Mag-log inเกือบเที่ยงคืนทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ไตรทศอาสาไปส่งแพรวพราวที่สตูดิโอเพื่อกลับไปเอารถยนต์ที่จอดไว้ ส่วนวรรณวนัชไปกับดาลิน
รามิลกำลังจะกลับบ้านจึงเห็นสองหนุ่มสาวเข้าพอดี เขาตั้งใจเดินเข้าไปทัก “เพิ่งรู้เหมือนกันนะครับว่าคุณพราวก็เป็นคนชอบเที่ยว” เสียงนั้นคุ้นหูมาก ร่างเล็กหันขวับมามองตามเสียง
เมื่อเห็นหน้าของเจ้าของเสียงนัยน์ตากลมโตถึงกับเบิกโพลงไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่
“อ้าวคุณรามิล สวัสดีครับ” ไตรทศเอ่ยทักทายรามิล
“นี่ไตรรู้จักกับเขาด้วยเหรอ” มีความแปลกใจปนอยู่ในน้ำเสียง
“รู้จักสิ ก็คุณรามิลเขาเป็นเจ้าของผับ” ด้วยความที่แพรวพราวไม่ใช่สายเที่ยวจึงไม่ได้สนใจว่าใครเป็นเจ้าของผับแห่งนี้
“ผมกำลังจะกลับพอดี ขึ้นรถสิเดี๋ยวผมไปส่งคุณ…แม่เลี้ยง” เหมือนอยากจะตอกย้ำหรืออะไรก็ไม่รู้ดลใจให้เขาพูดคำนั้นออกไป
“นี่พราวอย่าบอกนะว่าเขาเป็น…”
“อือ…ผู้ชายคนนี้แหละ” ไตรทศทำตาโตไม่คิดว่าคนที่เธอต้องไปอยู่ร่วมบ้านด้วยคือเศรษฐีคนนี้
“ไม่เป็นไรฉันให้เพื่อนไปส่งก็ได้ค่ะ” แพรวพราวปฏิเสธเขาอย่างใจเย็น เพราะเธอไม่อยากนั่งรถไปกับพ่อหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีนิลคู่นั้น มองมาทีไรหัวใจแทบละลาย
“จะขึ้นรถดี ๆ หรือจะให้ผมอุ้ม จะแต่งงานกับพ่อผมอยู่แล้วยังทำตัวเหมือนสาวโสด เที่ยวกับผู้ชายคนนั้นที คนนี้ที” น้ำเสียงทั้งประชดประชันแกมดูถูก
“นี่คุณ…”
บ้าไปแล้วเขามีสิทธิ์อะไรจะมาอุ้มเธอขึ้นรถ
“ให้คุณรามิลไปส่งเถอะพราว” ไตรทศบอกกับเธอเพราะไม่อยากให้แพรวพราวเดือดร้อน เพราะไตรทศเองรู้ว่ารามิลเป็นผู้ที่ค่อนข้างมีอิทธิพล ถ้าเขาอยากทำอะไรก็ย่อมได้ ลำพังแพรวพราวกับไตรทศไม่มีทางขัดขวางเขาได้แน่
“เอาไง” เจ้าของใบหน้าหล่อแต่กวนประสาทถามย้ำอีกครั้ง
ไตรทศจึงพยักหน้าให้ แพรวพราวจึงยอมไปนั่งรถของเขาโดยดี โดยมีลูกน้องของเขาคอยเปิดประตูรถให้
รามิลขึ้นนั่งเบาะหลังคู่กันกับแพรวพราวโดยมีอนุชิตเป็นคนขับรถ มือเล็กทั้งสองวางไว้บนหน้าตัก รู้สึกอึดอัดเมื่อได้นั่งข้างผู้ชายตัวโตอย่างเขา กลิ่นกายอ่อน ๆ บวกกับกลิ่นบุหรี่ผสมกลิ่นไวน์คละเคล้ากันมันทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ
“บ้านคุณอยู่ไหน”
“ไปส่งฉันที่สตูดิโอดีกว่าค่ะ ฉันต้องกลับไปเอารถ พรุ่งนี้ตอนบ่ายฉันมีสอน”
“สตู? สอนอะไร?”
