FAZER LOGIN“นี่ห้องของเรา”
“ห้องเรา!!!”
“ก็ใช่น่ะสิ น่าแปลกใจตรงไหน...หรือว่ามันเล็กไป” ใหญ่กว่านี้ก็เท่าอควาเรียมแล้วล่ะ ที่เธอตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะให้เธอนอนด้วยในคืนนี้ หรือไม่ก็ให้เธอนอนโซฟาหรือแค่นอนให้ห่างกันก็พอ ขอแค่คืนนี้คืนเดียวเธอยังไม่พร้อมจะเสียตัวตอนนี้
“คุณคงไม่คิดว่าผมจะนอนจับมือคุณประหนึ่งวัยรุ่นแรกรักหรอกนะ หืม”
“ฉะ…..ฉัน ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น” เสียงหวานเอ่ยออกมาเสียงติดขัดเมื่อร่างแกร่งพยายามต้อนเธอให้ไปที่ช้า ก่อนที่หญิงสาวจะสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ชายตรงหน้าก็พุ่งเข้ามาหาเธออย่างไม่ทันตั้งตัว จนทำให้เธอหงายหลังลงบนเตียงนุ่มพร้อมกับร่างแข็งแรงที่ทาบทับลงมา ใบหน้าคมซุกไซร้เข้าที่ซอกคอพร้อมพ่นลมหายใจออกมาจนทำให้เจ้าของร่างบางถึงกับขนลุกเกรียวแต่ไม่วายดิ้นขัดขืน
“ชู่วววว อย่าดิ้นสิ ยิ่งคุณดิ้นแรงเท่าไหร่ความต้องการของผมก็ยิ่งมากเท่านั้น”
เยว่ซินนิ่งยอมอยู่นิ่งๆ
“แต่ยิ่งนิ่งแบบนี้ความต้องการของฉันยิ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายร้อยเท่าเลย รู้ไหมคนดี”
เยว่ซินอ้าปากเหวอ ไม่ว่ายังไงเขาก็หาเรื่องจะกอดเธออยู่อย่างนั้นสินะ ปล่อยไว้นานกว่านี้เธอต้องเคลิ้มไปตามร่างแกร่งที่กำลังทาบทับเธออยู่ตอนนี้เป็นแน่
“ผมรอคุณมานานแค่ไหนรู้ไหม เด็กดีของผม”
“อะ อื๊อ คุณเฉิน” เสียงหวานครางออกมาเบาๆ พร้อมกัดริมฝีปาก เมื่อริมฝีปากหนาไล่ขบกัดบริเวณซอกคอจมูกโด่งไล่สูดดมความหอมหวานแม้จะมีเหงื่อออกตามไรผมของหญิงสาว แต่เขากลับรู้สึกว่ามันช่วยปลุกเร้าอารมณ์เขาได้เป็นอย่างดี เขาไม่ใช่แค่หลงร่างเล็กตรงหน้า แต่เขาทนมาหน้าจนไม่สามารถรอได้อีกต่อไป จื่อหลงยันแขนแกร่งขึ้นพร้อมมองร่างที่นอนอ่อนระทวยอยู่ใต้ร่าง ก่อนจะสะกดอารมณ์บางอย่างของตัวเองเอาไว้
“ฟังผมนะเยว่ซิน”
“คะ” เหมือนโดนมนต์สะกดให้ขานรับโดยที่เธอเองก็ห้ามตัวเองไว้ไม่ทัน ไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าตาหรือท่าทางแบบไหน ถึงทำให้ร่างแกร่งสูดหายใจเข้าเต็มปอด และไหนจะเสื้อยืดที่หลุดจากร่างกายเธอไปตอนไหนไม่รู้ทำให้ส่วนบนของเธอตอนนี้มีเพียงบราเซียสีดำเท่านั้น
“อย่าทำหน้าแบบนี้ให้ใครเห็นนอกจากผมคนเดียว รู้ไหม” พูดจบริมฝีปากหนาก็ระดมจูบใบหน้าหวาน มือหนาเชยคางให้ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเพื่อรับจูบของเขา นิ้วโป่งทำหน้าที่เกลี่ยริมฝีปากล่างช้าๆ เพื่อให้หญิงสาวคลายการเม้มปาก เขารู้ดีว่าร่างบางไม่เคยผ่านมือใครมา ไม่ใช่เพียงแกล้งเป็นผู้หญิงใส่ซื่อบริสุทธิ์แต่ภายในไม่เหลืออะไรเลย แต่ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะเคยผ่านใครมาเขาก็ไม่สนใจทั้งนั้น เพราะสุดท้ายเธอก็ต้องเป็นของเขาอยู่ดี
