INICIAR SESIÓNพั่บ...พั่บ...พั่บ...
“อ่ะ...อ่ะ...อ่ะ...เฮียทิศค่ะ อือออออ ~~”
ท่วงท่าการขยับบั้นท้ายให้เข้าออกช้า ๆ ส่งให้หญิงสาวโดนกระตุ้นถูกจุดละเอียดอ่อนถึงกับส่งเสียงร้องกระเส่าออกมาในทันที
"อ่าาาา ~~ ละ...ลูกจัน ซี๊ดดดด..."
“อืออออ ~~ เฮียทิศขาาาา...อ่า...ละ...ลูกจัน...”
สะโพกที่ยังโบกสะบัดอีกทั้งเสียงที่ครวญครางออกมาจากคนทั้งสองเป็นเสมือนแหล่งพลังกระตุ้นให้เจ้าของลำเอ็นระรัวเอวไม่หยุด และถึงแม้ว่าใจของเขาในเวลานี้เขาเองก็อยากจะกระแทกเข้าออกร่องรักของเธอผู้เป็นที่รักให้เต็มแรงมากกว่านี้ แต่ด้วยเพราะว่าครั้งนี้มันเป็นครั้งแรกของเธอและเธอก็ยังเป็นคนที่เขาทั้งรักทั้งอยากทะนุถนอมด้วยแล้ว นั่นจึงทำให้เขาทำได้เพียงแค่ขยับลำเอ็นเข้าออกช้า ๆ เบา ๆ แม้จะขัดกับความปรารถนาของตัวเองก็ตาม
พั่บ...พั่บ...แจะๆๆ
ร่างบางที่ถูกกระแทกต่างกระเพื่อมไหวไปตามแรงส่งจนดูคล้ายกับว่าเรือนร่างนั้นได้ถูกวางไว้บนเรือลำน้อยให้ลอยล่องอยู่บนพื้นผิวน้ำที่มีระลอกคลื่นซัดสาดมาเป็นระยะ
"ฮะ...อ่ะ...เฮีย...อ่าาาา ~~"
"ลูกจัน...อือ...อะ...อ่ะ"
บั้นเอวที่ยังคงขยับเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งแรงกระแทกที่ส่งเข้าไปอย่างตรงจุด การเสียดสีระหว่างเนื้ออุ่นที่ถูกโอบอุ้มด้วยร่องนุ่มชุ่มฉ่ำยิ่งทำให้ความเสียวกระสันพุ่งทวีคูณมากกว่าตอนที่ร่องรักนั้นถูกลิ้นสากเข้าจู่โจมเสียอีก และด้วยความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นจึงทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม
“เฮียทิศค่ะ...ซี๊ดดดดด ~~ มะ...มันดีมากเลยค่ะ...อ่ะ...อ่ะ”
“อ่ะ...อือออออ...ดีเหลือเกิน...ลูกจันของเฮีย...เมียของเฮียทิศ...” จุ๊บ ~~
เสียงกระเส่าคำรามตอบอย่างเต็มไปด้วยความกำหนัด อีกทั้งหัวใจที่พองโตเพราะบัดนี้เขาได้ตีตราจองหญิงสาวทั้งร่างกายและหัวใจแล้ว มันยิ่งทำให้เขาอยากจะกลืนกินจับเธอจองจำอยู่ในช่วงเวลานี้เอาไว้ตราบนานเท่านาน
ความวูบวาบที่ยังคงก่อตัวตีมวนอยู่ในจุดสูญรวมเดียวกันของคนทั้งสอง เมื่อได้รับการเสียดสีเข้าออกซ้ำ ๆ หลายครั้งหลายหนความเสียวซ่านก็รังแต่จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
จนกระทั่ง...เมื่อเอวสอบอดไม่ไหวได้ระรัวเร่งความเร็วตามสัญญาณของร่างกายให้มากขึ้น สิ่งที่ถูกกระตุ้นรอเวลาระเบิดมาตลอดก็ได้ถูกกลั่นออกมาเป็นธารน้ำสีใสและขุ่นคลั่กคละเคล้าไปพร้อมกัน
“อึก...อึก...อ่ะ...อร๊ายยยย ~~”
“อ่ะ...อ่ะ...ซี๊ดดดดดด ~~”
เสียงร้องครางที่เต็มไปด้วยความสุขสมของคนทั้งสองต่างเคล้าคลอรับเข้ากับเสียงฝนเบา ๆ จากธรรมชาติที่ตอนนี้มันกำลังพรั่งพรูมาพร้อมกับน้ำรักขาวขุ่นที่ฉีดพ่นเข้าเต็มร่องสาวอย่างสุดที่จะกักกลั้นได้ไหว...
