Masukสองสามีภรรยาทะเลาะกันอีหรอบไหนไม่ทราบได้จึงมีร่างเปลือยเปล่าพัวพันกันอยู่ในน้ำ ถึงตอนนี้มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและบทขับขานของนกน้อย ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่พูดได้อยู่โดยรอบ เสวี่ยอิ๋งจำได้ว่าถูกหางของสุนัขปากเสียดึงลงไปในน้ำ ทว่าถูกเปลื้องผ้าตอนไหนนั้นจำไม่ค่อยได้ ด้วยกำลังเมารสจูบร้อนแรงที่ถูกป้อนให้ไม่ขาด บุปผากลางกายปลิ้นเข้าออกตามการสอดใส่ของท่อนลึงค์ น้ำในสระกระเพื่อมไหวเป็นจังหวะรับกับสะโพกสอบ ไร้ลำลึงค์เติมเต็มรูก็เปรียบดั่งไร้ซึ่งชีวิต นางชอบที่จะขาดใจตายคาท่อนลำของบุรุษเพศมากกว่าขาดของ ดังนั้นแมวขาวจึงลืมความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้าไปจนสิ้นยกแขนโอบรอบลำคอหนา พลางบดจูบเร่งเร้าให้กลางกายอวบใหญ่เพิ่มแรงกระทำขึ้นอีก กลีบบอบบางแดงก่ำแถมยังบวมเบ่งทว่าผู้เป็นเจ้าของหาได้รู้สึกเจ็บ รูกลางกลีบถูกชำเราไม่หยุดพักนางยิ่งได้ใจ ลีลาวาดเอวโยกเข้าออกและหมุนคว้านเป็นวงกลมของอู๋ซั่วเยียนนับว่าพัฒนาขึ้นมาก ตราบใดที่เขารับประทานอร่อยนางก็ยังคงไม่ไปไหน “แรงกว่านี้ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวพวกเด็กๆจะเจ็บเอานะ” อู๋ซั่วเยียนทราบความปรารถนาของนา
แมวขาวถูกอุ้มไม่ปล่อย นางเองก็ชมชอบจึงไม่ได้ทักท้วง ซ้ำยังไม่แม้แต่จะขัดเขินยามมีผู้อื่นพบเห็น “จะพาข้าไปที่ใด” เสวี่ยอิ๋งอดสงสัยไม่ได้เมื่อเห็นว่าเดินมาไกลยังไม่ถึงเสียที ซ้ำยังเป็นทางทอดยาวไม่คุ้นตา รู้เพียงว่าทิวทัศน์ไม่เลวเลยทีเดียว อู๋ซั่วเยียนเผยรอยยิ้มลึกลับ เดินทอดน่องอย่างสบายใจ แม้จะตอบคำถามก็ไม่ได้คลายข้อสงสัยให้แมวขาวเลย “ไปถึงเจ้าก็จะรู้เอง” ผ่านมาหนึ่งก้านธูปมาหยุดหน้ากำแพงสีขาวสูงสามเมตร เหนือประตูมีป้ายทองคำสลักตัวอักษรสีดำไว้สองพยางค์ ‘ไป๋เฮย’ แมวขาวหรี่ตาลงเมื่อเห็นชื่อไม่เข้าตา พลันคิดว่าช่างไร้รสนิยมเสียจริง ทว่าดูเหมือนผู้คิดชื่อจะมองไม่เห็น อู๋ซั่วเยียนอมยิ้มดวงตาเปล่งประกายคล้ายจะเรืองแสงได้ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ “นี่คือตำหนักไป๋เฮย ข้าเตรียมไว้ให้พวกเด็กๆ เจ้าชอบหรือไม่” เสวี่ยอิ๋งครางอืมในลำคอ แม้ชื่อจะไม่น่าอภิรมย์ ทว่าภายในนั้นไม่มีตำหนิเลย มองไปที่ใดล้วนงดงามราวกับจำลองมาจากสวรรค์ สวนถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ แบ่งแยกพักผ่อนและวิ่งเล่นออกจากกันชัดเจน มุมจิบน้ำชาทานของ
