เข้าสู่ระบบแสงตะวันในยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอน อาทิตย์กับลลินนอนกอดกันกลมที่โซฟาตัวหรู ซึ่งทั้งสองคนกำลังนอนชมบรรยากาศในยามเช้าของทะเล
“ลลินครับ” เอ่ยเรียกชื่อคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพร้อมกับเอื้อมมือหนาปัดปอยผมของเธอไปด้านข้าง
“หื้ม”
“เจ็บมากไหม”
“ไม่ค่ะ”
“พี่ขอโทษนะครับ พี่พยายามแล้วจะไม่รุนแรง แต่ก็หักห้ามใจตัวเองไม่ได้ทุกที” เอ่ยขึ้นอย่างสำนึกผิด
“หนูไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะ พี่อาทิตย์อย่าโทษตัวเองเลย” แหงนหน้ามองใบหน้าคมคายของสามี จากนั้นยกมือเรียวแตะแก้มสาก ก่อนเขาจะโน้มหน้ามาจูบหน้าผากมน
“ไม่สบายเหรอ” ความร้อนแผ่ซ่านจากตัวเธอ ชายหนุ่มล่วงรู้ได้ทันทีว่าร่างกายของคนในอ้อมกอดผิดปกติ
“เปล่าค่ะ” ว่าแล้ว ดวงตากลมโตปิดลงอย่างเชื่องช้าด้วยความหนักอึ้งของเปลือกตา
“ลลินครับ ช่วงบ่ายเรามีนัดกับทนาย”
ถ้อยคำของคนตัวโต ส่งผลให้ลลินอึ้งครู่หนึ่งก่อนครุ่นคิดบางอย่าง เธอไม่เปล่งประโยคใดออกมาให้ชายหนุ่มรับฟัง
ความเงียบเข้ามาปกคลุมภายในห้อง อาทิตย์รู้สึกแปลกใจมากก่อนก้มหน้ามองคนในอ้อมแขน สีหน้าและท่าทางของเธอกำลังฉายถึงความกังวล
“ลลิน”
“คะ” คนตัวเล็กสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เธอเงยหน้ามองเขาอย่างชักช้า คิ้วเรียวเลิกขึ้นเชิงสงสัย
“เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงเงียบ”
“พี่อาทิตย์คะ ถ้าเกิดวันหนึ่งหนูทำผิดกับพี่ขึ้นมา พี่จะโกรธหรือเกลียดหนูหรือเปล่า”
“ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะครับ พี่ใจไม่ดีเลยรู้ไหม” อาทิตย์รู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างจากตัวเธอ ทำเอาใจหวิว ๆ อย่างบอกไม่ถูก
“หนูแค่ถามเฉย ๆ” ส่งยิ้มอ่อนแก่คนตัวโต “บอกหน่อยสิคะ” เธอคะยั้นคะยอขอคำตอบจากเขา
“ก็ต้องดูแหละว่าเรื่องที่ลลินทำผิดกับพี่ร้ายแรงมากแค่ไหน”
“ถ้าสมมุติว่าร้ายแรงมาก ๆ ล่ะคะ พี่อาทิตย์จะเกลียดหนูไหม” หญิงสาวสบตาคมกริบอย่างรอลุ้นในคำตอบของเขา บัดนี้ใจสาวเต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะ
“เกลียด”
คำตอบสั้น ๆ จากริมฝีปากหยักได้รูป ทำเอาลลินชะงักทีเดียว เธอถึงกับหายใจไม่สะดวกราวกับมีก้อนจุกติดบริเวณลำคอ ก่อนใบหน้าหวานจะร้อนผ่าวและน้ำตาคลอ
