ANMELDEN“อะ...อะไรนะพ่อ! นี่พ่อล้อกันเล่นใช่มั้ย” ฉันตกตะลึงกับ
คำพูดของพ่อเมื่อกี้ นี่ล้อกันเล่นหรือเปล่า อยู่ๆ จะยกฉันให้ไอ้พี่สี่ง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ “ข้าไม่ได้ล้อเล่น เอ็งก็อย่าดื้อด้านให้มันมากนักล่ะ” “พะ...พ่อพูดจริงๆ เหรอครับ” พี่สี่ถามพ่ออีกครั้งอย่างตะกุกตะกัก “จะให้ตะไคร้แต่งงานกับผมจริงๆ เหรอครับ” “จริงสิวะ ข้าไม่เคยล้อเล่น เอ็งดูแลลูกสาวข้าให้ดีๆ ก็แล้วกัน อย่าตบ! อย่าตี! ห้ามทำให้มันเสียใจเด็ดขาดเลยนะเว้ย” “ขอบคุณพ่อมากๆ เลยนะครับ สัญญาว่าผมจะดูแลเป็นอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยแหละครับ” พี่สี่มีสีหน้าที่ดีใจสุดขีดไปเลยในตอนนี้ “พ่อ...พ่ออย่าทิ้งหนูแบบนี้สิ” ฉันทำหน้าเศร้าแล้วเดินเข้าไปกอดพ่อ “พ่อไม่รักหนูแล้วเหรอ” “เพราะรักนี่แหละถึงได้ทำแบบนี้ เชื่อพ่อเถอะ...อยู่กับไอ้หนุ่มนี่เอ็งจะสบาย ไว้พ่อกับแม่ตั้งตัวอีกครั้งได้เมื่อไหร่จะรีบมารับเอ็งกลับไปอยู่ด้วยเลย” พ่อกอดฉันแล้วลูบหัวเบาๆ “อย่าดื้อนะลูก พ่อกับแม่รักเอ็งเสมอแหละ แต่แค่ตอนนี้ไม่อยากเอาเอ็งไปลำบากด้วยก็แค่นั้น ไว้พ่อกับแม่จะมาหาเอ็งบ่อยๆ นะ ตะไคร้เอ๊ย” แม่พูดขึ้น “หนูไม่มีทางเลือกอื่นเลยใช่มั้ยเนี่ย” ฉันทำหน้าบึ้ง ทุกคนต่างพร้อมเพรียงส่ายหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย อาทิตย์ต่อมา ณ โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง เมื่อพ่อแม่ฉันหายดีและออกจากโรงพยาบาลมาทั้งสองคนก็พากันไปคุยกับป๊าและม้าพี่สี่เรื่องการแต่งงาน ตอนแรกฉันก็คิดว่าป๊ากับม้าพี่สี่คงจะไม่เห็นด้วย แต่เปล่าเลยจ้า กลับเห็นด้วยเสียอย่างนั้น และสั่งให้รีบจัดงานแต่งโดยเร็วที่สุด... ใช่ค่ะ เร็วมาก เร็วแบบไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจเลยสักนิด ฉันต้องมาใส่ชุดแต่งงานสีแดงฉูดฉาดยืนปั้นหน้ายิ้มถ่ายรูปกับแขกที่มาร่วมงาน จะว่าไปชุดสีนี้ก็สวยดีอยู่หรอกแต่พอฉันใส่แล้วก็ยิ่งสวยเข้าไปใหญ่ ภูมิใจก็ตรงนี้แหละ ^o^ ส่วนพี่สี่ใส่สูทสีแดงและยิ้มไม่หุบยืนถ่ายรูปกับแขกที่มาร่วมงานเช่นกัน มองดูดีๆ ก็หล่อไม่เบาเลยแหละ ใบหน้าหล่อๆ หุ่นล่ำๆ ผิวขาวออร่ามาก แต่เป็นลูกคนจีนแบบไหนกันนะหน้าตาก็ไม่เห็นจะออกตี๋ๆ สักเท่าไหร่ ออกไปทางคมเข้มมากกว่า ยืนได้สักพักฉันกับพี่สี่ก็ต้องขอตัวเข้าไปพักก่อน ไม่ไหวแล้ว แขกจะเยอะไปไหนกันนะ นี่ทำอย่างกับงานแต่งลูกนายกอย่างนั้นแหละ ฝั่งฉันไม่ค่อยมีใครหรอก ฝั่งพี่สี่นี่สิเยอะแยะ... “เฮ้อ เหนื่อยอะ อึดอัดด้วย” ฉันถอนหายใจออกมาแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องเก็บตัวที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้ “คนสวยของเฮีย” พี่สี่ลากเก้าอี้มาแล้วนั่งลงข้างๆ “เมียเฮียนี่สวยจัง สวยจนใจเจ็บ” เขาพูดแล้วจ้องมองฉันไม่ละสายตา “เกินไปและ เดี๋ยวหยิกปากให้ หนูไม่ได้อยากจะเป็นเมียพี่สักหน่อย ชิ!” ฉันเบะปากใส่เขาแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง “เดี๋ยวคืนนี้หลังจากเข้าหอเราก็เป็นผัวเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วปะคนสวยขาของเฮีย” พี่สี่จับหน้าฉันให้หันไป “เป็นเมียเฮียไม่มีอะไรให้น่ากลัวเลยนะ” “น่ากลัวจะตายไป หน้าตาพี่วันนี้เนี่ยหื่นกว่าปกติอีกนะ” ฉันพูดพลางจ้องหน้าพี่สี่ “ขออะไรอย่างหนึ่งได้มั้ยพี่สี่...?” “ได้สิครับ” “ตรงๆ เลยนะ เราอย่าพึ่ง... แบบว่า...” พูดไม่ออกแฮะ “แบบว่าอะไรเหรอ...?” พี่สี่เอียงคอสงสัยเล็กน้อย “คือ...เราอย่าพึ่งมีอะไรกันได้มั้ยอะ แบบว่าหนูยังไม่เคยเรื่องอย่างว่ามาก่อนเลย อีกอย่างยังไม่พร้อมด้วย” “เอาจริงเหรอ...นี่เฮียมีเมียทั้งทีแต่นอนกับเมียไม่ได้เนี่ยนะ ใจร้ายเกินไปแล้ว” พี่สี่ทำหน้าตาละห้อย “นอนได้...แต่แค่อย่าพึ่งมีอะไรกันไง แบบรอให้หนูพร้อมก่อนได้มั้ยเล่า หนูอายุแค่ยี่สิบสองเองไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องแบบนั้นหรอก” ฉันพูดไปอายไป ก็คนยังไม่เคยจริงๆ นี่นา แล้วไอ้นั่นของพี่สี่จะขนาดไหนก็ไม่รู้ แค่ตอนนี้ที่เห็นมันตุงอยู่ที่เป้ากางเกงของเขาฉันก็รู้สึกขยาดแล้ว แต่! อย่าคิดไปไกลนะ ไม่ได้ตั้งใจจะมองต่ำสักหน่อย ตามันไปเห็นเองต่างหาก “แล้วเมื่อไหร่หนูจะพร้อมเล่า” “เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละน่า หนูยอมแต่งงานกับพี่ก็ดีแค่ไหนแล้ว คนแก่นี่เข้าใจอะไรยากจริงๆ” “คำก็แก่ สองคำก็แก่ เดี๋ยวเจอของแก่ๆ เข้าไปจะติดใจนะเฮียบอกไว้ก่อน” พี่สี่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระตุกยิ้มมุมปากใส่ “อย่างนั้นเฮียขออะไรบ้างสิ” “ขะ...ขออะไร” “ต่อไปนี้ต้องเรียกว่าเฮียเท่านั้นห้ามเรียกพี่เข้าใจมั้ย” “แล้วถ้าหนูไม่เข้าใจล่ะ” “ก็จะโดนจับจูบปากจนกว่าจะเรียกเฮีย ลองดูก็ได้นะ” “.....” ฉันนี่ถึงกับพูดไม่ออก อุ๊บส์ อยู่ๆ พี่สี่ก็จับฉันจูบปากแบบไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร เขาสอดแทรกลิ้นเข้ามาแล้วตวัดเลียสำรวจทั่วโพรงปาก ก่อนจะใช้ลิ้นมาดุนลิ้นฉันแล้วแลกลิ้นกันพัลวัน ใจก็อยากจะผลักออก แต่ร่างกายมันดันตอบสนองกับรสจูบอันเร่าร้อนของเขาเสียอย่างนั้น อย่าใจง่ายแบบนี้สิตะไคร้เอ๊ย!! ไม่นานก็มีคนเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาโดยไม่ได้เคาะก่อน ทำให้ฉันและพี่สี่รีบผละตัวออกจากกันทันที“อะ...