تسجيل الدخول“เป็นอะไรไหมน้อง” เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยดังขึ้นตรงหน้า ฉันส่ายหน้าบอกเขาว่าไม่เป็นไร
“พาน้องไปหาหมอก่อนเหนือ เลือดไหลแล้วนั่น” เลือดตรงไหนฉันพยายามยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตัวเอง ภาพของรุ่นพี่ตรงหน้าพร่าเบลอ
“อ้าว แว่นแตกด้วย รีบพาไปก่อนเหนือ” ฉันรู้ตัวอีกทีก็โดนรุ่นพี่แบกขึ้นหลังและเดินเร็วไปยังห้องพยาบาล ที่เขาไม่วิ่งคงเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง
อาย...คำนี้คงไม่เกินจริง จากกองเชียร์กลายเป็นผู้ประสบภัย
“น้องล้มครับหมอ” เสียงพี่เหนืออธิบายให้คุณหมอประจำห้องพยาบาล
“ไม่มีแผลนะ เลือดกำเดา จมูกน่าจะกระแทก ดีนะที่แว่นเป็นแบบนิรภัยไม่บาด” คุณหมอพูดกับฉันหรือคนข้างเตียงฉันก็ไม่แน่ใจเพราะเวลานี้มองอะไรไม่ชัดเลย สายตาของฉันสั้นระดับสี่ร้อย ระยะที่มองเห็นชัดคือประมาณยี่สิบห้าเซนติเมตร
“ผมไปแข่งต่อก่อนนะครับ ฝากด้วยนะครับ ไม่เป็นไรแล้วนะน้อง” ฝ่ามือหนาและอุ่นวางบนศีรษะฉัน เสียงเปิดและปิดประตูทำให้ฉันรับรู้ว่าเขาออกจากห้องไปแล้ว
“เมลเป็นไงบ้างแก” เสียงคุ้นเคยดังขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นคือลิลินนั่นเอง
“เจ็บไม่เท่าไหร่แก แต่อายอะ” ฉันบอกกับเพื่อนตามตรง เห็นใบหน้าราง ๆ ของเพื่อนยื่นหน้ามาใกล้ ๆ กระซิบข้างหู
“แต่ได้ขี่หลังพี่เหนือนะแก” ได้ขี่หลังก็จริง แต่น่าอายมากฉันไม่อยากนึกสภาพตัวเอง เลือดเต็มหน้ากับแว่นแตกกระจาย
“เอ๊ยแก...”
“อะไร เจ็บตรงไหนแก”
“เลือดฉันต้องเปื้อนหลังพี่เหนือแน่เลยแก” ฉันซบใบหน้ากับหลังพี่เหนือ เสื้อเขาก็ต้องเปื้อนเลือดฉันแน่เลย
“ไม่เป็นไรหรอกแก เสื้อสีก็สีแดง ไม่มีใครเห็นหรอก” คำปลอบใจของเพื่อนทำฉันโล่งอกไม่น้อย อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เขาด่างพร้อยถึงจะเป็นเพียงเสื้อก็เถอะ
“เหมยลี่!” เสียงบุพการีของฉันเรียกอย่างตกใจเมื่อเห็นสภาพฉันในตอนที่เดินลงจากรถยนต์ที่เรียกผ่านแอปมาส่งถึงหน้าบ้าน เมลดาหรือเมลของเพื่อนหากแต่เวลากลับมาที่บ้านฉันคือ
‘เหมยลี่’ ผู้หญิงที่งดงามของพ่อแม่
“ไปทำอะไรมาเหมย ทำไมสภาพเป็นอย่างนี้” แม่เข้ามาลูบหลังลูบไหล่ฉันอย่างเป็นห่วง บ้านของฉันเป็นร้านขายทองคำและรับหลอมทองคำ ก่อนหน้านี้เราเน้นขายทองคำมากกว่าหากแต่ปัจจุบันการรับหลอมและซื้อทองคำทำกำไรได้มากกว่า
