เข้าสู่ระบบเมื่อคดีอุบัติเหตุสิ้นสุดลง คนขับรถสิบล้อที่บาดเจ็บเล็กน้อยก็ได้รับโทรศัพท์ติดต่อให้ไปรับค่าจ้าง พวกเขานัดหมายใต้สะพานชานเมือง เมื่อทั้งสองฝ่ายพบกัน ซองใส่เงินสีน้ำตาลหนาเป็นปึกก็ถูกยื่นให้คนขับรถสิบล้อ
“มึงไปทำงานที่อีสานก่อนสักสองสามปีค่อยกลับมาที่นี่ กูติดต่องาน ขับรถเอาไว้ให้แล้ว จำไว้เรื่องนี้มึงต้องหุบปากให้สนิท”
“ครับนาย” เขาเขย่าเงินในมือดูก่อนจะดึงออกมา “แค่นี้เองเหรอครับ?”
“งานไม่สำเร็จ มึงก็รู้ว่าเหยื่อไม่ตาย แค่นี้ก็เหมาะแล้ว”
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นข้างหลัง คนทั้งสองหันไปพร้อมกัน
“สาธร เป็นแกนี่เอง” เสียงทักดังขึ้นข้างหลัง ทำให้คนทั้งสองหันไปมองอย่างรวดเร็ว
สาธรวิ่งหนีไปขึ้นรถแล้วขับหนีออกไป ณัฐวุฒิกับพิพัฒน์วิ่งขึ้นรถขับตาม ปล่อยให้ตำรวจนอกเครื่องแบบสองคนวิ่งตามคนได้เงิน คนขับรถสิบล้อผู้โชคร้ายวิ่งหนีไปตามถนนอย่างสุดชีวิต
“นี่ตำรวจ หยุดเดี๋ยวนี้!”
ยิ่งได้ยินว่าเป็นตำรวจ คนขับรถสิบล้อก็ยิ่งหวาดกลัว คดีที่เขาพยายามขับรถชนเจ้าของบริษัทใหญ่คนนั้น หากถูกจับได้ คนที่จ้างเขาไม่มีทางจะมาช่วย คราวนี้เงินก็จะไม่ได้ใช้ แถมยังต้องติดคุกติดตะรางอีกเขาวิ่งซิกแซกเข้าในป่าละเมาะข้างล่าง แต่พอวิ่งผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เจอคลองน้ำใหญ่ขวางหน้า
ตู้ม!
“มันโดดหนีแล้ว”
“คลองตรงนี้ลึกมาก น้ำก็ไหลแรง มองดูให้ดีว่ามันขึ้นตลิ่งไหน?”
ตำรวจทั้งสองนายกดโทรศัพท์ตามสายตรวจให้เข้ามาช่วย ไม่ถึงสามอึดใจก็มีตำรวจขับมอเตอร์ไซด์ซ้อนท้ายกันมาอีกสองคัน
ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ตำรวจทั้งหกนายก็ไม่เห็นผู้ต้องสงสัยโผล่ขึ้นมาจึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วย หลังจากควานหาตัวอยู่พักใหญ่ ร่างของผู้ต้องหาก็ถูกน้ำวนพัดลอยขึ้นมาพาดที่ตลิ่ง ชาวบ้านที่พบศพใช้ไม้ช่วยกันเขี่ยประคองไว้บนกอผักตบ ไม่นานตำรวจก็มาถึง
“เป็นสาธรแน่นอนครับ น่าเสียดายที่ผมขับรถตามเขาไม่ทัน มีคลิปกับภาพนิ่งตอนที่พวกเขาให้ซองเงินกันด้วย” ณัฐวุฒิเปิดหลักฐานที่เขากับพิพัฒน์ถ่ายเอาไว้ได้
“จากศพคนตาย ซองนั่นมีเงินอัดแน่นอยู่เป็นแสน ผมเอาโทรศัพท์ของเขาไปเช็คแล้ว มีเบอร์โทรของบริษัทคุณธนาติดต่อเขามาหลายครั้งมาก ส่วนเจ้าของรถสิบล้อก็ยอมรับแล้วว่าได้รับการติดต่อให้หาคนจัดฉากอุบัติเหตุ ก็คือนายสาทร” ผู้หมวดพัชรยืนยันสิ่งที่ตรวจสอบพบ
ธนานั่งอยู่บนรถเข็น หลังจากผ่าตัดสมองสำเร็จเขาก็ฟื้นตัวได้เร็ว เพียงแต่ผลข้างเคียงจากการผ่าตัด คือ บางครั้งเขาควบคุมอารมณ์ไม่ได้ บ่อยครั้งที่เกิดอาการหงุดหงิดฉุนเฉียวรุนแรง เขาถูกย้ายตัวมาพักฟื้นยังโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ ธเนศจัดบอดี้การ์ดมาคอยดูแลสองคนพร้อมทั้งมีพยาบาลพิเศษสลับกันเฝ้ายี่สิบสี่ชั่วโมง
“สาธรหายตัวไปแบบนี้คงจะสาวถึงตัวการใหญ่ไม่ได้” ธนานิ่วหน้า “นายสาธรเคยทำงานให้กับสายน้ำ แต่ถ้าจับตัวไม่ได้ เราก็จับตัวสายน้ำไม่ได้”
“ไม่รู้ว่าคุณเพชรสมรู้ร่วมคิดไหม?” ธเนศทำหน้าหนักใจ
“พวกเขาเป็นญาติกัน อาจจะรวมหัวกันมาแต่แรก แกจำไม่ได้เหรอ? ตอนนั้นเป็นเพราะสายน้ำที่ดึงเอาคุณเพชรมาให้คุณพ่อได้รู้จัก” ธนาเริ่มรู้สึกหงุดหงิด
ผู้หมวดหนุ่มมองสองพี่น้องฝาแฝดด้วยความเป็นห่วง เขาเป็นเพื่อนกับทนายพิพัฒน์มาตั้งแต่เรียนมัธยม ทีแรกได้รับการขอร้องให้เข้ามาช่วยคดีอุบัติเหตุที่น่าสงสัย สุดท้ายกลายเป็นคดีพยายามฆ่า
“น่าเสียดายที่ปิดเรื่องนี้เป็นความลับไม่ได้ ตอนนี้นักข่าวทำข่าวจนใหญ่โต ตัวการที่วางแผนฆ่าคุณธนา ป่านนี้คงหาทางเก็บหลักฐานไม่ให้สาวถึงตัวแล้วครับ” ผู้หมวดหนุ่มเองก็หนักใจเช่นกัน การเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานของมือที่มองไม่เห็น ทำให้จับตัวการได้ยาก
“ไม่เป็นไรครับผู้หมวด อย่างน้อยความช่วยเหลือครั้งนี้ของพิพัฒน์กับคุณก็ทำให้ผมสองคนพี่น้องได้รู้ว่ามีคนคิดจะฆ่าเรา ต่อไปคงต้องระวังตัวให้มาก” ธเนศก้มศีรษะขอบคุณนายตำรวจหนุ่ม
“ผมจะพยายามตามจับนายสาธรให้ได้ครับ”
“ขอบคุณมาก” ธนาเริ่มยกมือกุมศีรษะเขายังมีอาการปวดหัวอยู่เป็นระยะๆ หลังการผ่าตัด จึงไม่อาจจะปรึกษาเรื่องเครียดๆ ได้นานนัก
คนทั้งหมดมองดูอาการของคนบาดเจ็บแล้วก็รีบแยกย้าย ณัฐวุฒิออกไปตามพยาบาลมาดูธนา ธเนศกับณัฐวุฒิออกไปยืนคุยกันที่ระเบียงด้านนอก
“ดีที่คุณเนศให้บอดี้การ์ดมาเฝ้า วันก่อนได้ยินว่าคุณน้ำฟ้าเธอก็มาอีก”
ธเนศแสยะยิ้ม เขาได้ฟังเรื่องที่น้ำฟ้าวางยาพี่ชายเขาในคืนงานเลี้ยงใหญ่ของสมาคมการค้าแล้วก็นึกอยากจะกระชากคอผู้หญิงคนนั้นมาสั่งสอน
“อย่าให้เธอเข้าใกล้พี่ชายฉันอีก บางทีคนครอบครัวนั้นอาจจะรวมหัวกันคิดจะฮุบกิจการวินเนอร์อยู่ก็ได้ ส่งคุณเพชรมาแต่งงานกับคุณพ่อ ส่งน้ำฟ้ามาอ่อยธนา หวังว่าคงไม่มีลูกหลานผู้หญิงมาหลอกล่อฉันอีกหรอกนะ”
ณัฐวุฒิขมวดคิ้ว “มีอยู่นะครับ เมื่อตอนต้นปีได้ยินว่าหลานสาวห่างๆ ของคุณเพชรอีกคนเพิ่งกลับมาจากอเมริกา”
