Home / โรแมนติก / แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้ / ตอนที่ 11 : นักบิดขวัญใจสาว (3)

Share

ตอนที่ 11 : นักบิดขวัญใจสาว (3)

last update publish date: 2026-10-27 23:26:49

เอี้ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

รถมอเตอร์ไซค์ถูกจอดลงที่หน้าประตูรั้วบ้านของฉัน ฉันค่อย ๆ ก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของ     ไอ้เกอร์

“พรุ่งนี้ เจอกัน 8 โมงเช้านะ แต่งตัวสวย ๆ ล่ะ” ไอ้เกอร์พูดขึ้น

“แหม่ ๆ ฉันสวยอยู่แล้วป่ะ แต่งอย่างไงก็สวยย่ะ” ฉันตอบกลับด้วยความหมั่นใส้

“งั้นแต่งเป็นเจ้าสาวของฉันสิ แกจะสวยกว่านี้อีก อิอิ” คำพูดในเชิงหยอกล้อนั้น แต่ทำไมครั้งนี้ฉันกับรู้สึกหน้าแดงและเขินอายล่ะเนี่ย

“ขอคิดดูก่อนนะ ฉันไปล่ะ” พูดจบฉันก็เดินเข้าบ้านทันที

โอ้ยยยยยย ทำไมฉันหยุดยิ้มไม่ได้เลยล่ะเนี่ย

ทเกอร์ :

ผมมองตามหลังเธอไปด้วยรอยยิ้ม ทุกครั้งที่มองตามหลังเธอ ผมมักจะรู้เสมอว่า พรุ่งนี้ผมจะได้เห็นหน้าเธอใหม่ และผมชอบที่จะมองตามหลังเธอแบบนี้ตลอด

เอพริล :

“ทำไมวันนี้ฉันรู้สึกแปลกกับไอ้เกอร์นะ เอ๊ะ!! ทำไมใจฉันเต้นแบบนี้”

ฉันนำมือตัวเองขึ้นทาบบนอก หัวใจเต้นแรงตึกตัก พร้อมกับบ่นกับตัวเองพึมพำ

ไทเกอร์ :

ผมจอดมอเตอร์ไซค์ที่หน้าบ้าน แล้วรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องของไลออล พี่ชายของผมทันที

“เฮ้ ไลออล ฉันมีข่าวดีจะมาบอก” ผมเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ต้องขออนุญาต เพราะเราสองคนเป็นพี่น้องที่สนิทกันมาก จึงทำให้เราใช้ชีวิตเหมือนเพื่อนสนิทกัน

ไลออล พี่ชายที่มีตาคล้ายกับผม กำลังพักผ่อนอยู่บนเตียงนอนของเขา แขนที่ใส่เฝือกอยู่ด้านซ้ายจากอุบัติเหตุ ทำให้ไลออลยังไม่สามารถกลับมาลงแข่งได้

“ฉันรู้ว่านายจะชนะแน่นอน ไอ้น้องรัก” ไลออลพูดขึ้นด้วยกับรอยยิ้ม

ผมเดินเข้าไปกอดไลออลที่กำลังนอนอยู่บนเตียง พร้อมกับพูดขึ้น “หายไว ๆ นะไลออล ถ้าหายเมื่อไหร่ เราจะได้มาลงสนามแข่งคู่กัน”

“ฉันรอวันนั้นแทบไม่ไหวแล้ว แต่ในฤดูกาลนี้ ฉันเชื่อว่านายจะคว้าเหรียญทองมาได้อย่างแน่นอน รอฉันหายอีกหน่อยนะ ฉันจะเป็นครูฝึกให้นายด้วยตัวของฉันเองเลย

“นายต้องหายให้ทันการแข่งรอบสุดท้ายนะ ถ้าฉันได้นายเป็นครูฝึก ฉันต้องชนะแน่นอน” ผมพูดขึ้น

“^^” ไลออลส่งยิ้มกลับมาอย่างเงียบ ๆ 

“แล้วนี่นายกินยาหรือยัง” ผมถามขึ้น

“ยังเลย” 

