Masukเมื่อล่วงเข้าสู่วันใหม่ได้สองชั่วโมงก็ได้เวลาปิดทำการของผับหรูกลางกรุง ลดาวดีรีบเคลียร์บัญชีเพื่อจะได้กลับบ้านไปพักผ่อน เธอไม่ต้องห่วงเรื่องการเดินทางกลับเพราะมีแท็กซี่เจ้าประจำที่ไว้ใจได้และใช้บริการมานานเท่ากับเวลาที่ทำงานที่นี่มารับกลับบ้านทุกวัน
“ลดาเสร็จหรือยัง กลับกันเถอะ” เจนิตาแวะมาหาเพื่อนสาวเพื่อชวนกลับพร้อมกัน
“เสร็จพอดีจ้ะ รอลดาเปลี่ยนชุดแปปหนึ่งนะ” ลดาวดีบอกเพื่อนสนิทแล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดเดิมตอนมาจากบ้าน ก่อนจะเดินออกไปรอแท็กซี่ขาประจำหน้าร้าน โดยมีเจนิตาขับมอเตอร์ไซค์คันเก่งมาจอดรอเป็นเพื่อนจนกว่าแท็กซี่จะมารับทุกคืน เจนิตาเพื่อนของเธอเป็นสาวสวยแต่ทะมัดทะแมงจึงขับรถมอเตอร์ไซค์มาทำงานเองทุกวัน แต่เธอไม่ไหวจริงๆ กับการต้องขับซอกแซกไปตามถนนเบียดเสียดกับรถเมล์หรือยานพาหนะบนท้องถนนคันอื่นๆ เพื่อหาที่ว่างพอจะแทรกเจ้ามอเตอร์ไซค์เคลื่อนไปข้างหน้าเพื่อให้ถึงจุดหมาย เธอมักจะนั่งตัวเกร็งทุกครั้งที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์เพื่อนรักเพราะกลัวขาจะไปเกี่ยวกับรถคันข้างๆ จนได้แผลหรือล้มคว่ำไป เธอจึงเลิกซ้อนมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่นั้นมาและหันมาใช้บริการรถแท็กซี่ซึ่งสามารถโดยสารได้ปลอดภัยและโล่งใจกว่า
ระหว่างยืนรอลุงแท็กซี่เจ้าประจำอยู่หน้าผับนั้นสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างคุ้นตาร่างหนึ่งกำลังเดินออกมาจากประตูเพื่อตรงมายังรถคันหรูที่พนักงานของผับนำมาจอดไว้ให้ เธอรีบเบนสายตาหนีก่อนที่เขาจะเห็นเธอ แต่แล้วก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาเพื่อนสนิทของเธอไปได้
“อุ๊ย...นั่นคุณธีรภัทรนี่นา ดูรถเขาสิลดาคนหล่อๆ ขับรถ
หรูๆ ยิ่งเท่ระเบิดระเบ้อไปเลย คนอะไรหล่อไม่บันยะบันยัง” เจนายังพร่ำเพ้อถึงเขาไม่เลิก
“ช่างเขาเถอะเจน อยู่ห่างๆ เขาไว้น่ะดีแล้ว”
“แต่ดูท่าเขาจะไม่อยากอยู่ห่างเธอน่ะสิ” เจนิตาบุ้ยใบ้ไปทางด้านหลังเพื่อนเมื่อเห็นหนุ่มหล่อในฝันของเธอกำลังเดินตรงมาทางนี้
“สวัสดีครับลดา เอ่อ...คุณ”
“เจนิตาค่ะ เรียกเจนเฉยๆ ก็ได้” น่าโมโหเพื่อนเธอนักที่ไปคุยกับเขาดิบดีทั้งๆ ที่เธอไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับเขาเลย
“อ่อครับ คุณเจนกำลังจะกลับกันแล้วเหรอครับ” ธีรภัทรชวนคุย
“ค่ะ เรากำลังจะกลับกันแล้ว แต่เจนมารอรถเป็นเพื่อนลดาน่ะค่ะ” เป็นเจนิตาอีกตามเคยที่เจ้ากี้เจ้าการบอกเขาเสร็จสรรพ ก็รู้ว่าปลื้มเขาใจจะขาดแต่ไม่เห็นต้องบอกเขาทุกอย่างขนาดนี้เลยนี่นา ลดาวดีคิดในใจอย่างเขม่นเพื่อนนิดๆ