“ค่อยๆ รับผมเข้าไป………ในนี้” จื่อหลงเอ่ยบอกเสียงพร่า นิ้วแกร่งแตะไปที่กลางหน้าอกที่มีเพียงบราเซียสีดำปกปิดไว้เบาๆ ยิ่งทำให้เจ้าของใบหน้าหวานสั่นสะท้าน ทั้งน้ำเสียง คำพูด การกระทำที่แสนจะอ่อนโยนนั่นทำให้เธออดที่จะคิดไม่ได้ ว่าเขาทำกับคู่นอนของเขาทุกคน คิดได้เพียงเท่านั้นสมองก็หยุดสั่งการทุกอย่างเมื่อร่างแกร่งค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเผยให้เห็นอกแกร่ง ก่อนที่ใบหน้าคมจะก้มลงไปกระซิบพร้อมขบหูนิ่มเบาๆ
“ผมรุนแรงกับทุกคน ยกเว้นกับคุณ”
“อ้าปากให้ผมนะ ที่รัก”
เหมือนโดนสายตาคมสะกดอีกครั้ง ริมฝีปากบางอ้าปากออกอย่างว่าง่าย จื่อหลงยกยิ้มออกมาก่อนที่ลิ้นร้อนจะค่อยๆ สอดเข้าไปในโพรงปากเล็ก ลิ้นร้อนดูดดึงลิ้นเล็กอย่างหยอกเย้าพร้อมตักตวงความหวานให้สมกับที่รอมานาน
“อะ อื๊ออ”
“อืมมมมม” เสียงทุ้มครางออกมาเบาๆ พร้อมไล่ชิมริมฝีกปากบางบางอย่างไม่มีเบื่อ ริมฝีปากหนางับเข้าที่ริมฝีปากบางก่อนดึงเบาๆ เสียงจูบยังคงดังให้ได้ยินเป็นระยะมีบางครั้งที่หญิงสาวหายใจไม่ทันชายหนุ่มก็ไม่ได้เร่งรัดกลับชอบด้วยซ้ำที่ได้สอนเรื่องบนเตียงให้เจ้าหล่อน เพราะที่ผ่านมาผู้หญิงแทบจะทุกคนเจนจัดเรื่องบนเตียงมาทั้งนั้น
“อ๊ะ คุณเฉิน” เสียงหวานอุทานออกมาเสียงสั่นเมื่อ มือหนาปลดบราเซียออกอย่างชำนาญ
“สวยมากที่รัก” ยังไม่ทันจะได้ร้องห้าม โพรงปากอุ่นของจื่อหลงก็ครอบครองเนินอก ลิ้นร้อนก็ดูดเม้มยอดอกมือก็เคล้นคลึงหน้าอกเต่งตึงอีกข้างไปด้วย
“ครางออกมาเถอะเด็กดี ผมอยากฟังเสียงครางหวานๆ ของคุณนะ”
“อะ อ๊า อืมมม” เหมือนเสียงของจื่อหลงปลดล็อคให้หญิงสาวที่กลั้นเสียงมาสักพัก ครางออกมาอย่างทนไม่ไหว พร้อมแอ่นหน้าอกรับมือหนา ด้วยความเสียวซ่าน
“แบบนั้นแหละ กลั้นไว้คุณจะทรมาน” จื่อหลงบอกพร้อมพรหมจูบไล่ลงมาตั้งแต่เนินอกสวย ไล่ลงมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ แต่ไม่ทันไรหญิงสาวก็สะดุ้งขึ้นมาสุดตัว ก่อนร่างบางจะวิ่งตรงไปห้องน้ำพร้อมล็อคกลอนประตูโดยที่ยังปล่อยให้คนที่นั่งอยู่บนเตียงมองตามด้วยความงุนงง
“ฮึก” เสียงสะอื้นดังรอดออกมาเบาๆ ทำให้คนที่นั่งอยู่บนเตียงขยี้หัวเบาๆ ไม่ใช่เพราะเขาหงุดหงิดที่เธอเป็นแบบนี้แต่เป็นเพราะเขารู้ว่าตัวเขาเองรีบร้อนเกินไป เขาแค่รู้สึกว่ามันเหมือนฝันที่เธอคนนี้มาอยู่ตรงหน้า ครั้นจะปล่อยเธอไปอีกเขาก็คงทนไม่ได้ ร่างแกร่งถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะลุกยืนเต็มความสูง ร่างสูงเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าพร้อมหยิบกุญแจห้องน้ำและหยิบเสื้อคลุมออกมาด้วย
