تسجيل الدخول“นายครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” ลู่เหวินที่เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีร้อนรนหลังจากออกไปคุยธุระด้านนอกทำให้คนเป็นนายที่ง่วนอยู่กับกองเอกสารมาเงยหน้าขึ้นมามองช้าๆ พร้อมขมวดคิ้ว ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ นั่นแหละลูกน้องคนนี้ถึงได้ลืมเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา
“ทนายเก่าแก่ของตระกูลจีรวรกุลเสียชีวิตแล้วครับนาย”
“เมื่อไหร่” เสียงหนาถามออกมาอย่างประหลาดใจ เพราะเขาไม่ได้ให้ลูกน้องตามสืบตั้งแต่แรก อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยหากไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับว่าที่ภรรยาเขาก็คงไม่เข้าไปยุ่ง
“ประมาณสองเดือนที่แล้วครับ มีสายรายงานว่าคุณเจียงประกาศทนายคนใหม่ของตระกูลเพราะทนายคนเก่าที่ชื่อเกรียงไกรเสียชีวิตครับ” ลู่เหวินรายงานข่าวตามที่เขาไปสืบหามาได้ เมื่อได้ยินที่ลูกน้องรายงานก็ยิ่งทำให้คิ้วหนาของจื่อหลงขมวดเป็นปมหนักขึ้นไปอีก
“ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเหรอ” ลู่เหวินก้มหัวเป็นการตอบรับ
“ทั้งๆ ที่ฉันอยากจัดการให้เสร็จเรียบร้อยก่อนงานแต่ง แต่สงสัยว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เอาเป็นว่าหลังจากแต่งงานแล้วฉันค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน”
“แล้วนี่ซีริวออกไปรับเพื่อนเยว่ซินที่สนามบินแล้วใช่ไหม” พอจื่อหลงรับรู้ว่าเพื่อนสนิทของเยว่ซินมาถึงสนามบินแล้วเขาก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง เขารู้ดีว่าเยว่ซินเองก็คงเหงาเพราะงานแต่งถูกจัดอย่างกระทันหัน ถ้าแม่ของหล่อนอยู่ด้วยในเวลานี้ก็คงดี
“อีกสักพักฉันจะโทรไปหาเยว่ซิน แกมีอะไรก็ไปทำเถอะลู่เหวิน” ลู่เหวินโค้งคำนับก่อนจะเดินออกไปนอกห้องทำงานเพื่อไปเตรียมความพร้อมเรื่องงานแต่งที่จะเกิดขึ้นในวันมะรืน
บ้านใหญ่
“งานแต่งคนไต้หวันนี่มีพิธีเยอะไม่แพ้ของไทยเลยนะคะ” เยว่ซินแอบบ่นกับวาวาเมื่อวาวาพาเธอออกมาจากห้องลองชุด เพราะมีอีกชุดที่เพิ่งจะถูกส่งมาให้จากอิตาลี
“นี่ยังน้อยนะ พิธีโบราณเยอะกว่านี้อีก แต่โชคดีที่คุณแม่ยอมผ่อนปรนบางพิธีไปบ้างเพราะท่านไม่ใช่คนหัวโบราณเท่าไหร่”
“ฉันขอไปโทรหาคุณเฉินก่อนนะคะ ฉันสัญญาเอาไว้ว่าทำอะไรเสร็จจะโทรหาเขา” เยว่ซินเอ่ยบอกก่อนจะเห็นสาวใช้คนหนึ่งนำหมอนสีขาวหลายใบเดินผ่านเธอไป
“อ๋อ พอดีลู่เหวินโทรมาบอกว่าจะมีแขกมาน่ะ แขกสำคัญฉันเลยให้านอนที่นี่”
“ค่ะ ถ้างั้นฉันขอตัวนะคะ” เยว่ซินตอบรับพร้อมเดินขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเองเพื่อพักผ่อนและโทรคุยกับว่าที่เจ้าบ่าว
