Home / โรแมนติก / แพ้รักประธานร้าย / บทที่ 8 อุบัติเหตุ

Share

บทที่ 8 อุบัติเหตุ

last update Last Updated: 2026-01-27 17:26:03

“พี่ถามเจ้าหน้าที่มาแล้ว ไม่เป็นไร ไม่มีทะเบียนสมรสไม่ต้องแจ้งชื่อพ่อก็ได้ ถือว่าแม่มีอำนาจสิทธิ์ในตัวเด็กเพียงผู้เดียว น่าจะง่ายกว่าใส่ชื่อพ่อเข้าไปโดยเจ้าตัวเขาไม่รู้นะ วันหน้าเวลาลูกไปเข้าโรงเรียนจะได้ไม่ต้องยุ่งยาก”

“ทำไมล่ะคะ?”

“อ้าว! ถ้าเกิดโรงเรียนต้องการให้ผู้ปกครองเซ็นชื่อร่วมกันก็วุ่นวายแย่ ไม่ต้องใส่ชื่อพ่อล่ะดีแล้ว จะทำอะไรก็ง่าย แม่จัดการคนเดียวได้เลย อย่างเวลาอยากทำพาสปอร์ตพาลูกไปเที่ยวต่างประเทศ แม่ก็แค่ไปแจ้งทำใบรับรองว่าตัวเองมีสิทธิ์เลี้ยงดูลูกคนเดียวก็ทำได้เลย ไม่งั้นต้องให้พ่อกับแม่ไปเซ็นชื่อพร้อมกัน คิดดูเราจะไปหาพ่อเด็กมาจากไหน?”

“อ้อ เป็นงี้นี่เอง” ลิลี่พยักหน้า

แบงก์เดินไปหยิบซองเอกสารมาตรวจอีกครั้ง ทะเบียนบ้านหลังใหม่มีชื่อลิลี่เป็นเจ้าบ้าน สะดวกในการแจ้งเกิดเด็กชายตัวน้อย

“เด็กชายธนาธิป ชื่อน่ารักดีเนาะ แต่ลี่ว่าก็แปลกอยู่อย่างนะพี่แบงก์ ทำไมพี่ผักถึงไม่ตั้งชื่อจริงของลูกให้คล้องกับชื่อตัวเอง ส่วนใหญ่คนมักจะตั้งชื่อลูกให้คล้องกับพ่อหรือแม่”

“บางที ผักอาจจะคิดว่าชื่อนี้เหมาะกว่าก็ได้ ธนาธิปแปลว่าเจ้าแห่งทรัพย์ ฟังแล้วร่ำรวยดีออก”

ลิลี่ยังสงสัยตะหงิดๆ แต่ก็ไม่อยากจะขัดคอแบงก์ เธอสงสัยว่าผักกาดน่าจะรู้ว่าใครคือพ่อของเด็ก?

            ธเนศ ศราวุฒิกุลรับสายโทรศัพท์ทางไกลแล้วถึงกับมือไม้อ่อน เมื่อวานเขาสะดุ้งตื่นกลางดึก ในฝันเขาเห็นพี่ชายฝาแฝดเลือดท่วมตัว แล้วเช้านี้ฝันนั้นก็กลายเป็นจริง

         ...ฝาแฝดมักจะมีจิตสื่อถึงกัน ระหว่างเขากับธนาเรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ....

            ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผิวขาวผ่อง ใบหน้าคมคาย ลากกระเป๋าขึ้นเครื่องบินในตอนสาย เขาภาวนาไปตลอดทางให้พี่ชายรอดปลอดภัย

            “แกยังไม่ต้องกลับก็ได้ อยู่ไปอีกสักสามสี่ปีให้พอใจแล้วค่อยกลับ”​ ธนา   บอกกับเขาตอนที่เจอกันครั้งล่าสุด

            ธเนศชอบเรียนศิลปะ เขาจบสาขาจิตรกรรมแล้วไม่อยากเรียนต่อ จึงใช้ชีวิตเป็นศิลปินอิสระที่ต่างประเทศ เดินทางไปวาดรูปตามเมืองต่างๆ ในยุโรปอย่างมีความสุข ในขณะที่ธนากลับเมืองไทยเพื่อรับช่วงบริหารกิจการต่อจากบิดา

            รูปร่างของธนากับธเนศเกือบจะเท่าๆ กัน ทั้งส่วนสูงและน้ำหนัก ใบหน้าหล่อเหลาคล้ายกันมาก แต่หากสังเกตให้ดีสักนิดจะพบว่าดวงตาของธเนศจะ    ยาวรีกว่าพี่ชาย

            ณัฐวุฒิเป็นคนมารับธเนศพร้อมกับรถตู้หรูหราคันใหญ่ของบริษัทซึ่งเป็นรถประจำตัวที่ธนาใช้อยู่เป็นประจำ เขารายงานอาการของพี่ชายฝาแฝดให้ธเนศฟังอย่างคร่าวๆ

            “ไปโรงพยาบาลเลย ฉันอยากไปดูธนาก่อน” สองพี่น้องเกิดห่างกันไม่กี่วินาที ทำให้ธเนศไม่ยอมเรียกธนาว่าพี่

            “ครับ”

            ด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น เมื่อธเนศเดินเข้าไปโรงพยาบาลคนรอบข้างต่างหันมามองเขาด้วยความสนใจ ณัฐวุฒิในชุดสูทเดินนำหน้าไปกดลิฟต์พาเจ้านายอีกคนไปยังห้องพิเศษที่ธนานอนรักษาตัวอยู่ ในห้องนั้นมีเครื่องมือรายล้อมทำธเนศตะลึงเล็กน้อย

            “หนักอยู่เหมือนกันนะ ทำไมไม่ย้ายไปเอกชนล่ะ?”

            “หมอที่ผ่าตัดให้บอส เป็นหมอฝีมือดีที่สุดแล้วครับ ท่านประธานใหญ่เลยไม่ให้ย้าย เพิ่งผ่าตัดเสร็จคงต้องดูอาการอีกสักระยะ ถ้าคุณหมอเห็นว่าปลอดภัยค่อยย้ายครับ”

            ธเนศนั่งลงข้างเตียงคนป่วย ครู่หนึ่งก็มีพยาบาลเดินเข้ามาตรวจคนป่วย

            “ณัฐ ตอนกลางคืน แกเป็นคนเฝ้าเหรอ?”

            “ครับ ช่วงนี้ท่านประธานใหญ่ไปดูแลงานที่ออฟฟิศเอง ท่านสั่งให้ผมมาคอยดูแลบอสที่นี่ สลับกันกันคนในทีมของผม”

            “ไม่เป็นไร คืนนี้ฉันนอนเฝ้าเอง แกกลับไปได้”

            “ถ้าคุณจะนอนเฝ้า เดี๋ยวผมอยู่เป็นเพื่อนดีกว่าครับ”

            ธเนศมองสีหน้าผิดปกติของณัฐวุฒิ เขาหันไปสั่งผู้ติดตามอีกคนให้หิ้วกระเป๋าเดินทางใบเล็กขึ้นมาส่งแล้วนำกระเป๋าใบใหญ่ของเขากลับบ้าน

            “คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่ เรียนคุณพ่อให้ด้วย”

            พอผู้ติดตามกลับไปแล้ว ณัฐวุฒิก็รีบปิดประตูห้องและพูดสิ่งที่ตนสงสัย

            “คุณเนศ ผมสงสัยว่านี่จะเป็นการฆาตกรรม”

            ธเนศอึ้ง “ทำไม?”

