Masuk“อ้ากกก!! น่าแค้นใจนักพวกแกถึงกับหักหลังลอบฆ่าฉันเลยเหรอ เลวระยำบัดซบที่สุด” “คะ คะ คุณหนู ยะ ยะ ยัง ไม่ตาย” “ฉันเป็นถึงนักฆ่าอันดับหนึ่งเชียวนะถ้าเธอไม่อยากตายจงหุบปากซะ!”
Lihat lebih banyakไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดสิ่งแรกที่หลิงเฉียวเฉียวสัมผัสได้คือ ความเจ็บปวดแสบสันทั่วแผ่นหลังกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในอากาศเสียงล้อเกวียนดังเอี๊ยดอ๊าดอยู่ข้างหู
“ฮึก...คุณหนูท่านต้องอดทนไว้นะเจ้าคะ”
หลินเฉียวเฉียวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นซึ่งเหนือศีรษะเป็นหลังคาไม้เก่า ๆ ไม่ใช่เพดานโลหะของห้องทดลองไม่ใช่โรงพยาบาลและไม่ใช่โลกที่นางรู้จัก ขณะนั้นเองก็มีความทรงจำมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเธอ
และก็มีชื่อหนึ่งดังขึ้นในหัว “เซี่ยอู๋ซวง” เด็กสาวอายุสิบห้าหนาวบุตรสาวดาวอัปมงคลแห่งจวนรองเสนาบดีกรมโยธา ถูกบิดาสั่งโบยยี่สิบไม้และขับออกจากจวนเพื่อส่งตัวไปยังเรือนฝึกตนนอกเมืองราวหนึ่งร้อยลี้
‘อ่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจ็บจนขยับตัวแทบไม่ไหวเลยเหรอเนี่ย’
หลิงเฉียวเฉียวค่อย ๆ ซึมซับความทรงจำในหัวทั้งหมดอย่างช้า ๆ จนเข้าใจเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นกับเธออย่างกระจ่างแจ้งแล้วว่าบัดนี้เธอมาเกิดใหม่ในร่างของหญิงสาวที่มีชื่อว่าเซี่ยอู๋ซวง
ซึ่งนางได้สิ้นใจระหว่างถูกบ่าวไพร่ส่งไปเรือนฝึกตนของตระกูลเซี่ย หลิงเฉียวเฉียวไม่คิดว่าเจ้าของร่างจะมีชีวิตรันทดไม่ต่างจากชีวิตของเธอ ดวงตาที่เคยหม่นหมองยามนี้กลับกลายเป็นดวงตาที่เย็นชาและน่ากลัว หลังสัมผัสถึงความเจ็บปวดที่เจ้าของร่างเคยได้รับ
ประกายเย็นเยียบที่ปรากฏขึ้นในดวงตาคู่นี้กำลังให้คำมั่นสัญญากับเจ้าของร่างเดิม ซึ่งบ่าวทั้งสองที่ติดตามมาไม่ทันสังเกตว่าคนที่ลืมตาอยู่หาใช่เจ้านายคนเดิมของพวกนางไม่
เหตุการณ์ในอดีต
ณ จวนตระกูลเซี่ยเป็นตระกูลที่สืบทอดการเป็นขุนนางมาถึงสามรุ่น ซึ่งปัจจุบันมีเซี่ยจิ้งหยวนเป็นผู้นำตระกูลและยังเป็นถึงรองเสนาบดีกรมโยธา เขามีฮูหยินเอกจากตระกูลหลิวที่เคยมีอำนาจในราชสำนักสนับสนุน
โดยฮูหยินเอกมีบุตรชายให้เขาหนึ่งคนแม้ว่าจะพยายามมีบุตรเพิ่ม แต่เพราะเป็นคนมีบุตรค่อนข้างยากผ่านมาหลายปีก็ไม่มีท่าทีตั้งครรภ์อีกเลย เซี่ยจิ้งหยวนจึงรับอนุภรรยาจากตระกูลขุนนางอีกสามคนเข้ามาเพื่อมีบุตรไว้ใช้ประโยชน์
