LOGINเสิ่นชียังเอ่ยอีกว่า "หรือจวนชินอ๋องให้บ่าวเหยียบหัวนายได้ตามต้องการ หากองครักษ์ไม่เคารพท่าน ท่านจะเลี้ยงพวกเขาไว้หรือไม่ บ่าวที่ไม่เกรงกลัวเจ้านาย หากแพร่งพรายไปข้างนอก รู้ถึงไหนอายถึงนั่น"
นางร่ายยาวอย่างมาก ชินอ๋องไม่คิดว่านางจะมีสมองกลับมาแล้ว
"ท่านจะกล่าวหาข้าว่าขโมยสินเดิมของท่านได้อย่างไร มีหลักฐานรึไม่"
"หลักฐานนะมีแน่ ไม่เชื่อให้คนไปค้นห้องของเจ้าดูสิ" เสิ่นชีมั่นใจอย่างมาก
ชูเยียนกับพี่ชายอย่างชูหยางพลันสบตากันอย่างมีเลศนัย
"ข้าไม่ไว้ใจชูเยียนกับชูหยาง หากเป็นหัวหน้าเสียนเห่าข้าไว้ใจ" เสิ่นชีรู้ความในใจของพี่น้องอสรพิษนั่นจึงดักทางไว้ก่อน
ชินอ๋องพลันมองเสิ่นชีในวันนี้ต่างจากเมื่อวาน นางพูดแล้วกล้าสบตากับคนอื่น ไม่เหมือนทุกครั้งเอาแต่ก้มหน้าด้วยความอาย
"เสียนเห่าไปค้นห้องของหวังจือ" หวังจือคิดในใจว่าแย่แล้ว
"ขอรับท่านอ๋อง" เสียนเห่าสาวเท้าอย่างฉับไว
ไม่เกินสองถ้วยชาเสียนเห่ากลับมาพร้อมหีบไม้เขาให้บ่าวยกมา
"นี่คือสิ่งที่พบใต้เตียงของหวังจือ" เสียนเห่าเปิดออกทุกคนต่างมองของมีค่าทั้งหมด มีใบโฉนดที่ดินอีกทั้งปิ่นหยก
"เจ้ายังว่าไม่ได้ขโมยอีกรึ" เสิ่นชียืนกอดอกถาม
"พระชายาท่านสมองเพี้ยน ท่านเป็นคนฝากบ่าวไว้ยังจะกล่าวหาว่าบ่าวขโมยอีก" หวังจือแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ เสียจริง
"เอาล่ะในเมื่อได้คืนแล้วเจ้าก็กลับเรือนพำนักของเจ้าเถอะ" เสิ่นชีให้แม่นมจินยกหีบ
"บ่าวชั่วคนนี้ข้าต้องการขายออกไป ชูเยียนนำไปสัญญาทาสของนางมาให้ข้า" เสิ่นชีไม่ยอมเช่นกันนางจะต้องถอนรากถอนโคนคนชั่วให้หมด
ชีเยียนหันไปมองชินอ๋อง
"มอบให้นางเถอะ"
"ขอบคุณท่านอ๋องมากเจ้าค่ะ"
"หวังเจียงด้วยนะ เพราะพวกนางทั้งสองเป็นบ่าวของข้า"
"ไม่นะเจ้าคะ ท่านอ๋องช่วยด้วย" หวังจือเอ่ยขึ้น
"ไม่เกี่ยวกับข้า" ชินอ๋องปฏิเสธอย่างเย็นชา
เสิ่นชีได้ใบสัญญาทาสของสองคนนี้แล้ว เร่งกลับไปที่เรือนดอกเหมยกับหีบสินเดิมของนาง แม่นมจินดีใจมากที่เจ้านายได้ของกลับมาแล้ว
"รบกวนแม่นมตรวจดูด้วย" นางไม่รู้ว่าสินเดิมมีอะไรบ้าง
"เจ้าค่ะ"
"ท่านแม่ไปไหนมา" สามแฝดที่ตื่นแล้ววิ่งมาหามารดากับแม่นม เสิ่นชีทำหน้าอ่อนโยนให้เจ้าแฝด แววตาของนางมองเจ้าแฝดสามคนด้วยความรัก
พวกนางตาฝาดแล้ว หญิงสาวกอดสามแฝด ดีใจที่เจ้าแฝดมิได้เป็นอันใดมาก
