Masukชีวิตที่เรียบง่ายของพนิดาเปลี่ยนไป เมื่องานที่ทำมีปัญหาเกิดขึ้น โรงงานที่ผลิตเครื่องสำอางมีปัญหา ลูกค้ายกเลิกออร์เดอร์ การส่งออกติดขัด บริษัทโลจิสติกส์ที่เคยทำงานร่วมกันก็เริ่มตั้งแง่ เพราะอยากปรับราคาค่าขนส่ง ตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงตอนนี้สายโทรศัพท์ไม่เคยว่าง ลูกน้องในบริษัทโทรเข้ามารายงานปัญหาทั้งวัน ร่างบางทิ้งตัวลงบนเก้าอี้นวมขนาดใหญ่ ยกมือขึ้นกุมขมับ แล้วใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้คลึงที่หัวคิ้วไปมา เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง ทุกอย่างที่เธอทำวางแผนมาเป็นอย่างดี เครื่องสำอางที่ผลิตและจัดจำหน่ายตามท้องตลาด กำลังจะถูกตรวจสอบเพราะมีคนร้องเรียนว่าไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดความเสียหายกับผู้บริโภค ทำงานมา 20 ปี มีวันนี้นี่แหละที่รับมือกับปัญหาหนักหนาสาหัสที่สุด
“คุณนิดคะ ตอนบ่ายโมงมีประชุมกับหุ้นส่วน บ่ายสามโมงมีนัดสัมภาษณ์กับนิตยสารคู่ชีวิต คืนนี้มีงานเลี้ยงเปิดตัวเครื่องสำอางตัวใหม่ของบริษัทคู่ค้าค่ะ” ทันทีที่หลังแตะพนักเก้าอี้ เลขาคนสนิทก็ย้ำตารางงานให้ฟังอีกครั้ง เธอจำทุกอย่างไว้ในหัวหมดแล้ว ที่ช้าก็เพราะหมดแรง แหล่งวัตถุดิบที่ส่งเข้าโรงงานก็เหมือนจะมีปัญหา ถ้าเป็นแบบนี้อีกหน่อยคงกระทบทั้งระบบ เพราะวัตถุดิบคือต้นทางการผลิต
“ยกเลิกตรงไหนได้บ้างคะ วันนี้นิดเหนื่อยมาก” คำถามของเจ้านายสาว ได้แววตาสงสารและเห็นใจจากเลขาเป็นคำตอบ ตั้งแต่ทำงานกันมา นี่เป็นครั้งแรกที่
ปิรันญาได้ยินคำว่าเหนื่อยจากปากของเจ้านาย แม้จะเห็นใจแต่ก็ต้องส่ายหัวเป็นคำตอบ เพราะตารางในวันนี้ยกเลิกไม่ได้จริง ๆ“ยกเลิกไม่ได้เลยค่ะคุณนิด สัมภาษณ์กับนิตยสารก็ยกเลิกไม่ได้ค่ะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ” นิตยสารคือกระบอกเสียงชั้นดี ที่ช่วยโฆษณาสินค้ากับกลุ่มแม่บ้าน และคนที่ยังห่างไกลจากโลกโซเชียล กว่า CCL จะเป็นปึกแผ่นในทุกวันนี้ นิตยสารก็ช่วยเธอไว้เยอะ
“ปิ๋มเตรียมชุดสำหรับงานคืนนี้ ไว้ในรถแล้วนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ” ตอบกลับอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะหลับตาลงช้า ๆ เพราะเหนื่อยจนแทบหมดแรง
“ดื่มชาร้อน ๆ สักแก้วนะคะ จะได้สดชื่น”
“เปลี่ยนเป็นชานมไข่มุกหวานน้อยได้ไหมคะ” สาวใหญ่ยิ้มเอ็นดูให้กับคำขอของเจ้านายสาว นึกขอบคุณชาไข่มุกเพราะมันทำให้คนที่เหนื่อยล้าสดชื่นขึ้นได้จริง ๆ
“เดี๋ยวปิ๋มสั่งให้นะคะ มีเวลาเหลืออีกสิบห้านาที คุณนิดจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหมคะ” เพราะเห็นว่าเจ้านายลงไปลุยงานตั้งแต่ไก่โห่ อาบน้ำเป็นอีกวิธีที่ทำให้สดชื่นขึ้น
“ไม่ค่ะ นิดจะนอน” พูดจบก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงาน ปิรันญาส่ายหัวให้กับคนที่มีอายุน้อยกว่า
