Mag-log in"ปู้เฉิน"
"ขอรับใต้เท้าลู่"ปู้เฉินกำลังจะก้าวออกจากห้องหนังสือหลังจากมาดูแลความเรียบร้อยให้ฟ่านเสวียนโดยหาชายหนุ่มคนงานที่พอจะมีความรู้มาเป็นผู้ช่วย ฟ่านเสวียนนึกแปลกใจอยู่บ้างหากไม่ตะขิดตะขวงใจเท่าใดนักรีบเอ่ยทักปู้เฉินเอาไว้ก่อนเพื่อสอบถาม
"เถ้าแก่เหวินมีความรู้ความสามารถมากขนาดนี้เหตุใดจึงไม่สอบจอหงวนเล่า"
"เรียนใต้เท้าเถ้าแก่ของข้าน้อยนั้นต้องรับช่วงกิจการจากเหล่าเถาขอรับ ดังนั้นจึงไม่สามารถรับราชการได้ เพียงแต่ว่าเถ้าแก่ของข้าน้อยชื่นชอบการอ่านยิ่งนัก และยังสะสมบทกวีและหนังสือมีค่ามากมายเอาไว้ด้วย หากใต้เท้าชื่นชอบก็อ่านได้ตามสบายเลยขอรับ"
"แล้วเถ้าแก่ของเจ้าจะกลับมาห้องหนังสือหรือไม่"
"กลับมาขอรับเถ้าแก่ยังต้องดูแลบัญชีของกิจการทุกวันขอรับ"
"อ้อ ไปเถอะข้าแค่อยากรู้"
"ขอรับ"ปู้เฉินค้อมตัวลงเล็กน้อย แล้วหันมาพยักหน้าให้กับเด็กหนุ่มผู้หนึ่งท่าทางสุภาพเฉลียวฉลาดให้เดินไปฝนหมึกช่วยฟ่านเสวียน
"เด็กผู้นี้นาม เสี่ยวเป่า จะคอยดูแลใต้เท้าขอรับ"
"ขอบใจมากๆ เจ้าไปทำงานต่อเถอะ"ฟ่านเสวียนที่กำลังเดินดูตามชั้นหนังสือหันมาบอกปู้เฉินแล้วกลับไปสนใจหนังสือต่อ
"ฟ่านเสวียนเป็นอย่างไรบ้าง"
"นายท่าน คุณชายฟ่านเสวียนกำลังหมกมุ่นกับหนังสือขอรับ"
"อืมดีแล้วๆ ทางคนของเราได้ส่งข่าวเรื่องขุนพลฉั่วมาบ้างหรือยัง"
"ยังขอรับตอนนี้น่าจะกำลังวางแผนให้ขุนพลฉั่นหลงทางอยู่"
"อืม อย่าได้ทำอันตรายกองทหาร ขอให้ดึงความสนใจเขาออกห่างจากฟ่านเสวียนก็พอ"
"ขอรับ"ทั้งสองกำลังปรึกษากันเรื่องการวางแผนเข้าเมืองหลวง และร้านที่จื่อหลงเปิดกิจการในเมืองหลวงนั้นกำลังเป็นที่นิยมของทุกชนชั้น ทันใดนั้นเองเสียงทะเลาะกันของคู่หนุ่มสาวดังลอดออกมาถึงข้างนอก จื่อหลงถอนหายใจ
"ดูทีแล้วเซิงหว่านคงยากจะเอาชนะคุณหนูรองของเจ้าแล้ว"
"เรื่องในบ้านใครคนนั้นควรจัดการขอรับ เราเป็นคนนอกยากที่จะสะสางแล้ว"
"นั่นสินะ"ทั้งคู่ยังคงนั่งอ่านคำรายงานของกลุ่มต่างๆ ที่ส่งข่าวเข้ามาให้รับรู้
"เสียงอะไรน่ะเสี่ยวเป่า"
"เอ่อ..ข้าน้อยไม่รู้ขอรับ"ฟ่านเสวียนนิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะอวี้หนี่และเซิงหว่านนั้นกำลังถกเถียงกันเรื่องของจื่อหลง เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากห้องพักทางด้านหลังทำให้จับใจความได้บ้างมิได้บ้าง
"อวี้หนี่ เจ้าจะทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้นะ"
