LOGINไอลดา ยี่หวา และแม่ครูจิตตราเดินทางมาที่โรงพยาบาล และเมื่อได้คิวตรวจสองสาวก็ได้แต่นั่งลุ้นผลการตรวจเพราะไม่อยากให้แม่ครูเป็นอะไร
“เชิญญาติคนไข้ที่ห้องตรวจได้เลยนะคะ” เสียงของนางพยาบาลออกมาบอกสองสาวเพื่อไปฟังผลการตรวจด้วยหัวใจตุ๊มๆ ต่อมๆ
“แม่ครูโอเคไหมคะ” ไอลดาเดินไปหาแม่ครูที่นั่งบนเตียงตรวจไข้อย่างเป็นห่วง
“ญาติของคุณจิตตราใช่ไหมครับ”
ใบหน้าหล่อเหลาของ ‘ภัทรพล’ หรือ ‘หมอภัทร’ เดินเข้ามาในห้องตรวจไข้อีกครั้งเมื่อต้องมาชี้แจงเกี่ยวกับอาการคนไข้ให้ญาติฟัง แต่สิ่งที่ทำให้ใบหน้าเกลี้ยงเกลาของคุณหมอต้องนิ่งไปก็คือใบหน้าหวานละมุนของผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำให้อดใจเต้นแรงไม่ได้ เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงสวยจัด แต่เป็นผู้หญิงที่น่ารักน่ามอง จนอยากทำความรู้จักมากขึ้น แต่ด้วยหน้าที่ตอนนี้ที่ไม่สามารถสานสัมพันธ์ได้
“ไม่ทราบว่าเป็นญาติคนไข้ทั้งสองคนเลยใช่ไหมครับ” ภัทรพลกล่าวถามอย่างสุภาพ เพราะเข้าใจว่าทั้งคู่น่าจะเป็นหลานสาวของคนไข้ แต่ใบหน้าของสองสาวไม่ได้มีความคล้ายคลึงกันเลยจนเขาแปลกใจ
“ค่ะคุณหมอ...แล้วจะมองเพื่อนฉันอีกนานไหมคะ” เสียงแว้ดของผู้หญิงร่างสูงโปร่งอีกคนเอ่ยถามพร้อมมองใบหน้าหล่อสำอางของคุณหมอเจ้าของไข้อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ เหมือนจะรู้ว่าเขาเอาแต่จ้องผู้หญิงข้างกายของหล่อน ด้วยความที่ยี่หวามักจะปกป้องเพื่อนจากหนุ่มๆ เพราะกลัวว่าไอลดาจะโดนหลอก
“เอ่อ...ครับ...ถ้าอย่างนั้นเชิญนั่งนะครับ” หมอภัทรพลหน้าเจื่อนเล็กน้อยเมื่อโดนผู้หญิงร่างสูงโปร่งจ้องมองเหมือนจับผิด ต่างจากอีกคนที่เอาแต่มองหญิงวัยกลางคนอย่างเดียวไม่สนใจสิ่งใด
“ค่ะ...คุณหมอรีบบอกมาเถอะค่ะว่าแม่ครูของฉันเป็นอะไร หมอจะทำให้ลุ้นทำไมคะเนี่ย”
“ใจเย็นๆ สิยี่หวา” มือน้อยของไอลดาแตะหลังมือของเพื่อนที่เหมือนจะทำท่าหาเรื่องคุณหมอที่ดูจะใจดี สายตาแสนอ่อนโยนที่มองมาทำให้เธอค่อยเบาใจ
“ไม่เป็นไรหรอกครับ งั้นเดี๋ยวเรามาคุยกันเรื่องอาการของคนไข้กันดีกว่านะครับ” ว่าจบคุณหมอหนุ่มก็เปิดจอแล้วหมุนมาทางสองสาว “จากการทำ CT Scan นะครับพบว่าตอนนี้คนไข้มีเนื้องอกในสมองครับ แต่ทางโรงพยาบาลอาจจะต้องตรวจเช็กอีกทีว่าเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้าย ถ้าเป็นแบบเนื้อดีอาจจะไม่อันตรายมาก แต่ถ้าเป็นแบบเนื้อร้ายอาจจะส่งผลถึงเซลล์มะเร็งที่จะโตขึ้นในอนาคตนะครับ”
