مشاركة

บทที่ 6 เร่งงานแต่ง

last update تاريخ النشر: 2025-02-13 09:23:53

หลายวันต่อมา..

"ฉันจะทำยังไงกับเจ้าลูกคนนี้ดีเนี่ย โอ๊ย! ฉันจะบ้าตาย" 

สาริกาที่นั่งอยู่ในห้องโถงโวยวายออกมาเสียงดังลั่นทำให้เมษาที่นั่งอยู่ด้วยถึงกับสะดุ้งโหยงเพราะเธอเองก็กำลังคิดไม่ตกกับเรื่องชายหนุ่มเหมือนสาริกาเช่นกัน 

นี่ก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยเพราะหลังจากวันที่บุกเข้าไปหาเธอในห้องชายหนุ่มก็ออกไปจากบ้านแล้วไม่โผล่หน้ากลับมาอีกเลย

"ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง ขืนปล่อยไว้แบบนี้ลูกชายฉันเสร็จยัยส้มอะไรนั่นแน่" 

เสียงของสาริกาดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับสายตาดุดันที่ตวัดมองหน้าเมษาอย่างไม่ชอบใจ 

"เธอไม่คิดจะออกความคิดเห็นอะไรหน่อยเหรอเมษา ฉันทุ่มเงินไปกับเธอมากมายช่วยทำงานให้มันคุ้มค่าหน่อยได้ไหม"

"จะให้ฉันทำยังไงคะในเมื่อลูกชายคุณไม่ยอมกลับบ้านเลย" เมษาตอบกลับสาริกาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในใจนึกเคืองน้อย ๆ พอไม่พอใจหรือไม่ได้ดั่งใจอะไรสาริกาก็มักมาลงที่เธอเสมอไม่ว่าเรื่องนั้นเธอจะเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม 

"ให้มันได้อย่างนี้สิ" 

สาริกาได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอากับความซื่อบื้อของเด็กสาว ก่อนเธอจะหยิบโทรศัพท์ที่วางข้างตัวขึ้นมาต่อสายหาส้มแฟนสาวของลูกชายเพื่อพูดคุยขอให้เด็กสาวเลิกกับบุตรชาย ส่วนเมษาได้แต่นั่งมองสาริกาด้วยความสงสัย

"หนูส้มใช่ไหม" 

ก่อนความสงสัยของเธอจะกระจ่างในเวลาต่อมาเมื่อได้ยินสาริกาเอ่ยกับคนปลายสายถ้าจำไม่ผิดคนชื่อส้มคือแฟนของเจ้านายนั่นเอง แล้วท่านจะโทรไปหาหญิงสาวทำไมกันเธอได้แต่เก็บความสงสัยแล้วนั่งฟังสาริกาคุยไปเงียบ ๆ 

ผ่านไปกว่าสิบห้านาทีที่สาริกาคุยกับปลายสายเธอไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นพูดอะไรบ้างแต่ดูจากอารมณ์เกรี้ยวกราด และใบหน้าบึ้งตึงของสาริกาคงไม่ใช่เรื่องดี หากให้เดาฝ่ายนั้นคงปฏิเสธคำขอที่สาริกาบอกให้เลิกยุ่งกับบุตรชายแน่ ๆ งานนี้คงไม่แคล้วเป็นเธอที่ต้องรองรับอารมณ์ของสาริกาอีก

"แม่นั่นไม่ยอมเลิกกับลูกชายฉัน หน้าด้านจริง ๆ เลย" 

มันเหมือนที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด ทันทีที่วางสายจากฝั่งนั้นสาริกาก็ตวาดเสียงใส่เธอดังลั่น คำว่าหน้าด้านมันเข้าหน้าเธอเต็ม ๆ จนอดสะดุ้งไม่ได้ถึงแม้สาริกาจะไม่ได้ว่าเธอก็ตาม

"แล้วคุณจะเอายังไงต่อคะ" เธอลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยถามความคิดของสาริกาว่าจะเอายังไงต่อ 