“อ่านี่” ผมคว้ายาจากหัวเตียงของไลออล พร้อมกับน้ำยื่นให้

ไลออลรับไปและทานอย่างว่องไว

“นายพักผ่อนได้แล้ว” ผมบอกไลออล พร้อมกับเดินปิดประตูห้องของเขา และออกมา

           

เอพริล :

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น วันนี้ฉันไม่ได้ไปทำงาน เพราะไอ้เกอร์ตัวแสบนัดไว้จะว่าจะพาฉันไปที่ไหนสักแห่ง

“ฮัลโล่วววววววว เอพริล” เสียงของไอ้เกอร์ตะโกนมาจากหน้าประตูรั้ว ดังขึ้นมาจนถึงหน้าต่างห้องของฉันที่อยู่ชั้น 2 ของบ้าน จนฉันต้องรีบโผล่หน้าจากทางหน้าต่างไปให้ไอ้เกอร์เห็น

“ฉันกำลังลงไป” ฉันพูดจบก็ปิดหน้าต่าง แล้วก็รีบวิ่งลงไปยังไอ้เกอร์ที่กำลังจอดรถมอเตอร์ไซค์รออยู่ด้านหน้าประตูรั้ว

“อ่า” ไทเกอร์ยื่นดอกกุหลาบจำนวน 9 ดอก มาให้ฉัน” 

“ดอกกุหลาบ 9 ดอก มีความหมายว่าไงอ่อแก” ฉันถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะทุกครั้งที่ ไอ้เกอร์นำดอกกุหลาบมาให้ จำนวนดอกไม่เคยเท่ากันเลย และจำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 

“แกก็เสิร์ชหาดูสิ ฮ่า ๆ ๆ” ไอ้เกอร์ตอบกลับพร้อมกับเสียงหัวเราะ

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพื่อจะเข้าอินเทอร์เน็ตเสิร์ชหาความหมาย

แต่ ... ไอ้เกอร์ก็ดันคว้ามันออกไปซะก่อน

“อ้าว” ฉันร้องขึ้น

“ฉันเปลี่ยนใจล่ะ ไว้ค่อยเสิร์ชทีหลังนะ ตอนนี้ขึ้นมอเตอร์ไซค์ได้ล่ะ เดี๋ยวสาย ๆ แดดมันจะร้อน” ไอ้เกอร์กดปิดโทรศัพท์ของฉัน และยื่นคืนกลับมาให้ฉัน

“อ่า ก็ได้” ฉันเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า และก็ขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ไทเกอร์ทันที

 ไอ้เกอร์พาฉันขับรถออกมาไกลจนถึงชานเมือง สองข้างทางจากตึกรามบ้านช่อง เริ่มเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้า และต้นไม้ใหญ่ ข้างทางเต็มไปด้วยหมู่บ้านเล็ก ๆ กระจายเต็มไปด้วย

ไอ้เกอร์ขับรถมาจอดที่หน้าตีนเขาแห่งหนึ่ง บนยอดเขานี้ถูกสร้างเป็นวัดสีขาวโบราณ ตั้งแต่ตีนเขาจนไปถึงยอดเขาถูกสร้างเป็นขั้นบันไดสำหรับเดินขึ้นไปบนวัดนั้น

ไอ้เกอร์จอดรถไว้ข้าง ๆ ทางขึ้น

“พ่อหนุ่ม อุ้มแฟนขึ้นไปสิ” จู่ ๆ คุณยายในชุดสีเหลืองอ่อนก็เดินเข้ามาพูดกับไอ้เกอร์

“อุ้ย!! ไม่ ...” ฉันพูดปฏิเสธยังไม่ทันจบ ไอ้เกอร์ก็พูดแทรกขึ้นมา

“ได้เลยครับคุณยาย” ตอบคุณยายจบ มันก็คว้าตัวฉันอุ้มในท่าเจ้าสาวทันที

“ว้ายยย ไอ้เกอร์ทำอะไรของแกเนี่ย” ฉันโวยวายขึ้น พร้อมกับดิ้นในขณะที่ไทเกอร์กำลังอุ้มฉันอยู่

“อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวแกก็ร่วงลงมาเจ็บตัว ฉันไม่รู้ด้วยนะ” 

