Se connecter1 เดือนต่อมา ~~
นับตั้งแต่ผ่านค่ำคืนดื่มด่ำน้ำผึ้งพระจันทร์ที่บ้านพักตากอากาศของเฮียทิศความสัมพันธ์ของเราสองคนก็ยิ่งแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น เฮียทิศที่ก่อนหน้านี้มักจะแสดงความรักต่อฉันมากล้นอยู่แล้วกลับยิ่งทวีความหวานและมอบความรักให้ฉันมากยิ่งขึ้น จนฉันที่รู้สึกว่าช่วงเวลา ณ ตอนนี้มันเป็นเวลาที่ดีที่สุดของตัวเองจนเผลอคิดว่าตัวเองนั้นช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก
เพียงแต่ว่า...สิ่งที่ฉันไม่รู้เลยนั่นก็คือ...นับจากห้วงเวลาแห่งความสุขนี้อีกไม่นานเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นของเรื่องราวบางอย่างมันจะทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลอย่างที่ตัวฉันเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่ามันจะตาลปัตรได้ถึงเพียงนี้...
และจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ฉันเองก็ไม่ต้องรอมันนานเท่าไรนัก...เพราะหลังจากนั้นไม่นานเหตุการณ์นั้นก็ได้เกิดขึ้น...วันนั้นมันเป็นวันที่ฉันจำได้เป็นอย่างดีเพราะหลังจากที่ฉันกลับมาจากมหาวิทยาลัย ทันทีที่ฉันเหยียบย่างเข้าไปภายในบ้านที่แสนอบอุ่นมาเสมอของตัวเองสภาพบ้านที่เละตุ้มเป๊ะถูกรื้อค้นจนข้าวของกระจัดกระจายก็ทำให้ฉันถึงกับเบิกตากว้างยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ
“นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น พ่อค่ะ แม่ค่ะ อยู่ไหนกันค่ะ”
ฉันร้องเรียกหาพ่อแม่หลังจากเรียกสติที่เตลิดให้กลับมาได้ พร้อมกับขาที่ก้าวเข้าไปในบ้านอย่างสั่น ๆ ด้วยยังไม่เข้าใจว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น
“แม่ค่ะ พ่อค่ะ อยู่ไหนคะ คุณพ่อ...คุณแม่...”
ขาที่ยังเดินย่างท่ามกลางข้าวของที่กระจัดกระจายเต็มพื้นโดยที่ปากก็ร้องเรียกคนในบ้านไปด้วย และเพียงเสี้ยวนาทีคนงานในบ้านอันเป็นบุคคลคุ้นเคยก็ได้วิ่งออกมาจากที่ซ่อนเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับฉัน
“คุณลูกจันค่ะ...ฮึก...ฮึก...คุณท่าน...คุณท่านแย่แล้วค่ะ”
“พี่นิด...!! นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันค่ะ แล้วคุณพ่อเป็นอะไรท่านอยู่ไหนคะ”
ฉันละล่ำละลักถามแม่บ้านแม้ว่าใจตอนนี้จะร้อนรนจนไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“ทะ...ทางนี้ค่ะ...ฮึก...ฮึก”
พี่นิดนำทางไปทั้งน้ำตา จนกระทั่งเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏขึ้นภาพนั้นก็ทำให้หัวใจของฉันร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
“คุณพ่อ...คุณพ่อค่ะ...คุณพ่อ...!!”