"ทำไม่ได้เหตุใดจึงไม่ได้ ข้าจำใจแต่งกับเจ้าแล้วข้าต้องเป็นรองกับคนในตระกูลของเจ้าอย่างนั้นหรือ"
"มันก็ต้องเป็นเช่นนั้น เจ้าแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ก็ควรจะเลิกดูแคลนแซ่ที่เจ้าอาศัยอยู่ไม่ถูกต้องตรงไหน"
"ขอบอกก่อนนะเซิงหว่านข้าไม่เต็มใจ และเรื่องแม่เฒ่าที่อยากได้หลานเพื่อสืบสกุลเจ้าก็หาเมียรองเอาเถอะ"
"อวี้หนี่! ต่อให้เจ้าเกลียดชังข้าแค่ไหน แต่สุดท้ายเจ้าก็ยังได้ชื่อว่าเป็นฟูเหรินของข้าอยู่ดี คิดหรือว่าพี่จื่อหลงเขาจะรักเจ้าน่ะ"
"เซิงหว่าน! หุบปากเน่าเหม็นของเจ้าเสียเถอะ ผู้ชายคนนั้นจะทำให้จวิ้นจื่อซยงเดือดร้อน เขาทุ่มเทเช่นนั้นก็เหมือนกับทุ่มหินลงทะเล สิ่งที่ได้กลับมาล้วนว่างเปล่าทั้งสิ้น"
"แล้วเช่นไร นั่นเป็นเรื่องของพี่จื่อหลง เจ้าเป็นเมียข้าอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวจะดีกว่า"
"เซิงหว่านข้าขอเถอะ ปล่อยข้าได้หรือไม่จวิ้นจื่อซยงแค่หลงผิดข้ามั่นใจว่าหากข้าใลก้ชิดกับเขา เขาย่อมเปลี่ยนใจแน่นอน"
"เพ้อฝันเรื่องใดเมียรัก ศิษย์พี่มั่นคงในรักเสียยิ่งกว่าสิ่งใด เจ้าเป็นเพียงเศษฝุ่นที่พี่จื่อหลงไม่สนใจ ต่อให้พยายามใกล้ชิดขนาดไหนก็ไร้ค่า"
"นี่เจ้า! "อวี้หนี่น้ำตาคลอเป้าเพราะสิ่งที่เซิงหว่านพูดนั้นล้วนถูกต้องทั้งสิบส่วน ฟ่านเสวียนได้ยินบทสนทนาแล้วต้องถอนหายใจ พลางนึกในใจว่าที่แท้แล้วเถ้าแก่เหวินผู้นี้มีรักแท้อยู่ในใจ ทำให้เขาอยากจะเห็นสตรีผู้ทำให้เถ้าแก่เหวินลุ่มหลงได้ถึงเพียงนี้จริงๆ ทว่าเสียงต่อมาทำให้ฟ่านเสวียนถึงกับนิ่วหน้า เพราะเสียงตบตีดังขึ้น และเสียงหญิงสาวดิ้นรนขัดขืนร้อนถึงเข้าต้องรีบลุกขึ้นเพื่อจะออกไปห้ามปราม เขายืนนิ่งอยู่หน้าห้องของสามีภรรยาที่กำลังถกเถียงและหญิงสาวผู้นั้นกำลังขัดขืนด้วยความวิตก
"นี่เสี่ยวเป่า"
"ขอรับ"
"เจ้าไปตามเถ้าแก่เถอะ แขกของเขากำลังทะเลาะกันใหญ่โต และผู้หญิงกำลังถูกทำร้าย"เสี่ยวเป่าลังเลใจที่จะผละห่างด้วยคำสั่งเด็ดขาดว่าห้ามออกห่างจากฟ่านเสวียนมิเช่นนั้นเขาเองจะถูกลงโทษอย่างหนัก ระหว่างที่กำลังยืนลังเลอยู่นั้นเขาก็ต้องผงะออกจากบานประตูและล้มลงกะทันหัน เข็มเล่มสีเงินยาวสามชุ่นปักอยู่ตรงแขนของฟ่านเสวียนถึงสามเล่ม
"ใต้เท้าลู่! ใต้เท้าลู่ขอรับ"เสียงโวยวายของเสี่ยวเป่าเรียกให้จื่อหลงที่อยู่ไกลออกไปในสวนต้องรีบวิ่งเข้ามา
"เกิดเรื่องใด"จื่อหลงรีบสอบถามเมื่อเห็นฟ่านเสวียนล้มลงนอนกับพื้นก็ปรี่เข้าไปประคอง
