Home / โรแมนติก / แฟนเก่าหนูคือวิศวะปากหมา / 🔥🥀 ตอนที่ 2: หัวร้อนที่หาไม่เจอ

Share

🔥🥀 ตอนที่ 2: หัวร้อนที่หาไม่เจอ

ตอนที่ 2 : หัวร้อนที่หาไม่เจอ

ความเงียบเชียบภายในห้องคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองถูกทำลายลงด้วยเสียงรหัสประตูดิจิทัลที่ถูกกดอย่างรวดเร็วและรุนแรง บาสผลักบานประตูเข้าไปด้านในด้วยความรู้สึกคาดหวังผสมปนเปไปกับความกรุ่นโกรธที่ยังไม่มอดดับตลอดทั้งบ่าย สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากตึกภายนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาเท่านั้น

"มะปราง" เขาส่งเสียงเรียกพลางกวาดสายตามองหาเจ้าของร่างบางที่เขาขังเอาไว้ก่อนหน้านี้ บาสเดินตรงไปที่ห้องนอนด้วยท่าทางรีบร้อน แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่า ผ้าห่มที่ถูกจัดวางไว้ดิบดีก่อนหน้ายังคงเรียบกริบราวกับไม่มีใครเคยสัมผัส หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังก่อนจะเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงแห่งโทสะเมื่อเขาสังเกตเห็นว่า หน้าต่างบานเลื่อนตรงระเบียงไม่ได้ถูกล็อค และมีรอยเท้าเล็กๆทิ้งไว้บนขอบปูน

"โธ่เว้ย รั้นฉิบหาย" บาสถอนลมหายใจผายออกเสียงดังสนั่นห้องมือหนาคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมากดเบอร์หาลูกน้องคนสนิทของพ่อทันทีด้วยอารมณ์พุ่งพล่าน เขาไม่ได้แค่โกรธที่เธอหนีแต่เขาโกรธที่เธอ กล้า ท้าทายอำนาจของเขา ทั้งที่เขาย้ำนักย้ำหนาว่าโลกภายนอกมันอันตรายแค่ไหนสำหรับเธอในตอนนี้

"เช็คพิกัดมือถือมะปรางให้กูเดี๋ยวนี้ ถ้าหาไม่เจอภายในห้านาที พวกมึงเตรียมตัวตกงานได้เลย" ชายหนุ่มตวาดใส่ปลายสายพลางก้าวเท้าฉับๆ ออกจากห้อง ลิฟต์ดูจะเคลื่อนที่ช้าเกินไปสำหรับความใจร้อนระดับไฟเออร์ของเขา บาสกระโดดขึ้นรถกระบะคันใหญ่คู่ใจก่อนจะเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปจากคอนโดด้วยความเร็วสูง เป้าหมายเดียวในหัวคือบ้านของตระกูลพิชญเดชากูลดีย์ เขาค่อนข้างมั่นใจว่าผู้หญิงหัวรั้นอย่างมะปรางไม่มีทางหนีไปไหนพ้นนอกจากกลับไปหาบ้านหลังที่เธอจากม บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่สองชั้นของครอบครัวมะปรางเต็มไปด้วยความตึงเครียด แม้จะเป็นบ้านที่ดูอบอุ่นจากภายนอกด้วยสวนหย่อมเล็กๆ รอบบ้าน แต่ภายในกลับเย็นเยียบด้วยคำพูดที่เชือดเฉือน มะปราง ยืนกำหมัดแน่นอยู่กลางห้องโถงรับแขก ใบหน้าสวยซีดเผือดขณะที่ต้องฟังคำกรอกหูจาก ดาริน แม่เลี้ยงที่พยายามรักษาภาพลักษณ์ความใจดีแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความละโมบ

"มะปรางหนูฟังแม่นะลูก คุณศิลาเขาเป็นคนมีอิทธิพล ถ้าหนูแต่งงานกับเขาหนี้สินที่พ่อหนูสร้างไว้ก็จะหมดไป ตระกูลเราก็จะกลับมาเชิดหน้าชูตาได้อีกครั้ง" ดารินใช้ความอ่อนหวานที่เคลือบยาพิษโน้มน้าวลูกเลี้ยงสาว พลางลูบมือเล็กเบาๆ ราวกับเอ็นดูนักหนา ทั้งที่ในใจกำลังคิดถึงค่าสินสอดมหาศาลที่จะได้มาพยุงฐานะตัวเองที่กำลังล้มเหลว 

