ログインภายในบ้านไม้สไตล์ยุโรปติดแอร์เย็นฉ่ำ
มีร่างคนกับหมากำลังนั่งคุยกันกระหนุงกระหนิงอยู่บริเวณพื้นห้องนั่งเล่น เหนือฟ้ากำลังช่วยแปรงขนให้เจ้าหมาไร้ชื่อ แล้วเริ่มถ่ายรูปของมันเพื่อนำไปติดประกาศตามหาเจ้าของ
"เสร็จแล้ว อืม...พี่คีมีเครื่องปริ้นท์ไหมน้า เผื่อจะติดประกาศแถวนี้เพิ่มอีกช่องทาง" ชะโงกหน้ามองหาเครื่องปริ้นท์เอกสาร โดยลุกไปดูทั่วชั้นล่าง ระหว่างเดินผ่านบาร์ของห้องครัวหรูหรา ดวงตาพลันสะดุดกึกเข้ากับโหลแตงกวาดองนับสิบโหล
เหนือฟ้าเดินไปดูขวดโหลแต่ละไซซ์ที่ใช้ดองแตงกวา พบว่ามีสติ๊กเกอร์แปะเขียนวันที่ดองแตงไว้ด้วย วันที่ 12 ธันวาคม 2566
"ตั้งแต่ปีที่ไปญี่ปุ่นนี่นา หรือว่าแตงกวาที่เรากับพี่คีปลูกเอาไว้ตอนมาไร่เป็นครั้งแรก"
"สวัสดีค่า คุณเหนือฟ้าอยู่ไหมเอ่ย" เสียงของตะโกนดังมาจากหน้าบ้าน
สาวอวบเร่งฝีเท้าออกไปดูขณะที่เจ้าสุนัขโกลเด้นวิ่งนำไปรับแขกเ
สีฝุ่นจูงมือน้ำเงี้ยวกลับเข้ามาในงานทันทีที่สายรุ้งเห็นจึงปรี่เข้ามากุมไหล่ลูกชาย "ฝุ่นไปไหนมาครับ แม่หาอยู่ตั้งนาน""ฝุ่นพาน้องไปเข้าห้องน้ำแล้วก็พาไปหาขนมกินครับ" เด็กชายบอกแล้วเหลือบตามองน้ำเงี้ยวตัวน้อย"งั้นไปนั่งที่โต๊ะเถอะครับ น้ำเงี้ยวไปกับป้าไหมคะเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว" สายรุ้งชวนเด็กหญิงไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน แต่น้ำเงี้ยวเหลือบไปเห็นพ่อที่กำลังเดินเข้ามาในงานพอดี"งิ้วฉะไปหาป้อเจ้า เดี๋ยวมาหาปี้ฝุ่งใหม่เน้อ" น้ำเงี้ยวโบกมือบ๊ายบายสองแม่ลูก เด็กหญิงวิ่งถลาไปกอดขาภาคี "ป้อขี้""เป็นไงบ้างลูก" ภาคีรีบอุ้มลูกสาวจนตัวลอยสูง "หนูเจ๋บตรงไหนก่อ""งิ้วบ่เจ๋บเจ้า แท่ว่าป้อฮู้ได้จะได" มือเล็กประคองแก้มพ่อ"ดีผ่องละตี้หนูบ่เป๋นอะไรมาก และที่ป้อฮู้ก็เพราะว่าพี่น่านฟ้าบอกป้อเองครับ" เขาว่าแล้วเอาหน้าผากชนกับลูกสาว"
น่านฟ้าจูงมือน้ำเงี้ยวมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งมีป้ายเขียนว่า 'ฟาร์มหอยสมปองและสีฝุ่น' ทว่ากลับมีเพียงป้าสายรุ้งที่กำลังคุยกับแขกท่านอื่นที่ภาคีแนะนำให้รู้จักกัน ส่วนสีฝุ่นนั้นกำลังยืนแนะนำอโวคาโดจากไร่กับนักธุรกิจรุ่นราวคราวพ่ออยู่ที่โซนผลไม้"เดี๋ยวงิ้วฉะไปตั๊กตายปี้ฝุ่งเอง" น้ำเงี้ยวเดินนำน่านฟ้าไปหาสีฝุ่นหลังจากที่เด็กชายเพิ่งคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่เสร็จ โดยมีสายตาของภาคีคอยเหลือบมองอยู่ ที่เขาตัดสินใจเชิญสองแม่ลูกมาก็เพื่อทำให้เด็กคนนั้นเห็นว่าธุรกิจหอยกับอโวคาโดสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง"สวัสดีนายสีฝุ่นใช่ไหม" น่านฟ้าทักทายเด็กชายในชุดสูทสีเทาพยักหน้ารับ "ใช่ นายมีอะไรกับเราเหรอ""อ้อ เราแค่จะมาทำความรู้จักด้วยน่ะ เราคือลูกชายของคนที่เชิญนายกับแม่มางาน หอยที่ฟาร์มของตาสมปองอร่อยมากจนป้อเรายังติดใจเลย เราเองก็ชอบมาก เราชื่อน่านฟ้านะ" น่านฟ้ายื่นมือไปให้สีฝุ่นจับสีฝุ่นเขย่ามือน่านฟ้าเบา ๆ "ยินดีที่ได้รู้จักนะน่านฟ้า"น้ำเงี้ยวเห็นพวกพี่ ๆ เขย่ามือกันเธอก็เลยอยากมีส่วนร่วมบ้าง เด็กหญิงวางมือตนเองทับกับมือของสีฝุ่