‘ทำอะไรเสร็จหมดแล้วเหรอ’ เสียงทุ้มเจือปนไปด้วยความดีใจถามออกมาจากปลายสาย เยว่ซินนอนเหยียดตัวลงบนเตียงด้วยความสบายใจพร้อมโทรศัพท์ที่แนบหูอยู่
“เรียบร้อยหมดแล้วค่ะ พี่สาวกับแม่คุณจัดการเองหมด ฉันแทบจะไม่ต้องทำอะไรแล้วค่ะ” เยว่ซินบอกกลั้วหัวเราะเมื่อนึกถึงว่าที่แม่สามีที่จัดการงานทุกอย่างประหนึ่งเธอเป็นลูกสาวของบ้าน
“ผมดีใจที่คุณเข้ากับแม่และพี่สาวผมได้นะ”
“ถ้าสมมุติว่าแม่คุณไม่ชอบฉัน คุณจะทำยังไง”
“ผมก็ไม่ทำยังไง เพราะผมรู้ว่าไม่มีทางที่แม่กับพี่สาวผมจะไม่ชอบคุณ” จื่อ
หลงบอกออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจจนทำให้คนฟังได้แต่อมยิ้ม เขาไม่ได้พูดให้เธอดีใจ แต่มันคือเรื่องจริง เรื่องจริงที่ว่าเขารักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ และเฝ้ารอคอยเธอมาตลอด และความรักที่เขามีต่อเธอก็ทำให้แม่และพี่สาวเห็นได้อย่างชัดเจน
“เห็นว่าจะมีแขกมาพักที่บ้านเหรอคะ”
“ใช่แล้วล่ะ แขกที่จะมางานแต่งนี่แหละ”
“แขกที่บ้านคุณนี่เอง” เยว่ซินไม่ได้เอ๊ะใจอะไรเพราะเธอไม่มีญาติหรือคนรู้จักที่อยู่ไต้หวันมากนัก จะมีก็แต่เพื่อนที่มหาลัยและเพื่อนของแม่เธอ ที่ก็คงไม่อยากจะมาร่วมงานสักเท่าไหร่
“อีกไม่นานแขกก็น่าจะถึงที่บ้านแล้วแหละนะ”
“เยว่ซิน ผมมีอะไรจะบอก”
“ว่ายังไงคะ” เยว่ซินขมวดคิ้วเมื่อปลายสายเงียบไปเล็กน้อย เธอได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ
“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ”
“หลังจากแต่งงานเสร็จ ผมมีงานที่จะต้องไปคุยที่ประเทศไทย ผมอยากให้คุณไปด้วย” เสียงทุ้มบอกออกมาทำให้คนฟังอดแปลกใจไม่ได้ เพราะอันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย เพราะถ้าหากเธอแต่งงานกับเขายังไงเธอก็ต้องตามเขาไปอยู่แล้ว เพราะเขาก็คงไม่ปล่อยให้เธอห่างจากเขาหรอก
“เอาเป็นว่าหลังแต่งงานเราค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกทีก็แล้วกัน ผมอยากให้งานแต่งงานของเราเป็นวันที่คุณมีความสุขมาที่สุข”
“อะไรที่ทำให้คุณไม่สบายใจผมจะปล่อยมันไปก่อน” จื่อหลงบอกออกมา ถึงแม้คนฟังอยากจะถามด้วยความอยากรู้แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรออกไปเพราะถ้าหากว่าปลายสายตัดสินใจดีแล้วเธอก็คงไม่ต้องกังวลเรื่องอะไร
“ผมคิดถึงคุณจัง”
“ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ” เยว่ซินตอบกลับแบบไม่ลังเล ถึงแม้จะเขินไปบ้างแต่ยังไงซะหลังจากนี้เขาก็จะมาเป็นคู่ชีวิตของเธอ จากตอนแรกที่เธอคิดว่าเขาจะเป็นเพียงผู้ชายที่เข้ามาช่วยชีวิต เธอไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงวันที่เธอจะได้แต่งงานกับเขา
ก๊อกๆ
“เอ๊ะ!”
