Share

บทที่ 6

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-13 10:15:51

เกือบเที่ยงคืนทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ไตรทศอาสาไปส่งแพรวพราวที่สตูดิโอเพื่อกลับไปเอารถยนต์ที่จอดไว้ ส่วนวรรณวนัชไปกับดาลิน

รามิลกำลังจะกลับบ้านจึงเห็นสองหนุ่มสาวเข้าพอดี เขาตั้งใจเดินเข้าไปทัก “เพิ่งรู้เหมือนกันนะครับว่าคุณพราวก็เป็นคนชอบเที่ยว” เสียงนั้นคุ้นหูมาก ร่างเล็กหันขวับมามองตามเสียง

เมื่อเห็นหน้าของเจ้าของเสียงนัยน์ตากลมโตถึงกับเบิกโพลงไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่

“อ้าวคุณรามิล สวัสดีครับ” ไตรทศเอ่ยทักทายรามิล

“นี่ไตรรู้จักกับเขาด้วยเหรอ” มีความแปลกใจปนอยู่ในน้ำเสียง

“รู้จักสิ ก็คุณรามิลเขาเป็นเจ้าของผับ” ด้วยความที่แพรวพราวไม่ใช่สายเที่ยวจึงไม่ได้สนใจว่าใครเป็นเจ้าของผับแห่งนี้

“ผมกำลังจะกลับพอดี ขึ้นรถสิเดี๋ยวผมไปส่งคุณ…แม่เลี้ยง” เหมือนอยากจะตอกย้ำหรืออะไรก็ไม่รู้ดลใจให้เขาพูดคำนั้นออกไป

“นี่พราวอย่าบอกนะว่าเขาเป็น…”

“อือ…ผู้ชายคนนี้แหละ” ไตรทศทำตาโตไม่คิดว่าคนที่เธอต้องไปอยู่ร่วมบ้านด้วยคือเศรษฐีคนนี้

“ไม่เป็นไรฉันให้เพื่อนไปส่งก็ได้ค่ะ” แพรวพราวปฏิเสธเขาอย่างใจเย็น เพราะเธอไม่อยากนั่งรถไปกับพ่อหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีนิลคู่นั้น มองมาทีไรหัวใจแทบละลาย

“จะขึ้นรถดี ๆ หรือจะให้ผมอุ้ม จะแต่งงานกับพ่อผมอยู่แล้วยังทำตัวเหมือนสาวโสด เที่ยวกับผู้ชายคนนั้นที คนนี้ที” น้ำเสียงทั้งประชดประชันแกมดูถูก

“นี่คุณ…”

บ้าไปแล้วเขามีสิทธิ์อะไรจะมาอุ้มเธอขึ้นรถ

“ให้คุณรามิลไปส่งเถอะพราว” ไตรทศบอกกับเธอเพราะไม่อยากให้แพรวพราวเดือดร้อน เพราะไตรทศเองรู้ว่ารามิลเป็นผู้ที่ค่อนข้างมีอิทธิพล ถ้าเขาอยากทำอะไรก็ย่อมได้ ลำพังแพรวพราวกับไตรทศไม่มีทางขัดขวางเขาได้แน่

“เอาไง” เจ้าของใบหน้าหล่อแต่กวนประสาทถามย้ำอีกครั้ง

ไตรทศจึงพยักหน้าให้ แพรวพราวจึงยอมไปนั่งรถของเขาโดยดี โดยมีลูกน้องของเขาคอยเปิดประตูรถให้

รามิลขึ้นนั่งเบาะหลังคู่กันกับแพรวพราวโดยมีอนุชิตเป็นคนขับรถ มือเล็กทั้งสองวางไว้บนหน้าตัก รู้สึกอึดอัดเมื่อได้นั่งข้างผู้ชายตัวโตอย่างเขา กลิ่นกายอ่อน ๆ บวกกับกลิ่นบุหรี่ผสมกลิ่นไวน์คละเคล้ากันมันทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ

“บ้านคุณอยู่ไหน”

“ไปส่งฉันที่สตูดิโอดีกว่าค่ะ ฉันต้องกลับไปเอารถ พรุ่งนี้ตอนบ่ายฉันมีสอน”

“สตู? สอนอะไร?”

