Masukเช้าวันถัดมา
ปึง ปึง ปึง "ไอ้เอ ไอ้เอ อยู่ข้างในรึเปล่าเปิดประตูให้กูหน่อย ~" บอมที่พึ่งสร่างเมาจะเข้ามาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าห้องตนเองแปลกใจนิดหน่อยที่ห้องล็อคเลยเคาะประตูเรียกเพื่อนที่รถยังจอดอยู่แต่หายตัวไปตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานเศษซากอารยธรรมข้างล่างเละเทะจนต้องเก็บกวาดทั้งที่ยังแฮงค์คนเดียวเพราะคนอื่นเมาหลับกันหมด เมื่อเคาะเรียกเเล้วไม่มีใครมาเปิดจึงเดินเข้าห้องพี่สาวไปหยิบกุญแจสำรองมาไขห้องของตน เนื่องจากบ้านของตนมีห้องไม่กว้างเปิดเข้าไปเดินไม่กี่ก้าวก็เห็นเตียง คุณหมอหนุ่มตัวเล็กเอามืออุดปากตาถลนทันทีที่เห็นว่าเพื่อนหมอตัวโตอยู่ในห้องเขาจริงๆ แต่อยู่ในสภาพที่เรียกว่าผ่านสมรภูมิรบฟันดาบกับรุ่นน้องตัวผอมหน้าตากวนตีนตาเยิ้มตลอดเวลานั่นด้วยกันสองต่อสอง เอาแล้วงานหยาบ!! สภาพทั้งคู่คือเปลือยนอนกางแข้งกางขาหันหน้าไปคนละทางผมเผ้ายุ่งเหยิง ตัวขาวๆ ของคนทั้งคู่มีแต่รอยดูดรอยข่วน คนที่ไอ้เพื่อนหมอตัวดีกัดเค้าตลอดเวลา คนที่เพื่อนดวลเหล้าด้วย คนที่ยกนิ้วกลางให้กันตลอด พวกมึงผิดผีกันแล้ว! แย่แน่ๆ ทำไงดี ปลุกเพื่อนก่อนแล้วกัน "ไอ้เอ ไอ้เอตื่น " "อือ~" "ลุกก่อนมึง ไอ้เชี่ยเมาเหมือนหมาเลยมึงแม่งกูไม่คิดว่ามึงจะเอาไม่เลือกขนาดนี้ ไอ้สัดแล้วก็ขึ้นมาเอากันบนห้องกูด้วนนะ ไอ้เอ! " "อะไรของมึงไอ้บอม? " "มึงดูนั่น! ข้างๆ มึงมันน้องแอลซ่า มึงเอากะน้องมันตอนเมา มันลุกมากระทืบมึงแน่! " "อ๋อ~เออ กูกลับบ้านละเดี๋ยวเอามันไปด้วย ฝากเก็บห้องด้วยนะเดี๋ยวเลี้ยงเหล้าวันหลัง " แม่งพูดจบก็ลุกใส่แค่กางเกงของมันกับเด็กแอลแล้วหอบหิ้วกันออกไปเหมือนพ่ออุ้มลูกห้าขวบเข้าเอว เสียงรถมันขับห่างออกไปนานแล้วแต่ห้องกูเละมาก พวกมึงแม่งเอากันท่าไหนให้มันยับเยินขนาดนี้แถมยังอุตส่าทิ้งบ็อคเซอร์ไว้ให้ดูต่างหน้าตั้งสองตัว ไอ้พวกนี้! แล้วกูจะตอบเพื่อนมันยังไงถ้าพวกมันตื่นแล้วถามหาน้องแอลซ่าที่โดนกระซวกเละขนาดนั้น บ้าบอชิบเป๋งเลยไอ้เอ "พี่ พี่หมอ พี่บอม " พอเปิดม่านก้มมองด้านล่างจึงเห็นเด็กตัวสูงเกาะรั้วเรียกตนเองอยู่ โอ๊ะเสียงคุ้นๆ อ้าวเอ็มจีน้องไอ้บีเอ็มนี่หว่า "เอ็มว่าไง? " "ไอ้พี่บีมันอยู่ที่นี่มั๊ยครับ? " "อยู่ครับอยู่ เมาหลับอยู่ชั้นล่าง " "พี่เปิดประตูให้ผมหน่อยผมจะลากมันเข้าบ้าน " "โอเคแปปนึงนะ " เอ็มจีน้องไอ้บีเอ็มเป็นเด็กอายุสิปแปดที่ไม่เหมือนเด็กมัธยมปลายเพราะดูมีความคิดมากกว่า