสกปรกเกินไป"ขุนพลฉั่วมองแผลแล้วหันกลับมาถามเขา
"ไม่ ไม่ เป็นไปไม่ได้ ห้องของใต้เท้าลู่นั้นเป็นห้องที่ดีที่สุดเหมือนห้องของท่านขุนพล ดังนั้นย่อมไม่มีสิ่งสกปรกใดๆ ทั้งสิ้น
"แต่รอยนี้"
"อ่า ขอข้าดูหน่อยได้หรือไม่ขอรับ"เขาขยับเข้าไปใกล้เพื่อดูรอยสีกุหลาบที่เขาแอบประทับไว้เมื่อคืนแล้วแสร้งทำสีหน้าตื่นตระหนก
"หรือจะเป็นแมลง ข้าขอโทษพวกท่านจริงๆ ข้าจะสั่งกำชับคนให้ตรวจตราทำความสะอาดให้เรียบร้อยขอรับ ถ้าอย่างไรเมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว หากมิรังเกียจขอเชิญใต้เท้าลู่เข้าไปในห้องทำงานของข้าก่อนดีหรือไม่ อย่างน้อยก็มีหนังสือให้ท่านอ่านแก้เหงาได้บ้าง"เขาเสนอความคิดเห็น
"ดีๆ ส่วนเรื่องรอยที่คอนี่ ข้าไม่เจ็บปวดหรือคันแม้แต่น้อย เมื่อวานข้าเองก็จำไม่ได้ว่าอาบน้ำเสร็จแล้วเข้านอนตอนไหน อาจเป็นเพราะเหนื่อยเกินไปน่ะ พวกเจ้าอย่าได้วิตกไปเลย"ปู้เฉินเดินเข้ามารายงานว่า อาหารที่เตรียมไว้พร้อมแล้ว เขาจึงเชิญทุกคนลงไปที่โต๊ะด้านล่าง เขากลับไปที่โต๊ะทำงานอีกครั้งปล่อยให้ขุนพลฉั่วปรึกษาเรื่องการเดินทางกันเอง โดยหารู้ไม่ว่าคนของเขาที่เป็นเสี่ยวเอ้อร์กำลังทำความสะอาดโต๊ะทั้งหลายลอบแอบฟังการวางแผนเอาไว้อยู่แล้ว
"เป็นหน้าที่ขอข้าจะต้องไปกับพวกท่านแล้วข้าจะทิ้งหน้าที่ได้อย่างไรกัน"ฟ่านเสวียนเอ่ยขัดขึ้นทันทีที่ได้ยินแผนการ
"แต่การเดินทางหาได้ราบรื่นไม่ ข้ามีความคิดว่าท่านรอฟังข่าวที่นี่จะดีกว่า"
"เป็นไปได้อย่างไรกัน แล้วข้าจะกราบเรียนฝ่าบาทว่าอย่างไร ในเมื่อให้ข้ามาพักอยู่แต่ในโรงเตี้ยมนี่เท่านั้น"
"ใต้เท้าลู่ หนทางข้างหน้านั้นลำบากยิ่ง หากท่านเกิดเรื่องราวขึ้น ข้าและเหล่าทหารคงรักษาหัวเอาไว้บนบ่าไม่ได้แล้ว ขอให้เห็นแก่พวกเราด้วยเถอะ"ขุนพลฉั่วกล่าวด้วยน้ำเสียงลำบากใจ ฟ่านเสวียนหาใช่คนดื้อดึงเมื่อคิดถ้วนถี่แล้วก็จำพยักหน้ายอมรับ
"ก็ได้ เช่นนั้นเจ้ากลับมาต้องรายงานทุกอย่างจนละเอียด"
"แน่นอน เรื่องนั้นข้าย่อมไม่ปิดบัง ท่านพักอยู่ที่นี่ด้วยความสบายใจเถอะขอรับ"ขุนพลฉั่วพอยิ้มได้เมื่อเห็นว่าฟ่านเสวียนไม่เอาแต่ใจ ปล่อยให้พวกเขาออกไปตามหาจอมโจรชั่วช้านั้นโดยไม่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย
"นั่นลูกข้านะ ข้าจะให้เขากลับจวนเมื่อใดก็ได้ อึ๊ก!!!"เสนาลู่ส่งเสียงข่มขู่"แต่นั้นเป็นฟูเหรินข้า ตายก็ฝังที่สกุลข้า อึ๊ก!!"องค์รัชทายาทได้ยินก็ส่ายหน้าไปมา ด้วยข่าวลือที่ลือกันทั้งวังหลวงว่า พ่อขาลูกเขยนี้หาได้ถูกตากันไม่ เจอกันครั้งใดย่อมมีสงครามน้ำลายขนาดย่อยให้เป็นข่าวเสมอ"หมายความว่า เจ้าจะไม่ให้ลูกฟ่านกลับ เอิ๊ก! กลับจวนข้าหรือ""กลับสิ เขากลับ แต่ขอข้าเข้าหอก่อน ไว้ข้าอารมณ์ดีเมื่อไหร่ข้าจะไปส่ง""เจ้าคนต่ำทราม เจ้าจะแยกพ่อแยกลูกกันรึ อ๊อก เอิ้กกก"เสนาลูกทำท่าจะอาเจียนแต่กลืนลงลำคอเอาไว้แทน"เฮ่ย! นั่นเป็นภรรยาข้านะ ท่านจะแยกยวนยางรึ ไม่อายหรือไร อ๊อกกก"ปู้เฉินเห็นว่าศึกน้ำลายนี่คงอีกยาวไกล เขาจึงแจ้งแก่ทุกคนว่าให้ดื่มกินได้เต็มที่ ส่วนเจ้าบ่าวคงเมาหนักมากแล้วและถึงเวลาเข้าหอได้แล้ว ครั้งแรกทุกคนไม่ยินยอม ทว่าอวี้หนี่ออกมาบอกให้ทุกคนรู้ว่าท่าทางจื่อหลงเมาจนไม่สามารถดื่มกินได้อีกแล้วจึงจะพากลับเข้าหอ"ไม่ได้!""เข้าหอไม่ได้นะ"เสนาลู่ดึงแขนเสื้อของจื่หลงเอาไว้ เขาประคองตัวแทบไม่อยู่จึงดูเหมือนกอดเอวของจื่อหลงเอาไว้ ฝ่ายจื่อหลงเองก็ยืนไม่อยู่เซไปด้านหลังล้มลงโดยมีเสนาลู่ทับอยู่ด้
"เจ้าค่ะ อีกอย่างข้างนอกมีกงกงจากในวัง นำของขวัญมามอบให้เจ้าค่ะ"อวี้หนี่ทำท่านึกขึ้นได้"หือ จากองค์ใด"เสนาลู่ขมวดคิ้ว"จากลู่กุ้ยเฟยเจ้าค่ะ""อ้อพระสนมนั่นเอง ไปๆ เจ้าออกไปรับ""ขอรับ"ฟ่านเสวียนตอบคำแล้วเดินนำหน้าอวี้หนี่ออกไปด้านนอก"รบกวนกงกงแล้ว เหตุท่านจึงมิบอกบ่าวรับใช้เล่า ท่านต้องมายืนรอให้เสียเวลา"ฟ่านเสวียนรีบเข้าไปประคองแขนกงกงคนสนิทของลู่กุ้ยเฟย"ไม่เป็น พะย่ะค่ะ เหล่านู๋มาพร้อมกับขบวนเกี้ยวรับเจ้าสาว เห็นเช่นนั้นบ่าวจึงรีบเดินมาก่อน นี่เป็นของจากพระสนมพะย่ะค่ะ กงกงยื่นหีบขนาดใหญ่แทบจะอุ้มไว้ในมือไม่ไหวยื่นให้ฟ่านเสวียน"พระสนมยังกล่าว่า เนื่องจากพระนางออกจากวังมามิได้จึงได้แต่ฝากคำอวยพรมาให้ ขอให้พิธีสมรสราบรื่น มีแต่ความสุขพะย่ะค่ะ""ขอบใจท่านกงกงมากที่นำความมาบอก เด็กๆ"ฟ่านเสวียนมิได้เอ่ยปากว่าต้องการสิ่งใดทว่า บ่าวรับใช้รู้งานนำถุงที่มีน้ำหนักไม่น้อยปักดิ้นเงินงดงามส่งให้ถึงมือกงกง"นี่เป็นค่าเหนื่อยเล้กน้อย ขอท่านกงกงรับไว้ด้วยเถอะ""เกรงใจแล้ว เกรงใจแล้ว กระหม่อมมิบังอาจ""รับไปเถอะ ถือเสียว่าเป็นค่าเสียเวลาของท่าน"กงกงผู้เฒ่ายิ้มจนปากกว้าง"ขอบพระทัยพระชายา ขอบพระทั