“ลลิน” เขาเรียกชื่อเธออย่างตะลึง จู่ ๆ ภรรยาสาวร้องไห้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“อึก” เมื่อได้สติเธอรีบเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว
“เป็นอะไร ร้องไห้ทำไมครับ เจ็บเหรอ” อาทิตย์เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ไม่วายคว้าคนตัวเล็กเข้าสู่วงแขน จากนั้นซับน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน
“เปล่าค่ะ” เผยยิ้มอ่อนกับชายคนรัก
“พี่รักลลินนะครับ” เขากระชับกอดเธอแน่น
“อืม” พยักหน้าทั้งน้ำตา พอนึกถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ทำเอาหวาดกลัวเหลือเกิน เธอไม่อยากให้เขาเกลียดตัวเองเลย แต่ไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ
หญิงสาวหลับตาพริ้มในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ปลดปล่อยร่างกายให้ผ่อนคลายไปกับสัมผัสของเขา วินาทีนี้เธอไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น นอกจากขออยู่เงียบ ๆ ในวงแขนของอาทิตย์
เมื่อถึงเวลานัดหมายกับทนาย ทั้งคู่เดินไปยังห้องพักบุพการีของลลิน ระหว่างชายหนุ่มกำลังจะเอื้อมมือเคาะประตูห้อง ทันใดนั้นลลินรั้งแขนแกร่งพร้อมกับหันมองหน้าหล่อเหลาทำเอาอาทิตย์เกิดความสงสัยในพฤติกรรมของคนข้างกาย
“มีอะไรเหรอครับ”
“เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะคะ”
“ไม่ครับ พี่สัญญากับคุณพ่อไว้แล้วถ้าได้แต่งงานกับลลิน พี่จะเซ็นยกทุกอย่างให้ลลิน”
“พี่อาทิตย์คะ ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้” เธอรู้สึกผิดเหลือเกินที่ต้องทำให้เขากลายเป็นคนไร้ทรัพย์สิน หลังจากเขาเซ็นมอบทุกอย่างให้ตนเอง
“รู้ไหมว่าลลินสำคัญกับพี่มาก ถ้าไม่มีลลินก็ไม่มีความหมาย อีกอย่างคุณพ่อของลลินก็เป็นเพื่อนสนิทของพ่อพี่ ที่ผ่านมาท่านคอยช่วยเหลือพี่มาตลอด สิ่งที่ทำให้ลลินยังเทียบไม่ได้กับสิ่งที่พี่ได้รับมาเลย”
“พี่อาทิตย์คะ แต่…”
“ไม่ต้องพูดแล้วครับ” นิ้วยาวแตะลงบนกลีบปากอวบอิ่ม บ่งบอกให้รับรู้ว่าห้ามพูดประโยคใดอีก ในเมื่อเขาตัดสินใจดีแล้ว จึงไม่ขอเปลี่ยนแปลงอีกเด็ดขาด
“พี่อา…”
“มากันแล้วเหรอ” ก่อนลลินจะได้พูด เสียงของนวินดาก็ดังแทรกขึ้น “เข้ามาสิ” เหลือบมองลลินแวบหนึ่ง แล้วชักชวนคนทั้งสองให้เข้าข้างใน
“ไปกันเถอะ” อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของภรรยาสาวแล้วจูงเข้าข้างใน การกระทำของชายหนุ่มตกอยู่ในสายตาหญิงวัยกลางคน
‘พี่อาทิตย์คะ หนูขอโทษ’ ทำได้แค่พูดในใจและก้าวเดินตามหลังสามีหนุ่มเข้าด้านใน และไม่วายชำเลืองดูนวินดา เช่นเดียวกับหญิงวัยกลางคนจ้องเขม็งเธอ