นิ่งกว่าดูพึ่งพาได้มากกว่าพี่ชายขี้เมาของมันมาก เอ็มจีเป็นเด็กเรียบร้อยมีสัมมาคารวะพูดเพราะชอบเอากับข้าวที่ทำเองมาแบ่งให้ เรียกพี่หมอบอมตลอด หน้าตาหล่อเหลาตัวสูงใหญ่ไม่ขี้ก้างเหมือนคนพี่ ดูมีสเหน่ห์มาก น้องเอ็มเข้ามาช่วยเก็บกวาดบ้านที่รกเละเทะจากฝีมือขี้เมาทั้งห้าอย่างขยันขันแข็งทั้งที่ตนเองไม่ได้กินด้วยแม้แต่น้อย น้องไม่ชอบดื่มเหล้าไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขเลย เป็นเด็กเรียน เป็นนักกิจกรรม ที่มักจะได้แผลเล็กน้อยมาตลอดจากการล้มถลอกเลือดไหลยามเล่นกีฬา ที่รู้ดีเพราะน้องชอบมาถามว่าพี่หมอบอมมียาล้างแผลมั้ยครับ มีสำลีเช็ดแผลมั้ยครับ บ่อยครั้งและทุกครั้งตนก็จะเสนอตัวทำแผลให้ด้วยความเอ็นดู เอ็มจีตัวใหญ่กว่าเขามากเรียกว่าน้องๆ ไอ้หมอเอร่างควายนั่นก็ว่าได้ เพราะชอบเล่นกีฬาจึงดูบึกบึนสมชายชาตรี ต่างจากพี่ที่สูงแต่ผอมกระหร่องอย่างบีเอ็ม ในระหว่างที่ทำความสะอาดด้านบนห้องตัวเองเอ็มจีช่วยถูห้องให้อยู่เห็นบ็อคเซอร์เปียกกองอยู่จึงถามขึ้นมา "แฟนพี่บอมมาเหรอครับ? " "ห๊ะ? เอ็มว่าอะไรนะ? " เอ็มจีถามอีกครั้งพร้อมชี้ไปที่บ็อคเซอร์ต่างขนาด ตรงมุมหนึ่งของห้องที่เตรียมเอาไปลงถังซักคืนเพื่อน "แฟนพี่บอมมา..นอนที่นี่เหรอครับ?" "อ๋อ~เปล่า พี่มีแฟนที่ไหนล่ะ นั่นของเพื่อนพี่ไอ้หมอเอไงกับของเด็กมันน้องแอลซ่า ~" "อะไรนะครับพี่หมอเอกับแอล...พี่แอลเพื่อนบีเอ็มน่ะเหรอครับ? " นอกจากเขาแล้ว น้องเอ็มจีก็ฉลาดพอจะรู้ว่าแอลที่บอกมันก็มีอยู่แอลเดียว ที่ไปไหนมาไหนกับพี่ชายตนเองตลอด แถมตอนนี้ก็ไม่เห็นหน้าแดงๆ ของพี่มันอยู่ตรงนี้ด้วยทั้งที่เพื่อนสนิทสองคนยังนอนเป็นผักต้มอยู่ข้างล่าง บอมรีบเข้ามาตะครุบปิดปากเอ็มจีทันทียื่นนิ้วจ่อที่ปากเป็นสัญญาณว่าอย่าพูดดัง กลัวคนอื่นจะรู้ว่าเพื่อนสนิทหมอเอาไม่เลือกเผลอไปเด้าอันธพาลขี้เมาเข้าแล้ว ชื่อเสียงต้องป่นปี้แน่ถ้าใครรู้ "เอ็มอย่าบอกใครนะ อย่าบอกบีเอ็มนะพี่ขอ รับปากกับพี่สิ " "เค้าทำกัน...โดยที่ไม่ได้คบกันเหรอครับ?" หมอบอมทำสีหน้าลำบากใจพร้อมกับพยักหน้าหงึกหงักเด็กฉลาดอย่างเอ็มจีหีวไวกับทุกเรื่องจริงๆ ทั้งคู่ช่วยกันเก็บกวาดบ้านจนเรียบร้อยมานั่งพักกินข้าวกันสองคนด้วยฝีมือของเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่า "พี่บอมเอ็มมีเรื่องจะปรึกษา " "อื้อ~เอ็มมีอะไรว่ามาสิ?" "ผมว่า..