สิ้นเสียงของคุณหมอเจ้าของไข้ทำเอาไอลดาถึงกับยกมือปิดปากของตัวเองแล้วร้องไห้ออกมา เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าแม่ครูจะโชคร้ายขนาดนี้
“ไม่เป็นอะไรหรอกไอ แม่ครูไม่เป็นอะไรหรอก” เสียงของแม่ครูร้องบอกเมื่อเห็นใบหน้าหวานของไอลดาซีดเผือดเมื่อฟังคำของหมอเจ้าของไข้จบ
“แม่ครูขา...ทำไมถึงได้โชคร้ายอย่างนี้คะ” ไอลดาเดินไปกอดแม่ครูที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยความเศร้าใจ
“แล้วแม่ครูของพวกฉันจะมีโอกาสหายไหมคะ” เสียงของยี่หวาเอ่ยถามคุณหมอก่อน
“มีครับ ถ้าคนไข้ได้รับการผ่าตัดโอกาสที่จะหายเป็นปกติค่อนข้างสูง”
“แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายล่ะคะ” ไอลดาถามเรื่องสำคัญออกมา
“ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดค่อนข้างสูงครับ แต่สามารถสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายอีกครั้งที่ประชาสัมพันธ์”
เมื่อนึกถึงค่ารักษามันก็ทำให้ใบหน้าหวานของไอลดาเจื่อนลงไปเล็กน้อย เพราะเรื่องของเงินมันคือเรื่องใหญ่สำหรับเธอและแม่ครูมากๆ
“แล้วถ้าดิฉันไม่รักษาจะได้ไหมคะ” แม่ครูโพล่งถามขึ้นมาจนสองสาวเงยหน้ามองด้วยความไม่เข้าใจ เพราะนั่นเท่ากับว่าโอกาสที่จะหายแทบไม่มีเลย
“แม่ครู!! / แม่ครู!!”
“แม่คงไม่มีเงินรักษาขนาดนั้นหรอกลูก ไหนจะค่าดูแลน้องๆ อีก แม่ว่าเก็บเงินไว้สร้างโอกาสให้กับเด็กๆ ดีกว่า” แม่ครูจิตตราบอกด้วยเสียงอ่อนแรง เพราะนางคิดว่าตัวเองก็แก่มากแล้ว ถ้ารักษาไปโอกาสหายมันก็มีแต่ต้องใช้เวลา
“แม่ครูไม่ต้องห่วงนะคะ ไอจะหาเงินมารักษาแม่ครูเองนะคะ” ไอลดาคิดว่าจะต้องหาเงินให้มากที่สุดเพื่อมารักษาคนที่รักไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
ภัทรพลมองสาวร่างเล็กอย่างชื่นชม ซึ่งจากที่ฟังพอทราบว่าแม่ครูจิตตราน่าจะเป็นผู้ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และไอลดากับผู้หญิงหน้าเฉี่ยวคนนี้คงเป็นคนที่แม่ครูดูแล
“หนูจะเอาเงินมาจากไหนลูก...”
