LOGINลดาวดีตื่นขึ้นมายามบ่ายแก่ๆ เหมือนทุกวัน ชีวิตของเธอต่างจากชีวิตคนวัยทำงานทั่วไปเธอตื่นกลางคืนนอนกลางวันยามเพื่อนบ้านทยอยกลับจากทำงานเป็นเวลาที่เธอต้องเตรียมตัวออกไปทำงาน แต่เธอก็ชอบงานที่ทำมากที่สุดเพราะเงินดี เจ้านายดีเพื่อนดีจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเปลี่ยนวงจรชีวิตให้เป็นเหมือนคนอื่น
“ยายจ๋า ยาย” เมื่อลงมาจากห้องนอนลดาวดีก็เรียกหายายผู้เป็นที่รัก
“อ้าวลดา...ตื่นแล้วเหรอลูก มาทานข้าวซะสิ”
“โถ่...ยายจ๋า ลดาบอกแล้วว่าไม่ต้องทำกับข้าว เดี๋ยวลดาทำเอง ลดาไม่อยากให้ยายเหนื่อย”
“แค่ทำกับข้าวมันจะไปเหนื่อยอะไรกันลูก ยายอยากทำให้ลดากินทุกวัน” ยายชื่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงแจ่มใส
“แต่ลดาไม่อยากให้ยายเหนื่อยนี่จ๊ะ อยากให้ยายอยู่เฉยๆ สบายๆ เดี๋ยวลดาทำให้ยายกินเอง”
“เอาน่า วันนี้ยายยังทำไหวก็อยากทำให้ลดากิน เดี๋ยววันไหนยายทำไม่ไหวจะมาอ้อนให้ยายทำไม่ได้แล้วน้า” ยายชื่นกระเซ้าหลานรัก
“ไม่มีทางหรอก ยายชื่นของลดาแข็งแรงจะตายไป”
“ลดา ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอกนะลูก สักวันสังขารของยายก็ต้องร่วงโรยไปตามกาลเวลา ยายน่ะอยากให้ลดามีคนดูแลยายจะได้หมดห่วง”
“ไม่เอาๆ ห้ามยายพูดแบบนี้ลดาไม่อยากฟัง ยายต้องอยู่กับลดาตลอดไป แล้วลดาก็ไม่ต้องการใครมาดูแลทั้งนั้น ลดาดูแลตัวเองได้ แค่มียายคนเดียวก็พอแล้ว”
“ฮื้อ...ดื้อจริงเชียวหลานคนนี้ ลดาจะอยู่คนเดียวได้ยังไงกันลูกเป็นลูกผู้หญิงก็ต้องแต่งงานมีครอบครัว ทำหน้าที่ภรรยา หน้าที่แม่แล้วหลานยายออกจะสวยน่ารักขนาดนี้ สักวันก็ต้องมีคนมาหลงรักแน่ๆ ” คำพูดของยายทำให้ใบหน้าของใครคนหนึ่งแวบเข้ามาในความคิดของเธอทันที
‘ฮึ.... คนแบบนั้นเหรอจะมารักเราจริงจัง จะมาทำให้น้ำตาเช็ดหัวเข่าสิไม่ว่า’ลดาวดีนึกค่อนขอดในใจ
“เอ๊ะ แล้วเราจะไปนึกถึงเขาทำไมกันเนี่ย” ลดาวดีดุตัวเองเบาๆ
“ลดาว่าไงนะลูก ยายได้ยินไม่ถนัด”
“เอ่อ...เปล่าจ้ะยาย ลดาหิวแล้ว ไหนจ๊ะยายสุดที่รักของลดาทำอะไรให้ลดากินบ้างเอ่ย” ลดาวดีเปลี่ยนเรื่องทันที
“วันนี้มีแต่ของโปรดของลดาทั้งนั้นเลยลูก”
“ว้าว...น่ากินจัง คอยดูนะลดาจะกินให้หมดไม่มีเหลือเลย”