ทุกก้าวที่ไอ้เกอร์ก้าวขึ้นบันไดไปสู่วัดที่อยู่ด้านบนภูเขา ฉันรับรู้ได้ว่า น้ำหนักตัวของฉันคงทำให้มันต้องออกแรงอุ้มไว้ไม่น้อย ใบหน้าของไอ้เกอร์ยังคงยิ้มสู่กับแสงกับพระอาทิตย์ ในขณะที่ร่างกายของมันเริ่มเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ เสื้อยืดสีขาวของไอ้เกอร์ที่สวมใส่อยู่ ถูกเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของมัน มือของมันที่กำลังโอบร่างฉันไว้เริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อเช่นกัน หลายครั้งที่มือของไอ้เกอร์ลื่น จนฉันเกือบหลุดร่วงลงสู่พื้น แต่มันก็ประครองไม่ให้ฉันร่วงจนได้

“ไอ้เกอร์ ถ้าแกไม่ไหวก็ไม่เป็นไรนะ แล้วเราค่อยเดินขึ้นไปจนถึงวัดด้านบนภูเขาด้วยกันก็ได้” ฉันเสนอขึ้น เพราะแสงของพระอาทิตย์เริ่มส่องมาที่เรามากขึ้น

“ฉันไหวแก แค่นี้จิ๊บ ๆ” ไอ้เกอร์ยังคงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

“แต่แกต้องใช้มือและแขนในการแข่งมอเตอร์ไซค์ครั้งต่อไปนะ ถ้าแขนแกเกิดล้าจนแข่งไม่ได้ขึ้นมา ฉันคงรู้สึกไม่ได้ไม่ดีแน่” 

_____________________________________________________________________

ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 18 : ความโกรธ ความหึงหวง (2)

    “ไอ้เกอร์” ฉันจับใบหน้าของมันให้มามองที่ฉัน“ก็แก” แล้วในที่สุดมันก็ยอมพูดจนได้ “แกแต่งตัวแบบนี้ ผู้ชายมันถึงได้ทำแบบนั้นกับแกไง”“เดี๋ยวก่อนนะ แกพยายามจะบอกว่า ไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้เมื่อกี้ เกิดขึ้นเพราะฉัน” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ“ก็ถ้าแกไม่แต่งตัวยั่วคนอื่นแบบนั้น มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” ไอ้เกอร์พูดด้วยเสียงเรียบเฉย นั้นยิ่งทำให้ฉันโกรธขึ้นไปอีก“ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ทำไมเวลาผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วมีผู้ชายมาลวนลาม ทำไมความผิดถึงกลายเป็นของฝ่ายผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็มีสิทธิและเสรีภาพในการแต่งตัวอย่างไงก็ได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะโทษว่าเป็นเพราะผู้ชายนั้นสารเลวเอง ถ้าผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้มีจิตใจที่สกปรก ต่อให้ผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปลวนลาม ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ทำไมผู้ชายถึงเอาแต่มาโทษผู้หญิงอย่างเรา” พูดจบฉันก็เดินเปิดประตูรั้ว และเดินเข้าบ้านไปทันทีฉันได้ยินเสียงของไอ้เกอร์เรียกตามหลังมา แต่ความโกรธของฉันตอนนี้ทำให้ฉันไม่อยากหันกลับไปมองหน้ามัน

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 17 : ความโกรธ ความหึงหวง (1)

    บทที่ 5เอพริล :ฉันเดินไปอยู่ในงาน แต่ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบสักคน คงจะเป็นเพราะไอ้เกอร์ตัวแสบจริง ๆ ด้วย “ฮึ่ม เอาไงดีหว่า” ฉันคิดไปไปคิดมาก็หันไปเห็นไอ้เกอร์กำลังยืนจีบสาวอยู่ “ทำไมแกไปจีบคนอื่นได้ แต่ฉันไม่สามารถจีบคนอื่นได้ล่ะ เอ๊ะ!! ใช่ ถ้าผู้ชายไม่เดินเข้ามาจีบฉัน งั้นฉันก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบเขาแทน”เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ งานเพื่อหาเป้าหมายที่จะหล่อ และดูดี “ใครดีนร้า” ฉันบ่นกับตัวพึมพำ และมองหาเป้าหมายไปด้วยและในที่สุด สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลอ่อน ที่อยู่ในเสื้อสูทเปิดอกเล็กน้อย ช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน“นั้นไง พ่อหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นแหละที่เหมาะเป็นเป้าหมายของฉันที่สุด” เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จ ฉันก็คว้าแก้วน้ำส้มแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่จะให้ได้เดินเข้าไปจีบเขาตรง ๆ เลยก็จะดูอ่อยเกินไป ดังนั้น ฉันจึง“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอพริลไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ” แล้วก็เป็นไปตามแผนนางร้ายในละคร เมื่อฉันทำเป็นแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองเพื่อทำน้ำส้มกระเด็นจากแก้ว จนไปโดนเสื้อสูทของเขา“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามขึ้น พร้อ

