Mag-log in“เมื่อผมเกิดเป็นไก่ วันนั้นผมถึงจะมีอารมณ์ขัน” เขาพูดหน้าตาย
ชิ้ง!
ประภาพิณนิ่งค้างเมื่อได้ยินคำตอบจากเขา ก่อนที่เธอจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังสนั่น
“ฮ่าๆๆ ก๊ากๆๆๆๆ”
“หัวเราะอะไรของคุณ” เขาถอยห่างออกจากเธอพร้อมยกมือขึ้นปิดหู
“หัวเราะคำพูดคุณไง ตลกหน้าตายนะคะ คุณน่ะ ฮ่าๆๆๆๆ” หญิงสาวพูดพร้อมเอามือกุมท้องแล้วหัวเราะจนตัวงอ
“หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้นะ” เขาสั่งเสียงเหี้ยม แต่มีหรือที่คนอย่างประภาพิณจะเกรงกลัว
“ก๊ากๆๆๆ”
“ถ้าไม่หยุด ผมจะจูบ”
เงียบ…
สิ้นคำขู่ เธอก็เงียบเสียงลงทันทีราวกับปิดสวิตซ์ ทำเอาชายหนุ่มต้องส่ายหน้าไปมาอย่างแสนจะผิดหวัง
“นี่ไม่อยากโดนผมจูบถึงขนาดนี้เชียวเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิคะ ใครจะไปอยากโดนผู้ชายที่ตัวเองไม่ได้รักจูบกัน” เธอตอบเสียงเรียบ ทั้งๆที่รู้สึกใจแกว่งๆชอบกลยามที่นึกถึงรสจูบอันดูดดื่มของเขา
“เหรอ แต่ถึงผมจะไม่ได้รักคุณ ผมก็อยากจูบคุณนะ” เขาพูดพร้อมทำตาซึ้ง ก่อนจะอุทานออกมาเมื่อโดนมือเล็กๆผลักที่อกอย่างแรงจนเขาเซ
“เบาๆหน่อยสิคุณ ผมยิ่งบอบบางอยู่ด้วย ผู้หญิงอะไร…ถึกเป็นบ้า”
“ฮ้ะ!!” หญิงสาวอ้าปากค้างก่อนจะเตรียมเปล่งเสียงกรี๊ดออกมา แต่ร่างสูงโผนร่างเข้าหาเธอพร้อมเอามือร้อนๆมาปิดปากเธอไว้ได้ทันเสียก่อน
“อย่ากรี๊ดนะ เดี๋ยวไอ้เมก็ตื่นหรอก”
“อ๋อยอั๋นอะ (ปล่อยฉันนะ)”
“ได้ ผมปล่อยคุณก็ได้ แต่คุณต้องสัญญานะว่าจะ…” เขาเว้นวรรคไปชั่วครู่ก่อนจะพูดออกมาเสียงอ่อนว่า “ไปทำกับข้าวให้ผมกินหน่อยนะ เรื่องนี้แหละที่ผมอยากจะบอกคุณตั้งแต่เมื่อกี้”
“อ้าย (ด้าย)”
เมื่อเห็นว่าเธอพยักหน้ารับอย่างยอมตกลงแล้ว เขาจึงยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ในขณะที่ประภาพิณรีบยกมือขึ้นถูๆแก้มที่ชาเป็นแถบๆเพราะโดนเขากดมือลงมาแรงเกินไป ก่อนจะเดินหันหลังให้เขา
“จะไปไหน ครัวอยู่ทางโน้นนะ” ธัศไนยเรียกเธอพร้อมชี้นิ้วไปทางห้องครัวที่ถูกแยกออกอย่างเป็นสัดส่วน
“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าเหมือนกิ้งก่าผงกหัวเป็นเชิงเข้าใจ ก่อนจะออกเดินต่อเพื่อตรงไปยังห้องครัว แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเสียงทุ้มๆเรียกเธอเอาไว้
“เดี๋ยวสิ คุณแฟน”
“อะไรคะ” เธอเอี้ยวหน้าไปถามเขาตาแป๋ว ในขณะที่เขายิ้มให้เธอนิดๆ แล้วกล่าวขอบคุณเธอออกมาจากใจจริงว่า…
“ขอบคุณนะ คุณคูโบต้า!!”
