Share

6

last update Tanggal publikasi: 2026-06-19 11:26:19

“เขาจะต้องอยู่แถวนี้แหละ ค้นให้ทั่ว”

น้ำเสียงแหบพร่าดุดันดังขึ้นด้านนอกถ้ำ เหยียนหยาจื่อกลั้นหายใจด้วยความหวาดกลัว เกรงว่าตนจะเผลอส่งเสียงร้องออกไป แต่เหยียนลั่วหลีกลับเพียงหรี่ตาลงมองเหตุการณ์

ไม่ได้มาตามหาพวกเขาหรอก น้ำเสียงเช่นนี้ฟังดูก็รู้ว่าเป็นมือสังหารที่เข่นฆ่าผู้คนมานับไม่ถ้วน

สัญชาตญาณจากอาชีพเดิมที่ทำมาตลอดสิบปีนั้น ทำให้เหยียนลั่วหลีเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว คนกลุ่มนี้มีแปดคน บาดเจ็บเล็กน้อยสามคน บาดเจ็บสาหัสสองคน ส่วนอีกสามคนที่เหลือไร้รอยขีดข่วน อาวุธในมือฟังจากเสียงกระทบกันก่อนหน้านี้ก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดาสามัญ ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงบ่งบอกถึงวรยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา จังหวะก้าวเดินพร้อมเพรียง และมีระเบียบวินัย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นกองกำลังที่ถูกฝึกฝนมาโดยเฉพาะ

ผู้ใดกันนะที่ถูกตามล่ามาถึงที่นี่ เหยียนลั่วหลีลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด หรือว่าจะมีคนแอบลักลอบเข้ามาในอาณาเขตของนางโดยที่นางไม่ทันสังเกต สีหน้าของนางเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา หุบเขาแห่งนี้ไม่ว่าซอกหลืบเล็กหรือใหญ่ นางล้วนสำรวจดูล่วงหน้ามาหมดสิ้นแล้ว ดูท่าจะมีคนลอบเข้ามาอย่างเงียบเชียบจริง ๆ

ทิศทางที่คนกลุ่มนี้ตามหาไม่มีผิดเพี้ยน หากมีผู้ใดคิดจะชักนำภัยมาหานางแล้วละก็ ใบหน้าของเหยียนลั่วหลีพลันฉายแววเหี้ยมเกรียม นางลูบคลำดาบใหญ่เล่มเขื่องข้างกาย พลางเลียริมฝีปากที่ยังมีกลิ่นคาวของน้ำแกงงูติดอยู่ ดาบใหญ่ของนางกระหายเลือดเต็มทีแล้ว

ชาติก่อน ในกองทัพไม่มีผู้ใดล่วงรู้อดีตของเหยียนลั่วหลี ทุกคนรู้เพียงว่านางเป็นหน่วยรบพิเศษหญิงที่เก่งกาจด้านการต่อสู้ และจิตใจอำมหิตเด็ดขาด ใช่ว่าไม่มีผู้ใดเคยคิดจะสืบประวัติของสตรีผู้นี้ ทว่าแฟ้มประวัติของนางกลับว่างเปล่า นางเองก็ไม่เคยปริปากเล่าเรื่องราวในอดีตให้ผู้ใดฟัง

ในช่วงปีแรก ๆ ด้วยฐานะที่คลุมเครือ นางจึงมักจะไปไหนมาไหนเพียงลำพัง จนกระทั่งเวลาผ่านไป นางจึงค่อย ๆ  เข้ากับคนในหน่วยได้

ทว่าสันดานดิบที่ฝังรากลึกอยู่ในสายเลือดนั้น จะให้เปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ง่าย ๆ เชียวหรือ ทางรอดมีไม่เดิน กลับรั้นจะบุกฝ่าเข้าประตูยมราช

ประกายตาของเหยียนลั่วหลีวูบไหวยากจะคาดเดา เหยียนหยาจื่อเองก็ไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย รอจนกระทั่งเสียงค้นหาห่างออกไป เขาจึงทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง

“ท่านพี่ พวกเราจะออกไปหรือไม่ขอรับ”