ซึ่งอนุคนแรกกลับมีบุตรชายให้เขานี่คือคนที่ฮูหยินเกลียดชังที่สุด เพราะฐานะทายาทของบุตรชายตนกำลังสั่นคลอนส่วนอนุคนที่สองมีบุตรสาวสองคน และอนุคนที่สามมีบุตรสาวหนึ่งคนฮูหยินเอกจึงไม่อะไรกับพวกนางมากนัก
แต่จะมีสตรีใดที่อยากให้สามีโปรดปรานอนุภรรยามากกว่าตนเอง เพราะตั้งแต่เซี่ยจิ้งหยวนรับอนุคนที่สามเข้าจวนเขามักจะไปนอนค้างกับนาง ความเกลียดชังจึงรอมาถึงวันที่อนุซูเชี่ยนเชี่ยนกำลังจะคลอดลูก
“เร็วเข้าใครก็ได้ก็ไปเอาน้ำแกงใส่โสมมาให้อนุสามหน่อย”
“นายหญิงอดทนอีกนิดนะเจ้าคะดื่มแกงจะได้มีแรงเบ่งเจ้าค่ะ” แม่นมหลินที่ติดตามมาคอยรับใช้ซูเชี่ยนเชี่ยนพยายามปลอบประโลมนางด้วยความเป็นห่วง
ในขณะที่เรือนอนุสามกำลังวุ่นอยู่กับการทำคลอดน้ำแกงใส่โสมที่ลู่เจียสาวใช้อีกคนวิ่งไปเอาที่ห้องครัว กลับมีใครบางคนแอบใส่ยาขับเลือดลงไปโดยไม่มีใครเห็น และนั่นจึงกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าของชีวิตเด็กคนหนึ่งที่กำลังจะออกมาลืมตาดูโลก
หลังดื่มน้ำแกงใส่โสมซูเชี่ยนเชี่ยนออกแรงเบ่งคลอดเพียงไม่กี่ครั้ง เสียงเล็ก ๆ ที่นางเฝ้ารอก็แผดร้องท่ามกลางพายุลมแรงด้านนอกเรือน
“อุแว้! อุแว้!”
“ยินดีด้วยอนุสามท่านคลอดบุตรสาวร่างกายแข็งแรงดีเจ้าค่ะ”
“แม่นมหลินข้าได้ลูกสาวนางช่างน่ารักน่าชังยิ่งนัก”
“ใช่เจ้าค่ะนายหญิงคุณหนูน้อยหน้าตาเหมือนท่านมากเจ้าค่ะ”
แต่ขณะที่หมอตำแยกำลังทำความสะอาดช่องคลอดให้ซูเชี่ยนเชี่ยน นางก็ส่งเสียงร้องออกมาดั่งลั่นเมื่อซูเชี่ยนเชี่ยนเลือดไหลไม่มีทีท่าว่าจะหยุด และเจ้าตัวเองสีหน้าก็เริ่มซีดจางลงไปเรื่อย ๆ เช่นกัน
“กรี้ดด! แย่แล้วอนุสามมีเลือดไหลไม่หยุดนางตกเลือดหลังคลอด”
“อะไรนะ! ลู่เจีย ๆ รีบไปตามหมอเร็วเข้า”
หมับ! “ลู่เจียไม่ต้องข้ารู้ตัวดีตอนนี้ร่างกายของข้าใกล้จะไม่ไหวแล้ว ฮึก ลูกแม่...แม่ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ดูแลเจ้าจนเติบใหญ่ แม่ขอเพียงชีวิตของเจ้านับต่อจากนี้อย่าได้เป็นเหมือนแม่เลย
อึก แม่นมหลิน ลู่เจีย ข้าฝากพวกเจ้าช่วยดูแลลูกสาวของข้าด้วย หากบิดาของนางยังไม่ได้ตั้งชื่อให้กับลูกคนนี้พวกเจ้าให้นางชื่อว่าเซี่ยอู๋ซวง ลูกแม่...แม่จะเฝ้ามองเจ้าอยู่บนฟ้าเสมอ...”
“นายหญิง! ๆ ฮือ ๆ ๆ”
สิ้นเสียงการฝากฝังบุตรสาวที่เพิ่งถือกำเนิดประตูห้องนอนของเรือน ก็ถูกเปิดออกอย่างแรงตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของเซี่ยจิ้งหยวนที่ทราบข่าว ด้านหลังยังมีฮูหยินเอกที่แสร้งทำสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยอนุของสามีอีกคน
ผัวะ! “เชี่ยนเชี่ยน ๆ เจ้าเป็นอะไรไมันเกิดอะไรขึ้นกับนาง!”
