تسجيل الدخول18+
‘พอได้แล้วคุณ’ ผมแย่งขวดไวน์ที่เธอกำลังจะเทใส่แก้ว กะจะดื่มเพื่อลืมเขาล่ะสิไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน มีแต่จะปวดหัวนั่นแหละ ยิ่งคออ่อนแบบนี้ พรุ่งนี้น่าจะหลับยาว
‘ไม่ ฉันยังอยากดื่มต่อ เอามา!’ เธอจะดึงเอาขวดไวน์ไปจากผมให้ได้ แย่งกันไปมา น้ำไวน์จึงหกใส่ชุดของเธอจนเปียกปอนไปหมด
‘เห็นไหมคุณ เปียกหมดเลย’
‘ฉันขอโทษค่ะ เปียกจริงด้วย’ เธอสำรวจตัวเองก่อนจะลุกขึ้นยืน
‘คุณไปเปลี่ยนชุดก่อนเถอะ เดี๋ยวผมหาเสื้อผ้าให้ใส่ นั่นห้องน้ำ’ ผมชี้ไปทางห้องน้ำ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องนอนไปหาเสื้อผ้ามาให้เธอเปลี่ยน
‘ตัวนี้น่าจะได้มั้ง’ ไม่เคยต้องมาหาเสื้อผ้าให้ผู้หญิงคนไหนใส่เลย
หมับ ! อะไรของเธอเนี่ย ผมรู้สึกอุ่น ๆ ที่แผ่นหลังวูบวาบแปลก ๆ เมื่อมือเรียวสอดมาจากด้านหลังผม เธอกำลังกอดผมจากข้างหลัง ท่าจะเมาหนักแล้ว
‘พี่โดมต้องการแบบนี้ใช่ไหม’ เธอเอ่ยชื่อแฟนเก่าอีกแล้ว เป็นรอบที่ร้อยแล้วมั้ง
‘คุณ ผมไม่ใช่พี่โดมของคุณนะ’
‘ไม่จริง พี่แน่ ๆ อย่ามาโกหก ฉันจำพุงหมาน้อยของพี่ได้’ ว่าแล้วเธอก็บีบพุงผมเล่นไปทีหนึ่ง เมาอยู่ยังแอบบูลลี่รูปร่างกันได้นะ ผมแกะมือเธอที่กอดเอวผมไว้แน่นออก ก่อนจะหันหน้าไปหาเธอ
พระเจ้า!
‘เฮ้ยคุณ!’ ไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาผมเสียอาการจนร้องเสียงหลงออกมา ก็เธอเล่นถอดชุดเดรสออก เหลือไว้เพียงชุดชั้นในสุดเซ็กซี่ ผมนี่ก็ทำเหมือนไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ ‘คุณมาถอดทำไมตรงนี้ ทำไมไม่เข้าไปในห้องน้ำ ผมกำลังหาชุดให้คุณเปลี่ยนอยู่’ เธอน่าจะเดินตามหลังผมมา แล้วก็ถอดชุดออกเลย
‘ฉันถอดแล้ว อะนี่’ เธอก้มลงไปหยิบชุดเดรสที่กองอยู่บนพื้น ก่อนจะโยนผ่านหน้าผมไปพาดบนโซฟาใกล้ผม
ผมพยายามเลี่ยงสายตาไม่มองเธอ ไม่ใช่อะไรนะ กลัวใจตัวเองมากตอนนี้ ก็เธอซ่อนรูปขนาดนั้น ทั้งขาวทั้งเนียน หน้าอกหน้าใจก็บึ้มน่าขย้ำ กลีบดอกน่าจะสวยใช่เล่น นี่ขนาดไม่ได้ตั้งใจมองนะ ผมยังเก็บรายละเอียดได้เยอะขนาดนี้ ถ้าถึงกับสัมผัสน่าจะจำฝังใจ
คิดแล้วก็แอบกลืนน้ำลายลงคอไปเฮือกใหญ่ หวังว่าอสูรร้ายที่อยู่ในตัวจะไม่ตื่นมาตอนนี้นะ
‘พราวยอมพี่แล้ว พราวอยากนอนกับพี่’ ว่าแล้วก็ไม่ชักช้า