เมื่อปลายปีก่อน เฮียมังกรพี่ชายของฉันซึ่งเรียนอยู่คณะวิศวเคมีทำคลิปรับหลอมทองแล้วแมสในช่องทางโซเชียลหนึ่ง ทำให้ร้าน ‘มังกรตั้งฮั่วเฮง’ เป็นที่รู้จักมากขึ้น จากขายทองรูปพรรณเป็นหลักก็ปรับเปลี่ยนร้านเป็นรับหล่อทอง นากและเงินแทน กำไรเป็นกอบเป็นกำทั้งยังไม่ต้องลงทุนเยอะเหมือนทองรูปพรรณ
“หนูหกล้มอะม้า ป๊า” ฉันฟ้องพ่อกับแม่ทันที ด้วยความที่เป็นน้องคนเล็กจึงถูกตามใจ ใครบอกว่าครอบครัวคนจีนไม่รักลูกสาว บอกว่าไม่จริงเลย บ้านฉัน ลูกสาวอย่างฉันคือที่หนึ่ง ส่วนลูกชายอย่างเฮียมังกรถึงจะมีชื่อเป็นเจ้าของร้านแต่สถานะคือคนรับใช้ของน้องสาวอย่างฉัน
“มังกรไปซื้อแว่นใหม่ให้น้องหน่อย ร้านเฮียหยงนะ” นั่นไงแม่ก็ใช้ลูกชายทันทีที่เดินเข้ามาในบ้าน
“แม่ ผมยังไม่ได้นั่งเลยเนี่ย” เฮียมังกรเอ่ยแย้ง
“นั่งตอนไหนก็ได้ ไปซื้อแว่นให้น้องมันก่อน น้องมันมองไม่เห็น” เสียงของป๊าที่เห็นด้วยกับม้า
“ซื้อให้น้องหน่อยเฮีย น้องมองอะไรไม่เห็นเลย” ฉันเอ่ยบอกเฮีย โดยที่หันไปทางขวามือซึ่งเห็นเงาตะคุ่ม ๆ คิดว่าน่าจะเป็นเฮียมังกร ฉันไม่ลืมจะยกมือขึ้นพนมเพื่อขอบคุณและอ้อนเขาไปในที
“ไอ้เหมย เฮียอยู่นี่ นั่นมันตุ๊กตาหน้าร้าน”
“อ๋า...ก็หนูมองไม่เห็นนี่นา” อาการหนักแล้วฉัน ไหว้ตุ๊กตาไม้ที่ตั้งไว้ในมุมหน้าร้านเสียแล้ว
“เดี๋ยวไปสั่งแว่นให้ เอาแบบเดิมใช่ไหม” เฮียมังกรถามย้ำซึ่งพ่อกับแม่ก็ช่วยกันตอบว่าให้เอาแบบเดิม ซึ่งขนาดใหญ่เท่าบ้านกินหน้าของฉันเกือบครึ่งหน้า เรียกได้ว่าซื้อแว่นสายตาได้แว่นกันแดดมาด้วยเพราะขนาดของมันบังโหนกแก้มของฉันมิดชิด
วันศุกร์ตอนเย็นวันนี้พวกเราไม่มีซ้อมช่วงเวลาเลิกเรียนฉันตรงไปยังสนามฟุตบอลตรงที่ตัวเองล้ม นั่งลงบริเวณตรงนั้นแล้วพูดกับสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นแต่ฉันเห็น
“ออกมาเลย ทำไมแกล้งหนู” เงียบไม่มีความเคลื่อนไหวจากหมายเลขที่ท่านเรียก
“ถ้าไม่ออกมาก็เฝ้าสนามนี่แหละ หนูไม่ช่วยนะ” ฉันทำท่าจะลุกหนี
“เดี๋ยวก่อน...” ควันขาวขุ่นที่เป็นรูปมือคว้าที่ข้อเท้าของฉันไว้และเมื่อฉันหันมอง ใบหน้าของคน เอ้ย! ไม่ใช่คนสิ ผีที่แกล้งกันก็โผล่จากสนามมาครึ่งใบหน้า
