مشاركة

chapter14: ก่อนเข้าหอ

last update تاريخ النشر: 2026-05-21 21:44:35

“นายครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” ลู่เหวินที่เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีร้อนรนหลังจากออกไปคุยธุระด้านนอกทำให้คนเป็นนายที่ง่วนอยู่กับกองเอกสารมาเงยหน้าขึ้นมามองช้าๆ พร้อมขมวดคิ้ว ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ นั่นแหละลูกน้องคนนี้ถึงได้ลืมเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา

“ทนายเก่าแก่ของตระกูลจีรวรกุลเสียชีวิตแล้วครับนาย”

“เมื่อไหร่” เสียงหนาถามออกมาอย่างประหลาดใจ เพราะเขาไม่ได้ให้ลูกน้องตามสืบตั้งแต่แรก อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยหากไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับว่าที่ภรรยาเขาก็คงไม่เข้าไปยุ่ง

“ประมาณสองเดือนที่แล้วครับ มีสายรายงานว่าคุณเจียงประกาศทนายคนใหม่ของตระกูลเพราะทนายคนเก่าที่ชื่อเกรียงไกรเสียชีวิตครับ” ลู่เหวินรายงานข่าวตามที่เขาไปสืบหามาได้ เมื่อได้ยินที่ลูกน้องรายงานก็ยิ่งทำให้คิ้วหนาของจื่อหลงขมวดเป็นปมหนักขึ้นไปอีก

“ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเหรอ” ลู่เหวินก้มหัวเป็นการตอบรับ

“ทั้งๆ ที่ฉันอยากจัดการให้เสร็จเรียบร้อยก่อนงานแต่ง แต่สงสัยว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เอาเป็นว่าหลังจากแต่งงานแล้วฉันค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน”

“แล้วนี่ซีริวออกไปรับเพื่อนเยว่ซินที่สนามบินแล้วใช่ไหม” พอจื่อหลงรับรู้ว่าเพื่อนสนิทของเยว่ซินมาถึงสนามบินแล้วเขาก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง เขารู้ดีว่าเยว่ซินเองก็คงเหงาเพราะงานแต่งถูกจัดอย่างกระทันหัน ถ้าแม่ของหล่อนอยู่ด้วยในเวลานี้ก็คงดี

“อีกสักพักฉันจะโทรไปหาเยว่ซิน แกมีอะไรก็ไปทำเถอะลู่เหวิน” ลู่เหวินโค้งคำนับก่อนจะเดินออกไปนอกห้องทำงานเพื่อไปเตรียมความพร้อมเรื่องงานแต่งที่จะเกิดขึ้นในวันมะรืน

บ้านใหญ่

“งานแต่งคนไต้หวันนี่มีพิธีเยอะไม่แพ้ของไทยเลยนะคะ” เยว่ซินแอบบ่นกับวาวาเมื่อวาวาพาเธอออกมาจากห้องลองชุด เพราะมีอีกชุดที่เพิ่งจะถูกส่งมาให้จากอิตาลี

“นี่ยังน้อยนะ พิธีโบราณเยอะกว่านี้อีก แต่โชคดีที่คุณแม่ยอมผ่อนปรนบางพิธีไปบ้างเพราะท่านไม่ใช่คนหัวโบราณเท่าไหร่”

“ฉันขอไปโทรหาคุณเฉินก่อนนะคะ ฉันสัญญาเอาไว้ว่าทำอะไรเสร็จจะโทรหาเขา” เยว่ซินเอ่ยบอกก่อนจะเห็นสาวใช้คนหนึ่งนำหมอนสีขาวหลายใบเดินผ่านเธอไป

“อ๋อ พอดีลู่เหวินโทรมาบอกว่าจะมีแขกมาน่ะ แขกสำคัญฉันเลยให้านอนที่นี่”

“ค่ะ ถ้างั้นฉันขอตัวนะคะ” เยว่ซินตอบรับพร้อมเดินขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเองเพื่อพักผ่อนและโทรคุยกับว่าที่เจ้าบ่าว