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 16 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (4)

    “สวัสดีครับคุณไทเกอร์ วันนี้ผมจะขอมารับเอพริลไปที่ร้านกับผมนะครับ” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ด้วยความสุภาพ สายตาที่มองกลับไปหาไอ้เกอร์ด้วยความนิ่ง และคำพูดที่เรียบเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นการขออนุญาตหรือเป็น คำบอกกล่าวกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้คือสายตาของไอ้เกอร์ที่มองไปที่พี่เอดีนเริ่มจะไม่โอเคซะแล้ว“เอ่อ คือว่าพี่เอดีน พอดีว่าไหน ๆ ไทเกอร์ก็มารับเอพริลที่บ้านประจำอยู่แล้ว ก็ให้เอพริลไปกับไทเกอร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะคะ” ฉันพูดขึ้นบ้าง เพราะลองถ้าฉันบอกว่าไปกับพี่เอดีนสิ มีหวังไอ้เกอร์งอนฉันแน่ เอาว่ะ พี่เอดีนเป็นผู้ใหญ่กว่า เขาคงจะเข้าใจฉันนะ“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พี่ขอเป็นคนมารับส่งน้องเอพริลเองทุกวันนะครับ” พี่เอดีนหันหน้ามาพูดกับฉัน“ไม่ได้” แล้วไอ้เกอร์ก็ขัดพี่เอดีนขึ้นมาทันควันพ่อ แม่ เห็นสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี จึงดึงผมเปียของยัยแจนให้ออกไปจากห้องอาหารนี้ด้วยกันทันที“คุณพาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ สู้ให้น้องเอพริลไปรถยนต์กับผมดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่าเยอะ” เหตุผลที่พี่เอดีนพูดขึ้น ทำให้ไทเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง“แต่ผมก็พาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นสิบ ๆ

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 15 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (3)

    “ใช่ค่ะ เอพริลเป็นแฟนของพี่เอดีนเองค่ะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปชิดกับพี่เอดีนให้แนบแน่นกว่าเดิม จนยัยฟางทนไม่ไหว และพุ่งมากระชากตัวฉันออกจากพี่เอดีนทันที“โอ้ยยยย” ฉันล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง“น้องเอพริล เป็นอะไรไหมครับ?” พี่เอดีนค่อย ๆ พยุงร่างของฉันขึ้นจากพื้น และหันไปต่อว่ายัยคุณฟางทันที “นี่มันจะเกินไปแล้วนะ กลับไปได้แล้วฟาง ผมไม่อยากให้คุณมาวุ่นวายกับแฟนของผมอีก”“ไม่ค่ะ ฟางไม่กลับ และฟางก็ไม่มีทางเชื่อด้วยว่าพี่เอดีนคบกับยัยเด็กคนนี้ ฟางมาเฝ้าพี่เอดีนออกจะบ่อย เพิ่งจะมาเห็นยัยเด็กผู้หญิงคนนี้ก็วันนี้นี่เอง” ยัยคุณฟางพูดขึ้นด้วยที่เสียงอันแหลมจนทะลุแก้วหู“กลับไปได้แล้วฟาง แล้วก็เลิกมาวุ่นวายกับที่นี่อีก แล้วอีกอย่าง อย่ามาทำกริยาแบบนี้กับแฟนของผมอีก ผมไม่ชอบ” พี่เอดีนพูดตอบกลับไปด้วยเสียงแข็งกร้าว จนทำให้ดวงตาของยัยคุณฟางเริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา“เอดีนใจร้ายกับฟางมากไปแล้วนะคะ ฟางจะไม่ยอมแค่นี้แน่นอนค่ะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นคลอ และในที่สุดน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาจนได้ยัยคุณฟางเดินออกไปจากร้านด้วยความว่องไว พร้อมกับปาดน้ำตาออกเพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอหน้าตาก็ส