เอ่อ ขอโทษนะคะ พอดีไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท” พนักงานสาวรีบก้มหัวและกล่าวขอโทษทันที “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ” ฉันและพี่สี่ต่างคนต่างเลิ่กลั่กไปไม่ถูกกันทั้งคู่ “คือว่าใกล้จะถึงช่วงพิธีรดน้ำสังข์แล้วค่ะ เลยจะมาบอกว่าให้เตรียมพร้อมกันก่อนน่ะค่ะ” “อ๋อ ค่ะๆ เดี๋ยวจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” ว่าจบฉันก็ชิ่งเดินออกมาในทันที อายจะแย่อยู่แล้ว จูบกันยังไม่พอดันมีคนเข้ามาเห็นไปอีก “รอด้วยสิจ๊ะเมียจ๋า” พี่สี่ตะโกนและเดินตามหลังมาแบบติดๆ จนเดินมาตีคู่ฉันได้ทัน “เขินเหรอ” “คะ...ใครเขิน เขินอะไร พี่อย่ามามั่ว” อุ๊บส์ พี่สี่จับฉันจูบปากอีกแล้ว “บอกให้เรียกว่าอะไรจ๊ะ...” “พี่...เฮียสี่! ไม่อายบ้างหรือไงฮะ หนูนี่อายจะแย่แล้ว” “อายทำไม ผัวเมียเขาจะจู๋จี๋กันมันผิดตรงไหนเหรอ จริงมั้ยครับ” พี่สี่พูดพลางหันไปถามพนักงานสาวที่เดินตามหลังมา “จะ...จริงค่ะ คู่ของคุณนี่ดูน่ารักดีจริงๆ เลยนะคะ” พนักงานสาวตอบกลับพี่สี่แบบยิ้มๆ “ฉันก็อยากมีสามีที่น่ารักแบบนี้บ้าง แต่สามีที่บ้านนี่ไม่ไหวเลยค่ะ กวนสุดๆ” ฮ่า ฮ่า พี่สี่และพนักงานสาวต่างหัวเราะร่าออกมาอย่างชอบอกชอบใจ สองคนดู
“อะ...อะไรนะพ่อ! นี่พ่อล้อกันเล่นใช่มั้ย” ฉันตกตะลึงกับ คำพูดของพ่อเมื่อกี้ นี่ล้อกันเล่นหรือเปล่า อยู่ๆ จะยกฉันให้ไอ้พี่สี่ง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ “ข้าไม่ได้ล้อเล่น เอ็งก็อย่าดื้อด้านให้มันมากนักล่ะ” “พะ...พ่อพูดจริงๆ เหรอครับ” พี่สี่ถามพ่ออีกครั้งอย่างตะกุกตะกัก “จะให้ตะไคร้แต่งงานกับผมจริงๆ เหรอครับ” “จริงสิวะ ข้าไม่เคยล้อเล่น เอ็งดูแลลูกสาวข้าให้ดีๆ ก็แล้วกัน อย่าตบ! อย่าตี! ห้ามทำให้มันเสียใจเด็ดขาดเลยนะเว้ย” “ขอบคุณพ่อมากๆ เลยนะครับ สัญญาว่าผมจะดูแลเป็นอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยแหละครับ” พี่สี่มีสีหน้าที่ดีใจสุดขีดไปเลยในตอนนี้ “พ่อ...พ่ออย่าทิ้งหนูแบบนี้สิ” ฉันทำหน้าเศร้าแล้วเดินเข้าไปกอดพ่อ “พ่อไม่รักหนูแล้วเหรอ” “เพราะรักนี่แหละถึงได้ทำแบบนี้ เชื่อพ่อเถอะ...อยู่กับไอ้หนุ่มนี่เอ็งจะสบาย ไว้พ่อกับแม่ตั้งตัวอีกครั้งได้เมื่อไหร่จะรีบมารับเอ็งกลับไปอยู่ด้วยเลย” พ่อกอดฉันแล้วลูบหัวเบาๆ “อย่าดื้อนะลูก พ่อกับแม่รักเอ็งเสมอแหละ แต่แค่ตอนนี้ไม่อยากเอาเอ็งไปลำบากด้วยก็แค่นั้น ไว้พ่อกับแม่จะมาหาเอ็งบ่อยๆ นะ ตะไคร้เอ๊ย” แม่พูดขึ้น “หนูไม่มีทางเลือกอื่นเลยใช่มั้ยเนี่ย
