로그인เหนือฟ้าเดินสะบัดสะบิ้งเตรียมเรียกรถกอล์ฟของรีสอร์ตตรงกลับห้องพัก แต่ภาคีเร็วกว่าเพียงแค่ฝ่ามือใหญ่หนายึดข้อมือเธอไว้ กระชากให้หันกลับไปด้วยกำลังเล็กน้อย ตัวของเธอก็ปะทะกับกล้ามอกแน่นเข้าอย่างจัง
"จะไปไหน" "จะกลับห้องพักค่ะ เหนือไม่หิวแล้ว" โครก!!! คราก!!! อยู่ดี ๆ ไอ้ท้องบ้าก็เกิดทรยศขึ้นมา มิหนำซ้ำยังร้องซะเสียงดังน่าเกลียด ภาคีเม้มปากแน่นพยายามกลั้นขำ "อยากขำก็ขำเถอะค่ะ" เหนือฟ้าสะบัดหน้าโกรธแล้วก้มลงมองวงแขนบึกบึนที่รวบเอวเธอไม่ยอมปล่อย เหนือฟ้ายืนตัวเกร็ง "ตอนเด็ก ๆ เหนือคงจำไม่ได้ว่าขี่หลังพี่ประจำ อ้อนให้พี่อุ้มอยู่บ่อย ๆ" ภาคีรำลึกความหลังสมัยเหนือฟ้ามาวิ่งเล่นอยู่บนไร่ชาบนดอยของเขานานร่วมเดือนช่วงที่พ่อแม่ของเธอแวะมาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่ "เด็กขนาดนั้นใครจะจำได้ ยังไงเหนือขอร่างกายคืนด้วยค่ะ" สาวอวบจิกตาขวาง "ทำไมรู้สึกไม่ค่อยอยากคืนซะแล้ว" หน้าขาวโน้มต่ำลงมาให้ริมฝีปากคลอเคลียอยู่แถวหน้าผาก เหนือฟ้ารีบดึงตัวออก แต่วงแขนแกร่งก็ผลักเข้ามาอีก "พี่ภาคี!" "น่ากลัวจัง ปล่อยก็ได้" เขายกแขนแต่เปลี่ยนเป็นรวบตัวเธอขึ้นสูงแทน "นี่....พี่คีปล่อย อุ้มเหนือทำไม ปล่อยสิคะ" ภาคีไม่สนลอยหน้าลอยตาอุ้มสาวอวบหุ่นอุดมสมบูรณ์เดินขึ้นบ้านเนินเขาแบบชิล ๆ "อย่าดื้อสิ พี่ไม่ชอบเด็กดื้อ" "ใครดื้อกัน ที่บอกให้ปล่อยเพราะว่าเป็นห่วงกลัวจะปวดแขน" "พี่เล่นเวท น้ำหนักตัวแค่นี้ไม่ทำให้ปวดแขนหรอกครับบะหนุนน้อย" "คะ.....เรียกเหนือว่าอะไรนะ" "บะหนุนน้อย" ภาคีก้มกระซิบข้างหู เหนือฟ้าขนลุกเกรียว "หมายถึงขนุนเหรอ" "ครับ พี่ชอบกินขนุน" เขากล่าวโดยไม่สบตา แต่คนฟังกลับหัวใจเต้นตึกตักจนพูดอะไรไม่ออก ชายหนุ่มอุ้มเหนือฟ้ามาวางลงบนเสื่อ โดยมีสายตาทุกคนจดจ้องมองอย่างลุ้นระทึก "ผมขอความกรุณากินหมูกระทะกับน้องสองคนได้ไหมครับ" ภาคีถามด้วยใบหน้าราบเรียบ ทั้งพ่อแม่เขาและพ่อแม่ของเหนือฟ้าและพี่สาวของเธอต่างรีบพยักหน้าตกลงในทันควัน "กินกันเถอะ พี่ก็หิวเหมือนกัน" เขาบอกพลางคีบมันหมูก้อนใหญ่มาวางบนยอดเตา รินน้ำซุปราดไปตามช่อง สาวอวบอาสาหยิบผักมาใส่ในหลุมวงกลม แล้วช่วยเขาคีบเนื้อสัตว์และลูกชิ้นต่าง ๆ มาย่างจนเต็มกระทะ "รอกินเฉย ๆ พี่ทำเอง" เจ้าภาพคีบหมู คีบนั่นคีบนี่จนพูนถ้วย "พี่เห็นเหนือเป็นหมูหรือไง ตักให้ซะเยอะแยะ" "ไม่ใช่หมู แต่เป็นขนุนลูกกลม ๆ" เขาบอกแล้วคีบหมูบนกระทะมาเป่าให้หายร้อนแล้วจุ่มลงในถ้วยน้ำจิ้มยื่นไปตรงหนของเหนือฟ้า "ในถ้วยนี่ก็มีเหนือกินเองได้ค่ะ" ภาคีรีบดึงถ้วยของสาวอวบมาไว้ฝั่งตนเอง "เป็นถ้วยพี่แล้ว" "เอ๊ะไอ้...." กะว่าจะด่าสักหน่อย แต่เห็นเขาทำหน้าจ๋อยใส่ก็เลยต้องรีบรูดซิปปาก "เป็นอะไรคะ" "เปล่า..." เขาดึงตะเกียบที่คีบหมูให้เธอกลับไปใส่ปากตนเอง แล้วหยิบถ้วยของเธอมาคืน สงสัยจะโกรธ คนอะไรตัวก็ใหญ่ ใจยังกะลูกหมา ครืด!! ครืด!! เขากดรับโทรศัพท์ "จ๋า" แค่คำว่าจ๋าคำเดียวหัวใจเธอก็ตกไปอยู่ตาตุ่มแล้ว คนที่โทรมาต้องเป็นแฟนแน่ ๆ เหนือฟ้ายัดหมู ยัดผัก ยัดแมงกระพรุนจนเต็มปาก ภาคีที่กำลังคุยโทรศัพท์ถึงกลับชะงักงันมองดูอย่างยิ้ม ๆ แล้วรีบลุกไปคุยโทรศัทพ์ให้จบ "จะกินให้ตัวแตกไปเลย ไม่ลงไม่ลดแล้วน้ำหนัก จะกินให้เป็นขนุนร้อยโลเลยคอยดู" คนตัวสูงกลับมานั่งที่เดิมแต่เหนือฟ้ากลับมาอยู่ "พี่ไนท์ครับเหนือไปไหนเหรอ" "อ๋อไปเข้าห้องน้ำจ้ะ" "ฮึก...ฮึกท้อชะมัด เสียใจทีไรกินจุทุกที" หญิงสาวสะอึกสะอื้นอยู่ตรงพงหญ้าข้างห้องน้ำ ขณะที่ตนเองกำลังสิ้นหวังท้อแท้เสียงเตือนของแอปในโซเชียลก็ดังขึ้น "เหมือนแกเลยอ่ะ" เพื่อนที่คณะคนนึงแท็กรูปหมูป่าส่งมาให้เธอในแอปยอดฮิต ภาคีเดินตามหาเห็นเหนือฟ้ากำลังนั่งยอง ๆ อยู่ในมุมมืดน้ำตาเปื้อนเต็มดวงหน้าเขาจึงไม่กล้าเข้ามาทัก ทำได้แค่แอบดูอยู่ใกล้ ๆ ไม่ให้เธอรู้ตัว "ยัยเบญจานี่อีกแล้วเหรอ คำก็หมูสองคำก็หมู" เหนือฟ้ารีบปิดโทรศัทพ์ ภาคีทนดูไม่ไหวชายหนุ่มรีบเดินเข้ามาแล้วแย่งสมาร์ทโฟนไปจากมือ "เฮ้ย...พี่คีเอาโทรศัพท์เหนือมา" เขาไม่ยอมคืนให้แถมยังชูขึ้นเหนือหัว แล้วเอี้ยวตัวหลบ "ขอพาสเวิรด์หน่อย" "จะทำอะไรคะ" เหนือฟ้าพยายามจะกระโดดแย่งอุปกรณ์สื่อสารของตนคืนมา "บอกว่าจะเอาพาสเวิรด์ไง" เร่งด้วยสีหน้าไม่พอใจ "261297" เจ้าของโทรศัพท์ตัดสินใจบอกรหัส ภาคีชะงักเพราะรู้สึกว่ารหัสมันเหมือนวันเดือนปีเกิดของเขา แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้ถาม เขาเลือกที่จะเข้าไปหน้าโซเชียลมีเดียของเหนือฟ้า และดูที่แท็กล่าสุดเพื่อกดเข้าไปดูโปรไฟล์คนที่หาเรื่องบูลลี่บ่ะหนุนน้อย จากนั้นจัดการแคปหน้าจอและแอดเป็นเพื่อนกับเหนือฟ้าเสร็จสรรพโดยไม่คิดจะขออนุญาตเจ้าของสักคำ ปิดท้ายด้วยการส่งหน้าจอไอจีคู่กรณีของเธอส่งเข้าแชตของตนอีกที "อ้ะ...