“นั่นสิไอ”
“หนูมีรุ่นพี่ที่รู้จักอยู่ค่ะ พอดีเขาเสนองานหนึ่งมาให้ แต่หนูยังไม่ได้ตอบตกลง อาจจะคิดดูอีกทีก่อน”
“งานอะไรเหรอลูก”
“งานบริการทั่วไปค่ะแม่ครู แต่สามารถเบิกเงินล่วงหน้าได้ ไอคิดว่าจะตอบตกลงพี่เขาไป” สีหน้าที่มีพิรุธของไอลดาทำให้ยี่หวาหรี่ตามองอย่างสงสัย และอยากจะรู้ว่างานที่เพื่อนว่านั้นคืออะไรกันแน่ แต่จะถามตรงนี้ไอลดาก็คงไม่บอกอยู่ดี ไว้อยู่ส่วนตัวก่อนแล้วกัน
เมื่อล้างจานเสร็จเรียบร้อย วารินดาก็เดินออกมา และก็เจอวินเทอร์ที่นั่งอยู่ตรงโซฟา ซึ่งเธอไม่ได้สนใจเขาจึงเดินจ้ำอ้าวเพื่อขึ้นไปยังชั้นสอง แต่เสียงทุ้มกลับเรียกเธอเอาไว้ก่อน “จะไปไหน” “จะขึ้นห้องแล้ว” “ขึ้นไปทำไม” วินเทอร์ถามอย่างไม่เข้าใจว่าบนห้องมันมีอะไรทำไมเธอถึงอยากขึ้นไปนัก อีกทั้งสีหน้าที่บึ้งตึงของวารินดาทำให้เขาแปลกใจ “ง่วงค่ะ อยากไปนอน” เธอตอบสั้น ๆ ห้วน ๆ จากนั้นก็หันหลังกลับแล้วจะเดินต่อไป “มาตรงนี้ ไม่ต้องขึ้น” “อะไรคะ” “เดินมาหาฉันตรงนี้วารินดา” วินเทอร์บอกอย่างออกคำสั่ง เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังทำเมินเขาอยู่ “มีอะไรจะคุยเหรอคะ คุยมาเลยก็ได้” เธอบอกด้วยเสียงกระแทกกระทั้น และยิ่งคำพูดของชลธิชาเมื่อครู่มันทำให้เธอเริ่มคิดอะไรบางอย่างได้ “อย่ามาขัดคำสั่งฉัน ฉันบอกให้เดินมาตรงนี้!!” เมื่อเห็นว่าเธอกำลังทำหน้ามุ่ยใส่ วินเทอร์รู้สึกไม่ชอบใจ เพราะว่าเธอกำลังทำเหมือนเมินเขาอยู่ วารินดามองใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็จำยอมเดินมาหาเขาที่โซฟา แต่ยังไม่ทัน
“เป็นอะไรหรือเปล่าหน้าซีด ๆ นะ” ชลธิชาแสร้งทำเป็นห่วงใยเพื่อน ทั้ง ๆ ที่ในใจกำลังรู้สึกสะใจที่ทำให้วารินดารู้สึกแย่ได้ และหลังจากนี้เธอจะเดินหน้าเต็มที่ ความทรงจำของวินเทอร์และวารินดาไม่ค่อยดี และเธอคิดว่าถ้าทำให้ทั้งสองแตกกันอีกครั้ง ถึงตอนนั้นจะได้เข้าไปแทรกกลางได้อย่างเป็นผู้ชนะ “เปล่า...กินข้าวเถอะ” มือน้อย ๆ ยกช้อนตักข้าวต้มเข้าปาก แต่เธอก็ปรายตามองวินเทอร์ที่เอาแต่ชมอาหารที่ชลธิชาทำอย่างไม่ขาดปาก “อร่อยจริง ๆ ฉันไม่เคยกินข้าวต้มที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย” “จริงเหรอคะ...ชลดีใจจังที่คุณชอบ” “งั้นทำให้กินทุกวันได้ไหม” คำพูดที่เต็มไปด้วยเสียงที่ทุ้มนุ่มของวินเทอร์ ทำเอาวารินดาที่ฟังอยู่รู้สึกเจ็บจุกที่อก นอกจากตอนอยู่บนเตียง ชายหนุ่มก็แทบไม่เคยพูดหวาน ๆ กับเธอแบบนี้สักครั้งเดียว “ได้สิคะ” ชลธิชามองชายหนุ่มด้วยดวงตาสุกสกาว เพราะใครจะคิดว่าคนอย่างวินเทอร์อยากจะกินอาหารฝีมือของเธอทุกวัน วารินดาที่ฟังอยู่ได้แต่นั่งนิ่ง เพราะไม่อยากจะพูดอะไรออกไปขัดบทสนทนาของทั้งสองคน อีกทั้งเธอไม่ต้องการให้เขามองว่าเธอกำลังรู้สึกอย
เขาบอกแค่นั้นก็จัดการดูดลงไปที่รอบอกอิ่มจนเกิดรอยสีกุหลาบเต็มไปหมด เขาชอบให้ร่างกายของเธอมีแต่รอยที่เกิดจากเขาแต่เพียงผู้เดียว“เสียว...”“อยากแตกหรือยัง”ดวงตาคู่สวยปรือมองใบหน้าหล่อเหลาที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ เขาหล่อมากจริง ๆ จมูกโด่งสัน รับกับปากอวบอิ่ม และสันกรามที่ส่งเสริมให้เขาดูแข็งแกร่งและดุดันมากกว่าเดิม และสายตาของเธอเห็นรอยแผลเล็ก ๆ ข้างแก้มที่เธอเคยสร้างเอาไว้ก่อนหน้านี้“อื้อ...”“พี่ก็อยากแตกแล้ว...” ชายหนุ่มบอกแค่นั้นก็กระหน่ำรัวบทรักถี่ยิบในร่างกายสาว จนวารินดาถึงกับตาลอยด้วยความสุขสมที่เขามอบให้ ร่างบอบบางเกร็งไปหมด เมื่อไปถึงฝั่งฝันโดยมีเขาเป็นผู้นำทาง“กรี๊ด!!”เสียงกรีดร้องของวารินดาทำให้ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะตอกอัดความแข็งร้อนเข้าไปอย่างรุนแรง เพราะเขาอยากจะปลดปล่อยความต้องการที่มันอัดแน่นมาตลอดสองอาทิตย์ในร่างกายของเธอเสียที“อ๊าก...” วินเทอร์ร้องคำรามอย่างรุนแรง แล้วเขาก็กระแทกจังหวะสุดท้ายในร่างกายของวารินดาอย่างรุนแรง จากนั้นก็ปลดปล่อยน้ำเชื้อสีขาวขุ่น ในร่องรักจนเธออุ่นวาบไปทั่วช่องท้องร่างใหญ่ทรุดกายทาบทับที่ร่างเล็ก พร้อมกับหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า แต่ถึงกระน
“จะให้แก้จริง ๆ ไหมล่ะ” “อย่ามาประชดฉัน! คืนนี้ฉันจะลงโทษที่เธอใส่ชุดแบบนี้ออกจากบ้าน” วินเทอร์ไม่พูดเปล่า เขาทำการรั้งกางเกงขายาวของวารินดาออกอย่างรวดเร็ว จนท่อนล่างของเธอเปล่าเปลือยไร้อาภรณ์อะไรมาปกปิด “อ๊ะ” “ตรงนี้ของเธอคิดถึงฉันไหม” มือหนาลูบไล้ที่โหนกนูนเด่นของวารินดาเบา ๆ จนเธอขนลุกซู่ทันที ความปรารถนาตลอดสองอาทิตย์มันเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดพวกเขาทั้งสองคนเข้าหากัน “วาริน” วารินดามองชายที่อยู่เหนือร่างของเธอกำลังลูบไล้ร่างกายสาว จนเธอหอบหายใจแรงด้วยความตื่นเต้น สัมผัสที่ไม่ได้รุนแรง แต่มันเต็มไปด้วยการเล้าโลมจนเธอรู้สึกเพลิดเพลินไปกับสัมผัสของเขา “พี่วิน” นัยน์ตาคู่สวยมองใบหน้าคมคายที่กำลังจ้องมองร่างกายของเธออย่างหิวกระหาย เธอชอบที่เขาไม่ได้เอาอารมณ์เกรี้ยวกราดมาลงกับเธอเหมือนทุกครั้ง “คิดถึงวารินจัง...คิดถึงมากด้วย” ชายหนุ่มโน้มร่างกายลงมา แล้วซุกไซ้ใบหน้าหล่อคมคายกับซอกคอหอมกรุ่นของคนตัวเล็ก ไม่อยากจะเชื่อว่าความปรารถนาในตัวของเธอมันจะมีมากขนาดนี้ เขาแทบไม่อยากจะห่างกายไปไหนเลย