ความจริงแล้วภาคีไม่ได้ต้องการโอ้อวดสถานะของตัวเอง แต่หลังจากที่เขาซุ่มให้นักสืบของเดอะเซฟเฟอะซิกซ์ตามสืบเรื่องราวความบาดหมางของตระกูลดาลัลอยู่นาน ทำให้พบว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงอสรพิษและเขาต้องการให้มาสฝึกฝนตัวเองเพื่อปกป้องนิ่มฟ้าได้ทั้งตอนนี้และในอนาคตและนี่ก็เป็นโอกาสทองที่เขาจะต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้ และประกาศศักดาให้พวกตีสองหน้ารู้ว่านิ่มฟ้า กฤตกล้าธนาดรคือบุตรสาวของภาคี หนึ่งในทายาทผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทยักษ์ใหญ่ และเป็นหลานสาวของหม่อมเจ้าภูวสิน หรือที่ทุกคนเรียกกว่ามาเฟียผู้คุมอาณาจักรควาย เขาอยากให้กลุ่มคนที่คิดจะทำร้ายมาสกับนิ่มฟ้ารับรู้ว่าต้นตระกูลของเขาแม้ไม่ได้ร่ำรวยเทียบเท่าครอบครัวดาลัล แต่ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าใครช่วงเวลาห้าโมงเย็นบริเวณหน้าบริษัทตึกดำสูงระฟ้ารถลีมูซีนสีขาวติดฟิล์มดำแปะโลโก้ของ Z6 ทะยานเข้ามาจอดหน้าพรมสีแดงที่ปูทอดยาวเข้าไปในตึก ภาคีกระชับสูทสีดำสนิททั้งตัวก้าวขาลงมาจากรถโดยมีทีมบอดี้การ์ดประจำตัวของพี่ชายคนสนิทอย่างซุสคอยดูแลวันนี้เขาสลัดมาดจากพ่อเลี้ยงบ้านไร่คุมควายหลายพันตัวเป็นประธานบริษัทมาดขรึม ผมหยิกหยองของเขาถูกเซ็ตเสยไปด้านหลังเป
เนื่องจากเดือนนี้มีจำนวนวันพระค่อนข้างมากรีสอร์ตประจำไร่จึงมีแพกเกจสำหรับลูกค้าสายบุญ วันนี้นับเป็นวันแรกของเดือนที่เป็นวันพระใหญ่ เหนือฟ้าจึงจัดให้มีการทำบุญโดยการนิมนต์พระสงฆ์มาจากวัดโดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปเองหลังจากที่หลวงพ่อรุ่นตาห้ารูปบิณฑบาตร ณ จุดที่ลูกวัดขับรถมาส่งบริเวณหน้าคาเฟของไร่เรียบร้อย เดือนเพ็ญก็ไหว้วานให้อินเหลาพาหลวงตาทั้งหลายไปส่งหน้าบ้านของภาคีก่อนเดินทางกลับวัดตามที่นัดแนะไว้กับเจ้านายของเธอกริ๊ง!เหนือฟ้าผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วกดรับสายที่ผู้จัดการไร่โทรเข้ามา "ว่าไงคะพี่เดือน อุ๊ย เหนือลืมเลยค่ะว่าวันนี้ทำบุญ" สาวอวบรีบตะกุยผ้าลงจากเตียงแล้วตบก้นสามีที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่บนหมอน "พี่คีคะลงไปตักบาตรกันค่ะ" เธอบอกแล้วหยิบทิชชูเปียกมาซับหน้าซับตาส่งผลให้รอยขีดเขียนบนใบหน้าเปื้อนจนเคลือบดำไปทั่วหลังจากที่แม่บ้านลูกเจ็ดทำให้ตัวเองสดชื่นพอประมาณ เธอจึงเดินไปกดเปิดสวิตซ์ไฟห้องของลูกทุกคนแล้วตะโกนเรียกให้เด็ก ๆ ลงไปทำบุญด้วยกัน "ตื่นเร็วค่ะลงไปตักบาตกับแม่ก่อน"เธอบอกแล้วรีบสับขาลงบันไดเพื่อหอบหิ้วข้าวของไปรอรถพระที่กำลังเดิน