“ข้าไม่คิดจะเชื่อมสัมพันธไมตรีกับผู้ใดทั้งนั้น” ยังไม่ทันที่ขันทีหน้าห้องจะขานนามผู้มาใหม่ ประตูบานใหญ่พลันเปิดออกอีกครั้ง พร้อมการปรากฏตัวของจักรพรรดิหนุ่ม ร่างสูงใหญ่สวมอาภรณ์ดำปักดิ้นทอง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งทว่าคิ้วกลับขมวดเล็กน้อย แรงกดดันสายหนึ่งกระจายโอบล้อมทั่วบริเวณ “ถวายพระพรฝ่าบาท” ขุนนางคุกเข่าลงก้มศีรษะจรดพื้นคำนับเจ้าชีวิต องค์หญิงน้อยเองก็คุกเข่าก้มหน้าลง นางแอบชำเลืองมองเขาทว่าอู๋ซั่วเยียนกลับไม่แม้แต่จะชายตามองนาง เดินผ่านดรุณีน้อยขึ้นไปบนบัลลังก์ที่มีแมวขาวนั่งเท้าคางด้วยท่าทางเกียจคร้านเช่นเคย “หากข้ามาช้ากว่านี้ เกรงว่าเจ้าคงรับนางเข้าวังหวังแล้วกระมัง” ยังไม่ทันอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ แล้วเหตุใดอู๋ซั่วเยียนจะอ่านแววตาระริกระรี้ของแมวขาวไม่ออก เรื่องล้อเล่นกับความรู้สึกผู้อื่นเสวี่ยอิ๋งนั้นบรรลุขั้นสูงสุดแล้ว อู๋ซั่วเยียนยกร่างอวบขึ้นก่อนที่เขาจะลงไปนั่งแทน และวางนางไว้บนตักอีกที แมวขาวไม่มีท่าทีสะทกสะท้านไม่พอยังโน้มลำคออีกคนลงมา ตามด้วยประกบปากแนบชิดแลกลิ้นกันด้วยความเคยชิน เหล่าขุนนางยังคงก้มห
ภาพในตอนนี้จะว่าปกติก็ปกติ จะว่าแปลกประหลาดก็เพียงเล็กน้อย แมวขาวนั่งเอกเขนกอยู่บนบัลลังก์มังกรโดยมีเหล่าขุนนางยืนเรียงแถวตอนยาวอยู่ด้านล่าง แบ่งเป็นสองฝั่งบู๊และบุ๋น บรรยากาศเงียบสงบภายใต้กิริยาอันสำรวมของขุนนาง ราวกับว่ากำลังอยู่ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ก็มิปาน เสวี่ยอิ๋งเองก็ไม่ใช่คนมิรู้สถานการณ์ นางวางท่วงท่าสูงส่งเฉกเช่นราชินีได้อย่างเหมาะสม ใบหน้างดงามจนคนมองลืมหายใจเชิดสูง ดวงตากดต่ำมองผู้ใต้อาณัติของสามี “เรียนองค์ราชินี บัดนี้แคว้นจ้าวยอมสวามิภักดิ์ต่อแคว้นอู๋ของพวกเราแล้ว อีกหนึ่งเดือนให้หลังจะส่งของบรรณาการมาให้พ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพวัยกลางคนก้าวออกมารายงานเป็นผู้แรก เหลือบมองพระพักตร์งดงามเพียงชั่วครู่ก่อนจะรีบก้มหน้าลง บุรุษเช่นตนอยู่ชายแดนมาแรมปีเพิ่งกลับถึงวังหลวง ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างของผู้คนกล่าวถึงราชินี นับว่าไม่เกินจริงแต่อย่างใด งดงามล่มสามภพ!! ไม่แปลกใจที่จักรพรรดิผู้อยู่เหนือกษัตริย์หลายพระองค์จะลุ่มหลง แมวขาวผู้ไม่รู้สี่รู้แปดหูผึ่ง ในหัวจินตนาการถึงของนุ่มฟู เพชรนิลจินดาล้วนอยู่นอกสายตา ฟูกนิ่มและอาภ
“อุก…อ้วก” เสียงดังรบกวนการนอนของแมวอวบ ดวงตาสีอำพันปรือขึ้นอย่างเชื่องช้าเมื่อแสงแรกของวันแยงตา ร่างที่เคยนอนกกกอดมอบความอบอุ่นไม่อยู่แล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าและผ้าปูที่นอนอันเย็นชืดบ่งบอกว่าเจ้าตัวลุกออกไปนานพอสมควร เสวี่ยอิ๋งงัวเงียลุกขึ้นมา คิ้วเรียวขมวดเป็นปมด้วยความหงุดหงิด เป็นเช่นนี้มาถึงหนึ่งสัปดาห์ ทุกเช้านางจะต้องตื่นเพราะเสียงอาเจียนของทาสที่โตแต่ตัว ทว่าหากจะดุด่าก็ทำไม่ลง ที่อู๋ซั่วเยียนเป็นเช่นนี้ก็เพราะมีนางเป็นต้นเหตุ แต่จะโทษว่าเป็นความผิดเสวี่ยอิ๋งคนเดียวก็ไม่ได้ โทษว่าเป็นความผิดของสองแม่ลูกจะเหมาะสมกว่า ใช่แล้ว!! เสวี่ยอิ๋งตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์ เข้าสัปดาห์ที่เจ็ดสุนัขตัวโตก็มีอาการแพ้ท้องแทนนาง คนที่กินไม่ค่อยอิ่มเพราะทาสให้อาหารไม่ตรงเวลาทว่ายังคงหลับสบายเดินเข้าไปในห้องสรงน้ำ เห็นนางกำนัลยื่นอ่างใบใหญ่รองรับของเหลวพร้อมส่งอ่างน้ำใบเล็กให้บ้วนปาก แมวขาวย่นจมูกเมื่อได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ ทว่าก็กลั้นใจเดินเข้าไปดูอาการของคนที่นั่งหมดแรงอยู่ข้างสระขนาดใหญ่ที่พวกตนใช้เสพสังวาสอยู่