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น"
"ตะ..ใต้เท้า"เสี่ยวเป่ายิ่งลนลานเมื่อจื่อหลงตวาดเสียงดัง สองคนในห้องจึงเปิดประตูออกมา
"ข้าถามว่ามีเรื่องอันใด แล้วอวี้หนี่ เจ้าทำร้ายฟ่านเสวียนเพราะเหตุใด"
"เพราะเขาทำตัวเป็นหนูสกปรก เที่ยวสอดรู้เรื่องชาวบ้าน"อวี้หนี่รู้ดีว่าจื่อหลงกำลังโมโหจึงได้แต่หลบสายตายามต้องตอบคำถาม
"เหลวไหล ฟ่านเสวียนเป็นถึงใต้เท้าเขามีหรือจะอยากมารู้เรื่องภายในบ้านของเจ้า เสี่ยวเป่าบอกข้ามา"เสี่ยวเป่าอึกอักเพียงครู่แล้วเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้จื่อหลงฟัง เขาอุ้มร่างบางเข้าสู่อ้อมแขน สายตาดุดันจ้องไปยังอวี้หนี่
"นั่นลูกข้านะ ข้าจะให้เขากลับจวนเมื่อใดก็ได้ อึ๊ก!!!"เสนาลู่ส่งเสียงข่มขู่"แต่นั้นเป็นฟูเหรินข้า ตายก็ฝังที่สกุลข้า อึ๊ก!!"องค์รัชทายาทได้ยินก็ส่ายหน้าไปมา ด้วยข่าวลือที่ลือกันทั้งวังหลวงว่า พ่อขาลูกเขยนี้หาได้ถูกตากันไม่ เจอกันครั้งใดย่อมมีสงครามน้ำลายขนาดย่อยให้เป็นข่าวเสมอ"หมายความว่า เจ้าจะไม่ให้ลูกฟ่านกลับ เอิ๊ก! กลับจวนข้าหรือ""กลับสิ เขากลับ แต่ขอข้าเข้าหอก่อน ไว้ข้าอารมณ์ดีเมื่อไหร่ข้าจะไปส่ง""เจ้าคนต่ำทราม เจ้าจะแยกพ่อแยกลูกกันรึ อ๊อก เอิ้กกก"เสนาลูกทำท่าจะอาเจียนแต่กลืนลงลำคอเอาไว้แทน"เฮ่ย! นั่นเป็นภรรยาข้านะ ท่านจะแยกยวนยางรึ ไม่อายหรือไร อ๊อกกก"ปู้เฉินเห็นว่าศึกน้ำลายนี่คงอีกยาวไกล เขาจึงแจ้งแก่ทุกคนว่าให้ดื่มกินได้เต็มที่ ส่วนเจ้าบ่าวคงเมาหนักมากแล้วและถึงเวลาเข้าหอได้แล้ว ครั้งแรกทุกคนไม่ยินยอม ทว่าอวี้หนี่ออกมาบอกให้ทุกคนรู้ว่าท่าทางจื่อหลงเมาจนไม่สามารถดื่มกินได้อีกแล้วจึงจะพากลับเข้าหอ"ไม่ได้!""เข้าหอไม่ได้นะ"เสนาลู่ดึงแขนเสื้อของจื่หลงเอาไว้ เขาประคองตัวแทบไม่อยู่จึงดูเหมือนกอดเอวของจื่อหลงเอาไว้ ฝ่ายจื่อหลงเองก็ยืนไม่อยู่เซไปด้านหลังล้มลงโดยมีเสนาลู่ทับอยู่ด้
"เจ้าค่ะ อีกอย่างข้างนอกมีกงกงจากในวัง นำของขวัญมามอบให้เจ้าค่ะ"อวี้หนี่ทำท่านึกขึ้นได้"หือ จากองค์ใด"เสนาลู่ขมวดคิ้ว"จากลู่กุ้ยเฟยเจ้าค่ะ""อ้อพระสนมนั่นเอง ไปๆ เจ้าออกไปรับ""ขอรับ"ฟ่านเสวียนตอบคำแล้วเดินนำหน้าอวี้หนี่ออกไปด้านนอก"รบกวนกงกงแล้ว เหตุท่านจึงมิบอกบ่าวรับใช้เล่า ท่านต้องมายืนรอให้เสียเวลา"ฟ่านเสวียนรีบเข้าไปประคองแขนกงกงคนสนิทของลู่กุ้ยเฟย"ไม่เป็น พะย่ะค่ะ เหล่านู๋มาพร้อมกับขบวนเกี้ยวรับเจ้าสาว เห็นเช่นนั้นบ่าวจึงรีบเดินมาก่อน นี่เป็นของจากพระสนมพะย่ะค่ะ กงกงยื่นหีบขนาดใหญ่แทบจะอุ้มไว้ในมือไม่ไหวยื่นให้ฟ่านเสวียน"พระสนมยังกล่าว่า เนื่องจากพระนางออกจากวังมามิได้จึงได้แต่ฝากคำอวยพรมาให้ ขอให้พิธีสมรสราบรื่น มีแต่ความสุขพะย่ะค่ะ""ขอบใจท่านกงกงมากที่นำความมาบอก เด็กๆ"ฟ่านเสวียนมิได้เอ่ยปากว่าต้องการสิ่งใดทว่า บ่าวรับใช้รู้งานนำถุงที่มีน้ำหนักไม่น้อยปักดิ้นเงินงดงามส่งให้ถึงมือกงกง"นี่เป็นค่าเหนื่อยเล้กน้อย ขอท่านกงกงรับไว้ด้วยเถอะ""เกรงใจแล้ว เกรงใจแล้ว กระหม่อมมิบังอาจ""รับไปเถอะ ถือเสียว่าเป็นค่าเสียเวลาของท่าน"กงกงผู้เฒ่ายิ้มจนปากกว้าง"ขอบพระทัยพระชายา ขอบพระทั
จื่อหลงเดินกระวนกระวาย คอยชะเง้อดูแดดด้านนอกเพื่อคำนวณเวลา ปากคอยถามปู้เฉินที่แต่งชุดดูดีกว่าทุกๆวัน เอวคาดด้วยสายรัดเอวสีแดง สื่อให้เห็นว่าเป็นคนของฝั่งเจ้าบ่าว ตัวของจื่อหลงเองแต่งชุดสีแดงมีลวดลายมังกรสีทองปักอยู่ เดินวนไปมา"ม้าล่ะ"ปู้เฉินเหลือกตามองเพดาน ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"ยามเหม่าแล้วขอรับ""อีกหนึ่งชั่วจะยามซื่อ ตรวจดูทุกอย่างอย่าให้ผิดพลาด"จื่อหลงย้ำอีกครั้ง ปู้เฉินอุบอิบอยู่ในลำคอเบาๆ 'ครั้งที่ร้อยแล้วขอรับ'"เจ้าว่าอะไรนะ"จื่อหลงหันหน้ามาจากบานหร้าต่างเขม้นมองหน้าอิดโรยของปู้เฉิน"ปละ เปล่าขอรับ ข้าบอกว่าทุกอย่างล้วนแต่ไม่มีผิดพลาดแน่นอนขอรับ"ปู้เฉินหางคิ้วกระตุกเพ่งมองใบหน้าคล้ายดอกทานตะวันของจื่อหลงด้วยความรู้สึกอยากจะถอนหายใจแรงๆเข้าใส่ ทว่าคนอย่างเขามิอาจจะทำเช่นนั้นได้ ดูหรือตั้งแต่วันกำหนดงานพิธี ต่อให้มีคนจากในวังมาช่วยงาน และมีคนของสำนักอีก แต่ดูเหมือนเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ ด้วยคำสั่งที่ว่า "ทุกอย่างต้องได้ ทุกอย่างต้องมี ทุกอย่างต้องไม่ผิดพลาด" ดังนั้น ทั้งเขาและพ่อบ้านของจวนสกุลลู่จึงมิอาจละเลยให้บ่าวรับใช้ทำกันเอง นั่นคือที่มาของใบหน้าอิดโรยเช่นนี้ จื่อหลง
"หนิ..นี่ท่าน ไหนบอกมาลูกข้าเอาเปรียบเจ้าเช่นไร"พอกันทีกับอ๋องผู้นี้ ไม่มีความเกรงใจอีกแล้ว นั่นลูกชายเขา แถมตอนนี้ยังต้องตกเป็นเจ้าสาว! เจ้าสาวเชียวนะแค่คิดลมก็จับอีกแล้ว เขารีบลุกขึ้นจากเตียงมากระชากแขนฟ่านเสวียนให้ซ่อนอยู่ด้านหลังตัวเอง"มานี่ เจ้าออกไปก่อน เด็กๆ เด็กๆ อยู่ไหน มาพาตัวคุณชายใหญ่ไปห้องของข้าเดี๋ยวนี้"สิ้นเสียงและเวลาผ่านไปจนเขารู้สึก"เด็กๆหายหัวไปไหนกันหมด"เสนาลู่หนวดกระดิกซ้ำ เมื่อเขาหันมามองร่างสูงใหญ่ก็ต้องตาขุ่นเขียว