“นี่ก็ดึกมากแล้ว เป็นผู้หญิงกลับคนเดียวมันอันตรายนะครับ ให้ผมไปส่งนะครับลดา” ธีรภัทรหันมาบอกเธอด้วยเสียง เว้าวอนชวนใจสั่น
“เอ่อ..ไม่เป็นไรค่ะ ลดามีแท็กซี่ขาประจำที่ไว้ใจได้มารับ คงไม่รบกวนคุณธีรภัทรหรอกค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” ลดาวดีปฏิเสธ
“ยังไงก็ไม่น่าไว้ใจอยู่ดีนะครับ คุณเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว” ธีรภัทรยังไม่ยอมลดละ เจนิตามองคนนู้นทีคนนี้ทีอย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นเพื่อนเธอตั้งท่าจะหนีอย่างเดียว ส่วนหนุ่มในฝันของเธอก็รุกเพื่อนเธออย่างเห็นได้ชัด
แต่เหมือนมีระฆังช่วยชีวิตแท็กซี่ที่รอคอยมาถึงพอดีเพื่อนเธอจึงไม่รอช้าที่จะเอาตัวรอดหนีจากผู้ชายสุดแสนเพอร์เฟ็คชวนใจสั่นที่รุกหนักอย่างไม่ทันตั้งตัวคนนี้
“เอ่อ..รถมาแล้ว ลดาขอตัวกลับก่อนนะคะ ไปนะเจน” ลดาวดีเปิดประตูขึ้นรถไปทันที ธีรภัทรยิ้มมุมปากแต่ไม่ได้ตอบว่าอะไร
“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณเจน” ธีรภัทรกล่าวพลางยิ้มให้นิดๆ ฝ่ายเจนิตานั้นถึงกับยิ้มค้างกับการที่หนุ่มในดวงใจหันมาพูดและยิ้มให้
“เฮ้อ...ลดาเอ๊ย ผู้ชายเพอร์เฟ็คขนาดนี้มาสนใจแกจะปฏิเสธทำไมน้า ในชีวิตนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะเนี่ย ทำไมนะคุณธีถึงไม่มาจีบเจนรับรองไม่ต้องมาตื๊อขนาดนี้หรอก เจนตอบตกลงไปนานแล้ว” เจนิตาพึมพำกับตัวเองพลางหัวเราะคิกคักชอบใจก่อนจะสตาร์ทรถขับออกไป โดยหารู้ไม่ว่าหนุ่มในฝันของตัวเองนั้นไม่ได้ลามือจากเพื่อนเธอง่ายๆ เพราะขณะนี้เขากำลังขับรถตามแท็กซี่ที่เพื่อนสนิทของเธอโดยสารไปติดๆ ส่วนลดาวดีก็ไม่ได้เอะใจหันไปมองสักนิดว่าคนที่คิดว่าหนีพ้นแล้วตอนนี้กำลังขับรถคันหรูตามหลังเธอมาห่างๆ
“คิดว่าจะหนีผมพ้นเหรอสาวน้อย” ธีรภัทรคิดในใจและขับตามแท็กซี่ที่นางฟ้าตัวน้อยของเขาโดยสารมาจนถึงบ้านหลังเล็กกะทัดรัดท้ายซอยไม่ไกลจากผับหรูที่เขาเพิ่งจากมามากนัก โดยไม่ได้รู้สึกฉงนใจสักนิดว่าเหตุใดเขาต้องทำแบบนี้เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเลยที่คนอย่าง ธีรภัทร อัครโยธิน ชายหนุ่มดีกรีนักเรียนนอกชาติตระกูลดีแถมร่ำรวยมหาศาลอย่างเขาจะต้องวิ่งไล่ตามใคร มีแต่ผู้หญิงที่วิ่งเข้าหาและพร้อมจะสยบแทบเท้าเพียงเขากระดิกนิ้ว แต่นี่เขากลับมาขับรถตามผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ทำงานกลางคืนไม่ได้มีอะไรเหมาะสมกับเขาสักนิด แต่ในภายภาคหน้ากว่าธีรภัทรจะรู้แจ้งแก่ใจว่าทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ลงไปเพราะอะไรก็เกือบจะสายเกินไป
