LOGINชายชู้คนนั้นแม่เลี้ยงของนางก็จ้างมาทำให้คนเข้าใจผิด สุดท้ายพระเอกก็เกลียดพระชายาผู้นี้หนักกว่าเดิม
แต่ครั้งนี้ นางจะเปลี่ยนเนื้อเรื่องทั้งหมด และเอาคืนอย่างสาสม มู่หรงซียกยิ้มอย่างชั่วร้าย คนอ่านนิยายจบแล้วอย่างข้า ไม่มีวันยอมโดนรังแกง่ายๆ หรอก!
ยามไฮ่ผ่านไปไม่นาน ภายในเรือนเงียบสงบ ทันใดนั้น หน้าต่างถูกเปิดออกช้า ๆ เงาร่างหนึ่งแอบย่องเข้ามาอย่างระมัดระวัง
ชุ่ยหลัน! ซึ่งเป็นสาวใช้คนสนิทของมู่หรงหว่านนั่นเอง ในมือของนางถือกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ ก่อนค่อยๆ เป่ายานอนหลับเข้ามาในห้อง
ควันสีขาวจางลอยกระจายทั่วบริเวณ บนเตียง มู่หรงซีรีบคว้าผ้ามาปิดจมูกเอาไว้แน่น ก่อนแกล้งเอนตัวลงนอนนิ่ง ๆ ไม่นานนัก ชุ่ยหลันก็ย่องเข้ามาในห้อง
“หลับแล้วจริงๆ ยานอนหลับออกฤทธิ์เร็วดีจริง” นางหัวเราะหยันเบา ๆ ก่อนรีบเปิดประตูให้คนด้านนอกเข้ามา
มู่หรงหว่านเดินเข้ามาพร้อมฮูหยินหลิว สีหน้าสองแม่ลูกเต็มไปด้วยความโลภ เมื่อเห็นหีบสินสอดเรียงราย ดวงตาพวกนางก็เป็นประกายทันที
“ท่านแม่ ของพวกนี้ล้วนเป็นของล้ำค่าทั้งนั้น” มู่หรงหว่านลูบหีบทองคำอย่างหลงใหล
“จิ่นอ๋องใจกว้างกับนังโง่นี่เกินไปแล้ว”
ฮูหยินหลิวยิ้มเย็น
“ต่อไปของพวกนี้ก็จะเป็นของเจ้า รีบเปลี่ยนเร็วเข้า อย่าได้ชักช้า” ฮูหยินหลิวรีบหันไปสั่งในทันที บ่าวรับใช้หลายคนรีบยกหีบปลอมเข้ามาแทนที่ ส่วนของจริงถูกทยอยขนออกไปทีละหีบ
มู่หรงซีนอนนิ่งอยู่บนเตียง แอบเหลือบตาดูผ่านผ้าห่ม
โอ้โห… เอาไปจริงด้วย เหลือให้ข้าสักหีบก็ไม่ได้หรือ นางแทบอยากลุกขึ้นไปด่าหน้าสองแม่ลูกเดี๋ยวนั้น แล้วก็ตบให้หน้าหัน แต่ต้องอดทนเอาไว้
แค้นนี้ต้องชำระ!