“ยังจะมีอีก” ธเนศรีบยกมือขึ้น “ไม่ๆ ถ้าเป็นคนในตระกูลนี้ฉันจะไม่เข้าใกล้โดยเด็ดขาด แกก็ดูช่วยฉันด้วยล่ะกัน”
“ครับ”
“ดีนะที่คุณพิพัฒน์ให้หมวดพัชรมาช่วยสืบคดี ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าเป็นเรื่องในบริษัท ส่วนผู้หญิงคนนั้น ตัดปัญหาไปได้เลย ผ่านไปเป็นปีแล้วก็คงจะไม่โผล่มาแน่”
“คุณเนศ อาการของบอสไม่ค่อยดีเลยนะครับ ผมรู้สึกว่านิสัยใจคอบอสเปลี่ยนไปพอสมควร”
“อืม...ผลข้างเคียงหลังการผ่าตัด ธนาดูฉุนเฉียวขึ้น เกรี้ยวกราด ขี้โมโห แกก็คอยระวังก็แล้วกัน ถ้าเริ่มเห็นสัญญาณว่าหงุดหงิดก็รีบกันคนอื่นออก”
“ครับ”
“ฉันเองก็หวังว่าต่อไปธนาจะค่อยๆ ดีขึ้น”
หลายเดือนต่อมา ความหวังที่จะสาวถึงตัวผู้บงการก็พลันสลาย ศพของสาธรถูกพบอยู่ในรถยนต์กลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งที่จมอยู่ในน้ำคลองแถวนนทบุรีราวสองสัปดาห์ ผู้หมวดพัชรส่งข่าวมาให้พิพัฒน์
“จัดฉากเป็นอุบัติเหตุ ถนนช่วงนั้นไม่มีรถผ่านซะด้วย ทำเหมือนถูกชนท้ายแล้วรถตกคลอง แต่กูดูผลชันสูตรแล้ว ถูกวางยานอนหลับแล้วจับใส่รถ หลักฐานหายเรียบ คงหาตัวคนทำได้ยากแล้วล่ะ”
หลังจากนั้น คดีพยายามฆ่าธนาก็ถูกปิดลงพร้อมกับการตายของ ผู้ต้องสงสัยทั้งสองคน ธนาที่รักษาตัวจนดีขึ้นมากก็พร้อมจะกลับไปทำงานที่บริษัทอีกครั้ง
“หนูนา แกอย่าพักที่บ้านเลย ฉันซื้อคอนโดใกล้บริษัทเอาไว้ให้แล้วสองห้อง ห้องตรงข้ามเอาไว้ให้บอดี้การ์ดไปพัก”
ธเนศระแวงแม่เลี้ยง เขาไม่อยากให้พี่ชายกับตนเองถูกจับตามองความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา จึงไปซื้อคอนโดมิเนียมใหญ่เอาไว้สองยูนิต โดยอ้างกับบิดาว่าเพื่อความสะดวกในการไปดูแลพี่ชายที่โรงพยาบาลและการไปบริษัท
“เลิกเรียกแบบนั้นได้แล้ว” ธนาทำหน้าหงุดหงิด
“ทำไม? ฉันไม่เรียกให้คนอื่นได้ยินหรอกน่า”
“หนูเนศ ถ้าแกไม่เลิกเรียกแบบนั้นก็อย่าว่าฉันก็แล้วกัน”
ธเนศนึกถึงชื่อเล่นในวัยเด็กของตนที่ฟังแล้วคล้ายเด็กผู้หญิงเหมือนกันก็ถึงกับยกมือสองขึ้นอย่างยอมแพ้พร้อมกับหัวเราะ “ได้ๆ นา ฉันไม่เล่นแล้ว ยอมแพ้”
“แกนี่มันวอนจริงๆ” ธนาวิ่งไล่ต่อยน้องชายไปรอบๆ ห้อง
“แกหายป่วยแล้วนี่ วิ่งเก่งเชียว”
ธนาไม่ยอมแพ้เขากระโดดขึ้นเตียงผู้ป่วยไปกระชากคอเสื้อน้องชาย ฝาแฝดเอาไว้ได้ “ฉันทำกายภาพแข็งขันขนาดนี้ก็ต้องวิ่งได้สิ”
“แกแกล้งป่วยเพราะจะให้ฉันเรียนรู้งานที่บริษัทใช่ไหม?”