เหยียนหยาจื่อนวดหัวเข่าที่เมื่อยล้าจากการนั่งยอง ๆ เป็นเวลานาน ร่างกายของเขายังคงสั่นเทา น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยก็สั่นเครือ เหยียนลั่วหลีลูบศีรษะนุ่ม ๆ ตรงหน้า

“ไม่ต้องกลัว พวกเราจะพักอยู่ที่นี่สักคืน พรุ่งนี้ค่อยออกไป”

ยามนี้เป็นเวลาบ่ายคล้อย กินอิ่มดื่มน้ำจนหนำใจแล้ว ช่างเหมาะแก่การพักผ่อนยิ่งนัก ยิ่งไปกว่านั้น ถ้ำแห่งนี้ยังซ่อนตัวจากสายตาผู้คนได้เป็นอย่างดี นับเป็นสถานที่หลบภัยชั้นยอด อีกประการหนึ่ง คนกลุ่มนั้นยังไปได้ไม่ไกล

บนเนินเขาไม่ไกลนัก บุรุษร่างกำยำสวมเสื้อคลุมสีดำ และสวมหน้ากากยืนนิ่งไม่ไหวติง มือข้างหนึ่งกุมด้ามดาบที่เอว สายตาทอดมองไปเบื้องหน้า

“หัวหน้า ยังหาตัวไม่พบขอรับ”

บุรุษอีกคนในชุดแต่งกายคล้ายคลึงกันวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงาน สิ่งที่แตกต่างคือ บุรุษผู้นี้สวมหน้ากากสีขาว

“หาต่อไป ข้าเชื่อว่าเขายังไปได้ไม่ไกล”

เพียงคำสั่งสั้น ๆ คำเดียว บุรุษเบื้องหลังก็ไม่กล้าชักช้า เขารีบหันหลังกลับไปค้นหาต่ออย่างลนลาน ภารกิจในครั้งนี้กินเวลามาเนิ่นนานถึงสามเดือนเต็ม เห็นหลังอยู่ไว ๆ  ใกล้จะจับตัวได้แล้วแท้ ๆ ไฉนพอเข้าป่ากลับคลาดสายตาไปเสียได้

มิน่าเล่า ผู้คนถึงได้ลือกันว่าคนผู้นั้นลื่นเป็นปลาไหล ครานี้หัวหน้าลงมือเอง ย่อมต้องทำให้มันกลายเป็นปลาไหลตายให้จงได้

เหยียนลั่วหลีนั่งฟังความเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ในหุบเขาอย่างเงียบ ๆ พลางมองดูเหยียนหยาจื่อที่หลับสนิท มือข้างหนึ่งวางพักไว้บนดาบใหญ่ที่ลับมาจนคมกริบ

นางไม่ได้อยากจะลงมือหรอกนะ แต่หากผู้ใดกล้ามาหาเรื่องนางละก็ อย่าหาว่านางอำมหิตที่ทำลายศพไร้ร่องรอยก็แล้วกัน

“จุ๊กกรู๊ จุ๊กกรู๊”

เสียงนกร้องขับขานปลุกให้เหยียนลั่วหลีเบิกตากว้าง นางเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อใดกัน มือน้อย ๆ ขาวผ่องยื่นมาสัมผัสพวงแก้มของนาง

“ท่านพี่” เหยียนหยาจื่อมองนาง เรียกเสียงใสแจ๋ว

เหยียนลั่วหลีหยัดกายลุกขึ้น แสงสว่างจาง ๆ ลอดผ่านเข้ามาจากนอกถ้ำ นางลูบหน้าลูบตาแล้วเปิดย่ามออก

“มา กินอะไรรองท้องเสียหน่อย”

เมื่อคืนภายนอกถ้ำช่างครึกครื้นยิ่งนัก มีคนเดินไปเดินมาอยู่หลายรอบ กว่าจะสงบลงก็ปาเข้าไปยามรุ่งสาง ดูท่าป่าแห่งนี้คงอยู่ต่อนานไม่ได้แล้ว

ทั้งสองกินหมั่นโถวลูกโตกับสาลี่กรอบ ๆ จนอิ่มแปล้ พอจัดแจงสัมภาระเรียบร้อย เหยียนลั่วหลีก็คว้าร่างเหยียนหยาจื่อมากอดไว้แน่น ก่อนจะกระโดดทิ้งตัวลงมาตามเถาวัลย์ ลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวล

“หวา”

เหยียนหยาจื่อรีบยกมือขึ้นปิดตาทันควัน หุบเขาที่เมื่อวานยังงดงามร่มรื่น ยามนี้กลับมีซากศพเพิ่มมาถึงสี่ศพ แต่ละศพล้วนสวมเสื้อคลุมสีดำ และหน้ากากสีขาวทั้งสิ้น

กองเลือดบนพื้นแห้งกรังไปนานแล้ว ทว่ากลิ่นคาวเลือดคาวคลุ้งยังคงอบอวลในอากาศ มิน่าเล่า กลิ่นถึงได้โชยไปถึงในถ้ำ

เหยียนลั่วหลีลงมือค้นตัวศพทั้งสี่ กระบี่เล่มนี้ไม่เลว เก็บไว้ มีดสั้นนี่ก็คมกริบ ทั้งยังมีเงินอีกด้วย เก็บไว้ให้หมด งานนี้นางรวยเละแล้ว

แม้แต่เหยียนหยาจื่อที่ตอนแรกไม่กล้าลืมตาดู ก็ยังมองดูเงินก้อนหลายก้อนด้วยความตื่นเต้นระคนยินดี

“ท่านพี่ มีเงินด้วย”

เขาเคยเห็นเงินแบบนี้บนตัวแม่เลี้ยง เหยียนลั่วหลีตบห่อสัมภาระที่หนักอึ้งขึ้นอีกโขด้วยความพึงพอใจ

“เงินของแท้เชียวละ รอให้ถึงที่หมาย พวกเราจะซื้อที่ดิน แล้วพี่จะส่งเจ้าไปร่ำเรียนในสำนักศึกษา”

จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม น้องชายผู้นี้มักจะแอบไปยืนฟังเด็กคนอื่นเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาในหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง ผู้อื่นมีสิ่งใดน้องชายของนางก็ต้องมีสิ่งนั้น พวกเราจะต้องไม่น้อยหน้าผู้ใด

เป็นดังคาด พอได้ยินว่าเหยียนลั่วหลีจะส่งตนไปเรียนหนังสือ เหยียนหยาจื่อก็เบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เมื่อเห็นว่าพี่สาวไม่ได้เอ่ยล้อเล่น ขอบตาก็พลันแดงเรื่อขึ้นมา เขาจะต้องกตัญญูต่อพี่สาวให้จงหนัก

ทั้งสองเดินเลาะเลียบไปตามทางเพื่อออกจากหุบเขา เหตุที่ต้องเดินเลาะเลียบไป ก็เพราะนางเกรงว่าคนกลุ่มนั้นจะลอบสะกดรอยตามมา

เหยียนลั่วหลีมั่นใจว่าวิชาพรางตัวของนางสามารถหลบหลีกสายตาคนกลุ่มนั้นได้ แต่นางยังมีเด็กน้อยตามติดมาด้วย จะเสี่ยงอันตรายไม่ได้เด็ดขาด

“เหตุใดจึงหยุดเดินเล่า” นางหันกลับไปมองเมื่อเห็นคนถูกจูงหยุดชะงัก

“ท่านพี่ มีคนอยู่ตรงนั้นขอรับ”

เหยียนหยาจื่อช่างตาไวนัก นางหันไปมองมุมที่น้องชายบอก ก็เห็นรองเท้าโผล่ออกมาจากซอกหิน ทั้งสองสบตากัน ความคิดหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในหัว มีคนเอาเงินมาให้อีกแล้ว

เมื่อดึงร่างที่ติดอยู่ในซอกหินออกมาแล้ว ทั้งคู่ก็พบว่าเป็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง รูปร่างกำยำล่ำสัน ผิวพรรณกร้านแดดกร้านลมบ่งบอกว่าผ่านความยากลำบากมาไม่น้อย เมื่อดูจากง่ามมือแล้ว เป็นผู้ฝึกยุทธ์ไม่ผิดแน่ เมื่อสังเกตดูเสื้อผ้าบนตัวของเด็กหนุ่ม ก็เห็นเป็นเพียงผ้าเนื้อหยาบธรรมดา หรือว่าความวุ่นวายเมื่อคืนจะเป็นฝีมือของเขา ดูจากลักษณะแล้วก็ไม่น่าจะใช่