ผมกำลังตกหลุมรักคนคนนึง " "ว้าว~เด็กเรียนอย่างเอ็มพูดถึงเรื่องความรักเป็นด้วยพี่แปลกใจจริงนะเนี่ย ใครกันน้าผู้โชคดีคนที่เอ็มผู้แสนจะเพอร์เฟคตกหลุมรัก " "พี่ว่าผมดีพอจะรักใครสักคนไหมครับ? " "โถ่เอ้ยเด็กน้อย~ทุกคนไม่ดีเลิศเลอขนาดนั้นหรอกแต่ทุกคนมีความรักได้ จริงๆ" "แล้วทำไมพี่บอมไม่มีแฟนละครับ? " "ก็เอ่อ..พี่ยังไม่พร้อมพี่พึ่งเรียนจบมาทำงานยังไม่ถึงปีเลยจะรีบมีไปทำไม " "แล้วพี่บอมชอบคนแบบไหนเหรอครับ? " "ชอบแบบ...ที่ทำให้พี่เลิกกินเหล้าเเลิกรั่วได้ละมั้งฮ่าฮ่าฮ่า " "..อ้อ ~พี่บอมไปตีแบตกัน " "ห๊ะ? "ความเปิ่นของหมอตุ๊กๆ คือการแสดงออกอย่างไม่ปิดบังทั้งเสียงทั้งหน้าตาเหว๋อเหมือนเห็นผีของคนร่างเล็กทำให้อันทธพาลอยกจะจับกลืนลงท้องให้ร้เเล้วรู้รอด"ว่าไง ถ้าชอบก็เป็นแฟนกันถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องเป็นแค่นั้นไม่ต้องพูดให้มันเยอะขี้เกีจยฟังอะไรยาวๆ ปวดหัว""กินยาไหมครับ?''"อย่ามาเฉไฉตอบมา เป็นแฟนกันมั้ย?""เป็นค้าบ""ก็แค่นั้น"แค่การตอบรับเป็นคนรักกันอย่างเป็นทางการทำเอาอันธพาลโฟคมีแรงยืนหยัดฮึดสู้กับปัญหาต่างๆ การเข้าไปพูดกับพ่อเลี้ยงว่ามีคนรักอย่างหมอหน้าซื่อตาใสเป็นหมอตุ๊กตุ๊กก็ดีไปอย่างเพราะทำให้ดูน่าเชื่อถือและสมเหตุสมผลที่จะอยู่ใช้ชีวิตที่พัทยาต่อไป ไม่น่าเชื่อว่าไอ้หน้าเอ๋อๆ ของหมอมันจะทำให้ใครๆ ใจอ่อนได้ในความสดใสของมัน แม้จะไม่มีใครเชื่อว่าเรารักกันจริงๆยิ่งพ่อของหมอเตี้ยยังคิดว่าไปบังคับขืนใจลูกเค้าให้มาเป็นแฟน แต่ไม่น่าเชื่อว่าเวลาหมอมันพูดอะไรใครก็เชื่อมัน ผมไปกินข้าวกับพ่อแม่มันทีไรเหมือนมีมันเป็นแสงสว่างเดียวในวงสนทนาทุกที นี่ก็คบกันมาหลายเดือนแล้วพ่อมันยังตึงใส่ทุกครั้งที่นัดรวมตัวกินข้าวกันอย่างเช่นวันนี้ที่จะคุยเรื่องหมั้นกันพ่อหมอเตี้ยก็ยังคงไม่ยินดียินร้ายอะไรกับการที
หลังเวลาโรงงานเลิก"คุณโฟคเป็นอะไรมาโรงพยาบาลครับเนี่ยเลิกงานแล้วไม่กลับบ้านเหรอครับ?""ไม่ไป ไปไม่ไหว เมาค้าง รักษาหน่อยสิ""โหย เหม็นเหล้า คุณโฟคอย่ามาใกล้ดิค้าบ ทำไมกินเหล้าเยอะอีกเเล้วล่ะครับเดี๋ยวก็ป่วยหนักเหมือนพี่แอล""ป่วยก็ดีไม่ใช่หรือไงไม่มีใครห่วงกูเท่าหมอแล้วเนี่ย""คุณพ่อกลับมาเหรอครับ?""อืม""ไม่เป็นไรนะคุณโฟคจะนอนในห้องพักหมอได้นะครับส่างค่อยกลับ""นี่อภิษิทธิ์คนไข้ประจำหรือลูกค้าประจำร้านทองเนี่ย""อะไรก็ได้คุณโฟคหิวไหมครับทานข้าวหรือยัง""ยังไม่หิว""โหยคุณโฟคผมไม่อยากรักษาคุณตอนอยู่ในห้องผ่าตัดนะครับเดี๋ยผมเอาโจ๊กให้ทาน""อาบน้ำให้ด้วยดิ่""อาบเองเถอะครับมีผ้าขนหนูในห้องน้ำนะครับ""หมอ...""