LOGIN“คุณ” ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหูเล็ก ก็ชายหนุ่มเล่นพูดออกมาหน้าไม่อาย แต่เธอเขินอายไปหมดแล้ว
“ทำไม...รับไม่ได้เหรอ ฉันว่าร่างกายของเธอชอบร่างกายฉันจะตาย อย่าขัดใจให้ฉันหงุดหงิดเลยไอลดาอะไรที่ฉันสั่งเธอก็ต้องทำตามอย่าขัด” เสียงเข้มบอกอย่างดุกร้าว ในน้ำเสียงเจือปนไปด้วยความไม่พอใจ ไอลดาเหมือนจะเป็นคนที่เรียบร้อยแต่แท้จริงแล้วหญิงสาวกล้าที่จะพูดบางอย่างออกมาถ้ามันไม่เป็นผลดีต่อตัวของเธอเอง
“ค่ะ...ไอรู้ดีว่าตอนนี้ไอก็แค่นางบำเรอของคุณ ถ้าอย่างนั้นคุณอยากจะทำอะไรกับร่างกายของไอก็เชิญเถอะค่ะ แต่ไอจะนับวันรอที่จะไปจากที่นี่” ไอลดาบอกด้วยเสียงเศร้าและพยายามปลงกับการกระทำของชายหนุ่ม เธอรู้ว่าเขาเซ็กซ์จัดแต่มันไม่ควรจะขนาดนี้ แบบนี้กว่าจะหลุดพ้นจากเขาร่างกายเธอคงช้ำก่อนแน่นอน
“อย่ามาประชดฉันแบบนี้ไอลดา” มือหนากระชากเรียวแขนของไอลดาขึ้นมาพร้อมกับกัดฟันกรอดอย่างไม่พอใจ ไอลดาเป็นผู้หญิงดื้อเงียบจนอดทำรุนแรงกับเธอไม่ได้จริงๆ
“ไอเปล่าค่ะ ก็ไอจะทำตามที่คุณบอกทุกอย่างไงคะ จะเอาอะไรอีก” ใบหน้าหวานนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดเมื่อแรงกดที่ต้นแขนเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น และก็รับรู้ว่าต้นแขนเล็กมันแดงและเป็นรอยอย่างแน่นอน
“เหอะ...เธอจำใส่สมองของตัวเองเอาไว้ให้ดีนะไอลดา เธอมันก็แค่นางบำเรอไม่ใช่เมียไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรกับฉัน ไม่ว่าฉันจะสั่งให้เธอทำอะไรเธอก็ต้องทำ และอย่ามาท้าทายอำนาจของฉันให้มากเพราะถ้าเธอรู้จักฉันดีเธอจะไม่ทำตัวงี่เง่าเหมือนเมื่อกี้”
กรามแกร่งขบเข้าหากันอย่างรุนแรงจนเส้นเลือดที่สันกรามปูดโปนน่ากลัว รังสีอำมหิตมันมีรอบตัวของชายหนุ่มเต็มไปหมด
“ค่ะ”
“ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว ฉันจะพาไปกินข้าว และช่วยอาบน้ำให้มันเร็วๆ ด้วยเพราะฉันไม่เคยรอใครนานๆ จำเอาไว้ไอลดา!!” ว่าจบมือหนาก็ปล่อยออกจากแขนเล็กพร้อมกับผลักเธอล้มหงายตัวลงบนที่นอนอย่างแรง
ไอลดารู้สึกตัวเองเจ็บช้ำเหลือเกิน เจ็บเกินกว่าที่ใครจะรับรู้ ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ชายแก่ตัณหากลับ แต่คนพวกนั้นคงไม่ได้มีแต่คำที่เหมือนด่าตลอดเวลาอย่างที่เขาทำ
“ค่ะ”
เสียงหวานตอบกลับแค่อย่างนั้นเพราะไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยอะไรอีกแล้ว พูดอะไรไปก็ผิดหมดและพอพูดไม่เข้าหูเขาก็จะแสดงท่าทีที่ไม่พอใจทุกครั้งจนเธอขี้เกียจจะพูดแล้ว