"แต่หนูไม่ได้รักเขาค่ะคุณแม่ แล้วคุณศิลาเขาก็เป็นอันธพาลทุกคนก็รู้" มะปรางโต้กลับเสียงสั่นเธอพยายามทำตัวให้แข็งแกร่งที่สุดแม้ในใจจะร้าวรานแค่ไหน เธอกลับมาที่นี่เพราะหวังว่าพ่อแท้ๆ จะปกป้องเธอได้บ้างแต่กลับกลายเป็นว่าพ่อของเธอเอาแต่หลบหน้าอยู่ในห้องทำงานชั้นบน ไม่ยอมลงมาเผชิญหน้ากับความจริง

"รักไม่รักเดี๋ยวอยู่ไปก็รักเองแหละลูกผู้หญิงเราน่ะ หนูอย่าไปคิดมากขนาดนั้นอนาคตหนูก็ไม่รู้ว่าจะไปเจอผู้ชายดีหรือเปล่า อีกอย่างการแต่งงานครั้งนี้ทำให้พ่อของหนูรอดพ้นวิกฤตจากการล้มละลายหนูไม่อยากทำให้พ่อของหนูมีความสุขหรอลูก" สายตาคู่นั้นที่ไม่ใช่แม่แท้ๆแต่ไม่เคยทำร้ายเหมือนกับลูกเลี้ยงในละครเขาดูแลเธอไม่ต่างจากลูกของตัวเองให้กินให้อยู่ให้ที่เรียนดีๆ ถึงแม้ว่าจะรู้สึกว่าเขาไม่จริงใจเหมือนกับที่ให้ลูกของตัวเองก็ตาม 

ปั้ง ! เสียงบานประตูหน้าบ้านถูกถีบออกอย่างแรงจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทุกคนในห้องโถงสะดุ้งสุดตัว มะปรางหันไปมองตามเสียงก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของบาสเดินอาดๆ เข้ามาในบ้านท่าทางเหมือนปีศาจที่กำลังพิโรธ

"รักไม่รักไม่รู้ แต่ที่แน่ๆผู้หญิงคนนี้ไม่มีวันแต่งงานกับไอ้กุ๊๊ยที่ไหนทั้งนั้น" บาสประกาศกร้าวเสียงดังก้อง ใบหน้าคมสันดูดุดันจนน่ากลัว เขาเดินตรงเข้ามายืนขวางระหว่างมะปรางกับแม่เลี้ยงของเธอ สายตาที่เขามองดารินเต็มไปด้วยความรังเกียจและเหยียดหยาม บ้านหลังใหญ่มีคนดูแลอยู่หน้าบ้านแต่กลับให้หนุ่มวัยรุ่นในชุดช้อปนักศึกษาสถาบันหรูเข้ามาในบ้านได้ง่ายๆ 

"แกเป็นใคร บุกรุกเข้ามาในบ้านคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง" ดารินตวาดใส่ด้วยความตกใจ ท่าทางผู้ดีเริ่มหลุดหายไปทันทีที่เห็นหน้าคนบุกรุก

"กูเป็นใครไม่สำคัญ แต่ความเลวของมึงที่พยายามจะขายลูกเลี้ยงกินเนี่ยกูรู้ดีทุกอย่าง คิดจะเอาลูกสาวเขาไปประเคนให้อันธพาลเพื่อล้างหนี้การพนันของตัวเอง ฝันไปเถอะยัยแก่" บาสแค่นยิ้มร้าย ท่าทางวางโตของเขาดูข่มขวัญคนในบ้านจนหน้าเปลี่ยนสี