ฉันตรงเข้าไปเขย่าร่างของผู้เป็นบิดาที่เหมือนกับว่านอนไม่ได้สติอยู่ที่พื้น
“ฮึก...ฮึก...พี่นิดค่ะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันค่ะ ทำไมคุณพ่อถึงเป็นแบบนี้ล่ะคะ...ฮือออออ ~~ คุณพ่อค่ะได้ยินลูกจันไหมคะ...ฮึก...ฮึก...ละ...แล้วคุณแม่ล่ะคะ คุณแม่อยู่ไหน”
น้ำตาที่ไหลออกมาอย่างอัตโนมัติเป็นทางหลังจากเห็นสภาพอันไร้สติแต่ยังมีลมหายใจอยู่ของผู้เป็นบิดาของตน พร้อมกับหันไปหาคำตอบจากแม่บ้านด้านข้างถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“ฮึก...ฮึก...คุณลูกจัน คุณผู้หญิงท่าน...ท่านก็...ฮือออออ...”
“คะ...คุณแม่...คุณแม่ทำไมค่ะ” น้ำเสียงที่สั่นไม่ต่างกับหัวใจที่สะท้านถามออกไปด้วยกลัวคำตอบเหลือเกิน
“คะ...คุณผู้หญิง...คุณผู้หญิงท่าน...ท่านเสียแล้วค่ะ”
สิ้นคำตอบจากแม่บ้านฉันถึงกับช็อกตาค้างสมองที่เหมือนกับได้ยินเสียงวิ้งอยู่ในหัว อาการหน้าที่มืดจนเหมือนจะดับวูบได้ทุกขณะ เพียงแต่ว่า ณ วินาทีฉันต้องพยายามบังคับสติตัวเองเอาไว้ไม่ให้มันวูบไปจนเป็นภาระให้กับพี่นิดอีกคน
“ฮะ...ห๊ะ...พะ...พี่นิดว่าไงนะคะ คุณแม่ มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่ค่ะ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะคะ แล้วคุณแม่อยู่ไหนคะพี่นิดคุณแม่ท่านอยู่ไหน...!! ฮืออออ ~~” (O_O)
เสียงระเบิดร้องไห้โฮพรั่งพรูออกมาพร้อมกับคำถามมากมาย มือบางที่หันไปเขย่าแขนถามแม่บ้านอย่างพี่นิดด้วยสมองที่อื้ออึง ก่อนที่ตัวเองจะรีบวิ่งถลาไปตามนิ้วมือของแม่บ้านที่ชี้ไปทางที่แม่ของฉันนอนอยู่โดยมีพี่นิดวิ่งตามมาติด ๆ ก่อนที่พี่นิดเองก็ไม่ลืมที่จะเล่าเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ฉันฟัง
“ฮึก...ฮึก...คุณลูกจันค่ะ พี่เองก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้น พี่เข้ามาคุณท่านกับคุณผู้หญิงก็ทะเลาะกันแล้ว พี่พอจับใจความได้ว่าเหมือนกับคุณผู้หญิงเอาเงินไปลงทุนอะไรสักอย่างแล้วมันขาดทุน คุณท่านโมโหมากก็เลยทะเลาะกัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมคุณผู้หญิงท่าน...ฮึก...ท่านถึงได้ตัดสินใจใช้ปืนทำร้ายตัวเองด้วย...ฮึก...ฮึก...ส่วนคุณท่าน...คุณท่านเองก็จะเข้าไปช่วยเพียงแต่ว่าทุกอย่างมันไม่ทันแล้วค่ะ ฮือออออ ~~ คุณลูกจันค่ะ...คุณผู้หญิงท่านไม่อยู่แล้วค่ะ” (T^T)
