Partager

8

last update Date de publication: 2026-06-19 11:26:38

“ได้ ๆ ไม่เหมือนกันก็ไม่เหมือนกัน ข้าไปทำของอร่อยให้เจ้ากินดีกว่า”

พูดจบนางก็หิ้วสัตว์ป่าบนพื้นแล้วเดินออกจากถ้ำไป

เหยียนหยาจื่อมองดูเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าซีดเผือดพลางทายาให้ ปากก็บ่นพึมพำเสียงเบา

“ก็มันไม่เหมือนกันนี่ พี่ใหญ่เป็นของข้าต่างหาก”

“เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ”

ภายในถ้ำเงียบสงัด มีเพียงเสียงฟืนแตกปะทุ และเสียงน้ำมันจากเนื้อสัตว์หยดลงในกองไฟที่ดังซู่ซ่ามาเป็นระยะ เหยียนหยาจื่อลอบกลืนน้ำลาย เขามองซ้ายทีขวาที ทว่ากลับไม่กล้าจ้องมองไก่ย่างตรง ๆ

เหยียนลั่วหลีก็ไม่ได้พูดอะไรให้เขารู้สึกเสียหน้า เด็กก็ต้องมีท่าทีสมวัยเยี่ยงเด็กสิ เฝ้าดูท่าทางตะกละตะกลามเช่นนี้ไปเงียบ ๆ ไม่ดีหรอกหรือ นางไม่อยากทำตัวเป็นยายเฒ่าคอยจู้จี้จุกจิกเรื่องนั้นเรื่องนี้

ที่จริงเหยียนลั่วหลีก็ไม่กล้าพูดออกไปหรอก เกรงว่าเดี๋ยวเด็กน้อยจะกระโดดโลดเต้นโวยวายขึ้นมาอีก ท่ามกลางความเงียบสงบ จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังทำลายความเงียบขึ้นมา

“อือ ที่นี่คือที่ใด”

เซียวเย่หยางฟื้นขึ้นมาก็เห็นเพียงถ้ำที่มืดสนิท ไม่สิ ยังมีผู้คนและแสงไฟ หรือว่าเขาจะถูกคนพวกนั้นจับได้เสียแล้ว เขารีบหยัดกายลุกขึ้นนั่ง

“ซี้ด”

ความเจ็บปวดที่หน้าอกบอกให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เขาได้รับบาดเจ็บจริง ๆ และยังมีชีวิตอยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงเด็กพูดดังขึ้น

“พี่ใหญ่ เขาฟื้นแล้ว”

เซียวเย่หยางรีบหันไปมองทางกองไฟ ก่อนถอนหายใจด้วยความโล่งอก เป็นเพียงเด็กน้อยสองคนเท่านั้น บนร่างของเขามีกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ โชยมา ดูท่าเขาคงจะได้รับการช่วยเหลือไว้เป็นแน่

เหยียนหยาจื่อคว้ากระบอกน้ำแล้ววิ่งไปหยุดอยู่ข้างกายเด็กหนุ่ม ยื่นกระบอกน้ำให้ด้วยใบหน้าใสซื่อไร้เดียงสา

“นี่ขอรับ พี่ชาย ท่านมีนามว่าอันใดหรือ”

“ขอบใจนะ ข้ามีนามว่าเซียวเย่หยาง”

พูดจบเขาก็รับกระบอกน้ำมาดื่มอึก ๆ ไปหลายอึก ริมฝีปากที่แห้งแตกเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นมาบ้าง

“ข้ามีนามว่าเหยียนหยาจื่อ ส่วนพี่ใหญ่ของข้ามีนามว่าเหยียนลั่วหลี”

เมื่อได้ทราบนามของอีกฝ่าย เหยียนหยาจื่อก็ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างยิ่ง วันข้างหน้าเขากับพี่ใหญ่ก็ไม่ต้องเหนื่อยยากถึงเพียงนี้อีกแล้ว

เซียวเย่หยางมองดูเด็กน้อยที่มีใบหน้าไร้เดียงสา แล้วหันไปมองเด็กหนุ่มที่นั่งเงียบขรึมอยู่หน้ากองไฟ เขาพบพานคนดีเข้าแล้ว

“ขอบคุณทั้งสองคนมาก เซียวเย่หยางผู้นี้จะต้องทดแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้อย่างแน่นอน”