คืน มีแชตพี่แล้วนะ" เขายิ้ม "พี่คีเอาหน้าโปรไฟล์ของยัยเบญจาไปทำอะไร" "ทำไมกลัวพี่จะจีบเขาเหรอ" ภาคีดันไหล่เหนือฟ้าไปติดกับผนัง "ฮ่าฮ่าทำไมต้องกลัวด้วยคะ ยังไงเหนือก็สู้ไม่ได้อยู่แล้ว" สาวแก้มยุ้ยรีบมองนั่นมองนี่เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่จุกแน่นอยู่เต็มอก ภาคีกัดกรามแน่น เด็กคนนี้ทำไมชอบเหยียบย่ำตัวเองนัก "สู้ไม่ได้ตรงไหน" "หุ่นเหนือยังกะตุ่มขนาดนี้ คนระดับพี่คีของไม่แลเหลียวหรอกจริงไหม" "เป็นตุ่มไม่ดีตรงไหน จุน้ำได้ตั้งเยอะ" "จุน้ำ...น้ำอะไร" "น้ำฝนไง คิดว่าน้ำไหน" "เปล่านี่ไม่ได้คิดว่าน้ำอะไรค่ะ" สาวแก้มยุ้ยหลบหลีกสายตาร้อนแรง ขณะที่สันกรามหล่อคมทะยานต่ำลงมาคลอเคลียแนบชิดขมับ "สนใจไปเป็นตุ่มเก็บน้ำฝนบ้านพี่ไหมล่ะ" เหนือฟ้ารีบตวัดมองอย่างไม่แน่ใจ "เรื่องอะไรต้องเป็นตุ่มใส่น้ำบ้านพี่คีด้วย” “ก็ตุ่มบ้านพี่ไม่พอใช้" จมูกโด่งสาละวนอยู่แถวเรือนผมหอม “ก็ไปซื้อเอาสิ พิลึกคน” “ก็ไม่อยากซื้ออ่ะ” ภาคีดึงหน้าออกแล้วเล่นหูเล่นตาใส่ แต่สีหน้าท่าทางของเขามันหล่อจนบาดจิตบาดใจเหนือฟ้าไปหมด ขืนยังสนทนากับเขาอยู่แบบนี้ เขาต้องจับได้แน่นอนว่าเธอเป็นแฟนคลับลับ ๆ ที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวตน "เอ่อ....เหนืออยากกลับห้องแล้วค่ะ" สาวอวบเลิ่กลั่กทำท่าจะวิ่งหนี แต่เรียวแขนของภาคียื่นมากั้นขวางลำตัวของเธอ "ถึงกับชวนเข้าห้องเลยเหรอ น่ารักจัง" "บ้า....พี่คีอ่ะบ้า เหนือบอกว่าจะกลับห้อง เหนือจะอาบน้ำเหนือเหม็นหมูกระทะ ใครจะชวนพี่คีเข้าห้องกัน คนโรคจิต" ริมฝีปากแดงเหยียดยิ้มนึกสนุกที่ได้แหย่ให้ขนุนน้อยแตกตื่น "ล้อเล่นน่า พี่แค่จะไปส่งเฉย ๆ ป่านนี้คนอื่นเขาคงกลับห้องกันหมดแล้ว มืด ๆ ค่ำ ๆ เหนือกลับคนเดียวพี่เป็นห่วง"หลังเสร็จธุระที่โรงพยาบาลทุกคนจึงกลับมาปรึกษาเรื่องมะต๋าวที่โรงแรม เหนือฟ้าจึงตัดสินใจว่าจะพามะต๋าวกลับบ้านก่อนเพราะหมอแนะนำให้ฟื้นฟูจิตใจลูกด้วยการให้มองวิวทิวทัศน์และทัศนียภาพที่โล่งกว้าง ดังนั้นการพากลับไร่พิทักษ์มหิงสาคือวิธีที่ดีที่สุด"เฮ้อ เนี่ยแหละนะเขาถึงบอกว่ามีแม่เมื่อพร้อม