มู่หรงหว่านหัวเราะเยาะพลางมองคนบนเตียง
“โง่จริงๆ โดนขโมยของถึงขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีก แต่ยาสลบของท่านแม่ยอดเยี่ยมไปเลยเจ้าคะ”
ฮูหยินหลิวปรายตามองมู่หรงซีอย่างรังเกียจ
“อย่างนางมีสิทธิ์อะไรได้ของดีเช่นนี้ รอแต่งเข้าตำหนักชิงอันเมื่อไร ข้าจะให้นางค่อยๆ ถูกคนทั้งเมืองหลวงเหยียบจนจมดิน บีบบังคับให้นางทำทุกอย่างที่เราต้องการ ทำให้ชิงอ๋องเกลียดนางเข้าไส้ จากนี้ไปนางก็ต้องพึ่งพิงแต่เรา ผัวก็เกลียด พ่อก็ไม่รัก แม่ก็ชิงตายไปซะก่อน ถ้านางยังอยากมีชีวิตอยู่ก็ต้องถูกเราเหยียบจนจมดิน”
ไม่นานนัก ทุกอย่างก็ถูกสับเปลี่ยนจนหมด สองแม่ลูกจึงพากันจากไปอย่างพึงพอใจ หลังเสียงฝีเท้าหายไป มู่หรงซีค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งทันที
“ฮึ!” นางยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ไม่นาน ชิงอวี้ก็รีบวิ่งกลับเข้ามาอย่างร้อนรน
“คุณหนู บ่าวตามไปแล้วเจ้าค่ะ พวกนางเอาหีบทั้งหมดไปซ่อนเอาไว้ที่เรือนเก็บของด้านตะวันตกเจ้าค่ะ”
มู่หรงซีพยักหน้าช้าๆ ราวกับทุกอย่างอยู่ในแผน ชิงอวี้กลับยิ่งร้อนใจ
“คุณหนูเจ้าคะ พวกนางขโมยสินเดิมของท่านไปหมดแล้วนะเจ้าคะ เหตุใดท่านยังยิ้มอยู่อีก”
มู่หรงซีหัวเราะเบาๆ ก่อนหยิบเมล็ดแตงขึ้นมาแทะต่ออย่างอารมณ์ดี
“เพราะจะมีเรื่องสนุกให้ดูอย่างไรเล่า ละครเรื่องนี้พวกนางเล่นแล้ว ข้าก็ต้องช่วยแสดงให้จบ”
ทั่วทั้งเมืองหลวงในวันนี้เต็มไปด้วยความคึกคัก ถนนสายหลักถูกปูด้วยผ้าแดงยาวเหยียด เสียงประทัดดังสนั่นไม่ขาดสาย ขบวนเกี้ยวสมรสของจิ่นอ๋องผู้สำเร็จราชการยิ่งใหญ่จนผู้คนทั้งเมืองต่างออกมายืนมุงดูตลอดสองข้างทาง
“สมกับเป็นจิ่นอ๋องจริงๆ”
“สินสอดมากมายเพียงนี้ ข้าเพิ่งเคยเห็น”
“แต่ได้ยินว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ใช้วิธีสกปรกถึงได้แต่งเข้าจวนอ๋องมิใช่หรือ”
“เฮ้อ…น่าเสียดายจริงๆ ท่านอ๋องน่าจะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ดีกว่านี้” เสียงซุบซิบดังไปทั่ว
ภายในจวนมู่หรงเองก็คึกคักไม่แพ้กัน
มู่หรงซีนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งในชุดเจ้าสาวสีแดงทองงดงาม ชิงอวี้กำลังช่วยปักปิ่นให้นางด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“คุณหนู วันนี้ท่านงดงามมากจริงๆ เจ้าค่ะ”
“งดงามแล้วอย่างไร สุดท้ายก็ต้องแต่งกับสามีเย็นชาที่ตายตอนจบอยู่ดี” มู่หรงซีพึมพำ
ชิงอวี้กะพริบตาปริบ ๆ
“คุณหนูพูดว่าอะไรนะเจ้าคะ บ่าวฟังไม่ชัด”
“ไม่มีอะไรหรอก” หญิงสาวรีบไอแห้งๆ กลบเกลื่อน
จากนั้นดวงตากลมก็เหลือบมองหีบสินเดิมจำนวนมากด้านนอกเรือน มุมปากยกขึ้นช้าๆ
ได้เวลาเล่นละครแล้ว…
ไม่นานนัก เสียงประกาศก็ดังขึ้นจากหน้าจวน
“จิ่นอ๋องผู้สำเร็จราชการมาถึงแล้ว!”
ผู้คนแตกตื่นทันที ขบวนสินสอดยาวเหยียดจนแทบมองไม่เห็นปลายแถว หีบแดงจำนวนมหาศาลถูกหามเข้ามาอย่างสง่างาม องครักษ์ในชุดดำยืนเรียงรายเต็มสองข้างทาง
กลางขบวน รถเข็นสีดำทองค่อยๆ เคลื่อนเข้ามา
เซียวจิ่นอันนั่งอยู่บนนั้น สีหน้าเย็นชาน่าเกรงขามดังเดิม
เพียงปรายตามอง ทุกคนก็รีบก้มหน้าลงต่ำอย่างหวาดกลัว
มู่หรงหว่านที่ยืนอยู่ด้านหลังฮูหยินหลิวแอบกำชายเสื้อแน่นด้วยความริษยา
มู่หรงซีถูกพาออกมาจากเรือนในชุดเจ้าสาวเต็มยศ ผู้คนรอบด้านต่างมองนางด้วยสายตาซับซ้อน
บางคนดูแคลน
บางคนอิจฉา
บางคนรอดูเรื่องสนุก
หญิงสาวเดินผ่านหีบสินเดิมของตน ก่อนชะงักไปเล็กน้อย
จากนั้นจึงเหลือบมองชิงอวี้ สาวใช้คนสนิทเข้าใจทันที รีบพยักหน้ารับเบาๆ
ไม่นาน เด็กเล็กกลุ่มหนึ่งก็วิ่งเล่นเข้ามาใกล้หีบสินสอดทั้งหมดทั้งฝั่งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว
“ฮ่า ๆ ๆ!”