พรึ่บ! เธอผลักผมนั่งลงโซฟาที่อยู่ปลายเตียงนอน ด้วยจังหวะที่ไม่ทันตั้งตัวเลยเซลงไปนั่งโซฟาโดยง่าย เธอจู่โจมผมด้วยการขึ้นมานั่งคร่อมร่างผมไว้ ท่าแบบนี้ผมคุ้นเคยมาก ๆ เรียกว่าชอบเลยล่ะ
‘คุณจะทำอะไร’ หน้าอกแทบจะเบียดหน้าผมแล้ว กลิ่นตัวหอมชะมัด
‘ก็จูบพี่น่ะสิ ถามโง่ ๆ’ พูดจบเธอก็ประกบริมฝีปากอิ่มบดขยี้ริมฝีปากหนาของผมทันที แทบไม่ได้ตั้งตัว แต่ยอมรับว่าเคลิ้มไปแล้ว เธอเร่าร้อนกว่าที่คิด อาจเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์และคงคิดว่าผมเป็นแฟนเก่าของเธอ
มันน่าน้อยใจตรงที่คิดว่าผมเป็นคนอื่นเนี่ยแหละ
‘คุณ! หยุด!’ ผมผละเธอออกและเอ่ยเสียงดังให้สาวร่างบางได้สติ
เธอนิ่ง สายตาที่มองผมเหมือนกับน้อยใจที่โดนตวาดใส่ จะบ้าตาย อสูรร้ายมันน่าจะตื่นแล้ว น้องชายของผมมันขึงขังขึ้น ความคิดที่จะเป็นคนดีหายไปไหนแล้ว ปากอิ่มเผยอออกยั่วยวนใจผมเหลือเกิน อกอึ๋มกระเพื่อมขึ้นลงตามการหายใจเข้าออก อีกทั้งสายตาอ้อนวอนแบบนั้น
มันช่าง…
‘ช่างเถอะ ในเมื่อคุณต้องการ ผมก็จะไม่ทน’ ผมเอ่ยเสียงแหบพร่า ก่อนจะตัดสินใจรุกบดจูบริมฝีปากเธออย่างไม่ปรานี ตอนนี้อารมณ์ผมพลุ่งพล่านเอามาก ๆ สองมือประคองใบหน้างามเอาไว้ ผมจูบเธอเนิ่นนานพอสมควร ปากเธอหวานเหลือเกินจนอดใจไม่ได้ที่จะใช้ปลายลิ้นตวัดหาความหวานเพิ่ม ผมทำถึงจนเธอเผลอส่งเสียงครางในลำคอเป็นครั้งคราว เธอยั่วผมก่อนนะ
เมื่อตักตวงเอาความหวานในปากจนพอใจ ก็จัดการใช้ลิ้นอุ่นไล้ลงมาที่ซอกคอเนียน กลิ่นกายเธอช่างหอมเย้ายวนใจ แต่ก็มีสร้อยเส้นเล็กเส้นหนึ่งที่เธอใส่อยู่ที่คอมันเกะกะจนทำให้ผมเกือบหมดอารมณ์ ผมหยุดนิ่งไป
‘มีอะไรคะ’ เธอถามเสียงกระเส่า
‘สร้อยที่คุณใส่อยู่ ถอดมันออกก่อนได้ไหม มันเกะกะ’ เธอคลำไปที่สร้อยคอ แล้วดึงมันออกอย่างแรง จนสร้อยขาด หลังจากนั้นเธอก็โยนมันทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี ผมเอะใจนิดหน่อย เธอไม่เสียดายเหรอ
‘สร้อยที่แฟนเก่าฉันให้มาน่ะค่ะ ทิ้ง ๆ ไปเถอะ’ พูดจบเธอก็ดึงผมไปจูบอีกครั้ง เครื่องกำลังร้อนล่ะสิท่า ความต้องการสูงเหมือนกันนะเนี่ย
ผมจูบต่อจนพอใจแล้วไล้ลงมาที่ซอกคออีกครั้ง คราวนี้ไม่มีสิ่งกวนใจ ผมขบเน้น ๆ ไปยังคอระหง จากแค่จูบกลับเพิ่มความเร้าใจขึ้นด้วยการใช้ลิ้นดุนแรง ๆ ยิ่งได้ยินเสียงครวญครางของหญิงสาวผมยิ่งได้ใจจูบเน้นไปที่ผิวขาว ๆ ของเธออย่างบ้าคลั่ง ก็เธอตัวหอมนี่นา
