แชร์

แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา
แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา
ผู้แต่ง: เจ้าสำนัก

ตอนที่ 1 ชีพจรที่ถูกลบ

ผู้เขียน: เจ้าสำนัก
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-02 09:45:48

ตอนที่ 1 ชีพจรที่ถูกลบ

พู่กันขึ้นเขียนชื่อยากับจำนวนเงินด้วยลายมือที่นิ่งและคม เธอไม่ได้สวมเครื่องประดับงดงามอย่างบุตรสาวคหบดี ไม่ได้แต่งหน้าจัด แต่ความเรียบร้อยของเสื้อผ้าและสายตาที่นิ่งเหมือนสระน้ำลึกทำให้คนที่มองรู้สึกว่า นี่คือคนที่วางความรู้ไว้เหนือคำซุบซิบ

ประตูไม้ถูกกระแทกเปิดดังปัง

เสียงเท้าหนักรีบเร่งดังเข้ามาพร้อมลมหายใจหอบ กวานซง ชายหนุ่มร่างล่ำในเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นโคลนก้าวเข้ามาแทบสะดุดธรณี เขาหอบคนหนึ่งไว้บนหลัง เด็กหนุ่มตัวผอม ซีดจนเหมือนกระดาษขาว แขนห้อยลงอย่างไร้เรี่ยวแรง

กวานซงเอ่ยเสียงสั่น "คุณหนูหลี่ ช่วยด้วย เขาจะตายแล้ว"

เซวียนอิงเงยหน้าขึ้น ไม่ถามก่อนว่าเป็นใคร ไม่ถามว่ามาจากไหน เธอวางพู่กันลงทันที ลุกจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว "วางเขาลงบนเตียงตรวจ"

กวานซงพยักหน้า รีบพาเข้าไปด้านใน เสียงผ้าห่มถูกดึง เสียงไม้เตียงดังครืด เด็กหนุ่มถูกวางลงอย่างระมัดระวัง แต่หัวของเขากระแทกหมอนเบา ๆ ริมฝีปากสีคล้ำเม้มแน่นเหมือนกำลังกลั้นลมหายใจสุดท้าย

เซวียนอิงขยับเข้าไปข้างเตียง สองนิ้วแตะที่ข้อมือซ้ายของเด็กหนุ่ม ท่ามกลางความเงียบ มีเพียงเสียงไฟตะเกียงแตกดังเปาะและเสียงหายใจหอบของกวานซง

นิ้วของเธอแนบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วขมวดคิ้ว

"ชีพจรอ่อนมาก" เธอพูดเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเอง "เหมือนถูกกดให้จมหายไป"

กวานซงกลืนลมหายใจ "เขาถูกแทงหรือไม่"

เซวียนอิงส่ายหน้า เธอยกชายเสื้อขึ้นตรวจหน้าอกและท้องของเด็กหนุ่ม ไล้มือไปตามซี่โครง ดูสีผิวใต้แสงตะเกียง ไม่มีรอยแผลสด ไม่มีเลือดซึม มีเพียงรอยช้ำจาง ๆ บริเวณต้นแขนเหมือนถูกจับลากมาแรง ๆ

"ไม่มีบาดแผลสำคัญ" เธอหันไปมองกวานซง "เขาล้มเองหรือถูกทำให้ล้ม"

กวานซงหลบตาเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบ "เขาถูกไล่ตาม ข้าพบเขาล้มอยู่ท้ายตลาด เขาพูดได้แค่คำสองคำก็หมดสติ"

คำตอบนั้นเหมือนตัดใจความสำคัญออกไป แต่เซวียนอิงไม่ไล่ถาม เธอเปลี่ยนไปจับชีพจรที่มือขวา และเลื่อนนิ้วไปสามตำแหน่งตามวิธีมาตรฐาน ชีพจรเหมือนเส้นด้ายที่ถูกกดอยู่ใต้ก้อนหินหนัก ๆ เธอไม่เพียงรู้สึกถึงความอ่อน แต่รู้สึกถึงความผิดปกติที่จงใจ

เธอขยับนิ้วขึ้นไปแตะที่คอ หลอดเลือดใหญ่ตรงนั้นยังเต้นอยู่ แต่เต้นช้าและแผ่วผิดธรรมชาติ จังหวะไม่สอดคล้องกับสีหน้าและอาการ

เซวียนอิงก้มลงดูม่านตา ใช้นิ้วเปิดเปลือกตาอย่างระวัง ตาดำไม่ตอบสนองต่อแสงเท่าที่ควร ลิ้นของเด็กหนุ่มถูกยื่นออกมาเล็กน้อย เธอมองสีลิ้น สีออกม่วงคล้ำบริเวณโคนลิ้น คล้ายเลือดคั่ง

หัวใจของเธอเย็นลงไปทีละน้อย

"พิษ" เธอพูดช้า ๆ "พิษที่กดชีพจร ทำให้ชีพจรเหมือนถูกลบ"

กวานซงสะดุ้ง "พิษอะไร ถึงทำให้ไม่มีรอยแผล"