คงเหนื่อยมากจริง ๆ ถึงไม่เหลือมาดนางพญาให้เห็น คนอย่างพนิดาใช่จะยอมให้ใครได้เห็นมุมนี้ของเธอง่าย ๆการประชุมที่หนักหน่วงของทีมผู้บริหารผ่านมาเกือบสองชั่วโมง แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดมาจากอะไร ระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน ธุรกิจที่มั่นคงทำไมถึงส่อเค้าว่าจะล้มลงอย่างไม่เป็นท่า เหมือนทุกอย่างถูกเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า เพราะการล้มครั้งนี้คล้ายกับโดมิโน ที่ตัวหนึ่งล้มแล้วพากันล้มไปตาม ๆ กัน
“ขอเวลาตรวจสอบเรื่องนี้สักอาทิตย์นะคะ แล้วฉันจะหาข้อสรุปมาให้พวกคุณ” เมื่อเห็นว่ายังหาข้อยุติไม่ได้ ซีอีโอสาวจึงหาทางออกให้กับทีมงาน เธอเป็นเจ้าของมีหน้าที่ต้องแก้ไข และหาข้อยุติเพื่อให้ทุกคนสบายใจ
“พวกเราเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นนะครับ แต่ก็อย่างที่คุยกัน มันเกิดขึ้นได้ยังไง และดูท่าจะล้มทั้งระบบด้วย คุณมีปัญหากับใครหรือเปล่า” คำถามของประกรทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เธอประกอบอาชีพสุจริต ทำถูกต้องทุกขั้นตอน เรื่องไปขัดขาหรือขวางทางใคร ไม่มีแน่นอน
“เรามีคู่แข่งทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น สินค้าที่ผลิตทีหลัง ทำการตลาดดีกว่าเราหลายเท่า เป็นไปได้ไหมคะว่าเรื่องนี้ก็มีส่วน” หุ้นส่วนรายหนึ่งเสนอปัญหาที่คิดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสียหายในครั้งนี้
“แต่เราก็ใช้มืออาชีพทำโฆษณานะคะ พรีเซ็นเตอร์ของเราก็แถวหน้าของวงการ เรื่องนี้ไม่น่าจะทำให้มีผลกระทบเยอะนะคะ” หุ้นส่วนที่มีความเห็นต่างแย้งขึ้น
“เอาเป็นว่าฉันจะหาสาเหตุ และข้อสรุปให้เร็วที่สุด ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา ที่ทุกคนเสนอมา ฉันจะเก็บไปคิดและพิจารณาอีกครั้ง ขอบคุณทุกคนมากค่ะ เลิกประชุม” เมื่อเห็นว่าเรื่องราวกำลังจะบานปลายไปใหญ่โต พนิดาก็เลือกที่จะปิดการประชุมเพราะไม่อยากให้มีข้อพิพาทเกิดขึ้น
“สู้ ๆ นะหนูนิด ลุงเป็นกำลังใจให้” คุณชูชาติให้กำลังใจ หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว
“ขอบคุณมากค่ะคุณลุง นิดจะแก้ไขให้ดีที่สุดค่ะ”
“หนูนิดของลุงเป็นคนเก่ง ค่อย ๆ แก้ไปที่ละขั้นนะลูก คุณพ่อสบายดีไหม ว่าง ๆ ลุงจะแวะเข้าไปหา ลุงขอตัวก่อนนะ” ชูชาติคือเพื่อนของพ่อที่ช่วยกันบุกเบิกธุรกิจในรุ่นแรก ๆ หลังจากที่พ่อของเธอวางมือ พนิดาก็เข้ามารับตำแหน่ง เพราะเป็นคนหัวสมัยใหม่และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล จึงทำให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด สร้างผลกำไรให้กับหุ้นส่วนและผู้ประกอบการมากมาย จึงได้รับความไว้วางใจจากทีมงานทุกคน
“ขอบคุณค่ะคุณลุง” ทำความเคารพผู้ใหญ่ ก่อนจะทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ เมื่อมีรายงานมาว่าสินค้าที่ส่งออกไปก่อนหน้านี้ ถูกตีกลับทั้งล็อต