ต่อไปไม่ต้องไปพบเจออะไรแบบนั้นแล้วนะลูกเอ้ยมะต๋าวหลานตา" ตาทัพฟ้ายื่นมือไปทาบลงบนหัวเล็กที่กำลังนอนดูดนมอยู่ในอ้อมอกพ่อ"แล้วยัยเหนือจะกลับเลยเหรอแม่จะได้ไปเก็บของที่ห้องพัก พวกเราจะได้พาเจ้าตัวเล็กไปพักผ่อน" ยายนับเก้าถามพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้มองดูมะต๋าวตัวน้อยด้วยความรู้สึกสงสาร"ได้ค่ะ งั้นเหนือฝากแม่หน่อยนะคะ" เหนือฟ้ายิ้มเห็นด้วยกับแม่ขณะที่เด็กทั้งหกคนกำลังด้อม ๆ มอง ๆ ผู้ใหญ่ที่กำลังพูดคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ด้านนอกห้องรับแขก มีเพียงบะแต๋งที่จับใจความเรื่องทั้งหมดได้ว่ามะต๋าวกำลังป่วย แต่เด็กชายไม่รู้ว่าน้องป่วยเป็นอะไรเพราะตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลทุกคนก็เอาแต่เงียบ แม่เองก็มีสีหน้าทุกข์ใจ พ่อก็ขมวดคิ้วย่นติดกันตลอดเวลา"ฉะหยุบแล้วมันเกิดหยังก๊ะอ้ายแต๋ง"
เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมทั่วห้องประชุมมืดสลัวมัวตา แม้จะมีเสียงพนักงานบริษัทที่กำลังอธิบายสไลด์นำเสนออยู่ที่หน้าจอโพรเจกเตอร์ ทว่าทั้งพ่อและแม่กลับนั่งเงียบเชียบไม่พูดไม่จายิ่งทำให้หนูน้อยย้อนนึกถึงเมื่อครั้งที่ตนเองถูกแม่ใจร้ายพาไปที่ไหนสักแห่ง สถานที่นั้นค่อนข้างคับแคบ อุดอู้และทำให้รู้สึกหายใจไม่ออกตุ้บ!เสียงของน้ำขวดบนโต๊ะประชุมที่ถูกพนักงานหญิงคนหนึ่งเผลอปัดจนตกลงมา ทำให้ภาพและเสียงในหัวของมะต๋าวยิ่งชัดเจน วันนั้นหนูน้อยจำได้ว่าหลังจากที่แม่ตะคอกเสียงดังด้วยท่าทีถมึงทึงและแววตาโกรธกร้าว จากนั้นแม่ก็อุ้มเข้าไปวางไว้ในอะไรสักอย่างแล้วก็มีเสียงดังปึ้ง ทุกอย่างรอบตัวมืดมิดอย่างฉับพลันเหลือเพียงแสงรำไรที่ลอดเข้ามาใต้ประตูตอนนั้นหนูน้อยกลัวมากจนตะเบ็งเสียงร้องจ้า แต่ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมาไม่มีเสียงแม่ ไม่มีเสียงของใครเลยสักคนพอรู้ตัวว่าอยู่คนเดียวในความอนธการ ความหวาดวิตกก็ยิ่งก่อตัวขึ้น แต่หนูน้อยก็พยายามที่จะร้องให้ดังสุดเสียงหวังว่าใครสักคนอาจจะได้ยินแล้วพาหนูน้อยออกจากที่น่ากลัวตรงนั้นมะต๋าวจำได้ว่าวันนั้นตนเองร้องไห้จนเหนื่อย พอเ