เซียวเย่หยางคิดว่าทั้งสองเป็นบุตรหลานของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตีนเขา แต่หารู้ไม่ว่า ตนเองกำลังขายตัวเป็นทาสรับใช้พวกเขาไปอย่างสมบูรณ์แล้ว

เมื่อได้ยินว่าเซียวเย่หยางต้องการทดแทนคุณ เหยียนหยาจื่อก็มีใบหน้าตื่นเต้นยินดี

“เช่นนั้นพี่เซียวติดตามพวกเราไปดีหรือไม่ขอรับ”

ดีหรือไม่ ดีหรือไม่ เหยียนหยาจื่อจ้องมองเขาอย่างอ้อนวอน สีหน้าคาดหวังนั้นทำเอาเซียวเย่หยางถึงกับสั่นสะท้านขึ้นมาดื้อ ๆ แล้วจะไปที่ใดเล่า หรือว่าพวกเขาไม่ใช่บุตรหลานของชาวบ้านที่อยู่ตีนเขาหรอกหรือ

“พวกเราเป็นผู้อพยพ”

เหยียนลั่วหลีพูดคลายความสงสัย น้ำเสียงกังวานใสไม่ทำให้เซียวเย่หยางเคลือบแคลงใจแม้แต่น้อย อายุยังน้อยเพียงนี้ เสียงยังไม่แตกหนุ่มก็ถือเป็นเรื่องปกติ

ผู้อพยพ เซียวเย่หยางตกตะลึง คาดไม่ถึงเลยว่าเด็กสองคนนี้จะเป็นผู้อพยพ ลองดูใบหน้าที่สะอาดสะอ้านและดวงตาที่สุกใสเป็นประกายนี่สิ หากจะว่ากันตามจริง ยามนี้ตัวเขาเองต่างหากที่ดูเหมือนผู้อพยพเสียมากกว่า

“เจ้าไม่เชื่อหรือ”

เหยียนลั่วหลีหันไปมองเด็กหนุ่มที่หยัดกายลุกขึ้น รูปร่างไม่เลวเลยนี่ แต่จู่ ๆ เหยียนหยาจื่อก็คว้าเสื้อผ้าที่หล่นอยู่แถวขึ้นมาคลุมร่างของเซียวเย่หยางไว้มิดชิด เหยียนลั่วหลีจึงต้องดึงสายตากลับมา

“ก็ ก็ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อ เพียงแต่...ดูไม่ค่อยเหมือนสักเท่าใด”

เซียวเย่หยางเกาศีรษะแกรก ๆ หรือว่าเขาจะหูหนวกตาบอดไปแล้วจริง ๆ ผู้อพยพสามารถใช้ชีวิตได้ดีเยี่ยมถึงเพียงนี้เชียว ลองดูถ้ำที่แสนอบอุ่นแห่งนี้ ไก่ย่างสองตัวบนกองไฟ และผลไม้ป่าอีกหลายผลนั่นสิ กระทั่งยามที่ตัวเขาเองหลบหนีเอาชีวิตรอด ยังไม่อาจเสวยสุขได้ถึงเพียงนี้เลยกระมัง

“พี่ชาย บ้านของท่านอยู่ที่ใดหรือ”

เหยียนหยาจื่อมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเกรงว่าผู้ใช้แรงงานที่หามาได้อย่างยากลำบากผู้นี้จะหลบหนีไปกลางคัน

บ้าน เซียวเย่หยางพลันเปลี่ยนสีหน้า เขาจะมีบ้านได้อย่างไร ตัวเขาหลบหนีเอาชีวิตรอดมาตลอดทางจนถึงที่นี่ เกรงว่าคนพวกนั้นคงแทบอยากจะสับร่างของเขาเป็นหมื่น ๆ ชิ้นเสียด้วยซ้ำกระมัง

“พี่ชายไม่มีบ้านหรอก”

ท่าทีเซียวเย่หยางดูเศร้าลง ทว่าสองพี่น้องเหยียนกลับสบตากันหลายครั้ง ไม่มีบ้านก็ดีน่ะสิ พวกเขาก็ไม่มีบ้านเหมือนกัน เช่นนั้นก็ประจวบเหมาะเข้ากันได้พอดีเลย

“พี่ชาย เช่นนั้นตามพวกเราไปเถิดนะ”

ใบหน้าเหยียนหยาจื่อเปี่ยมด้วยความคาดหวัง ในใจพร่ำภาวนาว่ารีบตกลงสิ รีบตกลงสิ จนกระทั่งเซียวเย่หยางพยักหน้ารับ เขาก็กระโดดโลดเต้นส่งเสียงร้องดังอย่างยินดี พวกเขามีลูกหาบให้ใช้งานแล้ว