ตาคมเข้มที่กำลังเพ่งมองหน้าจอหรี่ลงเล็กน้อย ยกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ เมื่อเลขาคนสนิทเข้ามารายงานว่า CCL COSMETIC กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก คู่ค้าและลูกค้าต่างเริ่มทยอยยกเลิกออร์เดอร์ นิ้วชี้ที่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะยกขึ้นมาลูบปลายคางเหลี่ยมเข้ารูป เลขาของเขาเป็นคนเก่ง เขาพูดแค่ประโยคเดียว ก็ได้ผลเกินคาด
“ดูสิว่าจะเก่งสักแค่ไหน” ฟังดูอาจจะไม่แฟร์ที่เขาใช้อำนาจมืด เล่นงานคนที่ด้อยกว่า แต่สำหรับคนอวดเก่งอย่าง พนิดา ศิริวิมล คือข้อยกเว้น
ภูริเดินเข้ามาในห้องนอน เป็นจังหวะเดียวกับที่พนิดากำลังเล่นกับลูก ตาสองคู่สบกันและมองค้างอยู่อย่างนั้น ภูริรู้ว่าเธอร้องไห้ พนิดาเองก็รู้ว่าเขาร้องไห้เช่นกัน ร่างบางทำท่าจะขยับลงจากเตียง แต่ภูริห้ามเอาไว้ “จะไปไหน ลูกกำลังสนุก” ใจจริงเขาอยากพูดประโยคอื่นกับเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง เพราะเขาเป็นคนที่ปากไม่ตรงกับใจ “ดึกแล้วคุณจะได้พักผ่อน” ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากกลับแต่ก็ต้องหักห้ามใจ ภูริยอมให้เธออยู่กับลูกตั้งหลายชั่วโมง แค่นี้ก็ดีมากแล้ว “แอ๊ะ” คนตัวเล็กส่งเสียง เมื่อพนิดาขยับตัว คล้ายจะบอกให้เธอรู้ว่ายังไม่อยากให้เธอจากไปไหน “แม่กลับก่อนนะคะ ดึกแล้วหนูจะได้พักผ่อน” คำที่เธอใช้แทนตัวเองกับลูก มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ของคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างเตียง “ขอโทษที่ฉันแทนตัวเองว่าแม่ วันหลังฉันจะใช้คำอื่น” เธอรีบตอบเมื่อหันมาเห็นใบหน้าบูดบึ้ง ของคนที่ยืนจ้องหน้าเธอเขม็ง เขาคงไม่พอใจที่เธอถือวิสาสะมาแตะต้องลูก “ผมยังไม่ได้พูดสักคำ” “ค่ะ...ฉันให้แกกินนมแล้วนะคะ” เธอรู้ว่าเขารู้ และเห็นทุกอย่างที่เธอทำกั
“กรี๊ดดด!” พนิดากรีดร้องก่อนจะทรุดลงกับพื้น โชคดีที่ภูริรับไว้ทัน ชายหนุ่มหน้าถอดสีเมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดของเธอ ช้อนร่างบางเข้าสู่วงแขน วางเธอลงบนโซฟาตัวยาวอย่างเบามือ “นิด! นิด!” มือหนาตบลงใบหน้าที่ซีดเผือดเพื่อเรียกให้เธอรู้สึกตัว “เกิดอะไรขึ้นครับ” เดชาที่เดินเข้ามาตามคำสั่งถามขึ้น เมื่อเห็นพนิดากรีดร้องจนหมดสติไป “เอารถออก! กูจะพานิดไปโรงพยาบาล นิด ได้ยินผมไหม” ภูริยังเรียกหญิงสาวไม่หยุด หัวใจเขาร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นเธอร่วงลงกับพื้น “ลดาขอดูหน่อยค่ะ บางทีเธออาจจะแค่เป็นลม” เฟื่องลดาอาสาเข้ามาดูแล ก่อนจะส่งคนในอ้อมแขนให้คนเป็นพ่อ แล้วจัดการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้คนหมดสติ ภูรินยืนดูด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ ก่อนจะหยุดเต้น เมื่อเห็นรอยเขียวคล้ำบนหลังมือของเธอ “เธอน่าจะเพิ่งออกจากโรงพยาบาลค่ะ ลดาเคยเจอเธอที่โรงพยาบาล เธอมาช่วยอุ้มคุณหนูด้วยนะคะ” เฟื่องลดารายงาน “อย่ามัวแต่พูด เร่งมือเถอะ ถ้าไม่ดีขึ้นจะได้พาไปโรงพยาบาล” คำสั่งเสียงเหี้ยมที่ได้ยิน ทำให้เฟื่องลดากลืนน้ำลายลงคอ แสดงว่าเธอคนนี้มีความสำคัญกับ