“จับข้าให้ได้สิ!”
เด็กน้อยวิ่งชนกันไปมาอย่างสนุกสนาน
จังหวะนั้นเอง
ปัง!
เชือกที่มัดหีบไว้พลันหลุดออก
หีบใบหนึ่งเปิดอ้าออก!
จากนั้นอีกใบ…อีกใบ…ก็ล้มตามกันราวโดมิโน ผู้คนแตกตื่นทันที
“ระวัง!”
“หีบล้มแล้ว!”
มู่หรงเจิ้งหน้าซีด รีบหันกลับไปมอง สิ่งแรกที่หล่นออกมาจากหีบสินเดิมของมู่หรงซีคือก้อนหิน!
กระดาษเก่าๆ จำนวนมากกระจายเต็มพื้น
ทั้งลานพลันเงียบกริบ ทุกคนอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง ชิงอวี้รีบยกมือปิดปากแสร้งตกใจ
“สวรรค์! เหตุใดสินเดิมคุณหนูถึงกลายเป็นเช่นนี้เจ้าคะ!”
มู่หรงหว่านกับฮูหยินหลิวหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง แต่ยังไม่ทันตั้งตัว
เพล้ง!
เด็กคนหนึ่งหัวเราะคิกคัก ก่อนหยิบแท่งทองจากหีบสินสอดของจิ่นอ๋องขึ้นมาปาเล่น
เซียวจิ่นอันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนวางฎีกาลงช้า ๆ ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อย“ข้าจัดการเอง”สายตาทุกคู่เป็นประกายทันทีหนึ่งชั่วยามต่อมา มู่หรงซีกำลังเดินกลับเรือนอย่างสบายใจ แต่พอเดินเข้ามาในสวนใหญ่ นางก็ชะงักทันที เพราะตรงกลางสวน เซียวจิ่นอันกำลังยืนอยู่ใต้ต้นเหมยใช่ ยืนอยู่จริงๆ ไม่ได้ใช้รถเข็นแล้ว ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีดำปักลายทอง ผมยาวพลิ้วไหวตามสายลม ใบหน้าหล่อเหลาราวเซียนบนสวรรค์ และที่สำคัญ กลีบดอกเหมยกำลังปลิววนรอบตัวเขาอย่างงดงามมู่หรงซีตาค้างโอ๊ย… สามีข้าหล่อเกินไปแล้ว!!!แต่ความจริงคือ ด้านหลังพุ่มไม้ เซียวจิ่นเฉิงกำลังโปรยดอกไม้จนเหงื่อตก“เร็ว ๆ ๆ ดอกไม้หมดแล้ว!”อีกด้านหนึ่ง หยุนเฟิงกำลังพัดแรงจนแขนแทบหลุด“ลมมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เซียวจิ่นเหยียนยืนกุมขมับ รู้สึกอับอายแทนพี่ชายเหลือเกิน แต่เซียวจิ่นอันยังคงยืนนิ่งอย่างเท่ราวกับไม่รู้เรื่องอะไรมู่หรงซีเดินเข้ามาช้า ๆ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ“ท่านอ๋อง…” นางกุมอกตัวเอง“ท่านหล่อมาก…”เซียวจิ่นอันยกมุมปากเล็กน้อย ก่อนยื่นมือออกไปหานาง มู่หรงซีรีบคว้ามือเขาทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความฟิน“โอ๊ย…ข้าจะเป็นลม”เซียวจิ่นอันมองนางนิ่งๆ ก่อนพูด