“ฉันเปิดสตูสอนโยคะค่ะ”

“งั้นเหรอ?” เป็นความรู้ใหม่ของชายหนุ่มที่ได้รู้ว่าเธอเป็นสายรักสุขภาพ ไม่แปลกใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้รูปร่างดีไปทุกสัดส่วนขนาดนี้ แต่ทำไมถึงมาเที่ยวดื่มแบบนี้ล่ะ

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาส่งคุณละกัน พรุ่งนี้ผมไม่มีงานช่วงเช้า” จะใจดีไปไหน นี่ถึงขั้นอาสามาส่งว่าที่แม่เลี้ยง

“ไม่เป็นไรค่ะฉันเกรงใจ”

“ตอนนี้มันเที่ยงคืนแล้วนะ” น้ำเสียงเขาเข้มขึ้น

“ถ้าอย่างนั้นฉันให้คุณพ่อมาส่งก็ได้ค่ะ”

“ผมบอกว่าผมว่างไง ผมต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำ” มีความเป็นสุภาพบุรุษไปอีก

“ก็ได้ค่ะ”

บอกทางไปบ้านตัวเองแล้วจากนั้นเจ้าของขนตามงามงอนก็นั่งหน้ามุ่ย ไม่เข้าใจว่าเขาจะต้องมาลำบากทำไม ปล่อยให้เธอมากับเพื่อนก็สิ้นเรื่อง

“จอดตรงนี้แหละค่ะ”

อนุชิตเปิดประตูลงจากรถเพื่อไปเปิดฝั่งของแพรวพราว

“ขอบคุณซักคำก็ไม่มี” มือเล็กที่กำลังจะเปิดประตูชะงักแล้วหันกลับมา

“ขอบคุณ” ไม่ได้ขอร้องให้มาส่งสักหน่อยยังจะมีหน้ามาทวงคำขอบคุณ

“เพิ่งรู้ว่าบ้านนี้สอนให้ลูกพูดจาไม่มีหางสียง”

“ก็เหมือนลูกบางคนที่แล้งน้ำใจไม่รู้จักช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่พ่อกลับใจดี๊ ใจ…”

มือหนาคว้าหมับเข้าที่ใบหน้าสวยแล้วประกบกลีบปากร้อน ดูดดึงเรียวปากนุ่มอย่างร้อนแรง ลิ้นร้ายดุนดันบังคับให้เธอเผยอปากจนลิ้นสากสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดเรียวลิ้นนุ่มได้ ดูดดึงอย่างถนัดถนี่

รู้ตัวอีกทีก็ตอนอนุชิตเปิดประตูรถออก

รามิลถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ใบหน้าแดงก่ำไม่รู้ว่าร้อนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือร้อนรุ่มเพราะรสจูบหวานละมุนจากเธอ เขาไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากปากและลมหายใจเธอเลยแม้แต่น้อย มีเพียงกลิ่นผลไม้ที่น่ากินกว่าผลไม้ที่เป็นลูกสด ๆ ตามท้องตลาดเสียอีก

“อย่าคิดแม้แต่จะตำหนิผมอีก” คนร่างโตพูดออกมาเสียงเรียบ

คนตัวเล็กตัวสั่นเทาทำอะไรไม่ถูก หายใจหอบถี่ก่อนจะก้าวขาลงจากรถโดยมีสายตาคมกริบจ้องตามตาไม่กะพริบ ไม่ใช่เธอกลัวเขาแต่เธอกำลังตกใจกับสิ่งที่เขาทำ เขาไม่ให้เธอตั้งตัวและเธอเองก็ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้ นี่เขากล้าจูบแฟนของพ่อเชียวนะ

อนุชิตเข้ามาในรถก็อดอมยิ้มไม่ได้

“ขำไรชิต”

“เปล่าครับนาย เธอน่ารักดีนะครับ”

“ไคร?”