หลังจากได้รับคำแนะนำจากคุณหมอ พนิดาใช้เวลาคิดทบทวนอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจมาหาภูริ อาการซึมเศร้าหลัง คลอดที่เธอเป็นอยู่เริ่มหนักขึ้นทุกวัน แม้จะใช้ชีวิตได้เหมือนคนปรกติ แต่พักหลัง ๆ มานี้เธอมักจะรู้สึกว่าตัวเองเครียด และโทษตัวเอง ทั้งที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็มีเรื่องให้รู้สึกว่าชีวิตเริ่มไร้ค่าลงทุกวัน หมอแนะนำให้เธอแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เมื่อสาเหตุมาจากลูก ก็ต้องแก้ไขที่ตรงนั้น เอื้อตะวันและคนอื่น ๆ เห็นด้วย ให้เธอไปคุยเรื่องลูกกับภูริก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป เดือนอ้ายยังไร้เดียงสา ไม่รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น กลับไปแก้ไขตอนนี้ดีกว่าปล่อยทิ้งเอาไว้ เพราะเธอแน่ใจแล้วว่ารักและอยากดูแลลูกเช่นเดียวกับเขา ต่อให้ต้องเสียศักดิ์ศรี และถูกภูริดูถูกเหยียดหยามเธอก็ยอมร่างบางพาตัวเองมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของเขา เอื้อตะวันอาสามาเป็นเพื่อน แต่เธอก็เลือกที่จะมาคนเดียว บ้านหลังนี้เธอเคยเข้าออก และคิดว่าเดือนอ้ายน่าจะเกิดที่นี่ เพราะครั้งสุดท้ายมันเกิดในบ้านหลังนี้ มือบางกำเข้าหากัน เมื่อภาพในวันวานย้อนกลับเข้ามาในหัว การกระทำของภูริโหดร้ายที่สุด ตอนที่รู้ว่าธุรกิจล้มเธอแทบเป็นบ้า และก็ต้องบ้าจริง ๆ เมื่อ
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือ ทำให้หัวใจแกร่งกระตุก ยอมรับว่าแวบแรกที่เห็นความรู้สึกหลากหลายก็ประดังเข้ามาโกรธโมโหและเดือดดาลนำหน้ามาก่อน แต่เมื่อวางทิฐิลง ใช้สมองคิด และให้หัวใจเป็นตัวตัดสิน ทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด ไม่ว่าจะพาลูกออกงาน อัพรูปลูกลงโซเชียล ก็เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ ล่อให้คนเป็นแม่ออกมา เขาอยากให้เธอเมตตาลูกบ้าง เดือนอ้ายไม่ได้ทำอะไรผิด ลูกไม่ได้ขอมาเกิด เป็นเขาเองที่ทำให้ลูกเกิดมา พนิดาจะโกรธจะเกลียดเขาก็ไม่เป็นไร แต่อยากให้เธอสงสารลูกบ้างสักนิด ไม่ต้องยอมรับว่าเดือนอ้ายเป็นลูกก็ได้ แค่ไม่ทอดทิ้งก็พอ “ให้ทำยังไงต่อครับ ให้เดชาพาคุณหนูกลับบ้านเลยไหมครับ” คำถามของนุกูลได้การส่ายหน้าของเจ้านายเป็นคำตอบ ภูริไม่พูดอะไร ได้แต่ส่ายศีรษะไปมา ตาคู่คมมองดวงหน้าเล็ก ที่ซุกอยู่กับอกของคนเป็นแม่ ยิ้มด้วยความเอ็นดู เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กทำท่าจะเคลิ้มหลับ อกของแม่คงอุ่นมากสินะ เจ้าเดือนอ้ายถึงดูมีความสุขมากมาย เจอกันแค่ครั้งเดียว ลูกก็ทำท่าว่าจะติดแม่เสียแล้ว “ให้คุณนิดอยู่กับคุณหนูไปก่อน” เป็นนุกูลที่ตอบคำถามของเดชา เพราะเจ้านายของเขากำลังดื่มด่ำกับ