“นี่เธอประชดฉันอย่างนั้นเหรอไอลดา” วิคเตอร์มองสาวร่างเล็กที่กำลังก้าวเท้าลงจากเตียงอย่างเดือดดาลเมื่อคนตัวเล็กไม่ตอบอะไร เอาแต่ก้มหน้าเดินไป ส่วนคนที่ไม่เคยโดนใครเมินมาก่อนอย่างวิคเตอร์ถึงกับไม่พอใจจนต้องเดินไปกระชากเรียวแขนเล็กของไอลดาอีกครั้ง
“โอ๊ย...ฉันเจ็บนะคะ” สีหน้าเหยเกไม่ได้ทำให้วิคเตอร์สงสารเลยแม้แต่น้อย
“เจ็บสิดี เธออย่ามาทำตัวประชดประชันฉัน ฉันไม่ชอบ!” เสียงเข้มตวาดใส่คนตัวเล็กอย่างเหลืออด
“ก็ไม่ต้องมาใส่ใจไอสิคะ ถ้าคุณไม่ใส่ใจคุณก็จะไม่มาหงุดหงิดไอแบบนี้” ไอลดาบอกด้วยเสียงเย็นชา เพราะเธอไม่อยากให้ชายหนุ่มมาด่าสาดเสียเทเสียใส่อีกแล้ว
“ไอลดา!!”
“กรุณาปล่อยมือไอด้วยค่ะ ไอจะไปอาบน้ำ” ไอลดามองมือที่จับแขนเล็กไว้แล้วจึงปรายตามองเขาอีกครั้ง
“เหอะ...อยากจะทำอะไรก็เชิญ ฮึ่ย!!”
ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตมีไอลดาเนี่ยแหละที่ทำท่าทางประชดประชันเก่งเสียเหลือเกิน สรุปมาหานางบำเรอหรือมาหาเมียกันแน่ถึงได้บ่นเก่งจริงๆ
“อะไรวะเนี่ย”
วิคเตอร์คิดดังนั้นก็เดินออกไปรอที่โซฟาด้านนอกแทน เพราะถ้ายังอยู่ตรงนี้คงได้เข้าไปจับคนตัวเล็กปล้ำอีกรอบ เพราะการที่เห็นร่างกายสาวเมื่อครู่มันก็ทำให้เขาเกิดอารมณ์อีกครั้ง แต่ก็พอรู้ว่าร่างกายสาวมันบอบช้ำตลอดทั้งคืน มันไม่ใช่ความสงสารเพียงแต่ไม่อยากให้หล่อนเป็นอะไรไปก่อนที่เขาจะใช้งานให้คุ้มค่ากับเงินสี่ล้านที่เสียไป
ไอลดาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่ไม่ต้องกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของชายหนุ่มอีกครั้ง แต่เมื่อมานึกถึงเรื่องราวเมื่อคืนนี้ใบหน้าหวานก็แดงซ่านอีกครั้งเพราะบทรักที่แสนรุนแรงมันทำให้ร่างกายบอบบางร้อนวูบวาบไม่เป็นตัวเองเลย
“คนบ้า”
หญิงสาวจ้องมองร่างกายเปล่าเปลือยที่ยืนอยู่หน้ากระจกและได้แต่คิดว่าตัวเองได้สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดของตัวเองให้กับผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายไปแล้วเหรอ มันเหมือนความฝัน ฝันที่ไม่อยากจะเชื่อ เมื่อก่อนเธอเคยตั้งใจว่าจะมอบความสาวของตัวเองให้กับเจ้าชายในฝันในวันแต่งงาน แต่ตอนนี้มันคงไม่มีวันนั้นแล้ว เพราะเธอกลายเป็นเด็กเสี่ยหรือนางบำเรอสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ถึงกระนั้นตอนนี้ก็คิดว่าไม่ควรเสียใจกับเรื่องอะไรแบบนี้ เพราะอย่างน้อยเธอก็สามารถหาเงินมาช่วยรักษาแม่ครูได้แล้ว