“ก็คุณพราวไงครับ” ยิ้มตอบนายหน้าระรื่น

“ใครใช้ให้ออกความเห็น”

“แป่ว ไม่มีครับ” หุบยิ้มแทบไม่ทัน ทำไมเป็นคนชอบเบรกแบบนี้นะ

“แล้วแกเห็นอะไร”

“มะ ไม่เห็นครับนาย”

“ดี ออกรถได้แล้ว”

อนุชิตรู้ดีว่าตัวเองต้องทำตัวเช่นไร เป็นลูกน้องมือขวาของรามิลมานานก็จริง แต่เขาก็ไม่อยากตกงานตอนอายุสี่สิบห้าแบบนี้

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • แฟนพ่อ...ผมขอนะครับ    ตอนที่ 44 (จบ)

    คนบนร่างยิ้มพรายเธอพร้อมจะปรนเปรอให้เขา ริมฝีปากบางกดจูบลงบนเรียวปากเขาและเป็นฝ่ายดูดดึงริมฝีปากเขาอย่างหื่นกระหายผละจากปากก็เลื่อนกายลงต่ำ ใช้อกอวบอิ่มและปลายลิ้นลากไล้ตามแผงอกเรื่อยลงมาตามหน้าท้องและแก่นกายแข็งขึงของเขา “อา” ความนุ่มหยุ่นสัมผัสกับความแข็งของความเป็นชายทำให้คนตัวโตต้องส่งเสียงครางออกมา ปากเล็ก ๆ งับแก่นกายเข้าไปจนลึกสุดเม้มปากแน่นแล้วรูดปากขึ้นจนสุด จนเกิดเสียงน่าอาย บ๊อก! “อา พราว” เธอปล่อยให้มันตั้งโด่อยู่แบบนั้น อกเนียนนุ่มเลื่อนไล้ไปตามต้นขาแกร่งทั้งสองข้าง ปัดป่ายผ่านตัวตนของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เธอกำลังปลุกปั่นไฟราคะของเขา จากนั้นใช้อกอวบทั้งสองข้างเข้าครอบครองท่อนเอ็นร้อนให้อยู่กลางทั้งสองเต้า มือเล็กทั้งสองดันอกให้แนบชิดความเป็นชายแล้วนวดคลึงแท่งเอ็นร้อนขึ้นลงช้า ๆ บางจังหวะใช้ปากดูดดึงหัวปลายบานช่วย “ซี้ดดดด อา” คนตัวใหญ่สูดปาก เขากำลังโดนเธอทรมาน แต่เป็นการทรมานที่เขาเต็มใจ เธอเปลี่ยนจากเนินอกนุ่มเป็นปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดมังกรยักษ์ของเขา ปาดเลียลากไล้ลงมา

  • แฟนพ่อ...ผมขอนะครับ    ตอนที่ 43

    สามเดือนต่อมา หลังจากทั้งสองแต่งงานกันรามิลเข้าไปบริหารงานช่วยพ่อตาอย่างจริงจัง โดยมีแพรวพราวเป็นผู้ช่วยของเขา ธุรกิจครอบครัวเธอกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ วันหยุดรามิลพาภรรยาไปบ้านชานนท์ พักหลังเขาไม่ค่อยได้เข้าไปผับ เพราะปารียาใกล้จะคลอด รามิลแนะนำให้แพรวพราวรู้จักกับภรรยาของเพื่อนสนิท เขาปล่อยให้สองสาวอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ส่วนตัวรามิลก็ไปนั่งคุยกับเพื่อนอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ไกลมาก มือบางลูบคลำท้องปารียาเบา ๆ “โอ๊ะ คุณแบมคะ” แพรวพราวตกใจถึงกับชักมือกลับเมื่อเห็นท้องของปารียาบิดเบี้ยวไปข้างหนึ่งเพราะเด็กในท้องกำลังดิ้น “หึ หึ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ปารียาขำท่าทางตกใจของแพรวพราวด้วยความเอ็นดู “เจ็บไหมคะ” เธอถามอย่างเป็นห่วง “ถ้าโดนถีบแรงหน่อยก็มีแปลบ ๆ เหมือนกันค่ะ” ปารียาบอกพร้อมลูบท้องตัวเองเบา ๆ เธอชินแล้วกับการที่ต้องอุ้มลูกคนที่สอง แพรวพราวยิ้มแหยรู้สึกหวั่น ๆ กับการที่ต้องอุ้มท้อง “เหมือนพราวจะอยากมีลูกนะ” ชานนท์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสองสาวนั่งคุยกันอย่างถูกคอ “กูทำทุกวัน” “เอาให้ทันกูนะ”