จื่อหลงเดินกระวนกระวาย คอยชะเง้อดูแดดด้านนอกเพื่อคำนวณเวลา ปากคอยถามปู้เฉินที่แต่งชุดดูดีกว่าทุกๆวัน เอวคาดด้วยสายรัดเอวสีแดง สื่อให้เห็นว่าเป็นคนของฝั่งเจ้าบ่าว ตัวของจื่อหลงเองแต่งชุดสีแดงมีลวดลายมังกรสีทองปักอยู่ เดินวนไปมา"ม้าล่ะ"ปู้เฉินเหลือกตามองเพดาน ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"ยามเหม่าแล้วขอรับ""อีกหนึ่งชั่วจะยามซื่อ ตรวจดูทุกอย่างอย่าให้ผิดพลาด"จื่อหลงย้ำอีกครั้ง ปู้เฉินอุบอิบอยู่ในลำคอเบาๆ 'ครั้งที่ร้อยแล้วขอรับ'"เจ้าว่าอะไรนะ"จื่อหลงหันหน้ามาจากบานหร้าต่างเขม้นมองหน้าอิดโรยของปู้เฉิน"ปละ เปล่าขอรับ ข้าบอกว่าทุกอย่างล้วนแต่ไม่มีผิดพลาดแน่นอนขอรับ"ปู้เฉินหางคิ้วกระตุกเพ่งมองใบหน้าคล้ายดอกทานตะวันของจื่อหลงด้วยความรู้สึกอยากจะถอนหายใจแรงๆเข้าใส่ ทว่าคนอย่างเขามิอาจจะทำเช่นนั้นได้ ดูหรือตั้งแต่วันกำหนดงานพิธี ต่อให้มีคนจากในวังมาช่วยงาน และมีคนของสำนักอีก แต่ดูเหมือนเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ ด้วยคำสั่งที่ว่า "ทุกอย่างต้องได้ ทุกอย่างต้องมี ทุกอย่างต้องไม่ผิดพลาด" ดังนั้น ทั้งเขาและพ่อบ้านของจวนสกุลลู่จึงมิอาจละเลยให้บ่าวรับใช้ทำกันเอง นั่นคือที่มาของใบหน้าอิดโรยเช่นนี้ จื่อหลง
"หนิ..นี่ท่าน ไหนบอกมาลูกข้าเอาเปรียบเจ้าเช่นไร"พอกันทีกับอ๋องผู้นี้ ไม่มีความเกรงใจอีกแล้ว นั่นลูกชายเขา แถมตอนนี้ยังต้องตกเป็นเจ้าสาว! เจ้าสาวเชียวนะแค่คิดลมก็จับอีกแล้ว เขารีบลุกขึ้นจากเตียงมากระชากแขนฟ่านเสวียนให้ซ่อนอยู่ด้านหลังตัวเอง"มานี่ เจ้าออกไปก่อน เด็กๆ เด็กๆ อยู่ไหน มาพาตัวคุณชายใหญ่ไปห้องของข้าเดี๋ยวนี้"สิ้นเสียงและเวลาผ่านไปจนเขารู้สึก"เด็กๆหายหัวไปไหนกันหมด"เสนาลู่หนวดกระดิกซ้ำ เมื่อเขาหันมามองร่างสูงใหญ่ก็ต้องตาขุ่นเขียว เพราะเจ้าเขยตัวแสบนั่นทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แถมยืนแคะเล็บราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือตน"บอกมา คนของข้าหายไปไหนหมด""หวกเขางานคงยุ่งขอรับ""งานยุ่งบิดาเจ้าสิ"เพียงเขาสบถออกมาก็สะดุ้งเอง เพราะบิดาของเจ้าลูกเขยนี่อยู่เหนือผู้คนทั้งแผ่นดิน"ข้าพูดผิด