LOGINกรี๊ดดด!! กรี๊ดดด!! เสียงกรีดร้องดังขึ้นมาจากริมแม่น้ำบริเวณที่จื่อหลานและจื่อลู่พากันเก็บผัก ชินอ๋องและรัชทายาทพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว พอมาถึงก็เห็นพวกนางยืนกรีดร้องด้วยความตกใจและหวาดกลัวสุดขีด
จื่อลู่พอหันมาเห็นชินอ๋องนางก็รีบวิ่งขึ้นจากน้ำมากอดเขาแน่น จื่อหลานก็ไม่ต่างกันรีบวิ่งไปกอดรัชทายาทด้วยความหวาดกลัว “ท่านอ๋องปลิงกัดขาหม่อมฉันเพคะ ช่วยเอามันออกไปทีหม่อมฉันกลัว!” จื่อลู่ยามนี้ไม่สนว่าเขาคือใคร เพราะว่านางกลัวปลิงมาก นางกอดเขาแน่นหวาดกลัวจนคิดสิ่งใดไม่ออก “รัชทายาทช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ ปลิงเกาะขาหม่อมฉันเต็มไปหมด กรี๊ดดด!! จื่อหลานด้วยความกลัวก็ไม่คิดอะไรทั้งนั้นตรงเขาไปเกาะเขาแน่น ชินอ๋องมองร่างบางที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นางกอดเขาแน่นอย่างเอ็นดู ก่อนที่เขาจะพยายามก้มลงไปมองที่ขาของนาง แต่แล้วก็ต้องชะงัก นางจับชายกระโปรงผ้ามัดขึ้นมาถึงระดับหัวเข่า เผยให้เห็นช่วงขาเรียวงาม ยามนี้มีปลิงเกาะอยู่สองสามตัว เขาหันไปเห็นผู้อื่นที่กำลังวิ่งตามมา เขาจึงรีบส่งสายตาไปบอกลี่หมิงองครักษ์คนสนิท ให้กันผู้คนออกไปก่อน เพราะยามนี้พวกนางไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าใดนัก “เจ้านั่งลงก่อน” “ไม่! ท่านเอามันออกไปก่อนเพคะ”จื่อลู่เอ่ยตอบใบหน้าซุกอยู่บนตัวเขา เขาตัดสินใจก้มลงอุ้มนางให้มาบนนั่งตัก แล้วปล่อยให้นางซุกอยู่บนตัวเขาอยู่อย่างนั้น เขาดึงมีดสั้นออกมาแล้วจับไปที่ขาขาวเนียนของนาง ก่อนจะค่อย ๆ ขูดตัวปลิงที่เกาะดูดเลือดที่ขาของนางทั้งสามตัว รัชทายาทก็ทำไม่ต่างจากชินอ๋องเพราะจื่อหลานเกาะเขาแน่นเหมือนปลิงไม่มีผิด หลังจากขูดปลิงออกไปแล้วเลือดก็ไหลออกมาไม่หยุด เขาจึงรีบหันไปบอกองครักษ์ข้างกาย “หนิงเจาให้หมอเข้ามา” “พ่ะย่ะค่ะ” “ออกไปหมดแล้ว” รัชทายาทหันมาบอกจื่อหลานอย่างอ่อนโยน นางจึงชะโงกหน้าออกมาดู พอเห็นว่าไม่มีแล้วก็รีบผละออกมาทันที แย่แล้ว!! ความกลัวทำให้ทำอะไรไปโดยไม่คิด พาตัวเองไปใกล้ชิดรัชทายาทเช่นนี้ เรื่องราวคงไม่กลับมาแบบเดิมหรอกนะ เขามองท่าทีของนางอย่างหงุดหงิด พอปลอดภัยแล้วก็กลับมาทำตัวห่างเหินอีกแล้ว นางเป็นอะไรของนางกันแน่ “เป็นอะไรของเจ้า เมื่อก่อนก็เห็นมาตามติดข้า มาตอนนี้ทำตัวห่างเหินเหมือนคนไม่รู้จักกัน หากวันนี้เจ้าให้คำตอบไม่ถูกใจข้า อย่าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไป” จื่อหลานตาเบิกกว้างมองเขาที่จ้องมองนางอย่างดุดัน “ก็พระองค์มีคนที่ชอบอยู่แล้ว หม่อมฉันตามติดพระองค์ก็เปล่าประโยชน์ หม่อมฉันจึงคิดว่าควรถอยออกมาจะดีกว่าเพคะ” “เจ้ามีบุรุษอื่น?” “มี…ไม่ ๆ ไม่มีเพคะ” “ข้าขอสั่งให้เจ้ามาตามติดข้าเหมือนเดิม” จื่อหลานตกตะลึงยืนมองเขานิ่งอย่างครุ่นคิด หมายความว่าอย่างไร ให้มาตามติดเหมือนเดิม นางไม่อยากมีจุดจบเหมือนกับนางร้ายในนิยายหรอกนะ จื่อลู่ที่ลุกขึ้นมาจากตักของชินอ๋องแต่ถูกเขาจับแขนเอาไว้ไม่ปล่อย นางที่ได้ยินบทสนทนาของจื่อหลานและรัชทายาท ก็รีบเอ่ยขึ้นมา “หากอยากให้นางกลับมาเหมือนเดิม พระองค์ก็ต้องให้สัญญาว่า ในภายภาคหน้าไม่ว่าจะอย่างไร พระองค์จะไม่สั่งลงโทษนางและครอบครัวของหม่อมฉันให้ถึงแก่ชีวิต” ชินอ๋องและรัชทายาทได้ยินสิ่งที่นางพูดก็ตกใจ หมายความว่าเช่นไร เหตุใดนางถึงพูดเช่นนี้ “เหตุใดเจ้าถึงพูดเช่นนี้ พวกเจ้าไปทำความผิดอะไรไว้หรือ?” ชินอ๋องเอ่ยถามจื่อลู่ด้วยสายตาคาดคั้น “ไม่ได้ทำความผิดอะไรเพคะ เพียงแต่พูดเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ก็ใครจะไปรู้ว่าจะทำผิดอะไรนี่เพคะ” เขาที่ได้ยินนางตอบก็นึกมันเขี้ยวจึงดีดหน้าผากนางไปหนึ่งที เพียะ “โอ๊ย! นี่ไง ๆ ไม่ทันไรก็เริ่มทำร้ายร่างกายแล้ว”เขาได้ยินนางโวยวายก็ใช้แขนตวัดรัดลำคอของนางเข้ามาใกล้ ก่อนจะกระซิบเบา ๆ “สงสัยว่าข้าคงต้องทำร้ายร่างกายเจ้าอย่างจริงจัง” จื่อลู่ได้ยินก็นึกโมโหขึ้นมา จึงหันไปมองแขนของเขาที่รัดคอนางเอาไว้ ก่อนจะกัดลงไปทันที “โอ๊ย! เจ้า!..” เขารีบก้มลงมาจับร่างของจื่อลู่ แล้วยกขึ้นมาแบกบนบ่า แล้วเดินตรงไปที่แม่น้ำทันที แล้วทำท่าจะโยนนางลงไปในน้ำ จื่อลู่ที่เห็นเช่นนั้นก็หวาดกลัวสุดขีด รีบกอดรัดเขาเอาไว้พัลวัน “อย่านะ! หม่อมฉันกลัวแล้ว ฮือ ๆ” เขาชะงักรีบปล่อยร่างของนางลงมาที่พื้นทันที ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยน้ำตา นางคงฝังใจที่ถูกปลิงกันก่อนหน้านี้ จื่อลู่เมื่อลงมายืนบนพื้นได้ก็รีบวิ่งกลับไปที่รถม้าทันที เขาตกตะลึงทำอะไรไม่ถูกเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จื่อหลานและรัชทายาทมองพวกเขาสองคนอย่างตกใจเช่นกัน จื่อหลานจึงอาศัยจังหวะนี้รีบวิ่งตามจื่อลู่กลับไปที่รถม้าทันที รัชทายาทมองตามร่างของนางอย่างเหม่อลอย ชินอ๋องยืนนิ่งจมปลักอยู่กับความคิดของตนเอง กลิ่นกายของนางยังคงติดจมูกเขาอยู่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้เขารู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก นี่เขาทำให้นางร้องไห้อย่างนั้นหรือ นางจะโกรธเขามากหรือไม่ แต่ว่าเขาไม่ได้จะโยนนางลงไปจริง ๆ เสียหน่อย การหยอกล้อเพียงเล็กน้อย กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปได้อย่างไรกันนะ คุณหนูทั้งสี่ตระกูลยืนมองพวกเขาอย่างครุ่นคิด พวกนางไปสนิทสนมกับชินอ๋องและรัชทายาทตั้งแต่เมื่อใด จื่อหลานเคยตามติดรัชทายาท แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ชอบนางเท่าใดนัก แต่ว่าเหตุใดการกระทำของเขาถึงดูใส่ใจนางขนาดนี้กัน ขบวนเดินทางเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง จื่อลู่ยอมรับว่าโกรธเคืองเขาอยู่ไม่น้อย ตอนนี้นางกลัวปลิงจนฝังใจ นางรู้ว่าเขาก็คงแค่แกล้งนางเล่น แต่คนเราเวลาหวาดกลัวอะไรสักอย่าง แล้วมีคนมาล้อเล่นกับความรู้สึกของเรา จะไม่ให้โกรธคงเป็นไปไม่ได้ “เจ้าโกรธเขามากเลยรึ?” “ก็ไม่เท่าไหร่แล้วเจ้าค่ะ แต่ตอนนั้นยอมรับว่าโกรธมาก ก็คนมันกลัวมากนี่เจ้าคะ” “แล้วพวกเราจะเอาอย่างไรต่อไปดี รัชทายาทมาสั่งให้ข้ากลับไปทำตัวเหมือนเดิม แปลกจริงอย่าบอกนะว่าเขามาชอบข้าเข้าแล้ว” จื่อหลานเอ่ยออกมาอย่างตกใจ จื่อลู่ครุ่นคิดก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ใจคนเราไม่ใช่หินผา น้ำเซาะหินทุกวันหินมันยังกร่อนนับประสาอะไรกับใจคนณ ท้องพระโรงฮ่องเต้ประกาศความผิดของแม่ทัพหลี่เนี่ยนเจิน คือประหารชีวิตทันที และยังมีอีกสามตระกูลที่ร่วมสมคบคิดและเกี่ยวข้อง ทางราชสำนักจะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดและประกาศความผิดอีกทีส่วนหลี่ฮูหยินและหลี่ซูเจียวถึงแม้จะมีหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ แต่เพราะว่ายังไม่ได้รับความยินยอมและมีการลงนามจากแม่ทัพหลี่ จึงลงโทษให้โบย20ไม้และให้ไปทำความสะอาดวัดเป็นเวลาหนึ่งเดือน นอกจากนี้ยังถูกยังถูกยึดทรัพย์เข้ากองคลังเป็นจำนวนห้าหมื่นตำลึง เสนาบดีจางถูกตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 10 ปี และถูกปรับเป็นเงินหนึ่งหมื่นตำลึง ฮูหยินจางและคุณหนูจางอวี้หลันถูกโบย10ไม้และให้คัดตำราจริยธรรมหนึ่งร้อยจบ นอกจากนั้นฮ่องเต้ยังได้เปลี่ยนราชโองการหมั้นหมาย ท่านหญิงเซี่ยนจวินแต่งเข้ามาเป็นชายาเอกกับองค์รัชทายาท ท่านหญิงเซี่ยนจู่แต่งเข้ามาเป็นชายาเอกกับชินอ๋อง คุณหนูจางอวี้หลันแต่งเข้ามาเป็นชายาเอกกับองค์ชายสาม คุณหนูหานซูเจียวแต่งเข้ามาเป็นชายาเอกกับองค์ชายห้า ซึ่งงานแต่งจะจัดขึ้นในอีกสองเดือนรัชทายาทและชินอ๋องวางแผนไปพักผ่อนที่ตำหนักรื่นรมย์เพราะมีบ่อน้ำพุร้อน พวกเขาอยากพาพวกนางไปพักผ่อนสักระยะก่อนที่จะแต่งงาน จากนั