“ให้มันจริงเถอะ ยายเห็นกินแต่ละทีเหมือนแมวดมกินเยอะๆ ลูกจะได้มีแรงทำงาน ลดายิ่งไม่เหมือนใครเขาต้องอดหลับอดนอน บอกให้เปลี่ยนไปทำงานตอนกลางวันเหมือนคนอื่นเขาก็ไม่ยอม เราไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้วนี่ลูก” ยายชื่นหมายถึงยามที่หลานสาวต้องทำงานส่งตัวเองเรียนแล้วก็ต้องผ่อนบ้านหลังนี้ไปด้วยซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก แม้จะมีเงินประกันชีวิตก้อนหนึ่งที่บิดามารดาทำไว้ให้แต่ลดาวดีต้องการเก็บเงินก้อนนั้นไว้ใช้ยามจำเป็นหลังจากแบ่งมาดาวน์บ้านหลังนี้ไปจำนวนหนึ่งแล้ว ทำให้หลานสาวของนางต้องมาทำงานกลางคืน แต่ตอนนี้ลดาวดีเรียนจบแล้วส่วนบ้านก็ผ่อนจนใกล้จะหมดเต็มทีนางจึงอยากให้หลานย้ายมาทำงานออฟฟิศเหมือนคนอื่นๆ ถึงจะได้เงินน้อยกว่าแต่ก็ไม่ต้องอดหลับอดนอน
“โถ่ยายจ๋า เปลี่ยนทำไมล่ะจ๊ะ ทำงานที่นี่เจ๊หงส์ก็ใจดี เพื่อนร่วมงานก็น่ารักแถมเงินดีอีกต่างหาก อีกอย่างลดาก็ไม่ได้อดนอนอะไรตอนกลางวันก็นอนได้เต็มที่ ยายอย่ากังวลไปเลยจ้ะลดาไม่เหนื่อยหรอก แค่กลับมาเห็นหน้ายายลดาก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้ว” ลดาวดีกล่าวพลางเข้าไปกอดคลอเคลียยายผู้เป็นที่รัก
“จ้า...ช่างอ้อนจริงหลานคนนี้ ไม่ยอมโตแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะมีหลานเขยให้ยายกันล่ะ”
“ ยายอะ พูดเรื่องนี้อีกแล้ว บอกแล้วไงคะลดาจะอยู่กับยายตลอดไปเลย” ลดาวดีกล่าวโดยไม่รู้เลยว่าไม่นานนับจากนี้คำพูดของยายจะเป็นจริงนั่นคือไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า การพลัดพรากเกิดขึ้นได้กับทุกคนเป็นสัจธรรมของโลกมนุษย์
“โอ๊ย...อิ่มจัง เดี๋ยวลดาขอตัวไปอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงานก่อนนะจ๊ะยาย ” เมื่อทานอาหารเสร็จลดาวดีก็เอ่ยขอตัวกับยายสุดที่รักเพื่อไปเตรียมตัวทันที
“ทำไมวันนี้ไปเร็วจังล่ะลูก ลดาเข้างานหกโมงเย็นไม่ใช่เหรอ”
“ลดานัดกับเจนว่าจะไปซื้อของที่ห้างกันสักหน่อยก่อนเข้างานน่ะจ้ะ”
“อ้อ ถ้างั้นก็ไปเถอะจ้ะ”
ลดาวดีเดินเรื่อยๆ ไปตามฟุตบาทเพื่อขึ้นรถเมล์ไปลงยังห้างดังกลางเมืองตามที่นัดกับเพื่อนสาวเอาไว้ พลันเครื่องมือสื่อสารทันสมัยแพงหูฉี่ที่เธอตัดใจซื้อเป็นของขวัญให้ตัวเองก็ดังขึ้น เมื่อหยิบขึ้นมาจึงเห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทของเธอนั่นเองที่โทรมา
“ว่าไงเจน” ลดาวดีเอ่ยทักทายไปตามสาย