“เธอไม่ควรเสียใจไอ เธอทำเพื่อแม่ครูและน้องๆ อีกไม่นานเธอจะเป็นอิสระแล้ว” ไอลดาบอกกับตัวเองเพราะจำสิ่งที่วิคเตอร์บอกได้ว่าอีกไม่นานเขาจะปล่อยเธอไป เธอจะได้เป็นอิสระไม่ต้องใช้ชีวิตที่แสนน่าอายแบบนี้
เมื่อล้างจานเสร็จเรียบร้อย วารินดาก็เดินออกมา และก็เจอวินเทอร์ที่นั่งอยู่ตรงโซฟา ซึ่งเธอไม่ได้สนใจเขาจึงเดินจ้ำอ้าวเพื่อขึ้นไปยังชั้นสอง แต่เสียงทุ้มกลับเรียกเธอเอาไว้ก่อน “จะไปไหน” “จะขึ้นห้องแล้ว” “ขึ้นไปทำไม” วินเทอร์ถามอย่างไม่เข้าใจว่าบนห้องมันมีอะไรทำไมเธอถึงอยากขึ้นไปนัก อีกทั้งสีหน้าที่บึ้งตึงของวารินดาทำให้เขาแปลกใจ “ง่วงค่ะ อยากไปนอน” เธอตอบสั้น ๆ ห้วน ๆ จากนั้นก็หันหลังกลับแล้วจะเดินต่อไป “มาตรงนี้ ไม่ต้องขึ้น” “อะไรคะ” “เดินมาหาฉันตรงนี้วารินดา” วินเทอร์บอกอย่างออกคำสั่ง เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังทำเมินเขาอยู่ “มีอะไรจะคุยเหรอคะ คุยมาเลยก็ได้” เธอบอกด้วยเสียงกระแทกกระทั้น และยิ่งคำพูดของชลธิชาเมื่อครู่มันทำให้เธอเริ่มคิดอะไรบางอย่างได้ “อย่ามาขัดคำสั่งฉัน ฉันบอกให้เดินมาตรงนี้!!” เมื่อเห็นว่าเธอกำลังทำหน้ามุ่ยใส่ วินเทอร์รู้สึกไม่ชอบใจ เพราะว่าเธอกำลังทำเหมือนเมินเขาอยู่ วารินดามองใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็จำยอมเดินมาหาเขาที่โซฟา แต่ยังไม่ทัน
“เป็นอะไรหรือเปล่าหน้าซีด ๆ นะ” ชลธิชาแสร้งทำเป็นห่วงใยเพื่อน ทั้ง ๆ ที่ในใจกำลังรู้สึกสะใจที่ทำให้วารินดารู้สึกแย่ได้ และหลังจากนี้เธอจะเดินหน้าเต็มที่ ความทรงจำของวินเทอร์และวารินดาไม่ค่อยดี และเธอคิดว่าถ้าทำให้ทั้งสองแตกกันอีกครั้ง ถึงตอนนั้นจะได้เข้าไปแทรกกลางได้อย่างเป็นผู้ชนะ “เปล่า...กินข้าวเถอะ” มือน้อย ๆ ยกช้อนตักข้าวต้มเข้าปาก แต่เธอก็ปรายตามองวินเทอร์ที่เอาแต่ชมอาหารที่ชลธิชาทำอย่างไม่ขาดปาก “อร่อยจริง ๆ ฉันไม่เคยกินข้าวต้มที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย” “จริงเหรอคะ...ชลดีใจจังที่คุณชอบ” “งั้นทำให้กินทุกวันได้ไหม” คำพูดที่เต็มไปด้วยเสียงที่ทุ้มนุ่มของวินเทอร์ ทำเอาวารินดาที่ฟังอยู่รู้สึกเจ็บจุกที่อก นอกจากตอนอยู่บนเตียง ชายหนุ่มก็แทบไม่เคยพูดหวาน ๆ กับเธอแบบนี้สักครั้งเดียว “ได้สิคะ” ชลธิชามองชายหนุ่มด้วยดวงตาสุกสกาว เพราะใครจะคิดว่าคนอย่างวินเทอร์อยากจะกินอาหารฝีมือของเธอทุกวัน วารินดาที่ฟังอยู่ได้แต่นั่งนิ่ง เพราะไม่อยากจะพูดอะไรออกไปขัดบทสนทนาของทั้งสองคน อีกทั้งเธอไม่ต้องการให้เขามองว่าเธอกำลังรู้สึกอย