เมื่อเห็นนางในดวงใจเปิดประตูเข้าบ้านไปแล้วเรียบร้อยธีรภัทรจึงขับรถจากไป แต่มิวายเหลือบมองกระจกหลังที่เห็นเพียงหลังคาบ้านในความมืด
“แล้วเจอกันสาวน้อย” ชายหนุ่มกล่าวพลางยิ้มมุมปากนิดๆ แล้วขับรถตรงกลับคอนโดหรูกลางกรุงเพื่อพักผ่อน หลังจากปาร์ตี้อันสนุกสนานกับเหล่าบรรดาเพื่อนสนิทจบลงในค่ำคืนนี้
เมื่อล่วงเข้ายามสายเอกวุฒิและเจนิตาก็เดินทางมาโรงพยาบาล เอกวุฒิชะงักไปเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของคนที่เขาเกลียดแสนเกลียดนั่งอยู่หน้าห้องไอซียู โดยไม่รอช้าเขาเดินตรงเข้าไปหาธีรภัทรทันที“แกมาทำไมอีก หรือจะมาดูว่าลดาตายหรือยังจะได้สมใจแก” เอกวุฒิกระชากเสียงถาม“อย่ามาแช่งลดานะ” ธีรภัทรตอบกลับเสียงขุ่น“ฉันไม่ได้แช่ง แต่คิดดูนะถ้าลดาฟื้นขึ้นมาแล้วเห็นหน้าแก แกคิดว่าลดาจะรู้สึกดีไหมล่ะที่เห็นคนที่ทำร้ายตัวเองอย่างแสนสาหัสมาเสนอหน้าอยู่อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร” เอกวุฒิยังไม่ยอมลดละ“แกคิดว่าฉันไม่เสียใจไม่เจ็บปวดอย่างนั้นเหรอที่ต้องมาทนเห็นเมียตัวเองนอนไม่ได้สติโดยที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้แบบนี้ ถ้าฉันเจ็บแทนได้ฉันจะไม่รีรอเลย แกเองก็รักลดานี่ น่าจะเข้าใจความรู้สึกนั้นดี แต่ฉันขอบอกไว้อย่างหนึ่งนะ ไม่ว่ายังไงฉันก็จะไม่ยอมเสียลดาไปเป็นอันขาด ฉันจะพิสูจน์ให้ลดาเห็นว่าฉันรักเขาจริงๆ ถึงแม้ตอนแรกความสัมพันธ์ของฉันกับเขาจะเริ่มต้นด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ตอนนี้ฉันรักลดา แกได้ยินไหมว่าฉันรักลดา รักมากกว่าชีวิตของตัวเอง” ธีรภัทรเปิดเผยถึงความรู้สึกของตัวเอง“เรื่องนั้นให้ลดาเป็นคนตัดสินเถอะ แต่ฉันอยากจะเตือน
หลังจากทุกคนกลับไปแล้วจึงเหลือแค่เอกวุฒิและเจนิตาที่ยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องไอซียูที่ลดาวดีนอนรักษาตัวอยู่ในนั้น“พี่เอกมาได้อย่างไรคะ” เจนิตาถามอย่างสงสัย“พี่ฝันถึงคุณยายชื่น ในฝันท่านดูเศร้าเหลือเกินแล้วบอกกับพี่ว่าฝากดูแลลดาด้วย พอดีกับที่บริษัทให้พวกเราได้พักผ่อนสองอาทิตย์หลังจากที่เรียนและฝึกซ้อมอย่างหนักพี่ก็เลยรีบกลับมาเมืองไทยเพื่อที่จะมาดูว่าลดาสบายดีหรือเปล่า แต่พอไปที่บ้านก็ไม่เจอใคร ป้าสายสมรบ้านข้างๆ แกบอกว่าลดาย้ายไปอยู่ที่อื่น