“นี่คุณหาว่าฉันถึกเหมือนรถไถคูโบต้าเหรอคะ” หญิงสาวหันมาตวัดตาเขียวๆมองเขา ในขณะที่ชายหนุ่มยักไหล่แล้วเมินหน้าไปทางอื่นด้วยท่าทางไม่รู้ไม่ชี้
“เปล่า ไม่ได้ว่าคุณถึกสักหน่อย”
“แต่ว่าเมื่อกี้คุณ..”
“โอ๊ยๆๆ ผมหิวข้าวแล้วนะคร้าบ” เขาโอดครวญพร้อมยกมือขึ้นลูบท้อง เล่นเอาประภาพิณต้องทำปากยื่นก่อนจะสะบัดหน้าพรืดหันกลับไปทางเดิมเพื่อทำอาหารเช้า
ครัวของเขาถูกตกแต่งไว้ค่อนข้างหรูแบบเรียบๆแต่ก็ดูน่ารักๆอยู่ในที ทุกอย่างถูกจัดเรียงเอาไว้อย่างสะอาดหมดจดและเป็นระเบียบ ผ้ากันเปื้อนสีฟ้าขาวลายสก๊อตถูกแขวนไว้ที่ผนังห้องครัวด้านหนึ่ง
ประภาพิณเดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกไว้ที่บั้นเอว ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาวัตถุดิบในการทำอาหาร
เอ…เช้านี้เธอจะทำอะไรทานดีนะ?
เวลาผ่านไปกว่าชั่วโมง ในที่สุดแม่ครัวเอกก็ปลดผ้ากันเปื้อนออกพร้อมยกจานสองใบเดินออกมาจากห้องครัว ก่อนที่หญิงสาวจะชะงักการเดินลงเมื่อมองเห็นธัศไนยที่ตอนนี้สวมเสื้อไว้เหมือนเดิมแล้วกำลังนอนตะแคงอยู่หน้าเปลเด็ก ในมือกำสายไกลเปลเอาไว้ แต่คนไกวเปลดันหลับเสียได้
“อะไรกัน ไกวเปลให้หลานแต่ดันหลับเสียเองเหรอเนี่ย” หญิงสาวพูดพึมพำพร้อมกับหัวเราะอย่างขบขัน ก่อนจะวางจานข้าว2จานลงบนพื้นห้องแล้วเขย่าตัวเรียกชายหนุ่ม
“คุณๆๆตื่นเถอะค่ะ ข้าวเช้าเสร็จแล้วนะ”
….
เงียบ
ไม่มีวี่แววว่าคนตัวใหญ่ที่นอนหลับตาอยู่จะตื่นเลยสักนิด
“คุณหนวดดกคะ ตื่นได้แล้วค่ะ” คราวนี้หญิงสาวจึงออกแรงเขย่าตัวเขาแรงมากขึ้น ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อมือใหญ่ๆคว้าหมับเข้าที่แขนเรียวแล้วดึงอย่างแรงจนร่างบางหน้าทิ่มทับลงบนอกเขาเต็มๆ
“อ๊ายยย”
“ร้องทำไม” เสียงทุ้มๆถาม เล่นเอาประภาพิณต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาตาขุ่น
“คุณแกล้งฉัน”
“ผมชอบแกล้งคุณ”
“อีตาโรคจิต” หญิงสาวพูดเสียงลอดไรฟันก่อนจะรีบยันตัวลุกขึ้นจากอกแข็งๆของเขา ทั้งๆที่หน้ายังคงร้อนวูบวาบอยู่เหมือนเคย เธอเพิ่งจะรู้ก็วันนี้เองว่า..อกผู้ชายน่ะอบอุ่นขนาดไหน
“อ้าว มาว่าผมโรคจิต เดี๋ยวก็จับจูบซะเลย” เขาพูดเสียงกลั้วหัวเราะพร้อมกับยันตัวให้ลุกขึ้นนั่ง
“ถึงฉันจะเป็นลูกหนี้คุณ แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนั้นกับฉันนะคะ” ประภาพิณพูดหน้าตึง