            ณัฐวุฒิเล่าสิ่งที่เขาได้ฟังจากพยานผู้เห็นเหตุการณ์ที่ขับมอเตอร์ไซด์ผ่านมาในช่วงเวลานั้นพอดี “รถสิบล้อคันนั้นจงใจพุ่งเข้าหารถบอสครับ ต่อให้เบรกแตกตามที่กล่าวอ้างก็หักหลบได้ แต่กลับปล่อยให้รถอัดรถบอสจนติดกำแพงโรงพยาบาล”

            “คนขับรถสิบล้อบาดเจ็บเล็กน้อยเองเหรอ?” ธเนศขมวดคิ้ว

            “ครับ หน้ารถคันนั้นมีกันชนขนาดใหญ่ ผมกับคุณพิพัฒน์ไปสืบมาแล้ว เขาเพิ่งติดกันชนเมื่อไม่กี่วันก่อนวันเกิดเหตุนี่เอง”

            ธเนศได้ยินชื่อทนายความหนุ่มก็นิ่งไป “เรื่องนี้คุณพ่อรู้หรือยัง?”

            “ไม่ครับ ทางนั้นยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุ เขาไม่รู้จักกับทางเรามาก่อน ยืนยันว่าเบรกรถพังทำให้หยุดรถไม่ได้ คุณพิพัฒน์กำลังสืบเรื่องนี้ต่อ”

            “พันธ์ล่ะ อาการเป็นไง?” ธเนศนึกไปถึงคนขับรถของพี่ชาย

            “อาพันธ์ขาหักครับ เห็นว่าบอสเป็นคนร้องให้อาพันธ์หลบรถสิบล้อแต่ไม่ทัน เหมือนกับรถคันนั้นเร่งเข้าใส่ด้วย”

            “ใครกันอยากจะฆ่าธนา?”

            “บอสไม่มีเรื่องกับใครนะครับ ตั้งแต่กลับมาก็ทำแต่งาน มีแค่เรื่องเดียวที่เรายังหาตัวคนไม่เจอ” น้ำเสียงของณัฐวุฒิคล้ายลังเล “แต่ผมว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะถึงกับต้องมาฆ่าบอส”

            “เรื่องอะไร?” สีหน้าของธเนศเคร่งเครียด

            ธเนศกลับไปบ้านในวันต่อมา ตั้งแต่บิดาแต่งงานใหม่ก็ปลูกบ้านอีกหลังในพื้นที่เดียวกัน ทำให้เขากับธนาไม่ต้องอึดอัดในการร่วมบ้านกับแม่เลี้ยง ธเนศยืนยันที่จะเข้าไปทำงานในบริษัทแทนระหว่างที่ธนายังคงรักษาตัวอยู่ โดยให้ณัฐวุฒิเป็นผู้ช่วย คุณธนากรผู้เป็นบิดาของสองหนุ่มแฝดดีใจมากที่ลูกชายคนเล็กอาสาเอง

            “พ่อไม่คิดเลยว่าเนศจะยอมมาทำงานที่บริษัท”

            “จนกว่านาจะหายดีครับ ถ้านาอาการดีขึ้นแล้วผมก็จะกลับ” ต่อหน้าคนอื่นธเนศจะเรียกพี่ชายว่าธนา แต่กับบิดามารดาเขาจะเรียกพี่ชายสั้นๆ ว่านา

            “ได้ๆ ขอแค่เนศมาเรียนรู้งาน พ่อก็ดีใจแล้ว”​ คุณธนากรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เขาเป็นลูกเสี้ยวเชื้อสายจีนที่สานต่อกิจการจากต้นตระกูลที่สืบต่อกันมาสามชั่วอายุคนให้เติบโตจนกลายเป็นบริษัทมหาชน

            “พรุ่งนี้ผมจะเริ่มงานเลยก็แล้วกัน”

ธเนศอยากจะเข้าไปสืบดูท่าทีของคนในบริษัทมากกว่า ชายหนุ่มไม่ตัดความเป็นไปได้ทั้งเรื่องของผู้หญิงที่ถูกมอมยาและผลประโยชน์ในบริษัท