เซวียนอิงไม่ตอบทันที เธอหยิบเข็มเงินเล่มเล็กจากกล่องข้างเตียง ปลายเข็มแตะที่ริมฝีปากเด็กหนุ่มและที่ขอบเล็บ นิ้วเธอเร็วและนิ่งเหมือนคนที่ทำซ้ำมานับพันครั้ง ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ ปลายเข็มมีสีเปลี่ยนเป็นหม่นดำจาง ๆ

เธอสูดลมเข้าลึก "พิษเย็น มีส่วนผสมของแร่หรือโลหะ" เธอพูด "มันทำให้เลือดเดินช้า กดการเต้นของหัวใจ เหมือนเอามือบีบเส้นลมปราณให้แคบลง"

กวานซงกำหมัดแน่น "แล้วรักษาได้ไหม"

คำถามนั้นไม่ใช่แค่ถามถึงชีวิตคนบนเตียง แต่ถามถึงความกล้าของคนที่ถูกเรียกว่า "ตระกูลหมอที่กำลังจะหมดชื่อ" ด้วย

เซวียนอิงมองเด็กหนุ่มอีกครั้ง สายตาเธอไม่อ่อนโยน ไม่โหดร้าย เป็นสายตาของคนที่ต้องตัดสินใจอย่างรับผิดชอบ

"ถ้าเป็นพิษกดชีพจรแบบนี้ ต้องรีบถอนพิษก่อนที่หัวใจจะหยุด" เธอพูด "แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ พิษชนิดนี้มักเกี่ยวข้องกับคนมีอำนาจ เพราะเป็นพิษที่คนธรรมดาหาไม่ได้ง่าย"

กวานซงหน้าซีดกว่าเดิม เขาก้าวเข้ามาใกล้ "คุณหนูหลี่ ข้ารู้ว่ามันอันตราย แต่ถ้าไม่ช่วยเขา เขาตายแน่"

เซวียนอิงเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถามด้วยน้ำเสียงเรียบ "ชื่อเขา"

กวานซงลังเล ก่อนจะตอบ "ข้าไม่รู้แน่ชัด เขาพูดว่า...เขาชื่อซือจิ่ว"

เซวียนอิงพยักหน้าเหมือนรับไว้เฉย ๆ แต่ในใจเธอจดจำคำว่า "ไม่รู้แน่ชัด" อย่างแม่นยำ ผู้ป่วยที่มาถึงแบบนี้ ชื่อที่ไม่ชัด อาการที่ไม่ปกติ และคนพามาที่มีท่าทีเหมือนถือความลับ นี่ไม่ใช่คนไข้ธรรมดา นี่คือคดี

เธอหันไปสั่ง "กวานซง ไปต้มน้ำเดือด แล้วเอาถ่านร้อนมาให้หนึ่งก้อน อีกอย่าง หยิบขวดน้ำผึ้งกับเกลือ"

กวานซงพยักหน้า รีบวิ่งออกไปด้านนอก เสียงเท้าดังห่างไป

เซวียนอิงอยู่ลำพังกับคนไข้ เธอวางมือบนหน้าอกเด็กหนุ่มเบา ๆ รู้สึกถึงการยกขึ้นลงที่เกือบไม่ขยับ ลมหายใจเหมือนควันบาง ๆ ที่พร้อมจะดับทุกเมื่อ

เธอเปิดลิ้นชักยาหยิบซองสมุนไพรที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล วางลงบนโต๊ะ จากนั้นหยิบครกหิน เทสมุนไพรลงไปบดอย่างรวดเร็ว เสียงบดดังกรอบแกรบ กลิ่นฉุนของรากขิงแก่ผสมกับกลิ่นขมของหวงเหลียนลอยขึ้นมา เธอใส่ชวนซินเหลียนเพิ่มเล็กน้อย แล้วหยิบผงถ่านไม้ไผ่ที่เธอทำเองไว้

เธอพึมพำกับตัวเอง "พิษเย็น ต้องใช้ความร้อนกระตุ้นหัวใจ แต่ห้ามร้อนเกินไป ต้องถอนพิษด้วย ถ้าร้อนเกินจะดันพิษเข้าหัวใจ"

มือของเธอไม่หยุด เธอเคยอ่านตำราของตระกูลหลี่ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ ตำราที่เหลืออยู่ไม่สมบูรณ์ แต่พอให้เธอรู้ว่า "พิษกดชีพจร" ไม่ได้ฆ่าทันที มันฆ่าอย่างเงียบและแนบเนียน เหมือนคนที่อยากให้เหยื่อตายโดยไม่มีหลักฐาน

ทันใดนั้น อากาศในห้องเหมือนหนักขึ้น แสงตะเกียงสั่นวูบ แล้วกลับนิ่ง

เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวเธอ ไม่ใช่เสียงจากภายนอก ไม่ใช่เสียงคน เป็นเสียงที่ชัดเจนเหมือนมีใครอ่านคำสั่งอยู่หลังม่านใจ

"ระบบโอสถบัญชาชะตา เริ่มต้นการผูกชะตา"

เซวียนอิงชะงัก มือที่จับสากหยุดค้าง เธอไม่ใช่คนที่หวาดกลัวง่าย แต่ความรู้สึกถูก "มองเห็น" จากที่ไม่มีตัวตนนั้นทำให้เธอระวังโดยสัญชาตญาณ