“แสนรู้จริง”
“ฉันไม่ใช่หมานะ” ธเนศสะบัดเสียงพร้อมดึงตัวเองออกจากการรัดคอของพี่ชาย “ฉันจะไปแล้ว ก็ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะกัน”
หลังจากการเฉียดกรายความตายของฝาแฝดผู้พี่ ธเนศตัดสินใจจะกลับไปเรียนต่อระดับปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจเพื่อกลับมาช่วยธนาดูแลบริษัทวินเนอร์
“ไม่ต้องห่วงน่า แกไปเรียนเถอะ รีบเรียนรีบจบ อีกไม่นานบริษัทกาแฟแห่งใหม่ของเราก็จะเป็นรูปเป็นร่างแล้ว มาช่วยกันดูแลธุรกิจก็ดี คุณพ่อกับฉันจะได้สบายใจ”
****************
คุณทิวาอมยิ้ม เธอรู้ว่าเพื่อนบ้านก็แค่หวังดี คนละแวกนี้ล้วนช่วยเหลือกันและกันมาแต่ไหนแต่ไร เห็นทักษพรได้แต่งงานกับคนที่มีฐานะร่ำรวยก็ไม่อยากจะให้ตนสองสามีภรรยาถูกเอารัดเอาเปรียบ“สืบเก่งอีกแล้ว พี่รู้ว่าพวกเธอกลัวพี่จะใจดีไม่กล้าเรียกร้องสินสอด บอกความจริงให้ก็ได้ ที่ไม่ขอสินสอดทองหมั้นน่ะเป็นเพราะธนาเขาให้มาเยอะแล้วน่ะ เงินใช้หนี้พวกนั้นก็เงินเขาทั้งนั้น พี่ยังจะกล้าเอาเงินเขาอีกเหรอ?” เพื่อนบ้านทำตาโต “ดีใจด้วยนะคะ พี่ทิวา การไม่มีหนี้ถือว่าเป็นความสุขสุดยอดแล้วล่ะค่ะ” ทิวาหัวเราะกับเพื่อนบ้านอย่างเบิกบาน ในสังคมเล็กๆ อย่างต่างจังหวัดยากจะปกปิดความลับในครอบครัวเอาไว้ได้ บางครั้งที่คนรอบข้างอยากรู้ก็ไม่ใช่เพราะอยากเอาไปนินทาว่าร้ายแต่พวกเรามีความห่วงใยให้ ก่อนหน้านี้เธอรู้ว่ามีคนสงสัยเรื่องของลูกสาวเธอไม่น้อย เธอไม่กลัวคนอื่นดูถูกแต่ห่วงความรู้สึกของลูกสาว แต่ตอนนี้ทักษพรก็นับว่าได้ทำทุกอย่างชัดเจนและเปิดเผย เธอและสามีก็รู้สึกสบายใจแล้ว การแต่งงานครั้งนี้จัดขึ้นง่ายๆ ที่บ้าน ตอนเช้าเป็นการทำบุญตักบาตรและตอนสายเป็นการจัดเลี้ยงอาหารโดยการ
ณัฐวุฒินำทางเจ้านายของตนไปยังห้องพักแพทย์ ธนาสีหน้าเป็นกังวล เขาคิดวนเวียนถึงอาการของภรรยา เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าเป็นโรคร้ายแรงใด? ยิ่งคิดก็ยิ่งกระวนกระวาย เขาเดินตามหลังเลขานุการหนุ่มเข้าไปด้วยท่าทางเหม่อลอย “ธนา” ใบหน้าของเจ้าของห้องดูแช่มชื่น “ตุ๊กติ๊ก แกเองเหรอ?” ธนาเลิกคิ้วมองนายแพทย์ตรงหน้า “ไอ้นา บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกแบบนี้ เรียกแค่ติ๊กก็พอ” นายแพทย์ สุดหล่อทำหน้าไม่พอใจ “มาๆ นั่งก่อนๆ ไม่คิดเลยว่าแกจะมีเมียมีลูกแบบไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้” “เออ ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน” คนถูกทักยิ้มน้อยๆ “นั่งก่อนๆ ที่ฉันสั่งคนเอาไว้ก็เพราะอยากเจอตัวแกนี่ล่ะ” ณัฐวุฒิถอยออกไปรอข้างนอก ธนาสีหน้ากลับไปเคร่งเครียดเช่นเดิม “เมียฉันป่วยอะไร? ทำไมแกต้องให้ฉันมาพบส่วนตัว?” “เมียแก เมียแกก็แค่เพลีย คงจะนอนน้อย แต่ที่สำคัญมีข่าวดีด้วย” “เอ๊ะ!” “ยังจะตะลึงอะไรอีก? กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องแท้ๆ” ธนาเห็นรอยยิ้มของเพื่อนเก่าก็คิดออก “เมียฉันท้องเห