“ลดา เจนคงไปกับลดาไม่ได้แล้วล่ะ”
“อ้าวทำไมล่ะ”
“ก็ไอ้เจ๋งของเจนน่ะสิดันไปเฉี่ยวตูดชาวบ้านเขาซะได้ เจนเลยต้องอยู่เคลียร์กับประกันน่ะ” ลดาวดีได้ยินเสียงเพื่อนเอ่ยมาตามสายอย่างหงุดหงิด
“ตายจริง แล้วเจนเป็นอะไรมากหรือเปล่า” ลดาวดีถามอย่างห่วงใย
“ไม่เป็นไรหรอกลดา แค่ไอ้เจ๋งเป็นรอยนิดหน่อยไม่ต้องเป็นห่วง”เจนิตาบอกให้เพื่อนคลายกังวล
“ว่าแต่ลดาไปคนเดียวได้ไหม”
“ได้ไม่มีปัญหา เจนไปจัดการเรื่องรถเถอะ เดี๋ยวเจอกันที่ทำงานนะ”
“โอเค เจอกันที่ทำงานบายจ้ะ” ลดาวดีวางสายจากเพื่อนและเก็บเครื่องมือสื่อสารเข้ากระเป๋าสะพาย
“เฮ้อ...ผิดแผนซะแล้ววันนี้ ไม่เป็นไรฉายเดี่ยวก็ได้เนอะ ลดา” หญิงสาวบอกตัวเองก่อนจะเดินต่อไป แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงแตรรถยนต์ดังจากด้านหลัง เมื่อหันไปมองเธอก็ต้องกระพริบตาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง รถยนต์สีขาวคันหรูป้ายแดงสัญลักษณ์ดาวสามแฉกคงไม่ทำให้เธออึ้งได้เท่ากับเห็นว่าใครเป็นคนขับ
“คุณธีรภัทร” ลดาวดีอุทานออกไปอย่างคาดไม่ถึง
“คุณมาทำอะไรแถวนี้คะ” เมื่อตั้งสติได้จึงเอ่ยถามออกไปอย่างสงสัย มหาเศรษฐีอย่างเขามาทำอะไรแถวนี้ซึ่งเป็นที่อยู่ของบุคคลธรรมดาทั่วๆ ไปไม่ใช่แหล่งที่ตั้งบริษัทใหญ่โต จะว่ามาหาคนรู้จักก็ไม่น่าใช่เพราะแถวนี้ไม่มีบ้านของเศรษฐีมีแต่บ้านของคนเหาเช้ากินค่ำหรือพนักงานออฟฟิศทั่วไปซึ่งคนระดับเขาไม่น่าจะรู้จัก
“ผมบังเอิญผ่านมาน่ะ กำลังจะไปทำงานใช่ไหม ขึ้นมาสิเดี๋ยวผมไปส่ง” ธีรภัทรกวาดตามองร่างบางที่อยู่ในชุดกางเกงยีนส์รัดรูปโชว์เรียวขาสวยและเสื้อแขนตุ๊กตาสีขาวเปลือยไหล่โชว์ผิวขาวเนียนซึ่งดูน่ารักน่าปรารถนาเหลือเกินสำหรับเขา
“เอ่อ..ไม่เป็นไรค่ะ ลดาไปเองดีกว่า ขอบคุณค่ะ” ลดาวดีปฏิเสธออกไปทันทีด้วยไม่อยากขึ้นรถไปกับเขาสองต่อสอง แค่นี้ก็ประหม่าจะแย่อยู่แล้ว เธอเป็นอะไรนะลดาเข้าใกล้เขาทีไรรู้สึกว่าร่างกายเสียการควบคุมทุกที
“อย่าดื้อน่าลดา ขึ้นมาเร็วๆ ไม่เห็นเหรอยิ่งคุณช้าก็ทำให้รถติดนะ”ลดาวดีมองไปด้านหลังก็เห็นจริงดังเขาว่า เพราะขณะนี้มีรถยนต์หลายคันจอดต่อท้ายรถเขาอยู่