“ฉันเปิดสตูสอนโยคะค่ะ”
“งั้นเหรอ?” เป็นความรู้ใหม่ของชายหนุ่มที่ได้รู้ว่าเธอเป็นสายรักสุขภาพ ไม่แปลกใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้รูปร่างดีไปทุกสัดส่วนขนาดนี้ แต่ทำไมถึงมาเที่ยวดื่มแบบนี้ล่ะ
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาส่งคุณละกัน พรุ่งนี้ผมไม่มีงานช่วงเช้า” จะใจดีไปไหน นี่ถึงขั้นอาสามาส่งว่าที่แม่เลี้ยง
“ไม่เป็นไรค่ะฉันเกรงใจ”
“ตอนนี้มันเที่ยงคืนแล้วนะ” น้ำเสียงเขาเข้มขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นฉันให้คุณพ่อมาส่งก็ได้ค่ะ”
“ผมบอกว่าผมว่างไง ผมต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำ” มีความเป็นสุภาพบุรุษไปอีก
“ก็ได้ค่ะ”
บอกทางไปบ้านตัวเองแล้วจากนั้นเจ้าของขนตามงามงอนก็นั่งหน้ามุ่ย ไม่เข้าใจว่าเขาจะต้องมาลำบากทำไม ปล่อยให้เธอมากับเพื่อนก็สิ้นเรื่อง
“จอดตรงนี้แหละค่ะ”
อนุชิตเปิดประตูลงจากรถเพื่อไปเปิดฝั่งของแพรวพราว
“ขอบคุณซักคำก็ไม่มี” มือเล็กที่กำลังจะเปิดประตูชะงักแล้วหันกลับมา
“ขอบคุณ” ไม่ได้ขอร้องให้มาส่งสักหน่อยยังจะมีหน้ามาทวงคำขอบคุณ
“เพิ่งรู้ว่าบ้านนี้สอนให้ลูกพูดจาไม่มีหางสียง”
“ก็เหมือนลูกบางคนที่แล้งน้ำใจไม่รู้จักช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่พ่อกลับใจดี๊ ใจ…”
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ใบหน้าสวยแล้วประกบกลีบปากร้อน ดูดดึงเรียวปากนุ่มอย่างร้อนแรง ลิ้นร้ายดุนดันบังคับให้เธอเผยอปากจนลิ้นสากสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดเรียวลิ้นนุ่มได้ ดูดดึงอย่างถนัดถนี่
รู้ตัวอีกทีก็ตอนอนุชิตเปิดประตูรถออก
รามิลถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ใบหน้าแดงก่ำไม่รู้ว่าร้อนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือร้อนรุ่มเพราะรสจูบหวานละมุนจากเธอ เขาไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากปากและลมหายใจเธอเลยแม้แต่น้อย มีเพียงกลิ่นผลไม้ที่น่ากินกว่าผลไม้ที่เป็นลูกสด ๆ ตามท้องตลาดเสียอีก
“อย่าคิดแม้แต่จะตำหนิผมอีก” คนร่างโตพูดออกมาเสียงเรียบ
คนตัวเล็กตัวสั่นเทาทำอะไรไม่ถูก หายใจหอบถี่ก่อนจะก้าวขาลงจากรถโดยมีสายตาคมกริบจ้องตามตาไม่กะพริบ ไม่ใช่เธอกลัวเขาแต่เธอกำลังตกใจกับสิ่งที่เขาทำ เขาไม่ให้เธอตั้งตัวและเธอเองก็ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้ นี่เขากล้าจูบแฟนของพ่อเชียวนะ
อนุชิตเข้ามาในรถก็อดอมยิ้มไม่ได้
“ขำไรชิต”
“เปล่าครับนาย เธอน่ารักดีนะครับ”
“ไคร?”