‘ทำอะไรเสร็จหมดแล้วเหรอ’ เสียงทุ้มเจือปนไปด้วยความดีใจถามออกมาจากปลายสาย เยว่ซินนอนเหยียดตัวลงบนเตียงด้วยความสบายใจพร้อมโทรศัพท์ที่แนบหูอยู่

“เรียบร้อยหมดแล้วค่ะ พี่สาวกับแม่คุณจัดการเองหมด ฉันแทบจะไม่ต้องทำอะไรแล้วค่ะ” เยว่ซินบอกกลั้วหัวเราะเมื่อนึกถึงว่าที่แม่สามีที่จัดการงานทุกอย่างประหนึ่งเธอเป็นลูกสาวของบ้าน

“ผมดีใจที่คุณเข้ากับแม่และพี่สาวผมได้นะ”

“ถ้าสมมุติว่าแม่คุณไม่ชอบฉัน คุณจะทำยังไง”

“ผมก็ไม่ทำยังไง เพราะผมรู้ว่าไม่มีทางที่แม่กับพี่สาวผมจะไม่ชอบคุณ” จื่อ

หลงบอกออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจจนทำให้คนฟังได้แต่อมยิ้ม เขาไม่ได้พูดให้เธอดีใจ แต่มันคือเรื่องจริง เรื่องจริงที่ว่าเขารักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ และเฝ้ารอคอยเธอมาตลอด และความรักที่เขามีต่อเธอก็ทำให้แม่และพี่สาวเห็นได้อย่างชัดเจน

“เห็นว่าจะมีแขกมาพักที่บ้านเหรอคะ”

“ใช่แล้วล่ะ แขกที่จะมางานแต่งนี่แหละ”

“แขกที่บ้านคุณนี่เอง” เยว่ซินไม่ได้เอ๊ะใจอะไรเพราะเธอไม่มีญาติหรือคนรู้จักที่อยู่ไต้หวันมากนัก จะมีก็แต่เพื่อนที่มหาลัยและเพื่อนของแม่เธอ ที่ก็คงไม่อยากจะมาร่วมงานสักเท่าไหร่

“อีกไม่นานแขกก็น่าจะถึงที่บ้านแล้วแหละนะ”

“เยว่ซิน ผมมีอะไรจะบอก”

“ว่ายังไงคะ” เยว่ซินขมวดคิ้วเมื่อปลายสายเงียบไปเล็กน้อย เธอได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ

“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ”

“หลังจากแต่งงานเสร็จ ผมมีงานที่จะต้องไปคุยที่ประเทศไทย ผมอยากให้คุณไปด้วย” เสียงทุ้มบอกออกมาทำให้คนฟังอดแปลกใจไม่ได้ เพราะอันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย เพราะถ้าหากเธอแต่งงานกับเขายังไงเธอก็ต้องตามเขาไปอยู่แล้ว เพราะเขาก็คงไม่ปล่อยให้เธอห่างจากเขาหรอก

“เอาเป็นว่าหลังแต่งงานเราค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกทีก็แล้วกัน ผมอยากให้งานแต่งงานของเราเป็นวันที่คุณมีความสุขมาที่สุข”

“อะไรที่ทำให้คุณไม่สบายใจผมจะปล่อยมันไปก่อน” จื่อหลงบอกออกมา ถึงแม้คนฟังอยากจะถามด้วยความอยากรู้แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรออกไปเพราะถ้าหากว่าปลายสายตัดสินใจดีแล้วเธอก็คงไม่ต้องกังวลเรื่องอะไร

“ผมคิดถึงคุณจัง”

“ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ” เยว่ซินตอบกลับแบบไม่ลังเล ถึงแม้จะเขินไปบ้างแต่ยังไงซะหลังจากนี้เขาก็จะมาเป็นคู่ชีวิตของเธอ จากตอนแรกที่เธอคิดว่าเขาจะเป็นเพียงผู้ชายที่เข้ามาช่วยชีวิต เธอไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงวันที่เธอจะได้แต่งงานกับเขา

ก๊อกๆ

“เอ๊ะ!”