ฉันยอบกายลงนั่งกับพื้นจ้องมองผีที่โผล่มาแค่ครึ่งหัวอย่างจับผิด
“รู้ไหมว่าหนูเลือดกำเดาไหลแว่นแตก เสียเงินสองหมื่นกว่า” ฉันแกล้งยกมือจับที่ใบหูคล้ายกับว่ากำลังโทรคุยกับใคร หากแต่คนที่คุยด้วยคือผีที่ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด
“ทำบุญให้หน่อย” เสียงผีที่โผล่แต่หัวตอบเสียงแผ่ว รู้สึกผิดแต่ก็อยากได้บุญ
แต่เป็นหลานชายก็ดี เรื่องการสืบสกุลก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป หวังว่าหลานคนที่สองจะเป็นผู้หญิงน่ารักตะมุตะมิ “น้องเอื้อไปโรงเรียนก็ดีแล้วนะครับ ใบจะได้ไม่เหนื่อย” อินน์ว่าทั้งยังกุมมือเมียรัก ผู้เป็นป้ารีบสนับสนุน คนท้องต้องพักผ่อนเยอะ ๆ “ต่อไปต้องให้น้องเอื้อมานอนห้องย่าตลอดเลยนะเดี๋ยวทับท้องหนูใบ” อินน์ฟังเจ้าป้าแล้วได้แต่แอบเบะปากน้อย ๆ เพราะก่อนหน้านี้ลูกชายของเขาก็นอนกับเจ้าคุณย่าตั้งแต่ได้สองขวบแล้ว เรียกได้ว่าหลงหลานเอื้อหนักมาก เพราะอย่างนั้นอินน์กับใบบุญญาจึงมีเวลาทำลูกได้ทุกคืน พ่อคนน้ำยาดีในท้องแรกเริ่มไม่มั่นใจเมื่อคนที่สองไม่มาสักที ทั้งสามมาถึงคุ้มอินทฐานนท์เพียงแค่นั่งรถจากโรงเรียนนานาชาติ ‘ฐานนท์’ เพียงสามนาที เจ้าประกายแก้วรัตนาเทกโอเวอร์โรงเรียนนานาชาติที่อยู่ใกล้บ้านทันทีที่อินน์แต่งงาน ต้องเรียกว่าวางแผนไว้เนิ่น ๆ ปากบอกว่าไม่เคยเห่อหลานแต่การกระทำของเจ้าประกายแก้วรัตนานั้นสวนทางกับคำพูดทุกอย่าง เพราะอย่างนี้อินน์มักจะกระซิบใบบุญญาว่าอย่าเชื่อเจ้าป้าการละคร เมื่อถึงบ้านเจ้าป้าการละครต้องรีบกดโทรศัพท์ต่อสาย
“ครั้งหน้าไม่มีแล้วนะคะ ใบไม่อยากให้คุณอินน์เล่นอีก” ใบบุญญาว่าเธอไม่ชอบเลย ตีกอล์ฟก็ตีกอล์ฟสิทำไมต้องมีติดปลายไม้อะไรนั่น “พี่ไม่อยากเล่นหรอก กลัวแต่พ่อ ๆ ของใบนั่นแหละจะไม่ยอมรามือ” อินน์แค่กังวลใจว่าเดี๋ยวเหล่าพ่อ ๆ ของใบบุญญาจะนัดกันมาหลายคนกว่าเดิม จากที่ตีกันแค่สี่ห้าคน ไม่รู้จะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า เขาแกล้งแพ้ เหล่าพ่อ ๆ ก็ได้ใจ พอเขาเอาจริงก็อยากจะเอาคืนอยากแก้มืออีก “จริงด้วยค่ะ ข้อเสียของโชติภิวรรธคือชอบเอาชนะ รู้ไหมว่าลุงรองพ่อหมอธาร์อะ แกล้งเป็นเกย์เพื่ออยู่ใกล้ป้าศิตาตั้งสามปี คิดดูแล้วกันว่าน่ากลัวขนาดไหน” ใบบุญญานินทาผู้เป็นลุง