เพราะเจ้าเขยตัวแสบนั่นทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แถมยืนแคะเล็บราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือตน"บอกมา คนของข้าหายไปไหนหมด""หวกเขางานคงยุ่งขอรับ""งานยุ่งบิดาเจ้าสิ"เพียงเขาสบถออกมาก็สะดุ้งเอง เพราะบิดาของเจ้าลูกเขยนี่อยู่เหนือผู้คนทั้งแผ่นดิน"ข้าพูดผิด งานยุ่งหาเจ้าสิ"เสนาลู่กลับคำทันที"บอกมาคนไปไหนหมด""คนที่อยู่ระแวกนี้ล้วนแต่เหนื่อยอยากพัก ข้าเลยให้เขาหลับพักผ่อนเต็มที่ ส่วนคนที่ตกแต่งจวนด้านนอก ข้าก็ให้ปู้เฉินนำทหารมาช่วยแล้ว ท่านพ่อตาอย่าได้เกรงใจๆ"คราวนี้เขารู้สึกควันร้อนๆกรุ่นอยู่เหนือศีรษะตัวเอง หางตากระตุกไม่หยุด"ข้า...ข้า..ข้าจะพูดอย่างไร
"เอาวางไว้ตรงนั้น นั่นๆ หยุดๆ เจ้าระวังมือหน่อย ของพระราชทานเชียวนะ นี่ๆ ข้าบอกเจ้าไว้ว่าเช่นไร บอกให้เตรียมเอาไว้ตรงนั้นอย่างไรเล่า"เสียงเอะอะดังไปทั่วจวนอัครเสนาลู่ พ่อบ้านแห่งจวนได้แต่หมุนตัวไปมาราวกับลูกข่าง แน่นอน ยามนี้ฟ่านเสวียนนั่งอยู่ในเรือนของตัวเอง ก้มหน้านิ่ง คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามคือท่านอัครเสนาผู้เป็นบิดา"แทนที่จะกลับมาให้ไว เจ้ามัวทำอะไรอยู่ หรือลืมบิดาคนนี้ไปแล้ว"เสนาลู่มองบุตรชายคนเดียวของตนด้วยสายตายากจะบรรยาย วันนี้ในจวนต่างวุ่นวายเพื่อตระเตรียมพิธีพระราชทานสมรสให้จวิ้นอ๋อง แน่นอน อันที่จริงถ้าเป็นชาวบ้านสามัญเช่นพวกเขาและต้องแต่งงานกับบุรุษ ทางจวนของเขาต่างหากที่ต้องส่งเกี้ยวไปรับตัวเจ้าสาว แต่ในเมื่อมีราชโองการ เขาจึงต้องให้บุตรชายตนเองกลายเป็นถูกส่งเกี้ยวมารับตัวเจ้าสาวแทน แค่คิดหนวดสีขาวปนเทาก็เริ่มกระตุกอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาต้องพ่ายแพ้เล่ห์เหลี่ยมให้แก่จวิ้นอ๋องผู้นั้น แค่คิดอาการปวดตึงต้นคอก็เริ่มขึ้นอีกแล้ว เขายกมือขึ้นนวดต้นคอตัวเองเบาๆ มองกลุ่มมวยผมที่อยู่ในกวานหยกสีขาว ใบหน้าขาวนวลก้มต่ำจนมองไม่เห็น เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างปลงๆ"ข้า..ข้า"ฟ่านเส
"พะ..พวกเรา ออก เอ่อ..ออกไปกันก่อนเถอะ"อวี้หนี่รีบบอก ปู้เฉินถึงกับเม้มปากกลั้นหัวเราะหยักหน้าเร็วๆ พลางนึกในใจว่านายท่านของเขาช่างใจร้อนเสียจริง"ไปเถอะ พวกเขาไม่เขินอายพวกเรากลับอายแทน"ปู้เฉินหัวเราะเบาๆค่อยประคองคนรักจากไปให้ไกลจากเสียงหยาบโลนนั่น"จะ..