“มาช้ากันจัง” ทันทีที่ลลินกับอาทิตย์ปรากฏ เสียงคุณากรบิดาของหญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างไม่พึงพอใจ
“ก็มัวแต่โอ้เอ้อยู่หน้าห้องไง” ไม่ใช่เสียงลลินกับอาทิตย์ แต่เป็นเสียงของนวินดาที่ดังตามหลังคนทั้งสอง หญิงวัยกลางคนจ้องมองลลินแวบหนึ่งแล้วหย่อนตัวนั่งลงข้างสามี
“ขอโทษด้วยนะครับ เป็นความผิดของผมเอง”
“เอาละ มาแล้วก็รีบนั่งลงเถอะ” คุณากรพูดตัดบท เนื่องจากกลัวจะยืดยาวไปมากกว่านี้
“นี่ครับ” หลังจากเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ทนายไม่รอช้ารีบยื่นหนังสือสัญญาให้แก่ชายหนุ่ม อาทิตย์รับมาอ่านก่อนจรดปลายปากกาลงบนกระดาษทุกฉบับจนเสร็จแล้วคืนทนาย
หลังจากทุกอย่างถูกดำเนินการเสร็จเรียบร้อย ทนายหนุ่มก็จากไปทันใด ตอนนี้ภายในห้องจึงเหลือเพียงเฉพาะคนในครอบครัว
“พ่อขอบใจอาทิตย์นะ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลลินมากขนาดนี้”
“ผมต่างหากต้องขอบคุณคุณพ่อ ทำให้ผมกับลลินได้เจอกัน” อาทิตย์กุมมือเรียวของคนตัวเล็กพร้อมหันหน้ามองลลิน เขาส่งยิ้มหวานแก่เธอ
การกระทำของชายหนุ่มแสดงออกกับลลิน ทำให้คุณากรและนวินดาหันมองหน้ากัน จากนั้นเผยยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เห็นรักกันดีแบบนี้ แม่ก็ดีใจนะ”
“ผมสัญญานะครับ ว่าผมจะดูแลลลินให้ดีที่สุด” เพราะเธอคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา
“วันนี้พ่อกับแม่ต้องเดินทางกลับแล้ว อาทิตย์กับลลินจะอยู่เที่ยวที่นี่ต่อก็ได้”
“ทำไมรีบกลับจังเลยครับ”
“พ่อกับแม่มีธุระด่วน”
“เสียดายจังเลยนะครับ ผมอยากจะชวนคุณพ่อคุณแม่มากินข้าวเย็นด้วยกันสักหน่อย”
“เอาไว้โอกาสหน้าเถอะ”
คุณากรชำเลืองมองลูกสาวที่นั่งเงียบตั้งแต่เข้ามา ก่อนพูดขึ้นส่งผลให้ลลินสะดุ้งเล็กน้อย
“ฝากดูแลอาทิตย์ให้ดี ๆ ด้วย”
“…” ลลินไม่ตอบบิดา หญิงสาวแค่ส่งยิ้มอ่อน ๆ
“งั้นผมขอพาลลินไปหาอะไรกินก่อนนะครับ”
“ตามสบายเถอะ”
หลังจากลลินกับอาทิตย์ออกจากห้องพัก เขาก็พาหญิงสาวไปรับประทานอาหาร พอเสร็จก็ไปเดินเล่นแถวชายหาด ซึ่งเธอเอาแต่เงียบไม่พูดอะไรสักคำราวกับกำลังคิดอะไรสักอย่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ทันใดนั้น ลลินเกือบชนเข้ากับนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง โชคดีอาทิตย์ไวกว่าจึงคว้าภรรยาสาวเข้าสู่วงแขนได้ทัน
“ว้าย!”