"แฮ่กๆๆ..." จุ๊บ ~~
“เมียค่ะ...นับตั้งแต่นี้ไปลูกจันเป็นเมียของเฮียแล้วนะคะ เมียของเฮียทิศ”
คนตัวโตที่บัดนี้ร่างทั้งร่างกำลังพร่างพราวเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสเม็ดเล็ก ๆ เสียงหอบหายใจที่มาพร้อมกับความนัยที่อยากจะบอกนับตั้งแต่ที่เขาได้ส่งตัวตนของตัวเองแนบชิดเข้าไปในร่างของเธอ เขาที่อยากจะตะโกนให้คนทั้งโลกได้รู้มานานแล้วว่าคนตัวเล็กใต้ร่างนี้เป็นคนของเขา เพียงแต่ว่าในตอนนั้นมันยังแค่ในนิตินัยเท่านั้น แต่ทว่า...ในวันนี้เวลานี้เขานั้นได้จับจองเธอและเธอก็เป็นของเขาอย่างเต็มตัวแล้ว
ส่วนคนตัวเล็กที่ตอนนี้ทั่วทั้งร่างต่างก็เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาไม่ต่างกัน เธอที่แม้จะหอบหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา แต่ด้วยความสุขเสมือนกับว่าตัวเองกำลังลอยเคว้งอยู่บนฟ้าทำให้เธอได้แต่นอนสั่นร่างระริกดื่มด่ำอยู่กับช่วงเวลาอันหอมหวาน
"ทำไมเงียบไปล่ะคะ ได้ยินไหมว่าตอนนี้ลูกจันเป็นเมียของเฮียทิศแล้วนะ"
คนตัวโตทวงตำแหน่งใหม่ที่มอบให้ฉันทันทีหลังจากที่เขาเห็นว่าฉันเงียบไม่หืออือ
"ค่าาาา ~~ แฟนรับทราบแล้วค่ะ" (^-^)
"ไม่ใช่แฟน...!! เมีย...!!"
คนออกอาการหวงท้วงติงทันที
"เมียได้ยังไงคะ ก็ลูกจันยังไม่แต่งงานกับเฮียทิศสักหน่อย" ฉันแกล้งเย้าเขาออกไปหลังจากที่ตัวเองหายเหนื่อยแล้ว
"หึ...งั้นเฮียว่าเรามาทำกันอีกครั้งดีไหมคะเผื่อว่าเมียของเฮียจะจำได้สักทีว่าสถานะเมียคืออะไร"
จู่ ๆ เฮียทิศก็เปลี่ยนจากอาการหึงหวงมาเป็นเจ้าเล่ห์ทันที และด้วยท่าทางกับน้ำเสียงแบบนี้ฉันคงต้องรีบยกธงขาวขอยอมแพ้
"ไม่ต้องค่ะ...ไม่ต้อง รับทราบแล้วค่ะ...ไม่ต้องย้ำแล้วค่ะ ลูกจันยอมเฮียทิศแล้ว" (>///<)
ฉันรีบปฏิเสธเป็นพัลวันก่อนที่ตัวเองจะถูกลงทัณฑ์จากคนเจ้าเล่ห์จนอาจจะทำให้พรุ่งนี้ตัวเองต้องนอนสลบไสลอดทั้งดูพระอาทิตย์ขึ้นและเล่นน้ำอย่างแน่นอน
"ยอมว่าอะไรคะ...หืมมมม ~~ หน๋ายยย...บอกให้เฮียชื่นใจหน่อยซิคะ"
"กะ...ก็..."