กรินทร์ถูกจับในขณะที่กำลังเก็บกระเป๋าขึ้นรถยนต์กำลังจะออกจากบ้าน ตำรวจพบหลักฐานชัดเจนว่าเขาติดต่อสายน้ำจริงและคนทั้งสองร่วมกันว่าจ้างมือปืนเพื่อให้ลอบสังหารธนา ศราวุฒิกุล ประธานบริษัทกาแฟสกายกิฟต์ และผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ ข่าวของเกวลินในฐานะลูกสาวของกรินทร์ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง ครั้งนี้เธอทนความอับอายไม่ไหวจนต้องหลบหนีไปต่างประเทศ “หลักฐาน พยานฝ่ายเราเป็นไง?” “ดีที่คุณซื้อโรงงานซอสนั้นเอาไว้ก่อน แม้จะมีการไล่ยิงกันในโรงงานก็ยังพอใช้อ้างได้ว่าคนพวกนั้นบุกรุก” ทนายพิพัฒน์อมยิ้ม เขารู้ว่าธนาเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจ ย่อมต้องวางแผนอย่างดีก่อนที่จะนำชีวิตตนเองไปเสี่ยง “ส่วนบอดี้การ์ดที่คุณจ้างมา พวกเขาครอบครองปืนโดยถูกกฎหมาย ไม่มีปัญหา ที่เหลือเป็นเรื่องของกระบวนการบนชั้นศาล เพราะมีคนบาดเจ็บและตายในที่เกิดเหตุ” “ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คุณแนะนำผมนั่นล่ะ” ธนายิ้มน้อยๆ “เรื่องนี้ก็ฝากคุณด้วยก็แล้วกัน ณัฐบอกว่าหาหลักฐานเพิ่มเติมเรื่องอุบัติเหตุได้แล้วนี่?” “ครับ คดีนั้นจะถูกรื้อออกมาอีกครั้ง รวมทั้งคดีสองศพในรถที่ต
“ก็ตั้งแต่พี่นามาถึงที่นี่ได้สิบกว่านาทีค่ะ ผักให้ลิลี่ช่วย ติดเครื่องติดตามในรถของพี่นา” ธนาอึ้ง เขารู้แล้วว่าเธอสะกดรอยตามเพราะเป็นห่วง ชายหนุ่มได้แต่กลืนน้ำลายเบาๆ ครั้งนี้เขาทำให้ภรรยาเป็นห่วงจนร้องไห้ ชายหนุ่มรู้สึกผิด อย่างมาก “ผัก พี่ขอโทษ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ยกมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บขึ้น เช็ดน้ำตาของภรรยา “คราวหน้าพี่ไม่กล้าอีกแล้ว” “พี่นา เสียงปืนพวกนั้น ทำเอาผักใจหาย กว่าเราจะหากันเจอก็ตั้งสี่ปี กว่าน้องพืชจะมีพ่อก็ใช้เวลาตั้งสามปีกว่า ถ้าเกิดว่าพี่เป็นอันตราย เจ็บหรือตายไป ผักกับลูกจะอยู่กันยังไงคะ?” กระพริบตาสองสามครั้ง น้ำตาก็ไหลเป็นทาง “อย่าร้องไห้เลยผักกาด พี่สัญญา ต่อไปจะไม่เสี่ยงอันตรายแบบนี้อีก” ชายหนุ่มตกใจกับอาการสะอึกสะอื้นของภรรยา เขายกสองมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้เธอด้วยความร้อนรน “พี่นาสัญญาแล้วนะคะ” “ได้ๆ พี่สัญญา” พยาบาลที่นั่งอยู่ด้านขาอยู่สองสามีภรรยาต้องเบือนหน้าไปยิ้มอีกทาง ผู้บาดเจ็บหน้าตาหล่อเหลากับภรรยาที่สวยน่ารักกำลังแสดงบทรักลึกซึ้งต่อหน้า เธอเห็นแล้ว