เสียงนั้นพูดต่อ "ตรวจพบผู้ใช้มีคุณสมบัติ แพทย์สายชะตา ระดับเริ่มต้น เปิดใช้งานครั้งแรก"

ต่อหน้าตาเธอ เหมือนมีตัวอักษรสีอ่อนลอยอยู่ในอากาศ แต่ไม่ใช่ภาพลวง เธอเห็นมันชัด เห็นแม้จะหลับตาก็ยังเห็น

"ภารกิจหลักแรก ช่วยชีวิตผู้ป่วยโดยไม่ผิดศีลแพทย์"

"เงื่อนไขสำเร็จ ผู้ป่วยพ้นภาวะชีพจรดับภายในหนึ่งชั่วยาม ไม่ใช้วิธีอำพรางโรคเพื่อเอื้อคนชั่ว ไม่เรียกรับผลประโยชน์จากความเป็นความตาย"

"รางวัล แต้มคุณธรรม คะแนนระบบ 10 ปลดล็อกสกิล จับชีพจรขั้นลึก ระดับ 1"

"บทลงโทษ หากละเมิดศีลแพทย์ คะแนนระบบ ลด และปิดสกิลชั่วคราว"

เซวียนอิงกลืนน้ำลาย ความเงียบของห้องเหมือนถูกแบ่งครึ่ง เธอไม่รู้ว่าระบบนี้มาจากไหน ไม่รู้ว่าเป็นเทพ เป็นผี หรือเป็นกลไกของฟ้าดิน แต่เธอรู้ข้อเดียว นี่ไม่ใช่เวลาตั้งคำถาม คนบนเตียงกำลังจะตาย

"ข้าไม่ต้องการรางวัล" เธอพูดเบา ๆ เหมือนตอบกับอากาศ "แต่ข้าจะไม่ทำผิดศีลแพทย์"

ตัวอักษรเหมือนสั่นไหวเล็กน้อย แล้วนิ่ง เธอไม่ได้รับคำตอบ แต่ความรู้สึกเหมือนมี "สิ่งหนึ่ง" เฝ้ามองอยู่ไม่หายไป

เซวียนอิงหันกลับมาที่คนไข้ เธอเอาผงสมุนไพรที่บดแล้วใส่ถ้วย เติมน้ำอุ่นเล็กน้อยคนให้เข้ากัน กลายเป็นน้ำยาข้นสีดำปนน้ำตาล กลิ่นขมแรงจนแสบจมูก

เธอรู้ว่าคนหมดสติกลืนยาเองไม่ได้ ถ้าป้อนผิดอาจสำลักตาย นั่นคือผิดศีลแพทย์อย่างหนึ่ง การรักษาที่ประมาทไม่ต่างจากฆ่า

เธอหยิบเข็มฝังเข็มจากกล่อง เลือกเข็มที่บางที่สุด จัดผ้าห่มให้เปิดบริเวณข้อมือและหน้าอก เธอเอื้อมมือแตะจุดเน่ยกวนตรงปลายแขนด้านใน จากนั้นเลื่อนนิ้วไปจุดจูซานหลี่บริเวณขา เธอคิดเร็ว จุดไหนกระตุ้นหัวใจ จุดไหนขับพิษ จุดไหนช่วยเปิดเส้นลมปราณที่ถูกกด

เธอปักเข็มอย่างมั่นคง เข็มลงไปอย่างนุ่มนวล ไม่มีการสั่น ไม่มีการรีบเร่ง เสมือนเธอไม่ได้ต่อสู้กับความตาย แต่กำลังเจรจากับมัน

เธอวางมือบนหน้าอกคนไข้แล้วนับลมหายใจของเขา หนึ่ง สอง สาม จังหวะหายใจเหมือนจะขาดตอน เธอขมวดคิ้วแล้วใช้ปลายนิ้วกดจุดจงหว่านเบา ๆ เพื่อกระตุ้นลมปราณกลาง

ประตูด้านในเปิดผาง กวานซงกลับมาพร้อมหม้อน้ำเดือดและถ่านร้อน เขาวางลงอย่างรวดเร็ว "ได้แล้ว"

เซวียนอิงสั่งทันที "เอาถ่านร้อนห่อผ้า วางใกล้เท้าของเขา แต่อย่าให้โดนผิวตรง ๆ แล้วเอาน้ำเดือดเทใส่ชามใหญ่ ตั้งไว้ข้างเตียง ให้ไออุ่น"

กวานซงทำตาม มือเขาสั่นเล็กน้อย แต่พยายามนิ่ง

เซวียนอิงหยิบผ้าสะอาดชุบไอน้ำอุ่น บิดหมาด เช็ดหน้าและหน้าอกคนไข้เพื่อกระตุ้นการไหลเวียน เธอไม่ใช้ความร้อนแบบก้าวร้าว เธอทำให้ร่างกายค่อย ๆ กลับมารับการรักษา