เสวี่ยอิ๋งพลิกตัวนอนหงายกางแขนขาออกกว้างอย่างเกียจคร้าน กิจวัตรประจำวันของนางมีเพียงไม่กี่อย่าง ตื่นเช้ามานอนผึ่งแดดรอทานอาหารเช้า หลังจากทาสไปทำงานนางก็นอนกลิ้งไปมาบนเตียงขนหงส์แสนนุ่มนิ่มจนผล็อยหลับไป ตอนบ่ายไปเดินเล่น เหนื่อยก็หยุดพักนั่งจิบชาชมสวน ตกเย็นกลับมารอรับประทานอาหารเช่นเคย ทว่าวันนี้ดูเหมือนจะเลยเวลามาพอสมควร ดูสิ!! พระอาทิตย์ตกดินไปนานแล้ว “เจ้ามาช้า” ทันทีที่เห็นหน้าทาสผู้หล่อเหลาแมวขาวก็ทำหน้าบึ้งตึง นางหรือก็อุตส่าห์ขัดสีฉวีวรรณคอยท่า รอจนเมื่อยเขาเพิ่งโผล่หัวมา “ขออภัยเจ้าด้วย วันนี้มีปัญหาเข้ามาจนทำข้าเสียเวลาไปมากทีเดียว” อู๋ซั่วเยียนมีหรือจะรอให้แมวโกรธ แค่นางพองขนใส่เขาก็รีบเข้าไปโอบกอดด้วยความคิดถึงแล้ว เดิมทีเสวี่ยอิ๋งคิดว่าจะด่าไปสักสองสามประโยค พอสบกับดวงตาอ่อนล้าและท่าทางเหนื่อยอ่อนของสุนัขตัวโตทว่าขี้อ้อนเป็นที่หนึ่งก็พลันใจอ่อนยวบ นางจะยอมให้วันหนึ่งก็ได้ ว่าแล้วก็ผลักร่างสูงใหญ่นอนราบไปกับเตียง จัดการขึ้นคร่อมแล้วเปลื้องผ้าบุรุษด้วยความชำนาญ ภายในช
“แมวน้อย เจ้าช่างใจกล้านัก หากไม่กลัวตายข้าจะสนองให้ ถึงตอนนั้นต่อให้เจ้าร้องขอชีวิตก็อย่าคิดว่าข้าจะปรานี” ถ้อยคำหยาบโลนและแววตาหื่นกระหายพร้อมจะฉีกกระชากร่างแน่งน้อยออกเป็นสองส่วน ไม่ทำให้เสวี่ยอิ๋งตื่นตระหนกแต่อย่างใด ใบหน้าอ่อนเยาว์แย้มยิ้มเชิญชวน ก่อนร่างเปล่าเปลือยจะอ้าขาออกตั้งชันกับ
ร่างสีขาวโลดแล่นไปมาในป่า โผล่ตรงโน้นผลุบตรงนี้ที พวงหางนุ่มฟูแกว่งไกวไปมาเมื่อมันกำลังอารมณ์ดี จะไม่ให้อารมณ์ดีได้อย่างไร ในเมื่อก่อนจากกลุ่มโจรราคะมา มันได้ยินบางสิ่งที่เข้าหูยิ่งนัก อีกทั้งได้หยิบของบางอย่างติดมือมาด้วย งานประมูลที่จะเกิดขึ้นอีก 3 ราตรีในเมืองหยางจง อย่าง
ถ้ำคับแคบด้านหลังและกลีบดอกไม้ด้านหน้าไม่ว่างเว้นจากการถูกชำเรา รวมถึงปากน้อยๆ ที่อ้าจนตึงเมื่อถูกจิกกระชากผมให้รับท่อนเนื้อสีเข้มเข้าไป กลิ่นคาวลอยคละคลุ้งในอากาศชวนให้คลื่นเหียน เสียงหัวเราะของหัวหน้ากลุ่มโจรดังมาเป็นระยะเมื่อมันอารมณ์ดีอย่างหาได้ยาก จิบสุราพูดคุยกับลูกสมุนทั้งที่
“อยากได้ก็เข้าด้านหลัง” เสียงแหบทุ้มเจือความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ ดวงตาดุกร้าวตวัดมองลูกสมุนคนสนิทที่นั่งอยู่ด้านข้าง มันกำลังยื่นหน้าเข้ามาดูบทละเลงรักระยะประชิดไม่ยอมไปไหนจนพาลให้นึกหงุดหงิด เมื่อได้รับอนุญาตไม่รีรอ รีบลุกขึ้นไปยืนซ้อนหลังหญิงสาว ผิวขาวราวน้ำนมสะท้อนแสงจากคบเพลิง