“ผมเข้าไปได้ไหม”
“ยะ…อย่าเลยค่ะ”
“ผมขอโทษที่เร่งเร้าคุณเกินไป” จื่อหลงยังคงยืนอยู่ที่หน้าประตู ร่างสูงได้ยินเสียงฝักบัวที่เปิดลงพื้น เขาคิดว่าหญิงสาวคงยังไม่พร้อมจริงๆ ถึงได้ทำแบบนี้
“คุณไม่ผิดหรอก ฉันต่างหากที่สับสน อ๊ะ!” เสียงร้องพร้อมเสียงบางอย่างกระแทกพื้น ทำให้จื่อหลงรีบเปิดประตูเข้าไปในห้องน้ำทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาตซ้ำ ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปชายหนุ่มก็ต้องตะลึงกับร่างเปลือยที่ยืนอยู่ใต้ฝักบัว ผิวขาวเนียนละเอียดสะกดสายตาคมให้มองจ้องร่างบางไม่วางตา สายตาเคมเหลือบไปเห็นกางเกงยีนส์สีขาวของหญิงสาวจึงได้รู้เหตุผลที่เกิดขึ้น ริมฝีปากหนายิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน
“อย่ามองนะคุณ อย่ามอง” เสียงหวานบอกออกมาเสียงสั่น หญิงสาวทั้งกลัวทั้งสับสน ในใจเธอรู้สึกดีกับความอบอุ่นที่เขามอบให้แต่เวลานี้ที่ร่างกายเธอไม่พร้อมเธอจึงรู้สึกกลัวขึ้นมา แบบนี้เธอถึงได้โกรธตัวเองที่ยอมปล่อยให้อารมณ์พาไปทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไปไกลกว่านี้ไม่ได้ หญิงสาวหันหน้าเข้ากำแพงพร้อมเสียงสะอื่นที่ยังคงเล็ดลอดออกมา ก่อนที่เธอจะสะดุ้งเมื่อมือแกร่งโอบไหล่หญิงสาวจากด้านหลัง ชายหนุ่มก้มลงไปจูบบนไหล่เล็กเสียงสะอื้นก็ยังคงเล็ดลอดให้ได้ยิน
“คุณคิดว่าผมจะรังเกียจที่เห็นคุณเป็นแบบนี้เหรอ”
“อืม”
“มันคือธรรมชาติของร่างกายผู้หญิง อย่าคิดมากไปเลยที่รัก”
“ฉะ…ฉัน” หญิงสาวใจหล่นไปวูบหนึ่งเมื่อร่างแกร่งผละออก เธอหันไปมองก็พบว่าเขาเดินออกไปจากโซนอาบน้ำ ถึงปากจะบอกไม่รังเกียจแต่เธอไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าในใจของเขาคิดอย่างไรอยู่ แต่ไม่นานใจดวงน้อยของเธอก็เต้นแรงอีกครั้งเมื่อร่างแกร่งเอาผ้าเช็ดตัวผืนหนามาพันร่างกายพร้อมสวมเสื้อคลุมผ้ารังผึ้งสีน้ำตาลที่ค่อนข้างหนาทับให้เธอ ใบหน้าเนียนขาวขึ้นสีแดงระเรือเพราะการกระทำของคนตรงหน้า จื่อหลงยิ้มออกมาอ่อนๆ พร้อมสอดมือไปที่ท้ายทอยจับให้ใบหน้าเล็กเชิดขึ้น
“กลับไปที่เตียงกันนะ เด็กดี"
“นายจะไม่ให้ผมอยู่ด้วยจริงๆ เหรอครับ”“ฉันบอกแกไปแล้วไง แกก็แค่อย่าไปบอกพี่สาวกับแม่ฉันก็พอว่าแกไม่ได้นอนเฝ้า”“แต่นายครับ.....” ลู่เหวินยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็ต้องเงียบ เมื่อได้รับสายตานิ่งๆ จากคนเป็นนายนี่แค่ช่วงบ่ายลูกน้องคนสนิทก็พร่ำถามอยู่เรื่อย เนื่องจากโดนคำสั่งมาจากบ้านใหญ่ว่าต้องให้คนมานอนเป็นเพื่อนกับเฉินจื่อหลง