“เป็นอะไรหรือเปล่า” มองคนในอ้อมกอดด้วยความเป็นห่วง
“เปล่าค่ะ ขอบคุณนะคะ” เธอผละออกห่างอาทิตย์ แล้วเดินนำหน้าชายหนุ่มไป โดยไม่สนใจคนตัวโตกำลังมึนงงกับท่าทางของเธอ
“เป็นอะไรหรือเปล่า ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” ชายหนุ่มวิ่งตามหลังภรรยาคนสวยอย่างรวดเร็ว ก่อนโอบกอดเธอจากด้านหลัง
“พี่อาทิตย์” เอี้ยวหน้ามองคนตัวโต
“เป็นอะไรครับ”
“เปล่าค่ะ” ฝืนส่งยิ้มแก่เขาเพื่อต้องการปกปิดความรู้สึกส่วนลึกในใจ
“แค่คืนเดียวก็เบื่อพี่แล้วเหรอ ใจร้ายจัง”
“ไม่ใช่นะคะ หนูแค่…”
“ลลินครับ” เขาจับหัวไหล่บอบบางให้หันหน้ามาประชันกัน แล้วเหลือบมองกลีบปากอมชมพูก่อนสบตาคู่หวาน “อย่าคิดอะไรที่ทำให้ตัวเองรู้สึกไม่ดีเลย เข้าใจไหม”
“ค่ะ” เธอไม่อาจพูดอะไรไปมากกว่านี้ ทำได้แค่ตอบรับสั้น ๆ
“น่ารักจัง เมียพี่” ดึงเธอเข้าสู่วงแขนพร้อมเอื้อมมือหนาลูบแผ่นหลังเล็กเบา ๆ
“หนูรักพี่อาทิตย์”
“พี่ก็รักลลินครับ” เขาเชยปลายคางมนขึ้นมา จากนั้นทาบริมฝีปากหยักบนปากอมชมพู ตวัดลิ้นเลียกลีบปากนุ่มพลางดูดดื่มชิมความหวานจากโพรงปากสาว แล้วถอนจูบออกอย่างชักช้า ก่อนหันมองวิวท้องทะเลตรงหน้าอย่างผ่อนคลาย
“ฮึก คุณแคสเตอร์” เธอเงยหน้ามองเขาอย่างตกตะลึงรู้สึกปวดใจเหลือเกินกับถ้อยคำนั้น“เลิกแกล้งลลินสักทีเถอะ” ฮันนี่พูดแทรกบทสนทนาระหว่างเขากับลลิน ก่อนเดินมาหยุดข้างกายชายหนุ่ม “เช็ดหน้าก่อนสิคะ” ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้แก่ลลิน“นี่มันเรื่องอะไรกัน” ปรายตามองคนตรงหน้าสลับกันไปมาอย่างงุนงง คำพูดของฮันนี่เมื่อสักครู่ทำให้ลลินสับสนไม่น้อย“เรื่องลูกของคุณ ฉันไม่ต้องการหรอกค่ะ เพราะ…” ว่าแล้ว ก้มหน้ามองท้องแบนราบของตัวเองพร้อมกับเอื้อมมือลูบอย่างแผ่วเบาท่าทางกับคำพูดของฮันนี่ทำให้ลลินเดาได้ทันที เธอชำเลืองมองแคสเตอร์อย่างเจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงหัวใจอย่างถี่รัว ก่อนก้มหน้างุดอย่างเสียใจพร้อมน้ำตาไหลรินต่อเนื่องไม่ขาดสาย“เด็กในท้องฉันไม่ใช่ลูกของแคสเตอร์หรอก”“หมายความว่าไง” ลลินชะงักกับคำพูดต่อมาของฮันนี่ ก่อนถามขึ้นอย่างต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม“ฉันไม่ได้ท้องกับแคสเตอร์ ฉันแต่งงานแล้ว” ฮันนี่ยกแขนข้างซ้ายขึ้นเพื่อต้องการโชว์แหวนเพชรตรงนิ้วนางข้างซ้ายให้ลลินดู จากนั้นต่อสายหาใครคนหนึ่ง “ที่รักคะ มานี้หน่อยสิ”หลังจากฮันนี่วางสายเพียงไม่นาน ประตูห้องถูกเปิดออกเผยให้เห็นชายหนุ่มลูกคร