ส่วนเธอนั่นคิดอะไรไม่ออกจริง ๆ อย่างที่บอกว่าเรื่องผู้ชาย หรือเรื่องความรักเธอไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนแม้อายุจะยี่สิบกว่าแล้วก็ตาม

"ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออกหรอก" 

สาริกาตอบเสียงห้วนพลางกลอกตามองเด็กสาวอย่างนึกรำคาญทำเอาเมษาหน้าเจื่อนตัวหลีบเหลือสองนิ้วไม่กล้าจะพูดอะไรอีกทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงเงียบสนิท

หลายชั่วโมงต่อมา ระหว่างที่สาริกากับเมษากำลังนั่งคุยกันในห้องโถงหลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จคนที่หายหน้าหายตาไปเกือบอาทิตย์ก็ปรากฏตัวขึ้นสร้างความแปลกใจให้ทั้งสองคนเป็นอย่างมาก

"ลมอะไรหอบแกกลับมาบ้านได้" สาริกาอดไม่ได้จะพูดแดกดันบุตรชาย

"แม่โทรไปพูดแบบนั้นกับแฟนผมได้ยังไง แม่จะทำเกินไปแล้วนะ" 

คนถูกแดกดันอย่างเจ้านายหาได้สนใจไม่เพราะมีเรื่องที่ทำให้เขาโกรธผู้เป็นแม่ยิ่งกว่า มันคือเรื่องที่แม่ของเขาโทรไปพูดจาไม่ดีใส่คนรักของเขานั่นเอง

เขาได้รู้เรื่องนี้จากคนรักพอรู้เขาก็รีบบึ่งรถมาหาท่านทันทีเพื่อพูดคุยให้รู้เรื่องเพราะที่ท่านทำมันเกินไปแล้วจริง ๆ 

"แล้วยังไงแม่ทำได้มากกว่านี้อีกหากลูกยังไม่เลิกกับแม่นั่น" สาริกาไม่ได้มีท่าทีสำนึกสักนิดกับการกระทำของตัวเอง หนำซ้ำยังพูดขู่บุตรชายอีก

"ยิ่งแม่ทำแบบนี้ผมก็ยิ่งอยากแต่งงานกับส้ม ผมจะเลื่อนงานแต่งของผมกับส้มให้เร็วขึ้นอีก" 

แน่นอนว่าเจ้านายไม่ยอมอ่อนข้อให้ผู้เป็นแม่ประกาศออกไปอย่างชัดเจนถึงเจตนารมณ์ ขณะที่สายตาจ้องมองตัวต้นเหตุอย่างเมษาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อหากสามารถฉีกเนื้อหญิงสาวออกเป็นชิ้น ๆ ได้เขาคงทำไปแล้วไม่ปล่อยให้เธอมานั่งหน้าเสร่ออยู่แบบนี้หรอก 

สาริกาถึงกับนั่งไม่ติดกับประโยคที่หลุดจากปากบุตรชายลุกขึ้นตะเบ็งเสียงใส่ดั่งลั่น "แม่ไม่ยอม คนที่ลูกจะแต่งงานด้วยมีเพียงคนเดียวคือหนูลียา"

"ได้ฤกษ์แต่งวันไหนผมจะมาแจ้งให้แม่กับพ่อทราบอีกทีนะครับ" 

เจ้านายไม่คิดฟังคำพูดผู้เป็นแม่บอกกล่าวกับท่านทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากบ้านอีกครั้งทั้งที่เพิ่งกลับมา 

ความจริงเขาไม่อยากจะเหยียบกลับมาด้วยซ้ำถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องที่ผู้เป็นแม่โทรไปหาคนรักของเขา

ปึก!