น้ำตาที่ไหลอาบแก้มของแม่บ้านโดยที่ปากก็ได้พรั่งพรูเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งน้ำตา อีกทั้งด้วยภาพที่เกิดต่อหน้าต่อตาเธอก็ทำให้เธอตกใจไม่แพ้กัน
“ฮึก...ฮึก...ฮืออออ ~~ คุณแม่ทำแบบนี้ทำไมค่ะ คุณแม่ตื่นมาพูดกับลูกจันก่อนได้ไหม คุณแม่อย่าทิ้งลูกจันไปเลยนะคะ” (T_T)
ส่วนฉันเองก็หลั่งน้ำตาออกมาไม่ต่างกันด้วยตัวเองนั้นก็สุดจะกลั้นไหว อีกทั้งหยดน้ำใสที่ไหลรินออกมาช่างเหมือนกับน้ำสีแดงฉานที่เปื้อนเต็มชุดนักศึกษา ภาพโลหิตที่ทะลักออกมาจากร่างของมารดาที่อยู่ในอ้อมแขนได้ทำให้หัวใจพลันแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี
เสียงร้องไห้โฮดังออกมาอย่างไม่นึกอายใครโดยที่เรียวแขนยังคงกอดร่างที่ไร้ลมหายใจแนบอกแน่น และแม้ว่าฉันจะรู้สึกเจ็บปวดใจที่ต้องมาสูญเสียบุคคลที่รักอย่างแม่ไป แต่ถึงยังไงฉันก็ยังโชคดีที่พ่อของฉันท่านไม่ได้คิดจะทำร้ายตัวเองตามแม่ไปด้วย
“ฮึก...ฮึก...ละ...แล้วสภาพบ้านล่ะคะ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้” ฉันตั้งสติหลังจากฟูมฟายอยู่สักพักก่อนเอ่ยถามแม่บ้านคนเดิมไปอีกครั้ง
“นะ...นี่แหละค่ะที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณท่านเป็นลมหมดสติ”
พี่นิดปาดน้ำตาก่อนจะเล่าให้ฟังต่อถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น
“หลังจากที่คุณผู้หญิงจากไปก็มีกลุ่มผู้ชายกลุ่มหนึ่งท่าทางน่ากลัว เหมือนกับเป็นพวกแก๊งทวงหนี้เลยค่ะ พวกมันเข้ามาในบ้านพร้อมกับแจ้งว่าให้ย้ายออกจากบ้านหลังนี้ภายใน 7 วัน เนื่องจากบ้านหลังนี้ทางคุณผู้หญิงได้เอาโฉนดไปจำนองเพื่อลงทุน แต่เพราะการลงทุนมันขาดทุนไปแล้วบ้านหลังนี่ก็เลยต้องโดนยึด พอคุณท่านได้ยินก็ช็อกสลบไปเลยค่ะ พะ...พี่ทำอะไรไม่ถูกโชคดีที่หลังจากพวกนั้นกลับไปคุณลูกจันก็กลับมาพอดี ฮึก...ฮึก...แล้วนี่เราจะทำยังไงกันต่อดีค่ะคุณลูกจัน”
นิดร้องไห้สะอึกสะอื้นถามด้วยความกังวลใจ เพราะด้วยการที่ตัวเองได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันทำให้เธออดใจสั่นขวัญแขวนไม่ได้ อีกทั้งด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นลึก ๆ แล้วเธอเองก็อยากจะรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะจัดการเรื่องนี้ต่อไปยังไง เพราะอย่างน้อยคำตอบของหญิงสาวตรงหน้าผู้เป็นลูกสาวของเจ้านายเธอก็น่าจะทำให้ตัวเธอได้รู้ว่าเธอจะต้องทำยังไงต่อไปกับชีวิตของตัวเองดี...