หารู้ไม่ว่าพ่อของตัวเองก็เคยเสนอตัวเป็นคนเลี้ยงดูแม่เบลตั้งแต่เป็นนางร้าย “น่ากลัว ดีแล้วที่ใบเปลี่ยนมาใช้ ‘อินทฐานนท์’” เจ้าของนามสกุลยิ้มแฉ่ง ดีใจที่เมียรักยอมมาใช้นามสกุลของเขา ทั้งยังตั้งท้องลูกชายให้เขาอีกด้วย “แน่นอนสิ ใบรักคุณอินน์ แค่เปลี่ยนนามสกุลเรื่องเล็กมากเลย ใบเคยมีเพื่อนที่เขายอมเปลี่ยนศาสนาตามแฟน เพื่อนใบบอกว่ากว่าจะได้เจอคนที่รักเราและเรารักเขามันยากมากเลย แค่เปลี่ยนศาสนาเป็นเรื่องเล็กม
“คราวที่แล้วอินน์ตีได้ดีกว่านี้นะ กูนี่โคตรอายแพ้แบบหมดรูป ปล่อยให้มันยืนดูแล้วยืนดูอีก พอยิ่งกดดันกูยิ่งตีไม่ลง Over par ตลอด” “มึงอ่อนไงภาส มันไม่ได้เก่งหรอก” เป็นรามที่พูดขึ้น “ไอ้ต้นมึงอย่าว่ามัน มึงได้ที่สอง เรื่องทับถมไอ้ภาสปล่อยเป็นหน้าที่กูเอง” เป็นลักษณ์หรือรองผู้ได้อันดับหนึ่งของวันนี้ รับหน้าที่ทับถมคนอื่น “เก่งตายแหละมึง เล่นสนามที่ตัวเองตีทุกอาทิตย์ไม่ได้ที่หนึ่งจะเรียกว่าอะไร อ่อนด้อยเหรอวะเล็ก” รามว่าลักษณ์ทั้งยังหันไปถามความเห็นจากน้องชายคนเล็กของบ้านอย่างวิศรุต “พอ ๆ พวกมึง หรือว่าอินน์มันแกล้งแพ้หรือเปล่าวะ ฝีมือไม่น่าเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้นะ” ภาสยังไม่ค่อยเชื่อใจลูกเขยคราวที่แล้วเล่นอย่างเทพ แต่รอบนี้นึกว่าเพิ่งหัดเล่น “มันจะแกล้งอะไรเนียนขนาดนั้น” ลักษณ์ว่า “ใช่ พวกเราเล่นดีจนมันเกร็งแหละ ว่าไหม” รามออกความเห็น คนที่เหลือขี้เกียจคิดมาก ก็เลยพยักหน้าเห็นด้วย ดีแล้วที่ชนะ ปกติไปเล่นกับใครก็แพ้ทุกที เห็นทีพวกเขาต้องบินมาตีกอล์ฟกับอินน์บ่อย ๆ “ครั้งหน้าเราเล่นพนันด้วยไหม กินเงินลูกเขยเฮียให้เรียบเลย” วิศรุตเ
“โห ชมใบขนาดนี้ใบจะลอยแล้วคุณอินน์” “ดีใจ ที่โลกนี้มีใบของพี่” อินน์พึมพำก่อนจะหลับไป ใบบุญญาหัวเราะกับเจ้าบ่าวที่บอกว่าเตรียมคืนเข้าหอมาอย่างดี จุดจบของสายหื่นคือแพ้ท้องแทนเมีย หลังจากงานแต่งงาน เพียงแค่สัปดาห์เดียวก็ถึงเวลาการเปิด ‘ฐานนท์พาร์ค’ ศูนย์การค้ากึ่งสวน เมื่อคุณมาเที่ยวที่นี่จะได้บรรยากาศนั่งกินข้าวหรือช็อปปิงอยู่ในทุ่งดอกไม้ ความงดงามของที่นี่ทำให้มีที่ถ่ายรูปลงโซเชียลหลายร้อยมุม นอกจากนี้ฐานนท์พาร์คยังมีการจัดสวนใหม่ทุก ๆ สามเดือน ทำให้มุมการถ่ายรูปถูกปรับเปลี่ยนไปทุกสามเดือน