โดยมีผู้ชายแต่งตัวดีท่าทางมีเงินเป็นคนไปรับพี่ก็เลยคิดว่าต้องเป็นไอ้หมอนี่แน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าลดาย้ายไปอยู่ที่ไหนพี่จึงจะไปถามเจนที่ผับก็พอดีกับที่พี่ไปเห็นเหตุการณ์เข้าเต็มตาจึงรีบตามมาที่นี่”“เจนก็เพิ่งทราบตอนที่พี่เอกบอกนี่แหละค่ะว่าลดาไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังเดิมแล้ว ตั้งแต่เสร็จสิ้นจากงานศพคุณยายเจนก็ยังไม่ได้เจอลดาเลยค่ะ แต่ต้องขอบคุณอะไรก็ตามนะคะที่ดลบันดาลให้พี่เอกกลับมาที่นี่ ถ้าไม่อย่างนั้นเจนยังไม่รู้เลยค่ะว่าลดาจะเป็นยังไง”“คุณยายท่านคงห่วงลดามากถึงดลใจให้พี่กลับมา”“เจนก็ว่าอย่างนั้น”“แล้วพี่เอกจะทำอย่างไรต่อไปคะ ถ้าครบกำหนดสองอาทิ
คุณหญิงกอแก้วต่อให้โกรธแค่ไหนแต่เมื่อเห็นอาการของลูกชายก็เอื้อมมือมากอดเอาไว้อย่างปลอบประโลม ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยเห็นธีรภัทรร้องไห้โฮแบบนี้เลยสักครั้ง ไม่ว่าจะหกล้มเจ็บตัวตามประสาเด็กที่ซุกซนก็แค่น้ำตาคลอเบ้าก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งเขาเติบโตเป็นชายชาตรีเต็มตัวเธอยิ่งไม่เคยเห็นความอ่อนแอของเขาเลยสักครั้ง ธีรภัทรเข้มแข็งเด็ดขาดมีความเป็นผู้นำสูงสมกับตำแหน่งท่านประธานแห่งอัครโยธินกรุ๊ป แต่วันนี้ธีรภัทรกลับไปเป็นเด็กชายตัวน้อยที่แสดงอาการเจ็บปวดอย่างสุดแสนเมื่อต้องอยู่กับความหวาดกลัวที่จะเสียของรักไป เธอในฐานะแม่จึงต้องปลอบใจเป็นกำลังใจให้เขา“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร หมอกำลังช่วยเต็มที่ เด็กดีอย่างหนูลดาแม่เชื่อว่าพระท่านต้องคุ้มครอง” คุณหญิงกอแก้วกอดลูกชายไว้แน่นและลูบฝ่ามือไปที่แผ่นหลังแกร่งหลังอย่างปลอบโยน“ผมกลัวครับแม่ กลัวเหลือเกิน ถ้าลดาเป็นอะไรไปผมคงตายทั้งเป็น” คุณหญิงกอแก้วแอบยกมือกรีดน้ำตายามลูกเจ็บเธอเองก็เจ็บไม่ต่างกัน“เชื่อแม่นะ หนูลดาต้องหาย หนูลดาต้องปลอดภัยแม่จะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาหนูลดาเอง ธีไม่ต้องกลัว” คุณทรงพลที่ยืนฟังมานานก็เดินเข้ามาลูบศีรษะลูกชายด้ว
ธีรภัทรกอดลดาวดีไว้แน่นอย่างไม่กลัวว่าชุดสูทราคาแพงระยับจะเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด เจนิตานั่งลงข้างๆ ธีรภัทรและเอื้อมมือมาจับมือที่ยังอุ่นๆ ของเพื่อนรักเอาไว้“เข้มแข็งไว้นะลดา อย่าทิ้งกันไปนะ เธอต้องสู้นะ ต้องสู้นะลดา” พูดเท่านั้นเจนิตาก็ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น รอไม่นานรถพยาบาลก็มาถึง เจ้าหน้าที่ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรีบนำลดาวดีขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล ธีรภัทรและเจนิตาถลาตามขึ้นไปนั่งข้างเตียงในรถพยาบาล ตลอดทางที่รถพยาบาลกำลังแล่นด้วยความเร็วพร้อมเปิดสัญญาณฉุกเฉินขอทางธีรภัทรซึ่งไม่เคยเชื่อเรื่องบนบานศาลกล่าวกลับอธิษฐานไปตลอดทางให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยคุ้มครองลดาวดีให้ปลอดภัยขอเพียงแค่เธอไม่เป็นอะไรเขายินดียอมแลกทุกอย่างที่มี ถ้าหากเขาต้องสูญเสียเธอไปเขาคงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป“ได้โปรดนะลดา อย่าทิ้งผมไป ขอแค่คุณฟื้นผมยอมทุกอย่าง คุณจะลงโทษผมอย่างไรก็ได้” ธีรภัทรกุมมือลดาวดีเอาไว้แล้วซบหน้าลงกับฝ่ามือของเธอ เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดจากมือที่มองไม่เห็น เจ็บปวดจนยากเกินกว่าจะอธิบายแต่คงจะไม่เท่ากับร่างบางที่นอนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขาในขณะนี้ ขอเพียงเธอฟื้นขึ้นมาเขาจะชด
ระหว่างอยู่บนรถธีรภัทรได้โทรบอกลดาวดีแล้วว่าคงต้องกลับช้าหน่อยเพราะเพื่อนลากเขามาที่นี่ทั้งๆ ที่ไม่อยากมาเลยสักนิดและนางฟ้าตัวน้อยของเขาก็ยังแสนดีเสมอไม่แสดงอาการงอนเลยแม้แต่น้อยที่เขาผิดนัดกลับบอกว่าจะทำอาหารอร่อยๆ ไว้รอเขากลับไปกินด้วยกันแล้วอย่างนี้จะไม่ให้หลงอย่างไรไหวหลังจากได้รับสายจากธีรภัทรลดาวดีที่ทำอาหารไว้รอเต็มโต๊ะก็ถอนหายใจออกมาอย่างเกรงว่าอาหารของเธอจะเป็นหมันเพราะไม่มีคนกิน แต่คิดอีกก็ยิ้มออกมาเมื่อหาทางออกได้ว่าเธอจะเก็บมันไว้อุ่นให้เขาทานตอนกลับมา“เอ๊ะ ตะกี้คุณธีบอกว่าอยู่ที่ 66 CLUB นี่นา ไปหาคุณธีดีกว่าจะได้ถือโอกาสแวะเยี่ยมเจ๊หงส์แล้วก็ไปเจอเจนด้วย” คิดได้ดังนั้นร่างบางก็ถอดผ้ากันเปื้อนแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเซอร์ไพรส์ธีรภัทรลดาวดีเดินเข้ามาภายในผับอย่างคุ้นเคยหญิงสาวแวะทักทายอดีตเพื่อนร่วมงานอย่างอัธยาศัยดี“ลดามาได้ไงเนี่ย ดีใจจังที่ได้เจอ มาหาคุณธีเหรอ” เจนิตาถามเพราะทราบว่าคืนนี้ธีรภัทรพาเพื่อนมาสังสรรค์ที่นี่ ถ้าไม่ใช่เพราะธีรภัทรอยู่ที่นี่ด้วยเธอคงไม่ได้เจอเพื่อนสนิทที่นี่แน่นอนเพราะเขาหวงลดาวดีอย่างกับอะไร คงไม่ปล่อยให้ลดาวดีมาที่นี่คนเด
วันเวลาช่วยให้สภาพจิตใจของลดาวดีดีขึ้นตามลำดับนับจากวันที่สูญเสียผู้เป็นยายจนถึงตอนนี้ผ่านมาได้สามเดือนแล้วเธอสามารถนึกถึงยายได้โดยไม่ร้องไห้อีกต่อไป ในทุกวันพระ ลดาวดีจะไปวัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เป็นยายและตอนนี้เธอได้ย้ายเข้ามาอยู่กับธีรภัทรที่คอนโดมิเนียมสุดหรูกลางกรุงเรียบร้อยแล้ว โดยตอนแรกเธอยืนยันที่จะอยู่บ้านหลังเดิมในขณะที่ธีรภัทรค้านหัวชนฝาโดยยกเหตุผลต่างๆ นาๆ มาโน้มน้าวจิตใจเธอแต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจเธอได้จนเขาต้องยอมให้เธอได้อยู่บ้านหลังเล็กที่เต็มไปด้วยความทรงจำต่อไปเป็นเธอเองที่ทนไม่ไหวจนยอมใจอ่อนย้ายมาอยู่กับเขาเพราะธีรภัทรต้องขับรถจากที่ทำงานไปค้างกับเธอทุกวันด้วยความเป็นห่วงและบริษัทของเขากับบ้านของเธออยู่ไกลกันมากเธอเห็นใจและสงสารที่เขาทำงานเหนื่อยแล้วยังต้องฝ่าการจราจรอันติดขัดมาค้างกับเธอทุกคืน แถมยังต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปทำงาน เมื่อทนมาได้แค่เดือนเดียวลดาวดีก็ยอมยกธงขาวย้ายมาอยู่กับเขาซึ่งใกล้ที่ทำงานมากกว่าทำให้ธีรภัทรพอใจยิ้มหน้าบานไปหลายวันเธอรู้สึกมีความสุขมากเมื่อได้ย้ายมาอยู่กับเขา ธีรภัทรยังดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดีเสมอต้นเสมอปลาย เธอรู้สึกเหมือนตัวเ
ยามสายบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ร่างบอบบางเปลือยเปล่านอนหลับสนิทเส้นผมยาวสลวยแผ่สยายไปบนหมอนดูงดงามราวภาพวาดโดยมีผ้านวมผืนหนาคลุมอย่างหมิ่นเหม่เหนืออกอิ่ม ธีรภัทรจ้องมองภาพนั้นอย่างหลงใหล ลดาวดีดูงดงามเหลือเกินทั้งน่าปรารถนาและน่าทะนุถนอม เขาชักสงสัยแล้วสิว่าเธอร่ายมนต์อะไรใส่เขาหรือเปล่า เขาถึงได้รู้สึ
เมื่อเดินออกมาด้านนอกธีรภัทรจึงเห็นว่าท้องฟ้ามืดครึ้มไปด้วยเมฆฝน เสียงฟ้าร้องคำรามและลมพัดแรงจนผ้าม่านปลิวไสว ชายหนุ่มเดินไปปิดประตูหน้าต่างก่อนจะเดินมาที่โซฟาก็พบว่าลดาวดีหลับสนิทไปแล้วธีรภัทรอุ้มลดาวดีไปส่งในห้องนอน เขาค่อยๆ วางร่างบอบบางลงบนที่นอนเพราะกลัวว่าเธอจะตื่นจากนิทราอันแสนสุข แต่ดูเหมื
เมื่อลดาวดีเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นคนตัวโตนอนดูทีวีอยู่บนเตียงของเธอสบายใจเฉิบ“อ้าวลดา เสร็จแล้วเหรอครับ รีบแต่งตัวดีกว่านะเดี๋ยวจะไม่สบาย” ว่าแล้วธีรภัทรก็เจ้ากี้เจ้าการเดินมาเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอนบางเบาสีชมพูหวานมีสายเส้นเล็กๆ ไขว้หลังมาให้ลดาวดีรับมาแล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำก่อนจะเดินอ
บ้านหลังเล็กกะทัดรัดท้ายซอยอันเป็นที่อยู่ของสองยายหลาน“ยายจ๋า ลดาจะไปทำงานแล้วนะคะ” เจ้าของเสียงหวานเอ่ยบอกลายายชื่นหญิงชราวัย 80 ปี ที่เป็นผู้เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่แบเบาะและมีกันแค่สองคนเท่านั้น“ไปเถอะลูก เดินทางปลอดภัยนะ” เสียงแหบพร่าของหญิงชราเอ่ยตอบหลานสาว ลดาวดีหันมาไหว้ลาแล้วคว้ากระเป๋าเดินออ