ปริ๊น ปริ๊น พูดไม่ทันขาดคำก็โดนรถคันหลังบีบแตรไล่ทันที เธอจำต้องเปิดประตูขึ้นไปอย่างไม่มีทางเลือก เมื่อเปิดประตูขึ้นมาลดาวดีก็เจอเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ซึ่งเธอไม่แน่ใจว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศหรือกลิ่นน้ำหอมจากเจ้าของรถกันแน่ แต่จะกลิ่นไหนมันก็ทำเธอใจสั่นแปลกๆ ทั้งนั้น
“คุณธีรภัทรส่งลดาแค่หน้าปากซอยก็พอค่ะ” ลดาวดีรีบบอกออกไปอย่างไม่อยากอยู่ใกล้ชิดเขามากไปกว่านี้
“ผมบอกแล้วว่าจะไปส่งที่ทำงานก็ต้องไปส่งสิ”
“อย่าดีกว่าค่ะ ลดาเกรงใจอีกอย่างลดายังไม่ได้ไปทำงานหรอกค่ะ”
“หืม” ธีรภัทรหันมาเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ
“เอ่อ..คือ.. ลดาจะไปซื้อของนิดหน่อยก่อนน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก
“ลดาจะไปซื้อที่ไหนล่ะ เดี๋ยวผมไปส่ง” ธีรภัทรยังไม่ยอมแพ้
“คุณธีรภัทรอย่าลำบากเลยค่ะ ลดาไปเองสะดวกกว่า”
“เรียกผมว่าธีเฉยๆ ก็พอ แล้วก็บอกมาได้แล้วว่าจะไปที่ไหน เพราะยังไงผมก็ไม่ปล่อยลดาลงไปง่ายๆ แน่”
“คุณธีทำแบบนี้ทำไมคะ” ลดาวดีถามออกไปอย่างอึดอัดใจ
“ผมทำอะไร”
“ก็....ก็...เอ่อ...” แล้วก็เป็นเธอเองที่พูดไม่ออกจะให้ถามออกไปว่ามาตามตื๊อเธอทำไมก็ดูจะสำคัญตัวเองมากไปหน่อยหากเขาตอบมาว่าไม่ได้ทำแค่บังเอิญผ่านมาจริงๆ เธอไม่หน้าแตกยับเยินเหรอ
“ลดาคงหมายถึงผมมาตามตื๊อลดาทำไมน่ะหรอ” ธีรภัทรถามพลางหันมามองหน้าเธอ ลดารู้สึกได้ถึงความร้อนที่เห่อขึ้นมาบนหน้า นี่หน้าเธอคงจะแดงก่ำฟ้องอาการเจ้าของแล้วแน่ๆ ลดาเอ๋ย
“การที่ผู้ชายคนหนึ่งจะตามตอแยพิชิตใจผู้หญิงที่เขาพึงพอใจมันผิดด้วยเหรอ” หากเมื่อสักครู่คิดว่าเธอเขินอายอย่างถึงที่สุดแล้วยังเทียบกันไม่ได้เลยกับตอนนี้ที่เขาจ้องตาเธอด้วยสายตาเว้าวอน เธอรู้สึกเหมือนตัวเองโดนสาปให้แข็งเป็นหินไปในบัดดลพูดไม่ออก ไม่สามารถกล่าวโต้แย้งใดๆ กับเขาได้จนต้องเลยตามเลยแล้วบอกทางให้เขามาส่งยังห้างสรรพสินค้ากลางกรุงแห่งนี้ และเมื่อเขานำรถยนต์คันหรูเข้ามาจอดยังลานจอดรถเรียบร้อยเธอก็รีบกล่าวขอบคุณและเปิดประตูลงไปทันที
ยามสายวันต่อมาคุณหญิงกอแก้วพร้อมผู้ติดตามได้มาเยี่ยมเธออีกครั้งพร้อมด้วยขนมผลไม้มากมายแม้เธอจะพยายามบอกท่านว่าไม่ต้องซื้ออะไรมาให้อีกแล้วเพราะที่มีอยู่ก็เกินพอแต่ท่านก็ไม่ฟังบอกแต่เพียงว่าอยากให้เธอทานเยอะๆ จะได้หายไวๆ ในที่สุดเธอก็ต้องยอมแพ้และแก้ปัญหาด้วยการแบ่งปันของเหล่านี้ให้กับเหล่าพยาบาลที่ช่วยดูแลเธอ“วันนี้เป็นยังไงบ้างลูกเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า” คุณหญิงกอแก้วถามด้วยความห่วงใย“ไม่เจ็บแล้วล่ะค่ะคุณแม่”“ดีแล้วลูกแต่ช่วงนี้ต้องทนอึดอัดไปก่อนนะอย่าเพิ่งขยับขามากเดี๋ยวกระดูกจะต่อไม่ติดไม่เกินสามเดือนลดาก็กลับมาเดินได้ตามปรกติแล้วล่ะ”“ค่ะ ลดาขอบคุณคุณแม่มากนะคะที่ดูแลลดาอย่างดีมาโดยตลอดแต่ลดาอยากจะขออะไรคุณแม่สักอย่างได้ไหมคะ” ลดาวดีตัดสินใจที่จะเอ่ยขอสิ่งที่เธอคิดมาหลายวัน“ได้สิจ้ะลดาอยากได้อะไรเหรอลูก”“ลดาไม่อยากได้อะไรหรอกค่ะแต่ลดาอยากกลับไปพักที่บ้านอยู่ที่นี่เปลืองเงินเปล่าๆ อีกอย่างลดาไม่เป็นอะไรแล้วแค่รอให้กระดูกเชื่อมต่อกันเหมือนเดิม”“จะดีเหรอลูกอยู่ที่นี่มีหมอพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิดแม่ว่าน่าจะดีกว่านะ” คุณหญิงกอแก้วทักท้วงอย่างไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นัก“แต่ลดาอยากกลั
เจนิตาที่กำลังก้มหน้าก้มตาเดินจ้ำอ้าวเพื่อจะรีบมาเยี่ยมเพื่อนถึงกับชะงักเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่ามีใครบางคนยืนแอบมองเพื่อนของเธออยู่ที่หน้าประตู“ทำอะไรน่ะ” ธีรภัทรหันไปมองตามเสียงเรียก“คุณเจน”“คุณมาที่นี่ทำไม ยังทำร้ายเพื่อนฉันไม่พออีกเหรอถึงได้ตามมาซ้ำเติมกันถึงที่นี่” เจนิตากล่าวอย่างไม่ไว้หน้า ถึงตอนนี้เธอไม่หลงเหลือความคลั่งไคล้ในตัวผู้ชายคนนี้อีกต่อไป“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับคุณเจน ผมแค่อยากมาเยี่ยมลดา”“เยี่ยมเหรอ จะมาเยี่ยมทำไมในเมื่อคุณมีส่วนทำให้เพื่อนฉันต้องเป็นแบบนี้ คนไม่มีหัวใจอย่างคุณรู้จักห่วงคนอื่นเป็นด้วยเหรอ อย่ามาหลอกกันซะให้ยากเลย ฉันไม่เชื่ออะไรคุณอีกต่อไปแล้ว ที่ผ่านมาฉันกับเพื่อนก็โง่มากพอแล้ว ไม่ใช่เพราะเชื่อใจหรอกเหรอเพื่อนฉันเลยเกือบต้องตายเพราะคุณ” ธีรภัทรเหมือนถูกน็อกกลางอากาศกับข้อกล่าวหารุนแรงที่บอกว่าลดาวดีเกือบต้องตายเพราะเขา เมื่อเห็นว่าธีรภัทรนิ่งไปเจนิตาจึงหยุดการต่อว่าลงแต่เพียงเท่านั้น“ฉันว่าคุณกลับไปเถอะ แล้วถ้าจะให้ดีอย่ามาที่นี่อีกเลยดีกว่า ตอนนี้ลดามีคนดูแลอยู่แล้วและอีกอย่างคุณคงจำได้ดีว่าตอนที่ลดาเห็นหน้าคุณลดามีอาการเป็นยังไง ถ้าคุณอยากใ