"เขาจะรอดไหม" กวานซงถามเสียงแหบ

เซวียนอิงตอบโดยไม่ละสายตาจากคนไข้ "ขึ้นอยู่กับว่า พิษเข้าลึกแค่ไหน และเขาถูกวางพิษมานานเท่าไร"

กวานซงกัดฟัน "ข้าพบเขาเมื่อครู่เอง"

เซวียนอิงหันมองเขาแวบหนึ่ง สายตานั้นทำให้กวานซงเหมือนถูกเข็มทิ่มใจ "ข้าไม่ได้ถามว่าเจ้าเจอเขาเมื่อไร ข้าถามว่าเขาถูกวางพิษมานานเท่าไร"

กวานซงเงียบไป วินาทีหนึ่งนั้นเหมือนทั้งห้องถูกบีบให้แคบลง เขาสุดท้ายก็พูด "ข้าไม่รู้ แต่ข้าเห็นคนหนึ่งยัดอะไรเข้าปากเขา เหมือนเม็ดยาเล็ก ๆ แล้วเขาก็ทรุด"

เซวียนอิงพยักหน้า "เม็ดยาเร็วแบบนั้น พิษจะออกฤทธิ์ไว" เธอหยิบช้อนเล็ก ตักน้ำผึ้งผสมเกลือเล็กน้อยละลายในน้ำอุ่น ทำเป็นสารละลายจาง ๆ "ช่วยจับคางเขาให้เปิดนิดหนึ่ง"

กวานซงรีบทำตาม แต่เซวียนอิงยกมือห้ามก่อน "อย่าเงยหัวสูง" เธอสั่ง "ให้ศีรษะเอียงเล็กน้อยไปด้านข้าง ป้อนทีละหยด"

เธอค่อย ๆ หยดน้ำหวานเค็มลงข้างแก้มด้านในให้ไหลช้า ๆ ลงคอ เพื่อกระตุ้นการกลืนโดยไม่สำลัก ผ่านไปหลายหยด ลำคอของเด็กหนุ่มกระตุกเบา ๆ เหมือนร่างกายยังไม่ยอมแพ้

เซวียนอิงเห็นสัญญาณนั้นแล้วใจแน่นขึ้น เธอหยิบผงสมุนไพรขมที่เตรียมไว้ ละลายในน้ำอุ่นจนใสขึ้นเล็กน้อย จากนั้นใช้วิธีเดียวกัน หยดทีละน้อย รอให้เขากลืนก่อนหยดต่อ

เวลาผ่านไปเหมือนยาวกว่าปกติ เสียงข้างนอกเงียบราวกับตรอกทั้งตรอกหยุดฟังความเป็นความตายที่กำลังต่อรองกันในห้องนี้

ทันใดนั้น เด็กหนุ่มสะอึกแรง แล้วไอออกมา เสียงไอดังเหมือนดึงเอาความเย็นในทรวงอกออกมาด้วย ริมฝีปากที่คล้ำขึ้นก่อนหน้านี้เหมือนสีอ่อนลงนิดหนึ่ง

กวานซงตาแดง "เขาไอแล้ว"

เซวียนอิงไม่ยิ้ม เธอวางนิ้วลงที่ข้อมืออีกครั้ง ชีพจรยังอ่อน แต่ไม่หายไปเหมือนเดิม มันมีจังหวะที่พอจับได้ ราวกับเส้นด้ายที่เริ่มหลุดจากแรงกด

"ยังไม่ปลอดภัย" เธอพูด "นี่แค่หัวใจเริ่มขยับกลับมา พิษยังอยู่"

กวานซงถาม "ต้องทำอย่างไรต่อ"

เซวียนอิงมองไปที่เข็มฝังที่จุดเน่ยกวน เข็มสั่นเบา ๆ ตามชีพจรที่กลับมา เธอคิดเร็ว เธอต้องกระตุ้นให้พิษถูกดึงออกทางเส้นลมปราณ ไม่ให้เข้าใจกลาง และต้องทำให้ร่างกายขับออกได้โดยไม่ทำให้คนไข้ช็อก

เธอสั่ง "เตรียมภาชนะสะอาด และผ้าขาว" เธอหยุดนิดหนึ่งแล้วพูดเสียงต่ำ "ถ้าเขาอาเจียนเป็นสีดำหรือเขียว อย่าตกใจ นั่นคือพิษออก"

กวานซงรีบไปหยิบ

เซวียนอิงหยิบเข็มอีกเล่ม ปักเพิ่มที่จุดเหอกู่และไท่ชง เพื่อเปิดทางลมปราณทั่วตัว จากนั้นใช้มืออีกข้างกดนวดเบา ๆ ตามแนวกลางหน้าอกลงไปที่ท้อง ช่วยให้กระเพาะรับการกระตุ้น

เด็กหนุ่มครางเบา ๆ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงคนกลับมามีสติเต็มที่ แต่เป็นเสียงของชีวิตที่ไม่ยอมปล่อยมือ

เซวียนอิงโน้มตัวลงใกล้หูเขา พูดชัด ๆ "ซือจิ่ว ฟังข้า ถ้าเจ้ารู้สึกอยากอาเจียน อย่ากลั้น ปล่อยออกมา"