"ไปทวงของพวกเราคืนมา" แม่นมจินรีบเก็บหีบสินเดิมด้วยความยินดี แม้จะได้คืนมาแค่ส่วนหนึ่งก็ยังดี
"อบอุ่นมากท่านแม่กอดพวกข้า" แฝดคนโตเอ่ยขึ้น
เสิ่นชีถึงกับตกใจกับคำพูดเจ้าก้อนแป้งคนโต ที่ผ่านมานางคงจะเป็นมารดาที่แย่อย่างมากเลยกระมัง
"นับแต่นี้แม่จะให้ความรักความอบอุ่นแกพวกเจ้า จะไม่ละเลยพวกเจ้าดีรึไม่" สามแฝดมองมารดา ใบหน้าน้อย ๆ ดีใจอย่างมากที่มารดาจะไม่ละเลยพวกนางแล้ว
"ข้ารักท่านแม่ที่สุดเลย" ที่ผ่านมาแม่นมจินพร่ำสอนสามแฝดให้รักเคารพมารดา แม้มารดาจะอารมณ์ฉุนเฉียวไปบ้าง เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้แม่นมจิน
มีสาวใช้จากเรือนให้มาตามเสิ่นชีให้ไปพบชินอ๋องอย่างเร่งด่วน อะไรกันนางเพิ่งจะมาถึงเรือนยังไม่ทันได้นั่งตั่งเตี้ยเสียด้วย เจ้าคนบ้าก็ให้สาวใช้มาตามนางแล้ว
นางกับแม่นมจินเจ้าแฝดเร่งไปที่เรือนใหญ่ทันที พบคุณกลุ่มใหญ่รอนางอยู่
"พระชายาชินอ๋องเป็นคนทำร้ายข้า นางผลักข้าลงไปอย่างโหดร้าย ท่านหญิงเซียวหมิ่นพลันเอ่ยขึ้น ฝูอ๋องกับชายาฝูอ๋องกอดบุตรสาวไว้ทั้งสองพลันโกรธชายาชินอ๋องมาก
กล้าทำกับเด็กที่ไม่รู้ความได้อย่างไร
"ไม่จริง ท่านแม่ของข้าไม่ได้ผลักเจ้า เจ้าต่างหากที่ตกศาลาลงไปเอง นางกำลังไปช่วยเจ้า แต่คนกลุ่มใหญ่แห่กันมาพอดี แม่ข้าก็โดนคนพวกนั้นซ้อมส่วนเจ้าก็สลบไป"
แฝดคนโตเสี่ยวเจียเอ่ยขึ้น
"ใช่ท่านแม่ของข้าลงไปช่วยเจ้า โดนกล่าวหาว่าเป็นคนร้าย" เสี่ยวเม่ยเมย
"แล้วท่านแม่ก็โดนคนพวกนี้ทำร้าย" เสี่ยวซานเมยไม่พูดเปล่าชี้ไปที่องครักษ์ของบิดา
เสิ่นชีคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีผู้ใดบงการท่านหญิงเซียวหมิ่นเป็นแน่แท้
"ข้าไม่ได้ทำ" ในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมแม้จะร้ายแต่ก็ไม่ได้ทำร้ายเซียวหมิ่น ตรงกันข้ามเข้าไปช่วยเซียวหมิ่น เสิ่นชีคนก่อนโดนตีจนตายไปแล้ว
"เสิ่นชีเจ้ายังจะโกหกอีกรึ" ชูเยียนชี้หน้าเสิ่นชีอย่างไม่เกรงกลัว
"ท่านอ๋องเลี้ยงบ่าวได้ดีนักกล้าเทียบฝีปากเจ้านาย ไม่รู้ว่าข้าเป็นพระชายาหรือชูเยียนเป็นพระชายาในจวนอ๋องกันแน่" ชูเยียนถึงกับหน้าเปลี่ยนสีเลยทันที
"หุบปากชูเยียน"
"ข้าขอพิสูจน์ หากข้ามีใจคิดทำร้ายท่านหญิง ข้าจะสังหารตัวเองทันที แต่หากผู้ใดอยู่เบื้องหลัง
ข้าไม่ปล่อยคนผู้นั้นไว้อย่างแน่นอน" น้ำเสียงของนางหนักแน่น
เสิ่นชียอมพิสูจน์ตัวเอง ชายาฝูอ๋องกับฝูอ๋องต่างสบตากัน