“จิ่นอ๋อง หม่อมฉันผิดไปแล้ว โปรดไว้ชีวิตด้วย” รู้แล้วว่าหมดหนทางแล้วจริงๆ คนที่หนุนหลังก็โดนจัดการไปแล้วมู่หรงซีมองภาพนั้นนิ่งๆ ก่อนหัวเราะเบาๆ“ตอนข้าขอร้อง พวกเจ้าเคยไว้ชีวิตข้าหรือ”ทั้งสองชะงัก หญิงสาวค่อยๆ เดินเข้าไปช้าๆ สายตาเย็นลงทีละน้อย“พวกเจ้าวางยาข้ากับท่านอ๋อง ขโมยสินเดิมมารดาข้า สับเปลี่ยนสินสอด ปล่อยข่าวใส่ร้าย เอาอัฐิท่านแม่มาข่มขู่ข้า”ยิ่งพูด สีหน้าพ่อของนางที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ยิ่งซีดลงเรื่อย ๆ มู่หรงซีหัวเราะเย็น“รู้หรือไม่ ตอนนั้นข้ากินข้าววันละมื้อยังยาก ฤดูหนาวไม่มีแม้แต่ถ่านไฟ เสื้อผ้าขาดก็ไม่มีคนสนใจ ส่วนมู่หรงหว่าน” นางหันไปมองน้องสาวต่างมารดา“กลับได้ทุกอย่างดีที่สุด”มู่หรงหว่านรีบส่ายหน้า“ไม่จริง เจ้าใส่ร้ายข้า!”แต่จังหวะนั้นเองเพียะ!!!เสียงตบดังลั่น ทุกคนตกใจ เพราะคนที่ลงมือคืออัครเสนาบดีมู่มู่หรงหว่านล้มลงกับพื้นทันที ใบหน้าชาไปหมดทั้งแถบ นางเงยหน้ามองบิดาอย่างไม่อยากเชื่อ“ทะ…ท่านพ่อ…”อัครเสนาบดีมู่ตัวสั่น ดวงตาแดงก่ำ ก่อนหันไปมองอนุหลิวอย่างเจ็บปวด“หลายปีมานี้ ข้าให้อำนาจดูแลจวนแก่เจ้า คิดว่าเจ้าจะดีกับลูกของข้า แต่เจ้ากลับใส่ร้ายลูกข้า หลอกข้า
“ไม่!!!” องค์ชายใหญ่ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่ถูกองครักษ์ของเซียวจิ่นอันจับเอาไว้ทันที“พาตัวไป” เสียงทรงอำนาจของจิ่นอ๋องดังขึ้น เหมือนปิดทางหนีขององค์ชายใหญ่อย่างสิ้นเชิงภายในพระราชวัง ฮ่องเต้เซียวเฉิงเยี่ยนกำลังอ่านฎีกาอยู่ จู่ ๆ ขันทีหลวงก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา“ฝ่าบาท แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายใหญ่เกิดเรื่องแล้ว”ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้น”แต่พอเห็นองค์ชายใหญ่ถูกหามเข้ามาในสภาพเลือดท่วมทั้งตัว ฮ่องเต้ถึงกับลุกพรวดทันที“อวี้เฉิน!”ฮองเฮาที่รีบตามมาทีหลังถึงกับกรีดร้อง“ลูกข้า!”หมอหลวงหลายคนรีบกรูกันเข้ามารักษา บรรยากาศทั้งตำหนักวุ่นวายไปหมดมู่หรงซีที่ยืนอยู่กับครอบครัวจวนจิ่นอ๋อง ตอนนี้หน้าซีดเล็กน้อยโอ๊ย… ขนาดข้ายังเจ็บแทนเลย เป็นภาพที่สยองจริงๆ ความคิดในใจของนางทำให้จิ่นอ๋องต้องเอามือปิดตาพระชายาเอาไว้ผ่านไปครู่ใหญ่ หมอหลวงใหญ่ก็หน้าซีด ก่อนคุกเข่าลง“ฝ่าบาท…”ฮ่องเต้รีบถามทันที“เป็นอย่างไรบ้าง!”หมอหลวงตัวสั่น“กระหม่อมไร้ความสามารถ ของสำคัญขององค์ชายใหญ่” เขากลืนน้ำลาย “ไม่อาจใช้การได้อีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ทั้งตำหนักเงียบกริบ ฮองเฮาทรุดลงทันที“ไม่!!! ไม่จริง”องค์ชายใหญ่ที่นอน