ลู่เหวินที่สองจิตสองใจว่าจะทำตามคำสั่งใคร สุดท้ายก็ต้องตามใจนายตนเองเป็นหลักอยู่ดี“เพื่อความสบายใจของแก แกไปยกโซฟามานอนหน้าห้องเฝ้าฉันก็แล้วกันจะได้สบายใจ”“หมดเรื่องแล้วจะไปทำอะไรก็ไป” มือหนาโบกไล่ลูกน้องให้ออกจากห้องของตัวเอง ถ้าเขารู้ว่าการแต่งงานมันจะยุ่งยากขนาดนี้ เขาแต่งงานเงียบๆ กับว่าที่เจ้าสาวสองคนก็ยังดี ครั้นจะไม่ทำตามธรรมเนียมก็คงจะโดนแม่บังเกิดเกล้าเอ็ดเอาแน่ๆ“เมื่อไหร่จะถึงคืนนี้เร็วๆ กันนะ”ณ บ้านใหญ่“ฉันกับยัยหวานนอนกับแกก็ได้นะยัยซินแกจะได้ไม่เหงาไง”“หรือแกไม่สะดวกที่ฉันกับเจ้แคนดี้นอนด้วย”“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก คือคืนนี้คุณเฉินเขาอยากโทรคุยน่ะ เพราะมันเหลืออีกตั้งสองวันกว่าจะถึงงานแต่ง ฉันเกรงใจ” เยว่ซินอธิบายให้เพื่อนตัวเองเข้าใจว่าทำไมถึงให้เพื
“นายครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” ลู่เหวินที่เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีร้อนรนหลังจากออกไปคุยธุระด้านนอกทำให้คนเป็นนายที่ง่วนอยู่กับกองเอกสารมาเงยหน้าขึ้นมามองช้าๆ พร้อมขมวดคิ้ว ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ นั่นแหละลูกน้องคนนี้ถึงได้ลืมเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา“ทนายเก่าแก่ของตระกูลจีรวรกุลเสียชีวิตแล้วครับนาย”“เมื่อไหร่” เสียงหนาถามออกมาอย่างประหลาดใจ เพราะเขาไม่ได้ให้ลูกน้องตามสืบตั้งแต่แรก อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยหากไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับว่าที่ภรรยาเขาก็คงไม่เข้าไปยุ่ง“ประมาณสองเดือนที่แล้วครับ มีสายรายงานว่าคุณเจียงประกาศทนายคนใหม่ของตระกูลเพราะทนายคนเก่าที่ชื่อเกรียงไกรเสียชีวิตครับ” ลู่เหวินรายงานข่าวตามที่เขาไปสืบหามาได้ เมื่อได้ยินที่ลูกน้องรายงานก็ยิ่งทำให้คิ้วหนาของจื่อหลงขมวดเป็นปมหนักขึ้นไปอีก“ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเหรอ” ลู่เหวินก้มหัวเป็นการตอบรับ“ทั้งๆ ที่ฉันอยากจัดการให้เสร็จเรียบร้อยก่อนงานแต่ง แต่สงสัยว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เอาเป็นว่าหลังจากแต่งงานแล้วฉันค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน”“แล้วนี่ซีริวออกไปรับเพื่อนเยว่ซินที่สนามบินแล้วใช่ไหม” พอจื่อหลงรับรู้ว่าเพื่อ