"พี่บาส หยุดนะพี่ไม่มีสิทธิ์มาด่าคุณแม่หนูแบบนี้  นี่มันเรื่องในครอบครัวหนู พี่กลับไปเถอะหนูขอร้อง" มะปรางก้าวออกมาข้างหน้าพยายามจะดันอกกว้างของชายหนุ่มออกไป แม้ความจริงเธอจะเจ็บปวดกับสิ่งที่แม่เลี้ยงทำ แต่เธอก็ยังยึดถือคำว่าครอบครัว มะปรางเธอก้าวออกมาข้างหน้าอีกครั้งพยายามจะดันอกกว้างของชายหนุ่มออกไป แม้ความจริงเธอจะเจ็บปวดกับสิ่งที่แม่เลี้ยงทำแต่เธอก็ยังยึดถือคำว่าครอบครัว บาสก้มลงมองยัยตัวแสบที่เพิ่งหนีเขามา แววตาของเขาเข้มขึ้นด้วยความโมโหที่เธอยังกล้าปกป้องคนที่ทำร้ายเธอ 

"ครอบครัวงั้นเหรอ ครอบครัวที่กำลังจะถีบเธอลงนรกเนี่ยนะมะปราง เธอมันทั้งโง่ทั้งซื่อบื้อจนกูอยากจะจับมาเขย่าแรงๆ ให้สมองมันเข้าที่จริงๆ"

"หนูจะโง่หรือจะซื่อบื้อก็เรื่องของหนู กลับไปซะ" มะปรางตวาดกลับ เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าเขา

"กูไม่กลับ จนกว่ากูจะจัดการเรื่องน้ำเน่านี้ให้จบ" บาสหันไปเผชิญหน้ากับดารินที่กำลังจะอ้าปากด่าเขาต่อ ชายหนุ่มหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่เขาเตรียมมาโยนลงบนโต๊ะกลางห้องรับแขกเสียงดังปึก สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ซองกระดาษนั้นก่อนที่มะปรางเธอจะเอ่ยถาม

 "นั่นอะไร" ดารินถามเสียงสั่น

"หลักฐานการโกงเงินบริษัทในเครือ อัครมหาศาลฐีกูล ที่พ่อของมะปรางทำไว้ไงล่ะพ่อกูเตรียมไว้จัดการพวกมึงนานแล้ว แต่กูขอไว้ กะว่าจะให้โอกาสพวกมึงสำนึกผิด แต่นี่กลับจะส่งมะปรางไปให้อันธพาล มึงอยากเห็นผัวมึงเข้าคุกพรุ่งนี้เลยไหมล่ะดาริน" คำพูดของบาสเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางห้อง มะปรางนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอมองซองเอกสารนั่นด้วยความรู้สึกที่เหมือนโลกถล่มลงตรงหน้า พ่อของเธอพ่อที่เธอรักและเคารพ โกงเงินตระกูลของบาสงั้นเหรอ

"ไม่จริง พ่อหนูไม่มีวันทำแบบนั้น" มะปรางพึมพำ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อคลอ

"ความจริงมันเจ็บปวดเสมอแหละมะปราง พ่อเธอโกงเงินบริษัทพ่อกูไปหลายสิบล้าน และไอ้ศิลาที่แม่เลี้ยงเธอจะให้แต่งงานด้วยเนี่ย มันก็คือคนที่กุมความลับนี้ไว้ครึ่งหนึ่ง พวกเขากำลังเล่นเกมการเมืองกันโดยมีเธอเป็นเดิมพัน" บาสหันมาพูดกับเธอด้วยเสียงที่เบาลงนิดหน่อยแต่ยังคงกระด้าง ทว่ามะปรางรู้สึกเหมือนลมหายใจถูกพรากไปจากร่าง เธอมองสีหน้าของดารินที่ตอนนี้ซีดเผือดจนไม่เหลือสีเลือด ซึ่งเป็นคำตอบได้อย่างดีว่าสิ่งที่บาสพูดคือความจริง

"เลือกเอาดาริน จะส่งมะปรางมาให้กูแล้วกูจะคุยกับพ่อเรื่องคดีความให้ หรือจะให้กูโทรแจ้งตำรวจตอนนี้เลย" บาสกดเสียงต่ำคุกคาม ท่าทางดุ ดิบ เถื่อนของพี่ว้ากวิศวะถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ในพื้นที่บ้านหลังนี้

"มะ มะปราง ไปกับเขาเถอะลูก" ดารินละล่ำละลักบอก เปลี่ยนท่าทีแทบไม่ทันเพราะความกลัวคุกกลัวตาราง