ผมหยุดให้เธอได้พักหายใจ ก่อนจะอุ้มร่างบางออกจากตัก แล้วหันมาถอดเสื้อกับกางเกงของตัวเองออกจนหมด ไอ้นั่นของผมชี้โด่ขึ้น มันพร้อมที่จะเข้าสำรวจภายในของหญิงสาวอย่างเหลืออด แต่ผมจะให้มันอดทนอีกนิด อยากให้เธออิ่มเอมกับทุก ๆ สัมผัสของผมก่อน
ผมกับเธอฮึกเหิมกันมาก เปลี่ยนอิริยาบถเล้าโลมกันไปมาทั้งนั่งทั้งยืนสลับไปมาและพาเธอสำรวจทั่วทุกมุมห้อง จนข้าวของกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ดุเดือดยิ่งกว่าหนังบู้แอคชันซะอีก
ผ่านไปสักพักผมพาเธอขึ้นมานอนอยู่บนเตียงใหญ่ ขึ้นคร่อมร่างบางเอาไว้ มือหนาเริ่มซุกซน จัดการปลดบราเซียร์กับกางเกงลิงตัวจิ๋วที่ปกปิดของสงวนของเธอออกจนหมด ไม่ให้เหลือสิ่งปกปิดเลือนร่างสวย ๆ นี้
พระเจ้า! หัวใจผมเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมที่ได้เห็นเธอชัด ๆ มันช่างน่าหลงใหลเหลือเกิน ขาวเนียนเต่งตึงน่ากิน ของสดของดีเลยก็ว่าได้
‘อ๊า!’ มือหนาของผมขย้ำสองเต้าอย่างนุ่มนวล ทว่าฟันขาวขบกัดยอดอกเชิงหยอกล้อจนสาวเผลอส่งเสียงคราง ยิ่งครางเสียงดังเท่าไหร่ ผมยิ่งลงน้ำหนักมากขึ้น นอกจากนี้ยังใช้ลิ้นดุนไปรอบเต้าอย่างตามใจ มันเป็นความชอบส่วนตัว ผมรู้สึกว่าเสียงครางคือเสียงตอบรับว่าคู่นอนกำลังฟิน และยิ่งทำให้เธอครางชื่อผมออกมาได้ผมยิ่งจะพอใจมาก
ผมเป็นอะไรไป ปกติผมจะเป็นฝ่ายถูกเล้าโลมเสียมากกว่า กับเธอต้องลงมือเอง คงเป็นเพราะเธอเมาแถมยังใหม่อยู่ ผมต้องสอนเธอสินะ
ผมสัมผัสเรือนร่างเธอไปทั่วทุกซอกมุมจนหนำใจ สลับขึ้นบนลงล่างเปลี่ยนกันไปมา เมื่อทุกอย่างพร้อมผมก็หาสิ่งป้องกันที่เป็นถุงใส ๆ บาง ๆ สวมเข้ากับน้องชายสุดที่รัก ก่อนจะสอดแทรกมันลงช่องทางแห่งความสุข ทว่ามันไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมา เพราะเธอไม่เคยผ่านชายใดมาก่อน ครั้งแรกที่ผมรู้สึกเจ็บขนาดนี้ ถึงแม้จะมีน้ำมาหล่อลื่นก็ยังแทรกซึมเข้าไปยากอยู่ดี บวกกับตัวเธอก็แอบขยับกายหนีผมไปเรื่อย
ผมจำเป็นต้องกระชับร่างเธอกอดเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอขยับกายหนีเพราะความเจ็บ ขอโทษที่มันใหญ่เกินกว่าที่เธอจะรับได้ ‘อ่าส์ เจ็บ’ ท่อนแข็งแกร่งของผมมันเข้าไปช่องทางรักของเธอได้แล้ว ผมขยับสะโพกไปมาช้า ๆ เพื่อให้เธอปรับตัวรอรับแรงกระแทกต่อจากนี้
