เข้าสู่ระบบเขารู้ดีว่าฮองเฮาไม่ชอบเขา เพราะฮ่องเต้โปรดปรานเขาซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ มากกว่าลูกชายของตนเอง นั่นทำให้ฮองเฮาระแวงว่าเขาจะยึดอำนาจแล้วลูกชายตัวเองจะไม่ได้เป็นรัชทายาท เพราะฮ่องเต้ยังไม่แต่งตั้งรัชทายาท แต่แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทน
เขาจึงระวังตัวมาตลอด ตั้งแต่มีปัญหาจากการโดนลอบทำร้ายตอนไปสู้ศึกที่ชายแดน ขาก็เดินไม่ได้ปกติเหมือนคนอื่น จึงระวังเรื่องอาหารการกินเพราะระแวงเรื่องจะถูกลอบวางยาพิษนี่แหละ
มู่หรงเจิ้ง อัครเสนาบดีเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เมื่อสาวใช้ไปรายงานว่ามีเรื่อง พอเห็นสภาพลูกสาวก็มีสีหน้าผิดหวัง แต่อย่างไรนางก็คือลูกสาวของภรรยาผู้ล่วงลับ เสียหายถึงขนาดนี้อย่างไรอ๋องผู้สำเร็จราชการก็ต้องรับผิดชอบ
“ท่านอ๋อง หรงซีเป็นลูกสาวคนโตของกระหม่อม หากพระองค์ไม่รับผิดชอบก็จะเสียชื่อเสียง ต่อไปหรงหว่านลูกสาวคนรองของกระหม่อมจะออกเรือนได้อย่างไร คนคงลือกันไปทั่วให้เสียหาย”
มู่หรงหว่านหันไปสบตากับมารดาก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา อย่างไรวันนี้อ๋องผู้สำเร็จราชการก็ต้องรับผิดชอบ เพราะบิดาของนางเป็นถึงอัครเสนาบดีมีตำแหน่งใหญ่โต มู่หรงซีเป็นลูกสาวคนโตไม่ใช่ลูกตาสีตาสาทีไหนที่จะทิ้งขว้างได้ง่ายๆ ไม่อยากรับก็ต้องรับ สองแม่ลูกคิดอย่างชั่วร้าย
“ข้าจะแต่งงานกับมู่หรงซีและรับนางเป็นพระชายา” เซียวจิ่นอันพูดเสียงขรึมกับมู่หรงเจิ้ง อีกฝ่ายจึงมีสีหน้าที่ดีขึ้น
ข่าวเรื่องจิ่นอ๋องผู้สำเร็จราชการถูกคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่วางยาปลุกกำหนัดและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันในจวนอัครเสนาบดีแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงเพียงชั่วข้ามคืน
มู่หรงซีได้ยินข่าวนี้ก็เจ็บใจยิ่งนัก ต้องเป็นสองแม่ลูกชั่วนั่นแน่ที่คิดจะทำลายชื่อเสียงของข้า ดูสิว่าข้าจะเอาคืนพวกเจ้าสองแม่ลูกยังไง
ในราชสำนักต่างโจษจันกันไม่หยุด บ้างบอกว่ามู่หรงซีไร้ยางอาย ใช้วิธีสกปรกปีนขึ้นที่สูง
บ้างก็ว่าจวนอัครเสนาบดีคิดผูกสัมพันธ์กับผู้สำเร็จราชการเพื่อแย่งอำนาจ
ยามนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงล้วนรอฟังว่า จิ่นอ๋องจะรับผิดชอบจริงหรือไม่
ภายในพระราชวังหลวง ตำหนักทรงพระอักษรเงียบสงบ กลิ่นหมึกจางๆ ลอยคลุ้งไปทั่วห้อง
ฮ่องเต้เซียวเฉิงเยี่ยนกำลังทอดพระเนตรฎีกากองโตบนโต๊ะมังกร สีหน้าอ่อนล้าไม่น้อย
ตั้งแต่เซียวจิ่นอันได้รับบาดเจ็บจากสนามรบ จนขาทั้งสองมีปัญหาต้องนั่งรถเข็น ก็ยิ่งทำให้เขาสงสารและรักน้องชายคนนี้มากขึ้น เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายแลกชีวิตเพื่อแผ่นดินมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จนขาต้องกลายเป็นเช่นนี้
แต่วันนี้ ข่าวที่ได้รับกลับทำให้พระองค์อารมณ์เสียอย่างยิ่ง แรกเริ่มเดิมทีอยากให้น้องชายอภิเษกกับผู้หญิงดีๆ ลูกคุณหนูตระกูลใหญ่ในแคว้นและมีทายาทสืบสกุล ไม่คิดว่าจะเสียท่าให้กับผู้หญิงที่ไม่มีอะไรดีเลยอย่างมู่หรงซี ทั้งปัญญาที่โง่เขลา ทั้งชื่อเสียงเรื่องความขี้เกียจฉาวโฉ่ จนอัครเสนาบดีไม่เคยพาออกงาน ไม่เหมือนลูกสาวคนรองที่ดีพร้อมทุกอย่าง
“ฝ่าบาท จิ่นอ๋องมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ขันทีเฒ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ให้เข้ามา”
ไม่นานนัก ร่างสูงในอาภรณ์สีดำปักดิ้นทองนั่งรถเข็นเข้ามาภายในตำหนัก โดยมีคนสนิทอย่างหยุนเฟิงคอยเข็นรถเข็นให้
เซียวจิ่นอันสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาสงบนิ่งเช่นเคย แม้ขาจะบาดเจ็บ แต่รัศมีน่าเกรงขามกลับไม่ลดลงแม้แต่น้อย
“ถวายบังคมเสด็จพี่”
ฮ่องเต้เงยหน้าขึ้นมอง วางพู่กันลงเสียงดัง
“เรื่องเมื่อคืนจริงหรือไม่”
“จริงพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าโดนวางยา?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าของฮ่องเต้พลันมืดครึ้ม
“บังอาจ ถึงขั้นกล้าเล่นสกปรกกับผู้สำเร็จราชการในงานเลี้ยง นางช่างไร้ยางอายยิ่งนัก”
บรรยากาศภายในตำหนักกดดันขึ้นทันที เหล่าขันทีต่างรีบก้มหน้าลงต่ำ ไม่มีใครกล้าส่งเสียง
ฮ่องเต้สูดลมหายใจลึก ๆ พยายามระงับโทสะ
“แล้วเจ้าคิดอย่างไร หากเจ้าไม่พอใจ ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง ต่อให้มู่หรงเจิ้งเป็นอัครเสนาบดี ก็ไม่มีสิทธิ์ใช้วิธีต่ำช้าเช่นนี้กับเจ้า และลูกสาวของเขาก็ไม่คู่ควรกับเจ้า ชื่อเสียงของนางฉาวโฉ่ จนไม่มีชายใดในแคว้นอยากสู่ขอนาง”
เซียวจิ่นอันกล่าวเสียงราบเรียบ
“กระหม่อมมาขอพระราชทานสมรสพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ชะงักไป
“อะไรนะ”
“กระหม่อมจะรับมู่หรงซีเข้าจวน”
ฮ่องเต้ขมวดคิ้วทันที
“เจ้าแน่ใจหรือ หากต้นเหตุเกิดจากการถูกวางยา เช่นนั้นเจ้ารับนางเป็นชายารองก็พอแล้ว อย่างไรเสีย เจ้าเป็นถึงผู้สำเร็จราชการ สตรีที่ใช้วิธีเช่นนี้ ไม่คู่ควรตำแหน่งชายาเอก ข้าจะหาลูกสาวตระกูลใหญ่ที่ดีพร้อมให้เจ้าเอง” ในใจของฮ่องเต้กลับโกรธแทนน้องชายไม่น้อย
เขารู้จักเซียวจิ่นอันดี อีกฝ่ายเกลียดที่สุดก็คือการถูกบีบบังคับ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งงาน เขาเองหาผู้หญิงให้น้องชายมาหลายคน อีกฝ่ายก็ไม่สนใจเลยสักคน แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเสียท่าให้ผู้หญิงไม่ดีเช่นนี้
“นางต้องเป็นชายาเอก”
ฮ่องเต้เลิกคิ้ว
“เหตุใด”