"เจ้าจะพิสูจน์อย่างไร" ฝูอ๋องอยากรู้ว่าเสิ่นชีจะทำให้พวกเขาเชื่ออย่างไร
ทุกสายตาต่างจ้องมองเสิ่นชี ชูเยียนกับชูหยางกำลังคิดว่าหญิงโง่ผู้นี้จะพิสูจน์ตนเองอย่างไร
เสียงประทัดหมื่นนัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอำเภอ ควันสีขาวลอยคลุ้งพร้อมกับกลิ่นดินปืนที่หอมอบอวล วันนี้คือวันมงคลสมรสระหว่าง หลินเฟิง นายทหารหนุ่มอนาคตไกล และ เสิ่นจู เถ้าแก่เนี้ยร้านอาหารชื่อดังร้าน "ครัวเสิ่นจู" ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงที่ดูหรูหราและอบอุ่น ตัวอักษร "ซังฮี้" ความสุขคู่ สีแดงตัวใหญ่ถูกติดไว้ทั่วร้าน โคมไฟสีแดงส่องสว่าง แขกเหรื่อมากมายทั้งนายทหาร เพื่อนบ้าน และลูกค้าขาประจำต่างมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่งเสิ่นจูอยู่ในชุดเจ้าสาวกี่เพ้าสีแดงสดที่ตัดเย็บด้วยฝีมือตัวเอง โดยมีจักรเย็บผ้าสินสอดเป็นตัวช่วยขับผิวขาวผ่องให้ดูเปล่งประกายราวกับไข่มุกเม็ดงาม ใบหน้าแต้มเครื่องสำอางบางเบาแต่ดูสวยสะกดทุกสายตา"แม่สวยที่สุดในโลกเลยจ้ะ" เจียงเปาเปาในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องวิ่งเข้ามากอดเอวแม่"ลูกสาวแม่ก็น่ารักที่สุดจ้ะ" เสิ่นจูยิ้มหวาน หัวใจพองโตด้วยความสุขที่แท้จริงแต่ในมุมมืดหน้าร้าน รถเก๋งเก่าๆ คันหนึ่งแล่นมาจอดเงียบๆ เจียงลี่ก้าวลงมาจากรถในชุดเดรสสีขาวที่ดูสุภาพเรียบร้อย แต่แววตาซ่อนมีดโกนไว้ นางถือถาดไม้ที่มีกาน้ำชาและถ้วยชาเคลือบใบสวยมาด้วย โดยมีเจียงฉงเดินตามหลังมา
หมู่บ้านตระกูลเสิ่นตั้งอยู่ในหุบเขาที่ห่างไกลและกันดารยิ่งกว่าหมู่บ้านเหอผิง สภาพบ้านเรือนทรุดโทรมบ่งบอกถึงความยากจนข้นแค้น แต่นั่นไม่ใช่เพราะโชคชะตา หากแต่เป็นเพราะความเกียจคร้านของคนในหมู่บ้านเจียงฉงเดินลัดเลาะมาตามทางเกวียนที่เต็มไปด้วยโคลนตม ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบ้านดินหลังหนึ่งที่หลังคามุงด้วยฟางเน่าๆ"พ่อตา แม่ยาย! ลูกเขยผู้กตัญญูกลับมาเยี่ยมแล้ว!" เจียงฉงตะโกนเรียกเสียงดังไม่นานนัก ชายชราหลังค่อมหน้าตาบอกบุญไม่รับ และหญิงชราปากคอเราะร้ายก็เดินออกมา ทั้งคู่คือ ผู้เฒ่าเสิ่น และ นางเสิ่น พ่อแม่แท้ๆ ของเสิ่นจู ผู้ที่เคยขายลูกสาวกินเมื่อสิบกว่าปีก่อนเพื่อแลกกับข้าวสารเพียงสองกระสอบ"ไอ้เจียงฉง? แกมาทำไม ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นหัว" ผู้เฒ่าเสิ่นถามเสียงห้วน