เสน่ห์รักร้ายคุณพ่อมือใหม่

เสน่ห์รักร้ายคุณพ่อมือใหม่

last updateZuletzt aktualisiert : 04.01.2025
Sprache: Thai
goodnovel16goodnovel
Nicht genügend Bewertungen
76Kapitel
902Aufrufe
Lesen
Zur Bibliothek hinzufügen

Teilen:  

Melden
Übersicht
Katalog
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN

Zusammenfassung

เศรษฐี

สวย

นางเอกเก่ง

ความรักหวาน

ความรักครั้งแรก

คู่ปรับ

เมื่อชายหนุ่มหน้าดุต้องมาเป็นคุณพ่อโดยไม่ได้ตั้งใจ ซ้ำร้ายยังโดนเด็กแบเบาะ "จัดหนัก" จนต้องรีบสรรหาพี่เลี้ยงเป็นการด่วน โดยไม่รู้อนาคตเลยสักนิดว่า...เขาอาจต้องสูญเสียหัวใจไปตลอดกาล ************************************************************** อยู่ๆน้องชายก็โยนภาระเป็นหลานชายตัวน้อยมาให้ งานนี้หนุ่มโสดอย่างเขาจึงต้องเครียด...โธ่ จะไม่ให้เขาเครียดได้ยังไงกันล่ะ ในเมื่อเขาเลี้ยงเด็กไม่เป็น เรื่องทุกอย่างจึงตกหนักอยู่ที่ประภาพิณ หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของร้านดอกไม้เล็กๆ ที่ดันไปเป็นหนี้ธัศไนยเป็นล้าน เขาจึงทวงเงินโดยการให้เธอมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ แต่ในเมื่อเธอยังไม่ยอมมา...เล่นตัวดีนัก เขาก็เลยต้อง...ลักพาตัวเธอมาเสียเลย !!

Mehr anzeigen

Kapitel 1

บทที่ 1

The roads were soaked. It had been raining for a whole day in Southbury.

Aria Carver's backpack was thrown out of the door by the butler in disdain.

"Mr. Kent doesn't want to see you, Ms. Carver. So, I have to say some words in his stead. Your birth parents are in the countryside. Your father's last name is Carver.

"The Kent family mistook you for their daughter in the past. But now that Ms. Lily has been found, I hope that you can do what's best for everyone and stop contacting the Kent family."

The butler, Alfred Dun, took out a card. "Here's 10,000 dollars. Mr. Kent instructed me to give it to you as compensation."

"No need."

Aria didn't even look at the card as she picked up her backpack.

Alfred looked at her in disdain. She didn't want the money? Was she acting tough?

She should really think about her circumstances. The Kents had found their real daughter. They wouldn't want a country bumpkin like her anymore. She was an embarrassment.

"As you wish, Ms. Carver." Alfred closed the door with a loud bang.

Aria paid him no mind. She only took a black backpack when she left the Kent Residence. She stood proud and tall. She left the Kent Residence without taking anything that didn't belong to her.

The rain falling on her made her look a little defeated. The people on the second floor saw her and started snickering. They didn't care if she could hear them.

"She's finally gone."

"I know right? I was so afraid that she might not want to go back to the countryside, and would try to stay with us."

Aria didn't respond, but a sneer appeared on her face.

Were the Kents ignorant? Yes, they were.

Aria chewed on a gummy absentmindedly. She had a head of long and glossy black hair. Her face was a little pale, but it didn't make her look weak. Instead, she looked quite mysterious.

At the same time, the Carver family was having an international meeting at their home in Janovin.

Warren Carver sat at the head of the table. He held a cane in his hands and looked really intimidating.

"It's been so many years. Is there still no leads on your sister?"

He was talking to his six grandsons.

The Carver family was the wealthiest in Janovin. The six scions of the family were all very remarkable people.

Any single one of them would cause a stir if they went out in the open.

At that moment, they all looked saddened. Longing and sorrow filled their eyes. They were the ones that lost their youngest sister back then.

She was only a baby when she went missing. She never caused a fuss and was always very adorable.