“คร้าบๆๆๆ ไม่มีสิทธิ์ก็ไม่มีสิทธ์ แล้วไหนล่ะ กับข้าวของผม” ชายหนุ่มชะเง้อชะแง้มองหาอาหารตัวเองก่อนจะชะงักเมื่อมือเรียวยกจานข้าวมายื่นส่งให้เขาจานหนึ่ง
“เอ่อ…” อาจารย์หนุ่มออกอาการอึ้งกิมกี่ ดวงตาเพ่งมองไปที่จานข้าวที่เขารับมาจากมือประภาพิณราวกับจะมองให้ทะลุจาน
“อะไรคะ” หญิงสาวฉีกยิ้มแหยๆพลางเกาหัวแกรกๆอย่างเขินๆ ในขณะที่ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะวางจานข้าวลงแล้วเหลือบตาขึ้นมามองหน้าเธอ
“เหนื่อยมั้ยคะ”เขาหันมามองหน้าเธอก่อนจะตอบเสียงเศร้าๆว่า“ไม่เหนื่อยหรอก ไอ้เอกมันติดยาน่ะ”“อะไรนะคะ!” ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ “ทำไมพี่เอกเขาถึงได้…”“เขาสารภาพออกมาหมดแล้วว่าแวววรรณกลับมาขอคืนดีกับเขาแล้วก็ทิ้งเขาไปอีกครั้ง เขาเลยทั้งเสียใจทั้งผิดหวัง ตอนนั้นมีคนมาเสนอยาบ้าให้เขา เขาเลยลองกินดูเพราะคิดว่าคงไม่ติด แต่ที่ไหนได้…เขาดันติดงอมแงม แล้วเรื่องที่เขามาปล้ำคุณน่ะ เพราะแววจ้างเขาด้วยยาบ้ายี่สิบเม็ดน่ะ”“ตายจริง…ไม่น่าเลยนะ เพราะยาบ้าแท้ๆ” หญิงสาวทำเสียงสลด“ตอนนี้ตำรวจเขาก็ไปจับแววแล้ว เพราะแววเป็นคนบงการ แถมยังมียาบ้าไว้ในครอบครองอีกหลายเม็ด คนรักของแววคนล่าสุดก็ตีตัวออกห่างไปแล้วพอรู้ว่าแววโดนตำรวจจับน่ะ”“เฮ้อ” ประภาพิณถอนหายใจออกมาอย่างเศร้าๆ ในขณะที่มือใหญ่จับคางเธอให้แหงนหน้าขึ้น“ก่อนที่ผมจะกลับบ้าน ผมขอจูบทีหนึ่งได้มั้ย” เขาขออนุญาต ยังไม่ทันที่เธอจะตอบอะไรออกมา ริมฝีปากร้อนๆก็แนบประกบเข้าที่เรียวปากอิ่มอย่างแผ่วเบาและเว้าวอน“แฟนรักคุณนะคะ” เธอบอกเมื่อเขาถอนจุมพิตออก ในขณะที่เขาลุกขึ้นยืนแล้วรั้งต้นแขนเธอให้ลุกขึ้นด้วย“พอผมไปแล้ว อย่าลืมลงกลอนให้แน่นหนานะ แล้วพ
เธอคิดไว้แล้วไม่มีผิดว่าสักวันพีระดาจะต้องรักภีรวัทน์ และก็เป็นอย่างที่เธอคิดเอาไว้จริงๆว่าพีระดาคิดจะล้อล่นกับความรู้สึกของตัวเอง แล้วเป็นไงล่ะ...ผลสุดท้ายก็ต้องมารักเขาเพราะความใกล้ชิด แต่เธอคิดว่าพีระดากับภีรวัทน์ก็ดูเหมาะสมกันดี ที่สำคัญ..ในวันแต่งงาน เธอดูออกว่าภีรวัทน์แคร์เพื่อนสาวของเธอมากขนาดไหน บางที...ภีรวัทน์อาจจะรู้สึกเดียวกันกับพีระดาในตอนนี้ก็ได้//ฮือๆๆ// พีระดาไม่ตอบ มีแต่เพียงเสียงสะอื้นไห้ที่ดังแว่วมาทางสายโทรศัพท์จนประภาพิณชักจะเริ่มรู้สึกหนักใจแทน“งั้นอีก1ปีแกก็ต้องเลิกกับเขาน่ะสิ แกควรจะบอกเขาไปตรงๆเลยนะว่าแกรู้สึกยังไงกับเขา อย่าปล่อยเวลาให้มันผ่านไปเฉยๆไม่งั้นแกอาจจะต้องเสียใจ”//เขาไม่ยอมทำตามสัญญา// พีระดาพูดด้วยเสียงสะอึกๆ เสียงสูดจมูกดังฟืดฟาดชวนให้นึกเวทนา“ห๋า ไม่ทำตามสัญญา”//ใช่ ไม่ทำตามสัญญา เขาฉีกสัญญาทิ้ง บอกว่าจะให้ฉันอยู่กับเขาต่อไป//“งั้นแกก็ควรจะดีใจสิที่เขาอยากอยู่กับแก แกจะมาร้องไห้คร่ำครวญเพื่อ?”