“แน่นอน” เขาดึงนางเข้ามากอดแน่นส่วนเยวี่ยเหนียงก็ยิ้มหวานอย่างพอใจ ทั้งสองกำลังแนบชิดกันอย่างเร่าร้อน โดยไม่รู้เลยว่า ตอนนี้จดหมายลับฉบับหนึ่งเพิ่งถูกส่งไปถึงอนุซูในจวนองค์ชายใหญ่ อนุซูอ่านจดหมายจบก็หน้าซีดเผือด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธ“องค์ชายใหญ่กำลังอยู่ที่หอเยว่เซียงกับหญิงคณิกาคนโปรด” มือของนางสั่นเทา ตั้งแต่ถูกแต่งเป็นอนุ องค์ชายใหญ่ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทั้งดุด่า ตบตี และเย็นชา แต่นางยังอดทน เพราะคิดว่าสักวันเขาจะรักตนจริง ๆแต่ตอนนี้ เขายังไปเกลือกกลั๊วกับหญิงชั้นต่ำอีก“สารเลว!” อนุซูปัดถ้วยชาจนแตกกระจัดกระจาย จากนั้นก็พาคนบุกออกจากจวนอย่างเดือดดาลภายในหอเยว่เซียง มู่หรงซีกำลังกินไก่อบอย่างมีความสุข“อร่อยมาก…”กุ้ยไทเฟยเองก็พยักหน้าพลางมองลูกสะใภ้อย่างเอ็นดู“อร่อยก็กินเยอะๆ นะ” ประโยคนั้นอบอุ่น หลังมือของแม่สามีลูบหลังของนางเหมือนนางเป็นเด็กๆครอบครัวนี้เลี้ยงข้าดีเกินไปแล้วนางคิดในใจ แต่ความคิดในใจของนางทำให้คนรอบข้างหัวเราะชอบใจใหญ่จังหวะนั้นเองปัง!!!ประตูห้องตรงข้าม ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง อนุซูในชุดหรูหราพุ่งเข้ามาพร้อมสาวใช้หลายคน ใบหน้าเต็มไปด้วยความ
เซียวจิ่นอันคว้าแขนนางเอาไว้ทันที“ไปกัน”“หา จะพาข้าไปไหน” นางทำหน้าเหวอ“เหยียนเอ๋อร์จะไปสารภาพรัก พวกเราต้องไปเป็นสักขีพยาน”ก่อนนางจะทันตั้งตัว เซียวจิ่นอันก็อุ้มนางขึ้นรถม้าในทันที หญิงสาวทำหน้าเหลอหลาอย่างหนัก“เดี๋ยวนี้เลยหรือ”“อืม”“ตอนนี้ แต่ไม่ดีมั้ง”“ดี”เซียวจิ่นอันตอบเรียบ ๆ ดวงตาวาววับมุ่งมั่น ไม่ให้ทางรอดนางปฏิเสธได้“น้องชายข้าใจร้อน”เซียวจิ่นเหยียนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคือข้ออ้าง ที่จริงนี่คือการจับชายโฉดหญิงชั่วให้ได้คาหนังคาเขาต่างหากเล่าด้านนอก หยุนเฟิงรีบควบม้าออกไปทันทีตามคำสั่งลับของเซียวจิ่นอัน พร้อมกระจายข่าวทั่วเมืองหลวงว่า“วันนี้เหยียนอ๋องจะสารภาพรักคุณหนูซู ถึงขั้นเตรียมขอแต่งงาน ที่นอกเมือง”ชาวบ้านแตกตื่นทันที“จริงหรือ เหยียนอ๋องจะมีพระชายาแล้ว รีบไปดูเร็ว เห็นว่าใครไปเป็นสักขีพยานจะได้รับซาลาเปาและขนมด้วย”ไม่นานนัก หน้าบ้านพักนอกเมืองก็เต็มไปด้วยผู้คน ทั้งชาวบ้าน ขุนนาง และพวกชอบดูเรื่องชาวบ้านมู่หรงซียืนงงอยู่หน้าประตู“พวกเรามาทำอะไรที่นี่กัน”เซียวจิ่นอันยกมุมปาก“เดี๋ยวเจ้าก็รู้”จากนั้นปัง!!!หยุนเฟิงกระแทกประตูจนเปิดผางทันที ก่อนตะโกนเสียงดั