  • แฟนพ่อ...ผมขอนะครับ    ตอนที่ 42

    “โอ้ย ผมเจ็บนะ” ทำเป็นร้องเสียงหลงแล้วดึงร่างนุ่มเข้ามากอด“อ๊ะ โยคะมันเกี่ยวกับกล้ามที่ไหนละคะ” มองเขาแววตาหวานเยิ้ม“อ้าวเหรอ ก็นึกว่าเกี่ยวนี่นา”“ทะเล้นจริง ๆ ปล่อยได้แล้วค่ะพราวจะไปเปลี่ยนชุด”“เปลี่ยนด้วย”“ไม่ได้ค่ะ อาย”“อาย?”“อือฮึ”“ฮ่า ฮ่า ผู้หญิงอะไรน่ารักเป็นบ้า” ทั้งพูดทั้งจูบหน้าผากเธอหนัก ๆ พร้อมเม้มริมฝีปากทำท่าทางมันเขี้ยว แทงแตกไปไม่รู้กี่น้ำยังจะมีหน้ามาบอกว่าอาย คิดแล้วก็ขำคนรัก เขารู้สึกทั้งรักทั้งเอ็นดูคนตัวเล็กรามิลเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกมาพร้อมแพรวพราว เตรียมที่จะฝึกโยคะแบบจริงจังเป็นครั้งแรกในชีวิตแพรวพราวเรียงลำดับการฝึกจากท่านั่งก่อน ตามด้วยนอนราบ นอนคว่ำ ท่ายืน ปิดท้ายด้วยท่าไหว้พระอาทิตย์ตามเดิม ใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงครึ่ง รามิลอยากจะบอกคุณครูว่าเขาจำได้แค่ท่าศพกับท่าต้นไม้แค่นั้น กระนั้นตอนทำท่าต้นไม้ก็ยังยืนโอนเอียงเพราะยังใช้ขาข้างเดียวรับน้ำหนักไม่ได้“ไม่คิดว่าจะได้เหงื่อเยอะขนาดนี้” เขาเดินออกมาจากสตูดิโอโยคะแล้วพูดกับเธอ เมื่อเช้าใช้เอวกระแทกไปเยอะด้วยสิ ตกเย็นมาก็เล่นโยคะแบบจัดเต็มอีก“ให้พราวขับรถให้นะคะ” วันนี้เขาไม่ได้ให้คนขับรถมาด้วย“ไม่เป็นไ

  • แฟนพ่อ...ผมขอนะครับ    ตอนที่ 41

    “แค่เนี้ย?”“ค่ะ” ยลรดีกำลังจะเดินออกไปรามิลจึงเอ่ย “คุณรดีครับ”“คะ”“ออกไปฝากล็อกห้องให้ด้วยนะครับ และอย่าเพิ่งให้ใครเข้ามารบกวนผม” เขาบอกเธอเสียงเรียบแววตาเป็นประกายจ้องใบหน้าเนียนตรงหน้า“ค่ะ”ว่าแล้วก็พาเธอเดินไปตรงระเบียงห้อง ยืนกอดเธอจากด้านหลัง สายตาทอดมองวิวด้านนอก รู้สึกวันนี้มันสวยเป็นพิเศษ“พราวยังไม่บอกผมเลยว่าคุณกินยาคุมทำไม” ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้าง ๆ ติ่งหูอ่อนนุ่ม“อือ ก็คุณมักง่ายนี่คะ ไม่เคยจะป้องกันอะ” ขนอ่อนกำลังเริ่มตื่นตัวเมื่อโดนจมูกซุกซนก่อกวน“ก็ป้องกันแล้วไง ก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยหลั่งข้างในน้า”“แหมมมม! แล้วเจ้ารามิลน้อยมันมองเห็นด้วยตาเปล่าไหมละคะ มีเป็นล้าน ๆ แต่ละคืนก็ใช่ว่าจะแทงครั้งเดียวซะเมื่อไหร่” เจ้ามังกรก็ใช้แล้วใช้อีกแล้วใครจะไปมองเห็นล่ะจริงไหม“ทะลึ่ง” เขาพูดเสียงงุ้งงิ้งอยู่ข้างซอกคอ ดอมดมผิวเนียนไม่หยุด“หรือไม่จริง?”“ก็ผมอยากมีลูกกับคุณนี่นา”“หือ จริงอะ”“จริงดิ ถ้าพราวท้องกับผม ผมก็จะได้เนียน ๆ บอกกับคุณพ่อไปเลยไงว่าพราวเป็นเมียผม”“แล้วไม่พูดให้มันดี ๆ ละคะ ง่ายกว่าไหม”“ก็คนมันอายอะ ยกพราวให้คุณพ่อไปแล้วด้วย จะกลับคำก็ไม่ได้” ทำเสียง