เปลือกตาของเด็กหนุ่มสั่น เหมือนเขาได้ยิน แม้จะยังไม่ลืมตา

ไม่กี่ลมหายใจต่อมา เขาสะอึกอีกครั้ง ร่างกายงอขึ้นเล็กน้อย แล้วอาเจียนออกมาเป็นน้ำขมสีเข้ม มีกลิ่นโลหะปนอยู่ กวานซงรีบรับภาชนะไว้ มือเขาสั่นแต่ไม่หลุด

เซวียนอิงมองสีและกลิ่นอย่างตั้งใจ สายตาเธอเหมือนหมอนิติเวชที่ดูหลักฐานจากศพ เธอไม่รังเกียจ เธออ่านมัน

"มีโลหะจริง" เธอพึมพำ "และมีสมุนไพรเย็นปนอยู่"

เธอหยิบเข็มเงินแตะน้ำอาเจียน ปลายเข็มหม่นดำชัดขึ้นกว่าเดิม เธอสูดลมหายใจ "พิษชนิดนี้ไม่ได้แค่ฆ่า มันปิดหลักฐานด้วย เพราะอาการเหมือนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ชีพจรเหมือนถูกลบออกจากร่าง"

กวานซงหน้าซีด "หมายความว่า ถ้าเขาตาย คนจะบอกว่าเขาป่วยเอง"

เซวียนอิงตอบ "ใช่" แล้วสายตาเธอแข็งขึ้น "และถ้าใครตั้งใจทำเช่นนั้น แปลว่าเขาไม่กลัวกฎหมาย ไม่กลัวเวรกรรม เขากลัวเพียงอย่างเดียว คือความจริงถูกจับได้"

ในหัวเธอ ตัวอักษรของระบบกระพริบอีกครั้งเหมือนเตือนว่าทุกการกระทำมีราคา

เซวียนอิงไม่สนใจมัน เธอสนใจคนไข้ เธอเช็ดปากให้เด็กหนุ่ม ป้อนน้ำอุ่นอีกเล็กน้อยให้ล้างคอ แล้วจับชีพจรซ้ำ

คราวนี้ ชีพจรยังเบา แต่มีจังหวะคงเส้นคงวามากขึ้น เหมือนมือที่บีบไว้เริ่มคลาย

กวานซงถอนหายใจเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าหายใจได้ "เขาดีขึ้นแล้วใช่ไหม"

เซวียนอิงส่ายหน้า "เขายังอยู่ในคมมีด" เธอหันไปมองหน้าต่างที่ปิดสนิท "คนที่วางพิษอาจคิดว่าเขาตายแล้ว ถ้าพวกนั้นรู้ว่าเขายังรอด เขาจะกลับมาแน่"

กวานซงชะงัก "คุณหนูหลี่หมายความว่า"

เซวียนอิงพูดช้า ๆ แต่หนักแน่น "คืนนี้เขาต้องอยู่ที่นี่ และโรงหมอหลี่ต้องปิดเงียบ" เธอมองกวานซงตรง ๆ "และเจ้าต้องตอบข้าให้ได้ ว่าเจ้าพาเขามาเพราะเมตตา หรือเพราะเจ้ากำลังหนีอะไร"

กวานซงกลืนน้ำลาย เขาไม่ตอบทันที แต่สายตาของเขาเหมือนคนที่แบกหนี้เลือดอยู่จริง ๆ

ขณะนั้น เด็กหนุ่มบนเตียงขยับนิ้วมือเล็กน้อย เหมือนพยายามคว้าอากาศ เซวียนอิงรีบก้มลงจับมือเขาไว้ มือเย็นเฉียบแต่ไม่แข็งตาย

ริมฝีปากของเขาขยับ เสียงแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน แต่คำที่หลุดออกมาทำให้บรรยากาศในห้องเหมือนถูกตัดด้วยมีด

"อย่า...ให้เขียนชื่อข้า...ในบัญชีตาย..."

เซวียนอิงนิ่งไปชั่วขณะ

บัญชีตาย ไม่ใช่คำพูดของเด็กชาวบ้านทั่วไป นี่คือคำของคนที่รู้ว่ามีระบบบางอย่างในโลกที่ "ลบชื่อคน" ได้ ไม่ใช่แค่ฆ่า แต่ทำให้เหมือนไม่เคยมีอยู่

เซวียนอิงบีบมือเขาเบา ๆ "ข้าจะไม่ให้เจ้าตาย" เธอพูดชัด "และข้าจะไม่ให้ใครลบชีพจรของเจ้าได้ง่าย ๆ"

ไฟตะเกียงสั่นอีกครั้ง เหมือนรับคำสาบาน

ในหัวเธอ ระบบโอสถบัญชาชะตาปรากฏข้อความใหม่ สั้นและเย็น

"เริ่มจับตาคดี ชีพจรถูกปิด ระดับความเสี่ยง สูง"

เซวียนอิงยกสายตาขึ้น มองไปยังประตูด้านนอกที่ยังปิดอยู่ แต่เธอรู้สึกเหมือนมีเงาคนยืนอยู่หลังไม้บานนั้น เงาที่ไม่ได้มาเพื่อขอยา แต่มาเพื่อปิดปากความจริง