เขาใช้กำปั้นทุบลงบนพวงมาลัยสุดแรงหลังจากขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้วเพื่อระบายอารมณ์ขุ่นเคืองที่คุกรุ่นอยู่ภายใน ยิ่งภาพใบหน้าของลียาผุดขึ้นในสมองเขาก็ยิ่งหงุดหงิด เป็นเพราะเธอคนเดียวเรื่องทุกอย่างจึงแย่แบบนี้โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของเขากับคนรักที่นับวันก็ยิ่งสั่นคลอน 

คนรักของเขาเกือบจะถอดใจขอยุติความสัมพันธ์หลายครั้งหลายคราแต่เขาขอร้อง และขอโอกาสจากเธอไว้เลยทำให้ความสัมพันธ์ยังอยู่  

ดังนั้นเขาจึงต้องเคลียร์เรื่องบ้า ๆ นี่ให้จบโดยเร็วที่สุดก่อนคนรักของเขาจะถอดใจไปจริง ๆ 

ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เขาพยายามนั่งระงับอารมณ์ตัวเองกระทั่งรู้สึกเย็นลงจึงขับรถออกจากบ้านไปหาคนรักที่บ้านของเธอ 

เขาพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่พร้อมกับปรับใบหน้าที่บึ้งตึงให้เป็นปกติครั้นรถเคลื่อนตัวมาจอดลงยังบ้านสาวคนรัก ก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไปในบ้าน 

ใบหน้าหล่อเหลาพลันประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นใบหน้าสาวคนรักกับเด็กน้อยภริตาบุตรสาวของเธอ 

เขาได้รู้จักกับส้มสาวคนรักเพราะพี่ชายของเธอเป็นเพื่อนสนิทกับเขา ตอนนั้นเขาทำงานอยู่ที่อเมริกาเบสพี่ชายของส้มก็ได้ติดต่อให้เขาช่วยหาที่อยู่ให้ส้ม และฝากฝังให้ช่วยดูแลเพราะส้มกำลังท้องแก่ ซึ่งเขาก็ได้หาห้องให้ส้มได้พักอยู่คอนโดเดียวกับเขาและช่วยดูแลตามคำขอของเพื่อน

ช่วงแรกเขาไม่ได้คิดอะไรกับส้มไปมากกว่าน้องสาวเพื่อนนอกจากจะเอ็นดู และสงสารที่เธอหย่ากับสามีทั้งที่กำลังท้อง หนำซ้ำยังทะเลาะกับพ่อแม่จนต้องระหกระเหินมาอยู่ไกลถิ่น แต่พอได้ใกล้ชิด ได้เห็นนิสัยใจคอ ได้เห็นความเด็ดเดี่ยว และเข้มแข็งของเธอก็ทำให้เขานึกชึ่นชมจนไม่รู้เลยว่ามีความรู้สึกอื่นแทรกซึมเข้ามาตอนไหนรู้ตัวอีกทีก็ชอบเธอเข้าเสียแล้วโดยไม่สนใจเลยว่าในท้องของเธอมีลูกผู้ชายคนอื่นอยู่

เขาไม่ได้รังเกียจสักนิดที่เธอเคยผ่านการแต่งงานและมีลูกติด กลับกันเขารักบุตรสาวของส้มเหมือนลูกแท้ ๆ ด้วยซ้ำเพราะคอยดูแลมาตั้งแต่ในท้องจนกระทั่งลืมตาออกมาดูโลกและตอนนี้ก็อายุสามขวบกว่า ๆ แล้ว

"พ่อนาย" เสียงใส ๆ ของเด็กน้อยภริตาดังขึ้นทำให้เจ้านายหลุดจากภวังค์ความคิด เขาฉีกยิ้มหวานให้เด็กน้อยจนตาหยีพร้อมกับเดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งข้างเด็กน้อย "ว่าไงครับคนสวยของพ่อนาย"

"คิดถึงค่ะ" 

"เมื่อเช้าก็เพิ่งเจอกันคิดถึงอีกแล้วเหรอครับ" ใบหน้าหล่อยิ่งมีรอยยิ้มผุดพรายมากกว่าเดิมกับคำตอบจากเด็กน้อย อดไม่ได้จะใช้มือบีบแก้มอวบ ๆ เบา ๆ ให้หายมันเขี้ยว "น่ารักจริง ๆ ลูกสาวพ่อนาย"

"น่ารักก็รักน้องริตาเยอะ ๆ นะคะ" เด็กน้อยภริตาเอ่ยอย่างไร้เดียงสาพร้อมกับสวมกอดชายหนุ่มที่ตัวเองรักเสมือนพ่อแน่นทำให้คนถูกกอดอย่างเจ้านายอิ่มเอมหัวใจยิ่งนักกอดตอบร่างน้อย ๆ ไว้หลวม ๆ "ครับ"