เขาบอกแค่นั้นก็จัดการดูดลงไปที่รอบอกอิ่มจนเกิดรอยสีกุหลาบเต็มไปหมด เขาชอบให้ร่างกายของเธอมีแต่รอยที่เกิดจากเขาแต่เพียงผู้เดียว“เสียว...”“อยากแตกหรือยัง”ดวงตาคู่สวยปรือมองใบหน้าหล่อเหลาที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ เขาหล่อมากจริง ๆ จมูกโด่งสัน รับกับปากอวบอิ่ม และสันกรามที่ส่งเสริมให้เขาดูแข็งแกร่งและดุดันมากกว่าเดิม และสายตาของเธอเห็นรอยแผลเล็ก ๆ ข้างแก้มที่เธอเคยสร้างเอาไว้ก่อนหน้านี้“อื้อ...”“พี่ก็อยากแตกแล้ว...” ชายหนุ่มบอกแค่นั้นก็กระหน่ำรัวบทรักถี่ยิบในร่างกายสาว จนวารินดาถึงกับตาลอยด้วยความสุขสมที่เขามอบให้ ร่างบอบบางเกร็งไปหมด เมื่อไปถึงฝั่งฝันโดยมีเขาเป็นผู้นำทาง“กรี๊ด!!”เสียงกรีดร้องของวารินดาทำให้ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะตอกอัดความแข็งร้อนเข้าไปอย่างรุนแรง เพราะเขาอยากจะปลดปล่อยความต้องการที่มันอัดแน่นมาตลอดสองอาทิตย์ในร่างกายของเธอเสียที“อ๊าก...” วินเทอร์ร้องคำรามอย่างรุนแรง แล้วเขาก็กระแทกจังหวะสุดท้ายในร่างกายของวารินดาอย่างรุนแรง จากนั้นก็ปลดปล่อยน้ำเชื้อสีขาวขุ่น ในร่องรักจนเธออุ่นวาบไปทั่วช่องท้องร่างใหญ่ทรุดกายทาบทับที่ร่างเล็ก พร้อมกับหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า แต่ถึงกระน
“จะให้แก้จริง ๆ ไหมล่ะ” “อย่ามาประชดฉัน! คืนนี้ฉันจะลงโทษที่เธอใส่ชุดแบบนี้ออกจากบ้าน” วินเทอร์ไม่พูดเปล่า เขาทำการรั้งกางเกงขายาวของวารินดาออกอย่างรวดเร็ว จนท่อนล่างของเธอเปล่าเปลือยไร้อาภรณ์อะไรมาปกปิด “อ๊ะ” “ตรงนี้ของเธอคิดถึงฉันไหม” มือหนาลูบไล้ที่โหนกนูนเด่นของวารินดาเบา ๆ จนเธอขนลุกซู่ทันที ความปรารถนาตลอดสองอาทิตย์มันเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดพวกเขาทั้งสองคนเข้าหากัน “วาริน” วารินดามองชายที่อยู่เหนือร่างของเธอกำลังลูบไล้ร่างกายสาว จนเธอหอบหายใจแรงด้วยความตื่นเต้น สัมผัสที่ไม่ได้รุนแรง แต่มันเต็มไปด้วยการเล้าโลมจนเธอรู้สึกเพลิดเพลินไปกับสัมผัสของเขา “พี่วิน” นัยน์ตาคู่สวยมองใบหน้าคมคายที่กำลังจ้องมองร่างกายของเธออย่างหิวกระหาย เธอชอบที่เขาไม่ได้เอาอารมณ์เกรี้ยวกราดมาลงกับเธอเหมือนทุกครั้ง “คิดถึงวารินจัง...คิดถึงมากด้วย” ชายหนุ่มโน้มร่างกายลงมา แล้วซุกไซ้ใบหน้าหล่อคมคายกับซอกคอหอมกรุ่นของคนตัวเล็ก ไม่อยากจะเชื่อว่าความปรารถนาในตัวของเธอมันจะมีมากขนาดนี้ เขาแทบไม่อยากจะห่างกายไปไหนเลย