เหยียนลั่วหลียื่นสองนิ้วไปแตะที่ลำคอของเด็กหนุ่ม ชีพจรที่เต้นแผ่วเบาบ่งบอกว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ทว่าลมหายใจรวยรินแบบนี้ จะพ้นขีดอันตรายได้หรือไม่ก็ยากจะคาดเดา

บาดแผลจากคมกระบี่เจ็ดแปดแห่งบนร่างกายถือว่าไม่ลึกนัก มีเพียงบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกเท่านั้นที่ยังมีเลือดไหลซึมออกมา เหยียนลั่วหลีได้แต่คิดในใจว่า

อภัยให้ข้าด้วยเถิดที่ไม่อาจยื่นมือเข้าช่วยได้ ลำพังตัวพวกข้าเองก็ยังแทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว

เหยียนลั่วหลีไม่ได้คิดจะทำเรื่องไร้คุณธรรม ดูจากสภาพแล้วก็ไม่รู้ว่าจะรอดหรือไม่

ข้าวของบนตัวเจ้า ข้าก็ไม่เอา หากเจ้ารอดชีวิตมาได้ ก็ถือเสียว่าข้าได้สร้างบุญกุศลก็แล้วกัน

“ไปกันเถิด พวกเราลงเขากัน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   393 จบ

    พวกเขาต่างพบจุดหมายปลายทางของตนเอง เหยียนลั่วหลีเองก็ได้ตั้งรกรากในต่างโลกแห่งนี้ ความทรงจำในอดีตเริ่มเลือนลางลงทุกที ปีจิ้งจงที่ยี่สิบสามเมื่อได้ยินว่าทางตอนใต้เกิดความวุ่นวาย มีผู้อพยพมากมายและซากศพเกลื่อนกลาด แดนเหนือก็ประกาศปิดกั้นเส้นทางสัญจรอย่างเป็นทางการ แม้จะมีเมืองหลวงขวางอยู่เบื้องหน้า แต่ก็ยังมีผู้อพยพจำนวนไม่น้อยเดินทางมาถึงก่อนเข้าฤดูหนาว พวกเขาเคยได้ยินว่าแดนเหนือมีชื่อเสียงว่าเป็นเจียงหนานแห่งตอนเหนือ การคมนาคมเชื่อมต่อเหนือใต้ ประชาชนมีชีวิตมั่งคั่ง เมื่อเห็นว่าเมืองหลวงและที่อื่นๆ เข้าไปไม่ได้ จึงเดินอ้อมมายังแดนเหนือเหยียนลั่วหลีคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าและได้รับจดหมายจากเซียวเฉิน จึงตั้งด่านตรวจและวางกำลังคนป้องกันไว้อย่างแน่นหนาแต่เนิ่นๆ ผู้อพยพกลุ่มใหญ่ถูกขวางไว้ที่ด่าน เข้าไม่ได้และไม่อยากจากไป สุดท้ายก็กลายเป็นศพเกลื่อนกลาดไม่มีใครกล้าทำตัวใจบุญให้ผู้อพยพเหล่านี้เข้ามา แม้แต่คนที่เคยเป็นผู้อพยพแล้วถูกเกณฑ์มาบุกเบิกที่ดินจนกลายเป็นชาวแดนเหนือต่างก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกโชคดีที่พวกตนมาเร็ว ไม่อย่างนั้นจะมีกินมีใช้แบบไม่ขัดสนอย่างวันนี้ได้หรือ ทุกครอบครัวต้

