LOGINBy : ธามม์
“Hi! คุณพี่ธามม์ โอ้วว้าว นี่ใช่พี่ชายของน้องจริงเหรอคะ ทำไมดูหล่อกร้าวใจได้ขนาดนี้ พุงนุ่ม ๆ หายไปไหนหมดแล้วเนี่ย น้องบอกตามตรงไม่ชินร่างทองของพี่ชายเลยค่ะ” เสียงหวานของหญิงสาวเจ้าของชุดราตรีเรียบหรูสีแดงสด แหวกสูงโชว์หลัง ถ้าเป็นสาวอื่นเห็นแล้วผมคงชอบใจ แต่นี่กลับรู้สึกห่วงมากกว่าจะชื่นชม ก็เพราะเธอเป็นน้องสาวของผมน่ะสิครับ ผู้ชายถ้าเห็นผู้หญิงแต่งตัวแบบนี้แถมยังมีหน้าตาที่สะสวยอีกด้วยแล้วละก็ร้อยทั้งร้อยก็ชอบเหล่ชอบมองกันทั้งนั้น แต่ผมคงไม่สามารถห้ามเธอไม่ให้แต่งตัวแบบนี้ได้
เคยห้ามมาแล้วครั้งหนึ่งงอนผมเป็นเดือน แถมยังยืนเถียงพี่ชายฉอด ๆ จนผมไม่กล้าต่อปากต่อคำด้วยเลย
แล้วเธอใส่ชุดแบบนี้ไม่โดนคุณย่าดุเหรอ
“ทำไมไม่ออกไปต้อนรับแขกคะคุณพี่ มานั่งเหงาอยู่ในห้องเงียบ ๆ คนเดียวทำไมคะ?” เทียร์นั่งลงโซฟาฝั่งตรงข้ามกับผม ห้องนี้เป็นห้องชุดที่อยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม เป็นห้องพักส่วนตัวของฌอนเพื่อนผมเอง ตอนนี้เขาลงไปดูความเรียบร้อยและต้อนรับแขกแทนผม อุตส่าห์หนีผู้คนขึ้นมาอยู่เงียบ ๆ คนเดียวแล้วแท้ ๆ ยังมีคนตามมาเจอจนได้ เทียร์น่าจะรู้ว่าผมอยู่ที่นี่เพราะฌอนชัวร์
ค่ำคืนนี้มีงานเลี้ยงเปิดตัวผมในฐานะเจ้าของโรงแรมคนใหม่ ที่จริงผมไม่อยากให้จัดงานให้สิ้นเปลืองหรือวุ่นวายอะไรเลย เพราะแม่เลี้ยงของผมก็เซ็นมอบหุ้นของโรงแรมให้ผมเรียบร้อยหมดแล้ว แต่พ่อคงตื่นเต้นมากที่ลูกชายคนโตจะทำงานจริงจัง เลยอยากจัดให้ใหญ่โตสมฐานะ อยากอวดลูกชายแหละ
ผมแค่เห็นใจพนักงานบางคนที่ต้องทำงานลากยาวตั้งแต่เช้าตรู่ ยังต้องมาทำงานต่อที่งานเลี้ยงของผมอีก กว่าจะถึงเที่ยงคืนพวกเขาคงเหนื่อยกันมาก
ที่ห่วงที่สุดก็น่าจะเป็นเธอ “พิ้งค์พราว” ได้ยินว่าวันนี้เป็นวันหยุดของเธอ แต่คงไม่ได้หยุด ว่าแล้วก็คิดถึง นี่ขนาดเจอกันแทบทุกวัน
ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ผมให้เธอไปเสิร์ฟอาหารที่บ้านพักส่วนตัวและถือโอกาสหลอกให้เธอออกเดตด้วยชนิดที่เจ้าตัวก็คงไม่รู้ตัวหรอก ทานข้าวมื้อเที่ยงด้วยกันถือว่าเดตไหม? ใครไม่คิดแต่ผมทึกทักเองว่านั่นคือการออกเดต
“ขึ้นมาทำไม ทำไมไม่สนุกอยู่ข้างล่าง”
“สนุกเหรอคะ โนว ไม่สนุกเลยค่ะ น้องไม่ชอบงานเลี้ยงแบบนี้พี่ก็รู้นี่ มีแต่แขกผู้ใหญ่ทั้งนั้น น้องเหนื่อย ยิ้มจนแก้มจะแตกแล้ว อีกอย่างโดนคุณย่าดุเรื่องชุดมา คุณย่าว่ามันโป๊ โป๊ตรงไหนคะ ก็น่ารักสมวัย” นั่นไงว่าแล้วคุณย่าต้องดุเธอเรื่องชุดแน่ ๆ ก็สมควรนะผมว่า