พิพัฒน์นัดหมายกับธเนศในร้านอาหารเล็กๆ ไกลออกไปจากสำนักงานใหญ่ของวินเนอร์เบฟเวอเรจ ธเนศบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนจะเข้าไปทำงานในบริษัท

“ผมจะสืบในบริษัทดูว่าใครเข้าข่ายน่าสงสัย? ต่อให้ไม่มีหลักฐานจะจับตัวเขาได้ อย่างน้อยเราก็ได้ระวังตัว ทำถึงขนาดนี้หวังจะฆ่าธนาชัดๆ”

“เรื่องนี้ผมไม่วางแน่ๆ ครับ ผมจ้างนักสืบเอกชนคอยตามดูคนขับรถสิบล้อเอาไว้แล้ว ส่วนเรื่องผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนที่คุณณัฐบอก เรายังหาตัวเธอไม่เจอเลย”

 “ศัตรูอยู่ในที่มืดน่ากลัวที่สุดแล้วครับ เขาไม่ออกมาโวยวายหรือเตือนให้เรารู้ตัวเลยสักนิด ผมเลยไม่กล้าตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง บางทีการที่ผู้หญิงคนนั้นไม่แสดงตัว เธออาจจะแค้นมากจนคิดจะฆ่าพี่ชายผมก็ได้ หรือไม่ก็ผลประโยชน์ภายในบริษัททำให้มีคนอยากฆ่าพี่ชายผมทิ้ง?”

ธเนศหน้าตาเคร่งเครียด ลึกๆ เขาก็ระแวงน้ำเพชรอยู่เหมือนกัน ผู้หญิงคนนั้นรู้จักกับบิดาเพราะสายน้ำที่เป็นผู้ถือหุ้นแนะนำมา

“บอกตามตรง ผมเองก็ยังไม่ไว้ใจแม่เลี้ยงผมนัก คุณน้ำเพชรเป็นญาติผู้พี่ของคุณสายน้ำ ผมไม่ถูกชะตากับคุณสายน้ำมาตั้งแต่แรก”

น้ำเพชรสามารถเอาชนะใจบิดาของสองหนุ่มแฝดที่เคยประกาศว่าจะไม่แต่งงานใหม่ได้สำเร็จ ดีอยู่หน่อยที่บิดาของเขาทำหมันไปแล้วจึงไม่มีลูกกับภรรยาคนใหม่

“คุณเนศ ผมเชื่อว่าสักวันความจริงต้องปรากฎ ถ้าตำรวจปิดคดีว่าเป็นอุบัติเหตุ อีกไม่นานคนว่าจ้างจะต้องติดต่อคนขับรถสิบล้อแน่”

*********************

           

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แพ้รักประธานร้าย   บทที่ 75 แต่งให้ถูกต้อง (ตอนจบ)