สายอินฟลูเอนเซอร์จึงมาได้บ่อยเท่าที่ต้องการ คลินิกของอยากพักใจถูกดูแลโดยตระการเป็นหลัก เพราะคุณหมอใบบุญญาช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเพราะต้องดูแลคนแพ้ท้องอย่างคุณอินน์ “แพ้ท้องอะไรวะ ได้กลิ่นเมียแล้วหาย” ตระการบ่นกับมนทนา โดยที่มีใบบุญญาฟังอยู่ไม่ไกล “ติดเมียแหละดูออก วันหลังไม่ต้องอ้างแพ้ท้องนะ บอกว่าติดเมียก็ไม่มีใครว่าหรอก” มนทนาหันไปบอกคนผัวติด ใบบุญญานั่งยิ้มกริ่มกับคำแดกดันของเพื่อน “อิจฉาเหรอ ไม่ดีนะ ความอิจฉาจะทำให้เราจิตใจไม่สงบ เห็นใคร
“บาปกรรม มีแต่คนเขามาบริจาคให้โรงพยาบาล นี่ตัวเองมาโกง จิตใจทำด้วยอะไร” เมื่อมีคนหนึ่งจุดไฟ คนที่เหลือก็เริ่มกระพือไฟให้โหมมากกว่าเดิม เมื่อถึงช่วงเวลาโยนช่อดอกไม้ ผู้คนหน้าเวทีมากมายทั้งชายหญิง งานแต่งของใบบุญญากับอินน์รวมคนทุกสายงานอาชีพไว้ที่นี่จริง ๆ คนไข้ตั้งแต่รุ่นแรกของคลินิกอยากพักใจที่ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นเจ้าหน้าที่ด้านจิตวิทยาหรือบางท่านก็รับทำฮอตไลน์สายด่วนถ้าไม่สะดวกเดินทางมาที่คลินิก เป็นงานการกุศลจากคนที่เคยได้รับความช่วยเหลือ ‘ลองเป็นผู้ให้ดูค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่ใจเป็นอย่างไร ล้านคำพูดก็ไม่อาจอธิบายความรู้สึกอิ่มใจนั้นได้’ นั่นเป็นคำพูดของใบบุญญาที่เคยพูดไว้เมื่อครั้งที่เธอขึ้นไปพูดในงานแถลงข่าวของโชติภิวรรธ เมื่อครั้งเปิดคลินิกอยากพักใจที่สาขากรุงเทพ “พร้อมกันหรือยังครับ เรากำลังจะโยนช่อดอกไม้” เสียงพิธีกรถามขึ้น ทุกคนในงานต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าพร้อม “แต่ทุกท่านไม่ต้องลุกจากที่นั่งครับ” เสียงของพิธีกรทำทุกคนในงานต่างตื่นเต้นกับการโยนช่อดอกไม้แสนพิเศษของวันนี้ “ดอกทิวลิปที่อยู่ในมือของทุกคนคือคำตอ
ตอนพิเศษ 1 งานแต่งงานยิ่งใหญ่ ธีมงานแต่งสีชมพูซึ่งเป็นสีโปรดของว่าที่เจ้าสาว โชติภิวรรธต่างออกแบบและแต่งกายด้วยชุดสีชมพูกันทั้งตระกูลไม่เว้นแม้แต่ผู้ชาย “กูรู้สึกแปลก ๆ ไงก็ไม่รู้” ไธม์บ่นกับชุดสูทสีชมพูของผู้ชายทั้งตระกูล ไอ้วัย ๆ อย่างพวกเขามันก็ไม่เท่าไหร่ แต่รุ่นพ่อนี่สิใส่กันทุกคน “ทำไมวะ” ธาร์ถามน้องชายฝาแฝดอย่างสงสัย “พ่อเรากับลุงต้นยังพอได้นะสูทสีชมพู