“พี่นิดพูดกับลูกจันได้ตรง ๆ เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจกัน อีกอย่างลูกจันก็เคยบอกแล้ว ณ เวลานี้เราคือครอบครัวเดียวกันลูกจันไม่ใช่ลูกเจ้านายของพี่นิดอีกแล้วนะคะ”ฉันยื่นมือออกไปกุมมือที่ประสานอยู่ที่หน้าตักของพี่นิดแน่นอย่างต้องการให้คนตรงหน้ารับรู้ถึงความจริงใจของฉัน“ขอบคุณนะคะที่เห็นพี่เป็นคนในครอบครัว” (^-^)“ก็พี่นิดเป็นครอบครัวของลูกจันจริง ๆ นี่ค่ะ แล้วอีกอย่างความจริงแล้วต้องเป็นลูกจันต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่นิดที่ยังอยู่คอยช่วยเหลือลูกจันอยู่จนถึงทุกวันนี้” (^-^)คำพูดขอบคุณที่ถูกส่งออกมาอย่างที่ตัวเองคิดมาเสมอนับตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง แม้ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายภายในห้องเช่าทุกอย่างฉันจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด แต่พี่นิดเองหลังจากรับเงินก้อนนั้นไปจากฉันพี่นิดเองก็ไม่เคยเรียกร้องเอาเงินเดือนจากฉันอีกเลยแม้ว่าฉันจะหยิบยื่นให้ก็ตาม แถมทุกวันนี้ที่ฉันได้ออกไปหางานทำได้อย่างสบายใจก็ได้พี่นิดนี่แหละที่คอยช่วยดูแลคุณพ่อที่ยังคงนอนติดเตียงอยู่“พี่เต็มใจค่ะ คุณลูกจันไม่ต้องคิดมาเรื่องนี้เลยนะคะ” (^-^)“ถึงยังไงลูกจันก็ต้องขอบคุณค่ะ และอยากให้พี่นิดรู้ไว้นะคะว่าพี่นิดเป็นเสมือนผู้มีพระคุณของลูกจัน” (
เรื่องราวทุกอย่างที่ฉันได้รับการดูถูก หลาย ๆ อย่างที่ฉันต้องพบเจอในตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าฉันจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉันยังคงเจ็บปวดและยังรู้สึกต่อสิ่งที่พบเจออยู่ เพียงแต่เพราะฉันยังมีสิ่งที่ยังทำให้ฉันมีพลังเดินหน้าสู้ต่อนั่นก็คือกำลังใจจากคนทั้งสองที่ยังรอความหวังอยู่ที่ห้องเช่าขนาดเล็ก และด้วยกำลังใจของพวกเขานั้นก็ทำให้ฉันตั้งใจแล้วว่าฉันจะไม่ใส่ใจกับสิ่งไร้สาระที่ได้พบเจออีกต่อไปแล้วส่วนเรื่องราวของพี่นิดนับตั้งแต่วันนั้นที่ฉันตั้งใจว่าจะมอบเงินก้อนหนึ่งให้พี่นิดเพื่อให้เป็นทุนในการตั้งตัว แม้ว่าพี่นิดจะเอ่ยปากปฏิเสธในตอนแรกด้วยเพราะเกรงใจฉัน แต่เป็นเพราะฉันเองที่พยายามยัดเยียดเงินก้อนนั้นให้กับพี่นิดด้วยเพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้ นั่นจึงทำให้พี่นิดยอมที่จะรับน้ำใจของฉันเอาไว้โดยที่พี่นิดเองก็ยังคงเลือกที่จะอยู่ช่วยดูแลคุณพ่อของฉันต่อในระหว่างที่ฉันเริ่มออกไปหางานทำ...“เป็นยังไงบ้างคะคุณลูกจัน...วันนี้พอจะมีข่าวดีไหมคะ”พี่นิดถามหลังจากที่เห็นฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องยามเย็น หลังจากที่ฉันออกไปหางานทำตั้งแต่เช้าก่อนที่ปฏิกิริยาของฉันที่มาพร้อมกับสีหน้าสลดนั้นจะเป็นคำตอบได้ดีถึงผลลั