“คิดว่าชอบงานแบบนี้” เห็นเธอชอบออกงานสังคมคิดว่าจะสนุกเสียอีก ไม่คิดว่าจะได้ยินเธอบ่นออกมาตรง ๆ
“ใครบอกคะ น้องทำตามที่คุณย่าสอนมาต่างหากล่ะ ขืนขัดใจย่า ย่าเอาน้องตายแน่”
เทียร์เป็นเด็กติดย่ามาตั้งแต่เกิด คุณย่ารักและเอ็นดูเทียร์มาก ๆ ย่าชอบพาเทียร์ไปไหนมาไหนด้วย โดยเฉพาะไปวัด อยู่กับย่าเธอจะดูเป็นเด็กเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่ลับหลังเป็นอีกคน ไม่รู้คุณย่าจะรู้ไหมว่าหลานสาวคนสวยคนนี้ แอบร้ายไม่เบา
ผมไม่อยากจะขายน้องสาวตัวเองไปมากกว่านี้ เอาเป็นว่าเมื่อก่อนผมเป็นยังไง ยัยเทียร์ก็ตามรอยผมมาติด ๆ แอบแปลกใจอยู่เหมือนกันนะ เพราะน้องสาวผมพึ่งมาชอบเที่ยวก็ตอนขึ้นปีสอง ไม่รู้ไปรู้จักเพื่อนใหม่รึเปล่าถึงทำให้เปลี่ยนเป็นคนละคนแบบนี้ ผมก็ไม่กล้าถามเรื่องส่วนตัวของน้องมาก ถึงถามยัยตัวแสบก็ไม่ยอมบอกอยู่ดี
“ไปค่ะคุณพี่ ลงไปเปิดตัวหล่อ ๆ ได้แล้ว ทั้งแขกทั้งพนักงานต่างอยากเห็นหน้าเจ้าของโรงแรมคนใหม่จะแย่แล้ว”
“พี่ไม่ชอบออกงานแบบนี้เธอก็รู้”
“เข้าใจ แต่พี่หนีไม่ได้นะคะ ยิ่งต่อไปนี้ยิ่งได้ออกงานบ่อยขึ้นต้องได้ไปพบปะสังสรรค์ผู้คนในแวดวงเดียวกัน คุณพี่เป็นเจ้านายคนแล้วนะ เดี๋ยวน้องช่วยเอง ไปค่ะลุก” น้องสาวผมคะยั้นคะยอจนผมต้องยอมลุกตามเธอลงไปที่งาน ไปเดินสักหน่อยเดี๋ยวค่อยหาทางชิ่งหนีออกมา
...
@ ห้องโถงจัดงานเลี้ยง
ผมเดินลงมาที่ห้องจัดงานเลี้ยงพร้อมกับเทียร์ บรรยากาศภายในงานที่ดูก็รู้ว่าใครเป็นคนขอให้จัดแบบนี้ จะเป็นใครไปได้นอกจากพ่อผมเอง เสียงดนตรีบรรเลงจากนักไวโอลินและนักเปียโนมืออาชีพกำลังเล่นเพลงคลาสสิกสากลฟังดูแล้วน่าจะเป็นเพลงที่ผมยังไม่เป็นตัวอ่อนด้วยซ้ำ แต่ดูแล้วแขกน่าจะชอบ ก็คนวัยเดียวกันทั้งนั้น
เครื่องดื่มและอาหารจัดไว้เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ ส่วนไวน์และแชมเปญจะมีพนักงานคอยเดินเสิร์ฟให้
แล้วนี่พิ้งค์พราวคนสวยของผมเธออยู่ตรงไหนของงานนะ ผมมองหาไปทั่วทั้งงานก็ยังไม่เห็นแม้เงาของเธอเลย
“อ้าว มาแล้วเหรอ เจ้าของงาน” คำทักทายที่มาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างของผู้หญิงวัยห้าสิบต้น ๆ ที่ดูสง่างามในชุดราตรียาวสีขาวเดินควงแขนกับบุรุษวัยกลางคนที่ยังดูดี ผิวพรรณไม่มีรอยเหี่ยวย่นเลยสักนิด มองดีดีผมก็หล่อเหมือนพ่อนี่เอง