 "แม่ แม่ทำเพื่อครอบครัวนะลูก ไปกับพี่เขาเถอะนะ" มะปรางมองแม่เลี้ยงด้วยความรู้สึกสมเพชและผิดหวังอย่างรุนแรง เธอหันมามองบาสที่ยืนทำหน้ายักษ์อยู่ตรงหน้า ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในใจเธอพอๆกับความเสียใจ

"พี่ทำแบบนี้ทำไม พี่ทำลายครอบครัวหนูทำไมบาส" มะปรางถามเสียงสั่นเครือ

"กูไม่ได้ทำลาย ครอบครัวเธอมันพังอยู่แล้วมะปราง กูแค่เอากากออกมาให้เธอเห็นชัดๆ เท่านั้นกลับไปกับกูเดี๋ยวนี้ อย่าให้กูต้องใช้กำลังมากกว่านี้" บาสเดินเข้ามาคว้าข้อมือเล็กแล้วออกแรงกระชาก จนมะปรางไม่ได้ขัดขืนอีกต่อไป เธอเดินตามแรงลากของบาสออกมาจากบ้านที่เธอเคยหวังว่าจะอบอุ่นด้วยหัวใจที่ตายด้าน เธอเกลียดเขา เกลียดที่เขาเอาเรื่องนี้มาขู่ เกลียดที่เขาใช้ความผิดของพ่อเธอมาเป็นเครื่องมือมัดตัวเธอไว้

เมื่อกลับมาถึงคอนโด บาสเหวี่ยงบานประตูเปิดออกอย่างรุนแรงก่อนจะฉุดกระชากร่างบางเข้าไปในห้องนอน เขาเหวี่ยงเธอลงบนเตียงกว้างอย่างแรงจนมะปรางเสียหลักล้มตัวลงไปบนที่นอนหนานุ่ม ชายหนุ่มตามขึ้นมาคร่อมร่างเธอไว้ทันที มือหนาทั้งสองข้างกดไหล่บางไว้กับเตียง ใบหน้าคมสันโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน

"เก่งนักใช่ไหม หนีเก่งนักใช่ไหม" เขาตะคอกใส่หน้าเธอ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวแก้มเนียนของเธอจนขนลุกซู่ไปทั่วร่างกาย มะปรางจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาโดยไม่หลบตา เธอไม่ได้ร้องไห้ออกมาแม้แต่หยดเดียว ใบหน้าสวยนิ่งเรียบราวกับรูปสลัก ความแกร่งในแววตาของเธอทำให้บาสชะงักไปครู่หนึ่ง

"จะฆ่าหนูก็เอาเลยสิ ในเมื่อพี่ก็ทำลายทุกอย่างในชีวิตหนูไปหมดแล้วนี่" เธอพูดเสียงเย็น

"กูไม่ฆ่าเธอหรอกมะปราง แต่มันจะทรมานยิ่งกว่าตาย" บาสพยายามแกล้งทำตัวให้น่ากลัวที่สุด เขาแสร้งทำท่าจะปลดกระดุมเสื้อช็อปของตัวเองออก สายตาจับจ้องไปที่ลำคอขาวผ่องของหญิงสาวราวกับจะหาที่ฝังคมเขี้ยว

 "หนีไปอีกสิ ถ้าเธอหนีอีกครั้ง กูจะไม่รับประกันว่าพ่อเธอจะได้นอนในคุกหรือในหลุมศพ" เขาขยับเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน มะปรางยังคงนิ่งเฉยเธอไม่สั่น ไม่ร้อง ไม่ขอร้องอ้อนวอน ความนิ่งของเธอเริ่มทำให้บาสใจสั่นเสียเอง เขาแกล้งทำท่าทางดุดันป่าเถื่อนไปอย่างนั้นเพราะอยากให้เธอหวาดกลัวและยอมอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา

"พี่มันปีศาจ ปากหมาไม่พอ ยังใจดำที่สุดเท่าที่หนูเคยเจอ"