“ก็คุณพราวไงครับ” ยิ้มตอบนายหน้าระรื่น
“ใครใช้ให้ออกความเห็น”
“แป่ว ไม่มีครับ” หุบยิ้มแทบไม่ทัน ทำไมเป็นคนชอบเบรกแบบนี้นะ
“แล้วแกเห็นอะไร”
“มะ ไม่เห็นครับนาย”
“ดี ออกรถได้แล้ว”
อนุชิตรู้ดีว่าตัวเองต้องทำตัวเช่นไร เป็นลูกน้องมือขวาของรามิลมานานก็จริง แต่เขาก็ไม่อยากตกงานตอนอายุสี่สิบห้าแบบนี้
คนบนร่างยิ้มพรายเธอพร้อมจะปรนเปรอให้เขา ริมฝีปากบางกดจูบลงบนเรียวปากเขาและเป็นฝ่ายดูดดึงริมฝีปากเขาอย่างหื่นกระหายผละจากปากก็เลื่อนกายลงต่ำ ใช้อกอวบอิ่มและปลายลิ้นลากไล้ตามแผงอกเรื่อยลงมาตามหน้าท้องและแก่นกายแข็งขึงของเขา “อา” ความนุ่มหยุ่นสัมผัสกับความแข็งของความเป็นชายทำให้คนตัวโตต้องส่งเสียงครางออกมา ปากเล็ก ๆ งับแก่นกายเข้าไปจนลึกสุดเม้มปากแน่นแล้วรูดปากขึ้นจนสุด จนเกิดเสียงน่าอาย บ๊อก! “อา พราว” เธอปล่อยให้มันตั้งโด่อยู่แบบนั้น อกเนียนนุ่มเลื่อนไล้ไปตามต้นขาแกร่งทั้งสองข้าง ปัดป่ายผ่านตัวตนของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เธอกำลังปลุกปั่นไฟราคะของเขา จากนั้นใช้อกอวบทั้งสองข้างเข้าครอบครองท่อนเอ็นร้อนให้อยู่กลางทั้งสองเต้า มือเล็กทั้งสองดันอกให้แนบชิดความเป็นชายแล้วนวดคลึงแท่งเอ็นร้อนขึ้นลงช้า ๆ บางจังหวะใช้ปากดูดดึงหัวปลายบานช่วย “ซี้ดดดด อา” คนตัวใหญ่สูดปาก เขากำลังโดนเธอทรมาน แต่เป็นการทรมานที่เขาเต็มใจ เธอเปลี่ยนจากเนินอกนุ่มเป็นปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดมังกรยักษ์ของเขา ปาดเลียลากไล้ลงมา
สามเดือนต่อมา หลังจากทั้งสองแต่งงานกันรามิลเข้าไปบริหารงานช่วยพ่อตาอย่างจริงจัง โดยมีแพรวพราวเป็นผู้ช่วยของเขา ธุรกิจครอบครัวเธอกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ วันหยุดรามิลพาภรรยาไปบ้านชานนท์ พักหลังเขาไม่ค่อยได้เข้าไปผับ เพราะปารียาใกล้จะคลอด รามิลแนะนำให้แพรวพราวรู้จักกับภรรยาของเพื่อนสนิท เขาปล่อยให้สองสาวอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ส่วนตัวรามิลก็ไปนั่งคุยกับเพื่อนอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ไกลมาก มือบางลูบคลำท้องปารียาเบา ๆ “โอ๊ะ คุณแบมคะ” แพรวพราวตกใจถึงกับชักมือกลับเมื่อเห็นท้องของปารียาบิดเบี้ยวไปข้างหนึ่งเพราะเด็กในท้องกำลังดิ้น “หึ หึ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ปารียาขำท่าทางตกใจของแพรวพราวด้วยความเอ็นดู “เจ็บไหมคะ” เธอถามอย่างเป็นห่วง “ถ้าโดนถีบแรงหน่อยก็มีแปลบ ๆ เหมือนกันค่ะ” ปารียาบอกพร้อมลูบท้องตัวเองเบา ๆ เธอชินแล้วกับการที่ต้องอุ้มลูกคนที่สอง แพรวพราวยิ้มแหยรู้สึกหวั่น ๆ กับการที่ต้องอุ้มท้อง “เหมือนพราวจะอยากมีลูกนะ” ชานนท์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสองสาวนั่งคุยกันอย่างถูกคอ “กูทำทุกวัน” “เอาให้ทันกูนะ”