It had been 18 years. They had never stopped looking since. All the leads went cold at a secluded village in the mountains. They had no idea how many times the human traffickers moved their baby sister around.

"Grandpa, let's keep looking. We will definitely find her!"

Suddenly, a chubby man, Frank Levin, rushed into the room with some documents in his hand. He panted as he said, "Mr. Chairman! Little Ms. Carver has been found!"

Warren, who was usually composed, stood up immediately. He was so excited that his hands were shaking.

"Where is she? Send someone to pick her up right now!"

Frank handed the documents over. "She's in Southbury. We're still looking into her exact location."

"Then let's go to Southbury! Get a car ready!" Warren was very excited.

It was evening in Southbury. Aria, who had been kicked out of the Kent Residence, didn't go to the countryside.

She waited for the rain to stop before she headed back to the place she was staying at. It was a very insignificant neighborhood.

When she was parking her car, someone called out to her, "You're back, Aria."

"Yeah. I'm back." Aria smiled.

Maria Goode, a fruit vendor, handed her an apple. "I haven't seen you in two weeks. No one else could help me with my arthritis."

"Don't forget about me, Aria. My hand always trembles when I'm playing chess."

Everyone knew that Aria was a very beloved figure in the Elmer district. Some retired government officials loved to chat with her as she treated their conditions.

The place might look plain and simple on the surface, but there was more than met the eye.

The person who talked about his hand was Jasper Garland, a former national chess champion.

Aria didn't delve into the identities of the other residents. She chose to live in this neighborhood because it was a nice place.