แต่อาเล็ก[1]นี่สิหน้าอย่างโหดใส่สูทสีชมพู” ธาร์มองตามไธม์ที่พูดถึงผู้เป็นอาได้แต่ยิ้ม “มึงก็ว่าอาเล็กเค้า ออกจะหล่อเข้ม เวลามีปัญหาเรื่องโดนฟ้องก็ได้อาเล็กแหละช่วย” ธาร์ว่าน้องชายฝาแฝด เรื่องปากดีต้องยกให้มัน “เออ ไม่ว่าอาเล็กก็ได้ เปลี่ยนไปนินทาเมียดีกว่า ดีใจกว่าเจ้าสาวก็คงเมีย ๆ พวกเรานี่แหละ” ไธม์ทำปากยื่นไปทางศรีภรรยาที่กำลังเม้ามอยกันอย่างสนุกสนาน ทิ้งลูกทิ้งผัวกันเลยทีเดียว “แกก็ชอบว่าป้ากล้วยนาน ๆ เขาจะได้เจอกัน” อย่างที่รู้กันว่า ‘ป้ากล้วย’ ของเหนือคือเมียของอาไธม์ในปัจจุบัน วันนี้ทั้งสายน้ำ กล้วยและอิงเพื่อนของสายน้ำก็ได้มาร่วมงานแต่งของใบบุญญากับอินน์เช่น
“ทำไมมาเที่ยว ทั้ง ๆ ที่อายุยังไม่ถึง” ผมต้องใช้ความโมโหเพื่อกลบอารมณ์อย่างอื่น“ก็ลิลินชวน บอกว่าไม่เป็นไร ไม่กี่วันก็ยี่สิบแล้ว” น้องตอบอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง นั่งตัวตรงอยู่บนโซฟารูปทรงที่เหมาะสำหรับทำกิจกรรมรัก...เอ๊ย! หยุดหื่นก่อนไอ้เหนือ“รู้ไหมถ้าโดนจับจะทำยังไง” ผมเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าคิดว่า
บทที่ 23 น้องพี่ “ไงหมอเหนือมาช้านะเนี่ย” เสียงฟ้าที่ทักทายผมก่อนใคร เพื่อนผมทั้งสี่คนนั่งรออยู่ที่โซนวีไอพีของผับดัง พวกมันชอบมาเที่ยวที่นี่ เพลงเพราะ คนที่มาที่นี่ก็หน้าตาดี“ช้าอะไรพวกมึงนัดสามทุ่ม” ผมตอบกลับดูเวลาแล้วไม่สายเลยสักนิด“ไม่เจอกันตั้งนาน เหนือของชายังหล่อเหมือนเดิมนะคะ” ชาล
“เออ ๆ” ว่าแล้วไอ้บิทก็ตรงไปยังตู้กดน้ำซึ่งมันก็กดมาเพียงน้ำเปล่าสองขวด จากนั้นเราสองคนก็ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวมันไก่ด้วยความเร็วแสง จากนั้นก็รีบขับรถกลับโรงพยาบาล ถึงจะอยู่ไม่ไกลกันมากแต่ถ้าเดินก็เหนื่อยไม่น้อย“ตอนอยู่มอต้นน้องก็เหมือนจะชอบมึงไม่ใช่เหรอวะ ทำไมตอนนี้น้องดูไม่สนใจมึงเลย” ไอ้บิทมันเอ
กำลังจะเดินเข้าบ้านแต่ก็ต้องหยุดกึกเพราะสิ่งไม่มีชีวิตหลายตนยืนอยู่แถวหน้าบ้าน“เกิดอะไรขึ้น” ฉันเอ่ยถามเสียงเบาเพราะกลัวว่าคนจะได้ยิน อีกอย่างหน้าตึกมีกล้องวงจรปิดกลัวว่าคนอื่นจะเห็นว่าฉันพูดคนเดียว“ไม่มีอะไรหรอกหนูหมวย เข้าบ้านเถอะ” คุณยายบัวตองที่เคยขอให้ฉันทำบุญให้เมื่อเดือนก่อนเอ่ยบอก“เข้าบ้