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   392

    เหล่าขุนนางตกตะลึง ฤดูหนาวจะปลูกธัญพืชอะไร เวลานี้จะปลูกอะไรขึ้น เหลวไหล ขุนนางที่รักความสบายบางคนพากันถวายฎีกาขอให้ฮ่องเต้ถอนรับสั่ง ทว่าราชโองการออกไปแล้วจะถอนคืนได้อย่างไรหลังจากประหารแกะอ้วนไปสองสามคน ขุนนางต่างก็เริ่มลงมืออย่างไม่เต็มใจ พวกเขาระดมคนทุกบ้านทุกเรือนในทุกพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงครามรอบใหม่แม้ชาวบ้านจะโอดครวญแต่ก็ขัดราชโองการไม่ได้ ในฤดูหนาวพวกเขาจุดไฟละลายหิมะจนเห็นผืนดิน สร้างโรงเรือนปลูกเมล็ดพันธุ์และรอคอยการเก็บเกี่ยวภายในโรงเรือนมีคนคอยเฝ้าตลอดเวลา มีการสุมไฟรักษาอุณหภูมิ แม้ช่วงแรกจะยากลำบาก แต่พอถึงเวลาเก็บเกี่ยวและได้กินผักผลไม้สดใหม่ที่หาได้ยากในฤดูหนาว ทุกคนก็ปิดปากเงียบฤดูหนาวไม่มีกิจกรรมบันเทิงใดๆ บางทีการปลูกผักปลูกหญ้าก็ไม่เลว ทั้งยังได้กินผักผลไม้สดหวานๆ อีกด้วยชาวบ้านที่ได้ลิ้มรสผลประโยชน์พากันไปที่ศาลาว่าการเพื่อขอวัสดุสำหรับสร้างโรงเรือน ทุกพื้นที่เกิดกระแสการปลูกผักอย่างบ้าคลั่ง ต่างพากันอวดว่าโรงเรือนของตนวันนี้เก็บเกี่ยวอะไรได้บ้างและปลูกอะไรลงไปใหม่สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือภูมิปัญญาของชาวบ้าน หลังจากใช้วัสดุที่ได้มาจากทางการแล้ว พ

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   391

    ระหว่างทาง กองทัพหามสินสอดทองหมั้นและสัมภาระสามร้อยแปดหีบเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า บนท้องฟ้านอกจากลมหนาวที่พัดโชยและเกล็ดหิมะที่โปรยปรายแล้ว ยังมีเหยี่ยวไห่ตงชิงโบยบินอยู่ด้วยเมื่อเข้าสู่เขตแดนเหนือ เหยี่ยวไห่ตงชิงก็หายลับไป ส่วนชาวหมู่บ้านเป่ยซานก็ได้รับข่าวแล้วเช่นกันผู้ที่มารอต้อนรับนอกจากชาวหมู่บ้านแล้ว ยังมีคหบดีและผู้มีอิทธิพลจากเมืองใหญ่หลายแห่งในแดนเหนือ เจ้าเมือง ตลอดจนแม่ทัพอย่างฝูอวี่เมืองโยวโจวย่อมได้รับบัตรเชิญเช่นกัน หลังจากคิดดูแล้วก็ส่งคนมาเป็นตัวแทน ตอนนี้หิมะตกหนัก กระทั่งหมาป่าหรือเสือดาวก็ยังไม่ออกจากรัง ปลอดภัยหายห่วง“มาแล้ว มาแล้ว”“กองทัพ กองทัพมาแล้ว ดูเหมือนว่าราชโองการนั่นจะเป็นเรื่องจริง”เมื่อสองวันก่อน เจ้าเมืองในแดนเหนือต่างได้รับราชโองการด่วน เนื้อหาระบุว่านับจากนี้แดนเหนือจะเป็นดินแดนศักดินาของโหวเซียว ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษฐานกบฏตอนที่เพิ่งได้รับข่าว ทุกคนต่างก็ตื่นตระหนก แต่เมื่อเห็นชื่อของโหวเซียวผู้นี้ก็ถึงกับกระจ่างแจ้ง ที่แท้ก็เป็นชู้รักของเหยียนลั่วหลีนี่เองเช่นนั้นแดนเหนือก็ยังคงอยู่ในกำมือของเหยียนลั่วหลีไม่เปลี่ยนแปลง ขุมอำนาจที่เคยคิดจะก