Erweitern
Nächstes Kapitel
Herunterladen

Aktuellstes Kapitel

Weitere Kapitel
Keine Kommentare
76 Kapitel
บทที่ 1
บรรยากาศรอบข้างหนาวเย็นจนร่างสูงต้องดึงผ้าห่มขึ้นคลุมอกพลางพลิกตัวนอนหันหลังตะแคงข้าง สองหูแว่วได้ยินเสียงหนึ่งแผดลั่นท่ามกลางความเงียบงันของยามค่ำคืน“แง แง้ แงๆๆๆ”ธัศไนยขมวดคิ้วมุ่น ขยับตัวนอนแผ่หงายพร้อมเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็วความคิดแรกที่วูบเข้ามาในสมองของชายหนุ่มก็คือ...ใครมาเปิดโทรทัศน์ในตอนตี2แบบนี้แต่พอคิดอีกที ที่บ้านหลังนี้มีแค่เขาเพียงคนเดียว แล้วจะมีใครมาเปิดละครดูได้ยังไงชายหนุ่มลุกลงจากเตียงกว้างสีฟ้าสดใสพร้อมเปิดไฟในห้องนอนจนสว่างก่อนที่ธัศไนยผู้ที่ไม่เคยเกรงกลัวใครจะหันไปหยิบปืนสั้นในลิ้นชักห้องออกมาเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง รีบก้าวเท้าไปยังประตูแล้วเปิดออกและทันทีที่ชายหนุ่มเปิดประตูห้องนอนผ่างออกมา สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือตะกร้าใบขนาดย่อมที่กองอยู่ใกล้ๆเท้าของเขา ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลามืดแต่แสงไฟจากในห้องนอนที่ส่องลอดออกมาก็ทำให้เขาเห็นถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่กำลังนอนอ้าปากกว้างร้องไห้เสียงจ้าอยู่ในนั้นเป็นอย่างดีปืนในมือของเขาแทบจะหล่นลงกับพื้นเมื่อตาคมเบิกกว้างขึ้นพร้อมอุทานออกมาเสียงดังลั่นอย่างตกใจ“เฮ้ย!”ใครกันบังอาจเอาเด็กน้อยหัวล้าน
Mehr lesen
บทที่ 2
กรุ๋งกริ๋ง กริ๊งๆ เสียงโมบายดังขึ้นอีกครั้งพร้อมประตูที่เปิดออกทำให้ทั้งสองคนต้องหันไปมองพร้อมๆกันและก็ได้พบกับ...ชายหนุ่มร่างสูง หน้าตาดุดัน ตาคมกริบ หนวดเครารุงรัง ปากงอหงิกจนแทบจะเป็นจวัก ในอ้อมแขนมีเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มแหกปากร้องลั่นแงๆอยู่“อะ เอ่อ” ประภาพิณรู้สึกเหมือนกรามจะค้างขึ้นมาทันที เพราะดูจากลักษณะของเขาแล้ว ไม่น่าจะมาซื้อดอกไม้เลยสักนิด“คุณเป็นใคร” ธงชัยถามเสียงห้วนด้วยความหวงผู้หญิงที่เขาหมายปองมา2วันเต็มๆ“ประภาพิณ คุณต้องมาเลี้ยงเด็กให้ผม!” เสียงห้าวพูดขึ้นมาอย่างไม่คิดจะสนใจตอบคำถามของธงชัยสักนิด“ห๋า!” ประภาพิณอ้าปากค้างอย่างไม่มั่นใจว่าตัวเองหูฝาดหรือเปล่า“คุณฟังไม่ผิดหรอก คุณต้องเลี้ยงเด็กคนนี้ให้ผม” เขาย้ำเสียงหนักแน่นก่อนจะปรายตามาทางธงชัยเล่นเอาหนุ่มน้อยที่เริ่มมีรอยตีนกาขึ้นต้องสะดุ้งโหยง“ขอโทษครับ คุณเป็นลูกค้าหรือเปล่า” ธัศไนยถามออกมา“มะ ไม่ใช่ครับ ผมเป็นแค่คนที่เดินผ่านมา และก็กำลังจะผ่านไปครับ” พูดจบ ธงชัยก็หันหลังเดินออกไปจากร้านทันทีโดยไม่คิดจะหันมาอำลาผู้หญิงที่ตนแอบหลงรักมานานถึง48ชั่วโมงเลยสักนิดฟึ่บ!พอลับหลังของชายหัวหงอกแล้ว ธัศไนยก็ชูแผ่นก