เซียวเย่หยางมองดูเหยียนหยาจื่อที่กระโดดโลดเต้นไปมาก็พลันพลอยยินดีไปด้วย เขาหลงคิดไปจริง ๆ ว่าเหยียนหยาจื่อดีใจที่จะได้ตนไปเป็นพี่ชาย

ความรู้สึกปีติยินดีที่ตนเองยังเป็นที่ต้องการของผู้อื่นความรู้สึกอบอุ่นพลันเอ่อล้นขึ้นมาในใจ เหยียนลั่วหลีเองก็ถูกสองคนนี้ทำให้ขบขันจนหลุดหัวเราะ ช่างเข้าใจกันไปคนละทิศคนละทางเสียจริง

หลายวันต่อมา เหยียนลั่วหลีกดไหล่ของคนทั้งสองที่หลบซ่อนอยู่ในซอกหินไว้แน่น

“เจ้าอย่าขยับ นั่งนิ่ง ๆ เงียบเสียงไว้”

พูดจบนางก็คว้าหญ้าแห้งหลายกำมือมาคลุมร่างของทั้งสองไว้ จากนั้นก็หิ้วดาบใหญ่แล้วแฝงตัวเร้นกายหายไป

ระหว่างที่วิ่งตะบึงไปตลอดทาง ความเคลื่อนไหวที่แว่วเข้าหูทำให้เหยียนลั่วหลีอดไม่ได้ที่จะสบถด่า นางทะยานร่างขึ้นไปเหยียบต้นไม้ใหญ่แล้วร่อนลงเกาะบนกิ่งไม้อย่างมั่นคง ริมฝีปากคาบมีดสั้นคมกริบไว้ ท่าทางราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหมอบซุ่มรอคอยจังหวะ

ในป่าทึบ นอกจากเสียงสัตว์นานาชนิดร้องขับขาน และบรรยากาศที่ดูแสนจะสงบสุขร่มรื่นแล้ว ยังแฝงไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง และตึงเครียดอย่างหาที่สุดไม่ได้

มาแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   393 จบ

    พวกเขาต่างพบจุดหมายปลายทางของตนเอง เหยียนลั่วหลีเองก็ได้ตั้งรกรากในต่างโลกแห่งนี้ ความทรงจำในอดีตเริ่มเลือนลางลงทุกที ปีจิ้งจงที่ยี่สิบสามเมื่อได้ยินว่าทางตอนใต้เกิดความวุ่นวาย มีผู้อพยพมากมายและซากศพเกลื่อนกลาด แดนเหนือก็ประกาศปิดกั้นเส้นทางสัญจรอย่างเป็นทางการ แม้จะมีเมืองหลวงขวางอยู่เบื้องหน้า แต่ก็ยังมีผู้อพยพจำนวนไม่น้อยเดินทางมาถึงก่อนเข้าฤดูหนาว พวกเขาเคยได้ยินว่าแดนเหนือมีชื่อเสียงว่าเป็นเจียงหนานแห่งตอนเหนือ การคมนาคมเชื่อมต่อเหนือใต้ ประชาชนมีชีวิตมั่งคั่ง เมื่อเห็นว่าเมืองหลวงและที่อื่นๆ เข้าไปไม่ได้ จึงเดินอ้อมมายังแดนเหนือเหยียนลั่วหลีคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าและได้รับจดหมายจากเซียวเฉิน จึงตั้งด่านตรวจและวางกำลังคนป้องกันไว้อย่างแน่นหนาแต่เนิ่นๆ ผู้อพยพกลุ่มใหญ่ถูกขวางไว้ที่ด่าน เข้าไม่ได้และไม่อยากจากไป สุดท้ายก็กลายเป็นศพเกลื่อนกลาดไม่มีใครกล้าทำตัวใจบุญให้ผู้อพยพเหล่านี้เข้ามา แม้แต่คนที่เคยเป็นผู้อพยพแล้วถูกเกณฑ์มาบุกเบิกที่ดินจนกลายเป็นชาวแดนเหนือต่างก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกโชคดีที่พวกตนมาเร็ว ไม่อย่างนั้นจะมีกินมีใช้แบบไม่ขัดสนอย่างวันนี้ได้หรือ ทุกครอบครัวต้