งานยุ่งหาเจ้าสิ"เสนาลู่กลับคำทันที"บอกมาคนไปไหนหมด""คนที่อยู่ระแวกนี้ล้วนแต่เหนื่อยอยากพัก ข้าเลยให้เขาหลับพักผ่อนเต็มที่ ส่วนคนที่ตกแต่งจวนด้านนอก ข้าก็ให้ปู้เฉินนำทหารมาช่วยแล้ว ท่านพ่อตาอย่าได้เกรงใจๆ"คราวนี้เขารู้สึกควันร้อนๆกรุ่นอยู่เหนือศีรษะตัวเอง หางตากระตุกไม่หยุด"ข้า...ข้า..ข้าจะพูดอย่างไร
"เอาวางไว้ตรงนั้น นั่นๆ หยุดๆ เจ้าระวังมือหน่อย ของพระราชทานเชียวนะ นี่ๆ ข้าบอกเจ้าไว้ว่าเช่นไร บอกให้เตรียมเอาไว้ตรงนั้นอย่างไรเล่า"เสียงเอะอะดังไปทั่วจวนอัครเสนาลู่ พ่อบ้านแห่งจวนได้แต่หมุนตัวไปมาราวกับลูกข่าง แน่นอน ยามนี้ฟ่านเสวียนนั่งอยู่ในเรือนของตัวเอง ก้มหน้านิ่ง คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามคือท่านอัครเสนาผู้เป็นบิดา"แทนที่จะกลับมาให้ไว เจ้ามัวทำอะไรอยู่ หรือลืมบิดาคนนี้ไปแล้ว"เสนาลู่มองบุตรชายคนเดียวของตนด้วยสายตายากจะบรรยาย วันนี้ในจวนต่างวุ่นวายเพื่อตระเตรียมพิธีพระราชทานสมรสให้จวิ้นอ๋อง แน่นอน อันที่จริงถ้าเป็นชาวบ้านสามัญเช่นพวกเขาและต้องแต่งงานกับบุรุษ ทางจวนของเขาต่างหากที่ต้องส่งเกี้ยวไปรับตัวเจ้าสาว แต่ในเมื่อมีราชโองการ เขาจึงต้องให้บุตรชายตนเองกลายเป็นถูกส่งเกี้ยวมารับตัวเจ้าสาวแทน แค่คิดหนวดสีขาวปนเทาก็เริ่มกระตุกอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาต้องพ่ายแพ้เล่ห์เหลี่ยมให้แก่จวิ้นอ๋องผู้นั้น แค่คิดอาการปวดตึงต้นคอก็เริ่มขึ้นอีกแล้ว เขายกมือขึ้นนวดต้นคอตัวเองเบาๆ มองกลุ่มมวยผมที่อยู่ในกวานหยกสีขาว ใบหน้าขาวนวลก้มต่ำจนมองไม่เห็น เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างปลงๆ"ข้า..ข้า"ฟ่านเส
"พะ..พวกเรา ออก เอ่อ..ออกไปกันก่อนเถอะ"อวี้หนี่รีบบอก ปู้เฉินถึงกับเม้มปากกลั้นหัวเราะหยักหน้าเร็วๆ พลางนึกในใจว่านายท่านของเขาช่างใจร้อนเสียจริง"ไปเถอะ พวกเขาไม่เขินอายพวกเรากลับอายแทน"ปู้เฉินหัวเราะเบาๆค่อยประคองคนรักจากไปให้ไกลจากเสียงหยาบโลนนั่น"จะ..