ช่วงเวลาที่ผู้คนต่างพากันหลับใหลยังคงมีแคสเตอร์กำลังวุ่นวายกับงานด่วนตรงหน้า เขาพยายามทำอย่างรวดเร็วเพื่อจะไปเจอลลิน กว่าจะสะสางงานเสร็จเรียบร้อยก็เกือบเที่ยงคืน“ดึกขนาดนี้แล้วเหรอ” ชายหนุ่มบิดขี้เกียจไปมา ไม่รอช้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและตรงไปห้องนอนของลลินแคสเตอร์เอื้อมมือจับลูกบิดพร้อมผลักประตูเข้าข้างใน ก่อนสายตาคมกริบจะเหลือบเห็นหญิงสาวหลับปุ๋ยอย่างน่าเอ็นดู โดยแสงสลัวจากโคมไฟบนเตียงข้างเตียงส่องหน้าหวานเท้าใหญ่ก้าวเดินไปนั่งข้างเตียงพลางนั่งลงข้างกายคนหลับ นิ้วแกร่งลูบไล้พวงแก้มขาวใสแผ่วเบา เขาโน้มหน้าหล่อเหลาจุมพิตหน้าผากกลมกลึงและเลื่อนมายังริมฝีปากอวบอิ่ม“พี่อาทิตย์” คนตัวเล็กปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย“นอนก่อนเถอะ ไว้ค่อยคุยพรุ่งนี้” ไม่พูดเปล่า ทาบริมฝีปากหยักลงบนแก้มนุ่มนิ่ม วินาทีถัดมาลลินก็เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งอย่างง่ายดายด้วยอาการง่วงสุดฤทธิ์หลังจากแม่ของลูกหลับสนิทไปครู่หนึ่ง แคสเตอร์จึงไปล้มตัวลงนอนซ้อนแผ่นหลังเล็ก ยกแขนแกร่งโอบกอดคนตัวเล็กพร้อมหย่อนเปลือกตาลง“อื้อ” ลลินสะดุ้งตื่นในช่วงเวลาของตีสามเพราะอยากเข้าห้องน้ำ ก่อนรู้สึกหนักช่วงเอว เมื่อหันหน้าไปมองก็ต
“อรุณสวัสดิ์ครับ”“คุณ” คนกำลังจะออกไปจากห้องนอนเพื่อไปรับประทานอาหารเช้าเป็นอันหยุดชะงัก เมื่อเปิดประตูออกมาเจอเขาพร้อมกับคำทักทายที่แปลกจากเดิม“หิวยังครับ พี่ให้คนเตรียมอาหารให้แล้ว”“พี่เหรอ” เสียงหวานพึมพำอย่างแผ่วเบากับสรรพนามแทนตนของอีกคน เธอรู้สึกสับสบเหลือเกินว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ทำไมแคสเตอร์ถึงดูเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เหมือนกับคนเดิมของเธอในอดีต“ลลินครับ”“คะ”“ไปกินข้าวกันเถอะ”“อืม”“เดี๋ยวก่อนครับ” แคสเตอร์เอื้อมมือหมายจะปัดเส้นผมปรกหน้าหวานไปทัดใบหูขาวสะอาด ทว่าลลินปัดแขนแกร่งออกห่าง“จะทำอะไรคะ” หญิงสาวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเว้นระยะห่างกับเขา“พี่เห็นว่าผมมันบังหน้า เลยจะช่วยเอาออกให้”“ไม่เป็นไรค่ะ ลลินจัดการเองได้” ไม่เข้าใจจริง ๆ เขาต้องการอะไรกันแน่ถึงได้ปฏิบัติตัวกับเธอเช่นนี้หญิงสาวชำเลืองมองหน้าหล่อเหลาอย่างจับสังเกต เขาไม่ได้แสดงพิรุธออกมาให้เห็น นอกจากส่งยิ้มหวานมายังเธอ รอยยิ้มนั้นของเขาเหมือนที่เธอเคยได้รับเมื่อสามปีก่อน แค่ได้เห็นก็ใจอ่อนยวบ“ไปกันเถอะ ลูกคงหิวแย่แล้ว” มือใหญ่ลูบหน้าท้องนูนด้วยความนุ่มนวล จากนั้นประคองลลินไปยังห้องอาหารเมื่อทั้งคู่
ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง หญิงสาวที่นั่งเล่นใต้ต้นไม้ใหญ่กำลังชมวิวแม่น้ำเบื้องหน้าอย่างผ่อนคลาย โดยไม่อาจล่วงรู้สักนิดขณะนี้สายตาคมกริบของแคสเตอร์กำลังมองเธออยู่เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบชั่วโมง ลลินแหงนหน้ามองดูท้องฟ้าที่ดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้าเต็มที“ใกล้ค่ำแล้วเหรอ” ว่าพลางพยุงกายลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนชะงักเมื่อเจอกับแคสเตอร์ซึ่งไม่รู้โผล่มาจากไหน“กลับกันเถอะ”“อืม” ลลินตอบรับสั้น ๆ ในลำคอ เธอไม่อยากขัดขืนเขามากสักเท่าไรเพราะเห็นว่าใกล้ค่ำเต็มที หากกลับเองคนเดียวก็กลัวจะเกิดอันตราย“จะทำอะไรคะ” อยู่ ๆ อีกคนเดินมาประชิดตัวทำเอาลลินตกใจไม่น้อย“ช่วยประคองไง”“ไม่เป็นไรค่ะ ลลินเดินเองได้”“หรือจะให้อุ้ม” ถ้อยคำจากปากของเขา สร้างความงุนงงแก่เธอยิ่งนักเพราะคาดไม่ถึงแคสเตอร์จะตอบกลับมาเช่นนั้น หากเป็นช่วงปกติจะต้องตำหนิเธอแน่นอน“ไม่ต้องค่ะ ลลินเดินเองได้” เธอถอยหลังออกห่างคนตัวโตหนึ่งก้าวพลางมองดูเขาอย่างไม่เข้าใจ“งั้นก็ค่อย ๆ เดินนะ” ไม่พูดเปล่า แคสเตอร์เข้าไปใกล้คนตัวเล็กพร้อมกับยกแขนแกร่งโอบเอวหญิงสาว สัมผัสของชายหนุ่มทำเอาใจดวงน้อยเต้นตึกตักอย่างรู้สึกดีต่อการกระทำนั้น‘อย่าหวั่นไหวนะลลิน
หญิงสาวรูปร่างอุ้ยอ้าย ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีกำลังก้าวเดินไปตรงหน้าเพื่อต้องการไปยังสถานที่หนึ่ง ก่อนหยุดชะงักเมื่อคนตัวโตเดินมาขวางทาง“จะไปไหน” ปรายตามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า สวมใส่ชุดคลุมท้องสีหวานยาวเหนือเข่า“ยุ่งอะไรด้วยคะ” เอ่ยตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง โดยไม่เกรงกลัวท่าทางของแคสเตอร์“ที่ฉันถามเพราะกลัวว่าเธอจะทำให้ลูกตกอยู่ในอันตราย”“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ต่อให้ลลินต้องตายลูกก็ต้องปลอดภัย” คำตอบเสียงดังฟังชัดของหญิงสาวทำเอาแคสเตอร์ถึงกับพูดไม่ออก“ขอตัวก่อนนะคะ”“นี่เธอ”ครืด! เสียงข้อความในโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มกำลังจะวิ่งตามหลังของลลินหยุดชะงัก ก่อนขมวดคิ้วเข้มอย่างฉงนกับสิ่งที่ได้อ่าน จากนั้นไม่รอช้ารีบออกจากบ้านเพื่อตรงไปยังที่หมายรถคันหรูแล่นจอดยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง แคสเตอร์เปิดประตูลงจากรถอย่างไวและเข้าข้างในเพื่อไปพบใครคนหนึ่ง ที่เป็นคนนัดหมายเขาออกมา“เธอนั่นเอง นึกว่าใคร” มองดูคนตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง เพราะไม่คิดว่าข้อความปริศนาถูกส่งเข้าในโทรศัพท์ของเขาจะมาจากต้นเตยเพื่อนสนิทของลลิน“สวัสดีค่ะพี่อาทิตย์ เอ๊ะ…หรือคุณแคสเตอร์ดีล่ะคะ”“มีอะไร” ถามเสียงเย็น“นั่งก่อนสิ