Mehr lesen
บทที่ 3
บังเอิญธัศไนยไปเจอแผ่นสัญญาเงินกู้ของพ่อประภาพิณเข้าพอดี เขาจำได้ว่าพ่อของเขาเคยเล่าให้ฟังว่าลูกหนี้ของพ่อคนนี้มีลูกสาวสวย ทำงานอยู่ที่ร้านดอกไม้ เขาจึงคิดจะให้เธอมารับหน้าที่เลี้ยงหลานให้เขา เพราะเขามีความคิดว่า... ตอนนี้ก็เท่ากับว่าเธอเป็นลูกหนี้ของเขาแล้ว ฉะนั้นเธอก็เหมือนลูกไก่ในกำมือ เธอคงเลี้ยงหลานเขาได้ดีและไม่กล้ายุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเขามากนักนี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้เขาต้องดั้นด้นอุ้มเมธากรไปหาเธอถึงร้านขายดอกไม้ดวงตาคู่ดุเหลือบขึ้นมองนาฬิกาข้างฝาผนังเห็นว่าเป็นเวลา1ทุ่มแล้ว วันนี้เขาปอกกล้วยแล้วใช้ช้อนบดกล้วยป้อนเมธากรไปแล้วครึ่งลูก แต่ทำไมหลานของเขาถึงยังร้องไห้ไม่ยอมหยุด ก็บอกแล้วไงว่าเขาเลี้ยงเด็กไม่เป็นธัศไนยหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นมาใหม่อย่างกังวลใจ ถึงแม้ว่าการเลี้ยงเด็กจะยากเย็นแค่ไหน เขาก็จะพยายามเลี้ยงเมธากรให้ดีที่สุด เขาจะรอจนกว่าจะครบ1เดือนตามสัญญา เพราะเขาคิดว่าประภาพิณคงจะหาเงินมาใช้เขาไม่ได้แน่ๆดวงตากลมโตที่ฉายชัดถึงความตกใจลอยเข้ามาในห้วงคำนึง ทำให้เขาต้องสะบัดศีรษะเพื่อขับไล่วงหน้าหวานๆของเจ้าของร้านดอกไม้ให้ออกไปจากความคิดเพราะดวงตาคู่นั้นของเ
Mehr lesen
บทที่ 4
ปิ้ววววธงชัยลอยละล่องไปกระแทกกับประตูเสียงดังสนั่น ดวงตาเล็กๆของหนุ่มที่ไม่ยอมแก่เหลือบมองหน้าของบุรุษลึกลับเพียงแค่เสี้ยววินาที เห็นเพียงเครารุงรังและดวงตาดุที่วาววามอยู่ในความมืดก่อนที่ธงชัยจะตาลีตาเหลือกใส่เกียร์สุนัขโกยอ้าวออกจากร้านดอกไม้อย่างไม่คิดชีวิต“ขะ..” คำว่าขอบคุณติดค้างอยู่ที่ลำคอระหง ในตอนนี้หญิงสาวรู้สึกสั่นไปหมดทั้งตัวด้วยความหวาดกลัว ดวงตาคู่สวยมองชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยเธอด้วยสายตาไม่ไว้วางใจธัศไนยยืนหันหลังให้ประภาพิณพลางมองตามร่างของธงชัยจนร่างที่มีไขมันตรงท้องมากผิดปกติวิ่งกระเผลกๆออกไปจากร้านประภาพิณยืนหน้าซีดเพราะยังตกใจกับธงชัยที่อยู่ๆก็บุกมาเข้าห้องของเธอโดยไม่ทันตั้งตัวไม่หาย ก่อนที่สัญชาตญาณระแวงภัยของผู้หญิงจะฉุดดึงสติของเธอให้กลับมาแล้วมองผู้ชายร่างสูงตรงหน้าอย่างเพ่งพิศผู้ชายคนนี้สูงมากจริงๆ ผมสีดำกลมกลืนไปกับความมืด เขาดูเหมือนจะเท่มากจริงๆที่อยู่ๆก็โผล่เข้ามาช่วยเธอได้ทันเหมือนวีรบุรุษ แต่...ทำไมที่หลังของเขาถึงมีเด็กกระเตงมาด้วยล่ะนั่นฟึ่บ!อยู่ๆธัศไนยก็หันขวับมาทางเธอ เล่นเอาประภาพิณสะดุ้งเฮือก เขาปราดเข้ามาประชิดตัวเธอก่อนจะเอื้อมมือใหญ่มาจับข้อ
Mehr lesen
บทที่ 5