ช่วงเช้าก่อนงานแต่งหนึ่งวัน เยว่ซินต้องเตรียมพร้อมอะไรหลายๆ อย่าง แต่เธอแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะวาวาและว่าที่แม่สามีเตรียมพร้อมให้เธอทุกอย่าง จนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าครอบครัวนี้ก็ดีกับเธอเหลือเกิน วาวายกมือถือขึ้นมาดูก็เห็น ‘Miscall’ จากจื่อหลงรวมถึงข้อความในวีแชทหลายข้อความ เธอส่งวีแชทกลับไปว่าจะขอโทรหาน้ำหวานและเจ้แคนดี้ที่อยู่ประเทศไทยก่อน และที่เธอไม่ได้รับสายเพราะเมื่อเช้าวาวาให้เธอลงไปทำเล็บด้านล่าง โดยมีช่างทำเล็บจากร้านดังมาทำให้‘ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะ’ เสียงเล็กๆ ของน้ำหวานดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำให้เยว่ซินยิ้มออกมาเบาๆ เพราะปฏิกิริยาของเพื่อนเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด ว่าที่เจ้าสาวโทรบอกข่าวดีกับเพื่อนที่อยู่ทางไกล เมื่อน้ำหวานรู้ก็บ่นออกมาชุดใหญ่เนื่องจากว่าเพื่อนสนิทคนสวยไม่ได้บอกข่าวคราวล่วงหน้า‘แบบนี้แกก็ไม่สะดวกมาเดินแบบให้ฉันแล้วสินะ’ เสียงใหญ่ที่ถูกดัดให้เล็กจนติดแหบเล็กน้อยดังแทรกเข้ามา วาวาที่เพิ่งจะเดินขึ้นมาจากห้องโถงชั้นล่างเพราะเพิ่งไปคุยเรื่องพีธีงานแต่งงานช่วงเช้ากับแม่ของเธอ เปิดประตูห้องนอนเข้ามาพร้อมเดินเข้ามาหาคนที่คุยโทรศัพท์อยู่“อีกสักพักมาลองชุดนะ
“โอ๊ยยยย เมื่อไหร่จะถึงพรุ่งนี้สักที” เสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณบ้าน ลูกน้องหลายคนแม้กระทั่งคนสนิทอย่างซีริวและลู่เหวินก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เขากลับมาถึงบ้านในช่วงเย็น เมื่อแม่และพี่สาวเห็นว่าเขาคงไม่ยอมห่างจากเยว่ซินง่ายๆ พี่และแม่จึงใช้วิธี 'ไล่' ให้เขากลับมาบ้านของตัวเอง“มองอะไรกัน ไปทำงานกันสิโว้ยยยย!!!!” จื่อหลงตะโกนไล่ลูกน้องที่เดินผ่านห้องโถง เพียงแค่ลูกน้องปรายตามองคนเป็นเจ้านายก็รู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด“นายคงรักคุณเยว่มากๆ”“เรียกได้ว่า ถ้าคุณเยว่สั่งให้พวกเราไปถ่วงน้ำ นายก็พร้อมจับเราสองคนถ่วงน้ำทันที” ซีริวกับลู่เหวินคุยกันเบาๆ ไม่ให้เจ้านายตัวเองได้ยิน ก่อนที่ทั้งสองจะค่อยๆ เดินออกจากห้องโถงไปอยู่หน้าบ้าน“พวกแกสองคนจะไปไหน!!! อยู่นี่แหละ” ลูกน้องคนสนิทสองคนหยุดเท้าตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเจ้านายตวาดถาม ทั้งสองจึงทำได้เพียงยืนอยู่ที่เดิม“ใจเย็นๆ สิคะคุณหนู พรุ่งนี้ก็จะไปรับตัวคุณเยว่มาแล้ว อดทนรอหน่อยนะคะ” ป้าหลิวเดินออกมาพร้อมน้ำเย็นก่อนจะยื่นให้จื่อหลง เขารับมาก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ“ผมไม่เคยกินน้ำอันนี้มาก่อน มันคืออะไรครับป้า” จื่อหลงมองแก้วน้ำในมือ น้ำที่อยู่ในแก้