“ตีซ้ำอีกพี่แบงก์” ลิลี่วิ่งมาถึงพร้อมไม้เบสบอลในมือจักรพงษ์หันขวับไปมองคนที่ลงมือกับตัวเองก็ถูกตีครั้งที่สอง กำลังของแบงก์ที่ฝึกมวยมาก่อนแรงจะจักรพงษ์แทบกระอัก “พอแล้วๆ อย่าตีผมเลย”ผู้หญิงสี่คนเดินมาล้อมคนทั้งสองเอาไว้ แบงก์กับลิลี่ถือไม้เบสบอลติดมือมาด้วยทำให้ประพันธ์ที่ถูกช็อตจนอ่อนเปลี้ยหันไปมองจักรพงษ์ที่ถูกตีจนทรุดอยู่ข้างๆ“คุณประพันธ์ เป็นฝีมือคุณนี่เอง” ทักษพรชักสีหน้าน้ำฟ้าเองก็มีเครื่องช็อตไฟฟ้าในมือ เธอควักมันออกมาแล้วยืนทำหน้าข่มขู่อยู่ข้างๆ ทักษพร“คราวนี้จะบอกเราได้หรือยังว่าข้างในคุณเตรียมคนมาเท่าไหร่?” ทักษพรทำหน้าถมึงทึงจ้องประพันธ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แขนขาของประพันธ์อ่อนแรง เขาเงยหน้าขึ้นมองสามสาวโดยเฉพาะ น้ำฟ้า “คุณฟ้า คุณมาได้ไง?” “ทำไม? ทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้? คุณกับคุณจักรมาด้วยกันแบบนี้ก็แสดงว่าลุงของฉันกับคุณกรินทร์ร่วมมือกันสินะ” “พวกคุณ..คิดจะ....ทำอะไรผม?” ทักษพรทนไม่ไหวใช้มือขยุ้มคอเสื้อแล้วเขย่า “พวกคุณวางแผนจะฆ่า คุณธนาใช่ไหม?” ประพันธ์เม้มปากส่ายหน้า เขาไม่มีทางทรยศเจ้านายของตน แบงก์
ทักษพรเห็นท่าทีผิดปกติของธนาตั้งแต่หลายวันก่อน เธอจึงแอบฟังในตอนที่เขาคุยโทรศัพท์และใช้แอพพลิเคชั่นติดตามความเคลื่อนไหวซ่อนไว้ในโทรศัพท์ของสามี แผนล่อเสือออกจากถ้ำของเขา เธอรู้สึกหวั่นใจจึงได้ปรึกษาแบงก์กับลิลี่ “เราสามคนต้องออกปฏิบัติอีกครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้อันตรายมาก เราต้องเตรียมอาวุธไปด้วย” แบงก์สีหน้าจริงจัง “อาวุธ มีดหรือปืน?” “จะบ้าเหรอผัก? เราสามคนจะไปหาปืนได้ที่ไหน? ฉันยิงปืนเป็นก็จริงแต่ถ้าจะซื้อตอนนี้ก็คงไม่ทัน อีกอย่างไปยิงคนก็จะกลายเป็นคดีเปล่าๆ หนังสะติ๊กก็อาจจะพอหาได้” “ก็ดีนะ อย่างน้อยมันก็ยิงได้อ่ะพี่แบงก์” ลิลี่ยิ้มพยักหน้าหงึกหงัก “เออ ก็ดีนะ” ทักษพรเห็นด้วย “พวกสเปรย์พริกไทยกับเครื่องช็อตไฟฟ้าล่ะ หาซื้อมาพกได้ไหม?” “ของพวกนั้นถ้าพกไปตามที่สาธารณะก็ถือว่าเป็นอาวุธนะ ผิดกฎหมาย ลี่เคยคิดจะซื้อเหมือนกันแต่พอรู้ว่าจะมีปัญหาเลยไม่ได้ซื้อ” “ถ้างั้น เราก็เอาหนังสะติ๊กกับไม้เบสบอลไปด้วยก็แล้วกัน” แบงก์พยักหน้าหงึกหงัก “ไม่ได้ๆ ถ้าพวกเขามีปืนเราก็ตายเปล่ากันพอดี ฉันจะแ