"จะพูดไม่พูดค่ะ หืมมมม ~~" (^-^)
ตัวตัวโตเร่งเร้าและในขณะที่เขากำลังจะพลิกตัวขึ้นมาบนร่างฉันอีกครั้ง
"พูดแล้วค่ะ...พูดแล้ว" ฉันรีบออกปากห้ามพร้อมกับยกมือขึ้นดันหน้าอกเขาไว้ทันที
"เฮียรอฟังอยู่นะคะ" (^-^)
เขาที่ยังไม่วายเร่งอีกเพราะอยากได้ยินคำนั้นออกมาจากของฉันให้ได้ จนสุดท้ายฉันก็ยอมพูดคำนั้นออกไป
"อะ...เออ...ละ...ลูกจันเป็นเมียเฮียทิศ" (>///<)
สิ้นคำพูดที่คนตัวโตปรารถนาใบหน้าที่เพิ่งจะหายร้อนระอุของฉันพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่ฉันจะยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเอาไว้ด้วยความเขินอาย
"เมียเฮียทิศนี่น่ารักที่สุดในโลกเลยค่ะ..." (^-^)
เขาพูดไม่พูดเปล่าแต่ยังเอามือมาจับมือที่ปิดหน้าฉันออก ก่อนที่เขาจะระดมจูบเข้ายังแก้มซ้ายขวาของฉันไม่หยุด
จุ๊บๆๆๆ "อ่า ~~ ชื่นใจจังแก้มเมียของเฮียหอมที่สุดในโลกเลย" จุ๊บๆๆๆ
“คริคริ...พอแล้วค่ะ แก้มลูกจันช้ำหมดแล้ว”
ฉันที่รู้สึกจักจี้ยามที่ถูกเขาซุกไซ้ปัดป่ายจมูกไปทั่วทั้งแก้มนวลจนต้องเอ่ยปากห้ามเขาออกไป
“โธ่เมียขาาาา ~~ อย่าห้ามเฮียเลยนะคะ เฮียรักของเฮียนี่น่า แล้วอีกอย่างเมียของเฮียก็หอมไปทั้งตัวแบบนี้ใครมันจะไปอดใจไหว เฮ้อออออ...ไม่น่าเลยเราแล้วต่อไปนี้เฮียจะใช้ชีวิตยังไงล่ะทีนี้ แล้วต่อไปนี้เวลานอนเฮียไม่ได้กอดเมียเฮียต้องขาดใจตายแน่ ๆ เลย”
ท่าทางออดอ้อนที่มาพร้อมกับคำหวานที่หลุดออกมาจากปากคนตรงหน้า แม้ว่ายามปกติเขาก็มักจะพูดหวานกับฉันอยู่แล้ว แต่บัดนี้กับยิ่งทวีความหวานมากขึ้นจนฉันที่ได้ฟังถึงกับยิ้มแก้มปริอดไม่ได้ที่จะหัวใจพองโต
“ทำไมถึงปากหวานแบบนี้ล่ะคะ แล้วอีกอย่างใครเป็นเมียเฮียทิศกัน...ขี้ตู่ชะมัด” (>///<)
ฉันบุ้ยปากอมยิ้มแก้มป่องใส่คนตัวโตที่ตอนนี้ยังคงนอนตะแคงข้างเท้าแขนเอามือเกลี่ยใบหน้าฉันเล่น อีกทั้งยังมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักอย่างไม่ปิดบัง
“พูดแบบนี้อีกแล้วนะคะ เมีย เมีย เมีย ลูกจันเป็นเมียเฮียทิศเข้าใจไหมคะ แล้วอีกอย่างลูกจันจะได้เฮียแล้วคิดจะทิ้งเฮียอย่างนั้นหรอเฮียไม่ยอมหรอกนะ”
คนตัวโตถึงกับทำหน้าไม่พอใจออกลูกโวยวายอย่างไม่ยินยอมหลังจากที่ฉันอดหมั่นไส้ไม่ได้พูดแกล้งเขาไปอีกครั้ง
“คริคริ...ลูกจันควรพูดคำนั้นมากกว่าไหมคะ หืมมมมม ~~”
“ก็ลูกจันพูดแบบนั้นทำไมล่ะคะ อย่าพูดอีกนะ ลูกจันเป็นเมียเฮียทิศ...ลูกจันเป็นเมียอาทิตย์...จันทร์เจ้าเป็นเมียอาทิตย์ พระจันทร์ดวงนี้เป็นของพระอาทิตย์เท่านั้นเข้าใจไหมค่ะ”
คำพูดมากมายพรั่งพรูออกมาจากเรียวปากคนตัวโต การแสดงออกว่าเขานั้นเป็นเจ้าของของเธอเพียงคนเดียว และเธอก็เป็นของเขาเพียงคนเดียวทำให้คนฟังหัวใจพองโต
“ค่ะ...ค่ะ...ค่ะ...พระจันทร์ดวงนี้จะเป็นของพระอาทิตย์คนเดียวตลอดไปเลยนะ ไม่งอแงนะคะ...จุ๊บ ~~”
ฉันที่อดเอ็นดูคนตรงหน้าไม่ได้ยอมเลิกที่จะพูดแกล้งเขา ก่อนจะโน้มใบหน้าที่บึ้งเล็กน้อยของคนตรงหน้าให้โน้มลงมาเพื่อจุ๊บแก้ม
และในค่ำคืนนั้นเราสองคนก็เลือกที่จะนอนด้วยกันเพื่อตักตวงเอาความสุขในค่ำคืนนี้เอาไว้ และหลังจากที่เราสองคนถูกความเหนื่อยล้าจากกิจ (กาม) กรรมกระชับความสัมผัสให้ก้าวหน้ามากขึ้นเข้าปกคลุมกาย เราก็ได้พากันนอนซุกตัวกอดกันกลมดำดิ่งหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความรู้สึกอิ่มเอมและเต็มไปด้วยความสุขเปี่ยมล้นอย่างไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน...