พ่อ (นฤบดี อนันต์ถิระคุณ) เดินมากับแม่เลี้ยง (นัฐฐา อนันต์ถิระคุณ) หรืออีกสถานะหนึ่งก็คือน้าของผมเอง เพราะแม่เลี้ยงเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่ผมที่เสียชีวิตด้วยโรคร้ายตั้งแต่ผมอายุสิบหกปี น้าจึงอาสาเลี้ยงดูผม น้องสาวและน้องชายของผม
น้ากับพ่อใกล้ชิดกันจนพวกท่านเกิดตกหลุมรักกัน ตอนแรกผมรับไม่ได้เลยที่พ่อจะมีภรรยาคนใหม่ ผมต่อต้านพวกท่านโดยการทำตัวเลว ๆ เพื่อประชดพวกท่าน แต่พอเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นก็เข้าใจท่านทั้งสองคนและใจกว้างมีเหตุผลมากขึ้น ตอนนี้เรียกน้าว่าแม่ได้เต็มปากแล้ว
“สวัสดีครับคุณแม่ คุณพ่อ” ผมยกมือไหว้ท่านทั้งสอง
“หวัดดี ทำไมลงมาช้าจัง หัดเป็นคนตรงต่อเวลา อย่าให้ผู้ใหญ่ต้องรอ พ่อไม่ชอบ”
เจอหน้าลูกก็แอบดุเลย พ่อจะเจ้าระเบียบกับลูกไปถึงไหน ผมโตแล้วนะ
“ลูกคงตื่นเต้นน่ะค่ะคุณ ธามม์ไม่ค่อยได้ออกงานแบบนี้ ต่อไปธามม์ต้องออกมาพบปะผู้คนบ่อย ๆ นะลูกจะได้ชิน” แม่ณัฐฐาเอ่ยเสียงหวานอย่างเอาใจลูกชายคนโต
“ครับแม่”
“เดี๋ยวเราไปนั่งทานอาหารกันดีกว่า คุยไปทานไป”
“ครับ/ค่ะ” ผมกับน้องสาวตอบรับพร้อมกัน ก่อนที่จะเดินไปนั่งโต๊ะอาหารที่อยู่ด้านหน้าสุดของห้องโถงใหญ่ ด้านหน้าจะมีแท่นเวทีทรงกลมไม่ใหญ่มากตกแต่งไฟรอบ ๆ อย่างสวยงาม อย่าบอกนะว่านั่นคือเวทีเปิดตัวผม ไม่อยากเป็นจุดสนใจของผู้คนเลย
“มาแล้วเหรอเจ้าหมูตุ๋นของย่า” หญิงวัยชราที่ยังดูแข็งแรง รีบลุกจากเก้าอี้โผลเข้ามากอดผมอย่างอบอุ่นเหมือนทุกครั้งที่ได้เจอกัน ย่าของผมเอง (นงนรี อนันต์ถิระคุณ หรือคุณย่านงค์)
“คุณย่าสบายดีนะครับ นั่งก่อนครับ” ผมพาย่าไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่ย่าลุกมา นานมากที่ไม่ได้เจอท่าน ท่านคงดีใจที่เห็นผมอีกครั้ง แต่ที่แปลกใจคือท่านจำผมได้ ทั้ง ๆ ที่ผมผอมลงไปมาก
“ตายแล้ว ทำไมหมูตุ๋นของย่าดูหล่อขึ้นมากขนาดนี้ เหมือนสมัยพ่อแกหนุ่ม ๆ เลยนะเนี่ย” คุณย่าเชยคางผมขึ้นสำรวจใบหน้าคมอย่างชื่นชมในตัวหลาน แววตาดูภูมิใจมาก
“ผมว่าผมหล่อกว่าพ่อนะครับ” ผมพูดติดตลกเชิงหยอกย่า
“เออ อันนี้ย่าเห็นด้วยนะ ฮ่า ๆ” คุณย่าก็แค่นหัวเราะชอบใจตามผม “หล่อขนาดนี้มีสาวหรือยังล่ะลูก”
“ยังเลยครับย่า ผมกะว่าจะมาหาเอาแถวนี้”
“แถวนี้เหรอ ลูกท่านหลานใครก็จิ้มเอาเลย เลือกคนที่มีธรรมะในใจนะหลานรัก ย่าแนะนำให้เอาไหม หลานสาวคุณบุญตาที่ย่าไปปฏิบัติธรรมด้วย น้องน่ารักมากนะลูก เรียบร้อย พูดเพราะชอบไปปฏิบัติธรรม ถ้าหลานได้คบกับผู้หญิงแบบนั้นหลานจะได้เข้าวัดฟังธรรมไปกับย่าด้วย ดีไหมลูก” เรื่องจิ้มไม่ต้องห่วงครับผม ผมจิ้มแน่ แต่ผมคงไม่ไปจิ้มเหล่าแม่ชีของย่าแน่นอน