“ภรรยาที่รักของข้า” เขากระซิบระหว่างจูบ “ข้าอยากมีลูกกับเจ้า”ริมฝีปากเขาลากไล้ลงมาตามลำคอขาวผ่อง ดูดเบาๆ จนเกิดรอยแดงจางๆ มือใหญ่ลูบไล้ลงไปตามเนินอกอวบอิ่ม มู่หรงซีครางแผ่ว“ท่านอ๋อง อืม... ข้าทรมานเหลือเกิน”“ข้ารู้” เขาจูบปลอบลงบนไหล่ขาวเนียนละเอียด“ข้าจะอ่อนโยน แต่ข้าก็หิวเจ้ามาก”ร่างกายกำยำแน่นด้วยกล้ามเนื้อแกร่งบดเบียดกับนางอย่างเร่าร้อน มู่หรงซีหน้าแดงจัด แต่ดวงตากลับพร่ามัวด้วยความปรารถนาเซียวจิ่นอันก้มลงเลียวนยอดอกนุ่มนิ่มสีสดของนาง ลิ้นร้อนผ่าววนเวียนรอบยอดถันที่กำลังชูชัน ดูดดึงเบาๆ จนนางครางเสียงสั่นระริกมืออีกข้างลูบไล้ลงไปยังเนินลับที่แดงระเรื่อ นิ้วเรียวยาวลูบวนรอบเม็ดเล็กๆ ที่อ่อนไหวที่สุด จนน้ำหวานไหลหยาดเยิ้ม“อ๊าท่านอ๋อง ข้าเสียว” นางบิดเอวไปมา มือเล็กๆ สอดเข้าไปในผมดำของเขา กดศีรษะเขาแนบแน่นกับอกตัวเองเขายิ้มในลำคอ“ชุ่มฉ่ำขนาดนี้ ยังบอกว่าเจ็บอีกหรือ” จากนั้นเขาก็เลื่อนตัวลงต่ำ จูบไล้ลงไปตามหน้าท้องแบนราบ ลงไปยังเนินนุ่มที่ชื้นแฉะ ลิ้นร้อนผ่าวแทนที่นิ้ว ดูดดึงเม็ดอ่อนอย่างทะนุถนอม วนเวียนซ้ำๆ จนมู่หรงซีตัวเกร็งกระตุก ครางชื่อเขาออกมาด้วยเสียงหวานซ่าน“ท่านอ๋
เซียวจิ่นอันรับราชโองการ สีหน้าเรียบเฉย“กระหม่อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้มองน้องชาย ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น“หากนางทำให้เจ้าลำบากใจ เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ แต่หากนางถูกผู้อื่นบงการ ข้าจะไม่ปล่อยคนเบื้องหลังไว้แน่”เซียวจิ่นอันกำราชโองการในมือแน่น มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างเย็นชา“แน่นอนพ่ะย่ะค่
เขารู้ดีว่าฮองเฮาไม่ชอบเขา เพราะฮ่องเต้โปรดปรานเขาซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ มากกว่าลูกชายของตนเอง นั่นทำให้ฮองเฮาระแวงว่าเขาจะยึดอำนาจแล้วลูกชายตัวเองจะไม่ได้เป็นรัชทายาท เพราะฮ่องเต้ยังไม่แต่งตั้งรัชทายาท แต่แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทน เขาจึงระวังตัวมาตลอด ตั้งแต่มีปัญหาจากการโดนลอบทำร้ายตอนไปสู้ศึกที่ช
ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไหล่บ่าเข้ามาเต็มหัว นี่นางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายที่กำลังอ่านอย่างนั้นเหรอว้าวุ่นน่ะสิหม้อยาอาจารย์ระเบิดไอ้หยา... ข้าต้องตายแน่ ๆ แต่ตอนนี้ข้ากำลังจะตายจริง ๆมู่หรงซีก้มมองสภาพตัวเอง เสื้อผ้ายับเยิน ไหล่ขาวมีรอยแดงจางๆ สมองพลันขาวโพลน“ไม่จริง…”“ไม่จริงใช่หรือไม่
“โง่เง่าเกินไปแล้ว!” เสียงใสดังลั่นตำหนักปรุงยาเล็กๆ บนยอดเขาเซียนมู่หรงซีนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าเตาหลอมโอสถ มือหนึ่งถือพัดคอยโบกไฟ อีกมือเปิดนิยายเล่มหนาจนแทบปิดหน้าไม่มิด ดวงตากลมโตจ้องตัวหนังสือเขม็ง สีหน้าจริงจังราวกับกำลังศึกษาคัมภีร์ลับแห่งสวรรค์ทว่า… สิ่งที่นางอ่านหาใช่ตำราวิชาเซียนไม่แต่เป็