“มีอะไรรึเปล่า”

“มีคนมาเคาะห้องน่ะค่ะ น่าจะเป็นพี่สาวคุณ ถือสายรอสักครู่นะคะ” ไม่รอให้ปลายสายตอบรับมือเรียววางโทรศัพท์ที่คุยเอาไว้บนโต๊ะหัวเตียงก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตู

“เซอร์ไพรส์/เซอร์ไพรส์”

“น้ำหวาน! เจ้แคนดี้!!”

“ว่าไงว่าที่เจ้าสาว” ตากลมโตอึ้งพร้อมมองไปยังวาวาที่ยืดเกาะอกอยู่ด้านหลัง วาวายักคิ้วส่งมาให้คนที่อยู่ในห้องเล็กน้อย

“มากันได้ยังไง”

“ว่าที่สามีเธอส่งคนไปรับพวกฉันมาน่ะ”

“ไม่คิดจะเชิญพวกฉันเข้าห้องหน่อยเหรอ เจ้ปวดขาน่ะแก่แล้ว” เจ้แคนดี้พูดแซวๆ เจ้าของห้องเลยเปิดประตูกว้างขึ้นเพื่อให้ทั้งสองคนที่พึ่งมาเยือนเดินเข้ามา น้ำหวานและเจ้แคนดี้สวมกอดร่างเล็กของเยว่ซินก่อนจะเดินเข้าห้อง

“น้องชายฉันกลัวเธอจะเหงาน่ะเลยส่งเพื่อนของเธอมาอยู่เป็นเพื่อน”

“เธออยู่กับเพื่อนไปก่อนนะ ฉันจะไปดูเรื่องดอกไม้ที่พึ่งส่งมาให้น่ะ” เยว่ซินพยักหน้ารับพร้อมกล่าวขอบคุณวาวาอีกไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่

“ดีจังเลยน้าาา มีสามีใส่ใจแบบนี้เนี่ย สามีเธอกลัวจะเหงาเลยส่งพวกฉันมาอยู่เป็นเพื่อน” เจ้แคนดี้บอกพร้อมหงายหลังลงบนเตียงนุ่ม น้ำหวานเองก็นั่งลงบนโซฟาที่อยู่ไม่ห่างจากเตียง

“โชคดีนะที่คุณเฉินฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องน่ะ”

“นี่เธอค้างสายกับคุณเฉินอยู่เหรอ” น้ำหวานทำหน้าเหรอหราเมื่อเห็นเยว่ซินโชว์หน้าจอโทรศัพท์ที่ขึ้นเบอร์โทรของเฉินจื่อหลงอยู่ เจ้าของโทรศัพท์ยิ้มขำเมื่อเห็นหน้าเพื่อนตัวเอง หญิงสาวส่ายหน้าขำพร้อมยกโทรศัพท์ขึ้นมาคุยต่อ

“กำลังนินทาผมอยู่รึเปล่า”

“ยังไม่มีใครพูดถึงคุณเลยค่ะ”

“ผมจะเชื่อก็แล้วกัน ว่าแต่...คืนนี้คุณนอนคนเดียวรึเปล่า” ปลายสายถามออกมาเบาๆ จนอีกคนสงสัย

“คืนนี้ผมอยากอยู่กับคุณสองคน ผ่านโทรศัพท์ก็ยังดี”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เสน่หา ราคะมาเฟีย   chapter15: S..x Phone With my Love