“แงๆๆๆ”เสียงเจ้าเด็กขี้แยที่เขากระเตงใส่หลังมาด้วยนั่นเองที่ทำลายอารมณ์เขาจนแทบดับ ร่างสูงผละออกจากร่างนุ่มนิ่มแทบจะทันทีพลางเม้มปากตัวเองแน่น“ตบผมสิ จะได้หายกัน” เขาบอกเสียงเรียบ เพราะไม่คิดว่าเธอจะทำจริงๆเพี๊ยะ!เพี๊ยะๆๆเสียงดังฉาดๆๆหลายๆทีติดต่อกันดังสะท้อนไปทั้งห้องจนชายหนุ่มหน้าหันแล้วหันอีกจนคอแทบเคล็ด หน้าชาวูบเจ็บแสบแต่ก็ต้องทนกัดฟันข่มความเจ็บเอาไว้“นี่คุณตบผมจริงๆเรอะ”“ก็คุณเป็นคนบอกให้ฉันตบเอง” ประภาพิณเถียง น้ำตาไม่มีไหลสักหยด“ตบพอใจแล้วก็ไปกับผม” เขาพูดพลางฉุดข้อมือบางให้เดินตามเขา“ฉันไม่ไป”“คุณต้องไป ไม่งั้นคุณมีปัญหาแน่ อยากถูกผมฟ้องใช่มั๊ยประภาพิณ”“ทำไมคุณไม่ไปหาคนอื่นมาเป็นพี่เลี้ยง ทำไมต้องเจาะจงที่ฉันด้วย” หญิงสาวถามเสียงสั่น พยายามขืนตัวไม่เดินไปตามแรงลากของเขาสุดฤทธิ์“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน อย่ามาขัดใจผมนะ”“ฉันทิ้งร้านนี้ไปไม่ได้”“คุณจะไม่ยอมไปกับผมดีๆใช่มั้ย” ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ ในขณะที่ประภาพิณพยักหน้าหงึกหงัก“งั้นคงต้องใช้วิธีนี้” แล้วเขาก็จัดแจงช้อนร่างเธอขึ้นมาอุ้มไว้แนบอกทันที“ปล่อยนะ อย่ามาอุ้มฉันแบบนี้”“ถ้าไม่หยุดดิ้น ผมจูบแน่นอน” เขาก้มหน้า
Mehr lesen
บทที่ 6
จ๊วบๆๆๆ“แน่ะ มีเสียงซะด้วย” ธัศไนยหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี มือยังคงโอบอุ้มร่างน้อยไว้ในวงแขนโดยมีประภาพิณคอยถือขวดนมให้“นี่คุณคะ” เสียงเรียบๆที่ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มต้องเงยหน้าขึ้นมอง“มีอะไร”“ฉันทิ้งร้านดอกไม้ไปไม่ได้หรอกนะคะ”“…” ธัศไนยก้มลงมองเมธากรอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตาใสพร้อมพูดออกมาว่า“ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ คุณเปิดร้านตามปกติก็ได้ เดี๋ยวผมกับเจ้าเมไปอยู่ที่ร้านคุณด้วย พอตอนกลางคืนคุณก็มาอยู่ที่บ้านผม เคมะ”“อะไรนะ” ประภาพิณเบิกตากว้างจนแทบจะถลนอย่างไม่อยากจะเชื่อหู ในขณะที่ชายหนุ่มทำหน้ายิ้มกริ่ม“ยังสาวยังแส้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะหูตึง”“ฉันไม่ได้หูตึง” หญิงสาวตวาดแหว “ฉันแค่ไม่คิดว่าคุณจะเสนอความคิดแบบนี้ต่างหาก”“แล้วทำไมล่ะ ความคิดของผมมันไม่ดีเหรอไง” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงเป็นเชิงถาม ตาคมมองประภาพิณที่ยกมือข้างที่ว่างมาลูบคางตัวเองไปมาอย่างครุ่นคิดถ้าหากว่าเธอยอมทำตามข้อเสนอของเขา เธอก็จะได้เปิดร้านขายดอกไม้ตามปกติ แถมยังได้ใช้หนี้ให้เขาด้วย นับว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกอีแร้งสองตัวเลยจริงๆ“ก็ได้ค่ะ” ประภาพิณพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะถามเขาว่า“แล้วคุณไม่ทำงานท