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   392

    เหล่าขุนนางตกตะลึง ฤดูหนาวจะปลูกธัญพืชอะไร เวลานี้จะปลูกอะไรขึ้น เหลวไหล ขุนนางที่รักความสบายบางคนพากันถวายฎีกาขอให้ฮ่องเต้ถอนรับสั่ง ทว่าราชโองการออกไปแล้วจะถอนคืนได้อย่างไรหลังจากประหารแกะอ้วนไปสองสามคน ขุนนางต่างก็เริ่มลงมืออย่างไม่เต็มใจ พวกเขาระดมคนทุกบ้านทุกเรือนในทุกพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงครามรอบใหม่แม้ชาวบ้านจะโอดครวญแต่ก็ขัดราชโองการไม่ได้ ในฤดูหนาวพวกเขาจุดไฟละลายหิมะจนเห็นผืนดิน สร้างโรงเรือนปลูกเมล็ดพันธุ์และรอคอยการเก็บเกี่ยวภายในโรงเรือนมีคนคอยเฝ้าตลอดเวลา มีการสุมไฟรักษาอุณหภูมิ แม้ช่วงแรกจะยากลำบาก แต่พอถึงเวลาเก็บเกี่ยวและได้กินผักผลไม้สดใหม่ที่หาได้ยากในฤดูหนาว ทุกคนก็ปิดปากเงียบฤดูหนาวไม่มีกิจกรรมบันเทิงใดๆ บางทีการปลูกผักปลูกหญ้าก็ไม่เลว ทั้งยังได้กินผักผลไม้สดหวานๆ อีกด้วยชาวบ้านที่ได้ลิ้มรสผลประโยชน์พากันไปที่ศาลาว่าการเพื่อขอวัสดุสำหรับสร้างโรงเรือน ทุกพื้นที่เกิดกระแสการปลูกผักอย่างบ้าคลั่ง ต่างพากันอวดว่าโรงเรือนของตนวันนี้เก็บเกี่ยวอะไรได้บ้างและปลูกอะไรลงไปใหม่สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือภูมิปัญญาของชาวบ้าน หลังจากใช้วัสดุที่ได้มาจากทางการแล้ว พ

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   391

    ระหว่างทาง กองทัพหามสินสอดทองหมั้นและสัมภาระสามร้อยแปดหีบเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า บนท้องฟ้านอกจากลมหนาวที่พัดโชยและเกล็ดหิมะที่โปรยปรายแล้ว ยังมีเหยี่ยวไห่ตงชิงโบยบินอยู่ด้วยเมื่อเข้าสู่เขตแดนเหนือ เหยี่ยวไห่ตงชิงก็หายลับไป ส่วนชาวหมู่บ้านเป่ยซานก็ได้รับข่าวแล้วเช่นกันผู้ที่มารอต้อนรับนอกจากชาวหมู่บ้านแล้ว ยังมีคหบดีและผู้มีอิทธิพลจากเมืองใหญ่หลายแห่งในแดนเหนือ เจ้าเมือง ตลอดจนแม่ทัพอย่างฝูอวี่เมืองโยวโจวย่อมได้รับบัตรเชิญเช่นกัน หลังจากคิดดูแล้วก็ส่งคนมาเป็นตัวแทน ตอนนี้หิมะตกหนัก กระทั่งหมาป่าหรือเสือดาวก็ยังไม่ออกจากรัง ปลอดภัยหายห่วง“มาแล้ว มาแล้ว”“กองทัพ กองทัพมาแล้ว ดูเหมือนว่าราชโองการนั่นจะเป็นเรื่องจริง”เมื่อสองวันก่อน เจ้าเมืองในแดนเหนือต่างได้รับราชโองการด่วน เนื้อหาระบุว่านับจากนี้แดนเหนือจะเป็นดินแดนศักดินาของโหวเซียว ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษฐานกบฏตอนที่เพิ่งได้รับข่าว ทุกคนต่างก็ตื่นตระหนก แต่เมื่อเห็นชื่อของโหวเซียวผู้นี้ก็ถึงกับกระจ่างแจ้ง ที่แท้ก็เป็นชู้รักของเหยียนลั่วหลีนี่เองเช่นนั้นแดนเหนือก็ยังคงอยู่ในกำมือของเหยียนลั่วหลีไม่เปลี่ยนแปลง ขุมอำนาจที่เคยคิดจะก