เธอสูดลมหายใจลึก แล้วพูดกับกวานซงด้วยน้ำเสียงที่ไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ "ล็อกประตู ทุกบาน ดับไฟหน้าร้าน เหลือแค่ในห้องนี้ และถ้าใครมาเคาะ ไม่ว่าใคร อย่าเปิด จนกว่าข้าจะบอก"

กวานซงพยักหน้าอย่างหนักแน่น ราวกับรู้ว่าเขาก้าวเข้ามาในเรื่องที่ใหญ่กว่าชีวิตคนหนึ่งแล้ว

เซวียนอิงหันกลับมาที่เด็กหนุ่ม เธอเริ่มจัดยาชุดต่อไปสำหรับประคองหัวใจและขับพิษ เธอคำนวณเวลาในใจ หนึ่งชั่วยาม ระบบตั้งเงื่อนไขไว้ชัด และเธอเองก็รู้ว่า หากพลาดเพียงนิดเดียว ชีพจรที่เพิ่งกลับมา อาจถูกลบอีกครั้ง

แต่ในความเงียบของคืนหนาวนั้น หลี่เซวียนอิงไม่ได้รู้สึกกลัว เธอรู้สึกเหมือนเลือดในตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับสิ่งที่ถูกซ่อนมานาน

ตระกูลหลี่เคยรุ่งเรือง เคยถูกเหยียบให้จม และชื่อถูกทำให้เลือนหาย

คืนนี้ เธอจะเริ่มเขียนชื่อกลับลงไปในโลก ด้วยปลายเข็ม ด้วยถ้วยยา และด้วยศีลแพทย์ที่ไม่มีใครซื้อได้

นอกประตู เสียงก้าวเท้าเบา ๆ ดังขึ้นในตรอก เหมือนใครสักคนหยุดยืนฟัง แล้วเงียบหายไปกับลม

เซวียนอิงไม่เงยหน้า แต่ปลายนิ้วเธอวางลงบนชีพจรของซือจิ่วอย่างมั่นคง

จังหวะนั้นยังเบา

แต่ยังอยู่

และตราบใดที่ยังอยู่ คดีนี้ยังเปิดได้ แม้จะมีใครพยายามปิดมันทั้งเมืองก็ตาม

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 88 ความจริงที่ต้องแลก

    ตอนที่ 88 ความจริงที่ต้องแลกข่าวเดินเร็วกว่าไฟลามฟางเสมอ โดยเฉพาะข่าวที่มีทั้งชื่อเสียง สมาคมแพทย์ และคำว่าขโมยเข้ามาเกี่ยวข้อง เพียงครึ่งวันหลังหมอฉู่เหวินซานพาคนมาปรากฏตัวที่โรงหมอหลี่ คำลือก็เริ่มแตกแขนงไปทั่วตรอก ผู้คนบางส่วนพูดว่าโรงหมอหลี่กำลังสืบคดียาลวงจริง บางส่วนกลับพูดว่าเซวียนอิงทำตัวเกินฐานะจนไปแตะของต้องห้ามของสมาคม และอีกไม่น้อยเริ่มไม่แน่ใจว่าหญิงสาวผู้ตรวจยาจนคนยอมต่อคิวหน้าประตูนั้นเป็นหมอที่กล้าหาญ หรือเป็นคนหัวแข็งที่กำลังพาตัวเองและคนรอบข้างลงเหวในห้องหน้าของโรงหมอ หลี่เซวียนอิงยังนั่งตรวจคนไข้ต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกคำถามที่ดังขึ้นวันนี้ล้วนต่างจากเมื่อวาน“ท่านหมอหลี่ ยาบำรุงนี้กินได้จริงหรือ”“ท่านไปเอาของจากสมาคมมาจริงหรือไม่”“สมาคมว่าอย่างนั้น โรงหมอหลี่จะมีปัญหาหรือเปล่า”“ถ้าข้าส่งยามาให้ท่านดู ชื่อข้าจะหลุดหรือไม่”คำถามเรื่องโรคกับคำถามเรื่องความเชื่อใจถักปนกันจนแยกไม่ออก อาเยวี่ยวิ่งเข้าออกจนหน้าซีดแต่ยังไม่บ่นสักคำ เพราะรู้ดีว่าตั้งแต่นาทีนี้ไป โรงหมอหลี่ไม่ใช่แค่ที่รักษาคนอีกต่อไป มันกำลังกลายเป็นสนามที่คนทั้งตรอกใช้ตัดสินว่าตนจะเชื่อหมอแ

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 87 หมอฉู่โต้กลับ

    ตอนที่ 87 หมอฉู่โต้กลับเช้าวันถัดจากคืนที่ศาลาเหนือถูกแตะต้อง เมืองหลวงดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยน แผงขายโจ๊กยังตั้งเรียงตรงหัวมุมตรอกเหมือนเดิม คนหาบสมุนไพรยังเดินตะโกนชื่อของแห้งตามถนน และหน้าหอสมาคมแพทย์ก็ยังมีรถม้ามาจอดส่งแขกตามปกติ หากมองเพียงผิวเผิน ทุกอย่างสงบเรียบร้อยราวกับความลับทั้งหลายยังนอนนิ่งใต้พื้นไม้แต่หลี่เซวียนอิงรู้ดีว่า ความเงียบเช่นนี้มักเป็นความเงียบก่อนมีดจะลงนางนั่งอยู่ในห้องด้านในของโรงหมอหลี่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ สมุดสองเล่มที่นำออกมาจากห้องผสมหลังศาลาเหนือถูกกางไว้ตรงหน้า ซองยาหลายชุดเรียงอยู่บนผ้าสะอาด ส่วนกระดาษฉีกครึ่งที่ประกบกันสมบูรณ์แล้ววางอยู่ข้างตะเกียงเช่นหลักฐานที่มีลมหายใจของตัวเอง แสงเช้าตกลงบนข้อความ ชุดเหนือ สี่ สาม ส่งต่อเฉพาะรายผ่านหอชิงหลาน ประทับตราชงซื่อหาน อย่างเย็นชาจนแม้แต่หมึกก็ดูเหมือนจะซ่อนพิษไว้จ้าวเยี่ยนยืนพิงเสาใกล้หน้าต่าง มองออกไปยังลานด้านหน้าโรงหมอซึ่งเริ่มมีคนทยอยมารอคิวตั้งแต่เช้า ท่าทีของเขายังนิ่ง แต่เซวียนอิงเห็นว่าเขาระวังมากกว่าปกติ สายตาไม่ได้หยุดเพียงคนไข้ หากกวาดถึงเงามุมถนนและชายชุดเรียบที่ยืนคุยกันไกลออกไปด

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 86 ศาลาเหนือ

    ตอนที่ 86 ศาลาเหนือคืนวันนั้นมาเร็วกว่าปกติ หรืออย่างน้อยหลี่เซวียนอิงก็รู้สึกเช่นนั้น แสงสนธยาบนหลังคาเมืองหลวงยังไม่ทันเลือนหมดดี ความมืดกลับเหมือนค่อย ๆ ไหลลงมาตามชายคาและตรอกซอยราวน้ำหมึกที่มีเจตนา โรงหมอหลี่ปิดประตูหน้าเร็วกว่าทุกวัน อาเยวี่ยถูกกำชับให้นับจำนวนยาทุกขวด ลั่นกลอนทุกบาน และห้ามเปิดรับใครหลังยามซวีเด็ดขาด แม้จะมีคนไข้มาเคาะประตูก็ตามจ้าวเยี่ยนยืนอยู่ในลานหลังเรือนใต้เงาไม้แห้ง มือหนึ่งถือแผนผังที่ขีดอย่างคร่าวจากความทรงจำของผู้เคยเข้าเขตสมาคม อีกมือแตะดาบสั้นที่ซ่อนอยู่ข้างเอว เขาไม่พูดมากตั้งแต่กลับจากศาลาเก่า บางทีเพราะเขาเองก็รู้ว่าคำว่า ห้องผสมหลังศาลาเหนือ นั้นมีน้ำหนักเพียงใด หากเป็นเพียงห้องเก็บตำรับผิดกฎหมายก็ว่าไปอย่าง แต่เมื่อผูกเข้ากับห้องยาใต้หอสมาคม บัญชีเก่า รหัสเหนือ สี่ สาม และคนคุมคลังที่ถูกปิดปาก มันย่อมหมายถึงศูนย์กลางระดับหนึ่งของเครือข่ายนี้เซวียนอิงเดินออกมาจากห้องในพร้อมเสื้อคลุมสีเข้มกว่าปกติ รวบผมขึ้นแน่นไม่มีปิ่นเงินใ

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 85 ผู้เฒ่าที่ถูกปิดปาก

    ตอนที่ 85 ผู้เฒ่าที่ถูกปิดปากยามบ่ายของเมืองหลวงอบอ้าวกว่าปกติ แม้ฟ้าจะมีเมฆบางคลุมอยู่ตลอด แต่ลมกลับไม่ยอมพัดให้หายแน่นหน้าอกสักนิด กลิ่นสมุนไพรตากแดดจากลานหลังโรงหมอหลี่ลอยอวลปะปนกับกลิ่นหมึกและกระดาษเก่าจากห้องใน หลี่เซวียนอิงกำลังนั่งจัดบันทึกร่องรอยนิติเวชจากสองศพที่เพิ่งตรวจไปในช่วงเช้า ปลายพู่กันของนางลากลงบนกระดาษอย่างมั่นคง เขียนแยกอาการที่เกิดจากโรคธรรมชาติออกจากอาการที่ถูกเร่งด้วยตำรับพิษอย่างละเอียดทีละบรรทัดนับจากระบบปลดล็อกนิติเวชแพทย์ขั้นต้น ดวงตาของนางก็ดูเหมือนจะมองเห็นความผิดปกติในร่างคนมากขึ้นทุกวัน ไม่ใช่เพียงสีลิ้น เล็บ หรือตาขาวที่ต่างไปจากเดิม แต่คือความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเล็กที่สุดกับสาเหตุของความตายที่คนทั่วไปมักมองข้าม ความรู้เช่นนี้ทำให้คดีใต้หอสมาคมคมชัดขึ้น ทว่าก็ทำให้ความน่ากลัวของศัตรูยิ่งเด่นชัดขึ้นเช่นกัน เพราะยิ่งมองออกมากเท่าไร นางก็ยิ่งรู้ว่าคนเหล่านั้นตั้งใจซ่อนความตายได้ลึกเพียงใดอาเยวี่ยเพิ่งจะยกชาร้อนเข้ามาวางข้างมือ เมื่อเสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านหน้าโรงหมอ พร้อมเสียงหอบหายใจของเด็กใช้คนหนึ่งที่แทบพุ่งเข้ามาทั้งตัว“ท่านหมอหลี่ ท่าน