พลางถ่มน้ำหมากพุ่งปรี๊ดลงพื้น"ฉันเอาข่าวดีมาบอกจ้ะพ่อ" เจียงฉงรีบปั้นหน้าเศร้า "ตอนนี้เสิ่นจู... ลูกสาวพ่อ มันหย่ากับฉันแล้ว มันทิ้งผัวทิ้งลูกหนีไปเสวยสุขในเมือง""มันจะไปตายที่ไหนก็เรื่องของมัน ขายไปแล้ว ขาดกันแล้ว" นางเสิ่นตัดบทอย่างไม่ใยดี นางไม่เคยรักลูกสาวคนนี้อยู่แล้ว เพราะถือว่าเป็นลูกสาวที่
กิจการร้าน "ครัวเสิ่นจู" ดำเนินไปได้อย่างสวยงามเกินความคาดหมาย เพียงเปิดร้านได้ไม่ถึงเดือน เสิ่นจูก็สามารถคืนทุนค่าตกแต่งร้านได้ทั้งหมด และเริ่มมีเงินเก็บก้อนโตนอนนิ่งอยู่ในบัญชีธนาคารเที่ยงวันนี้ ลูกค้าแน่นร้านจนแทบไม่มีที่เดิน กลิ่นหอมของบะหมี่เนื้อตุ๋นสูตรลับ ใส่น้ำวิเศษ ลอยอบอวล ผสมกับเสียงพูดคุยจอแจอย่างมีความสุข เสิ่นจูในชุดเถ้าแก่เนี้ยสวยสง่ายืนคิดเงินอยู่ที่เคาน์เตอร์ด้วยรอยยิ้มแต่ทว่า ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน"เฮ้ย! หลีกไป! กูจะเข้าไปหาเจ้าของร้าน!"เสียงตะโกนหยาบคายดังมาจากหน้าร้าน พร้อมกับร่างผอมโซของชายวัยกลางคนในชุดสกปรกมอมแมมที่เดินเบียดลูกค้าเข้ามา กลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวของเขาทำให้ลูกค้าหลายคนต้องยกมือปิดจมูกด้วยความรังเกียจเจียงฉงมาถึงแล้วหลังจากได้รับจดหมายยุยงจากเจียงลี่ ความโลภก็บังตาจนลืมความกลัวคุกตะราง เขารีบเดินทางกลับมาจากที่ซ่อนตัวทันทีที่รู้ข่าวว่าอดีตเมียรวยล้นฟ้า"เสิ่นจู! นังเสิ่นจู! ออกมาหากูเดี๋ยวนี้!" เจียงฉงตะโกนลั่นร้าน ตบโต๊ะเก็บเงินดัง ปังเสิ่นจูเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี ทันทีที่เห็นหน้าอดีตสามี แววตาของนางไม่ได้มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงค
หลังจากเหตุการณ์สงครามราคาขนมไข่จบลงด้วยชัยชนะของของแท้ กิจการ "ขนมไข่แม่จู & เปาเปา" ก็รุ่งเรืองถึงขีดสุด ลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นทวีคูณจนรถเข็นคันงามเริ่มรับมือไม่ไหว ขนมทำมาเท่าไหร่ก็หมดเกลี้ยงภายในพริบตาแต่อุปสรรคใหม่ก็เข้ามาเยือนพร้อมกับฤดูกาล ฝนฤดูใบไม้ผลิเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน การเข็นรถขายของตากฝนทำให้เสิ่นจูเริ่มมีอาการไอคอกแคก และลูกค้าก็ไม่สะดวกมายืนต่อแถวตากฝนซื้อ"แม่จ๊ะ หนูว่าถึงเวลาที่เราต้องมีหน้าร้านเป็นหลักแหล่งแล้วนะจ๊ะ"เจียงเปาเปาเสนอความคิดขณะช่วยแม่นวดขาที่ปวดเมื่อยจากการยืนนาน "ขืนขายตากฝนแบบนี้ เดี๋ยวแม่ป่วยไปจะไม่คุ้มกัน"เสิ่นจูถอนหายใจ "แม่ก็อยากมีร้านนะลูก แต่ค่าเช่าที่ในเมืองมันแพงหูฉี่ เราจะมีปัญญาจ่ายไหวหรือ""เรื่องนั้นให้ผมจัดการเองครับ"หลินเฟิงที่แวะมาทานข้าวเย็นตามปกติเอ่ยขึ้น เขาวางตะเกียบลงแล้วหยิบกุญแจพวงหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ"ผมไปดูที่ทางมาให้แล้ว เป็นตึกแถวชั้นเดียวเก่าๆ ใกล้กับโรงภาพยนตร์อำเภอ เจ้าของเดิมเขาแก่แล้วทำต่อไม่ไหวเลยประกาศเซ้งราคาถูก ทำเลดีมาก คนพลุกพล่านทั้งวันทั้งคืน ถ้าคุณสนใจ พรุ่งนี้ไปดูกันได้เลย"ดวงตาของเสิ่นจ
ภายในห้องครัวของบ้านตระกูลเจียงที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าควัน เจียงลี่ยืนกอดอกสั่งการพี่สะใภ้ทั้งสองราวกับผู้คุมนักโทษ"ใส่ไข่ให้น้อยลงอีก! แป้งน่ะใส่เข้าไปเยอะๆ แล้วก็น้ำตาลทรายแดงมันแพง ใช้ ขัณฑสกร ดีน้ำตาลแทน หวานเหมือนกันแต่ถูกกว่าร้อยเท่า" เจียงลี่สั่งเสียงเขียวเมิ่งอี้และหยูหลินหน้ามันย่องง่วนอยู่หน้าเตา ทั้งสองคนเหงื่อตกพลั่กๆ ขณะพยายามทำ "ขนมไข่" เลียนแบบสูตรของเสิ่นจู ตามคำบัญชาของน้องสามีผู้มีการศึกษา"อาลี่ แต่ถ้าใส่น้ำเยอะขนาดนี้ ขนมมันจะไม่ฟูนะ แถมกลิ่นคาวไข่ก็แรงด้วย" เมิ่งอี้ท้วงติง นางเคยแอบดูเสิ่นจูทำขนมมาก่อน พอจะรู้ว่าต้องใช้ไข่ล้วนๆ ถึงจะอร่อย"พี่อย่ามาอวดรู้หน่อยเลย" เจียงลี่เชิดหน้า "ชาวบ้านพวกนั้นลิ้นจระเข้จะตาย แยกไม่ออกหรอกว่าอันไหนของดีของเลว ขอแค่หวานๆ มันๆ ราคาถูกๆ พวกมันก็ซื้อกันแล้ว เป้าหมายของเราคือแย่งลูกค้าและทำลายร้านนังเสิ่นจูให้ย่อยยับ ไม่ใช่ทำขนมส่งประกวด"ย่าเจียงนั่งนับเงินลงทุนก้อนสุดท้ายที่ขูดรีดมาจากเจียงซัว เงินที่ซ่อนไว้และยังไม่ได้ใช้กินเหล้านางมองดูขนมไข่หน้าตาบิดเบี้ยว สีซีดเซียว และมีกลิ่นตุๆ ที่เพิ่งนึ่งเสร็จ"มันจะขายได้แน่เหรอลูก หน้าตา
บ่ายวันศุกร์ รถโดยสารประจำทางแล่นเข้ามาจอดที่ปากทางหมู่บ้านเหอผิง หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างาม นางสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตากับกระโปรงพลีทสีน้ำเงินเข้ม สวมรองเท้าหนังขัดมันวาว บนข้อมือมีนาฬิกาเรือนเล็กสวมอยู่ ดูผิดแผกไปจากชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปนางคือ เจียงลี่ ลูกสาวคนเล็กสุดท้องของตระกูลเจียง ผู้เป็นความหวังและความภาคภูมิใจของย่าเจียง เพราะนางเป็นคนเดียวที่ได้เรียนหนังสือสูงๆ ในวิทยาลัยครูในตัวเมืองเจียงลี่เดินเชิดหน้าเข้าหมู่บ้าน สายตาเหยียดมองสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยด้วยความรังเกียจ นางใฝ่ฝันที่จะได้แต่งงานกับคนรวยในเมืองและทิ้งบ้านนอกคอกนานี้ไปให้พ้นเมื่อมาถึงบ้านตระกูลเจียง สภาพความทรุดโทรมและบรรยากาศอึมครึมภายในบ้านทำให้นางขมวดคิ้ว"แม่จ๋า หนูกลับมาแล้ว""อาลี่ ลูกแม่" ย่าเจียงรีบวิ่งออกมาต้อนรับ กอดลูกสาวคนโปรดแน่น "แม่คิดถึงลูกจะแย่ ผอมลงไปหรือเปล่าเนี่ย เรียนหนักสินะ""แม่จ๊ะ ที่บ้านเกิดอะไรขึ้น ทำไมดูเงียบเหงาแบบนี้ แล้วพี่รองหน้าไปโดนอะไรมา" เจียงลี่ถามเมื่อเห็นรอยช้ำบนหน้าเจียงซัวทันทีที่เปิดช่อง ย่าเจียงและเมิ่งอี้ก็ผลัดกันเล่าเรื่องวีรกรรมของเสิ่นจู
เช้าของวันถัดมาฟ่านเหอกับฟ่านหยงมาหาเสิ่นชีที่จวนอ๋องมอบเงินหนึ่งพันตำลึงให้เสิ่นชีที่ถือสัญญาไปทวงถึงจวนอ๋อง ในตอนนั้นสองพี่น้องสกุลฟ่านเห็นเหมียวเจียงกำลังจะขึ้นรถม้าไปวัดนางชีซัวอ๋องเห็นสัญญานี้แล้วแทบจะกระอักเลือดทั้งมอบเงินให้ทั้งก่นด่าเหมียวเจียงไม่เหลือชิ้นดี"ขอบใจเจ้าทั้งสองมากเงิ
เสิ่นชีไม่คิดว่านางกำนัลจะทำชุดของนางเลอะไปหมดแล้วยิ่งต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงช่วงบ่ายเสียด้วย"บ่าวขออภัยพระชายาชินอ๋องเพคะ บ่าวมิได้ตั้งใจ" นางกำนัลผู้นั้นมือสั่นหมดแล้วทุกสายตามองไปที่เสิ่นชี ชายาชินอ๋องนิ่งมากทุกคนคิดว่าเสิ่นชีจะต้องด่าทอนางกำนัลคนนี้เป็นแน่แท้ "ช่างเถอะ" เสิ่นชีเอ่ยอย่างไม่สนใจ
เลิ่นชีมาถึงโต๊ะอาหารรับประทานไปได้ไม่กี่อย่าง สามแฝดนั่งลงประจำที่ล้วงตั๋วเงินในสาบเสื้อออกมาให้มารดาดู"พวกเจ้าเอาเงินมาจากไหน" เสิ่นชีมองเจ้าแฝดยื่นตั๋วเงินให้นาง"พระชายา คุณหนูน้อยทั้งสามลงขันเดิมพันว่าท่านจะต้องเป็นผู้ชนะ สุดท้ายจึงได้เงินมาเจ้าค่ะ" แม่นมจินเอ่ยอย่างยิ้ม ๆ ในความฉลาดข
พระชายาซัวอ๋องถึงกับตกใจเมื่อได้ยินว่าเสิ่นชีไม่รู้จักพวกนาง เสิ่นชีรู้จักดีเลยล่ะแต่แกล้งไม่รู้จัก ตงฮวากับลีฟางทำไมพวกนางจะไม่รู้จักเสิ่นชีเมื่อห้าปีก่อน ห้าปีก่อนเมืองต้าเยียนแข่งยอดสาวงามอันดับหนึ่งเสิ่นชีเข้าร่วมด้วยไม่ดูความสามารถตัวเองศิลปะทุกแขนงของเสิ่นชีล้วนแต่แพ้ราบคาบตกรอบทุกคร