Mehr lesen
บทที่ 7
“เมื่อผมเกิดเป็นไก่ วันนั้นผมถึงจะมีอารมณ์ขัน” เขาพูดหน้าตายชิ้ง!ประภาพิณนิ่งค้างเมื่อได้ยินคำตอบจากเขา ก่อนที่เธอจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังสนั่น“ฮ่าๆๆ ก๊ากๆๆๆๆ”“หัวเราะอะไรของคุณ” เขาถอยห่างออกจากเธอพร้อมยกมือขึ้นปิดหู“หัวเราะคำพูดคุณไง ตลกหน้าตายนะคะ คุณน่ะ ฮ่าๆๆๆๆ” หญิงสาวพูดพร้อมเอามือกุมท้องแล้วหัวเราะจนตัวงอ“หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้นะ” เขาสั่งเสียงเหี้ยม แต่มีหรือที่คนอย่างประภาพิณจะเกรงกลัว“ก๊ากๆๆๆ”“ถ้าไม่หยุด ผมจะจูบ”เงียบ…สิ้นคำขู่ เธอก็เงียบเสียงลงทันทีราวกับปิดสวิตซ์ ทำเอาชายหนุ่มต้องส่ายหน้าไปมาอย่างแสนจะผิดหวัง“นี่ไม่อยากโดนผมจูบถึงขนาดนี้เชียวเหรอ”“ก็ใช่น่ะสิคะ ใครจะไปอยากโดนผู้ชายที่ตัวเองไม่ได้รักจูบกัน” เธอตอบเสียงเรียบ ทั้งๆที่รู้สึกใจแกว่งๆชอบกลยามที่นึกถึงรสจูบอันดูดดื่มของเขา“เหรอ แต่ถึงผมจะไม่ได้รักคุณ ผมก็อยากจูบคุณนะ” เขาพูดพร้อมทำตาซึ้ง ก่อนจะอุทานออกมาเมื่อโดนมือเล็กๆผลักที่อกอย่างแรงจนเขาเซ“เบาๆหน่อยสิคุณ ผมยิ่งบอบบางอยู่ด้วย ผู้หญิงอะไร…ถึกเป็นบ้า”“ฮ้ะ!!” หญิงสาวอ้าปากค้างก่อนจะเตรียมเปล่งเสียงกรี๊ดออกมา แต่ร่างสูงโผนร่างเข้าหาเธอพร้อมเอามือร้อน
Mehr lesen
บทที่ 8
“คุณแฟน” เขาเรียกเธอด้วยเสียงทุ้มนุ่ม“คะ?” หญิงสาวกลืนน้ำลายเอื้อกลงคอก่อนจะทำตาปริบๆใสๆ“กับข้าววันนี้คือไข่ดาว1ฟอง?” คิ้วเข้มๆเลิกขึ้นสูงพร้อมถามเธอด้วยน้ำเสียงละมุนละไม“ใช่ค่ะ ไข่ดาวคนละฟอง เป็นอาหารจานด่วนค่ะ คุณจะได้ไม่ต้องหิ้วท้องรอนาน” หญิงสาวพยักหน้าหงึกหงักพร้อมเหล่มองจานข้าวของตัวเองบ้าง“ด่วนมากมั้ย” เขายังคงถามเธอด้วยเสียงทุ้มนุ่มลึก“มากค่ะ ทำไมเหรอคะ” หญิงสาวถามเสียงไร้เดียงสา และนั่นเองที่ทำให้ชายหนุ่มตบะแตก เพราะเขาโวยวายลั่นขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่“ด่วนจนไหม้เลยใช่มั้ย ไข่ดาวดำจนเกรียมแบบนี้ใครจะไปกินลง”“เอ๊ะ คุณอย่ามาว่าฉันนะ ไข่ของฉันก็ไหม้เหมือนกัน ฉันยังไม่โวยวายเลย” ประภาพิณเงยหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ เล่นเอาธัศไนยต้องผลักจานที่อยู่บนพื้นไปทางเธออย่างโมโห“ไข่ของผมไหม้มากกว่าของคุณอีกนะยัยคูโบต้า”“เอ้ะ ไข่ของคุณไหม้น้อยกว่าของฉันต่างหาก ฉันอุตส่าห์ยอมเสียสละเอาไข่ที่ไหม้น้อยๆให้คุณ ส่วนไข่ที่ไหม้มากๆฉันยอมกินเอง”“คุณดูให้ชัดๆสิ ไข่ของผมดำมาก ถ้าเป็นคุณ คุณจะกินลงเหรอไง” เขาชี้นิ้วไปที่จานที่วางอยู่บนพื้น ข้าวสวยร้อนๆเม็ดสวยงาม มีไข่ดาวนิโกรวางแปะอยู่บนเม็ดข้าวสวย“ไม่
Mehr lesen