“โอ้ย ผมเจ็บนะ” ทำเป็นร้องเสียงหลงแล้วดึงร่างนุ่มเข้ามากอด“อ๊ะ โยคะมันเกี่ยวกับกล้ามที่ไหนละคะ” มองเขาแววตาหวานเยิ้ม“อ้าวเหรอ ก็นึกว่าเกี่ยวนี่นา”“ทะเล้นจริง ๆ ปล่อยได้แล้วค่ะพราวจะไปเปลี่ยนชุด”“เปลี่ยนด้วย”“ไม่ได้ค่ะ อาย”“อาย?”“อือฮึ”“ฮ่า ฮ่า ผู้หญิงอะไรน่ารักเป็นบ้า” ทั้งพูดทั้งจูบหน้าผากเธอหนัก ๆ พร้อมเม้มริมฝีปากทำท่าทางมันเขี้ยว แทงแตกไปไม่รู้กี่น้ำยังจะมีหน้ามาบอกว่าอาย คิดแล้วก็ขำคนรัก เขารู้สึกทั้งรักทั้งเอ็นดูคนตัวเล็กรามิลเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกมาพร้อมแพรวพราว เตรียมที่จะฝึกโยคะแบบจริงจังเป็นครั้งแรกในชีวิตแพรวพราวเรียงลำดับการฝึกจากท่านั่งก่อน ตามด้วยนอนราบ นอนคว่ำ ท่ายืน ปิดท้ายด้วยท่าไหว้พระอาทิตย์ตามเดิม ใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงครึ่ง รามิลอยากจะบอกคุณครูว่าเขาจำได้แค่ท่าศพกับท่าต้นไม้แค่นั้น กระนั้นตอนทำท่าต้นไม้ก็ยังยืนโอนเอียงเพราะยังใช้ขาข้างเดียวรับน้ำหนักไม่ได้“ไม่คิดว่าจะได้เหงื่อเยอะขนาดนี้” เขาเดินออกมาจากสตูดิโอโยคะแล้วพูดกับเธอ เมื่อเช้าใช้เอวกระแทกไปเยอะด้วยสิ ตกเย็นมาก็เล่นโยคะแบบจัดเต็มอีก“ให้พราวขับรถให้นะคะ” วันนี้เขาไม่ได้ให้คนขับรถมาด้วย“ไม่เป็นไ
“แค่เนี้ย?”“ค่ะ” ยลรดีกำลังจะเดินออกไปรามิลจึงเอ่ย “คุณรดีครับ”“คะ”“ออกไปฝากล็อกห้องให้ด้วยนะครับ และอย่าเพิ่งให้ใครเข้ามารบกวนผม” เขาบอกเธอเสียงเรียบแววตาเป็นประกายจ้องใบหน้าเนียนตรงหน้า“ค่ะ”ว่าแล้วก็พาเธอเดินไปตรงระเบียงห้อง ยืนกอดเธอจากด้านหลัง สายตาทอดมองวิวด้านนอก รู้สึกวันนี้มันสวยเป็นพิเศษ“พราวยังไม่บอกผมเลยว่าคุณกินยาคุมทำไม” ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้าง ๆ ติ่งหูอ่อนนุ่ม“อือ ก็คุณมักง่ายนี่คะ ไม่เคยจะป้องกันอะ” ขนอ่อนกำลังเริ่มตื่นตัวเมื่อโดนจมูกซุกซนก่อกวน“ก็ป้องกันแล้วไง ก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยหลั่งข้างในน้า”“แหมมมม! แล้วเจ้ารามิลน้อยมันมองเห็นด้วยตาเปล่าไหมละคะ มีเป็นล้าน ๆ แต่ละคืนก็ใช่ว่าจะแทงครั้งเดียวซะเมื่อไหร่” เจ้ามังกรก็ใช้แล้วใช้อีกแล้วใครจะไปมองเห็นล่ะจริงไหม“ทะลึ่ง” เขาพูดเสียงงุ้งงิ้งอยู่ข้างซอกคอ ดอมดมผิวเนียนไม่หยุด“หรือไม่จริง?”“ก็ผมอยากมีลูกกับคุณนี่นา”“หือ จริงอะ”“จริงดิ ถ้าพราวท้องกับผม ผมก็จะได้เนียน ๆ บอกกับคุณพ่อไปเลยไงว่าพราวเป็นเมียผม”“แล้วไม่พูดให้มันดี ๆ ละคะ ง่ายกว่าไหม”“ก็คนมันอายอะ ยกพราวให้คุณพ่อไปแล้วด้วย จะกลับคำก็ไม่ได้” ทำเสียง