“มู่หรงซีเป็นบุตรสาวคนโตของอัครเสนาบดี ต่อให้ถูกวางยา แต่เรื่องก็เกิดขึ้นแล้ว หากให้นางเป็นเพียงชายารอง เกรงว่าจวนมู่หรงจะเสียหน้า”
ฮ่องเต้มองน้องชายอย่างพิจารณา เซียวจิ่นอันไม่ใช่คนใจดีต่อสตรี ยิ่งไม่ใช่คนที่จะยอมประนีประนอมเพราะชื่อเสียงใครง่ายๆ แต่คำพูดเมื่อครู่กลับสมเหตุสมผลจนจับพิรุธไม่ได้
“เจ้าคิดเช่นนั้นจริงหรือ”
เซียวจิ่นอันสบพระเนตรฮ่องเต้นิ่ง
“พ่ะย่ะค่ะ”
ความจริงแล้ว ในหัวของเขาตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงของมู่หรงซี
“ข้าต้องรีบหนี…”
“แต่งงานแล้วต้องตายแน่…”
“ท่านอ๋องผู้นี้ถูกวางยาพิษจนตายอนาถ…”
ทุกถ้อยคำยังดังก้องอยู่ในหัวเขาไม่หยุด สตรีผู้นั้นรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้มากเกินไป และเขาจะปล่อยนางหนีไม่ได้เด็ดขาด
ฮ่องเต้ถอนหายใจเบาๆ
“ช่างเถอะ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็จะไม่ขัด แต่นางจะใช้วิธีการสกปรกอะไรกับเจ้าอีกหรือไม่ หญิงที่ไม่ใช่คนดีตั้งแต่แรก ย่อมไม่มีทางเปลี่ยนนิสัยได้แน่”
แววตาของเซียวจิ่นอันเย็นเยียบลงเล็กน้อย
“กระหม่อมจะจัดการเองพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่ไม่ต้องเป็นกังวล”
ฮ่องเต้พยักหน้า ก่อนหยิบพู่กันขึ้นมา
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มีราชโองการ!”
ขันทีทุกคนรีบคุกเข่าลงทันที ฮ่องเต้เขียนราชโองการด้วยพระองค์เอง ก่อนอ่านออกเสียงชัดเจน
“มู่หรงซี บุตรสาวคนโตแห่งจวนอัครเสนาบดี กิริยางดงาม อ่อนโยนเรียบร้อย เหมาะสมคู่ควรกับจิ่นอ๋องผู้สำเร็จราชการ จึงพระราชทานสมรสให้ทั้งสองเป็นสามีภรรยา เลือกฤกษ์มงคลเข้าพิธีโดยเร็ว ห้ามผู้ใดคัดค้าน”
ชายชู้คนนั้นแม่เลี้ยงของนางก็จ้างมาทำให้คนเข้าใจผิด สุดท้ายพระเอกก็เกลียดพระชายาผู้นี้หนักกว่าเดิมแต่ครั้งนี้ นางจะเปลี่ยนเนื้อเรื่องทั้งหมด และเอาคืนอย่างสาสม มู่หรงซียกยิ้มอย่างชั่วร้าย คนอ่านนิยายจบแล้วอย่างข้า ไม่มีวันยอมโดนรังแกง่ายๆ หรอก!ยามไฮ่ผ่านไปไม่นาน ภายในเรือนเงียบสงบ ทันใดนั้น หน้าต่างถูกเปิดออกช้า ๆ เงาร่างหนึ่งแอบย่องเข้ามาอย่างระมัดระวังชุ่ยหลัน! ซึ่งเป็นสาวใช้คนสนิทของมู่หรงหว่านนั่นเอง ในมือของนางถือกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ ก่อนค่อยๆ เป่ายานอนหลับเข้ามาในห้องควันสีขาวจางลอยกระจายทั่วบริเวณ บนเตียง มู่หรงซีรีบคว้าผ้ามาปิดจมูกเอาไว้แน่น ก่อนแกล้งเอนตัวลงนอนนิ่ง ๆ ไม่นานนัก ชุ่ยหลันก็ย่องเข้ามาในห้อง“หลับแล้วจริงๆ ยานอนหลับออกฤทธิ์เร็วดีจริง” นางหัวเราะหยันเบา ๆ ก่อนรีบเปิดประตูให้คนด้านนอกเข้ามามู่หรงหว่านเดินเข้ามาพร้อมฮูหยินหลิว สีหน้าสองแม่ลูกเต็มไปด้วยความโลภ เมื่อเห็นหีบสินสอดเรียงราย ดวงตาพวกนางก็เป็นประกายทันที“ท่านแม่ ของพวกนี้ล้วนเป็นของล้ำค่าทั้งนั้น” มู่หรงหว่านลูบหีบทองคำอย่างหลงใหล“จิ่นอ๋องใจกว้างกับนังโง่นี่เกินไปแล้ว”ฮูหยินหลิวยิ้มเย็น“ต่อไปของพวกนี้