ฮองเฮาที่ถูกสั่งให้อยู่แต่ในตำหนัก ฟังข่าวจากพระสนมกุ้ยเฟยที่มาเยี่ยมด้วยใจอันเจ็บปวด นางเป็นฮองเฮาที่ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ หลงชื่นชมและให้ความสำคัญกับตระกูลที่สนับสนุนสนุนตนเอง จนลืมคิดถึงความเป็นจริงว่าไม่มีใครไม่หวังผลตอบแทนนางกระทำการอันผิดมหันต์ต่อตระกูลเซียว เพียงเพราะเห็นว่า มาขวางทางตระกูลจาง นางหลับหูหลับตาสนับสนุนตระกูลจาง โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงใด ๆ ยิ่งคิดทบทวนนางก็ยิ่งเห็นความผิดของตนเองมากขึ้น“ข้าทำผิดต่อตระกูลเซียวมากเหลือเกิน”“พี่หญิงข้าก็หลงผิดและเชื่อมาโดยตลอดว่าตระกูลหลี่คือตระกูลที่ดี ไม่คาดคิดว่าเขาจะมีใจที่คิดคดจะก่อกบฏเช่นนี้ ข้าพยายามยัดเยียดบุตรสาวของตระกูลหลี่ให้ชินอ๋อง โดยไม่สนใจที่จะตรวจสอบความจริงเลยสักนิด”“ข้าคงหาต้องหาโอกาสขอโทษตระกูลเซียว หากไม่ได้ขอโทษข้าคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”พอฮองเฮาเอ่ยจบ เสียงรายงานหน้าประตูตำหนักก็ดังขึ้น “องค์รัชทายาทเสด็จ ชินอ๋องเสด็จ ท่านหญิงเสด็จ” ฮองเฮาและพระสนมกุ้ยเฟยได้ยินก็หันไปมองหน้ากันด้วยความตกใจ ตายยากเสียจริง นางกำลังพูดถึงตระกูลเซียวอยู่พอดี “ถวายบังคมเสด็จแม่ ถวายบังคมพระสนม”“ถวายบังคมฮองเฮา ถวายบังคมพระสน
จวนตระกูลหลี่เพียะ!! “นังลูกไม่รักดี ข้าไม่น่าเชื่อใจเจ้าเลย สุดท้ายตกหลุมรักเขาจนได้ มันน่าฆ่าให้ตายนัก!”“ท่านพี่ล้มเลิกแผนยึดบัลลังก์เถอะเจ้าค่ะ”เพียะ!! “หุบปาก! ของเจ้าไปเลย หากไม่มีตัวแทนนั่งบัลลังก์ข้าก็จะนั่งเอง”เขาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าถมึงทึงและเกรี้ยวกราด ฮูหยินกุมใบหน้าที่บวมช้ำจากแรงตบอย่างเคียดแค้น ชายผู้นี้บ้าอำนาจและชอบลงมือลงไม้กับนางเสมอ คงถึงเวลาที่นางจะต้องตัดขาดจากผู้ชายเลวร้ายคนนี้เสียที ที่นางทนอยู่ก็เพราะหน้าตาของสังคม แต่เวลานี้โอกาสของนางก็มาถึงแล้ว“หากว่าท่านพี่ยังดื้อดึงและไม่ยอมฟัง ข้าและนางก็จะตัดขาดความสัมพันธ์กับท่านรวมทั้งตระกูลของข้าก็จะตัดขาดความสัมพันธ์กับท่านเช่นกัน”“เจ้าว่าอะไรนะ!! พวกเจ้าปีกกล้าขาแข็งเพราะมีองค์ชายสามมาหนุนหลังอย่างนั้นรึ”กรี๊ดดด!! หลี่เนี่ยนเจินคว้ากระบี่ที่แขวนเอาไว้จากฝาผนังแล้วดึงมันออกจากฝัก แล้วนำมาพาดลำคอของหลี่ฮูหยิน “กล้าทรยศหักหลังข้ารึ! ในเมื่อแต่งเข้าตระกูลหลี่แล้ว ร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้าก็เป็นคนตระกูลหลี่ หากจะตัดความสัมพันธ์กับข้า ก็มีเพียงแต่การตายเท่านั้น”หลี่ฮูหยินใบหน้าซีดเผือดตกใจแทบสิ้นสติ นี่เขาบ้าไปแล้ว