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 84 ระบบปลดล็อกนิติเวชแพทย์ขั้นต้น

    ตอนที่ 84 ระบบปลดล็อกนิติเวชแพทย์ขั้นต้นเสียงฝนเมื่อคืนเพิ่งหยุดไปเมื่อยามอิ๋น แต่โรงหมอหลี่กลับไม่เคยได้พักตามสายฝนเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่ข่าวเรื่องยาบำรุงลวงแพร่ไปอย่างเงียบ ๆ ตามตรอกซอย คนที่เคยกล้ำกลืนสงสัยอยู่ในใจเริ่มหอบขวดยา ห่อยา ใบสั่งยาเก่า และอาการประหลาดของคนในบ้านมาหาเซวียนอิงทีละราย บางคนมาด้วยท่าทีลังเลคล้ายกลัวว่าตนกำลังคิดมากไปเอง บางคนมาด้วยสีหน้าขาวซีดราวเพิ่งเดินออกจากเงื้อมมือสิ่งที่มองไม่เห็น และบางคนไม่ได้มาด้วยหวังเพียงตรวจยา แต่อยากถามให้แน่ใจว่าคนที่จากไปแล้วตายเพราะชะตาจริงหรือถูกใครบางคนทำให้ดูเหมือนชะตาโต๊ะในห้องด้านในของเซวียนอิงจึงเต็มไปด้วยขวดยาและถุงผ้าจากหลายบ้าน เรียงกันจนดูเหมือนคลังยาขนาดย่อม แต่สำหรับนาง มันคือกองเงื่อนปมที่ส่งกลิ่นคาวจาง ๆ ของความตาย บนกระดาษแผ่นใหญ่ซึ่งกางอยู่กลางโต๊ะ นางเขียนชื่ออาการหลักของแต่ละรายไว้ด้วยหมึกดำแล้วโยงเส้นเข้าหากัน บางเส้นโยงไปทางพิษที่กระทบเลือด บางเส้นโยงไปทางพิษที่เล่นกับปอดหรือหัวใจ บางเส้นยังขาดอยู่เพราะหลักฐานไม่พอ แต่ทุกเส้นล้วนชี้ไปในทิศเดียวกันคนทำไม่เพียงเก่งแพทย์ หากยังเก่งการซ่อนแพทย์ไว้ใต้ผิวหน้าข

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 83 หญิงหม้ายกับยาบำรุงลวง

    ตอนที่ 83 หญิงหม้ายกับยาบำรุงลวงฝนปรอยบาง ๆ ตั้งแต่ยามเฉินจนกระทั่งสาย ละอองชื้นเกาะตามขอบหน้าต่างไม้ของโรงหมอหลี่เป็นเม็ดเล็กละเอียด กลิ่นดินเปียกผสมกับกลิ่นสมุนไพรตากแห้งในห้องโถงจนเกิดความรู้สึกสะอาดเงียบแบบที่ทำให้คนเจ็บอยากพูดความลับออกมาเอง หลี่เซวียนอิงนั่งคัดใบสั่งยาจากสองคดีเมื่อวานอยู่หลังโต๊ะตรวจ มือข้างหนึ่งถือพู่กัน อีกข้างแตะเม็ดยาที่เก็บมาจากบ้านชายไอเรื้อรังเป็นครั้งคราวราวกับจะบังคับให้ตัวเองจำพื้นผิวและกลิ่นของมันให้ติดถึงกระดูกนางยังไม่ได้หลับเต็มตาตั้งแต่คืนที่ลอบเข้าไปในห้องยาใต้หอสมาคม แต่สมองกลับยิ่งคมขึ้นทุกชั่วยาม คล้ายเมื่อเส้นทางของคดีเริ่มปรากฏ ความเหนื่อยทั้งหมดก็ถูกแรงค้ำจากความโกรธและความแน่วแน่กลบไปชั่วคราว บนกระดาษตรงหน้านางมีตัวอักษรเรียงแน่นเป็นสามคอลัมน์ คอลัมน์แรกคือโรคเดิมของเหยื่อ คอลัมน์ที่สองคืออาการแปลกหลังรับยา คอลัมน์ที่สามคือชนิดพิษหรือทิศทางพิษที่นางคาดไว้ ยิ่งเขียนมากเท่าไร รูปแบบยิ่งชัด คนทำกำลังใช้ตำรับลวงที่แทรกพิษเข้าไปอย่างกลมกลืนกับร่างเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status