  • แฟนพ่อ...ผมขอนะครับ    ตอนที่ 40

    ตอนเช้าที่โต๊ะอาหาร เมื่อคืนรามิลกับแพรวพราวกลับมาดึก จึงไม่ได้เจอกับพ่อ รามิลเดินลงมาทานอาหารเช้าเหมือนเช่นทุกวัน เมื่อคืนกลับมาจากผับก็จัดเต็มกับคนรักอีกหลายยก ที่เขาขู่เธอไว้ไม่เกินจริง จักรชัยมองลูกชายที่เดินลงมาหน้าตาเรียบเฉย แววตาไม่ได้สื่อว่ารู้สึกเช่นไร แค่ลูกกลับมานอนบ้านเขาก็ดีใจมากแล้ว “คุณธาราไม่ได้มาค้างด้วยเหรอครับพ่อ” รามิลเอ่ยถามผู้เป็นพ่อแล้วนั่งลงเก้าอี้ตัวเดิม เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหลือบมองดวงหน้าหวานละมุนของสาวตรงข้ามแววตากรุ้มกริ่ม เมื่อคืนเธอทำให้เขาอิ่มเอมมาก อิ่มจนล้นออกมาทางสายตาจักรชัยอึ้งกับคำถาม ตั้งแต่เกิดเรื่องในวันนั้นธารายังไม่กล้ามาที่บ้านหรรษรักษ์อีก เพราะเขาโทษตัวเองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเขาคนเดียวที่ทำให้รามิลต้องเสียใจ “รามิล!” “ครับพ่อ” “แกไม่โกรธพ่อเหรอ” “โกรธเรื่องอะไรครับ” เขาทำหน้าเฉไฉ “ก็เรื่องที่พ่อ…” พูดแค่นั้นแล้วปรายตามองหน้าแพรวพราว รามิลไม่ตอบแต่กลับลุกจากเก้าอี้ตัวเองแล้วเดินไปหาพ่อ จักรชัยลุกขึ้นจากเก้าอี้ ลูกชายโอบกอดพ่ออย่

  • แฟนพ่อ...ผมขอนะครับ    ตอนที่ 39

    “อื้อ ซี้ดดด” แพรวพราวส่งเสียงครางเสียวไม่ขาดปาก มันเสียวและทรมานในคราเดียวกัน ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่น สะโพกกลมกลึงส่ายวนไปมา มือหนาก็ยิ่งกดและละเลงลิ้นเร็วรัว สอดเข้าไปเสียดสีกับปุ่มกระสันในโพรงรักร้อนอย่างไม่ปรานีเธอ “อื๊อ เสียว ซี้ดดด อา” แพรวพราวครางเสียงแหบพร่า มือทั้งสองข้างเปลี่ยนไปขยุ้มบนที่นอนแน่น ลิ้นซุกซนของเขาก็รัวไม่หยุด “พราวไม่ไหวแล้วค่ะ ซี้ด” สิ้นเสียงร่างเล็กก็กระตุก ร่องรักคับแคบตอดรัดเรียวลิ้นสากแน่น “พราว ผมอยากแตกข้างในตัวพราว นะ…ได้ไหม?”เขาจับร่างเล็กนอนตะแคงซ้ายแล้วยกขาข้างขวาขึ้นสูงแทรกกายเข้าไปคุกเข่าคร่อมตรงหว่างขา จับขาขวาเธอขึ้นพาดบ่า จับแก่นกายถูไถกับกลีบสาวก่อนจะสอดแทรกเข้าไปอยู่ในตัวเธอ “ได้ค่ะ อื๊อ” ตอบเขาโดยไม่ต้องคิด “ผมอยากมีลูกกับพราว” “พราวกินยาคุมค่ะ” คำบอกกล่าวเหมือนดับฝันของเขาลง แต่ถึงอย่างไรก็ขอกระแทกก่อนก็แล้วกัน “หื้อ พราวอะ อ้า” เข้าไปได้สุดก็ขยับบั้นท้ายเนิบช้า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาเถียงกับเธอ โน้มกายลงมาบีบค

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status