“ฮึก...ฮึก...พี่นิดค่ะ...ฮึก...ฮึก”เสียงสะอึกสะอื้นที่แม้จะมีคำพูดมากมายอยากจะพูดกับคนตรงหน้าแต่กลับพูดไม่ออกทำได้เพียงแค่เรียกชื่อด้วยความตื้นตันใจเท่านั้น“ไม่เป็นไรนะคะ ไม่เป็นไร พี่เชื่อว่าคุณลูกจันกับคุณท่านจะผ่านมันไปได้นะคะ”มือบางที่อบอุ่นที่สุดในยามนี้ยื่นมาลูบหลังที่สั่นไหวเบา ๆ ด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ สายตาที่มองร่างบอบบางอย่างรู้สึกเวทนาในชะตาของหญิงสาวเพียงแต่ด้วยสถานะของคนปลอบนั้นเธอเองจึงทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้“ขอบคุณนะคะ...ฮึก...ฮึก...ขอบคุณจริง ๆ บุญคุณครั้งนี้ลูกจันจะไม่มีวันลืมเลย”“ไม่เป็นไรนะคะ นิ่งซะนะยังไงคุณลูกจันยังมีคุณท่าน คุณท่านยังรอคุณลูกจันอยู่นะคะ” (^-^)พี่นิดเอ่ยปลอบอีกครั้งก่อนที่เราจะช่วยกันวางแผนชีวิตในลำดับต่อไป และหลังจากที่ออกจากห้างสรรพสินค้าแล้วพวกเราก็ได้พากันไปหาห้องเช่าเพื่อที่จะพาคุณพ่อกลับไปพักผ่อน...กระทั่งเมื่อได้ห้องพักโดยการจัดการของพี่นิดแล้ว ฉันก็ให้พี่นิดอยู่รอที่ห้องพักเลย ส่วนฉันก็เลือกที่จะกลับไปรับคุณพ่อที่โรงพยาบาลเพียงลำพัง...หลังจากที่ฉันได้เคลียร์ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็พาคุณพ่อกลับมายัง
“โธ่...คุณลูกจัน ทำไมเรื่องราวมันถึงเลยเถิดไปได้ถึงขนาดนี้กันล่ะคะ”นิดถึงกับถอนหายใจรู้สึกปลงตกกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้รับฟังมา และแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม แต่ตนเองก็ไม่คิดว่ามันจะพังทลายได้ถึงขนาดนี้...ความเงียบเข้าปกคลุมหลังจากที่ฉันเล่าทุกอย่างให้พี่นิดฟัง แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าพี่นิดจะคิดยังไง เพราะถ้าให้บอกตามตรงในเวลานี้พี่นิดก็เท่ากับว่าได้ตกงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ว่าพี่นิดจะคิดยังไงจะอยู่หรือว่าจะไปจากฉัน แต่สิ่งที่ฉันตั้งใจเอาไว้เลยก็คือหลังจากที่ฉันขายพวกเครื่องประดับพวกนี้ได้เงินมาแล้วฉันจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้พี่นิดไปตั้งตัวด้วย เพราะรู้สึกซึ้งใจที่นับตั้งแต่เกิดเรื่องกับครอบครัวฉันมาพี่นิดเป็นคนงานเพียงคนเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่กับฉันมาจนถึงวินาทีนี้ ส่วนคนงานคนอื่นกลับหนีหายไปตั้งแต่วันที่มีอันธพาลมาอาละวาดที่บ้านวันนั้นแล้วหัวใจที่เต้นระรัวด้วยกลัวว่าพี่นิดจะชิ่งหนีไปก่อนหลังได้รับฟังความจริงก็ค่อย ๆ พลันสงบลงอย่างคนที่ปลงตกและคิดได้ เพราะถ้าหากพี่นิดคิดจะจากฉันไปมันก็เป็นสิทธิ์ของเขาจากนั้นไม่นานรถโดยสารสาธารณะส่วนบุคคลก็พาเราสองคนมาถึงห้า