เดือนแรกของการเข้าเรียนอนุบาลหนึ่งผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นแม้ตอนแรกสามแฝดจะร้องไห้โยเย แต่พอได้เพื่อนที่โรงเรียนหนูน้อยก็เริ่มคุยมีเรื่องเล่าหลังเลิกเรียนทุกวันแต่สุดสัปดาห์นี้ชั้นเรียนอนุบาลประกาศหยุดเรียนยาวเนื่องจากที่โรงเรียนถูกใช้เป็นสนามสอบวิชาการอีกทั้งยังเป็นวันหยุดยาวเนื่องจากติดช่วงวันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคลพอดี ถึงแม้วันนี้สามแฝดจะไม่มีเรียนแต่ก็ยังมีการบ้านที่ต้องทำส่งครูตอนเปิดเรียน โชคดีที่ได้นิ่มฟ้ากับน่านฟ้าคอยสอน ทำให้หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวทำเสร็จตั้งแต่เลิกเรียน"วันหยุดทั้งทีป้อก็อยากหยุดแล้วทำอะไรกับแม่บ้าง" ภาคีบอกแล้วเดินเข้ามากอดเหนือฟ้าที่กำลังยืนหวีผมอยู่หน้ากระจก"ทำกิจกรรมเสียเหงื่อเหรอคะ" เธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร เพราะตั้งแต่วันนั้นที่กลับจากสวนดอกไม้ตีนเขา หลังจากขับรถพวกเด็ก ๆ กลับบ้านเขาก็มีงานเข้ามากะทันหัน แล้วจากนั้นก็มีภารกิจเข้าไม่เว้นแต่ละวันทำให้ไม่มีเวลาได้จู๋จี๋กันเท่าไร"อื้อ" เขาพูดเสียงอู้ขณะระดมจูบไปทั่วแผ่นหลังเปลือยของเธอที่ยังอยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนสั้น"คืนพรุ่งนี้เหนือจะจัดให้ดุเด็ดเผ็ดมันเลย" ครั้งน
บริเวณเกือบสุดเขตของไร่พิทักษ์มหิงสาเต็มด้วยคนงานที่กำลังทำแปลงปลูกดอกไม้หลากหลายชนิด แต่ส่วนตีนเขานั่นเว้นที่ว่างไว้เพื่อรอติดตั้งหุ่นไฟเบอร์กลาสตัวใหญ่ยักษ์ ก่อนเดินทางมากับภาคีเหนือฟ้าเปลี่ยนเป็นชุดเอี๊ยมกระโปรงเสื้อแขนยาวและหมวกปีกกว้างซึ่งเข้าคู่กับสามีที่อยู่ในชุดเอี๊ยมกางเกงยีน ส่วนมะต๋าวเป็นชุดหม้อฮ่อมสวมหมวกสานไม้ไผ่พร้อมกับสนับเข่า"พี่คีกำลังจะทำอะไรเหรอคะ ไหนว่าตรงนี้จะปลูกอ้อยไข่ปลาเพิ่มไม่ใช่เหรอ" เธอจำได้ว่าเห็นเขาประชุมร่วมกับเดือนเพ็ญและหัวหน้าคุมสวนแต่ละเขตว่าจะลงอ้อยเพิ่ม แต่แล้วทำไมกลายเป็นแปลงปลูกดอกไม้ไปได้"จำได้ไหมพี่เคยบอกว่าพี่ซื้อไร่ที่ลำพูนเพื่อไถ่ควายจำนวนหนึ่งไว้ที่นั่นแล้วตั้งชื่อว่า 'ไร่เหนือหัวใจ" เพื่อเป็นสัญลักษณ์ความคิดถึงของพี่ที่มีต่อเหนือ ตอนนี้พี่ขายไร่ที่นั่นแล้วและก็ทยอยลำเลียงควายทั้งหมดมาอยู่ที่พิทักษ์มหิงสา และตั้งชื่อตรงนี้ว่า 'สวนดอกไม้เหนือหัวใจภาคี' แล้วก็ตรงบริเวณลานโล่งนั่นพี่ปล่อยว่างไว้พี่จะเอาหุ่นไฟเบอร์กลาสลูกของเราทั้งเจ็ดคนมาตั้งเรียงกัน น่าจะช่วยคลายเหงาเหนือได้บ้างไม่มากก็น้อย" ภาคีอธิบายขณะคอย