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   390

    บ่าวไพร่เมื่อได้ยินว่าจะต้องย้ายไปแดนเหนือ มีทั้งคนที่อยากตามไปและไม่อยากไป คนที่ไม่อยากไป เซียวเย่หยางก็มอบเงินตั้งตัวให้แล้วส่งออกจากจวน ส่วนคนที่เหลือ ตอนนี้กำลังวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมและบรรจุสมบัติของซื่อจื่อลงหีบจนกระทั่งเซียวเย่หยางนำเทียนแดงและกระดาษแดงสำหรับงานแต่งงานมาให้จัดเตรียม ทุกคนถึงได้กระจ่างแจ้ง ซื่อจื่อมีสตรีในดวงใจแล้วและกำลังจะแต่งงานเสิ่นเมิ่งซียังคงพักอยู่ในจวน เมื่อเห็นการเตรียมการนี้ก็รู้สึกประหลาดใจ นางรีบวิ่งไปที่ห้องหนังสือ ไม่รู้ว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน เสิ่นเมิ่งซีเดินออกมาด้วยท่าทางเหม่อลอยคุณชายเหยียนกลับเป็นสตรีงั้นหรือ ในเวลานี้ นอกจากเสิ่นเมิ่งซีที่ตกตะลึงแล้ว บรรดาผู้นำในแดนเหนือก็รู้สึกหวาดหวั่นไม่แพ้กันวันนี้คหบดีและผู้มีอิทธิพลตามหัวเมืองต่างๆ ล้วนได้รับบัตรเชิญ ตอนแรกพวกเขาไม่ได้ใส่ใจนัก แต่เมื่อเปิดดูชื่อแล้วก็ถึงกับนั่งไม่ติด นี่คือบัตรเชิญงานแต่งของเหยียนลั่วหลีฝ่ายหญิงเขียนชื่อเหยียนลั่วหลี ฝ่ายชายเขียนชื่อเซียวเย่หยาง แม้พวกเขาจะไม่รู้จักเซียวเย่หยาง แต่เมื่อคิดว่าคนระดับเหยียนลั่วหลีไม่มีทางเลือกคนไร้ชื่อเสียง ย่อมต้องเป็นคนที่คู่ควร พว

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   389

    เซียวเย่หยางกำลังอารมณ์ดี ตั้งแต่ได้สาวงามมาครอบครอง รอยยิ้มก็ไม่เคยจางหายไปจากมุมปาก เมื่อใกล้ถึงทางแยกที่ต้องแยกจากกัน เขาก็เริ่มรู้สึกอาลัยอาวรณ์ เขาพูดด้วยสีหน้าหม่นหมอง“ข้ายังต้องกลับไปจัดการธุระที่เมืองหลวง เมื่อข้ากลับมาถึง ก็จะได้..”เขารู้สึกกลุ้มใจนัก เหตุใดตอนออกมาถึงไม่จัดการเรื่องพวกนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน ยังต้องให้เดินทางไกลกลับไปอีกยิ่งใกล้ชิดลั่วหลี เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่อยากจากนางไป แม้จะรู้จักกันเพียงไม่กี่วัน แต่กลับรู้สึกราวกับผูกพันกันมาหลายปี เหยียนลั่วหลีจับความรู้สึกหม่นหมองของชายหนุ่มข้างกายได้จึงยิ้มตอบ “ข้าจะรอเจ้ากลับมา”สองวันนี้คล้ายกับนางเปลี่ยนไปมาก ปล่อยวางความคาดหวังและความยึดติดในใจลง ทุกอย่างเริ่มมีความหวังมากขึ้นและการเปลี่ยนแปลงนี้ ก็เกิดจากบุรุษที่อยู่เคียงข้างนางหากจะบอกว่ารักจนยอมตายแทนกันได้คงไม่ใช่ เพียงแต่เขาคือคนที่นางปรารถนาจะใช้ชีวิตร่วมกันไปตลอดในเมื่อยังไม่คุ้นเคย ก็ใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเรียนรู้กันไปเถิด“จะให้ข้าทิ้งคนไว้ดูแลหรือไม่ เผื่อพวกเขารู้ความจริงแล้วคิดจะก่อกบฏ”เซียวเย่หยางกังวลว่าคนพวกนั้นจะลุกฮือขึ้นต่อต้าน“ไม่ต้องหรอก” เห