เขานั่งกอดนั่งหยอกล้อกับเด็กน้อยสักครู่ใหญ่จึงเรียกให้พี่เลี้ยงพาเด็กน้อยภริตาไปวิ่งเล่นเพราะเขาต้องการคุยเรื่องแม่กับแฟนสาว

เมื่อเด็กน้อยคล้อยหลังไปเขาก็ขยับไปนั่งลงข้างแฟนสาวแล้วบอกกล่าวเรื่องทีี่ไปคุยกับแม่ที่บ้านให้แฟนสาวฟังทันที 

"พี่ไปคุยกับแม่มาแล้วนะ พี่ต่อว่าท่านไปนิดหน่อยแล้วก็บอกกับท่านอย่างชัดเจนว่าจะเร่งงานแต่งของเราให้เราขึ้น"

"เร่งงานแต่ง?" ส้มถึงกับคิ้วขมวดหันมองหน้าแฟนหนุ่มเชิงขอคำขยายความ 

"เราเลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้นนะครับ เป็นเดือนหน้าเลยก็ยิ่งดีพี่ไม่อยากรอแล้ว" เห็นสีหน้างุนงงของแฟนสาวเจ้านายก็รีบทำหน้าออดอ้อนทันทีพลางสอดมือเข้าไปสวมกอดเอวบางหลวม ๆ ด้วยกลัวว่าแฟนสาวจะโกรธและไม่ยอมทำตามคำร้องขอ

"แต่แม่ของพี่ยังไม่ยอมรับส้มนะคะ หากแต่งงานไปแล้วมีปัญหาทีหลังจะทำยังไงคะส้มไม่อยากผิดพลาดเป็นครั้งที่สอง" ส้มบอกกล่าวแฟนหนุ่มไปตามความรู้สึกแม้จะใจอ่อนยวบยาบกับเสียงอ้อนของเขาก็ตาม 

เธอเคยพลาดกับเรื่องความรักมาแล้วครั้งหนึ่งจนได้ชื่อว่าแม่หม้ายลูกติดจึงไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาดเป็นครั้งที่สองอีกเพราะหัวใจของเธอคงตั้งรับกับความบอบช้ำบ่อย ๆ ไม่ไหว 

คนเคยมีบาดแผลอย่างเธอย่อมกลัวเป็นธรรมดาได้แต่หวังว่าแฟนหนุ่มจะเข้าใจ

"เรื่องนี้น้องส้มไม่ต้องกลัว และไม่ต้องกังวลเลยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่ไม่มีวันปล่อยมือน้องเด็ดขาด พี่จะทำให้แม่ยอมรับน้องส้มกับลูกให้ได้ พี่เชื่อว่าแม่พี่จะต้องรักน้องส้มกับลูกในสักวัน พี่สัญญาว่าจะไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย และหลังจากแต่งงานกันหากน้องไม่สบายใจที่จะอยู่รวมกับพ่อแม่พี่ พี่ก็มองหาบ้านไว้แล้วเราจะแยกไปอยู่อีกแห่งหนึ่ง"

"ส้มขอบคุณพี่นายมากนะคะที่พยายามทำอะไรเพื่อส้มมากมาย แต่ส้มขอคิดดูหน่อยนะคะ" 

ส้มซาบซึ้งในความตั้งใจของแฟนหนุ่มยิ่งนักตั้งแต่คบกันเขาดูแลเธอกับลูกดีมาตลอดไม่เคยมีสักครั้งที่ทำให้เสียใจมีแต่จะทำให้เธอมีความสุขและเสียงหัวเราะ 

เขายังเป็นคนเยียวยาบาดแผลในใจของเธอดีขึ้นอีกด้วย หากไม่ติดเรี่องแม่ของเขาเธอคงตอบตกลงโดยไม่คิดมากเลยหรือลังเลเลย