เมื่อเห็นว่าเธอน่าจะผ่อนคลายขึ้นฟังจากเสียงครวญครางที่ลดลง จากร้องโอ๊ย ๆ เปลี่ยนเป็น อื้ออ้าแทน ผมก็เร่งจังหวะไม่ยั้ง เรียกว่าซอยกันถี่ ๆ
พับ! พับ! พับ! เสียงกระทบกันของพุงหนากับหน้าท้องที่แบนราบ ถ้าไม่ติดเรื่องรูปร่างผมว่าผมเด็ดมาก ถึงจะอ้วนแต่ผมก็ฟิต จัดให้เธอหลายกระบวนท่าเลย ส่วนเธอก็ร้อนแรงใช่ย่อยไม่เหมือนคนไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย จังหวะที่ขึ้นคร่อมผม เธอร่อนเอวไปมา โคตรจะพลิ้ว เป็นผู้หญิงที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ ไม่รู้เธอจะรู้ตัวไหมว่าตัวเองแซ่บมาก
ผมสนุกมาก กิจกรรมบนเตียงผ่านมาเนิ่นนานพอสมควร ผมต้องการถึงเป้าหมายแล้ว และจะทำให้เธอถึงพร้อมกัน
‘คุณพร้อมรึยัง’ ผมเอ่ยเสียงแหบพร่าข้างหูเธอในขณะที่ท่อนแกร่งก็ขยับถูไถช่องทางรักไม่หยุด
‘พร้อมแล้วค่ะพี่โดม’ ให้ตายเถอะ เธอยังคิดว่าผมเป็นแฟนเก่าเธออีกเหรอเนี่ย อย่าบอกนะว่าตลอดหลายนาทีที่ผ่านมาก็คิดว่าเป็นคนชื่อโดม อยากจะเห็นหน้ามันจริง ๆ จะหล่อสักแค่ไหน
จะต่อให้เสร็จดีไหม ทำไมหมดอารมณ์แบบนี้วะ ทำแทบตายสุดท้ายเธอเรียกชื่อคนอื่น
‘ผมชื่อธามม์ กรุณาอย่าเรียกชื่อคนอื่น’ ผมกระซิบข้างหูเธออีกครั้ง และพาน้องชายออกมาจากกายอุ่นของเธอ
‘หยุดทำไมคะ’ เธอลืมตามองผมอย่างสงสัย
‘ผมเป็นใคร’
‘ธามม์’ ดี แบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย
‘คุณอยากจะให้ผมทำต่อไหม’
‘…..’ เธอไม่ตอบ เอาแต่จ้องตาผมเหมือนคิดไม่ตก
‘ตอบไม่ได้ งั้นผมพอแค่นี้’
‘ไม่นะ ฉะ..ฉันต้องการคุณ ตอนนี้’ คนสวยรีบดึงร่างผมไว้ สายตาเธออ้อนวอนอยากให้ผมปลดปล่อยเธอขนาดนั้น ผมก็ยอมใจอ่อนน่ะสิ
เอาจริง ๆ ตัวเองก็อยากปลดปล่อยอารมณ์เหมือนกันนั่นแหละ
ผมจับท่อนแกร่งยัดมันเข้าไปที่เดิม ครั้งนี้ไม่ยากเย็นอะไร เพราะมันเปิดกว้างขึ้นแล้ว ขนาดมันได้ด้วยแหละ
พับ! พับ! พับ! ผมจับขาเธอพาดบ่าไว้หนึ่งข้าง ก่อนจะกดท่อนที่อยู่กลางลำตัวลงน้ำหนักแรง ๆ เอวผมพลิ้วใช่เล่น ลิ้นอุ่นก็ไล้จูบที่ซอกคอด้วยความหลงใหล และเผลอใส่ความโกรธที่เธอเอ่ยชื่อโดมแทนชื่อผมลงไปผสมด้วย กระหน่ำรัวหนัก ๆ จนเธอส่งเสียงครวญครางดังก้องห้องนอน
‘อ่าส์/อื้อ’ ในที่สุดเธอและผมถึงจุดหมายไปพร้อมกัน ต่างคนต่างกระตุกเมื่อถึงจุดอิ่มเอม