“ตะ ตะ ใต้เท้าเซี่ยอนุสามนางคลอดยากพอคลอดบุตรคนนี้ออกมานางก็ตกเลือดอย่างหนัก ละ ละ และตอนนี้นางก็ไม่มีลมหายใจแล้วเจ้าค่ะ” หมอตำแยรายงานเรื่องการคลอดกับเซี่ยจิ้งหยวนเสียงสั่น
ฮูหยินเอกได้โอกาสจึงอ้างถึงปรากฏการณ์ที่ประจวบเหมาะพอดีว่า เด็กที่เพิ่งเกิดมีดวงชะตาอย่างไรต่อตระกูลเซี่ยในอนาคต
“ท่านพี่อย่าได้เสียใจไปเลยเจ้าค่ะน้องหญิงซูนางแค่โชคร้ายเท่านั้น ที่ให้กำเนิดเด็กที่เป็นดาวอัปมงคลซึ่งมาอาศัยท้องของนาง”
แม่นมหลินกับลู่เจียถึงกับหยุดชะงักมองไปยังฮูหยินเอกพร้อม ๆ กัน พวกนางไม่คิดว่าสตรีที่ทำเหมือนมีเมตตากับเจ้านายจะซ่อนความร้ายกาจได้ลึกถึงเพียงนี้
“ใต้เท้าเจ้าคะ...”
“หึ ฮูหยินเจ้าจัดการเรื่องงานศพของเชี่ยนเชี่ยนแทนข้าด้วยก็แล้วกัน ส่วนเด็กคนนี้อย่าเอามาให้ข้าเห็นหน้าอีกพวกเจ้าสองคนเอานางไปเลี้ยงดูที่เรือนท้ายจวน ดูแลนางให้ดีอย่าได้เสนอหน้ามาในเขตเรือนใหญ่เด็ดขาด”
“เจ้าค่ะท่านพี่ข้าจะจัดงานศพให้น้องหญิงอย่างสมเกียรติ”
เซี่ยจิ้งหยวนพูดเพียงแค่นั้นเขามองไปยังร่างของอนุคนโปรดอีกครั้ง และเดินจากไปโดยไม่หันกลับไปมองเรือนของซูเชี่ยนเชี่ยนหลังนี้อีกเลย ส่วนฮูหยินเอกเมื่อคล้อยหลังสามีนางก็มองร่างไร้วิญญาณอย่างเย้ยหยัน
นับแต่นั้นเป็นต้นมาเซี่ยอู๋ซวงก็ถูกเลี้ยงดูโดยบ่าวรับใช้ของมารดา แม้จะอยู่ในเรือนท้ายจวนแต่เบี้ยหวัดที่ควรได้ยังถูกส่งมาอย่างสม่ำเสมอ แม้ไม่ได้มากมายเหมือนบุตรชายบุตรสาวที่เหลืออีกสี่คนก็ตาม
อย่างน้อยเบี้ยหวัดที่ได้ยังพอให้บ่าวทั้งสองใช้ดูแลคุณหนูตัวน้อยจนนางเติบโต ยามถึงวัยปักปิ่นไม่มีการจัดพิธีจากเรือนใหญ่แต่เซี่ยอู๋ซวงยังมีแม่นมหลินกับลู่เจีย ที่ทำงานเย็บปักหาเงินซื้อปิ่นไม้มาทำพิธีให้นาง
“คุณหนูของบ่าวงดงามมากเลยเจ้าค่ะ”
“ใช่เจ้าค่ะคุณหนูขนาดบ่าวเองยังอยากนั่งมองคุณหนูทั้งวันเจ้าค่ะ”
“พวกท่านสองคนชมข้าเกินไปแล้วนะ”
ฉีอ๋องจ้องมองเว่ยไทเฮาด้วยสายตาแข็งกร้าวแต่น้ำเสียงที่ใช้ใครฟังแล้วก็รู้สึกว่าเขากำลังสมเพชหญิงชราผู้สูงศักดิ์ “เสด็จย่าไม่ต้องห่วงหลานจะให้คนช่วยดูแลพระองค์เป็นอย่างดี หลันกูกูจะได้มีเวลาพักไม่เหนื่อยจนล้มป่วยตามไปอีกคนพ่ะย่ะค่ะ หึ ๆ ๆ” “ไม่ ๆ ๆ เจ้าจะทำกับอายเจียเช่นนี้ไม่ได้รีบเอายาถอนพิษมาเร็วเข้า!”