"ครับ" เจ้านายเข้าใจถึงความรู้สึกแฟนสาวดีจึงไม่เร่งเร้าจะเอาคำตอบอีกด้วยกลัวจะทำให้แฟนสาวลำบากใจ

"ขอบคุณนะคะ พี่นายน่ารักกับส้มตลอดเลย" 

"เพราะพี่รักส้มไง อะไรที่เป็นความสุขและความสบายใจของส้มพี่ได้เสมอ" 

เขาตอบไปตามความจริงพร้อมกับสวมกอดผู้หญิงอันเป็นที่รักแนบแน่นขึ้นส่งผ่านความรู้สึกที่มีให้เธอได้รับรู้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   The end

    “อ๊ะ!” เมษาหลับตาพริ้มเมื่อแก่นกายหนาค่อย ๆ สอดใส่ผ่านปากทางรัก ฝากฝังความเป็นชายของเขาเข้ามาถึงครึ่งลำอย่างรวดเร็วจากหยาดน้ำหวานเปียกชื้นที่ทำหน้าที่แทนสารหล่อลื่นลำกายหนาชำแรกผ่านม่านความเจ็บปวดที่ตอดรัดเขาอย่างบ้าคลั่ง เพียงไม่กี่วินาทีขนาดอันใหญ่โตก็ถูกโอบอุ้มด้วยความอบอุ่นจากร่างกายของหญิงสาวที่ตอนนี้ตัวสั่นเกร็งอย่างห้ามไม่อยู่“ฮึก..” เมษากัดริมฝีปาก ใบหน้าหวานเชิดขึ้นสูงเมื่อคนตัวโตทิ้งน้ำหนักลงจนร่างกายเบียดแนบกันไร้ช่องว่าง“เจ็บไหมคะ?” เจ้านายกระซิบถามเสียงต่ำขณะโน้มตัวลงจูบซับไปตามใบหน้าเรียว“เจ็บนิดหน่อยค่ะ..แต่ทนไหว” หญิงสาวตอบเสียงอ้อนอาจเป็นเพราะห่างหายมานาน และขนาดที่ใหญ่โตของชายหนุ่มเลยทำให้รู้สึกเจ็บน้อย ๆ ทว่าแม้จะเจ็บแต่เธอก็ไม่อยากให้เขาแยกจากเลยแม้แต่วินาทีเดียว สองมือเรียวจิกผ้าปูที่นอนระบายความเจ็บที่เคล้าระคนไปกับความเสียวซ่านจนแทบจะแยกไม่ออก เสียงลมหายใจหนัก ๆ ที่ข้างใบหูทำให้เลือดในกายของเธอสูบฉีด ในที่สุดเธอก็ปรับตัวได้ “พี่จะขยับแล้วนะ” เจ้านายกระซิบ สอดผสานฝ่ามือของเขาและเธอเข้าด้วยกัน กดลงที่เหนือศีรษะเล็กแล้วเริ่มขยับ ในจังหวะแรกเนิบนาบและมั่นคง

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 90 รักนะ

    @โรงแรมภายในห้องทรงสี่เหลี่ยมที่ถูกเปิดไฟดาวน์ไลท์หน้าห้องน้ำเอาไว้ ให้ความสว่างเพียงสลัว ๆ เท่านั้น กลิ่นอโรม่าลอยจาง ๆ ในอากาศทำให้บรรยากาศโรแมนติกไม่น้อย เดินมาถึงห้องนอนเมษาก็อดหัวใจเต้นแรงไม่ได้เมื่อเห็นบนเตียงนอนสีขาวที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงเป็นรูปหัวใจตรงกลางถูกโรยเป็นตัวอักษรคำว่า 'พี่นายรักน้องเมย์'ตรงปลายเตียงมีผ้าขนหนูที่ถูกทำเป็นรูปหงส์สองตัวหันหน้าเข้าหากันมันเหมือนเตียงสำหรับคู่บ่าวสาวชัด ๆ สมองพานก่อเกิดภาพแสนลามกขึ้นมา"ชอบไหมครับ" เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกคนตัวโตสอดแขนเข้ามาโอบกอดเอวคอดจากด้านหลังพร้อมกับน้ำเสียงสุดเซ็กซี่ที่ดังชิดกกหูตามมาด้วยลมหายใจร้อนผะผ่าวทำขนกายเธอลุกซู่ ในท้องรู้สึกปั่นป่วนแปลก ๆ"ชอบค่ะ เหมือนเตียงในเรือนหอบ่าวสาวเลย" ใบหน้าเรียวที่เคลือบด้วยรอยยิ้มแสนหวานเอียงขึ้นมองสบสายตาร่างสูงด้านหลัง"งั้นเรามาเข้าหอกันไหมครับ" ได้ทีเจ้านายก็ชวนทำเรื่องอย่างว่าทั้งที่สัญญาดิบดีว่าแค่นอนกอดเฉย ๆ เอาจริง ๆ ที่พูดแบบนั้นเขาก็แค่หลอล่อคนตัวเล็กเขาของขาดมาตั้งไม่รู้กี่เดือนจะให้ทนไหวได้อย่างไรกัน แน่นอนว่าเมษาเองรู้ทันคนตัวโตอย่างที่รู้ ๆ กันดีทั้งเธอแล