“อย่าเลยครับ เดี๋ยวผมจะเผลอไปทำให้ลูกท่านหลานใครเสียใจผิดศีลเข้า ปล่อยให้เธอซึมซับกับธรรมะไปเถอะครับย่า อย่ามายุ่งกับทางโลกเลย เดี๋ยวเธอจะได้ขึ้นสวรรค์ก่อนลาโลกนี้ไป” ถ้าให้ย่าแนะนำสาวให้ ชีวิตผมคงต้องเข้าแต่วัดฟังแต่บทสวดมนต์ ถึงผมจะเปลี่ยนตัวเองดีขึ้นบ้าง แต่บางเรื่องบางอย่างผมยังไม่เปลี่ยนไปนะครับย่า ขอผมสนุกบนทางโลกให้เบื่อก่อนแล้วกัน ทำยังไงได้ผมยังต้องการสุรานารีอยู่เลย
“พูดอะไรของหลาน ย่าไม่เข้าใจ” คุณย่าน่าจะไม่เข้าใจที่ผมพูดจริง ๆ ดูหน้างุนงงตามไม่ทันมุขของผม แต่ก็ดีแล้วล่ะ ถ้าเข้าใจว่าหมายถึงเรื่องอะไรผมอาจจะโดนดุได้
“ไม่มีอะไรครับ ผมมีคนที่ชอบแล้ว เดี๋ยวเอาไว้เจอกันครั้งหน้า ผมจะพาย่าไปหาเธอนะครับ”
“อะไรกัน หลานต้องพาสาวมาเจอย่าสิถึงจะถูก”
“ผมหมายถึงให้คุณย่ายกขันหมากไปสู่ขอเธอให้ผมเลยต่างหากครับ”
“แหม เจ้าหลานคนนี้ คิดถึงเรื่องแต่งงานเลยเหรอ แสดงว่าต้องเป็นคนที่ถูกใจมากสินะ”
“ถูกใจมากครับ ย่าเตรียมสินสอดให้ผมด้วยนะครับ”
“ฮ่า ๆ ได้ ๆ เดี๋ยวย่าไปไถมาจากลูกชายให้ ฮ่า ๆ” คุณย่าหัวเราะชอบใจในคำพูดของตัวเอง ส่วนผมก็พลอยยิ้มตามไปด้วย เวลาคุยกับคุณย่าผมรู้สึกสบายใจ ผ่อนคลาย คงเป็นเพราะท่านอารมณ์ดียิ้มเก่ง ไม่ดุไม่เจ้าระเบียบเหมือนพ่อ อยู่ใกล้ท่านแล้วทำให้อารมณ์ดีตามไปด้วย ย่าเป็นเซฟโซนของผมเลยก็ว่าได้
ครอบครัวของคุณธามม์ก็ดูอบอุ่นดีนะเนี่ย คุณย่าก็ดูใจดี อนาคตถ้าธามม์คบกับพิ้งค์พราวจริงๆ คงไม่รังเกียจว่าที่หลานสะใภ้หรอกนะ
แต่ธามม์เดินเข้ามาในงานแล้ว พิ้งค์พราวจะรู้รึยังนะว่าเขาไม่ใช่แค่แขก VVIP ธรรมดาซะแล้ว เขาคือเจ้านายคนใหม่ของเธอนะพราว
รอวันวิวาห์ หนึ่งเดือนต่อมากว่าจะผ่านมาแต่ละวันมันช่างเนิ่นนานเหลือเกินนี่คือความรู้สึกของคนที่อยากเป็นเจ้าบ่าวใจแทบขาดอย่างนภัทรเขานับรอวันที่จะได้เห็นพนิตาใส่ชุดเจ้าสาวเดินจูงมือเข้าประตูวิวาห์ไปพร้อมกันกับเขาผ่านมาหนึ่งเดือนนับจากวันที่ไปสู่ขอพนิตากับพ่อแม่ของเธอที่ต่างจังหวัด เขาจำได้ว่าพ่อแม่พนิตาโกรธมากที่รู้ว่าลูกสาวแอบไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนภัทรชิงสุกก่อนห่ามดีที่คุณย่านงนรีไปด้วยจึงช่วยพูดให้พ่อแม่ของพนิตาใจเย็นลงได้ บวกกับที่เขารับปากหนักแน่นว่าจะรักและดูแลลูกสาวของพ่อตาแม่ยายเป็นอย่างดี จนสุดท้ายว่าที่พ่อตาแม่ยายก็ยอมใจอ่อนยกลูกสาวให้กับบ้านอนันต์ถิระคุณส่วนเรื่องสินสอดทองหมั้นพ่อแม่พนิตาไม่ได้เรียกร้องอะไร ขอแค่ว่าที่ลูกเขยไม่ทำร้ายร่างกายและจิตใจของลูกสาวเป็นพอ แต่ถึงฝั่งเจ้าสาวจะไม่เรียกร้องค่าสินสอดสักบาท ทางญาติผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าบ่าวก็คงไม่ให้ตัวเองเสียชื่อเสียง เสนอเงินสดแปดหลัก พร้อมเครื่องเพชรอีกหลายชุด ทองคำแท่งและทองรูปพรรณหนักหลายบาท ยังไม่พอแถมนาฬิกาสุดหรูราคาหลักล้านให้พ่อกับแม่ไว้ใส่ไปอวดเพื่อนบ้านอีกด้วย ทั้งหมดที่ว่ามานี้จะยกให้พ่อแม่ฝ่ายหญิงทั้งหมด ไม
ครอบครัวการละครเวลา 07.20 น.บรรยากาศยามเช้าที่สดใส หนุ่มสาวนอนกอดกันกลมบนเตียงหลุยส์ขนาดใหญ่ แต่ชายหญิงกับใช้พื้นที่แค่นิดเดียว ทั้งคู่ยังนอนหลับปุ๋ยไม่ติงไหว เพราะร่างกายสูญเสียพลังงานไปมากจากการเล่นบทรักกันเมื่อคืนก็ไม่ใช่แค่รอบเดียวนะสิ เขาสะกิดเธอถึงสองรอบติดแบบจัดหนักจัดเต็มเล่นเอาเสียวท้องน้อยวูบวาบทั้งคืน ล่าสุดตื่นมาตีสี่ครึ่งจัดอีกเป็นรอบที่สาม ไม่รู้ว่าเขาไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนนักหนา ร่างบางแทบจะแตกสลายในอ้อมอกเขาเธอเพลียนั่นแหละ แต่มันก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้เช่นกัน“พี่คะ...พี่ธามม์ พี่! ตื่นค่ะ” เสียงหวานของผู้เป็นน้องสาวยืนเรียกพี่ชายอยู่ข้างเตียง ทว่าคนที่นอนหลับสนิทกลับนอนไม่รู้เรื่องอะไร งานเข้าเขาแล้วยังไม่รู้ตัวอีก“ไอ้ลูกชายตัวดี บอกสอนอะไรก็ไม่ฟัง” ไม่ใช่แค่ธนิฐาที่เข้ามาปลุกพี่ชายในห้องนอนของพนิตา แต่ยังมีทั้งพ่อ แม่และย่าของเขาพากันมายืนล้อมเตียงหนุ่มสาวราวกับญาติมาเยี่ยมคนไข้ที่แอดมิทโรงพยาบาล“ธามม์ลูก ตื่นได้แล้วลูก” นัฐฐาเข้าไปเขย่าตัวลูกเลี้ยงให้ตื่น“อะไรกันครับเนี่ย คนจะนอน” นภัทรขยับตัวงัวเงีย แต่เปลือกตายังไม่ยอมเปิดรับแสง ซ้ำยังกอดแฟนสาวแน่นขึ้นไปอี
ว่าจะไม่แล้วนะ18+ “ไงจ๊ะหนูพราวอาหารมื้อนี้อร่อยถูกปากไหมจ๊ะ” นัฐฐาเอ่ยถามว่าที่ลูกสะใภ้หลังจากรับประทานของหวานอิ่มทุกคนทานของหวานกันจนหมด หลังจากที่หยุดฟังสองพ่อลูกตวาดใส่กันจบ“อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้เกียรติพราวขนาดนี้” พนิตาขอบคุณพร้อมพนมมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนกิริยามารยาทอ่อนน้อมถ่อมตนบวกกับการแต่งตัวเรียบร้อยน่ารักของพนิตาวันนี้ช่างถูกจริตคุณย่านงนรีเหลือเกิน