ภูริยังคงทำหน้าพ่อของเขาอย่างแข็งขัน แม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่ตั้งใจมอบให้ ลูกจะรับได้มากแค่ไหน เขาเป็นพ่อคงไม่ละเอียดอ่อนเท่าคนเป็นแม่ โชคดีที่มีพิมพ์มาดากับพสิกา ภรรยาของพุฒิพัฒิน์และภรรยาของปภังกรมาช่วยดูแล เดือนอ้ายเลี้ยงง่ายและฉลาดสมวัย ลูกเพิ่งครบสี่เดือน แต่เขาอยากให้ลูกเดินได้เร็ว ๆ มีกิจกรรมอีกมากมายรอให้เขากับลูกออกไปผจญภัย นอกจากทำงานและเลี้ยงลูก อีกกิจกรรมที่ภูริทำไปด้วยนั่นก็คือ ถ่ายรูปและคลิปวีดีโอลูกลงโลกโซเซียล นอกจากดูพัฒนาการของลูก และเก็บความทรงจำเหล่านี้ไว้ให้เดือนอ้ายดูตอนโต ลูกสาวของเขายังมีแฟนคลับอีกมากมาย สาวแก่แม่หม้ายพากันตกหลุมรัก ถ้าไม่ได้ลงรูปวันไหน แม่ยกก็จะส่งข้อความมาทวง เขากับลูกสาวกลายเป็นคนดังในโลกโซเชียลไปแล้ว นอกจากความน่ารักของลูก ความหล่อของพ่อก็มีส่วน เพราะมีสาว ๆ หลายคนอาสามาดูแลลูกสาวของเขา มือหนาลูบลงบนแผ่นหลังคนตัวเล็ก ห่มผ้าให้ลูกน้อย จูบลงที่หน้าผากเล็ก เดือนอ้ายหลับแล้ว หลังจากนี้ชีวิตก็วนกลับมาอยู่ที่เดิม หน้าจอมือถือเครื่องบาง ถูกปัดอย่างไร้จุดหมาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แต่พยายามห้ามความรู้สึกเอาไว้ คนเลวอย่างเขาก็สมควรแล้วที่
ภูริพาลูกสาวตัวน้อยและพี่เลี้ยง แวะห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน เพื่อเดินเล่นและซื้อของใช้ที่ขาดเหลือ บรรดาลูกน้องและบอดี้การ์ดแถวยาวของเขา กลายมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เดชาทำหน้าที่ดันรถเข็น ในขณะที่คนอื่น ๆ ตามดูแลความปลอดภัยให้เจ้านายไม่ห่าง ตั้งแต่มีคุณหนู ภูริไม่ต่างอะไรกับคนที่ถูกถอดเขี้ยวเล็บ เขากลายเป็นคนใจเย็น อบอุ่น อ่อนโยน จนคนรอบกายพากันขนหัวลุก เพราะตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงของเจ้านายไม่ทัน มีผู้หญิงมากหน้าหลายตาต่อแถวรอให้ภูริเลือกมาทำหน้าที่แม่ของลูก แต่ชายหนุ่มไม่สนใจใคร ทำงาน เลี้ยงลูกและคิดถึงแม่ของลูกทุกวัน ใครจะรู้ว่า พนิดา ศิริวิมล นักธุรกิจสาวที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต คือแม่ของลูกสาวเขา เวลาผ่านมานานแล้ว แต่ทำไมเขาถึงยังลืมเธอไม่ได้สักที ภูริอุ้มลูกสาวขึ้นมาแนบอก พาคนตัวเล็กเดินเล่นดูนี่นั่นไปทั่ว ภาพผู้ชายตัวสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลา อุ้มลูกตัวน้อยในชุดกระโปรงสีชมพูน่ารัก เป็นที่สะดุดตาของคนที่พบเห็น บางคนยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ภูริไม่ว่าอะไรชายหนุ่มจะหันมาส่งยิ้มให้ทุกครั้ง ตอนที่รู้ตัวว่ามีคนถ่ายรูปเขากับลูกสาว “ให้ผมบอกคนพวกนั้นไหมครับ” เดชาถามเมื่อเจ้า