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 89 คืนดี

    หลังจากคืนดีกันสิ่งแรกที่เจ้านายทำคือพาหญิงสาวไปเดท เขาเลือกร้านอาหารที่เป็นร้านโปรดของเธอ เขาอยากให้เธอประทับใจที่สุดกับการกลับมาเริ่มต้นใหม่เพราะที่ผ่านมาการเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาไม่ดีเท่าไรนัก ไม่ใช่สิต้องเรียกว่าไม่ดีมาก ๆ..แต่นี่สินะที่คนโบร่ำโบราณกล่าวไว้ว่าเกลียดสิ่งไหนมักได้สิ่งนั้นวันนี้เขากล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำว่ารักผู้หญิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามสุดหัวใจ รักแบบไม่คิดว่าจะรักได้มากขนาดนี้"อย่ามองแบบนี้สิคะ เมย์เขินนะ" เมษาที่ถูกชายหนุ่มจ้องมองแทบจะกลืนกินถึงกับหน้าแดงระเรื่อออกอาการเขินจนเก็บไม่อยู่ บ่อยครั้งที่ถูกเขามองด้วยสายตาแบบนี้แต่อย่างที่บอกว่าเธอก็ไม่เคยต้านทานมันได้สักทียิ่งหลังจากกลับมาคืนดีกันเขาก็ใช้สายตาแบบนี้แทบทุกวันแทบทุกเวลาที่อยู่ด้วยกัน แค่นั้นไม่พอเขายังติดสกินชิพเธอชนิดที่ว่าเหมือนกาวตราช้างก็ไม่ปราน วันแรกที่ตกลงคืนดีกันเขาก็ไปแสดงตัวว่าเป็นแฟนเธอที่มหาวิทยาลัยโดยเฉพาะกับเพื่อนร่วมห้องที่แอบชอบเธอกะว่าจะไม่ให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอเลยสิ แต่บอกตามตรงว่าแทนที่จะไม่พอใจเธอกับรู้สึกดีด้วยซ้ำที่เขาแสดงความหึงหวงออกมา และกล้าจะเป

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 88 ให้โอกาส

    วันต่อมา.."อรุณสวัสดิ์ครับน้องเมย์"เสียงทักทายดังขึ้นเหนือศีรษะทำเมษาที่กำลังลืมตาตื่นถึงกับตาเบิกโพลงอาการง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง เธอดีดตัวลุกขี้นนั่งอัตโนมัติเมื่อเงยขึ้นเห็นคนตัวโตนั่งพิงหัวเตียง และกำลังจับจ้องมาที่เธอ สองคิ้วสวยขมวดมุ่นจำได้ว่าเมื่อคืนเธอนั่งทำรายงานจนดึกจึงเข้านอน โดยตอนที่เธอเข้านอนชายหนุ่มยังฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะ แต่ไหง่เช้านี้ตื่นมาเขาถึงอยู่บนเตียงได้ แล้วเขาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร"คุณขึ้นมาบนเตียงตั้งแต่เมื่อไร" ไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยเปล่งเสียงถามตรง ๆ "ราวตีสองได้แล้วครับ นอนตรงนั้นแล้วปวดเมื่อยไปทั้งตัวพี่เลยมานอนบนเตียง" เจ้านายเอ่ยเสียงอ่อนพลางส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้หญิงสาวด้วยกลัวว่าเธอจะโกรธ ที่เขาพูดไปไม่ใช่คำแก้ตัว แต่รู้สึกปวดหลังปวดขาจริง ๆ จึงมานอนที่เตียงกับเธออย่างถือวิสาสะใบหน้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากลัวเธอโกรธ ทว่าเมษากลับแอบอมยิ้ม ในสายตาเขาเธอดุมากเลยหรือถึงให้ออกอาการขนาดนี้ เจ้านายคนใจร้ายหายไปไหนเสียแล้ว เธออยากจะหัวเราะออกมา แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้"ฉันเข้าใจ คนแก่ก็แบบนี้แหละปวดหลังปวดนู่นปวดนี่ป็นธรรมดาจะไม่ถือโทษแล้วกัน" เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 87 ส่วนลึกในใจ

    "ซี๊ดด.."เจ้านายซูดปากออกมาเบา ๆ ในตอนที่กำลังหยัดกายลุกขึ้นยืน มือกอบกุมหน้าท้องแกร่งเอาไว้ ใบหน้าเหยเกคล้ายคนกำลังเจ็บปวด เมษาเห็นก็อดสงสัยไม่ได้ "คุณเป็นอะไร""พี่รู้สึกปวดท้องนิดหน่อยครับ"พอฟังคำตอบเธอก็เดาได้ทันทีว่าที่ชายหนุ่มปวดท้องน่าจะเพราะทานอาหารที่เธอทำมากเกินไป สิ่งที่แอบกังวลก็เป็นจริงถึงเธอจะตั้งใจแกล้ง แต่ก็ไม่ได้อยากให้เขาถึงขั้นเจ็บตัว"ไปหาหมอไหม" ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ทว่าคนตัวโตกลับส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมกับเดินกอบกุมท้องออกไปยังห้องโถงเดินมาหย่อนก้นนั่งที่โซฟาโดยมีเมษาเดินตามมาติด ๆ ด้วยรู้สึกเป็นห่วงต่อให้เขาบอกว่าปวดท้องนิดหน่อยก็ตาม"แน่ใจจริง ๆ นะว่าจะไม่ไปหาหมอ" เดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งข้าง ๆ แล้วถามย้ำอีกครั้ง "ฉันว่าไปหาหมอดีกว่า"ใบหน้าเรียวและดวงตากลมแสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิดเจ้านายเห็นก็แอบหัวใจพองโตถือว่าที่เขาทนทานอาหารรสชาติแย่จนเกลี้ยงไม่เสียเปล่าอย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าหญิงสาวยังมีความรู้สึกต่อเขาไม่มากก็น้อยไม่อย่างนั้นคงไม่มีท่าทีเป็นห่วงแบบนี้"แน่ใจครับ ไม่ได้เจ็บมากเดี๋ยวก็คงหายไปเอง" เขาระบายยิ้มออกมาบาง ๆ สายตาจ้องมองใ