“พี่นิดพูดกับลูกจันได้ตรง ๆ เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจกัน อีกอย่างลูกจันก็เคยบอกแล้ว ณ เวลานี้เราคือครอบครัวเดียวกันลูกจันไม่ใช่ลูกเจ้านายของพี่นิดอีกแล้วนะคะ”ฉันยื่นมือออกไปกุมมือที่ประสานอยู่ที่หน้าตักของพี่นิดแน่นอย่างต้องการให้คนตรงหน้ารับรู้ถึงความจริงใจของฉัน“ขอบคุณนะคะที่เห็นพี่เป็นคนในครอบครัว” (^-^)“ก็พี่นิดเป็นครอบครัวของลูกจันจริง ๆ นี่ค่ะ แล้วอีกอย่างความจริงแล้วต้องเป็นลูกจันต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่นิดที่ยังอยู่คอยช่วยเหลือลูกจันอยู่จนถึงทุกวันนี้” (^-^)คำพูดขอบคุณที่ถูกส่งออกมาอย่างที่ตัวเองคิดมาเสมอนับตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง แม้ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายภายในห้องเช่าทุกอย่างฉันจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด แต่พี่นิดเองหลังจากรับเงินก้อนนั้นไปจากฉันพี่นิดเองก็ไม่เคยเรียกร้องเอาเงินเดือนจากฉันอีกเลยแม้ว่าฉันจะหยิบยื่นให้ก็ตาม แถมทุกวันนี้ที่ฉันได้ออกไปหางานทำได้อย่างสบายใจก็ได้พี่นิดนี่แหละที่คอยช่วยดูแลคุณพ่อที่ยังคงนอนติดเตียงอยู่“พี่เต็มใจค่ะ คุณลูกจันไม่ต้องคิดมาเรื่องนี้เลยนะคะ” (^-^)“ถึงยังไงลูกจันก็ต้องขอบคุณค่ะ และอยากให้พี่นิดรู้ไว้นะคะว่าพี่นิดเป็นเสมือนผู้มีพระคุณของลูกจัน” (
เรื่องราวทุกอย่างที่ฉันได้รับการดูถูก หลาย ๆ อย่างที่ฉันต้องพบเจอในตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าฉันจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉันยังคงเจ็บปวดและยังรู้สึกต่อสิ่งที่พบเจออยู่ เพียงแต่เพราะฉันยังมีสิ่งที่ยังทำให้ฉันมีพลังเดินหน้าสู้ต่อนั่นก็คือกำลังใจจากคนทั้งสองที่ยังรอความหวังอยู่ที่ห้องเช่าขนาดเล็ก และด้วยกำลังใจของพวกเขานั้นก็ทำให้ฉันตั้งใจแล้วว่าฉันจะไม่ใส่ใจกับสิ่งไร้สาระที่ได้พบเจออีกต่อไปแล้วส่วนเรื่องราวของพี่นิดนับตั้งแต่วันนั้นที่ฉันตั้งใจว่าจะมอบเงินก้อนหนึ่งให้พี่นิดเพื่อให้เป็นทุนในการตั้งตัว แม้ว่าพี่นิดจะเอ่ยปากปฏิเสธในตอนแรกด้วยเพราะเกรงใจฉัน แต่เป็นเพราะฉันเองที่พยายามยัดเยียดเงินก้อนนั้นให้กับพี่นิดด้วยเพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้ นั่นจึงทำให้พี่นิดยอมที่จะรับน้ำใจของฉันเอาไว้โดยที่พี่นิดเองก็ยังคงเลือกที่จะอยู่ช่วยดูแลคุณพ่อของฉันต่อในระหว่างที่ฉันเริ่มออกไปหางานทำ...“เป็นยังไงบ้างคะคุณลูกจัน...วันนี้พอจะมีข่าวดีไหมคะ”พี่นิดถามหลังจากที่เห็นฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องยามเย็น หลังจากที่ฉันออกไปหางานทำตั้งแต่เช้าก่อนที่ปฏิกิริยาของฉันที่มาพร้อมกับสีหน้าสลดนั้นจะเป็นคำตอบได้ดีถึงผลลั