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   390

    บ่าวไพร่เมื่อได้ยินว่าจะต้องย้ายไปแดนเหนือ มีทั้งคนที่อยากตามไปและไม่อยากไป คนที่ไม่อยากไป เซียวเย่หยางก็มอบเงินตั้งตัวให้แล้วส่งออกจากจวน ส่วนคนที่เหลือ ตอนนี้กำลังวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมและบรรจุสมบัติของซื่อจื่อลงหีบจนกระทั่งเซียวเย่หยางนำเทียนแดงและกระดาษแดงสำหรับงานแต่งงานมาให้จัดเตรียม ทุกคนถึงได้กระจ่างแจ้ง ซื่อจื่อมีสตรีในดวงใจแล้วและกำลังจะแต่งงานเสิ่นเมิ่งซียังคงพักอยู่ในจวน เมื่อเห็นการเตรียมการนี้ก็รู้สึกประหลาดใจ นางรีบวิ่งไปที่ห้องหนังสือ ไม่รู้ว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน เสิ่นเมิ่งซีเดินออกมาด้วยท่าทางเหม่อลอยคุณชายเหยียนกลับเป็นสตรีงั้นหรือ ในเวลานี้ นอกจากเสิ่นเมิ่งซีที่ตกตะลึงแล้ว บรรดาผู้นำในแดนเหนือก็รู้สึกหวาดหวั่นไม่แพ้กันวันนี้คหบดีและผู้มีอิทธิพลตามหัวเมืองต่างๆ ล้วนได้รับบัตรเชิญ ตอนแรกพวกเขาไม่ได้ใส่ใจนัก แต่เมื่อเปิดดูชื่อแล้วก็ถึงกับนั่งไม่ติด นี่คือบัตรเชิญงานแต่งของเหยียนลั่วหลีฝ่ายหญิงเขียนชื่อเหยียนลั่วหลี ฝ่ายชายเขียนชื่อเซียวเย่หยาง แม้พวกเขาจะไม่รู้จักเซียวเย่หยาง แต่เมื่อคิดว่าคนระดับเหยียนลั่วหลีไม่มีทางเลือกคนไร้ชื่อเสียง ย่อมต้องเป็นคนที่คู่ควร พว

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   389

    เซียวเย่หยางกำลังอารมณ์ดี ตั้งแต่ได้สาวงามมาครอบครอง รอยยิ้มก็ไม่เคยจางหายไปจากมุมปาก เมื่อใกล้ถึงทางแยกที่ต้องแยกจากกัน เขาก็เริ่มรู้สึกอาลัยอาวรณ์ เขาพูดด้วยสีหน้าหม่นหมอง“ข้ายังต้องกลับไปจัดการธุระที่เมืองหลวง เมื่อข้ากลับมาถึง ก็จะได้..”เขารู้สึกกลุ้มใจนัก เหตุใดตอนออกมาถึงไม่จัดการเรื่องพวกนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน ยังต้องให้เดินทางไกลกลับไปอีกยิ่งใกล้ชิดลั่วหลี เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่อยากจากนางไป แม้จะรู้จักกันเพียงไม่กี่วัน แต่กลับรู้สึกราวกับผูกพันกันมาหลายปี เหยียนลั่วหลีจับความรู้สึกหม่นหมองของชายหนุ่มข้างกายได้จึงยิ้มตอบ “ข้าจะรอเจ้ากลับมา”สองวันนี้คล้ายกับนางเปลี่ยนไปมาก ปล่อยวางความคาดหวังและความยึดติดในใจลง ทุกอย่างเริ่มมีความหวังมากขึ้นและการเปลี่ยนแปลงนี้ ก็เกิดจากบุรุษที่อยู่เคียงข้างนางหากจะบอกว่ารักจนยอมตายแทนกันได้คงไม่ใช่ เพียงแต่เขาคือคนที่นางปรารถนาจะใช้ชีวิตร่วมกันไปตลอดในเมื่อยังไม่คุ้นเคย ก็ใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเรียนรู้กันไปเถิด“จะให้ข้าทิ้งคนไว้ดูแลหรือไม่ เผื่อพวกเขารู้ความจริงแล้วคิดจะก่อกบฏ”เซียวเย่หยางกังวลว่าคนพวกนั้นจะลุกฮือขึ้นต่อต้าน“ไม่ต้องหรอก” เห