"เออ กูมันปีศาจ แต่ก็เป็นปีศาจที่เธอเคยอ้าแขนรับในคืนที่ทะเลไม่ใช่หรือไง" บาสสวนกลับด้วยประโยคที่ทำร้ายจิตใจเธอที่สุด เขามองเห็นแวววูบไหวในดวงตาของเธอเพียงชั่วครู่ ก่อนที่มะปรางจะกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม บาสถอนหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะผละตัวออกจากร่างบาง เขาเดินไปยืนกอดอกอยู่ที่ปลายเตียง มองดูผู้หญิงที่เขาทั้งรักทั้งแค้นด้วยความรู้สึกสับสน

"นอนซะ คืนนี้ฉันจะนอนโซฟาด้านนอก อย่าคิดจะหนีอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะคราวหน้ากูจะล่ามโซ่เธอไว้กับขาเตียงจริงๆ" บาสสะบัดตัวเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังสนั่น มะปรางยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงในท่าเดิม ดวงตากลมโตจ้องมองเพดานห้องที่มืดมิด ความเข้มแข็งที่เธอสร้างมาตลอดทั้งวันเริ่มพังทลายลงเมื่อความเงียบเข้าปกคลุม

เธอยันตัวขึ้นนั่งช้าๆ กอดเข่าตัวเองไว้แน่นท่ามกลางความมืด น้ำตาที่สะสมมานานค่อยๆ ไหลอาบแก้มใสอย่างไม่มีเสียงสะอื้น มะปรางสะอื้นในใจจนแทบขาดใจแต่ภายนอกกลับมีเพียงความเงียบสงัด เธอจะไม่ยอมให้บาสเห็นความอ่อนแอของเธอเด็ดขาด กูจะขังเธอไว้ในนรกที่กูสร้างขึ้น จนกว่ากูจะหายแค้นเสียงของบาสยังคงดังก้องในหัวขณะที่บาสนั่งอยู่บนโซฟาด้านนอก เขากำหมัดแน่นพลางเอาหัวพิงพนักโซฟาด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง

 เขาอยากเข้าไปกอดเธอ อยากขอโทษที่ทำรุนแรง แต่ความปากหมาและความทิฐิมันค้ำคอจนเขาต้องเลือกสวมหน้ากากปีศาจต่อไป คืนนี้ทึาในคอนหรูแห่งนี้ กลับมีคนสองคนที่หัวใจพังยับเยินไม่ต่างกัน คนหนึ่งร้องไห้อย่างเงียบเชียบในความมืด อีกคนหนึ่งนั่งจมอยู่กับความโกรธแค้นที่ปรุงแต่งด้วยความรักจนแยกไม่ออก

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แฟนเก่าหนูคือวิศวะปากหมา    🔥🥀 ตอนที่ 4: พากลับบ้าน

    ตอนที่ 4: พากลับบ้าน รถกระบะคันโตเลี้ยวเข้าสู่ประตูรั้วอัลลอยด์สีทองอร่ามที่ค่อยๆ เปิดออกอย่างเชื่องช้าด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ แสงไฟวอร์มไวท์จากโคมไฟทรงโรมันที่ตั้งตระหง่านอยู่ตลอดสองข้างทางเข้าบ้านสะท้อนกับหยดน้ำค้างบนยอดหญ้าจนดูระยิบระยับ มะปรางชะเง้อคอมองผ่านกระจกหน้ารถด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนจากความระแวงเป็นความตระหนก บ้านหลังใหญ่ที่เธอเคยเห็นว่าดูดีแล้วในสายตาคนทั่วไป กลับกลายเป็นเพียงบ้านพักคนงานเมื่อเทียบกับคฤหาสน์หลังนี้ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้า บาสหักพวงมาลัยจอดรถที่หน้าบันไดหินอ่อนอย่างชำนาญ เขาดับเครื่องยนต์ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ใบหน้าคมสันในยามค่ำคืนดูนิ่งสงบกว่าปกติ เขาไม่ได้บอกพ่อว่าจะมา และไม่ได้โทรสั่งแม่บ้านไว้ล่วงหน้าเพราะความใจร้อนที่เห็นยัยตัวดีท้องร้องประท้วงจนน่าสงสาร ทันทีที่เสียงเครื่องยนต์ดับลง ประตูไม้สักบานคู่หน้าบ้านก็ถูกเปิดออกโดยแม่บ้านสูงวัยในชุดยูนิฟอร์มสะอาดสะอ้านที่รีบวิ่งกุลีกุจอออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและอาการนอบน้อมราวกับเห็นเทพเจ้ามาจุติ"คุณบาส กลับมาทำไมไม่บอกป้าก่อนคะ ป้าจะได้เตรียมห้องหับไว้รอ" ป้าแม่บ้านเอ่ยเสียงสั