    “นายจะไม่ให้ผมอยู่ด้วยจริงๆ เหรอครับ”“ฉันบอกแกไปแล้วไง แกก็แค่อย่าไปบอกพี่สาวกับแม่ฉันก็พอว่าแกไม่ได้นอนเฝ้า”“แต่นายครับ.....” ลู่เหวินยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็ต้องเงียบ เมื่อได้รับสายตานิ่งๆ จากคนเป็นนายนี่แค่ช่วงบ่ายลูกน้องคนสนิทก็พร่ำถามอยู่เรื่อย เนื่องจากโดนคำสั่งมาจากบ้านใหญ่ว่าต้องให้คนมานอนเป็นเพื่อนกับเฉินจื่อหลง ลู่เหวินที่สองจิตสองใจว่าจะทำตามคำสั่งใคร สุดท้ายก็ต้องตามใจนายตนเองเป็นหลักอยู่ดี“เพื่อความสบายใจของแก แกไปยกโซฟามานอนหน้าห้องเฝ้าฉันก็แล้วกันจะได้สบายใจ”“หมดเรื่องแล้วจะไปทำอะไรก็ไป” มือหนาโบกไล่ลูกน้องให้ออกจากห้องของตัวเอง ถ้าเขารู้ว่าการแต่งงานมันจะยุ่งยากขนาดนี้ เขาแต่งงานเงียบๆ กับว่าที่เจ้าสาวสองคนก็ยังดี ครั้นจะไม่ทำตามธรรมเนียมก็คงจะโดนแม่บังเกิดเกล้าเอ็ดเอาแน่ๆ“เมื่อไหร่จะถึงคืนนี้เร็วๆ กันนะ”ณ บ้านใหญ่“ฉันกับยัยหวานนอนกับแกก็ได้นะยัยซินแกจะได้ไม่เหงาไง”“หรือแกไม่สะดวกที่ฉันกับเจ้แคนดี้นอนด้วย”“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก คือคืนนี้คุณเฉินเขาอยากโทรคุยน่ะ เพราะมันเหลืออีกตั้งสองวันกว่าจะถึงงานแต่ง ฉันเกรงใจ” เยว่ซินอธิบายให้เพื่อนตัวเองเข้าใจว่าทำไมถึงให้เพื

  • เสน่หา ราคะมาเฟีย   chapter14: ก่อนเข้าหอ

    “นายครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” ลู่เหวินที่เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีร้อนรนหลังจากออกไปคุยธุระด้านนอกทำให้คนเป็นนายที่ง่วนอยู่กับกองเอกสารมาเงยหน้าขึ้นมามองช้าๆ พร้อมขมวดคิ้ว ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ นั่นแหละลูกน้องคนนี้ถึงได้ลืมเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา“ทนายเก่าแก่ของตระกูลจีรวรกุลเสียชีวิตแล้วครับนาย”“เมื่อไหร่” เสียงหนาถามออกมาอย่างประหลาดใจ เพราะเขาไม่ได้ให้ลูกน้องตามสืบตั้งแต่แรก อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยหากไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับว่าที่ภรรยาเขาก็คงไม่เข้าไปยุ่ง“ประมาณสองเดือนที่แล้วครับ มีสายรายงานว่าคุณเจียงประกาศทนายคนใหม่ของตระกูลเพราะทนายคนเก่าที่ชื่อเกรียงไกรเสียชีวิตครับ” ลู่เหวินรายงานข่าวตามที่เขาไปสืบหามาได้ เมื่อได้ยินที่ลูกน้องรายงานก็ยิ่งทำให้คิ้วหนาของจื่อหลงขมวดเป็นปมหนักขึ้นไปอีก“ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเหรอ” ลู่เหวินก้มหัวเป็นการตอบรับ“ทั้งๆ ที่ฉันอยากจัดการให้เสร็จเรียบร้อยก่อนงานแต่ง แต่สงสัยว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เอาเป็นว่าหลังจากแต่งงานแล้วฉันค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน”“แล้วนี่ซีริวออกไปรับเพื่อนเยว่ซินที่สนามบินแล้วใช่ไหม” พอจื่อหลงรับรู้ว่าเพื่อ