เซียวจิ่นอันรับราชโองการ สีหน้าเรียบเฉย“กระหม่อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้มองน้องชาย ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น“หากนางทำให้เจ้าลำบากใจ เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ แต่หากนางถูกผู้อื่นบงการ ข้าจะไม่ปล่อยคนเบื้องหลังไว้แน่”เซียวจิ่นอันกำราชโองการในมือแน่น มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างเย็นชา“แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” เพราะเขาเอง ก็อยากรู้เช่นกันว่าเบื้องหลังเกมนี้คือผู้ใดหลังจากฮ่องเต้พระราชทานราชโองการ เซียวจิ่นอันก็นำพระราชโองการไปที่จวนอัครเสนาบดี หลังอ่านราชโองการจบ มู่หรงซีก็ถึงกับหงายหลังทันทีกิริยางดงามเหรอ อ่อนโยนเรียบร้อยเหรอ เขียนราชการโองการปัญญาอ่อนแบบนี้มาได้ยังไง ใครได้ยินเข้าคงหัวเราะฟันหลุดเสียงในใจของนางเขาได้ยินชัดเจน เซียวจิ่งอันเอ่ยออกมาเสียงราบเรียบเย็นชาหลังจวนอัครเสนาบดีรับราชโองการ“วันมะรืนฤกษ์ดีเหมาะสมคู่ควรที่สุด ข้าจะรับมู่หรงซีเข้าตำหนักชิงอัน จงเตรียมตัวเอาไว้”“เร็วขนาดนั้นเชียว” มู่หรงซีอุทานเสียงหลง“เสียมารยาท ความเป็นหญิงของเจ้าอยู่ที่ใด อุทานเสียงดังน่าเกลียด ทะลุกลางปล้องขึ้นมา มีใครให้เจ้าพูดหรือยัง” อัครเสนาบดีตำหนิบุตรสาว ทำเอามู่หรงซีหน้างอ เอาทำปากยิก ๆข้า
เขารู้ดีว่าฮองเฮาไม่ชอบเขา เพราะฮ่องเต้โปรดปรานเขาซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ มากกว่าลูกชายของตนเอง นั่นทำให้ฮองเฮาระแวงว่าเขาจะยึดอำนาจแล้วลูกชายตัวเองจะไม่ได้เป็นรัชทายาท เพราะฮ่องเต้ยังไม่แต่งตั้งรัชทายาท แต่แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทน เขาจึงระวังตัวมาตลอด ตั้งแต่มีปัญหาจากการโดนลอบทำร้ายตอนไปสู้ศึกที่ชายแดน ขาก็เดินไม่ได้ปกติเหมือนคนอื่น จึงระวังเรื่องอาหารการกินเพราะระแวงเรื่องจะถูกลอบวางยาพิษนี่แหละมู่หรงเจิ้ง อัครเสนาบดีเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เมื่อสาวใช้ไปรายงานว่ามีเรื่อง พอเห็นสภาพลูกสาวก็มีสีหน้าผิดหวัง แต่อย่างไรนางก็คือลูกสาวของภรรยาผู้ล่วงลับ เสียหายถึงขนาดนี้อย่างไรอ๋องผู้สำเร็จราชการก็ต้องรับผิดชอบ“ท่านอ๋อง หรงซีเป็นลูกสาวคนโตของกระหม่อม หากพระองค์ไม่รับผิดชอบก็จะเสียชื่อเสียง ต่อไปหรงหว่านลูกสาวคนรองของกระหม่อมจะออกเรือนได้อย่างไร คนคงลือกันไปทั่วให้เสียหาย”มู่หรงหว่านหันไปสบตากับมารดาก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา อย่างไรวันนี้อ๋องผู้สำเร็จราชการก็ต้องรับผิดชอบ เพราะบิดาของนางเป็นถึงอัครเสนาบดีมีตำแหน่งใหญ่โต มู่หรงซีเป็นลูกสาวคนโตไม่ใช่ลูกตาสีตาสาทีไหนที่จะทิ้งขว้างได้ง่า
ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไหล่บ่าเข้ามาเต็มหัว นี่นางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายที่กำลังอ่านอย่างนั้นเหรอว้าวุ่นน่ะสิหม้อยาอาจารย์ระเบิดไอ้หยา... ข้าต้องตายแน่ ๆ แต่ตอนนี้ข้ากำลังจะตายจริง ๆมู่หรงซีก้มมองสภาพตัวเอง เสื้อผ้ายับเยิน ไหล่ขาวมีรอยแดงจางๆ สมองพลันขาวโพลน“ไม่จริง…”“ไม่จริงใช่หรือไม่…”ปัง!ประตูถูกเปิดออกอย่างแรงฮูหยินหลิวนำสาวใช้และบ่าวหลายคนบุกเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจทันทีที่เห็นภาพบนเตียง นางก็ร้องเสียงหลง“สวรรค์!”“ซีเอ๋อร์!”มู่หรงซีหน้าเหวอ หนีไม่ทันแล้ว ไม่ทันแล้วจริง ๆ อะไรนี่ ทะลุมิติเข้ามาในฉากแรกของนิยายที่โดนจับได้ว่าแอบลักลอบได้เสียกับผู้สำเร็จราชการข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเอ่อ... ก็เอาไว้ที่เดิมน่ะสิ ข้าต้องเคร่งขรึมเอาไว้ สติมาปัญญาเกิด แต่ข้าไม่ค่อยมีปัญญาเสียด้วยสิ“คุณหนูใหญ่! เหตุใดท่านถึง…ถึง…”สาวใช้หลายคนรีบเบือนหน้าหนี ฮูหยินหลิวรีบยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปาดน้ำตา ร้องไห้สะอึกสะอื้นทันที“ชื่อเสียงของบุตรสาวข้า…จบสิ้นแล้ว!”เสียงเคลื่อนไหวบนเตียงดังขึ้น เซียวจิ่นอันลืมตาช้าๆ ด้วยความมึนงง ก่อนที่จะจำเหตุการณ์ทุกอย่างได้ พลันดวงตาของเขาก็เย็นเ
“โง่เง่าเกินไปแล้ว!” เสียงใสดังลั่นตำหนักปรุงยาเล็กๆ บนยอดเขาเซียนมู่หรงซีนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าเตาหลอมโอสถ มือหนึ่งถือพัดคอยโบกไฟ อีกมือเปิดนิยายเล่มหนาจนแทบปิดหน้าไม่มิด ดวงตากลมโตจ้องตัวหนังสือเขม็ง สีหน้าจริงจังราวกับกำลังศึกษาคัมภีร์ลับแห่งสวรรค์ทว่า… สิ่งที่นางอ่านหาใช่ตำราวิชาเซียนไม่แต่เป็นนิยายรักดราม่าน้ำตานองเรื่อง “เกมบัลลังก์วังหลัง” ที่แอบยืมมาจากศิษย์พี่ต่างหาก“มู่หรงซีนี่โง่จริงๆ ถูกแม่เลี้ยงรังแกยังไม่พอ ยังถูกน้องสาวกลั่นแกล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก ถ้าเป็นข้าหรือจะตบเสียให้คว่ำทั้งแม่ทั้งลูก” นางพลิกหน้ากระดาษอย่างหัวเสีย อีกมือวางพัดก่อนจะหยิบฟืนเติมไฟไปที่เตาอย่างเผลอไผล ลืมไปว่าอาจารย์ให้เฝ้าหม้อยาเฉยๆ ห้ามเติมฟืนไฟอีก เพราะอาจารย์จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว“แล้วนี่อะไร พระเอกก็เย็นชา ร้ายกาจ พระชายาตัวเองอยู่ในจวนก็ไม่ได้รับความรักหลังจากแม่ตาย แต่งงานมีสามี สามีก็ยังรังเกียจอีก เห้อ... โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมกับคนดีเลยสักนิด”“ยังมีตอนจบอีก… มู่หรงซีตายเพราะถูกจับได้ว่าวางยาพระเอก พระเอกไปแต่งงานกับรักแรกที่เป็นแม่ทัพหญิงร่วมรบด้วยกัน แต่ก็ตายเพราะยาพิษสะสม นางเอกขอ