“ฮึก...ฮึก...พี่นิดค่ะ...ฮึก...ฮึก”เสียงสะอึกสะอื้นที่แม้จะมีคำพูดมากมายอยากจะพูดกับคนตรงหน้าแต่กลับพูดไม่ออกทำได้เพียงแค่เรียกชื่อด้วยความตื้นตันใจเท่านั้น“ไม่เป็นไรนะคะ ไม่เป็นไร พี่เชื่อว่าคุณลูกจันกับคุณท่านจะผ่านมันไปได้นะคะ”มือบางที่อบอุ่นที่สุดในยามนี้ยื่นมาลูบหลังที่สั่นไหวเบา ๆ ด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ สายตาที่มองร่างบอบบางอย่างรู้สึกเวทนาในชะตาของหญิงสาวเพียงแต่ด้วยสถานะของคนปลอบนั้นเธอเองจึงทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้“ขอบคุณนะคะ...ฮึก...ฮึก...ขอบคุณจริง ๆ บุญคุณครั้งนี้ลูกจันจะไม่มีวันลืมเลย”“ไม่เป็นไรนะคะ นิ่งซะนะยังไงคุณลูกจันยังมีคุณท่าน คุณท่านยังรอคุณลูกจันอยู่นะคะ” (^-^)พี่นิดเอ่ยปลอบอีกครั้งก่อนที่เราจะช่วยกันวางแผนชีวิตในลำดับต่อไป และหลังจากที่ออกจากห้างสรรพสินค้าแล้วพวกเราก็ได้พากันไปหาห้องเช่าเพื่อที่จะพาคุณพ่อกลับไปพักผ่อน...กระทั่งเมื่อได้ห้องพักโดยการจัดการของพี่นิดแล้ว ฉันก็ให้พี่นิดอยู่รอที่ห้องพักเลย ส่วนฉันก็เลือกที่จะกลับไปรับคุณพ่อที่โรงพยาบาลเพียงลำพัง...หลังจากที่ฉันได้เคลียร์ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็พาคุณพ่อกลับมายัง
“โธ่...คุณลูกจัน ทำไมเรื่องราวมันถึงเลยเถิดไปได้ถึงขนาดนี้กันล่ะคะ”นิดถึงกับถอนหายใจรู้สึกปลงตกกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้รับฟังมา และแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม แต่ตนเองก็ไม่คิดว่ามันจะพังทลายได้ถึงขนาดนี้...ความเงียบเข้าปกคลุมหลังจากที่ฉันเล่าทุกอย่างให้พี่นิดฟัง แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าพี่นิดจะคิดยังไง เพราะถ้าให้บอกตามตรงในเวลานี้พี่นิดก็เท่ากับว่าได้ตกงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ว่าพี่นิดจะคิดยังไงจะอยู่หรือว่าจะไปจากฉัน แต่สิ่งที่ฉันตั้งใจเอาไว้เลยก็คือหลังจากที่ฉันขายพวกเครื่องประดับพวกนี้ได้เงินมาแล้วฉันจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้พี่นิดไปตั้งตัวด้วย เพราะรู้สึกซึ้งใจที่นับตั้งแต่เกิดเรื่องกับครอบครัวฉันมาพี่นิดเป็นคนงานเพียงคนเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่กับฉันมาจนถึงวินาทีนี้ ส่วนคนงานคนอื่นกลับหนีหายไปตั้งแต่วันที่มีอันธพาลมาอาละวาดที่บ้านวันนั้นแล้วหัวใจที่เต้นระรัวด้วยกลัวว่าพี่นิดจะชิ่งหนีไปก่อนหลังได้รับฟังความจริงก็ค่อย ๆ พลันสงบลงอย่างคนที่ปลงตกและคิดได้ เพราะถ้าหากพี่นิดคิดจะจากฉันไปมันก็เป็นสิทธิ์ของเขาจากนั้นไม่นานรถโดยสารสาธารณะส่วนบุคคลก็พาเราสองคนมาถึงห้า