หญิงสูงวัยลอบมองเธอแทบจะทุกสิบวินาที มองไปนั่งอมยิ้มไป เธอผ่านด่านคุณย่าร้อยเปอร์เซ็นต์“คืนนี้ค้างที่นี่นะหนู ย่าให้คุณสุเตรียมห้องไว้ให้หนูแล้ว” พนิตาชะงักเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าเบา ๆ ตามมารยาท“เธอนอนห้องผมก็ได้ครับคุณย่า” คำพูดของนภัทรทำให้คนเป็นพ่อขมวดคิ้วเข้ม ส่วนคนข้าง ๆ หน้าแดงวาบทันที เธอสะกิดแขนเขาเป็นเชิงเตือน“ไม่ได้! ยังไม่แต่งงาน หนูพราวก็เป็นแค่แขกคนหนึ่ง” พ่อเอ่ยค้านเสียงหนักแน่น “ตอนนี้ยังไม่ได้แต่งงานกัน นอนแยกห้องไปก่อนนะหลานรัก” คุณย่าเสริม ทำให้นภัทรไม่กล้าแม้จะเถียงสักคำ จำใจต้องยอมทำตามที่ผู้ใหญ่แนะนำเวลา 22.50 น.ดื่นค่ำมืดผู้หลักผู้ใหญ่ต่างหลับฝันกันหมด เหลือเพียงหนุ่มสาวที
เปิดตัวเปิดใจBy : พิ้งค์พราวใครก็ได้ช่วยเอาฉันออกไปจากตรงนี้ที ไม่คิดว่าการแค่มาทานกับครอบครัวของแฟนมันจะทำให้ฉันอึดอัดใจได้ขนาดนี้ รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง จะขยับตัวแต่ละทีก็ยังเก้ ๆ กังๆ จะหายใจยังต้องคุมลมหายใจไม่ให้เสียงดังหรือเป็นฉันที่ไม่เหมาะกับเขาตั้งแต่แรกแล้ว...ฉันมาทำอะไรที่นี่...เพลงนี้ลอยมาเลยจ้า“อาหารพวกนี้เธอทานได้ใช่ไหม” เสียงทุ้มของชายสูงวัยเอ่ยถามพนิตาฉันกลอกตามองอาหารทั้งหมดที่อยู่บนโต๊ะ อาหารที่จัดเสิร์ฟวันนี้ล้วนแต่เป็นอาหารสุดหรูแบบมิชลินเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ไก่ตุ๋นไวน์แดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่อบชีส และอีกสามสี่อย่างที่มีแต่เมนูราคาแพงการจัดจานก็แลดูคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างมาก เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...“ทำไมพ่อถึงถามคำถามแบบนี้กับเธอ” ความคิดของฉันชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคคำถามของคนข้าง ๆ ฉันหันไปมองเขา พบว่าคุณธามม์คิ้วขมวดเข้าหากัน สายตาดุดันเพ่งเล็งไปที่พ่อของเขา เขาจะจริงจังอะไรขนาดนั้น“คุณธามม์” ฉันเรียกชื่อเขาแผ่วเบาพลางยื่นมือไปแตะที่ขาเขา ประหนึ่งว่าให้เขาใจเย็นกว่านี้ นั่นพ่อคุณนะ “ถามแค่นี้แกก็โกรธพ่อเหรอ!” คุณนฤบดีก็ไม่ยอมแพ้ตวาดเสียงดั