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 14 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (2)

    ผู้หญิงสาวสาว หุ่นผอมเพรียวเดินเข้ามาในร้าน ดวงตาสีน้ำตาล จมูกที่คมสัน พร้อมกับผมสีดำสนิทและตรงยาวสลวยงดงาม เดินเข้ามาสู่ในร้าน พนักงานทุกคนรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปตอนรับเธอทันที ฉันยืนมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความมึนงงไปพักใหญ่“สวัสดีค่ะ คุณฟาง เชิญนั่งก่อนค่ะ” พี่น้ำส้ม ยกมือไหว้ พร้อมกับเชิญให้ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางนั่งลงกับเก้าอี้“ชาเนส 1 แก้ว” เธอสั่งเมนูด้วยเสียงเรียบเฉียบ ท่านั่ง และสายตาที่มองไปรอบ ๆ ร้านของเธอช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจในอายุน้อยเหลือเกิน“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่น้ำส้มรับเมนูด้วยตัวเอง และรีบนำไปส่งให้พี่แอมป์ที่เป็นบาริสต้า“และนั้นใคร พนักงานใหม่หรอ?” ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางคนนั้นถามพี่น้ำส้มขึ้น พร้อมกับมองหน้ามาที่ฉัน แต่สายตาที่เธอส่งมานั้น ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย“ใช่ค่ะคุณฟาง น้องเป็นคนรู้จักของคุณเอดีน และกำลังฝึกงานอยู่ที่นี่ค่ะ” พี่น้ำส้มตอบกลับด้วยความนอบน้อม ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เหยียดฉันดูออกนะ ว่าคุณไม่ชอบฉันได้แต่คิดโมโหในใจ ว่าทำไมฉันต้องมายืนให้ผู้หญิงคนนี้มองเหยียดด้วยความดูถูกด้วยนะ ฉันเป็นเด็กฝึกงานแล้วมันไปหนักศีรษ

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 13 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (1)

    บทที่ 4เอพริล :เช้าตรู่ของวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ร่างกายของฉันยังคงพลิกไปมาบนที่นอนสีชมพู ดวงตาของฉันยังคงปิดอยู่ แต่แสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบกับดวงตาที่ปิดอยู่ของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกนอนหลับไม่สนิทแต่ เอ๊ะ!!ไทเกอร์ :วันนี้ผมมาถึงบ้านของเอพริลแต่เช้า แม่ของเอพริลเลยเชิญให้ผมมารอในห้องรับแขก แต่ผ่านไปสักพักผมรู้สึกอยากแกล้งเอพริลขึ้นมา จึงตั้งใจจะไปปลุกเธอที่ห้องนอนซะหน่อย เนื่องจากว่า แม่ของเอพริลไว้ใจผมมาก จึงทำให้ผมสามารถเข้ามาป่วนเอพริลถึงบนห้องได้เป็นประจำผมค่อย ๆ เปิดประตูห้องของเอพริลเข้ามาอย่างเบามือ เห็นร่างบอบบางกำลังพลิกตัวหนีแสงแดดที่กำลังทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับใบหน้าของเธอ ผมค่อย ๆ เดินอย่างเบา ๆ เพื่อไปยืนบังแสงแดดตรงนั้น ผมใช้ลำตัวของผมกำบังไม่ให้แสงแดดส่องทะลุไปกระทบกับใบหน้าของเธอได้ ร่างบางหยุดพลิกตัวไปมา และหลับต่ออีกครั้งผมยืนกำบังแสงแดดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสักพัก ผมไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมรู้เพียงแต่ว่า การได้ยืนมองความไร้เดียงสาของเธออยู่ตรงนี้อย่างเงียบ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจมีคนกล่าวว่า จงเลือกคนที่ทำให้คุณหัวใจของคุณสงบ มากกว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status