ณ โรงพยาบาล M พรีเมียมฉันพาร่างที่สะบักสะบอมกลับมายังห้องพักผู้ป่วยที่ยังเหลือคนที่มีสายเลือดใกล้ชิดเพียงคนเดียวในชีวิตของฉันอยู่ ภาพของพ่อที่ยังคงนอนแน่นิ่งแม้ว่าคุณหมอจะแจ้งว่าเป็นผลจากอาการช็อกและผลจากการเป็นอัมพาตก็ตาม แต่ฉันกลับรู้สึกว่าในเวลานี้บนโลกใบนี้คงเหลือแค่ฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น“ฮึก...ฮึก...พ่อค่ะ...ฮือออออ ~~”ฉันพุ่งตัวเข้าไปกอดพ่อด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นตีมวนไปหมด ความเจ็บปวดที่ระบมไปทั่วทั้งตัวเมื่อรวมเข้ากับความรู้สึกแหลกสลายที่อยู่ในใจแล้วมันกลับทำให้ความอ่อนแอที่ฉันตั้งใจจะกดมันเอาไว้เพื่อให้คนข้างนอกเห็นว่าฉันเข้มแข็งไม่เป็นอะไรได้พรั่งพรูออกมาเกินกว่าจะทนไหวใบหน้าที่แนบไปกับหน้าอกของผู้เป็นบิดาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลจนเสื้อผู้ป่วยชื้นแฉะกลับไม่ทำให้ความรู้สึกปวดร้าวที่เกิดขึ้นหายไปได้เลยสักนิด น้ำตาที่ยังคงหลั่งไหลออกมาไม่หยุดเหมือนต้องการให้มันไหลออกมาให้หมดเพื่อที่วันหน้าฉันจะได้ไม่ต้องเสียใจให้กับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว...กระทั่งเมื่อเสียงสะอื้นค่อย ๆ แผ่วลงหลังจากที่ฉันร้องไห้อยู่สักพัก อีกทั้งความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่อัดแน่นก่อนหน้านี้ก็เริ่มจะคลายลง ฉันที่ค่อ
แกร๊งๆๆๆ“ใครเอาโซ่มาคล้องไว้กันนะ...??”ฉันจับไปยังโซ่เส้นโตที่คล้องประตูบ้านฉันเอาไว้ก่อนจะเขย่ามันอย่างแรงจนเกิดเป็นเสียงดังลั่น ก่อนจะตะโกนลั่นด้วยความโกรธเคือง“เปิดเดี๋ยวนี้นะฉันบอกให้เปิด...นี่มันบ้านของฉันนะ...!! มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้”และในขณะที่ฉันกำลังโวยวายอยู่นั้นในจังหวะที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็พลันถูกผลักล้มลงกระแทกพื้นด้วยแรงอันมหาศาลทันทีตุบ...!!“อะ...โอ๊ย...!!”“มาโวยวายอะไรตรงนี้ ออกไป...!!”เสียงคำรามน่าหวาดหวั่นของคนตัวโตที่มีลักษณะของนักเลงเอ่ยตวาดหลังจากผลักฉันให้ออกไปจากรั้วประตูบ้าน“นะ...นี่มันบ้านฉันนะ นายเป็นใครถึงมาทำแบบนี้กับฉัน...!!”หลังจากที่ฉันหยัดตัวลุกขึ้นมาจากพื้นได้ฉันก็แว้ดใส่ผู้ชายหน้าโหดทันที“ฮ่าๆๆ บ้านมึงหรอนี่มันบ้านเจ้านายกูโว้ย...ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นกูอาจจะทำปืนลั่นใส่กบาลมึงเอาได้ แต่เอ...หน้าตาแบบนี้หรือจะเอาทำเมียก่อนดีแล้วค่อยฆ่าทิ้ง ฮ่าๆๆๆ”คนกักขฬะพูดจาร้ายกาจพร้อมกับเดินย่างสามขุมมาหาฉัน โดยที่คำพูดเหล่านั้นมันเริ่มทำให้ฉันกลัวจนต้องเดินถอยหนี“พูดแบบนี้ไม่กลัวติดคุกหรือไง”ฉันพูดออกไปทำเหมือนไม่เกรงกลัว แม้ว่าตัวเอง