    คุณทิวาอมยิ้ม เธอรู้ว่าเพื่อนบ้านก็แค่หวังดี คนละแวกนี้ล้วนช่วยเหลือกันและกันมาแต่ไหนแต่ไร เห็นทักษพรได้แต่งงานกับคนที่มีฐานะร่ำรวยก็ไม่อยากจะให้ตนสองสามีภรรยาถูกเอารัดเอาเปรียบ“สืบเก่งอีกแล้ว พี่รู้ว่าพวกเธอกลัวพี่จะใจดีไม่กล้าเรียกร้องสินสอด บอกความจริงให้ก็ได้ ที่ไม่ขอสินสอดทองหมั้นน่ะเป็นเพราะธนาเขาให้มาเยอะแล้วน่ะ เงินใช้หนี้พวกนั้นก็เงินเขาทั้งนั้น พี่ยังจะกล้าเอาเงินเขาอีกเหรอ?” เพื่อนบ้านทำตาโต “ดีใจด้วยนะคะ พี่ทิวา การไม่มีหนี้ถือว่าเป็นความสุขสุดยอดแล้วล่ะค่ะ” ทิวาหัวเราะกับเพื่อนบ้านอย่างเบิกบาน ในสังคมเล็กๆ อย่างต่างจังหวัดยากจะปกปิดความลับในครอบครัวเอาไว้ได้ บางครั้งที่คนรอบข้างอยากรู้ก็ไม่ใช่เพราะอยากเอาไปนินทาว่าร้ายแต่พวกเรามีความห่วงใยให้ ก่อนหน้านี้เธอรู้ว่ามีคนสงสัยเรื่องของลูกสาวเธอไม่น้อย เธอไม่กลัวคนอื่นดูถูกแต่ห่วงความรู้สึกของลูกสาว แต่ตอนนี้ทักษพรก็นับว่าได้ทำทุกอย่างชัดเจนและเปิดเผย เธอและสามีก็รู้สึกสบายใจแล้ว การแต่งงานครั้งนี้จัดขึ้นง่ายๆ ที่บ้าน ตอนเช้าเป็นการทำบุญตักบาตรและตอนสายเป็นการจัดเลี้ยงอาหารโดยการ

  • แพ้รักประธานร้าย   บทที่ 74 ท้องอีกครั้ง

    ณัฐวุฒินำทางเจ้านายของตนไปยังห้องพักแพทย์ ธนาสีหน้าเป็นกังวล เขาคิดวนเวียนถึงอาการของภรรยา เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าเป็นโรคร้ายแรงใด? ยิ่งคิดก็ยิ่งกระวนกระวาย เขาเดินตามหลังเลขานุการหนุ่มเข้าไปด้วยท่าทางเหม่อลอย “ธนา” ใบหน้าของเจ้าของห้องดูแช่มชื่น “ตุ๊กติ๊ก แกเองเหรอ?” ธนาเลิกคิ้วมองนายแพทย์ตรงหน้า “ไอ้นา บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกแบบนี้ เรียกแค่ติ๊กก็พอ” นายแพทย์ สุดหล่อทำหน้าไม่พอใจ “มาๆ นั่งก่อนๆ ไม่คิดเลยว่าแกจะมีเมียมีลูกแบบไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้” “เออ ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน” คนถูกทักยิ้มน้อยๆ “นั่งก่อนๆ ที่ฉันสั่งคนเอาไว้ก็เพราะอยากเจอตัวแกนี่ล่ะ” ณัฐวุฒิถอยออกไปรอข้างนอก ธนาสีหน้ากลับไปเคร่งเครียดเช่นเดิม “เมียฉันป่วยอะไร? ทำไมแกต้องให้ฉันมาพบส่วนตัว?” “เมียแก เมียแกก็แค่เพลีย คงจะนอนน้อย แต่ที่สำคัญมีข่าวดีด้วย” “เอ๊ะ!” “ยังจะตะลึงอะไรอีก? กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องแท้ๆ” ธนาเห็นรอยยิ้มของเพื่อนเก่าก็คิดออก “เมียฉันท้องเห