  • แฟนเก่าหนูคือวิศวะปากหมา    🔥🥀 ตอนที่ 3 : ภายใต้ความมืดและรสชาติของความดื้อรั้น

    ตอนที่ 3 : ภายใต้ความมืดและรสชาติของความดื้อรั้นความเงียบสงัดภายในห้องคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองเริ่มทำงานของมันอย่างซื่อสัตย์ แสงไฟจากท้องถนนด้านล่างสะท้อนผ่านกระจกบานสูงเข้ามาเป็นริ้วจางๆ พาดผ่านร่างกายกำยำของ บาส ที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวในห้องนั่งเล่น เขาขยับกายไปมาอย่างอึดอัดเพราะขนาดโซฟาที่ไม่สัมพันธ์กับความสูงเกือบหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร แต่ถึงกระนั้นเขาก็เลือกที่จะอดทน เพราะลึกๆ ในใจที่ถูกฉาบไว้ด้วยความดิบเถื่อน เขายังมีความเป็นสุภาพบุรุษหลงเหลืออยู่มากพอที่จะยกเตียงนุ่มในห้องนอนให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เขาลักพาตัวมาภายในห้องนอนที่ปิดสนิท มะปราง นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ดวงตากลมโตจ้องมองความมืดด้วยความรู้สึกที่สับสนและว่างเปล่า ความโกรธแค้นในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความอ่อนล้าจากการปะทะอารมณ์มาตลอดทั้งวัน ทว่าสิ่งที่กำลังรบกวนเธอหนักที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่คำขู่ของบาสหรือใบหน้าเสแสร้งของแม่เลี้ยง แต่มันคือเสียงประท้วงจากอวัยวะภายในที่ขยับตัวไปมาจนเกิดเสียงโครก...เสียงท้องร้องเบาๆ ดังก้องในความเงียบ มะปรางเม้มริมฝีปากแน่นพลางเอามือกดหน้าท้องตัวเองไว้ด้วยความอับอาย เธอ

  • แฟนเก่าหนูคือวิศวะปากหมา    🔥🥀 ตอนที่ 2: หัวร้อนที่หาไม่เจอ

    ตอนที่ 2 : หัวร้อนที่หาไม่เจอความเงียบเชียบภายในห้องคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองถูกทำลายลงด้วยเสียงรหัสประตูดิจิทัลที่ถูกกดอย่างรวดเร็วและรุนแรง บาสผลักบานประตูเข้าไปด้านในด้วยความรู้สึกคาดหวังผสมปนเปไปกับความกรุ่นโกรธที่ยังไม่มอดดับตลอดทั้งบ่าย สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากตึกภายนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาเท่านั้น"มะปราง" เขาส่งเสียงเรียกพลางกวาดสายตามองหาเจ้าของร่างบางที่เขาขังเอาไว้ก่อนหน้านี้ บาสเดินตรงไปที่ห้องนอนด้วยท่าทางรีบร้อน แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่า ผ้าห่มที่ถูกจัดวางไว้ดิบดีก่อนหน้ายังคงเรียบกริบราวกับไม่มีใครเคยสัมผัส หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังก่อนจะเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงแห่งโทสะเมื่อเขาสังเกตเห็นว่า หน้าต่างบานเลื่อนตรงระเบียงไม่ได้ถูกล็อค และมีรอยเท้าเล็กๆทิ้งไว้บนขอบปูน"โธ่เว้ย รั้นฉิบหาย" บาสถอนลมหายใจผายออกเสียงดังสนั่นห้องมือหนาคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมากดเบอร์หาลูกน้องคนสนิทของพ่อทันทีด้วยอารมณ์พุ่งพล่าน เขาไม่ได้แค่โกรธที่เธอหนีแต่เขาโกรธที่เธอ กล้า ท้าทายอำนาจของเขา ทั้งที่เขาย้