Chapter 03วันต่อมา ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งบทสนทนาของพ่อแม่ตะไคร้“นี่แม่มึงดีขึ้นบ้างมั้ย” “ดีขึ้นบ้างแล้ว พ่อมึงล่ะ...เป็นอะไรมากมั้ย”“ไม่เป็นอะไรมาก ดีที่ไอ้หนุ่มนั่นมันเข้าไปช่วยเราไว้ได้ทัน เฮ้อ...คิดแล้วก็ใจหาย บ้านทั้งหลังมอดไหม้หมด ข้าวของต่างๆ ที่สร้างกันมาก็มอดไหม้หายวับไปกับตาเช่นกัน เวรกรรมแท้ๆ เลย” พ่อของตะไคร้นั่งบนเตียงคนไข้แล้วเอามือขึ้นกุมขมับ“ไม่เป็นไรน่าพ่อมึง เดี๋ยวเราก็มาสร้างกันใหม่ก็ได้ของนอกกาย ดีแค่ไหนแล้วที่เรามีชีวิตรอดมาได้น่ะ แล้วนี่ตะไคร้มันไปไหนแล้วล่ะ...?” แม่ของตะไคร้ถามเมื่อฟื้นขึ้นมาก็ไม่เห็นลูกสาวของตนอยู่ภายในห้องด้วย“น่าจะออกไปซื้ออะไรกินนั่นแหละ...วันนี้มันก็ไม่ได้ไปเรียน เสื้อผ้าก็ไม่มี ที่ซุกหัวนอนกับข้าวของก็ไหม้ไปหมดแล้ว สงสารลูกจริงๆ เลยแม่เอ๊ย”“อย่าคิดมากไปเลยนะพ่อเอ๊ย มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น แล้วนี่เราจะเอาไงกันต่อดี ถ้าได้ออกจากโรงพยาบาลเราจะไปอยู่ที่ไหนกันก่อนดี” “พ่อว่าจะกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิดสักระยะก่อนน่ะ”“แม่ก็ว่าดีนะพ่อ กลับไปตั้งหลักกันก่อน”“แต่ตะไคร้...พ่อว่าจะให้มันอยู่ที่นี่ต่อ”“แ
“ตะไคร้รอเฮียอยู่ตรงนี้นะ ห้ามเข้าไปเด็ดขาด!” ว่าจบพี่สี่ก็วิ่งว่อนไปทั่วเพื่อหาอะไรบางอย่างก่อนจะเจอสิ่งนั้น มันเป็นผ้าห่มขนาดใหญ่ พี่สี่ทำมันให้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำแล้วเอามาคลุมตัวเองไว้ก่อนจะเดินลุยเข้าไปในบ้านของฉันเฮ้ย…ไอ้หนุ่มมันอันตรายนะเว้ย!ระวังนะไอ้หนุ่มไฟมันแรงขึ้นเรื่อยๆ!!เสียงผู้คนต่างร้องตะโกนบอกกับพี่สี่ว่ามันอันตรายเพราะตอนนี้ไฟเริ่มลุกขึ้นเรื่อยๆ แต่พี่เขาไม่ได้สนใจที่จะฟังกลับเดินเข้าไปในบ้านหวังจะช่วยพ่อกับแม่ของฉันฉันทำอะไรไม่ถูกแล้วในตอนนี้ ได้แต่นั่งร้องไห้ตัวสั่นเทากลัวว่าพ่อกับแม่จะเป็นอะไรไป และก็ห่วงพี่สี่ด้วย...ไม่นานนักพี่สี่ก็ออกมาพร้อมกับแบกแม่ฉันที่หมดสติไว้บนหลังโดยมีผ้าห่มที่ชุบน้ำคลุมตัวออกมา ชาวบ้านที่เห็นก็รีบเข้าไปช่วยพยุงแม่ฉันมานอนรอรถพยาบาล เมื่อเห็นแบบนั้นฉันก็รีบวิ่งเข้าไปหาแม่ทันที “มะ...แม่จ๋า แม่อย่าเป็นอะไรนะ ฮือๆ” ฉันลูบที่ใบหน้าแม่แล้วร้องไห้ไม่หยุด ก่อนจะสังเกตเห็นว่าพ่อฉันยังไม่ได้ออกมาด้วย และตอนนี้พี่สี่ก็เดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ตอนนี้ไฟมันลุกแรงขึ้นกว่าเดิมเสียงรถดับเพลิงก็ดังขึ้นมาและมีพนักงานหลายคนพากันวิ่งและลา