“อะไรนะ!! เจ้าเปลี่ยนใจมาแต่งงานกับองค์ชายห้า แถมพวกเจ้าก็ร่วมหลับนอนกันแล้ว นี่เจ้าคิดอะไรของเจ้า บ้าไปแล้วรึไง!”จางอวี้เทียนหัวเสียอย่างหนัก เมื่อได้ยินเรื่องราวจากปากของบุตรสาวอันเป็นที่รัก เขาทำทุกอย่างเพื่อให้นางได้แต่งกับองค์รัชทายาทแต่สุดท้ายนางกลับเลือกองค์ชายห้า นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน แล้วสิ่งที่ทำมาทั้งหมดมันเพื่ออะไรกัน เจ้าลูกไม่รักดี ฮึย!! มันน่าโมโหจริง ๆ สิ่งที่ทำมาทั้งหมดสูญเปล่าโดยไร้ประโยชน์ แล้วเช่นนี้จะทูลบอกฮ่องเต้และฮองเฮาอย่างไรดีจางอวี้หลันรู้ว่าบิดาต้องโกรธมากแน่ แต่ว่านางก็คิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดดีแล้ว ในเมื่อเรื่องราวในนิยายเปลี่ยนไปแล้ว นางที่มาอยู่ในร่างของนางเอกก็ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นนางเอกอีกต่อไป นางเอกกลายไปเป็นตัวประกอบไปเสียอย่างนั้น เพราะฉะนั้นนางอย่าดันทุรังเสียดีกว่า หากว่าดื้อดึงไปมากกว่านี้นางและครอบครัวคงต้องเจ็บตัวและคงเหลือแต่ชื่อนางคงต้องปล่อยให้บิดาทำใจสักพัก ตอนนี้นางคงต้องไปพบน้างร้ายของเรื่อง ที่ดูเหมือนตอนนี้จะมีสองคนคือจื่อหลานและจื่อลู่ นางต้องบอกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนางและองค์ชายห้าให้พวกนางรับรู้ และให้พวกนางช่วยเหลือ เพราะว
“เอาไว้หม่อมฉันและพี่จื่อหลานจะช่วยแนะนำเพคะ การจะปกครองคนและแคว้นให้ดีได้ ต้องมีระบบที่ดีและมีกฎหมายที่แข็งแกร่ง ทุกคนจะต้องอยู่ใต้กฎหมาย ทำผิดต้องได้รับโทษแม่แต่กษัตริย์หรือเชื้อพระวงศ์ทุกคน หากทำผิดก็ต้องได้รับโทษเช่นกัน การทำระบบเช่นนี้จะทำให้เหล่าขุนนาง ไม่กังวลและหวาดระแวงว่า ฮ่องเต้จะใช้อำนาจในทางที่ผิดที่ควรเพคะ”“มีอีกหลายอย่างที่ต้องปรับเปลี่ยน เราต้องพูดคุยกันอย่างจริงจังถึงข้อดีข้อเสีย แล้วค่อยนำมาปรับใช้เพคะ”องค์รัชทายาทและชินอ๋องได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วย เขาไม่คิดว่านางจะมีความรู้ด้านนี้ด้วย นางช่างมีความสามารถเสียจริง“ส่วนความสัมพันธ์ขององค์ชายห้ากับคุณหนูจาง พระองค์สามารถทำแบบเงียบ ๆ ได้ โดยส่งคนไปแจ้งถอนหมั้น ตระกูลจางหากถูกถอนหมั้นย่อมต้องเข้าร่วมกับตระกูลหลี่อย่างแน่นอน จากนั้นค่อยเอาความผิดทุกคนฐานก่อกบฏเพคะ”“ขอบใจ... ขอบใจเจ้ามากจริง ๆ”รัชทายาทเว่ยจางหมิ่นและชินอ๋องเว่ยหลิวหยางหันไปมองหน้ากันด้วยความพอใจ หากวางรากฐานเอาไว้ให้ดีเสียแต่ตอนนี้ ต่อไปเมื่อเขาขึ้นครองราชย์จะได้ราบรื่น เขาเชื่อว่านางน่าจะมีคำแนะนำอื่น ๆ ที่จะให้เขานำมาพัฒนาแคว้นเว่ยให้เจริญรุ่งเรืองมา