“มีอะไรรึเปล่า”
“มีคนมาเคาะห้องน่ะค่ะ น่าจะเป็นพี่สาวคุณ ถือสายรอสักครู่นะคะ” ไม่รอให้ปลายสายตอบรับมือเรียววางโทรศัพท์ที่คุยเอาไว้บนโต๊ะหัวเตียงก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตู
“เซอร์ไพรส์/เซอร์ไพรส์”
“น้ำหวาน! เจ้แคนดี้!!”
“ว่าไงว่าที่เจ้าสาว” ตากลมโตอึ้งพร้อมมองไปยังวาวาที่ยืดเกาะอกอยู่ด้านหลัง วาวายักคิ้วส่งมาให้คนที่อยู่ในห้องเล็กน้อย
“มากันได้ยังไง”
“ว่าที่สามีเธอส่งคนไปรับพวกฉันมาน่ะ”
“ไม่คิดจะเชิญพวกฉันเข้าห้องหน่อยเหรอ เจ้ปวดขาน่ะแก่แล้ว” เจ้แคนดี้พูดแซวๆ เจ้าของห้องเลยเปิดประตูกว้างขึ้นเพื่อให้ทั้งสองคนที่พึ่งมาเยือนเดินเข้ามา น้ำหวานและเจ้แคนดี้สวมกอดร่างเล็กของเยว่ซินก่อนจะเดินเข้าห้อง
“น้องชายฉันกลัวเธอจะเหงาน่ะเลยส่งเพื่อนของเธอมาอยู่เป็นเพื่อน”
“เธออยู่กับเพื่อนไปก่อนนะ ฉันจะไปดูเรื่องดอกไม้ที่พึ่งส่งมาให้น่ะ” เยว่ซินพยักหน้ารับพร้อมกล่าวขอบคุณวาวาอีกไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่
“ดีจังเลยน้าาา มีสามีใส่ใจแบบนี้เนี่ย สามีเธอกลัวจะเหงาเลยส่งพวกฉันมาอยู่เป็นเพื่อน” เจ้แคนดี้บอกพร้อมหงายหลังลงบนเตียงนุ่ม น้ำหวานเองก็นั่งลงบนโซฟาที่อยู่ไม่ห่างจากเตียง
“โชคดีนะที่คุณเฉินฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องน่ะ”
“นี่เธอค้างสายกับคุณเฉินอยู่เหรอ” น้ำหวานทำหน้าเหรอหราเมื่อเห็นเยว่ซินโชว์หน้าจอโทรศัพท์ที่ขึ้นเบอร์โทรของเฉินจื่อหลงอยู่ เจ้าของโทรศัพท์ยิ้มขำเมื่อเห็นหน้าเพื่อนตัวเอง หญิงสาวส่ายหน้าขำพร้อมยกโทรศัพท์ขึ้นมาคุยต่อ
“กำลังนินทาผมอยู่รึเปล่า”
“ยังไม่มีใครพูดถึงคุณเลยค่ะ”
“ผมจะเชื่อก็แล้วกัน ว่าแต่...คืนนี้คุณนอนคนเดียวรึเปล่า” ปลายสายถามออกมาเบาๆ จนอีกคนสงสัย
“คืนนี้ผมอยากอยู่กับคุณสองคน ผ่านโทรศัพท์ก็ยังดี”
“นายจะไม่ให้ผมอยู่ด้วยจริงๆ เหรอครับ”“ฉันบอกแกไปแล้วไง แกก็แค่อย่าไปบอกพี่สาวกับแม่ฉันก็พอว่าแกไม่ได้นอนเฝ้า”“แต่นายครับ.....” ลู่เหวินยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็ต้องเงียบ เมื่อได้รับสายตานิ่งๆ จากคนเป็นนายนี่แค่ช่วงบ่ายลูกน้องคนสนิทก็พร่ำถามอยู่เรื่อย เนื่องจากโดนคำสั่งมาจากบ้านใหญ่ว่าต้องให้คนมานอนเป็นเพื่อนกับเฉินจื่อหลง ลู่เหวินที่สองจิตสองใจว่าจะทำตามคำสั่งใคร สุดท้ายก็ต้องตามใจนายตนเองเป็นหลักอยู่ดี“เพื่อความสบายใจของแก แกไปยกโซฟามานอนหน้าห้องเฝ้าฉันก็แล้วกันจะได้สบายใจ”“หมดเรื่องแล้วจะไปทำอะไรก็ไป” มือหนาโบกไล่ลูกน้องให้ออกจากห้องของตัวเอง ถ้าเขารู้ว่าการแต่งงานมันจะยุ่งยากขนาดนี้ เขาแต่งงานเงียบๆ กับว่าที่เจ้าสาวสองคนก็ยังดี ครั้นจะไม่ทำตามธรรมเนียมก็คงจะโดนแม่บังเกิดเกล้าเอ็ดเอาแน่ๆ“เมื่อไหร่จะถึงคืนนี้เร็วๆ กันนะ”ณ บ้านใหญ่“ฉันกับยัยหวานนอนกับแกก็ได้นะยัยซินแกจะได้ไม่เหงาไง”“หรือแกไม่สะดวกที่ฉันกับเจ้แคนดี้นอนด้วย”“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก คือคืนนี้คุณเฉินเขาอยากโทรคุยน่ะ เพราะมันเหลืออีกตั้งสองวันกว่าจะถึงงานแต่ง ฉันเกรงใจ” เยว่ซินอธิบายให้เพื่อนตัวเองเข้าใจว่าทำไมถึงให้เพื
“นายครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” ลู่เหวินที่เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีร้อนรนหลังจากออกไปคุยธุระด้านนอกทำให้คนเป็นนายที่ง่วนอยู่กับกองเอกสารมาเงยหน้าขึ้นมามองช้าๆ พร้อมขมวดคิ้ว ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ นั่นแหละลูกน้องคนนี้ถึงได้ลืมเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา“ทนายเก่าแก่ของตระกูลจีรวรกุลเสียชีวิตแล้วครับนาย”“เมื่อไหร่” เสียงหนาถามออกมาอย่างประหลาดใจ เพราะเขาไม่ได้ให้ลูกน้องตามสืบตั้งแต่แรก อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยหากไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับว่าที่ภรรยาเขาก็คงไม่เข้าไปยุ่ง“ประมาณสองเดือนที่แล้วครับ มีสายรายงานว่าคุณเจียงประกาศทนายคนใหม่ของตระกูลเพราะทนายคนเก่าที่ชื่อเกรียงไกรเสียชีวิตครับ” ลู่เหวินรายงานข่าวตามที่เขาไปสืบหามาได้ เมื่อได้ยินที่ลูกน้องรายงานก็ยิ่งทำให้คิ้วหนาของจื่อหลงขมวดเป็นปมหนักขึ้นไปอีก“ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเหรอ” ลู่เหวินก้มหัวเป็นการตอบรับ“ทั้งๆ ที่ฉันอยากจัดการให้เสร็จเรียบร้อยก่อนงานแต่ง แต่สงสัยว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เอาเป็นว่าหลังจากแต่งงานแล้วฉันค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน”“แล้วนี่ซีริวออกไปรับเพื่อนเยว่ซินที่สนามบินแล้วใช่ไหม” พอจื่อหลงรับรู้ว่าเพื่อ
ช่วงเช้าก่อนงานแต่งหนึ่งวัน เยว่ซินต้องเตรียมพร้อมอะไรหลายๆ อย่าง แต่เธอแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะวาวาและว่าที่แม่สามีเตรียมพร้อมให้เธอทุกอย่าง จนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าครอบครัวนี้ก็ดีกับเธอเหลือเกิน วาวายกมือถือขึ้นมาดูก็เห็น ‘Miscall’ จากจื่อหลงรวมถึงข้อความในวีแชทหลายข้อความ เธอส่งวีแชทกลับไปว่าจะขอโทรหาน้ำหวานและเจ้แคนดี้ที่อยู่ประเทศไทยก่อน