ผมผละตัวเองออกจากเธอ ปล่อยให้เธอนอนพัก เหมือนว่าคนที่นอนอยู่ข้างผมจะเพลียมาก เธอหลับไปโดยที่ยังไม่ได้ใส่ชุดนอน ผมลุกขึ้นดึงผ้าห่มคลุมร่างที่เปลือยเปล่าเอาไว้ ก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำ แล้วกลับมานอนข้างเธอเหมือนเดิมขนาดเมายังมีแรงขนาดนี้ ถ้าไม่เมาจะขนาดไหนกัน ผมมองหน้าเธอที่กำลังหลับปุ๋ยไม่รู้ตัว ทำไมเธอน่ารักขนาดนี้
‘คุณไม่น่ามาเจอเรื่องแบบนี้เลย’ จู่ ๆ ก็คิดสงสารและรู้สึกผิดกับผู้หญิงตรงหน้าขึ้นมา แต่มันก็สายไปเสียแล้ว ผมทำให้เธอมีมลทิน ตื่นมาผมจะขอโทษเธอด้วยใจจริง จะให้ผมรับผิดชอบอะไรผมก็ยอม จะแต่งงานเลยยังได้ ถ้าได้เมียแบบนี้ผมก็เอา
‘มึงกำลังตกหลุมรักเธอเหรอวะธามม์’ ผมสับสนกับความรู้สึกตัวเองนิดหน่อย ไม่ได้รู้สึกใจเต้นแรงแบบนี้นานแล้ว คิดได้ไงจะมีเมีย
ชักอยากรู้จักผู้หญิงคนนี้มากขึ้นแล้วสิ ที่รู้ก็มีแค่เธออกหักมาและชื่อพราว แค่นั้นจริง ๆ
ผมต้องหาแวะไปที่โรงแรมพ่อสักหน่อยแล้ว
จะบ้าตายรายวัน ในที่สุดธามม์ก็เผด็จศึกเรียบร้อย กะว่าจะเป็นคนดีซะหน่อยกลับโดนน้องแก้ผ้าอ่อยซะงั้น เสือร้ายก็ลุยขย้ำเหยื่อเลยทันที และจัดหนักให้ด้วยนะ ยัยพราวถึงกับหลับเป็นตายเลย
และธามม์ก็ดูเหมือนจะติดใจพิ้งค์พราวเข้าแล้วจ้า จากเสืออย่ากลายเป็นแมวนะพ่อนะ
ความรักของทั้งคู่จะก่อตัวไปยังไง ตามไปอ่านตอนต่อไปเลยนะคะ
รอวันวิวาห์ หนึ่งเดือนต่อมากว่าจะผ่านมาแต่ละวันมันช่างเนิ่นนานเหลือเกินนี่คือความรู้สึกของคนที่อยากเป็นเจ้าบ่าวใจแทบขาดอย่างนภัทรเขานับรอวันที่จะได้เห็นพนิตาใส่ชุดเจ้าสาวเดินจูงมือเข้าประตูวิวาห์ไปพร้อมกันกับเขาผ่านมาหนึ่งเดือนนับจากวันที่ไปสู่ขอพนิตากับพ่อแม่ของเธอที่ต่างจังหวัด เขาจำได้ว่าพ่อแม่พนิตาโกรธมากที่รู้ว่าลูกสาวแอบไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนภัทรชิงสุกก่อนห่ามดีที่คุณย่านงนรีไปด้วยจึงช่วยพูดให้พ่อแม่ของพนิตาใจเย็นลงได้ บวกกับที่เขารับปากหนักแน่นว่าจะรักและดูแลลูกสาวของพ่อตาแม่ยายเป็นอย่างดี จนสุดท้ายว่าที่พ่อตาแม่ยายก็ยอมใจอ่อนยกลูกสาวให้กับบ้านอนันต์ถิระคุณส่วนเรื่องสินสอดทองหมั้นพ่อแม่พนิตาไม่ได้เรียกร้องอะไร ขอแค่ว่าที่ลูกเขยไม่ทำร้ายร่างกายและจิตใจของลูกสาวเป็นพอ แต่ถึงฝั่งเจ้าสาวจะไม่เรียกร้องค่าสินสอดสักบาท ทางญาติผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าบ่าวก็คงไม่ให้ตัวเองเสียชื่อเสียง เสนอเงินสดแปดหลัก พร้อมเครื่องเพชรอีกหลายชุด ทองคำแท่งและทองรูปพรรณหนักหลายบาท ยังไม่พอแถมนาฬิกาสุดหรูราคาหลักล้านให้พ่อกับแม่ไว้ใส่ไปอวดเพื่อนบ้านอีกด้วย ทั้งหมดที่ว่ามานี้จะยกให้พ่อแม่ฝ่ายหญิงทั้งหมด ไม