  • แพ้รักประธานร้าย   บทที่ 73 ทำกำไร

    กรินทร์ถูกจับในขณะที่กำลังเก็บกระเป๋าขึ้นรถยนต์กำลังจะออกจากบ้าน ตำรวจพบหลักฐานชัดเจนว่าเขาติดต่อสายน้ำจริงและคนทั้งสองร่วมกันว่าจ้างมือปืนเพื่อให้ลอบสังหารธนา ศราวุฒิกุล ประธานบริษัทกาแฟสกายกิฟต์ และผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ ข่าวของเกวลินในฐานะลูกสาวของกรินทร์ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง ครั้งนี้เธอทนความอับอายไม่ไหวจนต้องหลบหนีไปต่างประเทศ “หลักฐาน พยานฝ่ายเราเป็นไง?” “ดีที่คุณซื้อโรงงานซอสนั้นเอาไว้ก่อน แม้จะมีการไล่ยิงกันในโรงงานก็ยังพอใช้อ้างได้ว่าคนพวกนั้นบุกรุก” ทนายพิพัฒน์อมยิ้ม เขารู้ว่าธนาเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจ ย่อมต้องวางแผนอย่างดีก่อนที่จะนำชีวิตตนเองไปเสี่ยง “ส่วนบอดี้การ์ดที่คุณจ้างมา พวกเขาครอบครองปืนโดยถูกกฎหมาย ไม่มีปัญหา ที่เหลือเป็นเรื่องของกระบวนการบนชั้นศาล เพราะมีคนบาดเจ็บและตายในที่เกิดเหตุ”​ “ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คุณแนะนำผมนั่นล่ะ” ธนายิ้มน้อยๆ “เรื่องนี้ก็ฝากคุณด้วยก็แล้วกัน ณัฐบอกว่าหาหลักฐานเพิ่มเติมเรื่องอุบัติเหตุได้แล้วนี่?” “ครับ คดีนั้นจะถูกรื้อออกมาอีกครั้ง รวมทั้งคดีสองศพในรถที่ต

  • แพ้รักประธานร้าย   บทที่ 72 หนีไม่ทัน

    “ก็ตั้งแต่พี่นามาถึงที่นี่ได้สิบกว่านาทีค่ะ ผักให้ลิลี่ช่วย ติดเครื่องติดตามในรถของพี่นา” ธนาอึ้ง เขารู้แล้วว่าเธอสะกดรอยตามเพราะเป็นห่วง ชายหนุ่มได้แต่กลืนน้ำลายเบาๆ ครั้งนี้เขาทำให้ภรรยาเป็นห่วงจนร้องไห้ ชายหนุ่มรู้สึกผิด อย่างมาก “ผัก พี่ขอโทษ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ยกมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บขึ้น เช็ดน้ำตาของภรรยา “คราวหน้าพี่ไม่กล้าอีกแล้ว” “พี่นา เสียงปืนพวกนั้น ทำเอาผักใจหาย กว่าเราจะหากันเจอก็ตั้งสี่ปี กว่าน้องพืชจะมีพ่อก็ใช้เวลาตั้งสามปีกว่า ถ้าเกิดว่าพี่เป็นอันตราย เจ็บหรือตายไป ผักกับลูกจะอยู่กันยังไงคะ?” กระพริบตาสองสามครั้ง น้ำตาก็ไหลเป็นทาง “อย่าร้องไห้เลยผักกาด พี่สัญญา ต่อไปจะไม่เสี่ยงอันตรายแบบนี้อีก” ชายหนุ่มตกใจกับอาการสะอึกสะอื้นของภรรยา เขายกสองมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้เธอด้วยความร้อนรน “พี่นาสัญญาแล้วนะคะ” “ได้ๆ พี่สัญญา” พยาบาลที่นั่งอยู่ด้านขาอยู่สองสามีภรรยาต้องเบือนหน้าไปยิ้มอีกทาง ผู้บาดเจ็บหน้าตาหล่อเหลากับภรรยาที่สวยน่ารักกำลังแสดงบทรักลึกซึ้งต่อหน้า เธอเห็นแล้ว