“จะไปหรือยังวาริน ฉันง่วงแล้ว” ชายหนุ่มบอกด้วยความเบื่อหน่าย ใจจริงเขาไม่ได้อยากให้ชลธิชาอยู่ที่นี่เลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะวารินดาขอเอาไว้ อย่าหวังเลยว่าเขาจะยอมให้คนอื่นมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ “ค่ะ...ฉันไปก่อน มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้เช้า” สาวร่างเล็กบอกเพื่อน ก่อนจะถูกมือหนาของวินเทอร์จับข้อมือแล้วพาเดินออกจากบริเวณนี้ เมื่อลับร่างของทั้งสองคนดวงตาที่เศร้าหมองของชลธิชาก็เปลี่ยนเป็นแข็งกระด้าง ก่อนที่เธอจะทำการขบกรามของตัวเองแน่นด้วยความเจ็บใจ เธอไม่อยากจะเชื่อว่าวินเทอร์กับวารินดาจะกลับมาพบกันอีกครั้ง และดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดีขึ้นกว่าตอนนั้น “ทำไมฉันต้องแพ้แกทุกเรื่องวาริน!” ดวงตาของชลธิชาเป็นประกายด้วยความแค้นและความอิจฉา เธอไม่คิดว่าวารินดาจะได้กลับมาอยู่กับวินเทอร์อีกครั้ง ผู้ชายที่เธอเคยแอบมอง แอบชอบมาตลอด แต่เขากลับไม่เคยชายตาแลเธอเลย เพราะคนที่เขารักคือวารินดา ร่างเล็กเดินเข้าไปในห้องพักที่ถึงแม้จะดูดีมากแค่ไหน แต่มันเทียบกับห้องนอนข้างบนที่วารินดาและวินเทอร์อยู่ร่วมกันไม่ได้ ทำไมคนนั้นถึงไม่เป็นเธอ ทำไมต้องเป็นวารินดาท
“ชล...” วารินดามองเพื่อนด้วยความสงสาร แม้เธอจะเป็นสายลับ แต่ลึก ๆ แล้ววารินดาเป็นคนขี้ใจอ่อน ยิ่งกับเพื่อนและคนสนิทด้วยแล้วเธอจะยิ่งเห็นใจ เพราะพื้นฐานของหญิงสาว ไม่ได้ต้องการทำอาชีพนี้ตั้งแต่แรก แต่เพราะพ่อขอเอาไว้ เธอเลยเลี่ยงไม่ได้ “ส่วนเพื่อนที่ไปด้วยกันโดนฆ่าตายเกือบหมด มีฉันคนเดียวที่รอด” มือที่จับช้อนของชลธิชาเริ่มสั่น ทำเอาวารินดามองอย่างสงสาร เพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะต้องเจออะไรที่มันเลวร้ายขนาดนี้ “แต่ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วนะ อีกไม่นานเธอจะได้กลับบ้านแล้ว” “ฉันยังไม่กลับได้ไหม” อยู่ ๆ ชลธิชาก็พูดบางอย่างออกมา จนวารินดาได้แต่ขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าเหตุใดเพื่อนถึงไม่อยากกลับบ้าน เพราะขนาดเธอยังอยากกลับบ้านเลย “เธอหมายความว่ายังไง” “ฉันขอหลบที่นี่ก่อนได้ไหม ฉันกลัวว่าพวกมันจะรู้ว่าฉันรอดมาได้ พวกมันจะตามฆ่าฉัน...” ชลธิชาบอกด้วยเสียงสั่นเครือ แล้วมองหน้าเพื่อนรัก วินเทอร์ที่กินข้าวอยู่เงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนสนิทของวารินดา แล้วเขาก็พูดบางอย่างออกมาจนชลธิชาหันไปมองด้วยสายตาสั่นระริก “งั้นเธอก็บอกมาสิว่าพวก