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 86 ค่าดอกไม้2

    เจ้านายเดินไปหย่อนก้นนั่งที่โซฟาในห้องโถง ขณะที่เมษาเดินขึ้นไปยังห้องนอนเพื่อเอาของไว้ แล้วลงมายังชั้นล่างอีกครั้ง"ฉันจะไปทำกับข้าว คุณนั่งรอก่อน" บอกกล่าวกับร่างสูงที่นั่งบนโซฟาแล้วเดินเข้าไปในครัว แต่เมื่อมาถึงเธอกลับบอกให้แม่บ้านทำเมนูต่างให้ สวนปรุงรสเธอจะเป็นคนปรุงเองสั่งเสร็จก็นั่งบนเก้าอี้แถวนั้นรอแม่บ้านทำอาหาร แม่บ้านห้าคนเร่งทำเมนูอาหารที่หญิงสาวสั่งพัลวัน ใช้เวลาราวยี่สิบนาทีก็เสร็จเหลือเพียงให้คนเป็นเจ้านายมาปรุงรส"มาปรุงรสได้เลยค่ะคุณหนู" แม่บ้านคนหนึ่งบอกกล่าว เมษาจึงลุกเดินไปยื่นหน้าเตาที่วางเรียงกันสี่อัน ก่อนจะยื่นมือไปหยิบขวดน้ำส้มสายชูมาบีบใส่ผัดผักรวมในกระทะ ตามด้วยหม้อแกงอีกสามหม้อ จากนั้นก็หยิบขวดเกลือมาเปิดฝาเหยาะใส่ต่อสร้างความงุนงงให้เหล่าแม่บ้านที่ยืนมองอยู่ด้านหลังไม่น้อย ต่างพากันมองหน้าไปมาเพราะจะทักท้วงก็ไม่กล้าเมษยกยิ้มร้ายมุมปากพลางไล่สายตามองกับข้าวบนเตา เธอใช้แค่น้ำส้มสายชูกับเกลือปรุงรสด้วยนึกหมั่นไส้คนตัวโตจึงอยากแกล้งเขา ดูสิยังจะบอกว่าได้ทานข้าวกับคนที่รักอร่อยอยู่ไหม"เสร็จแล้วจัดโต๊ะได้เลยนะคะ แล้วก็ทอดไข่เจียวให้เมย์สักสองฟองด้วยนะคะ" เธอ

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 50 พระเอกช่วยสาวงาม

    ช่วงค่ำของอีกวันเจ้านายกับเมษาก็เตรียมตัวไปงานวันเกิดของแม่ลียา ซึ่งเมษาไม่ได้อยากไปสักนิดด้วยรู้สึกว่าเจ้าของงานอย่างลียากับครอบครัวคงไม่อยากต้อนรับเธอเท่าไร ไหนจะสาริกาที่แอบมาพูดจาเสียดสี และสั่งห้ามไม่ให้เธอไปอีก แต่ที่เธอต้องไปก็เพราะถูกชายหนุ่มบังคับยังไงล่ะ"คุณฉันไม่ไปไม่ได้เหรอคะ" เธอลองพ

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 47 หมอนข้าง

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านมาหน้าต่างเข้ามากระทบสองร่างหนุ่มสาวที่นอนกอดกายกันอยู่บนเตียงให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าของวันใหม่เมษาค่อย ๆ ปรือตาขึ้นพร้อมกับปิดปากห้าววอด จากนั้นก็เลื่อนมือขึ้นขยี้เปลือกตาต่อไล่อาการตาพร่าเบลอ ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายของคนที่เธอนอนกอดกาย และซุกอกอยู่ทั้งคื

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 16 กัดไม่ปล่อย

    จากเหตุการณ์ในคืนนั้นเป็นเวลาหนึ่งเดือน ๆ เต็ม ๆ ที่เมษาต้องอยู่อย่างหวาดระแวง จะขยับตัวหรือทำอะไรก็เหมือนถูกจับจ้องตลอดเวลา และเธอยังถูกชายหนุ่มรังแก พูดจาเหยียดหยามทุกครั้งที่มีโอกาส บอกตามตรงว่าเธอไม่มีความสุขเอาเสียเลย ขนาดจะไปหาแม่กับน้องสาวก็ยังไม่ได้ไปเพราะกลัวความลับแตกทำได้แค่โทรถามข่าวคร

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 15 เลือดคนร่าน

    วันทั้งวันเมษาคลุกตัวอยู่แต่ในห้อง มื้อเที่ยงเธอก็ไม่ลงไปทานโดยอ้างว่าไม่หิวทั้งที่ความจริงคือเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนตอนเช้ามากกว่าก็อก! ก็อก!เธอพลันสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจครั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น หัวใจดวงน้อยอดเต้นแรงไม่ได้ด้วยระแวงว่าจะเป็นชายหนุ่ม ยอมรับเลยว่าตั้งแต่เกิดเรื่องเธอรู้สึกร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status