และที่เธอไม่ได้รับสายเพราะเมื่อเช้าวาวาให้เธอลงไปทำเล็บด้านล่าง โดยมีช่างทำเล็บจากร้านดังมาทำให้‘ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะ’ เสียงเล็กๆ ของน้ำหวานดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำให้เยว่ซินยิ้มออกมาเบาๆ เพราะปฏิกิริยาของเพื่อนเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด ว่าที่เจ้าสาวโทรบอกข่าวดีกับเพื่อนที่อยู่ทางไกล เมื่อน้ำหวานรู้ก็บ่นออกมาชุดใหญ่เนื่องจากว่าเพื่อนสนิทคนสวยไม่ได้บอกข่าวคราวล่วงหน้า‘แบบนี้แกก็ไม่สะดวกมาเดินแบบให้ฉันแล้วสินะ’ เสียงใหญ่ที่ถูกดัดให้เล็กจนติดแหบเล็กน้อยดังแทรกเข้ามา วาวาที่เพิ่งจะเดินขึ้นมาจากห้องโถงชั้นล่างเพราะเพิ่งไปคุยเรื่องพีธีงานแต่งงานช่วงเช้ากับแม่ของเธอ เปิดประตูห้องนอนเข้ามาพร้อมเดินเข้ามาหาคนที่คุยโทรศัพท์อยู่“อีกสักพักมาลองชุดนะ
“โอ๊ยยยย เมื่อไหร่จะถึงพรุ่งนี้สักที” เสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณบ้าน ลูกน้องหลายคนแม้กระทั่งคนสนิทอย่างซีริวและลู่เหวินก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เขากลับมาถึงบ้านในช่วงเย็น เมื่อแม่และพี่สาวเห็นว่าเขาคงไม่ยอมห่างจากเยว่ซินง่ายๆ พี่และแม่จึงใช้วิธี 'ไล่' ให้เขากลับมาบ้านของตัวเอง“มองอะไรกัน ไปทำงานกันสิโว้ยยยย!!!!” จื่อหลงตะโกนไล่ลูกน้องที่เดินผ่านห้องโถง เพียงแค่ลูกน้องปรายตามองคนเป็นเจ้านายก็รู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด“นายคงรักคุณเยว่มากๆ”“เรียกได้ว่า ถ้าคุณเยว่สั่งให้พวกเราไปถ่วงน้ำ นายก็พร้อมจับเราสองคนถ่วงน้ำทันที” ซีริวกับลู่เหวินคุยกันเบาๆ ไม่ให้เจ้านายตัวเองได้ยิน ก่อนที่ทั้งสองจะค่อยๆ เดินออกจากห้องโถงไปอยู่หน้าบ้าน“พวกแกสองคนจะไปไหน!!! อยู่นี่แหละ” ลูกน้องคนสนิทสองคนหยุดเท้าตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเจ้านายตวาดถาม ทั้งสองจึงทำได้เพียงยืนอยู่ที่เดิม“ใจเย็นๆ สิคะคุณหนู พรุ่งนี้ก็จะไปรับตัวคุณเยว่มาแล้ว อดทนรอหน่อยนะคะ” ป้าหลิวเดินออกมาพร้อมน้ำเย็นก่อนจะยื่นให้จื่อหลง เขารับมาก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ“ผมไม่เคยกินน้ำอันนี้มาก่อน มันคืออะไรครับป้า” จื่อหลงมองแก้วน้ำในมือ น้ำที่อยู่ในแก้