“วันนี้องค์ชายห้ามาเล่าเรื่องบางอย่างให้ข้าฟัง ข้าฟังแล้วก็คิดว่าควรบอกให้เจ้ารับรู้ด้วย คุณหนูจางอวี้หลันยอมหลับนอนกับองค์ชายห้า เพื่อให้องค์ชายห้าช่วยจัดการตระกูลเซียว”“อะไรนะเพคะ! จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร นางคือพระคู่หมั้นขององค์รัชทายาท หม่อมฉันไม่เชื่อว่านางจะกล้าทำเรื่องบัดสีและไร้ยางอายเช่นนี้ได้”“เจ้าจะบอกว่าองค์ชายห้าโกหก?”“ก็มันเชื่อได้ยากนี่เพคะ”“ข้าว่าเจ้าอยู่แต่ในวังฟังแต่เรื่องที่ผู้อื่นเล่าให้ฟังและก็เชื่อตามที่ได้ยินมา โดยที่ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ขนาดองค์ชายห้าเป็นคนพูดด้วยตัวเอง เจ้ายังยืนกรานว่าไม่เชื่อ ตำแหน่งฮองเฮาข้าคิดว่า ข้าควรจะต้องไตร่ตรองดูอีกครั้ง” ฮองเฮาได้ยินก็ตกใจ“ฝ่าบาท! หม่อมฉันผิดไปแล้ว หากว่าสิ่งที่องค์ชายห้าพูดเป็นความจริง นางก็ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งกับตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาทเพคะ”“อีกเรื่ององค์ชายสามร่วมหลับนอนกับคุณหนูหลี่ ข้อแลกเปลี่ยนคือตระกูลหลี่จะสนับสนุนองค์ชายสามให้ขึ้นครองบัลลังก์ ความหมายก็คือเขาจะก่อกบฏ”“อะไรนะเพคะ!!”“มีหลายเรื่องที่ข้าไม่ได้เล่าให้เจ้าฟัง แต่ว่าวันนี้ข้าคิดว่าจะต้องเปิดหูเปิดตาของเจ้าให้สว่างเสียที เจ้าพอใจตระ
จื่อหลานและจื่อลู่ตักโจ๊กแล้วนำไปกินในกระโจม เพราะหากให้นั่งกินกับพวกเขาคงกลืนไม่ลงแน่ เพราะทุกสายตาเพ่งมองมาที่พวกนางกันเป็นจุดเดียว พวกนางพากันกินอย่างเร่งรีบเพราะทุกคนรออยู่ พอพวกนางเดินออกมาฮ่องเต้ก็รีบกวักมือเรียกทันที“จื่อลู่เจ้ามาดูแผนที่นี้อีกที วันนี้เราจะได้เริ่มออกสำรวจกันเสียที”“เพคะ”
“พวกเจ้าออกไป เอ่อ…ข้าหมายถึงพวกเจ้าไม่ใช่พวกนาง” ชินอ๋องเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบแห้ง จื่อลู่จึงรีบเข้าไปรินน้ำให้เขาดื่มอย่างเอาใจ มารยาสตรียุค2025ตั้งงัดเอามาใช้ ชินอ๋องท่านต้องรักข้าหลงข้าเข้าใจหรือไม่ จื่อลู่นึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ภายในใจชินอ๋องแอบปรายตามองนางอย่างพอใจ แผนป่วยการเมืองของพวกเขามันด
“ท่านพ่อพวกเราชนะแล้วเจ้าค่ะ!!” เซียวจื่อหยวนที่ไม่รู้เรื่องราวอันใด ดีใจจนยิ้มไม่หุบบุตรสาวของเขาเก่งที่สุด จื่อหลานและจื่อลู่ที่เห็นท่าทางดีอกดีใจของบิดาก็ยิ้มออกมา อย่างน้อยก็ทำให้เขามีความสุข เรื่องอื่นช่างมันเถอะ“ฝ่าบาทเรื่องแต่งงาน หม่อมฉันคิดว่ายังไม่ต้องรีบก็ได้เพคะ หม่อมฉันขอศึกษาดูใจกันไ
“ตอนนี้เรามีป้ายทองที่รับประกันความปลอดภัยได้แล้วหนึ่งอย่าง หากจะให้มั่นใจยิ่งขึ้นก็ต้องรอดูว่าลายแทงสมบัติจะเป็นจริงหรือไม่ การยึดเอาฮ่องเต้เป็นเกราะกำบังก็เป็นวิธีที่ดีเจ้าค่ะ” จื่อหลานฟังที่จื่อลู่พูดก็พยักหน้าเห็นด้วย “แล้วข้าต้องทำตัวอย่างไร? ให้ไปตามติดรัชทายาทเหมือนนางร้ายคนเก่าที่ทำเอาไว้