ฉันนั่งฮัมเพลงอยู่ภายในรถพี่สี่อย่างคนอารมณ์ดี ไม่ใช่อะไรนะพอดีพี่แกเปิดเพลงที่ฉันชอบพอดีน่ะ “เห็นมั้ย ให้เฮียมารับดูสบายดีออก ได้กินขนมอร่อยๆ ได้นั่งรถเบาะนุ่มๆ แอร์เย็นๆ ไม่ต้องไปยืนโหนรถเมล์ให้เมื่อยด้วย” ปากพูดมือพี่สี่ก็บังคับพวงมาลัยรถไป สายตาก็สลับมามองดูฉันเป็นระยะๆ “หนูนี่น่าเอ็นดูจริงๆ เลยนะตะไคร้”“โนว โนว ไม่ต้องมาเอ็นดูอะไรหนูเลยนะ แค่ยอมนั่งรถกลับมาด้วยแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นแหละ วันอื่นๆ หนูก็จะกลับเองตามปกติ” รีบค้านขึ้นก่อนที่พี่สี่จะพูดหว่านล้อมฉันอีก“ว่าแต่จะให้เฮียไปส่งที่ไหนดี ที่บ้านหรือที่ร้าน...?”“ส่งที่บ้านแหละพี่ วันนี้ร้านปิดหนึ่งวันเพราะพ่อหนูปวดหลังแกขอนอนพักหนึ่งวันน่ะ” “อ้าวเหรอ...แล้วไปหาหมอมาหรือยังล่ะ”“พ่อหนูมีพยาบาลคู่ใจอยู่ดูแลอยู่แล้วแหละ”“ใครเหรอ...?”“ก็แม่หนูไงเล่า พ่อหนูดื้อจะตายไม่ยอมไปหาหมอง่ายๆ หรอก แกบอกแค่ว่ามีแม่ดูแลอยู่ข้างๆ แป๊บเดียวเดี๋ยวก็หายแล้ว”“น่ารักดีจัง...หนูไม่สนใจมาเป็นพยาบาลคู่ใจให้เฮียบ้างเหรอคะ...ตะไคร้คนสวย” เขาหันมามองแล้วยิ้มหวานใส่ฉัน“ไม่อะ หนูไม่ชอบผู้ชายที่แก่กว่า ชิ!” ฉันพูดแทงใจดำแล้วเบะปากใส่พ
วันต่อมาร้านเค้กเลิฟเลิฟ“นี่พี่สี่...พี่จะตามรังควานหนูไปถึงไหนกันเนี่ย คนอะไรตีมึนเก่งสุดๆ ไปเลย” ฉันพูดพลางนั่งส่ายหน้าอย่างเอือมๆ แล้วตักเค้กสุดแสนอร่อยเข้าปาก“ก็เฮียบอกแล้วว่าอยากได้หนูมาเป็นเมียไง หนูนั่นแหละตีมึนสุดๆ ไปเลย สวยก็สวยดันใจร้ายชะมัด” พี่สี่พูดพลางหยิบแก้วกาแฟเย็นมาดื่ม “ถ้ายอมเป็นเมียเฮียนะ...จะพามากินของอร่อยๆ แบบนี้ทุกวันเลย และจะพาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ กระเป๋าสวยๆ แบบไม่มีจำกัดเลยแหละ”“อย่าเอาของพวกนี้มาล่อหนูเลยน่า...มันไม่ได้ผลหรอก” ฉันเบ้ปากใส่พี่สี่ แล้วตักเค้กกินต่ออย่างเอร็ดอร่อย “หนูขอถามอะไรหน่อยสิ...”“ได้ครับ...ถามมาเลย”“ทำไมพี่ถึงอยากมีเมีย และทำไมถึงต้องเป็นหนู ขอความจริงนะพี่ ตอบมาตามจริงเลยนะ” ฉันวางช้อนลงบนจานเค้กแล้วตั้งหน้าตั้งตารอฟังในสิ่งที่พี่สี่จะพูด“คือ...ถ้าให้พูดก็ป๊าเฮียน่ะแกอยากจะอุ้มหลานไง เลยบังคับให้เฮียมีเมียสักทีจะได้มีหลานให้แกอุ้มไวๆ”“แล้วยังไงต่อ...” “ป๊าบอกว่าถ้าภายในเดือนนี้เฮียยังหาเมียไม่ได้จะให้ไปแต่งงานกับยัยหมูดาวลูกสาวของเพื่อนป๊าน่ะ”“ก็แต่งไปสิพี่ ไม่เห็นต้องมาลำบากวิ่งตามหนูแบบนี้เลย” ฉันไม่เข้าใจจริงๆ พ