ครอบครัวการละครเวลา 07.20 น.บรรยากาศยามเช้าที่สดใส หนุ่มสาวนอนกอดกันกลมบนเตียงหลุยส์ขนาดใหญ่ แต่ชายหญิงกับใช้พื้นที่แค่นิดเดียว ทั้งคู่ยังนอนหลับปุ๋ยไม่ติงไหว เพราะร่างกายสูญเสียพลังงานไปมากจากการเล่นบทรักกันเมื่อคืนก็ไม่ใช่แค่รอบเดียวนะสิ เขาสะกิดเธอถึงสองรอบติดแบบจัดหนักจัดเต็มเล่นเอาเสียวท้องน้อยวูบวาบทั้งคืน ล่าสุดตื่นมาตีสี่ครึ่งจัดอีกเป็นรอบที่สาม ไม่รู้ว่าเขาไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนนักหนา ร่างบางแทบจะแตกสลายในอ้อมอกเขาเธอเพลียนั่นแหละ แต่มันก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้เช่นกัน“พี่คะ...พี่ธามม์ พี่! ตื่นค่ะ” เสียงหวานของผู้เป็นน้องสาวยืนเรียกพี่ชายอยู่ข้างเตียง ทว่าคนที่นอนหลับสนิทกลับนอนไม่รู้เรื่องอะไร งานเข้าเขาแล้วยังไม่รู้ตัวอีก“ไอ้ลูกชายตัวดี บอกสอนอะไรก็ไม่ฟัง” ไม่ใช่แค่ธนิฐาที่เข้ามาปลุกพี่ชายในห้องนอนของพนิตา แต่ยังมีทั้งพ่อ แม่และย่าของเขาพากันมายืนล้อมเตียงหนุ่มสาวราวกับญาติมาเยี่ยมคนไข้ที่แอดมิทโรงพยาบาล“ธามม์ลูก ตื่นได้แล้วลูก” นัฐฐาเข้าไปเขย่าตัวลูกเลี้ยงให้ตื่น“อะไรกันครับเนี่ย คนจะนอน” นภัทรขยับตัวงัวเงีย แต่เปลือกตายังไม่ยอมเปิดรับแสง ซ้ำยังกอดแฟนสาวแน่นขึ้นไปอี
ว่าจะไม่แล้วนะ18+ “ไงจ๊ะหนูพราวอาหารมื้อนี้อร่อยถูกปากไหมจ๊ะ” นัฐฐาเอ่ยถามว่าที่ลูกสะใภ้หลังจากรับประทานของหวานอิ่มทุกคนทานของหวานกันจนหมด หลังจากที่หยุดฟังสองพ่อลูกตวาดใส่กันจบ“อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้เกียรติพราวขนาดนี้” พนิตาขอบคุณพร้อมพนมมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนกิริยามารยาทอ่อนน้อมถ่อมตนบวกกับการแต่งตัวเรียบร้อยน่ารักของพนิตาวันนี้ช่างถูกจริตคุณย่านงนรีเหลือเกิน หญิงสูงวัยลอบมองเธอแทบจะทุกสิบวินาที มองไปนั่งอมยิ้มไป เธอผ่านด่านคุณย่าร้อยเปอร์เซ็นต์“คืนนี้ค้างที่นี่นะหนู