ตอนเช้าที่โต๊ะอาหาร เมื่อคืนรามิลกับแพรวพราวกลับมาดึก จึงไม่ได้เจอกับพ่อ รามิลเดินลงมาทานอาหารเช้าเหมือนเช่นทุกวัน เมื่อคืนกลับมาจากผับก็จัดเต็มกับคนรักอีกหลายยก ที่เขาขู่เธอไว้ไม่เกินจริง จักรชัยมองลูกชายที่เดินลงมาหน้าตาเรียบเฉย แววตาไม่ได้สื่อว่ารู้สึกเช่นไร แค่ลูกกลับมานอนบ้านเขาก็ดีใจมากแล้ว “คุณธาราไม่ได้มาค้างด้วยเหรอครับพ่อ” รามิลเอ่ยถามผู้เป็นพ่อแล้วนั่งลงเก้าอี้ตัวเดิม เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหลือบมองดวงหน้าหวานละมุนของสาวตรงข้ามแววตากรุ้มกริ่ม เมื่อคืนเธอทำให้เขาอิ่มเอมมาก อิ่มจนล้นออกมาทางสายตาจักรชัยอึ้งกับคำถาม ตั้งแต่เกิดเรื่องในวันนั้นธารายังไม่กล้ามาที่บ้านหรรษรักษ์อีก เพราะเขาโทษตัวเองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเขาคนเดียวที่ทำให้รามิลต้องเสียใจ “รามิล!” “ครับพ่อ” “แกไม่โกรธพ่อเหรอ” “โกรธเรื่องอะไรครับ” เขาทำหน้าเฉไฉ “ก็เรื่องที่พ่อ…” พูดแค่นั้นแล้วปรายตามองหน้าแพรวพราว รามิลไม่ตอบแต่กลับลุกจากเก้าอี้ตัวเองแล้วเดินไปหาพ่อ จักรชัยลุกขึ้นจากเก้าอี้ ลูกชายโอบกอดพ่ออย่
“อื้อ ซี้ดดด” แพรวพราวส่งเสียงครางเสียวไม่ขาดปาก มันเสียวและทรมานในคราเดียวกัน ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่น สะโพกกลมกลึงส่ายวนไปมา มือหนาก็ยิ่งกดและละเลงลิ้นเร็วรัว สอดเข้าไปเสียดสีกับปุ่มกระสันในโพรงรักร้อนอย่างไม่ปรานีเธอ “อื๊อ เสียว ซี้ดดด อา” แพรวพราวครางเสียงแหบพร่า มือทั้งสองข้างเปลี่ยนไปขยุ้มบนที่นอนแน่น ลิ้นซุกซนของเขาก็รัวไม่หยุด “พราวไม่ไหวแล้วค่ะ ซี้ด” สิ้นเสียงร่างเล็กก็กระตุก ร่องรักคับแคบตอดรัดเรียวลิ้นสากแน่น “พราว ผมอยากแตกข้างในตัวพราว นะ…ได้ไหม?”เขาจับร่างเล็กนอนตะแคงซ้ายแล้วยกขาข้างขวาขึ้นสูงแทรกกายเข้าไปคุกเข่าคร่อมตรงหว่างขา จับขาขวาเธอขึ้นพาดบ่า จับแก่นกายถูไถกับกลีบสาวก่อนจะสอดแทรกเข้าไปอยู่ในตัวเธอ “ได้ค่ะ อื๊อ” ตอบเขาโดยไม่ต้องคิด “ผมอยากมีลูกกับพราว” “พราวกินยาคุมค่ะ” คำบอกกล่าวเหมือนดับฝันของเขาลง แต่ถึงอย่างไรก็ขอกระแทกก่อนก็แล้วกัน “หื้อ พราวอะ อ้า” เข้าไปได้สุดก็ขยับบั้นท้ายเนิบช้า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาเถียงกับเธอ โน้มกายลงมาบีบค

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