ผมจะไปข้างนอกแล้วครับคุณโฟค""ปากเลอะแอบกินขนมอีกแล้วเหรอหมออ้วน""ไม่ได้แอบกินครับแต่รีบไปหน่อยไม่รู้ว่ามันติด"หมอเตี้ยมันยิ้มกว้างหน้เล็กๆ แต่ฉีกยิ้มทีโลกสดใสไปทั้งโลกน่าหมั่นไส้ชะมัด มันหันหลังเตรียมจะออกไปทำงานแต่ผมรีบลุกไปดึงแขนหมุนตัวมันก้มหน้าลงมาใกล้หน้ามันไม่รู้ว่าด้วยความเมาหรือแค่หมั่นเขี้ยวจึงยื่นลิ้นออกมาแตะที่มุมปากของมันที่มีขนมติด เราทั้งคู่ต่างชะงักกับการกระทำ
ไม่ชอบกลิ่นโรงพยาบาลไม่ชอบกินยาไม่ชอบหมอที่ชอบมองเหยียดรูปลักษณ์ภายนอกและพูดจาไม่ดีใส่จนได้เหวี่ยงหมอบ่อยๆการที่ทำแผลเองหรือแม้แต่เย็บแผลเองก็สามารถทำมันได้จนมาวันหนึ่งที่มีเรื่องกับไอ้บ้าโอนักเลงปล่อยเงินกู้อีกคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาเจอกันในที่เที่ยวทีไรก็ใส่กันทุกทีจนต่างฝ่ายต่างเลือดตกยางออกแค่วันนั้นโดนรุมตีจนหัวแตกมากไปหน่อยจึงต้องเข้าโรงพยาบาลแถวนั้นกลิ่นโรงพยาบาลที่คุ้นเคยทำให้คนขี้หงุดหงิดหน้ายิ่งตึง ท่าเดินที่ดูโมโหดุดันจนไม่มีใครกล้าเข้าหน้าไม่มีพยาบาลคนไหนเข้ามาในห้องฉุกเฉินมีเพียงหมอตัวเล็กตาโตผิวขาวจัดที่โผล่หน้ามาในห้องเดินเข้ามาด้วยท่าทางเก้ๆกังๆทำหน้าเหว๋อเมื่อเห็นเลือดที่โฉลมหัวไหลลงมาถึงหน้าหรี่ตาเข้ามาเช็ดเลือดผิดๆถูกๆเพราะไม่ยอมเบิกตามองจนต้องเข้ามาปรัชิดคนไข้จนหน้าอกคุณหมออยู่ติดปลายจมูกกลิ่นขนม...หมอกลิ่นขนม คล้ายจะเป็นขนมไทยมันหอมกะทิหอมน้ำตาลหอมกลิ่นควันเทียนทั้งที่มันไม่น่าจะมีกลิ่นชัดขนาดนี้ ชัดขนาดไม่ได้กลิ่นยาของโรงพยาบาลที่เคยได้กลิ่น หมอกลิ่นขนมคนนี้พยายามจะเช็ดเลือดออกจากหัวพูดจาเสียงสั่นมือสั่นตลอดจนในที่สุดคนตัวขาวก็ร่วงพลอยจนคนไข้ต้องรับร่างขาวๆด้วย
ผมไม่เคยอยากจะสนใจอะไรเลยตั้งแต่โตขึ้นมาในเมืองแห่งวัตถุนิยมเงินเป็นใหญ่ การมีสังคมมีพวกพ้องเป็นเรื่องสำคัญยิ่งขึ้นชื่อว่าเป็นลูกเลี้ยงของผู้มีอิธทิพลในวงการเทาๆอย่างเจ้าของร้านผับบาร์ในย่านแสงสีและเจ้าพ่อเงินกู้ในโรงงานใหญ่ทุกคนเข้ามาก็หวังผลลประโยชน์ด้วยกันแทบทั้งนั้นการฉาบฉวยในความสัมพันธ์เซ็กแลกเงินหรือเพียงเพราะความพอใจแค่ได้ชื่อเป็นเด็กของพี่โฟคจึงกลายเป็นป้ายแปะหน้าผากว่าเป็นแบดบอยโดยสมบูรณ์ยิ่งเรื่องชกต่อยตบตียิ่งไม่ยอมใครจนได้แผลทั้งเล็กทั้งใหญ่มาประดับร่างกายเป็นเครื่องบ่งบอกความเลวได้อย่างดีแล้ววันหนึ่งมันก็มีความรักสุดแสนจะโรแมนติกเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวอย่างไอ้เจ้าแอลลูกหนี้ที่น่ารักของตัวเอง