ย่าให้คุณสุเตรียมห้องไว้ให้หนูแล้ว” พนิตาชะงักเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าเบา ๆ ตามมารยาท“เธอนอนห้องผมก็ได้ครับคุณย่า” คำพูดของนภัทรทำให้คนเป็นพ่อขมวดคิ้วเข้ม ส่วนคนข้าง ๆ หน้าแดงวาบทันที เธอสะกิดแขนเขาเป็นเชิงเตือน“ไม่ได้! ยังไม่แต่งงาน หนูพราวก็เป็นแค่แขกคนหนึ่ง” พ่อเอ่ยค้านเสียงหนักแน่น “ตอนนี้ยังไม่ได้แต่งงานกัน นอนแยกห้องไปก่อนนะหลานรัก” คุณย่าเสริม ทำให้นภัทรไม่กล้าแม้จะเถียงสักคำ จำใจต้องยอมทำตามที่ผู้ใหญ่แนะนำเวลา 22.50 น.ดื่นค่ำมืดผู้หลักผู้ใหญ่ต่างหลับฝันกันหมด เหลือเพียงหนุ่มสาวที
เปิดตัวเปิดใจBy : พิ้งค์พราวใครก็ได้ช่วยเอาฉันออกไปจากตรงนี้ที ไม่คิดว่าการแค่มาทานกับครอบครัวของแฟนมันจะทำให้ฉันอึดอัดใจได้ขนาดนี้ รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง จะขยับตัวแต่ละทีก็ยังเก้ ๆ กังๆ จะหายใจยังต้องคุมลมหายใจไม่ให้เสียงดังหรือเป็นฉันที่ไม่เหมาะกับเขาตั้งแต่แรกแล้ว...ฉันมาทำอะไรที่นี่...เพลงนี้ลอยมาเลยจ้า“อาหารพวกนี้เธอทานได้ใช่ไหม” เสียงทุ้มของชายสูงวัยเอ่ยถามพนิตาฉันกลอกตามองอาหารทั้งหมดที่อยู่บนโต๊ะ อาหารที่จัดเสิร์ฟวันนี้ล้วนแต่เป็นอาหารสุดหรูแบบมิชลินเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ไก่ตุ๋นไวน์แดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่อบชีส และอีกสามสี่อย่างที่มีแต่เมนูราคาแพงการจัดจานก็แลดูคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างมาก เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...“ทำไมพ่อถึงถามคำถามแบบนี้กับเธอ” ความคิดของฉันชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคคำถามของคนข้าง ๆ ฉันหันไปมองเขา พบว่าคุณธามม์คิ้วขมวดเข้าหากัน สายตาดุดันเพ่งเล็งไปที่พ่อของเขา เขาจะจริงจังอะไรขนาดนั้น“คุณธามม์” ฉันเรียกชื่อเขาแผ่วเบาพลางยื่นมือไปแตะที่ขาเขา ประหนึ่งว่าให้เขาใจเย็นกว่านี้ นั่นพ่อคุณนะ “ถามแค่นี้แกก็โกรธพ่อเหรอ!” คุณนฤบดีก็ไม่ยอมแพ้ตวาดเสียงดั