"พี่คีคะตื่นได้แล้ว" เหนือฟ้าที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จโน้มตัวลงจุ๊บแก้มคนขี้เซาให้ตื่นขึ้น "มีประชุมตอนเก้าโมงไม่ใช่เหรอคะ""อื้อ ง่วงอ่ะ" เขาบ่นอู้อี้อยู่ใต้ผ้าห่มแล้วฉุดข้อมือเธอจนล้มลงบนเตียง"อย่างอแงสิคะ ไปอาบน้ำเร็วเข้าเดี๋ยวแม่เหนือจะเอามะต๋าวมาส่งที่ห้องค่ะ" เหนือฟ้าสั่งเสียงเขียวแล้วฟาดมือลงไปที่บั้นท้ายของภาคีเบาเบา"ก็ได้ครับ" เขาบอกแล้วลุกขึ้นนั่งในสภาพผมเผ้าชี้ฟูไปคนละทิศละทางก๊อก! ก๊อก!"มะต๋าวมาแล้ว" เหนือฟ้ารีบวิ่งไปเปิดประตูต้อนรับลูกชายเข้ามา "มะต๋าวแม่มาแล้วค่ะ ไปหาป้อกันครับ" เหนือฟ้ากางแขนรอให้ลูกชายโผตัวเข้ามากอด แต่มะต๋าวกลับซุกหน้าลงกับอกยายไม่ยอมสบตาเธอด้วยซ้ำ"สงสัยหลานจะงอนน่ะลูก ตอนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วไม่พบพ่อกับแม่เจอแต่ตากับยายก็ร้องไห้ใหญ่โต แม่ก็เลยต้องไปปลุกนิ่มฟ้ากับน่านฟ้ามาปลอบ ดีหน่อยยังติดพี่สาวพี่ชายบ้างถ้าติดแต่พวกลูกสองคนละก็คงไม่ต้องทำมาหากินอะไรแล้ว""เขาคงจะแปลกที่นอนด้วยค่ะ โอ๋โอ๋มะต๋าวของแม่หายงอนแม่นะครับ น้าาา" เหนือฟ้ารีบแย่งมะต๋าวมาจากยายนับเก้า"งองงอง" มะต๋าวที่จดจำคำพูด
เจ้าของวงแขนใหญ่ช้อนร่างกายนุ่มเต็มแน่นทุกสัดส่วนวางลงที่เตียงนอนคิงไซซ์แล้วกระโจนลงมาด้วยความเร็วเหนือฟ้าที่ไม่ทันได้ตั้งตัวสะดุ้งตกใจเมื่อเรียวลิ้นเกรี้ยวกราดรัดรึงรอบชิวหาของเธอจนพ่นคำพูดใด ๆ ไม่ออกจูบนี้ของภาคีดุเดือดเสมือนถูกเขาผลักลงไปในสนามรบ เล่นเอาวิญญาณในร่างถึงกับแตกดับเมื่อถูกกระตุ้นให้เคลิบเคลิ้นในรสจูบ เธอก็จำต้องปล่อยใจลอยไปตามบทเพลงหวามที่เขาควบคุม เหนือฟ้าจูบตอบและสนองคืนอย่างช่ำชอง"อื้อหนุนน้อยดุจัง" เขาผละริมฝีปากออกแล้วล็อกหัวเธออีกครั้งเพื่อบดจูบที่หนักหน่วงกว่าเดิมเสียงของริมฝีปากปะทะงับดูดกันเป็นพัลวัน ฝ่ามือหยาบกร้านสองข้างก็คอยนวดเค้นคลึงยอดถันสีชมพูอ่อนอย่างมันมือ ไม่นานนักจุกสวยก็ดีดเด้งออกมาจากป้านวงกลมจนตุ่มไตสองข้างตั้งชันเสมอกัน ปากร้ายของภาคีจึงถอนออกแล้วกลืนกินทั้งเต้าของเธอ"ฮึ่ม อื้อ" เหนือฟ้าครางและแอ่นอกสองข้างให้ภาคีดุนดันให้หนำใจ ตอนนี้เขาได้กลายร่างจากมนุษย์พ่อสู่ลูกคนที่แปดไปเรียบร้อยที่สำคัญเขายังดูดอกของเธอประหนึ่งว่าจะมีน้ำนมจริง ๆ ออกมาให้ดื่ม "พี่คี หิวเหรอคะฮึฮึ"เธอถามพลางหั
