Masukในตอนนี้แม้ว่าพวกเขาอาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องความเป็นความตายอย่างถ่องแท้ แต่เรื่องราวของดวงดาวผู้พิทักษ์ก็ได้ปลูกฝังความรัก ความทรงจำ และความอบอุ่นไว้ในหัวใจดวงน้อยของทั้งสามคน...และสายใยของครอบครัวก็จะยังคงส่องสว่างนำทางพวกเขาต่อไป...ตราบนานเท่านาน... กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปอีกครั้ง จาก
หลายปีผ่านไปหลังจากนั้น...กาลเวลาได้ถักทอเรื่องราวบทใหม่ให้กับทุกคนในครอบครัวใหญ่ กิจการ "บ้านหลี่" เติบโตและมั่นคงอย่างถึงที่สุด หม่าหลี่หยวนได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะนักบริหารหนุ่มผู้เก่งกาจ ส่วนหลี่เมี่ยวและโจวยี่เหิงก็ได้สร้างชื่อเสียงในแวดวงวิชาการและวงการแพทย์ของตนเองจนเป็นที่ยอมรับในร
สองปีถัดมา หลังจากที่ทุกคนในครอบครัวทั้งตระกูลหลี่ ตระกูลเซี่ย และตระกูลหม่า ต่างก็เร่งรัดและส่งเสริมให้หม่าหลี่หยวนรีบแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ในที่สุดวันนี้ที่ทุกคนในครอบครัวรอคอยก็มาถึง งานวิวาห์ระหว่างหม่าหลี่หยวน นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้สืบทอดกิจการของสองตระกูล และ หลินเยว่ พนักงาน
หลายปีแห่งการเติบโตและการทำงานอย่างหนักในเส้นทางของตนเองได้ผ่านพ้นไป...โจวยี่เหิงในตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแพทย์ประจำบ้านอีกต่อไปแล้ว แต่เขาได้กลายเป็นศัลยแพทย์สมองหนุ่มผู้มีชื่อเสียง และเป็นอาจารย์พิเศษที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจียวทงเซี่ยงไฮ้ บุคลิก
ข่าวด่วนในเช้าวันหนึ่งของเมืองปักกิ่ง ข่าวนี้ได้สร้างความสะเทือนใจไปทั่วแวดวงวิชาการและเทคโนโลยี...ได้มีคนพบศพนักศึกษาสาวอัจฉริยะในอพาร์ตเมนต์ของเธอเอง ร่างของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด มีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกมีดแทงที่กลางหน้าอกอย่างเหี้ยมโหด จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่
คำกระซิบที่แผ่วเบาแต่ก้องกังวานอยู่ในหัวใจของหลี่เมี่ยวทำให้เธอตัวแข็งทื่อยิ่งกว่าเดิม ใบหน้างามแดงก่ำจนลามเลียไปถึงใบหู เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกล้าที่เต็มไปด้วยความรัก ความจริงจัง และการรอคอยอย่างเปี่ยมล้นคู่นั้น...น้ำตาแห่งความตื้นตันใจค่อย ๆ เอ่อคลอขึ้นมาอย่างสุดจะกลั้น เธอไม่ได้
"เมี่ยวเมี่ยว! ลูกพูดอะไรแบบนี้ออกมา!?" เซี่ยอวิ๋นซืออุทานเสียงหลง จ้องมองลูกสาวตัวน้อยด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึงและไม่เข้าใจ ทำไมจู่ ๆ ลูกถึงพูดเหมือนยอมแพ้ทั้งที่เพิ่งยืนหยัดต่อสู้อย่างกล้าหาญเมื่อครู่เสิ่นหานเองก็หน้าเหวอไปไม่แพ้กัน เขาขมวดคิ้วจ้องลูกสาวนิ่ง "ลูกหมายความว่ายังไงเมี่ยวเมี่ยว? ทำไม
"แม่ ผมว่ารอพ่อกลับมาและลองปรึกษาเรื่องนี้กับเขาดูดีไหม" คำพูดของลูกชายทำใหนางจางหันไปมองหน้าของเขาก่อนจะรีบส่ายหัวปฎิเสธ"ไม่ได้! พ่อแกเป็นประเภทเสียหน้าไม่ได้ หากเขารู้ว่ามีเรื่องใหญ่แบบนี้เกิดขึ้นเขาได้ชังน้ำหน้าของพวกเราแน่ อีกอย่างไม่แน่ว่าอาจจะไปเข้าข้างบ้านรองก็ได้""แม่ พูดมาก็มีเหตุผล ว่าแต
"เรื่องนี้ฉันเห็นด้วยกับลูกสาวของฉันค่ะ" น้ำเสียงของเซี่ยอวิ๋นซือแม้จะไม่ดังมาก แต่ทว่าท่ามกลางความเงียบที่เข้าปกคลุมลานบ้านชั่วขณะทุกคนก็ต่างได้ยินเสียงของหล่อนอย่างชัดเจนเธอยืนหยัดเคียงข้างสามี มือยังคงประคองแขนเขาไว้ดวงตาจ้องมองไปยังแม่สามีที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้นอย่างไม่ลดละ คำประกาศนั้นราวกับสาย
เสิ่นหานยืนตัวแข็งอยู่กลางลานบ้าน ดวงตาเต็มไปด้วยความลังเลและเจ็บปวด"พ่อคะ" เสิ่นเมี่ยวแม้ว่าจะเห็นใจพ่อของตนแต่เธอคิดว่าเจ็บสั้นดีกว่าเจ็บยาว ดังนั้นเธอจะต้องทำเรื่องนี้ให้จบลงอย่างเด็ดขาดในวันนี้"พวกเราไม่ต้องการบ้านที่เต็มไปด้วยการเอาเปรียบอีกต่อไปแล้ว พ่อมีหนู มีพี่หยวน มีแม่ พวกเราอยู่ด้วยกัน