เปิดตัวแฟนสาวก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เชิญ” เสียงทุ้มเจือความขุ่นเคืองเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องทำงานชายหนุ่มปรายหางตามองเลขาคนใหม่ ก่อนจะก้มหน้าลงสนใจเอกสารที่อยู่บนโต๊ะทำงานต่อ“เฮ้อ” หญิงสาวถอนหายใจพลางยิ้มมุมปากขณะที่เดินถือแฟ้มมาให้เขาเซ็น เธอรู้ว่าแฟนหนุ่มกำลังงอนเธออยู่ เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง “วันนี้คุณธามม์จะรับชาหรือกาแฟดีคะ” พนิตาเอ่ยถามก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารวางไว้บนโต๊ะเจ้านาย“...” เขาทำเป็นไม่สนใจที่เธอถาม ยังคงนั่งอ่านเอกสารตรงหน้าต่อ“คุณจะเป็นแบบนี้ไปตลอดเลยใช่ไหมคะ” พนิตาเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง แถมยังทำสีหน้าเคร่งเครียดใส่เจ้านายที่ไม่เงยหน้ามาสนใจเธอได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของพนิตา เปลือกตาชายหนุ่มค่อย ๆ ขยับเปิดขึ้นมองหญิงสาวอย่างเต็มตา พอเขาเห็นหน้าของแฟนสาวที่กำลังเริ่มส่อแววไม่พอใจ เขารีบดีดตัวลุกขึ้นเดินเลี้ยวออกไปหาเธออย่างเร็วไว“ไม่ครับ ไม่เป็นแล้ว” เขาโผเข้ากอดเธอโดยไม่สนใจว่าที่นี่คือที่ทำงาน “ทำอะไรคะคุณธามม์” หญิงสาวพยายามบิดตัวออกจากอ้อมแขนกว้าง กลัวคนจะเปิดประตูเข้ามาเห็น“ไม่ปล่อย คุณอยากดื้อก่อนทำไม” ยิ่งห้ามยิ่งกอดแน่นเสียยิ่งกว่างูรัด“พราวคิ
ใครกันคือว่าที่ลูกสะใภ้By : ธามม์“จัดโต๊ะให้เลขากูด้วย จัดไว้ตรงนี้ก็ได้” ผมนั่งชี้นิ้วสั่งเพื่อนรักที่นั่งอยู่หน้าผมในห้องทำงานส่วนตัว“จะให้เลขามานั่งในห้องประธานเลยเหรอครับผม ไม่ใช่หน้าห้องเหรอ” คนขี้สงสัยชอบถามคำถามไม่เข้าหู“ห้องนี้ออกจะกว้างมีมาอีกสักโต๊ะจะเป็นอะไร ผมอยากสอนงานเธอให้เก่ง คุณต้องช่วยผมสอนเธอด้วยนะครับคุณฌอน” ผมไม่ได้แค่อยากเห็นหน้าเธอตลอดเวลาอย่างที่คนอื่นคิดหรอกนะ ผมอยากให้เธอเก่งทุกด้าน ไม่ต้องเก่งมากเอาแค่พอที่จะผ่านด่านของคนในครอบครัวของผมไปได้ “ครับผมเจ้านาย เดี๋ยวผมสั่งคนขึ้นมาจัดการให้ตอนนี้เลยครับ”“ดี เร็ว ๆ ล่ะ”“ว่าแต่จะให้เอาเตียงขึ้นมาด้วยไหมครับเจ้านาย เผื่อจำเป็นต้องใช้” เพื่อนผมคนนี้ช่างเป็นคนชอบกวนประสาท“เป็นความคิดที่ดีนะ แต่ผมว่าบนเตียงค่อนข้างบ่อยแล้ว เปลี่ยนมาเป็นบนโต๊ะบ้างก็ได้ครับ” ผมยกยิ้มมุมปากหนึ่งข้างด้วยความกวนประสาทเพื่อนเช่นกัน“เชี่ย ไอดอลผมเลยนะคุณเนี่ย” “แต่คุณคือไอดอลของผมนะคุณฌอน แค่นี้ยังไม่ถึงครึ่งคุณมึงเลยนะครับ” ผมกับฌอนพูดคุยเรื่องแบบนี้กันอย่างอารมณ์ดี ตามประสาเพื่อนสนิทที่รู้ใจกัน“แน่นอน กูต้องเป็นที่หนึ่งของกลุ่มอย