  • แพ้รักประธานร้าย   บทที่ 71 แค่ถูกยิง

    “ตีซ้ำอีกพี่แบงก์” ลิลี่วิ่งมาถึงพร้อมไม้เบสบอลในมือจักรพงษ์หันขวับไปมองคนที่ลงมือกับตัวเองก็ถูกตีครั้งที่สอง กำลังของแบงก์ที่ฝึกมวยมาก่อนแรงจะจักรพงษ์แทบกระอัก “พอแล้วๆ อย่าตีผมเลย”ผู้หญิงสี่คนเดินมาล้อมคนทั้งสองเอาไว้ แบงก์กับลิลี่ถือไม้เบสบอลติดมือมาด้วยทำให้ประพันธ์ที่ถูกช็อตจนอ่อนเปลี้ยหันไปมองจักรพงษ์ที่ถูกตีจนทรุดอยู่ข้างๆ“คุณประพันธ์ เป็นฝีมือคุณนี่เอง” ทักษพรชักสีหน้าน้ำฟ้าเองก็มีเครื่องช็อตไฟฟ้าในมือ เธอควักมันออกมาแล้วยืนทำหน้าข่มขู่อยู่ข้างๆ ทักษพร“คราวนี้จะบอกเราได้หรือยังว่าข้างในคุณเตรียมคนมาเท่าไหร่?” ทักษพรทำหน้าถมึงทึงจ้องประพันธ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แขนขาของประพันธ์อ่อนแรง เขาเงยหน้าขึ้นมองสามสาวโดยเฉพาะ น้ำฟ้า “คุณฟ้า คุณมาได้ไง?” “ทำไม? ทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้? คุณกับคุณจักรมาด้วยกันแบบนี้ก็แสดงว่าลุงของฉันกับคุณกรินทร์ร่วมมือกันสินะ” “พวกคุณ..คิดจะ....ทำอะไรผม?” ทักษพรทนไม่ไหวใช้มือขยุ้มคอเสื้อแล้วเขย่า “พวกคุณวางแผนจะฆ่า คุณธนาใช่ไหม?” ประพันธ์เม้มปากส่ายหน้า เขาไม่มีทางทรยศเจ้านายของตน แบงก์

  • แพ้รักประธานร้าย   บทที่ 70 ตามช่วยสามี

    ทักษพรเห็นท่าทีผิดปกติของธนาตั้งแต่หลายวันก่อน เธอจึงแอบฟังในตอนที่เขาคุยโทรศัพท์และใช้แอพพลิเคชั่นติดตามความเคลื่อนไหวซ่อนไว้ในโทรศัพท์ของสามี แผนล่อเสือออกจากถ้ำของเขา เธอรู้สึกหวั่นใจจึงได้ปรึกษาแบงก์กับลิลี่ “เราสามคนต้องออกปฏิบัติอีกครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้อันตรายมาก เราต้องเตรียมอาวุธไปด้วย” แบงก์สีหน้าจริงจัง “อาวุธ มีดหรือปืน?” “จะบ้าเหรอผัก? เราสามคนจะไปหาปืนได้ที่ไหน? ฉันยิงปืนเป็นก็จริงแต่ถ้าจะซื้อตอนนี้ก็คงไม่ทัน อีกอย่างไปยิงคนก็จะกลายเป็นคดีเปล่าๆ หนังสะติ๊กก็อาจจะพอหาได้” “ก็ดีนะ อย่างน้อยมันก็ยิงได้อ่ะพี่แบงก์” ลิลี่ยิ้มพยักหน้าหงึกหงัก “เออ ก็ดีนะ” ทักษพรเห็นด้วย “พวกสเปรย์พริกไทยกับเครื่องช็อตไฟฟ้าล่ะ หาซื้อมาพกได้ไหม?” “ของพวกนั้นถ้าพกไปตามที่สาธารณะก็ถือว่าเป็นอาวุธนะ ผิดกฎหมาย ลี่เคยคิดจะซื้อเหมือนกันแต่พอรู้ว่าจะมีปัญหาเลยไม่ได้ซื้อ” “ถ้างั้น เราก็เอาหนังสะติ๊กกับไม้เบสบอลไปด้วยก็แล้วกัน” แบงก์พยักหน้าหงึกหงัก “ไม่ได้ๆ ถ้าพวกเขามีปืนเราก็ตายเปล่ากันพอดี ฉันจะแ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status