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   388

    ฐานะของนางในสายตาของชาวแดนเหนือและราษฎรทั่วไปนั้นคือผู้นำที่สูงส่งที่สุด เป็นบุรุษผู้เก่งกาจและไร้เทียมทาน หากความจริงที่ว่านางเป็นเพียงสตรีบอบบางผู้หนึ่งถูกเปิดเผยและแพร่งพรายออกไปสู่สาธารณชนจู่ๆ เซียวเย่หยางก็รู้สึกตระหนักได้ว่าตนเองช่างมีความคิดที่เห็นแก่ตัวยิ่งนัก การดึงรั้งนางให้ก้าวลงมาจากบัลลังก์แห่งอำนาจและต้องมาตกระกำลำบากเผชิญกับคำครหา เพียงเพื่อตอบสนองความรักและความปรารถนาส่วนตัวของเขา ไม่ใช่สิ่งที่เขาตั้งใจหรืออยากให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรกคนที่มีความสามารถและเสียสละเช่นนาง สมควรที่จะได้ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของแผ่นดิน เป็นเขาเองที่ดึงนางลงมาจากแท่นบูชาอันสูงส่ง ชาวแดนเหนือและทหารใต้บังคับบัญชาจะมองนางด้วยสายตาเช่นไรเมื่อรู้ความจริงทั้งหมดเขาเสนอทางออกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ว่าบางทีพวกเราอาจจะไม่ต้องจัดงานพิธีมงคลสมรสอย่างเอิกเกริกหรือประกาศให้ผู้คนรับรู้ก็ได้ หากมันจะสร้างความลำบากใจและส่งผลกระทบต่ออำนาจของนาง เขาไม่อยากให้นางต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือเผชิญกับอันตรายจากความขัดแย้งของขั้วอำนาจต่างๆเขารู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่านางต้องอดทน เสียสละ และทุ่

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   ตอนที่ 5 อันตรายมาเยือน

    “ท่านพี่ นึกไม่ถึงเลยว่าในภูเขาแห่งนี้จะมีของกินมากมายถึงเพียงนี้”เหยียนหยาจื่อกัดผลไม้สีเขียวในมือดังกร้วม ช่างหวานกรอบอร่อยนัก เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีวันสุขสบายเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ยามที่หนีภัยแล้ง แค่มีของตกถึงท้องก็นับว่าดีมากแล้ว ผลไม้สดใหม่หอมหวานเยี่ยงนี้ยิ่งไม่ต้องคิดว่าจะไปหามากินได้จากที

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   9

    เสียงฝีเท้าที่แว่วมาแต่ไกลเริ่มดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เหยียนลั่วหลีหลับตาลงรวบรวมสมาธิ ดูเหมือนว่าประสาทสัมผัสของนางช่วงหลายวันนี้จะเฉียบคมขึ้นไม่น้อย ไม่เสียแรงที่หมั่นวิ่งขึ้นลงเขาเพื่อฝึกฝนร่างกาย แม้ยามนี้จะยังไม่อาจเทียบเคียงกับความเร็วในอดีตได้ ทว่าการจะสังหารคนเหล่านี้ก็ถือว่าเกินพอ ใ

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   8

    “ได้ ๆ ไม่เหมือนกันก็ไม่เหมือนกัน ข้าไปทำของอร่อยให้เจ้ากินดีกว่า”พูดจบนางก็หิ้วสัตว์ป่าบนพื้นแล้วเดินออกจากถ้ำไปเหยียนหยาจื่อมองดูเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าซีดเผือดพลางทายาให้ ปากก็บ่นพึมพำเสียงเบา“ก็มันไม่เหมือนกันนี่ พี่ใหญ่เป็นของข้าต่างหาก”“เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ”ภายในถ้ำเงียบสงัด มีเพียงเสียงฟืนแตกปะ

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   7

    นางยื่นมือไปหาเหยียนหยาจื่อที่กำลังมองเด็กหนุ่มอย่างพินิจพิเคราะห์ ทว่ารออยู่นานเขาก็ยังไม่ขยับเขยื้อนเมื่อเห็นใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ของเหยียนหยาจื่อที่มองมาที่ตน เหยียนลั่วหลีก็ถึงกับปวดขมับ“เจ้าเด็กคนนี้นี่ หรือว่าเจ้าอยากจะอยู่เฝ้าเขาไปอีกหลายวัน”ดูหน้าก็รู้ว่าคนผู้นี้เป็นตัวนำโชคร้าย หากให้ติ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status