  • แฟนเก่าหนูคือวิศวะปากหมา    🔥🥀 ตอนที่ 1: ตอนที่ 1: จู.บ แฟนเก่าปากหมา

    ตอนที่ 1: จู.บ แฟนเก่าปากหมา เสียงฝีเท้าที่ลงน้ำหนักอย่างไม่มั่นใจดังขึ้นสม่ำเสมอไปตามโถงทางเดินกว้างของตึกคณะบริหารธุรกิจ มะปรางในชุดนักศึกษาถูกระเบียบที่ดูจะหลวมไปนิดหน่อยจากน้ำหนักตัวที่ลดลงในช่วงครึ่งเทอมที่หายไป เธอกำลังก้าวเดินด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ลานกว้าง หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงปะทะกับทรวงอกจนรู้สึกเจ็บ แผ่นหลังบางเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นๆ ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในตึกทำงานอย่างเต็มกำลัง"มะปราง แกโอเคไหม?" ณดาเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่รู้ความลับบางส่วนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง พลางเอื้อมมือมาบีบไหล่เพื่อนเบาๆ"เราโอเค แค่ตื่นเต้นนิดหน่อยน่ะ" มะปรางตอบเสียงแผ่ว พยายามปั้นหน้ายิ้มแต่มันกลับดูจืดชืดเต็มที เธอรู้ดีว่าการกลับมาเรียนวันแรกหลังจากทิ้งช่วงไปนานไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งที่เธอกลัวที่สุดไม่ใช่เนื้อหาบทเรียนที่ตามไม่ทันแต่มันคือใครบางคนที่มีอิทธิพลเหนือการควบคุมของเธอต่างหาก เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงห้องบรรยายรวมขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับวิชาเรียนพื้นฐานซึ่งนักศึกษาหลายคณะต้องมาเรียนรวมกัน มะปรางก็ต้องชะงักฝีเท้าจนเกือบจะเสียหลัก ภาพตรงหน้าคือกลุ่มนักศึกษาชายในชุดช็อปสี

  • แฟนเก่าหนูคือวิศวะปากหมา    แนะนำรายชื่อตัวละคร

    คลั่งรัก,ฟีลกู๊ด,รวย,ปากหมา,ใจดำ❌ ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ ✅ กดใจเพื่อเปิดอ่านฟรี ( ครบ300ใจอ่านฟรีจนจบค้าบ )เมื่อภาคเรียนแรกมะปรางเข้าเรียนปี 1 ด้วยความอึดอัด เพราะพ่อแท้จริงและแม่เลี้ยงพยายามจับคู่เธอกับอันธพาลที่มีอิทธิพลเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ บาสพยายามเข้ามาดูแลและขอคบ แต่มะปรางปฏิเสธเสียงแข็งเพราะไม่อยากดึงเขาเข้ามายุ่งกับเรื่องน้ำเน่าในครอบครัวตัวเอง แต่ความพลาดพลั้งในทริปเพื่อนสนิทที่ทะเลคืนนั้น เกมส์ทนเห็นเพื่อนสนิทกินเหล้าประชดรักไม่ไหว จึงแอบวางยาเพื่อให้ทั้งคู่ได้เปิดใจคุยกัน แต่ฤทธิ์ยาทำให้ทุกอย่างเกินเลยจนมีอะไรกันในที่สุดหลังจากคืนนั้น มะปรางพยายามหนีและทำตัวเหินห่าง แต่บาสในโหมดพี่ว้ากจอมโหดกลับรุกหนักกว่าเดิมเขาประกาศกร้าวว่า "ในเมื่อได้แล้ว ก็ไม่มีวันปล่อยให้ไปเป็นของไอ้กุ๊๊ยที่ไหนแน่" บาสใช้ทั้งอำนาจมืดของพ่อและฝีปากร้ายๆ ของตัวเองคอยกันท่าอันธพาลที่พ่อแม่มะปรางทีี่ยัดเยียดให้ มะปรางเธอต้องสู้กับความรู้สึกผิดและความกลัวมาตลอด สุดท้ายบาสต้องยอมให้ความพ่ายแพ้เมื่อมะปรางบอกเลิกและประกาศตัดขาดจริงๆ มะปรางไม่มาเรียนครึ่งเทอมหนีไปโดยไม่ให้ใครติดต่อ รวมถึงบาสที่อกหักกลายเป็น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status