  • เสน่หา ราคะมาเฟีย   chapter13: ห่าง

    ช่วงเช้าก่อนงานแต่งหนึ่งวัน เยว่ซินต้องเตรียมพร้อมอะไรหลายๆ อย่าง แต่เธอแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะวาวาและว่าที่แม่สามีเตรียมพร้อมให้เธอทุกอย่าง จนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าครอบครัวนี้ก็ดีกับเธอเหลือเกิน วาวายกมือถือขึ้นมาดูก็เห็น ‘Miscall’ จากจื่อหลงรวมถึงข้อความในวีแชทหลายข้อความ เธอส่งวีแชทกลับไปว่าจะขอโทรหาน้ำหวานและเจ้แคนดี้ที่อยู่ประเทศไทยก่อน และที่เธอไม่ได้รับสายเพราะเมื่อเช้าวาวาให้เธอลงไปทำเล็บด้านล่าง โดยมีช่างทำเล็บจากร้านดังมาทำให้‘ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะ’ เสียงเล็กๆ ของน้ำหวานดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำให้เยว่ซินยิ้มออกมาเบาๆ เพราะปฏิกิริยาของเพื่อนเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด ว่าที่เจ้าสาวโทรบอกข่าวดีกับเพื่อนที่อยู่ทางไกล เมื่อน้ำหวานรู้ก็บ่นออกมาชุดใหญ่เนื่องจากว่าเพื่อนสนิทคนสวยไม่ได้บอกข่าวคราวล่วงหน้า‘แบบนี้แกก็ไม่สะดวกมาเดินแบบให้ฉันแล้วสินะ’ เสียงใหญ่ที่ถูกดัดให้เล็กจนติดแหบเล็กน้อยดังแทรกเข้ามา วาวาที่เพิ่งจะเดินขึ้นมาจากห้องโถงชั้นล่างเพราะเพิ่งไปคุยเรื่องพีธีงานแต่งงานช่วงเช้ากับแม่ของเธอ เปิดประตูห้องนอนเข้ามาพร้อมเดินเข้ามาหาคนที่คุยโทรศัพท์อยู่“อีกสักพักมาลองชุดนะ

  • เสน่หา ราคะมาเฟีย   Chapter12: ความวุ่นวายก่อนงานแต่ง

    “โอ๊ยยยย เมื่อไหร่จะถึงพรุ่งนี้สักที” เสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณบ้าน ลูกน้องหลายคนแม้กระทั่งคนสนิทอย่างซีริวและลู่เหวินก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เขากลับมาถึงบ้านในช่วงเย็น เมื่อแม่และพี่สาวเห็นว่าเขาคงไม่ยอมห่างจากเยว่ซินง่ายๆ พี่และแม่จึงใช้วิธี 'ไล่' ให้เขากลับมาบ้านของตัวเอง“มองอะไรกัน ไปทำงานกันสิโว้ยยยย!!!!” จื่อหลงตะโกนไล่ลูกน้องที่เดินผ่านห้องโถง เพียงแค่ลูกน้องปรายตามองคนเป็นเจ้านายก็รู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด“นายคงรักคุณเยว่มากๆ”“เรียกได้ว่า ถ้าคุณเยว่สั่งให้พวกเราไปถ่วงน้ำ นายก็พร้อมจับเราสองคนถ่วงน้ำทันที” ซีริวกับลู่เหวินคุยกันเบาๆ ไม่ให้เจ้านายตัวเองได้ยิน ก่อนที่ทั้งสองจะค่อยๆ เดินออกจากห้องโถงไปอยู่หน้าบ้าน“พวกแกสองคนจะไปไหน!!! อยู่นี่แหละ” ลูกน้องคนสนิทสองคนหยุดเท้าตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเจ้านายตวาดถาม ทั้งสองจึงทำได้เพียงยืนอยู่ที่เดิม“ใจเย็นๆ สิคะคุณหนู พรุ่งนี้ก็จะไปรับตัวคุณเยว่มาแล้ว อดทนรอหน่อยนะคะ” ป้าหลิวเดินออกมาพร้อมน้ำเย็นก่อนจะยื่นให้จื่อหลง เขารับมาก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ“ผมไม่เคยกินน้ำอันนี้มาก่อน มันคืออะไรครับป้า” จื่อหลงมองแก้วน้ำในมือ น้ำที่อยู่ในแก้