“ขออภัยบังเอิญหม่อมฉันยังไม่ได้คิดค้นยาถอนพิษชนิดนี้เก็บเอาไว้ ทรงรอไปก่อนนะเพคะเมื่อใดที่คิดค้นสำเร็จหม่อมฉันจะนำมาถวาย คิ ๆ ๆ ชิงเสวี่ยให้หลันกูกูกินยาห้ามเลือดและปล่อยตัวนางเสีย”“เจ้าค่ะท่านหญิง” ชิงเสวี่ยรีบป้อนยาห้ามเลือดให้หลันกูกูตามคำสั่งและผลักร่างของนางไปทางเว่ยไทเฮาทันทีหลังจากจัดการกับคนต้นคิดแผนการใส่ร้ายตนเองอย่างเว่ยไทเฮาแล้ว เซี่ยอู๋ซวงจึงหันมาหาเว่ยชิงหรงที่ถูกสวี่ชิงจับตัวนางเอาไว้อย่างแน่นหนา ทั้งยังมีผ้าอุดปากไม่ให้ส่งเสียงดังรบกวนนางเสียด้วย“เอาล่ะที่นี้ก็ถึงตาของเจ้าบ้างนะคุณหนูเว่ย”“เอ้าอะอำอะไอ...อ่อยอ้าอ้ะ (เจ้าจะทำอะไรปล่อยข้านะ!)”“หา เจ้าพูดว่าอะไรนะข้าฟังไม่เห็นเข้าใจเลยแต่ไม่เป็นไรหรอกนะ เพราะเจ้าจะสบายกว่าเว่ยไทเฮาหน่อยไม่ต้องกินยาพิษอันใดให้เปลืองเล
แม้ฮ่องเต้จะทรงทราบดีว่าสิ่งที่โอรสของพระองค์กำลังทำในครั้งนี้ ล้วนเป็นการป้องกันปัญหาของคนที่อยากครอบครองอำนาจเสียแต่เนิ่น ๆ ถึงจะลำบากพระทัยก็ต้องทำเพื่อความสงบในราชสำนักเซี่ยอู๋ซวงมาถึงตำหนักฉือหนิงก็ถูกพาไปยังห้องบรรทมของเว่ยไทเฮา โดยภายในห้องมีเว่ยชิงหรงกับสาวใช้คนสนิทรวมถึงนางกำนัลขันทีไม่กี่คน นางจึงต้องเล่นตามน้ำรอจังหวะที่เหมาะสมค่อยลงมือ“ถวายบังคมไทเฮาเพคะ”“แค่ก ๆ ๆ ท่านหญิงเจียฮุ่ยตามสบายเถิด”“ขอบพระทัยไทเฮา ไม่ทราบว่าตอนนี้ทรงรู้สึกอย่างไรบ้างเพคะ?”คำถามของเซี่ยอู๋ซวงเว่ยไทเฮามิได้ตอบเองแต่กลายเป็นเว่ยชิงหรง ที่ตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อยและยังสั่งให้เซี่ยอู๋ซวงรีบดูอาการเว่ยไทเฮา แต่คำพูดที่นางเลือกใช้ส่งผลให้ตัวของเว่ยชิงหรงต้องเจ็บตัวทันที“เจ้าจะมัวถามทำไมไยไม่รีบเข้าไปตรวจพระอาการของไทเฮาเร็วเข้าสิ ถ้าไทเฮาเป็นอะไรขึ้นมาเจ้ารับผิดชอบไหวงั้นรึ”เพียะ! อ๊ะ! ตุ้บ...“ข้าคือท่านหญิงที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้งแต่เจ้าพูดจาไม่ให้ความเคารพ ที่ต้องเจ็บตัวคงรู้แล้วนะว่าเป็นเพราะเหตุใด”“จะ จะ เจ้ากล้าตบข้าเชียวรึ!” เว่ยชิงหรงรู้สึกชาไปทั้งแถบกับแรงตบของเซี่ยอู๋ซวงแต่ก่อนที่เซ
ลังจากเซี่ยอู๋ซวงกลับไปฉีอ๋องยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องตำรา กว่าเขาจะสลัดภาพเหตุการณ์เร่าร้อนที่เพิ่งจบลงไปหมาด ๆ ออกจากหัวได้ ก็ใช้เวลาอยู่เกือบครึ่งชั่วยามแล้วค่อยกลับมาจดจ่อกับเรื่องของเว่ยไทเฮาด้านเซี่ยอู๋ซวงกลับไปล้างตัวที่จวนและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียใหม่ ก่อนจะสั่งให้แม่นมหลินนำของว่างมาให้ยังห้องข้างของเรือนใหญ่แห่งนี้ ซึ่งที่นี่นางใช้เป็นห้องเก็บยารักษาโรคและยาพิษที่ปรุงได้ทั้งหมดเมื่อเว่ยไทเฮาจะใช้ยาพิษเพื่อใส่ร้ายนางเช่นนั้นเซี่ยอู๋ซวงจึงได้เลือกตัวยาจากโลกอนาคต เพราะเป็นยาจากโครงการวิจัยเกี่ยวกับการยับยั้งไม่ให้เซลล์มีการฟื้นตัวอีก และยาชนิดนี้จะทำให้ร่างกายอ่อนแรงเรื้อรังทำได้เพียงนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียงเท่านั้น“ยายแก่หนังเหี่ยวเจ้าเล่นผิดคนแล้วยาพิษกระจอก ๆ ในโลกของเจ้า จะมาสู้ยาจากโลกอนาคตของข้าได้อย่างไร ฮ่า ๆ ๆ”“ท่านหญิงเจ้าคะแล้วสาวใช้ข้างกายของไทเฮาท่านจะสังหารนางทิ้ง หรือจะปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่ต่อคอยดูแลไทเฮาที่ช่วยตัวเองไม่ได้เจ้าคะ?” ชิงเสวี่ยถามความเห็นของเจ้านายสาวถึงหลันกูกูสาวใช้คนสนิทของเว่ยไทเฮา“หือ คนที่จะมาเชิญข้าในวันมะรืนน่ะหรือ ปล่อยให้นางมีชีวิตต
เมื่อรอบ ๆ เรือนและห้องตำราไม่มีใครอีกเซี่ยอู๋ซวงจึงยกมือบางประคองใบหน้าคมไว้แน่น ตามด้วยมอบจุมพิตที่ร้อนแรงจนฉีอ๋องเริ่มควบคุมอารมณ์ที่ค้างคาเอาไว้ไม่ไหว“อ่าห์ ซวงเอ๋อร์เจ้ากำลังท้าทายความอดทนของเปิ่นหวางอยู่นะ ถ้ายังทำเช่นนี้ต่อไปเจ้าคงรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ปากพูดแต่มือหนายังคงลูบไล้แผ่นหลังลามลงมาถึงสะโพกกลมกลึงตามแรงอารมณ์“หม่อมฉันย่อมรู้เพคะแต่ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดก่อนหรือหลังอย่างไรเสียก็ต้องเกิดอยู่ดี หรือไม่จริงเพคะ อืมมม...” เซี่ยอู๋ซวงทั้งตอบทั้งเริ่มใช้มือปลดสายคาดเอวของฉีอ๋องและออกแรงกระชากเสื้อผ้าอีกฝ่ายจนเผยให้เห็นหน้าอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ“เช่นนั้นเปิ่นหวางไม่ออมมือให้แล้วนะ”“หม่อมฉันพร้อมรับมือเสมอเพคะ”ทั้งสองเคลิบเคลิ้มกับไฟพิศวาสที่ช่วยกันจุดขึ้นจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ยแต่มิได้ถอดมันออกจากร่างทุกชิ้น เซี่ยอู๋ซวงเปลี่ยนมานั่งคร่อมตักของฉีอ๋องและค่อย ๆ บดเบียดสะโพกกับกับแก่นกายของเขาอย่างหนักหน่วงด้วยแรงบดขยี้ของร่างบางยิ่งทำให้แกนกายที่ไม่มีสตรีใดเคยเห็นผงาดสู้กับร่องหลืบภายใต้ผ้าเนื้อบาง ฉีอ๋องเงยหน้ามองร่างบางที่ยังขย่มโยกอยู่บนตัวของเขาด้วยแววตาร้อนแรงเพียงแต






Ulasan-ulasan