เยว่ซินเดินตัวเกร็งลงจากรถเบื้องหน้าของเธอคือคฤหาสน์ใหญ่อย่างกับพระราชวังที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าของเธอ แต่นั่นก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เธอประหม่าเพราะสิ่งที่ทำให้เธอตื่นเต้นและกังวลคือชายฉกรรจ์เกือบห้าสิบคนที่ยืนเรียงรายเป็นแถวตอนอยู่ทั้งสองฝั่งประหนึ่งซุ้มประตูเงินประตูทอง“ลูกน้องของคุณแม่คุณทำตัวเวอร์แบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ”“หึ ไม่หรอกนี่คือปกติ ถ้าเวอร์ก็น่าจะประมาณสามร้อยคนขึ้นไปนี่แหละ เดี๋ยววันแต่งงานคุณก็จะได้เห็น” จื่อหลงหัวเราในลำคอกับคำถามของหญิงสาวพร้อมกับอธิบายให้ฟัง เมื่อเยว่ซินได้ฟังก็ถึงกับอ้าปากค้างเพราะเธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน“เข้าไปข้างในกันเถอะ” จื่อหลงบอกพร้อมจับมือเรียวมากุมเอาไว้เพราะรู้ว่าหญิงสาวคงจะเป็นกังวลอยู่มาก“นายไม่คิดจะรอฉันก่อนรึไงจื่อหลง” วาวาที่วิ่งตามมาจากรถอีกคันร้องบอก แต่จื่อหลงก็ไม่ได้สนใจพร้อมรีบดึงเยว่ซินมาใกล้ตัวก่อนจะโอบรอบเอวเอาไว้เมื่อวาวาเดินเข้ามาใกล้“ฉันไม่ทำอะไรแม่นี่หรอกหน่า” วาวาบอกจื่อหลงอย่างหมดความอดทนเมื่อจื่อหลงทำท่าหวงหญิงสาวข้างกายมากเกินไป“ทำตัวให้เป็นคุณเลยนะ ไม่ต้องกลัว” จื่อหลงก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเล็ก ทำให้ร่างเล็ก
“แหม่ ไม่ต้องประคับประคองขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เสียงใสเอ่ยทักขึ้นเมื่อเฉินจื่อหลงเดินเข้ามาภายในบ้าน พร้อมประคองร่างบางเข้ามาด้วย จื่อหลงกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายที่พี่สาวของเขายังอยู่ในบ้านอีก“ไม่ต้องทำหน้าต้อนรับฉันมากขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เฉินวาวาพี่สาวเพียงคนเดียวของเฉินจื่อหลงบอกออกมาอย่างขำๆ เมื่อเห็นท่าทีของน้องชาย นี่เขาลงทุนเอาเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไปรับเธอมาเลยเหรอ“เขาไม่ให้เอาฮอส่วนตัวบินข้ามประเทศไม่ใช่รึไง”“มีสมองก็คิดบ้างสิเจ้ กลับไปได้แล้วไป” เขาบอกเสียงเรียบทำให้วาวาหน้าตึงขึ้นมาทันที หล่อนชอบกวนน้องชายตัวเอง แต่เจ้าบ้านี่ก็ชอบทำให้เธอประสาทเสียเหมือนกัน หน้าตาก็ว่าหยิ่งแล้วนิสัยของน้องชายเธอก็ยังไม่เปลี่ยนเลยตั้งแต่เด็กยันโต“ช่างนายเถอะ ฉันจะคุยกับหล่อน” หญิงสาวบอกออกมาอย่างไม่แยแสน้องชายตัวเองพร้อมมองไปยังเจ้าของร่างเล็กที่เคยเจอกันเมื่อไม่นานมานี้“ไม่ เจ้จะพูดกล่อมอะไรเธออีก” จื่อหลงเอื้อมมือมากั้นคนข้างกายจากพี่สาวของตัวเอง พร้อมไล่ทุกคนออกจากห้องโถง เหลือไว้แค่เขา เยว่ซิน และวาวา“เฮ้อ! นายนี่มันน่ารำคาญจริงๆ นะจื่อหลง ฉันได้ยินมาว่านายจะขอหล่อนแต่งงาน” คำพูดเรียบเฉยของวา