กว่าจะรู้ว่ารู้สึกพิเศษกับมันก็ตอนที่มันปันใจให้ไอ้หมอปากดีที่โรงพยาติดหาดพัทยาที่แสนคุ้นเคยนั่นการที่ไปรู้สึกดีกับมันเพราะมันเป็นคนซื่อๆบริสุทธิ์จริงใจไปไหนไปกันรักเพื่อนรักฝูง มันไม่เคยมาพูดจาประเหลาะหรือเอาตัวเข้าแลกแบบผู้หญิงบางคนเอ็นดูมันมากจนเพื่อนมันยังแซว แต่จนแล้วจนรอดคนที่ได้ใจมันไปกลับเป็นคนที่คอยทำแผลให้มันตลอดเเละรักษาโรคพิษสุราเรื้อรังของมันทั้งครอบครัว กลับเป็นตัว
ผมชื่อโฟค ว้อดก้า มาโก้ เป็นคนพัทยาโดยกำเนิดเนื่องจากอยู่ในเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจริญที่ไม่เป็นสองรองใครทั้งทำเลที่ติดกับทะเลสวยทั้งนิคมอุตสาหกรรมมากมายที่เข้ามาตั้งรกรากในจังหวัดชลบุรีทำให้บรรดานายหน้านายทุนนักธุรกิจหลั่งไหลข้ามา การเกิดที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะความเป็นเมืองแห่งแสงสีและการรวมกันของหลายชนชาติผู้มีเงิน การที่ได้เห็นอะไรแบบนี้มาตลอดเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมันทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องปรับตัวและยอมรับมันคนท้องที่ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตในโรงงานตั้งแต่ออกจากโรงเรียนจนกระทั่งแก่เฒ่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาคนต่างจังหวัดหลั่งไหลเข้ามาขุดทองทำงานกลางคืนแถวโซนฝั่งหาดกันคับคั่งเช่นเดียวกันกับแม่ของผมที่มาเป็นสาวกลางคืนในผับหน้าหาดแห่งหนึ่งตั้งแต่ยังสาวแรกรุ่นจนกระทั่งมีผม แต่ไม่มีพ่อ การที่เกิดมาจากตรงนั้นก็ไม่ได้แย่แค่บางครั้งก็กินหรูอยู่สบายบางครั้งก็อดอยากตามการมาใช้บริการของลูกค้า แม่ทำให้ผมเข้มแข็งเมื่อท่านเข้าวัยกลางคนก็ได้มีชาวต่างชาติชาวมาเลเซียคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตมันไม่ไดราบรืนเท่าไหร่เมื่อคนๆนั้นมีเมียมากหน้าหลายตาหลายประเทศด้วยความที่เป็นคนมีเงินและขยายบารมีด้วย
ตุ๊กตุ๊ก ไหมไทย ธาตุทอง ( MaiTai เหล้ารัม น้ำส้ม ทริปเปิ้ลเช็ค) เป็นนายแพทย์หนุ่มจบใหม่อายุยี่สิบห้าตัวเล็กขาวมากแก้มกลมนิ้วเล็กๆ ป้อมๆ บ้านเกิดเป็นคนพัทยา เป็นลูกคนเดียวพ่อแม่เปิดร้านขายทองสองสาขาในพัทยาเนื่องจากตอนเด็กๆ เห็นพ่อตนเองป่วยเป็นหวัดแล้วรู้สึกไม่ดีที่พ่อเล่นด้วยไม่ได้เลยอยากทำให้พ่อหายเมื่อแม่พูดลอยๆ ว่าถ้าจะรักษาใครได้ก็ต้องเรียนเป็นหมอ คำๆ นั้นมันฝังหัวคนตัวเล็กมาตลอดแต่ตุ๊กก็มีความสุขดีกับการเรียนหนักเพราะไม่ได้ชอบอย่างอื่นเลยนอกจากเรียนหมอ"หมอตุ๊กครับหมอเอให้ไปห้องฉุกเฉินด่วนครับ"คำนี้มักจะมาพร้อมกับอาการขนลุกวาบของคนตัวเล็กมาได้สักพักตั้งแต่วันที่เข้ามาฝึกงานในฐานะนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดก็เจอกับเลือดท่วมตัวคนไข้ตัวสูงใหญ่ไถผมเปิดข้างเจาะหูสักแขนหน้าโหดหัวแตกอาบมาครึ่งหน้าในยามวิกาลเป็นภาพที่ติดตามาตลอดจำได้ว่าวันนั้นแค่เช็ดเลือดให้คนคนนั้นก็จอดับหมดสติไปเลย รู้ตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงห้องพักรับรองแล้วโดนหมอเอเรียกไปอบรมเล็กน้อยและตั้งแต่นั้นมาคนหน้าดุตัวสูงใหญ่ก็เข้ามาเป็นแขกประจำของโรงพยาบาล มาแต่ละทีก็พาเลือดอาบร่างมาด้วยทุกครั้งไปเวลาผ่านไปหลายเดือนได้มาเป็นหมอ
คนที่ลูบหลังตนอยู่คว้าดึงขาสองข้างเข้าขนาบเอวประคองคนตัวเบาลุกขึ้นจากอ่างจนคนเด็กกว่าต้องผวารวบคว้าคอคนพี่มากอดแน่นกลัวร่วงลงไปหัวฟาดพื้นแล้วได้ทำแผลกันเฉพาะกิจนอกโรงพยาบาลเพราะความสูงของคุณหมอหนุ่มน่าจะเกือบสองเมตรได้เห็นเก่งๆ แบบนี้ก็กลัวความสูงนะเออคนตัวโตหอบหิ้วเด็กตัวเบาที่เกาะกันออกมาจากห้อ
จนแล้วจนรอดคนที่ไม่ถูกกันกันก็ต้องมานั่งกินเหล้าด้วยกัน เเต่กลัวจะเสียงดังเกินไปจะมีใครเอาไปฟ้องพี่สาวของบอมจึงย้ายวงเหล้าเข้าไปปิดบ้านกินกัน เปิดเพลงร้องคาราโอเกะเต้นเล่นเกมส์ดวลเหล้าแล้วแต่ความพอใจของแต่ละคนแอลเป็นคนที่ดื่มเหล้าแล้วนิสัยเก่งไม่กลัวใครเมาแล้วกวนตีนจนมีเรื่องชกต่อยตอนเมาเสมอบีเอ็
ไอ้หมอบอมโทรหาคุณ"เอ~ออกกะไปกินเหล้าบ้านกูพี่เบไม่อยู่ไปหาแม่ที่สวนระยองสามวัน ""เออ "หมอบอม แซฟไฟร์ บุญเรือง (Bombay Sapphire เหล้าบริสุทธ์ตระกูลจินที่กลั่นถึงสามครั้งจนมีสีฟ้าอ่อน)อายุยี่สิบห้า คุณชายหมอหน้ายิ้มฉายาเทวดาของคนไข้ทำงานในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในเขตแหลมฉบังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับเอ
"คุณหมอคะน้องแอลห้องผู้ป่วยฉุกเฉินค่ะ ""เป็นอะไรมาครับวันนี้ ""ตีกับชาวบ้านแขนเดาะค่ะ "หมอหนุ่มที่รับเคสช่วยผ่าตัดมาทั้งวันจนหน้าบึ้งตึงถึงกับหลุดอมยิ้มกับเคสล่าสุดที่เข้ามาตอนดึกดื่น ลูกค้าประจำอีกแล้ว~"ถ้าผมเป็นพนักงานขายประกันผมจะบล็อคเบอร์คุณทิ้งซะ "พอเห็นหน้ากันการรบราด้วยสกิลปากหมาของทั้