“จะไปหรือยังวาริน ฉันง่วงแล้ว” ชายหนุ่มบอกด้วยความเบื่อหน่าย ใจจริงเขาไม่ได้อยากให้ชลธิชาอยู่ที่นี่เลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะวารินดาขอเอาไว้ อย่าหวังเลยว่าเขาจะยอมให้คนอื่นมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ “ค่ะ...ฉันไปก่อน มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้เช้า” สาวร่างเล็กบอกเพื่อน ก่อนจะถูกมือหนาของวินเทอร์จับข้อมือแล้วพาเดินออกจากบริเวณนี้ เมื่อลับร่างของทั้งสองคนดวงตาที่เศร้าหมองของชลธิชาก็เปลี่ยนเป็นแข็งกระด้าง ก่อนที่เธอจะทำการขบกรามของตัวเองแน่นด้วยความเจ็บใจ เธอไม่อยากจะเชื่อว่าวินเทอร์กับวารินดาจะกลับมาพบกันอีกครั้ง และดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดีขึ้นกว่าตอนนั้น “ทำไมฉันต้องแพ้แกทุกเรื่องวาริน!” ดวงตาของชลธิชาเป็นประกายด้วยความแค้นและความอิจฉา เธอไม่คิดว่าวารินดาจะได้กลับมาอยู่กับวินเทอร์อีกครั้ง ผู้ชายที่เธอเคยแอบมอง แอบชอบมาตลอด แต่เขากลับไม่เคยชายตาแลเธอเลย เพราะคนที่เขารักคือวารินดา ร่างเล็กเดินเข้าไปในห้องพักที่ถึงแม้จะดูดีมากแค่ไหน แต่มันเทียบกับห้องนอนข้างบนที่วารินดาและวินเทอร์อยู่ร่วมกันไม่ได้ ทำไมคนนั้นถึงไม่เป็นเธอ ทำไมต้องเป็นวารินดาท
“ชล...” วารินดามองเพื่อนด้วยความสงสาร แม้เธอจะเป็นสายลับ แต่ลึก ๆ แล้ววารินดาเป็นคนขี้ใจอ่อน ยิ่งกับเพื่อนและคนสนิทด้วยแล้วเธอจะยิ่งเห็นใจ เพราะพื้นฐานของหญิงสาว ไม่ได้ต้องการทำอาชีพนี้ตั้งแต่แรก แต่เพราะพ่อขอเอาไว้ เธอเลยเลี่ยงไม่ได้ “ส่วนเพื่อนที่ไปด้วยกันโดนฆ่าตายเกือบหมด มีฉันคนเดียวที่รอด” มือที่จับช้อนของชลธิชาเริ่มสั่น ทำเอาวารินดามองอย่างสงสาร เพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะต้องเจออะไรที่มันเลวร้ายขนาดนี้ “แต่ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วนะ อีกไม่นานเธอจะได้กลับบ้านแล้ว” “ฉันยังไม่กลับได้ไหม” อยู่ ๆ ชลธิชาก็พูดบางอย่างออกมา จนวารินดาได้แต่ขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าเหตุใดเพื่อนถึงไม่อยากกลับบ้าน เพราะขนาดเธอยังอยากกลับบ้านเลย “เธอหมายความว่ายังไง” “ฉันขอหลบที่นี่ก่อนได้ไหม ฉันกลัวว่าพวกมันจะรู้ว่าฉันรอดมาได้ พวกมันจะตามฆ่าฉัน...” ชลธิชาบอกด้วยเสียงสั่นเครือ แล้วมองหน้าเพื่อนรัก วินเทอร์ที่กินข้าวอยู่เงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนสนิทของวารินดา แล้วเขาก็พูดบางอย่างออกมาจนชลธิชาหันไปมองด้วยสายตาสั่นระริก “งั้นเธอก็บอกมาสิว่าพวก