เหนือฟ้ามุ่นคิ้วมองคนเมาด้วยความโกรธ ทั้งที่เธออุตส่าห์ถ่างตาแต่งชุดวับแวมเพื่อยั่วยวนเขา แต่พ่อคุณดันเมาหัวราน้ำแถมยังมาหาว่าเธอตัวหนัก น่าตีชะมัด ไม่รู้ละเธอจะไปนอน"เชิญนอนไปคนเดียวเลย ฝันดี" เหนือฟ้ากระแทกเสียงแล้วก้าวขาลงจากโซฟา แต่ฝ่ามือที่ไวกว่ารวบคว้าเข้าไปกอด ทำให้สองเท้าที่ยังไม่ทันจะตั้งหลักเซถลาจนล้มลงบนตักเขา. "พี่ขอโทษหนุนน้อย ขอโทษครับ" เสียงแหบพร่าไล่รดทั่วต้นคอ ตามด้วยมือหยาบกระด้างที่กำลังสอดเข้าไปใต้กระโปรงซีทรูสีฟ้าอ่อน ปลายนิ้วร้ายชอนไชไปหาจุดอ่อนไหวที่ฝังตัวอยู่ในรอยแยกเบียดแน่น"อ๊า...พี่คี อื้อ...." เสียงของเหนือฟ้าขาดช่วงเพราะแพนตี้ลูกไม่ตัวบางกำลังถูกปลายนิ้วหนาแหวกออก แล้วจุ่มจ้วงทะยานเข้าไปในหลุมร้อนชื้นอย่างฉับพลัน "พ..พรุ่งนี้เหนือจะไปช้อปปิ้งให้แหลกเลย""เอาบัตรพี่ไปรูดใช้ได้ตามสบาย" เสียงเข้มกระซิบกระเซ่าตามด้วยการจับขาอวบสองข้างให้ตั้งคร่อมระหว่างขาของเขา ขณะที่มืออีกข้างสำรวจขึ้นไปเหนือเต้าอิ่มที่ทะลักล้นออกมาจากบราลูกไม้สีฟ้าเหนือฟ้าแหงนหน้าขึ้นคลี่ยิ้มบาง ๆ พลางเอนตัวทิ้งน้ำหนักไปด้านหลังให้เขาลงน้ำหนักกับเรณูเ
ครอบครัวคนเลี้ยงควายเดินออกมาส่งครอบครัวของมาสที่ต้องเดินทางกลับก่อนเวลา เนื่องจากเขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศพร้อมกับพ่อแม่แล้วจึงบินกลับมาจัดการเรื่องงานหมั้นในสัปดาห์หน้าอีกทีภาคีจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองเอ่ยคำร่ำลากันโดยการยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรบกวน"เราสองคนก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วเนอะ คู่หมั้นที่แปลว่าโตไปเราจะแต่งงานกัน" มาสเอ่ยด้วยแววตามั่นคง"ถ้าโตไปแล้วอ้ายมาสเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่งกับนิ่ม นิ่มก็ไม่ว่าอะไร" แม้เด็กหญิงจะบอกแบบนั้น แต่ใจก็รู้สึกหวั่นกลัว กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปรักคนอื่นมาสยกมือประคองแก้มป่องของนิ่มฟ้าแล้วรั้งเข้ามาหา "อ้ายไม่เปลี่ยนใจ""โอ๊ย ยดน้ำตาลฟ่ำ" น้ำเงี้ยวยื่นหน้าเข้ามาแซวพี่หลังจากที่มาสเดินจากไป สีฝุ่นกับแม่ก็เตรียมเดินกลับโรงแรมด้วยกันเนื่องจากที่พักที่ภาคีจองไว้ให้อยู่ห่างจากบริษัทไปเพียงแปดร้อยเมตรเท่านั้น แต่น้ำเงี้ยวรีบวิ่งไปดักหน้าทั้งคู่"ฉะไปตี้ไหน งิ้วไปโตยได้ก่อ" น้ำเงี้ยวอ้อนสายรุ้งแล้วหันไปขอความเห็นจากสีฝุ่น"คุณสายรุ้งกับน้องฝุ่นไปรถผมเถอะครับ วันนี้ผมก็เปิดห้องพักที่โรงแรมเดี