คุณหญิงกอแก้วเดินเข้ามาในห้องพักฟื้นของลดาวดีในขณะที่เจ้าของห้องยังหลับสนิทอยู่บนเตียง นางมองสำรวจไปที่เรือนร่างบอบบางของหญิงสาวที่นางอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้พบว่าที่ศีรษะมีผ้าพันแผลปิดอยู่ ตามแขนขายังคงมีรอยช้ำให้เห็นและที่แขนและขาเข้าเฝือกเอาไว้“โถ...แม่คุณ คงจะเจ็บน่าดู แม่ขอโทษนะที่เลี้ยงลูกชายไม่ดีจนทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับหนู แม่สัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้หนูกลับมาเป็นปรกติโดยเร็วที่สุด” ลดาวดีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าคุณหญิงกอแก้วกำลังยืนมองเธออยู่ด้วยแววตาอ่อนโยน“คุณแม่...เอ่อ...คุณหญิง” ลดาวดีเรียกหญิงสูงวัยอย่างแปลกใจและทำตัวไม่ถูก“เรียกแม่เหมือนเดิมเถอะจ้ะ ถือว่าแม่ขอนะ แม่อยากมีลูกสาว” คุณหญิงกอแก้วใช้ฝ่ามือลูบที่ศีรษะของลดาวดีอย่างอ่อนโยน เธออยากมีลูกสาวมากแต่สภาพร่างกายไม่อำนวยเธอจึงมีลูกเพียงคนเดียวคือธีรภัทรเท่านั้น“เจ็บมากไหมลูก” คุณหญิงกอแก้วถามอย่างอ่อนโยน ลดาวดีน้ำตาคลอเมื่อได้รับสัมผัสอันอ่อนโยนจากคุณหญิงกอแก้วในขณะที่สภาพจิตใจบอบช้ำเหลือเกิน เธอจึงไม่สามารถกลั้นน้ำตาแห่งความอาดูรไว้ได้อีกต่อไป ในโลกนี้จะมีใครรักเธอจริงๆ อีกไหมนอกจากยายชื่นแ
“ไม่เป็นไรหรอกลดา ถือซะว่าช่วงนี้พักร้อนเพราะถ้าทำงานเมื่อไหร่ไม่มีเวลาพักยาวขนาดนี้แล้วนะ เดี๋ยวช่วงที่ลดากลับไปพักฟื้นที่บ้านเจนจะไปอยู่เป็นเพื่อนลดาดีไหม” เจนิตาออกความเห็น“ดีสิ ดีมากๆ ด้วยลดาจะได้ไม่เหงา” ลดาวดีตอบอย่างเห็นด้วย“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้นะ” เจนิตาสรุปถึงแผนการชีวิตหลังจากที่ลดาวดีออกจากโรงพยาบาล“อ้อ พี่เอกคะ ลดาอยากย้ายโรงพยาบาล ที่นี่คงแพงมากลดาไม่มีปัญญาจ่ายหรอกค่ะ แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องถอนเงินออกมาหมดบัญชีเพื่อจ่ายค่ารักษาหรือเปล่า รบกวนพี่เอกช่วยจัดการให้ลดาทีนะคะ ย้ายไปอยู่โรงพยาบาลรัฐบาลใกล้ๆ บ้านลดาก็ได้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลย”“เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะจัดการให้นะ” เอกวุฒิรับปากโดยที่ยังไม่รู้ว่าเจ้าของไข้ที่อาสารับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะว่าอย่างไรถึงแม้ว่าจะเกลียดผู้เป็นลูกชายเข้าไส้ แต่คุณหญิงกอแก้วผู้เป็นแม่ของธีรภัทรนั้นก็เป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือคนหนึ่งจากการที่เขาได้สัมผัสเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แม้ตอนแรกจะพาลพาโลต่อว่าไปถึงท่านจากการกระทำของบุตรชาย แต่เมื่อได้พูดคุยด้วยเพียงเล็กน้อยก็พอจะรู้ว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือ แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของลดาวดีเ
เมื่อล่วงเข้ายามสายเอกวุฒิและเจนิตาก็เดินทางมาโรงพยาบาล เอกวุฒิชะงักไปเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของคนที่เขาเกลียดแสนเกลียดนั่งอยู่หน้าห้องไอซียู โดยไม่รอช้าเขาเดินตรงเข้าไปหาธีรภัทรทันที“แกมาทำไมอีก หรือจะมาดูว่าลดาตายหรือยังจะได้สมใจแก” เอกวุฒิกระชากเสียงถาม“อย่ามาแช่งลดานะ” ธีรภัทรตอบกลับเสียงขุ่น“ฉันไม่ได้แช่ง แต่คิดดูนะถ้าลดาฟื้นขึ้นมาแล้วเห็นหน้าแก แกคิดว่าลดาจะรู้สึกดีไหมล่ะที่เห็นคนที่ทำร้ายตัวเองอย่างแสนสาหัสมาเสนอหน้าอยู่อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร” เอกวุฒิยังไม่ยอมลดละ“แกคิดว่าฉันไม่เสียใจไม่เจ็บปวดอย่างนั้นเหรอที่ต้องมาทนเห็นเมียตัวเองนอนไม่ได้สติโดยที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้แบบนี้ ถ้าฉันเจ็บแทนได้ฉันจะไม่รีรอเลย แกเองก็รักลดานี่ น่าจะเข้าใจความรู้สึกนั้นดี แต่ฉันขอบอกไว้อย่างหนึ่งนะ ไม่ว่ายังไงฉันก็จะไม่ยอมเสียลดาไปเป็นอันขาด ฉันจะพิสูจน์ให้ลดาเห็นว่าฉันรักเขาจริงๆ ถึงแม้ตอนแรกความสัมพันธ์ของฉันกับเขาจะเริ่มต้นด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ตอนนี้ฉันรักลดา แกได้ยินไหมว่าฉันรักลดา รักมากกว่าชีวิตของตัวเอง” ธีรภัทรเปิดเผยถึงความรู้สึกของตัวเอง“เรื่องนั้นให้ลดาเป็นคนตัดสินเถอะ แต่ฉันอยากจะเตือน
หลังจากทุกคนกลับไปแล้วจึงเหลือแค่เอกวุฒิและเจนิตาที่ยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องไอซียูที่ลดาวดีนอนรักษาตัวอยู่ในนั้น“พี่เอกมาได้อย่างไรคะ” เจนิตาถามอย่างสงสัย“พี่ฝันถึงคุณยายชื่น ในฝันท่านดูเศร้าเหลือเกินแล้วบอกกับพี่ว่าฝากดูแลลดาด้วย พอดีกับที่บริษัทให้พวกเราได้พักผ่อนสองอาทิตย์หลังจากที่เรียนและฝึกซ้อมอย่างหนักพี่ก็เลยรีบกลับมาเมืองไทยเพื่อที่จะมาดูว่าลดาสบายดีหรือเปล่า แต่พอไปที่บ้านก็ไม่เจอใคร ป้าสายสมรบ้านข้างๆ แกบอกว่าลดาย้ายไปอยู่ที่อื่น โดยมีผู้ชายแต่งตัวดีท่าทางมีเงินเป็นคนไปรับพี่ก็เลยคิดว่าต้องเป็นไอ้หมอนี่แน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าลดาย้ายไปอยู่ที่ไหนพี่จึงจะไปถามเจนที่ผับก็พอดีกับที่พี่ไปเห็นเหตุการณ์เข้าเต็มตาจึงรีบตามมาที่นี่”“เจนก็เพิ่งทราบตอนที่พี่เอกบอกนี่แหละค่ะว่าลดาไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังเดิมแล้ว ตั้งแต่เสร็จสิ้นจากงานศพคุณยายเจนก็ยังไม่ได้เจอลดาเลยค่ะ แต่ต้องขอบคุณอะไรก็ตามนะคะที่ดลบันดาลให้พี่เอกกลับมาที่นี่ ถ้าไม่อย่างนั้นเจนยังไม่รู้เลยค่ะว่าลดาจะเป็นยังไง”“คุณยายท่านคงห่วงลดามากถึงดลใจให้พี่กลับมา”“เจนก็ว่าอย่างนั้น”“แล้วพี่เอกจะทำอย่างไรต่อไปคะ ถ้าครบกำหนดสองอาทิ
ทางด้านลดาวดีหลังจากโทรไปลางานกับเจ๊หงส์แล้วก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าโบกแท็กซี่มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลเพื่อไปนอนเฝ้าไข้ผู้เป็นยาย ถึงแม้ธีรภัทรบอกว่าจะจ้างพยาบาลพิเศษมาเฝ้าให้ แต่เธออยากจะเฝ้าด้วยตัวเองมากกว่า เพราะไม่แน่ใจว่าคนอื่นจะดูแลเอาใจใส่ผู้เป็นยายได้ดีเท่าตัวเองหรือไม่ และก่อนจะถึงที่หมายเธอได
ทางด้านลดาวดีก็ถูกคนตัวโตแสนอันธพาลลากมาถึงรถยุโรปคันหรูเธอจึงเห็นว่ามีผู้ชายสองคนแต่งตัวด้วยสูทเต็มยศเหมือนธีรภัทรยืนรออยู่ที่รถ เมื่อเห็นเธอสองคนนั้นก็ก้มหัวให้เล็กน้อยเธอหันไปมองธีรภัทรอย่างแปลกใจเป็นเชิงถามว่าสองคนนี้เป็นใคร แต่เขาไม่มองหน้าเธอเลยเพียงแต่กล่าวด้วยเสียงดุสั้นๆ “ขึ้นรถ” แล้วก็จับ
วันนี้ลดาวดีมาถึงที่ทำงานเร็วกว่าปรกติเพราะทางร้านมีปาร์ตี้ฉลองวันคริสต์มาส เธอต้องมาแต่งตัวเป็นแซนตี้สาวสุด เซ็กซี่ให้เข้ากับธีมงาน แต่เมื่อเห็นชุดเธอก็อดหนักใจไม่ได้เพราะกระโปรงนั้นสั้นจนน่าใจหาย เธอว่าชุดทำงานที่ใส่อยู่ทุกวันสั้นแล้วตัวนี้สั้นกว่ามากแถมช่วงบนก็คว้านซะจนเธอหวาดเสียว เฮ้อ! จะประหย
ฝ่ายลดาวดีกำลังวุ่นวายกับการคิดเงินและบางทีก็ต้องออกจากเคาน์เตอร์ไปช่วยบริการลูกค้าด้วยเพราะวันนี้แขกมากจริงๆ เลยไม่ทันได้สนใจสายตาคมของธีรภัทรที่มองเธออยู่ทุกอิริยาบถ“เฮ้ย..จ้องเขาขนาดนั้นเดี๋ยวก็จืดชืดหมดพอดี” ตติยะเอ่ยแซวเพื่อนแล้วหันไปยิ้มกับคีตภัทรอย่างหาแนวร่วม“พูดมากน่าไอ้เต้ ดื่มของแกไปปา