เยว่ซินเดินตัวเกร็งลงจากรถเบื้องหน้าของเธอคือคฤหาสน์ใหญ่อย่างกับพระราชวังที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าของเธอ แต่นั่นก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เธอประหม่าเพราะสิ่งที่ทำให้เธอตื่นเต้นและกังวลคือชายฉกรรจ์เกือบห้าสิบคนที่ยืนเรียงรายเป็นแถวตอนอยู่ทั้งสองฝั่งประหนึ่งซุ้มประตูเงินประตูทอง“ลูกน้องของคุณแม่คุณทำตัวเวอร์แบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ”“หึ ไม่หรอกนี่คือปกติ ถ้าเวอร์ก็น่าจะประมาณสามร้อยคนขึ้นไปนี่แหละ เดี๋ยววันแต่งงานคุณก็จะได้เห็น” จื่อหลงหัวเราในลำคอกับคำถามของหญิงสาวพร้อมกับอธิบายให้ฟัง เมื่อเยว่ซินได้ฟังก็ถึงกับอ้าปากค้างเพราะเธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน“เข้าไปข้างในกันเถอะ” จื่อหลงบอกพร้อมจับมือเรียวมากุมเอาไว้เพราะรู้ว่าหญิงสาวคงจะเป็นกังวลอยู่มาก“นายไม่คิดจะรอฉันก่อนรึไงจื่อหลง” วาวาที่วิ่งตามมาจากรถอีกคันร้องบอก แต่จื่อหลงก็ไม่ได้สนใจพร้อมรีบดึงเยว่ซินมาใกล้ตัวก่อนจะโอบรอบเอวเอาไว้เมื่อวาวาเดินเข้ามาใกล้“ฉันไม่ทำอะไรแม่นี่หรอกหน่า” วาวาบอกจื่อหลงอย่างหมดความอดทนเมื่อจื่อหลงทำท่าหวงหญิงสาวข้างกายมากเกินไป“ทำตัวให้เป็นคุณเลยนะ ไม่ต้องกลัว” จื่อหลงก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเล็ก ทำให้ร่างเล็ก
“แหม่ ไม่ต้องประคับประคองขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เสียงใสเอ่ยทักขึ้นเมื่อเฉินจื่อหลงเดินเข้ามาภายในบ้าน พร้อมประคองร่างบางเข้ามาด้วย จื่อหลงกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายที่พี่สาวของเขายังอยู่ในบ้านอีก“ไม่ต้องทำหน้าต้อนรับฉันมากขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เฉินวาวาพี่สาวเพียงคนเดียวของเฉินจื่อหลงบอกออกมาอย่างขำๆ เมื่อเห็นท่าทีของน้องชาย นี่เขาลงทุนเอาเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไปรับเธอมาเลยเหรอ“เขาไม่ให้เอาฮอส่วนตัวบินข้ามประเทศไม่ใช่รึไง”“มีสมองก็คิดบ้างสิเจ้ กลับไปได้แล้วไป” เขาบอกเสียงเรียบทำให้วาวาหน้าตึงขึ้นมาทันที หล่อนชอบกวนน้องชายตัวเอง แต่เจ้าบ้านี่ก็ชอบทำให้เธอประสาทเสียเหมือนกัน หน้าตาก็ว่าหยิ่งแล้วนิสัยของน้องชายเธอก็ยังไม่เปลี่ยนเลยตั้งแต่เด็กยันโต“ช่างนายเถอะ ฉันจะคุยกับหล่อน” หญิงสาวบอกออกมาอย่างไม่แยแสน้องชายตัวเองพร้อมมองไปยังเจ้าของร่างเล็กที่เคยเจอกันเมื่อไม่นานมานี้“ไม่ เจ้จะพูดกล่อมอะไรเธออีก” จื่อหลงเอื้อมมือมากั้นคนข้างกายจากพี่สาวของตัวเอง พร้อมไล่ทุกคนออกจากห้องโถง เหลือไว้แค่เขา เยว่ซิน และวาวา“เฮ้อ! นายนี่มันน่ารำคาญจริงๆ นะจื่อหลง ฉันได้ยินมาว่านายจะขอหล่อนแต่งงาน” คำพูดเรียบเฉยของวา






![เลขาสุดแซ่บ [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