จื่อหลง ข้าได้ยินเสียงคน อื้ออ"ฟ่านเสวียนได้ยินเสียงพูดภายนอกทำให้อารมณ์กระสันต์สะดุด จื่อหลงจับเรียวคางบังคับให้หันมาสบตาเขาแล้วประกบริมฝีปากเข้าหาแน่นใช้ลิ้นร้อนล่อลวงให้อีกฝ่ายหลงลืมเสียงภายนอก เขากระแทกบั้นเอวย้ำๆให้อีกฟ่านเสวียนเคล้มไปกับท่วงทำนองรัก ฟ่านเสวียนเองก็ยอมถูกให้อีกฝ่ายชักนำแต่โดยดี"จื่อหลง ฮ๊าา อืออ "ราวกับปีนขึ้นสู่ยอดเขาแล้วดิ่งตัวลงมาจากหน้าผา หัวใจของฟ่านเสีวยนเต้นรัวแรง ความรู้สึกผ่าวร้อนภายในช่องทางบวกกับความคับแน่นหล่อหลอมให้เขากำลังจะละลาย ยิ่งจื่อหลงกระแทกปลายสุดของตนเองเข้ากับจุดเสียวยิ่งทำให้เขากระเด้งตัวสอดรับแรงบดอัด"อ่าาาห์ รัดข้าอีก ข้างในของเจ้าร้อนตอดรัดจนข้ายากจะทานไหว"จื่อหลงกระซิบแหบพร่า ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีมืดมิดราวกับท้องทะเลยามค่ำคืน ริมฝีปากร้อนชื้นบดขยี้ริมฝีปากบวมฉ่ำราวกับดูดกลืนพลังวิญญาณข
"อืม..ข้ารู้ ให้ข้าถอดกางเกงของเจ้าเถอะถ้าไม่เช่นนั้นเจ้าจะสะอาดไปทั้งตัวได้อย่างไร"ฟ่านเสวียนเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เขาเองก็บอกไม่ถูกว่าปฏิกิริยากลางกายของตัวเองที่ร้อยวันพันปีเขามิเคยเปิดเผยต้องมาเปิดเผยกับอีกฝ่ายที่ถือได้ว่าไม่คุ้นเคยมากเท่าใด มือบางรีบตะครุบมือหนาที่กำลังจะดึงเชือกผูกเ
จื่อหลงไม่ยอมให้อีกฝ่ายตั้งตัวได้เขาจงใจขบเม้มริมฝีปากอวบอิ่มดูดดุนลิ้นเล็กไปมา ต่างจากฟ่านเสวียนที่ยังเหม่อลอยคล้ายมิได้สติปล่อยให้อีกฝ่ายรุกเร้าส่งปลายลิ้นเข้าไปควานดูดดื่มน้ำหวานภายในโพรงปากได้อย่างถนัดถนี่"อืออ"เสียงครางอยู่ในลำคอของฟ่านเสวียนยิ่งทำให้เขารู้สึกฮึกเหิมมากขึ้น เขาเลื่อนมือลงไปใน
จื่อหลงได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโห ไม่ว่าเมื่อใดเรื่องราวก็ไม่พ้นให้เขาได้เป็นผู้สะสาง เมื่อคิดเช่นนั้นเขาก็อดทอดถอนใจแผ่วเบาออกมาไม่ได้ เขารักศิษย์น้องทั้งคู่ราวกับพี่น้องที่คลานตามกันมายิ่งเมื่ออาจารย์ของเขาตอกย้ำเรื่องบุญคุณนั่นยิ่งทำให้เขาต้องคอยดูแลเขาทั้งคู่มากยิ่งขึ้น ปู้เฉินที่เดิ
"หุบปากของเจ้าไป! "อวี้หนี่ตวาดเสียงดัง เซิ่งหว่านกัดกรามแน่นสายตาเจ็บช้ำ"ศิษย์น้องเล็กเจ้านี่ช่างมีตาหามีแววไม่ ศิษย์น้องรองรักเจ้าแค่ไหนเหตุใดถึงไม่ยอมรับรู้ ทุกๆ เรื่องที่เจ้าก่อก็มีเขาเป็นผู้แก้ไขทั้งนั้น""รักงั้นหรือ เขามิใช่ท่านจื่อหลง ต่อให้ท่านโง่งมแค่ไหนสิ่งที่ข้าทำลงไปมีหรือท่านจะไม่รับ
![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