//เขาแค่หวงฉัน ไม่ใช่ว่ารักถึงได้หวงนะ แต่เป็นเพราะ...เขาเห็นฉันเป็นแค่ของชิ้นหนึ่ง ไม่อยากให้ฉันไปตกเป็นของคนอื่น ความสำคัญของฉันมีแค่นี้จริงๆ//“เ
โครม!บานประตูห้องนอนถูกถีบออกอย่างแรงก่อนที่คอเสื้อของอเนกจะโดนมือใครคนหนึ่งลากขึ้นมาจากร่างงามที่เขากำลังจะหาความสุขด้วยยังไม่ทันที่อเนกจะได้เห็นหน้าคนที่กล้ามาคว้าคอเสื้อเขา หมัดหนักๆก็ถูกต่อยเข้ามาที่ใบหน้าอย่างแรงจนร่างผอมบางเซแซ่ดๆไปปะทะกับผนังห้อง“คุณธัศ ช่วยแฟนด้วย” ประภาพิณพูดด้วยเสียงสั่นๆพลางพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งทั้งๆที่ยังจุกอยู่ที่ท้องน้อยตาคู่คมตวัดมามองประภาพิณชั่วแว่บหนึ่งก่อนจะยกเข่ากระแทกที่ท้องของอเนกอย่างเดือดดาล พร้อมกับศอกที่กระแทกเข้าที่ศีรษะอเนกอย่างจัง“เมื่อก่อนฉันเห็นนายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง แต่มาวันนี้…นายกลับมาปล้ำแฟนฉัน ฉันไม่ปล่อยให้นายรอดแน่ เอก”น้ำเสียงนี้อเนกจำได้ดีว่าเป็นเสียงใคร…ชายหนุ่มค่อยๆทรุดลงไปกองอยู่ที่พื้นในสภาพหมดหนทางต่อสู้ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองหน้าหล่อเหลาของอาจารย์วิทยาศาตร์ที่กำลังมองเขาอย่างบูดบึ้ง“อะ ไอ้ธัศ”“เออ ฉันเอง ทำไมนายถึงทำแบบนี้วะ” ธัศไนยถามเสียงตะคอก ก่อนจะหันไปทางประภาพิณที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนเตียง“คุณแฟน โทรหาตำรวจ”“แต่ว่าเขาเป็นเพื่อนคุณ”“ผมบอกให้โทรก็โทรไปสิ” ชายหนุ่มเริ่มเสียงดัง เล่นเอาหญิงสาวต้อง
16.42น.“แฟนจ๋า เราจะมีลูกด้วยกันกี่คนดีครับ” ธัศไนยนั่งสวีตหวานอยู่กับประภาพิณในร้าน beautiful flower มือใหญ่จับกุมมือบางแล้วใช้หัวนิ้วโป้งคลึงหลังมือเธอเบาๆ ตาคมหวานเชื่อมมองหญิงสาวอย่างแสนรัก“สองคนดีมั้ยคะ”“จะดีเหรอ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงอย่างไม่เห็นด้วย“ทำไมจะไม่ดีล่ะค่ะ ผู้ชายหนึ่งคน ผู้หญิงหนึ่งคน”“แต่ผมว่ามีลูกสักโหลนึงเลยก็ดีนะครับ” เขารั้งร่างบางมาพิงอกกว้างพร้อมจูบขมับหญิงสาวเบาๆ“โห ตั้งโหลนึงเชียวเหรอคะ เยอะเกินไปหรือเปล่า แฟนไม่ไหวหรอกค่ะ” เธอส่ายหน้าหวือ พูดอู้อี้“แต่ผมทำไหวนะ” เขาพูดอย่างเจ้าเล่ห์ ทำให้เธอต้องเงยหน้าออกจากอกหนาแล้วขว้างค้อนใส่เขาอย่างมีจริต“มีโหลนึง คุณคงจนกันพอดี”“ไม่จนหรอกน่า อย่างน้อยผมก็มีเงินเลี้ยงคุณและลูกให้มีความสุขได้ไปจนกว่าจะตาย ไม่มีทางปล่อยให้คุณลำบากแน่ๆ” เขาพูดเสียงหนักแน่น“เซี้ยว”“เซี้ยวที่ไหน ผมพูดตามความเป็นจริงนะ แต่ผมจอให้คุณสัญญากับผมสักข้อได้มั้ยครับคุณแฟน” เขาเอ่ยขอเสียงนุ่ม“ขออะไรคะ”“ถ้าแต่งงานกับผมแล้ว คุณห้ามมีสามีน้อยโดยเด็ดขาด”“อีตาบ้า ใครเขาจะมีสามีน้อยกัน” เธอหยิกหน้าอกเขาแรงๆจนชายหนุ่มร้องลั่น ก่อนที่หน้าคมจะตีหน
ทันทีที่อเนกกลับถึงบ้าน เขาก็ต้องขมวดคิ้วอย่างสงสัยเมื่อเห็นรถคันหรูมาจอดอยู่หน้าประตูบ้านของเขา ก่อนที่คนในรถจะเปิดประตูออกมา“แวว…” อเนกเรียกชื่อเธอเสียงแผ่ว มองหน้าสะสวยที่มีแว่นสีดำอันใหญ่ปกปิดอยู่อย่างเจ็บปวด“ใช่ค่ะ ขอบคุณที่ยังจำแววได้” แวววรรณเหยียดปากอย่างเยาะหยัน กวาดตามองอเนกอย่างสมเพซ“ผมไม่ได้ความจำเสื่อมนี่ครับ จะได้ลืมอะไรง่ายๆ ไม่เหมือนคุณหรอก พูดอะไรก็ลืม…”“ตายจริง นี่คุณหลอกด่าแววเหรอคะ” แวววรรณยกมือทาบอกอย่างมีจริต“แล้วแววเป็นอย่างที่ผมว่าหรือเปล่าล่ะครับ” ย้อนถามอย่างเจ็บแสบแต่แวววรรณไม่อยากถือสา เพราะ…ความแค้นที่เธอมีอยู่ตอนนี้มันสำคัญมากกว่าการต่อล้อต่อเถียงกับอดีตคู่นอนอย่างเขา“วันนี้แววมีเรื่องจะมาคุยกับคุณค่ะ”“นั่นสินะ ถ้าไม่มีธุระ คุณคงไม่มาหาผมหรอก”“คุณเลิกด่าแววสักทีได้มั้ยคะ” แวววรรณเริ่มขึ้นเสียงสูงอย่างไม่พอใจ“ผมไม่ได้ด่า ผมพูดความจริง”“ความจริงของคุณ แววไม่อยากฟัง”“ ถอยไป ผมจะเข้าบ้าน” อเนกผลักร่างอวบอิ่มที่เขาเคยหลงใหลในอดีตให้พ้นทางพร้อมกับไขกุญแจประตูบ้านแล้วเปิดออก“แต่แววมั่นใจว่าคุณจะต้องสนใจในสิ่งที่แววมาเสนอ” แวววรรณเดินตามเขาเข้าไปในบ้า
“ว้าย! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะคะคุณธัศ”“ไม่เอา ผมคิดถึงคุณจะแย่ รู้มั้ย?”“ฉันจะกลับแล้วนะคะ มันมืดแล้ว คุณไม่เห็นเหรอไง”“คุณนอนที่นี่ก็ได้นี่นา” เขาทำเสียงออดอย่างเอาแต่ใจ“ไม่ได้แล้วค่ะ เพราะตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นพี่เลี้ยงเด็กเหมือนเคย จะให้มาอยู่ที่บ้านคุณได้ไง เห็นฉันเป็นผู้หญิงใจง่ายเหรอคะ”ได้ฟังประโยคนี้เข้าไป ชายหนุ่มก็ถอนหายใจเฮือกอย่างยอมจำนน“โอเคๆ ผมยอมก็ได้ แต่ว่าคุณต้อง…” เขาเริ่มมีเงื่อนไขเล่นเอาประภาพิณต้องถามกลับอย่างหวาดระแวง“แต่ว่าอะไรคะ” เธอช้อนตาขึ้นมองเขา“แต่ว่า…จูบผมก่อนสิ แล้วจะปล่อย”“ไม่เอาหรอก ตาบ้า” เธอเบือนหน้าไปอีกทางอย่างขัดเขิน“ก็ตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วนี่นา แค่จูบเองนะ นะครับ” เขาอ้อนเสียงอ่อน ตาคู่คมพราวระยับจนหญิงสาวใจอ่อนยวบ“ก็ได้ค่ะ” เธอพูดพร้อมโน้มต้นคอเขาให้ก้มลงต่ำมากขึ้นแล้วยกศีรษะขึ้นจุมพิตปากเขาเบาๆแล้วรีบถอยหน้าออกห่าง“ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ”“เดี๋ยวสิ เรียกตัวเองว่าแฟนก่อน” เขายังมีเงื่อนไขอีกข้อ ทำเอาหญิงสาวตีหน้าบูด“เอาน่า อย่าหน้างอสิครับ น่านะ เรียกตัวเองว่าแฟน ผมว่ามันฟังดูน่ารักดีออกนะ” เขาก้มหน้าลงพูดใกล้ๆเธอโดยไม่สนใจสักนิดว่าร่างบางที่เข
อย่าบอกนะว่าเธอบีบตูดเอ้ยบีบก้นเขาจริงๆแต่ก็คงเป็นเรื่องจริงนั่นแหละ เพราะเห็นๆอยู่ว่าเธอเป็นคนล้ำเขตเตียงนอน มันก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะโกรธเมื่อโดนเธอโยนความผิดให้มันเป็นเพราะเธอเองที่เป็นตัวต้นเหตุทำให้เขาโมโห…ถึงแม้ว่าบทลงโทษของเขาจะดูรุนแรงเกินไปสักนิดสำหรับสาวบริสุทธิ์อย่างเธอ แต่ต้นเหตุมันก็
เวลาผ่านไปกว่าค่อนชั่วโมงแล้ว คนตัวสูงที่เปลือยอกโชว์หน้าท้องเซ็กซี่ที่ทำให้ประภาพิณอดที่จะแอบมองบ่อยๆไม่ได้ก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่คนที่นอนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเตียงโดยมีหมอนใบยาวมากั้นเอาไว้กลับยังคงตาใสแจ๋วไม่มีทีท่าว่าจะง่วงนอนเลยแม้แต่น้อยร่างบางพลิกตัวกระสับกระส่ายอย่างเซ็งๆก่อนที่
ปากกาเมจิกถูกขีดทับเลข11บนปฏิทิน หน้าตาหล่อแบบเรียบๆดูจะฉายแววสดใสขึ้นทันตาเห็นเมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงวันที่เขารอคอยขึ้นมาเต็มทีแล้ววันที่โรงเรียนจะเปิดเทอม วันที่อเนกจะได้กลับไปทำหน้าที่สั่งสอน ให้ความรู้แก่เด็กๆไม่ว่าเขาจะมีเรื่องทุกข์ใจขนาดไหน เขาก็สามารถลืมมันได้ เพียงแค่เห็นรอยยิ้มของเด็กๆทุกค
แรงดิ้นพราดๆของสาวร่างเล็กแต่แรงไม่เล็กเหมือนหุ่น ทำให้ธงชัยรู้สึกขัดใจอยู่ไม่น้อย กำปั้นหนักๆจึงอัดเข้าที่ท้องน้อยของหญิงสาวเต็มแรงจนเธอถึงกับหน้ามืดวูบ ธงชัยถามจากคนในตลาดจนรู้มาว่าธัศไนยบ้านอยู่ที่นี่ เขาจึงลองแอบเข้ามาในบ้านหลังนี้ดู แค่สะเดาะกลอนไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับนักย่องเบาเก่าอ