  • เสน่หา ราคะมาเฟีย   Chapter11: แม่สามีที่รัก

    เยว่ซินเดินตัวเกร็งลงจากรถเบื้องหน้าของเธอคือคฤหาสน์ใหญ่อย่างกับพระราชวังที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าของเธอ แต่นั่นก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เธอประหม่าเพราะสิ่งที่ทำให้เธอตื่นเต้นและกังวลคือชายฉกรรจ์เกือบห้าสิบคนที่ยืนเรียงรายเป็นแถวตอนอยู่ทั้งสองฝั่งประหนึ่งซุ้มประตูเงินประตูทอง“ลูกน้องของคุณแม่คุณทำตัวเวอร์แบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ”“หึ ไม่หรอกนี่คือปกติ ถ้าเวอร์ก็น่าจะประมาณสามร้อยคนขึ้นไปนี่แหละ เดี๋ยววันแต่งงานคุณก็จะได้เห็น” จื่อหลงหัวเราในลำคอกับคำถามของหญิงสาวพร้อมกับอธิบายให้ฟัง เมื่อเยว่ซินได้ฟังก็ถึงกับอ้าปากค้างเพราะเธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน“เข้าไปข้างในกันเถอะ” จื่อหลงบอกพร้อมจับมือเรียวมากุมเอาไว้เพราะรู้ว่าหญิงสาวคงจะเป็นกังวลอยู่มาก“นายไม่คิดจะรอฉันก่อนรึไงจื่อหลง” วาวาที่วิ่งตามมาจากรถอีกคันร้องบอก แต่จื่อหลงก็ไม่ได้สนใจพร้อมรีบดึงเยว่ซินมาใกล้ตัวก่อนจะโอบรอบเอวเอาไว้เมื่อวาวาเดินเข้ามาใกล้“ฉันไม่ทำอะไรแม่นี่หรอกหน่า” วาวาบอกจื่อหลงอย่างหมดความอดทนเมื่อจื่อหลงทำท่าหวงหญิงสาวข้างกายมากเกินไป“ทำตัวให้เป็นคุณเลยนะ ไม่ต้องกลัว” จื่อหลงก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเล็ก ทำให้ร่างเล็ก

  • เสน่หา ราคะมาเฟีย   Chapter10: ต้อนรับนายหญิง

    “แหม่ ไม่ต้องประคับประคองขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เสียงใสเอ่ยทักขึ้นเมื่อเฉินจื่อหลงเดินเข้ามาภายในบ้าน พร้อมประคองร่างบางเข้ามาด้วย จื่อหลงกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายที่พี่สาวของเขายังอยู่ในบ้านอีก“ไม่ต้องทำหน้าต้อนรับฉันมากขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เฉินวาวาพี่สาวเพียงคนเดียวของเฉินจื่อหลงบอกออกมาอย่างขำๆ เมื่อเห็นท่าทีของน้องชาย นี่เขาลงทุนเอาเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไปรับเธอมาเลยเหรอ“เขาไม่ให้เอาฮอส่วนตัวบินข้ามประเทศไม่ใช่รึไง”“มีสมองก็คิดบ้างสิเจ้ กลับไปได้แล้วไป” เขาบอกเสียงเรียบทำให้วาวาหน้าตึงขึ้นมาทันที หล่อนชอบกวนน้องชายตัวเอง แต่เจ้าบ้านี่ก็ชอบทำให้เธอประสาทเสียเหมือนกัน หน้าตาก็ว่าหยิ่งแล้วนิสัยของน้องชายเธอก็ยังไม่เปลี่ยนเลยตั้งแต่เด็กยันโต“ช่างนายเถอะ ฉันจะคุยกับหล่อน” หญิงสาวบอกออกมาอย่างไม่แยแสน้องชายตัวเองพร้อมมองไปยังเจ้าของร่างเล็กที่เคยเจอกันเมื่อไม่นานมานี้“ไม่ เจ้จะพูดกล่อมอะไรเธออีก” จื่อหลงเอื้อมมือมากั้นคนข้างกายจากพี่สาวของตัวเอง พร้อมไล่ทุกคนออกจากห้องโถง เหลือไว้แค่เขา เยว่ซิน และวาวา“เฮ้อ! นายนี่มันน่ารำคาญจริงๆ นะจื่อหลง ฉันได้ยินมาว่านายจะขอหล่อนแต่งงาน” คำพูดเรียบเฉยของวา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status