หลายเดือนต่อมา หลังจากเหตุการณ์ที่ลลินเข้าโรงพยาบาล ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาห่างเหินเหมือนเดิม หนำซ้ำแคสเตอร์ยังชอบพูดจาทำร้ายจิตใจหญิงสาวไม่เปลี่ยนแม้ลลินเริ่มชินกับการกระทำและถ้อยคำของเขา แต่บ่อยครั้งก็ยังแอบร้องไห้คนเดียวเงียบ ๆ เสมอ“วันนี้อากาศดีจัง ออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อย” คนตัวเล็กบนเตียงขนาดคิงไซซ์ภายในห้องกว้างใหญ่ ปรายตามองวิวข้างนอกหน้าต่างก่อนก้มหน้ามองท้องนูนพลางลูบเบา ๆ ด้วยความรักเปี่ยมล้นหญิงสาวขยับตัวลงจากเตียงอย่างทุลักทุเลพลางระวังไม่ให้กระทบถึงลูกน้อยในครรภ์ ย่างกรายออกจากห้องและค่อย ๆ ก้าวเท้าลงบันไดอย่างเชื่องช้า ก่อนชะงักเมื่อเจอกับฮันนี่ซึ่งตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านแคสเตอร์ นี่เป็นครั้งแรกที่เจอกัน“สวัสดีค่ะ สบายดีนะคะ” ฮันนี่เป็นฝ่ายทักทายลลินก่อน“อืม” ลลินไม่อยากเสวนามากนัก ตอบเพียงสั้น ๆ เธอหมุนตัวเตรียมเดินจากไป ก่อนชะงักกับเสียงของคนข้างหลังดังกระทบโสตประสาท“อีกเดือนเดียวก็จะคลอดแล้วใช่ไหมคะ ดีใจจังจะได้เห็นหน้าลูกแล้ว”คำพูดของฮันนี่ทำเอาลลินถึงกับเดือด ก่อนหญิงสาวจะกำมือเข้าหากันแน่นเพื่อพยายามระงับโทสะ“คุณคงไม่รังเกียจสินะคะ”“รังเกียจทำไมล่ะคะ
ร่างเล็กแหงนมองตึกสูงสิบกว่าชั้นตรงหน้า ก่อนถอนหายใจเฮือกหนึ่งและก้าวเดินเข้าข้างในโรงแรมหรู เนื่องจากวันนี้มีนัดกับแคสเตอร์เพื่อคุยรายละเอียดในการร่วมงานเพิ่มเติม“คุณลลินครับ เชิญทางนี้” ทันทีที่หญิงสาวปราฏตัว ลีวายลูกน้องคนสนิทของแคสเตอร์ที่ยืนรอรับหญิงสาว รีบประชิดตัวเธอและนำทางพาไปพบเขา“ขอบคุ
นิ้วเรียวกดลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดถี่รัว ดวงตากลมโตจ้องมองข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อนดดส่งอีเมล“เฮ้อ…” พ่นลมหายใจเฮือกหนึ่งพลางเอนกายพิงหลังกับเก้าอี้วันนี้เป็นอีกวันกับการทำงานที่ค่อนข้างเหนื่อย นับจากอาทิตย์หายสาบสูญ ลลินต้องขึ้นมาเป็นผู้บริหารของบริษัท ทว่าเธอไม่ได้มีความสามารถด้านนี้โดยเฉพา
สามปีต่อมา ร่างเล็กของลลินฟุบหน้าบนโต๊ะทำงานพร้อมหย่อนเปลือกตาบางลงด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าเพียงแค่หลับตาได้ไม่นานสักเท่าไร ภาพเหตุการณ์ความทรงจำในอดีตที่อาทิตย์เคยโดนทำร้ายผุดขึ้นในหัวเป็นฉาก ๆ ราวกับหนังม้วนหนึ่ง“ฉันเกลียดเธอ ลลิน”ประโยคดังกล่าวดังก้องในหัวของลลิน ปลุกเธอตื่นจากการหลับใหล“พี่อ
นับจากวันนั้นที่ลลินเจอบิดาครั้งล่าสุดก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย หนำซ้ำคุณากรยังเงียบไปอย่างผิดปกติ ไม่สั่งให้เธอทำตามคำสั่งของเขาเหมือนเมื่อก่อน จนเธอเองอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น“คิดอะไรอยู่เหรอ” อาทิตย์สวมกอดลลินจากด้านหลังพร้อมกับซบหน้าหล่อเหลฟาลงบนบ่าเล็กอย่างออดอ้อน ขณะหญิงส