เปิดตัวแฟนสาวก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เชิญ” เสียงทุ้มเจือความขุ่นเคืองเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องทำงานชายหนุ่มปรายหางตามองเลขาคนใหม่ ก่อนจะก้มหน้าลงสนใจเอกสารที่อยู่บนโต๊ะทำงานต่อ“เฮ้อ” หญิงสาวถอนหายใจพลางยิ้มมุมปากขณะที่เดินถือแฟ้มมาให้เขาเซ็น เธอรู้ว่าแฟนหนุ่มกำลังงอนเธออยู่ เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง “วันนี้คุณธามม์จะรับชาหรือกาแฟดีคะ” พนิตาเอ่ยถามก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารวางไว้บนโต๊ะเจ้านาย“...” เขาทำเป็นไม่สนใจที่เธอถาม ยังคงนั่งอ่านเอกสารตรงหน้าต่อ“คุณจะเป็นแบบนี้ไปตลอดเลยใช่ไหมคะ” พนิตาเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง แถมยังทำสีหน้าเคร่งเครียดใส่เจ้านายที่ไม่เงยหน้ามาสนใจเธอได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของพนิตา เปลือกตาชายหนุ่มค่อย ๆ ขยับเปิดขึ้นมองหญิงสาวอย่างเต็มตา พอเขาเห็นหน้าของแฟนสาวที่กำลังเริ่มส่อแววไม่พอใจ เขารีบดีดตัวลุกขึ้นเดินเลี้ยวออกไปหาเธออย่างเร็วไว“ไม่ครับ ไม่เป็นแล้ว” เขาโผเข้ากอดเธอโดยไม่สนใจว่าที่นี่คือที่ทำงาน “ทำอะไรคะคุณธามม์” หญิงสาวพยายามบิดตัวออกจากอ้อมแขนกว้าง กลัวคนจะเปิดประตูเข้ามาเห็น“ไม่ปล่อย คุณอยากดื้อก่อนทำไม” ยิ่งห้ามยิ่งกอดแน่นเสียยิ่งกว่างูรัด“พราวคิ
ใครกันคือว่าที่ลูกสะใภ้By : ธามม์“จัดโต๊ะให้เลขากูด้วย จัดไว้ตรงนี้ก็ได้” ผมนั่งชี้นิ้วสั่งเพื่อนรักที่นั่งอยู่หน้าผมในห้องทำงานส่วนตัว“จะให้เลขามานั่งในห้องประธานเลยเหรอครับผม ไม่ใช่หน้าห้องเหรอ” คนขี้สงสัยชอบถามคำถามไม่เข้าหู“ห้องนี้ออกจะกว้างมีมาอีกสักโต๊ะจะเป็นอะไร ผมอยากสอนงานเธอให้เก่ง คุณต้องช่วยผมสอนเธอด้วยนะครับคุณฌอน” ผมไม่ได้แค่อยากเห็นหน้าเธอตลอดเวลาอย่างที่คนอื่นคิดหรอกนะ ผมอยากให้เธอเก่งทุกด้าน ไม่ต้องเก่งมากเอาแค่พอที่จะผ่านด่านของคนในครอบครัวของผมไปได้ “ครับผมเจ้านาย เดี๋ยวผมสั่งคนขึ้นมาจัดการให้ตอนนี้เลยครับ”“ดี เร็ว ๆ ล่ะ”“ว่าแต่จะให้เอาเตียงขึ้นมาด้วยไหมครับเจ้านาย เผื่อจำเป็นต้องใช้” เพื่อนผมคนนี้ช่างเป็นคนชอบกวนประสาท“เป็นความคิดที่ดีนะ แต่ผมว่าบนเตียงค่อนข้างบ่อยแล้ว เปลี่ยนมาเป็นบนโต๊ะบ้างก็ได้ครับ” ผมยกยิ้มมุมปากหนึ่งข้างด้วยความกวนประสาทเพื่อนเช่นกัน“เชี่ย ไอดอลผมเลยนะคุณเนี่ย” “แต่คุณคือไอดอลของผมนะคุณฌอน แค่นี้ยังไม่ถึงครึ่งคุณมึงเลยนะครับ” ผมกับฌอนพูดคุยเรื่องแบบนี้กันอย่างอารมณ์ดี ตามประสาเพื่อนสนิทที่รู้ใจกัน“แน่นอน กูต้องเป็นที่หนึ่งของกลุ่มอย