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   388

    ฐานะของนางในสายตาของชาวแดนเหนือและราษฎรทั่วไปนั้นคือผู้นำที่สูงส่งที่สุด เป็นบุรุษผู้เก่งกาจและไร้เทียมทาน หากความจริงที่ว่านางเป็นเพียงสตรีบอบบางผู้หนึ่งถูกเปิดเผยและแพร่งพรายออกไปสู่สาธารณชนจู่ๆ เซียวเย่หยางก็รู้สึกตระหนักได้ว่าตนเองช่างมีความคิดที่เห็นแก่ตัวยิ่งนัก การดึงรั้งนางให้ก้าวลงมาจากบัลลังก์แห่งอำนาจและต้องมาตกระกำลำบากเผชิญกับคำครหา เพียงเพื่อตอบสนองความรักและความปรารถนาส่วนตัวของเขา ไม่ใช่สิ่งที่เขาตั้งใจหรืออยากให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรกคนที่มีความสามารถและเสียสละเช่นนาง สมควรที่จะได้ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของแผ่นดิน เป็นเขาเองที่ดึงนางลงมาจากแท่นบูชาอันสูงส่ง ชาวแดนเหนือและทหารใต้บังคับบัญชาจะมองนางด้วยสายตาเช่นไรเมื่อรู้ความจริงทั้งหมดเขาเสนอทางออกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ว่าบางทีพวกเราอาจจะไม่ต้องจัดงานพิธีมงคลสมรสอย่างเอิกเกริกหรือประกาศให้ผู้คนรับรู้ก็ได้ หากมันจะสร้างความลำบากใจและส่งผลกระทบต่ออำนาจของนาง เขาไม่อยากให้นางต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือเผชิญกับอันตรายจากความขัดแย้งของขั้วอำนาจต่างๆเขารู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่านางต้องอดทน เสียสละ และทุ่

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   ตอนที่ 5 อันตรายมาเยือน

    “ท่านพี่ นึกไม่ถึงเลยว่าในภูเขาแห่งนี้จะมีของกินมากมายถึงเพียงนี้”เหยียนหยาจื่อกัดผลไม้สีเขียวในมือดังกร้วม ช่างหวานกรอบอร่อยนัก เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีวันสุขสบายเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ยามที่หนีภัยแล้ง แค่มีของตกถึงท้องก็นับว่าดีมากแล้ว ผลไม้สดใหม่หอมหวานเยี่ยงนี้ยิ่งไม่ต้องคิดว่าจะไปหามากินได้จากที

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   ตอนที่ 4 ป่าที่เต็มไปด้วยอันตราย

    รุ่งสาง บนถนนสายหลักพลันมีเสียงแผดร้องโหยหวนดังขึ้น จากนั้นก็บังเกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้น ทว่ายามนี้ ภายในป่าทึบอันเงียบสงบ ร่างเล็กจ้อยสองร่างกำลังนอนหลับใหลเอาศีรษะอิงแอบกัน เสียงวิหคยามเช้าส่งเสียงร้องสลับสูงต่ำขับขาน“ติ๋ง” เสียงหยดน้ำหล่นกระทบดังก้องอยู่ข้างหูเหยียนลั่วหลีลืมตาอันคมกริบขึ้นมา

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   ตอนที่ 3 หนีเอาชีวิตรอด

    ผู้เฒ่าเหยียนมือไม้สั่นเทา ล้วงเอากระบอกไม้ไผ่บรรจุน้ำออกมาจากสาบเสื้อขาดวิ่นที่สวมซ้อนทับกันหลายชั้น เขาดื่มนำไปก่อนหนึ่งอึก แล้วจึงส่งต่อให้หญิงชรา หญิงชราดื่มเสร็จก็ส่งต่อให้บิดาไม่ได้เรื่อง ถัดจากบิดาไม่ได้เรื่องจึงตกถึงมือเหยียนหยาจื่อ และสุดท้ายก็คือเหยียนลั่วหลีเหยียนลั่วหลีรู้ดีแก่ใจว่า กา

  • เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา   ตอนที่ 2 ซากศพเดินได้

    ยามมองดูคนรอบกายที่ค่อย ๆ หลับใหลไปทีละคน เหยียนลั่วหลีกลับไร้ซึ่งความง่วงงุนใด ๆ นั่นก็เพราะนางมิใช่เหยียนลั่วหลีคนเดิมอีกต่อไป แม้จะใช้ชื่อแซ่เดียวกัน ทว่าแท้จริงแล้วนางคือดวงวิญญาณที่ทะลุมิติมา เมื่อมองดูสภาพแวดล้อมรอบกาย เหยียนลั่วหลีได้แต่นิ่งอึ้งไปเนิ่นนาน เรื่องบัดซบเยี่ยงนี้ตกมาใส่หัวนางได้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status