ณ โรงพยาบาล M พรีเมียมฉันพาร่างที่สะบักสะบอมกลับมายังห้องพักผู้ป่วยที่ยังเหลือคนที่มีสายเลือดใกล้ชิดเพียงคนเดียวในชีวิตของฉันอยู่ ภาพของพ่อที่ยังคงนอนแน่นิ่งแม้ว่าคุณหมอจะแจ้งว่าเป็นผลจากอาการช็อกและผลจากการเป็นอัมพาตก็ตาม แต่ฉันกลับรู้สึกว่าในเวลานี้บนโลกใบนี้คงเหลือแค่ฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น“ฮึก...ฮึก...พ่อค่ะ...ฮือออออ ~~”ฉันพุ่งตัวเข้าไปกอดพ่อด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นตีมวนไปหมด ความเจ็บปวดที่ระบมไปทั่วทั้งตัวเมื่อรวมเข้ากับความรู้สึกแหลกสลายที่อยู่ในใจแล้วมันกลับทำให้ความอ่อนแอที่ฉันตั้งใจจะกดมันเอาไว้เพื่อให้คนข้างนอกเห็นว่าฉันเข้มแข็งไม่เป็นอะไรได้พรั่งพรูออกมาเกินกว่าจะทนไหวใบหน้าที่แนบไปกับหน้าอกของผู้เป็นบิดาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลจนเสื้อผู้ป่วยชื้นแฉะกลับไม่ทำให้ความรู้สึกปวดร้าวที่เกิดขึ้นหายไปได้เลยสักนิด น้ำตาที่ยังคงหลั่งไหลออกมาไม่หยุดเหมือนต้องการให้มันไหลออกมาให้หมดเพื่อที่วันหน้าฉันจะได้ไม่ต้องเสียใจให้กับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว...กระทั่งเมื่อเสียงสะอื้นค่อย ๆ แผ่วลงหลังจากที่ฉันร้องไห้อยู่สักพัก อีกทั้งความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่อัดแน่นก่อนหน้านี้ก็เริ่มจะคลายลง ฉันที่ค่อ
แกร๊งๆๆๆ“ใครเอาโซ่มาคล้องไว้กันนะ...??”ฉันจับไปยังโซ่เส้นโตที่คล้องประตูบ้านฉันเอาไว้ก่อนจะเขย่ามันอย่างแรงจนเกิดเป็นเสียงดังลั่น ก่อนจะตะโกนลั่นด้วยความโกรธเคือง“เปิดเดี๋ยวนี้นะฉันบอกให้เปิด...นี่มันบ้านของฉันนะ...!! มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้”และในขณะที่ฉันกำลังโวยวายอยู่นั้นในจังหวะที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็พลันถูกผลักล้มลงกระแทกพื้นด้วยแรงอันมหาศาลทันทีตุบ...!!“อะ...โอ๊ย...!!”“มาโวยวายอะไรตรงนี้ ออกไป...!!”เสียงคำรามน่าหวาดหวั่นของคนตัวโตที่มีลักษณะของนักเลงเอ่ยตวาดหลังจากผลักฉันให้ออกไปจากรั้วประตูบ้าน“นะ...นี่มันบ้านฉันนะ นายเป็นใครถึงมาทำแบบนี้กับฉัน...!!”หลังจากที่ฉันหยัดตัวลุกขึ้นมาจากพื้นได้ฉันก็แว้ดใส่ผู้ชายหน้าโหดทันที“ฮ่าๆๆ บ้านมึงหรอนี่มันบ้านเจ้านายกูโว้ย...ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นกูอาจจะทำปืนลั่นใส่กบาลมึงเอาได้ แต่เอ...หน้าตาแบบนี้หรือจะเอาทำเมียก่อนดีแล้วค่อยฆ่าทิ้ง ฮ่าๆๆๆ”คนกักขฬะพูดจาร้ายกาจพร้อมกับเดินย่างสามขุมมาหาฉัน โดยที่คำพูดเหล่านั้นมันเริ่มทำให้ฉันกลัวจนต้องเดินถอยหนี“พูดแบบนี้ไม่กลัวติดคุกหรือไง”ฉันพูดออกไปทำเหมือนไม่เกรงกลัว แม้ว่าตัวเอง