จื่อหลง ข้าได้ยินเสียงคน อื้ออ"ฟ่านเสวียนได้ยินเสียงพูดภายนอกทำให้อารมณ์กระสันต์สะดุด จื่อหลงจับเรียวคางบังคับให้หันมาสบตาเขาแล้วประกบริมฝีปากเข้าหาแน่นใช้ลิ้นร้อนล่อลวงให้อีกฝ่ายหลงลืมเสียงภายนอก เขากระแทกบั้นเอวย้ำๆให้อีกฟ่านเสวียนเคล้มไปกับท่วงทำนองรัก ฟ่านเสวียนเองก็ยอมถูกให้อีกฝ่ายชักนำแต่โดยดี"จื่อหลง ฮ๊าา อืออ "ราวกับปีนขึ้นสู่ยอดเขาแล้วดิ่งตัวลงมาจากหน้าผา หัวใจของฟ่านเสีวยนเต้นรัวแรง ความรู้สึกผ่าวร้อนภายในช่องทางบวกกับความคับแน่นหล่อหลอมให้เขากำลังจะละลาย ยิ่งจื่อหลงกระแทกปลายสุดของตนเองเข้ากับจุดเสียวยิ่งทำให้เขากระเด้งตัวสอดรับแรงบดอัด"อ่าาาห์ รัดข้าอีก ข้างในของเจ้าร้อนตอดรัดจนข้ายากจะทานไหว"จื่อหลงกระซิบแหบพร่า ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีมืดมิดราวกับท้องทะเลยามค่ำคืน ริมฝีปากร้อนชื้นบดขยี้ริมฝีปากบวมฉ่ำราวกับดูดกลืนพลังวิญญาณข
"อืม..ข้ารู้ ให้ข้าถอดกางเกงของเจ้าเถอะถ้าไม่เช่นนั้นเจ้าจะสะอาดไปทั้งตัวได้อย่างไร"ฟ่านเสวียนเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เขาเองก็บอกไม่ถูกว่าปฏิกิริยากลางกายของตัวเองที่ร้อยวันพันปีเขามิเคยเปิดเผยต้องมาเปิดเผยกับอีกฝ่ายที่ถือได้ว่าไม่คุ้นเคยมากเท่าใด มือบางรีบตะครุบมือหนาที่กำลังจะดึงเชือกผูกเ
จื่อหลงไม่ยอมให้อีกฝ่ายตั้งตัวได้เขาจงใจขบเม้มริมฝีปากอวบอิ่มดูดดุนลิ้นเล็กไปมา ต่างจากฟ่านเสวียนที่ยังเหม่อลอยคล้ายมิได้สติปล่อยให้อีกฝ่ายรุกเร้าส่งปลายลิ้นเข้าไปควานดูดดื่มน้ำหวานภายในโพรงปากได้อย่างถนัดถนี่"อืออ"เสียงครางอยู่ในลำคอของฟ่านเสวียนยิ่งทำให้เขารู้สึกฮึกเหิมมากขึ้น เขาเลื่อนมือลงไปใน
จื่อหลงได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโห ไม่ว่าเมื่อใดเรื่องราวก็ไม่พ้นให้เขาได้เป็นผู้สะสาง เมื่อคิดเช่นนั้นเขาก็อดทอดถอนใจแผ่วเบาออกมาไม่ได้ เขารักศิษย์น้องทั้งคู่ราวกับพี่น้องที่คลานตามกันมายิ่งเมื่ออาจารย์ของเขาตอกย้ำเรื่องบุญคุณนั่นยิ่งทำให้เขาต้องคอยดูแลเขาทั้งคู่มากยิ่งขึ้น ปู้เฉินที่เดิ
"หุบปากของเจ้าไป! "อวี้หนี่ตวาดเสียงดัง เซิ่งหว่านกัดกรามแน่นสายตาเจ็บช้ำ"ศิษย์น้องเล็กเจ้านี่ช่างมีตาหามีแววไม่ ศิษย์น้องรองรักเจ้าแค่ไหนเหตุใดถึงไม่ยอมรับรู้ ทุกๆ เรื่องที่เจ้าก่อก็มีเขาเป็นผู้แก้ไขทั้งนั้น""รักงั้นหรือ เขามิใช่ท่านจื่อหลง ต่อให้ท่านโง่งมแค่ไหนสิ่งที่ข้าทำลงไปมีหรือท่านจะไม่รับ




![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