บทที่ 9
“เช้านี้ผมจะทำอาหารที่ง่ายๆสักอย่างหนึ่งก่อน คราวหน้าค่อยทำอาหารที่มันหลากหลายมากกว่านี้”“ท่าทางคุณจะทำอาหารเก่งนะคะ”“ใช่ ผมน่ะชอบทำอาหารนะ รู้มั้ย” เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ทำเอาประภาพิณชักจะรู้สึกหมั่นไส้ เธอจึงแขวะเขาไปว่า“ไม่เข้ากับหน้าคุณเลยนะคะ”“หมายความว่าไง” เขาหันมาถามเธอเสียงเข้ม พลางหรี่ตาลงอย่างหงุดหงิด“จะว่าผมหน้าโหดอีกล่ะสิ”“ปิ๊งป่อง ถูกแล้วค่ะท่านอาจารย์” เธอหัวเราะก๊ากๆ จนชายหนุ่มต้องส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะพูดออกมาว่า“ถ้าจะทำแกงจืดวุ้นเส้น ก่อนอื่นคุณต้องโขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยให้ละเอียดเสียก่อน แล้วค่อยเอาไปผัดกับเนื้อหมู ใส่น้ำปลา ใส่น้ำซุป เห็ดหูหนู ฟองเต้าหู้ ดอกไม้จีน”“เดี๋ยวๆๆค่ะ สมองฉันคิดตามไม่ทันคุณ” เธอยกมือข้างที่ว่างจากการอุ้มเมธากรมาโบกมือห้ามเขา“พอเถอะ ผมไม่พูดแล้ว” เขาตัดบท ก่อนจะหันรีหันขวาแล้วตั้งท่าจะเดินไปหยิบชามอ่าง แต่ประภาพิณกลับยืนขวางอยู่“คุณแฟน” เขาเรียกเธอเสียงระอา“อะไรคะ” เธอทำตาโตแล้วถามเขาอย่างใสซื่อ“คุณช่วยออกไปรอนอกห้องครัวได้ไหมครับ” เขาพูดเสียงสุภาพ ในขณะที่เธอทำหน้างุนงงอย่างไม่เข้าใจ“ทำไมล่ะคะ ฉันอยากยืนดูค
Mehr lesen
บทที่ 10
10.00น.กว่าธัศไนยและประภาพิณจะมาถึงที่ร้านบิวตี้ฟาวเว่อร์ก็เป็นเวลาสายมากแล้ว ธัศไนยที่อาบน้ำจนตัวหอมกรุ่นสวมใส่เสื้อผ้าสะอาดสะอ้านด้วยเสื้อยืดกับกางเกงยีนสบายๆ ที่แผ่นหลังกว้างแข็งแรงมีเด็กชายผิวขาวตัวเล็กๆที่แก้มมีแป้งทาไว้เป็นหย่อมๆกระเตงอยู่ด้วย ส่วนข้างๆกายเขามีผู้หญิงผมยาวสยายแต่งกายด้วยชุดนอนเนื้อหนาท่าทางเฉิ่มๆเหมือนคุณป้าที่เพิ่งตื่นนอนไม่มีผิด“กลิ่นตุๆนะ คุณน่ะ” เขาใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งมาบี้จมูกตัวเองพร้อมเหล่ตามองผู้หญิงข้างๆตัว“แหม ก็ฉันยังไม่ได้อาบน้ำนี่คะ” เธอพูดพลางทำปากยื่นแล้วค้อนชายหนุ่มตาคว่ำ“ไม่รู้ว่ารถผมจะมีกลิ่นตุๆของคุณติดด้วยหรือเปล่า” เขาหันไปมองรถยนต์คันหรูที่จอดแอบอยู่ข้างๆร้าน beautiful flower ด้วยสายตาเป็นห่วง“เว่อร์เกินไปแล้วค่ะ” หญิงสาวค้อนอีกครั้ง มองท่าทางสะอาดๆกับผิวผ่องๆของชายหนุ่มอย่างหมั่นไส้“ผมกับไอ้เมอาบน้ำแล้ว มีแต่คุณนั่นแหละ ตื่นมาแล้วยังไม่อาบน้ำอีก ผู้หญิงอะไร…ซกมก” เขายังคงเหล่ตามองเธอแถมยังไม่หยุดบ่น จนหญิงสาวชักจะเริ่มโมโหขึ้นมา“ก็คุณเล่นไปพาตัวฉันมาตั้งแต่เมื่อคืน ฉันจะอาบน้ำได้ไงล่ะยะ เสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนก็ไม่มี ถ้าคุณว่าฉันอีกคำ
Mehr lesen
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status