Share

ตอนที่5.ผมชอบการฝึกฝน

last update publish date: 2026-03-26 11:14:03

ตอนที่ 5: ผมชอบการฝึกฝน

เช้าวันรุ่งขึ้น ฤทธาตื่นก่อนรุ่งสาง เขาเห็นคนอื่นยังไม่ตื่นจึงออกไปข้างนอก

“อยากออกไปวิ่งจัง แต่ข้ายังไม่ชินเส้นทาง นั่งบ่มเพาะต่อละกัน” ฤทธาหยิบขวดโอสถออกมา แล้วกินยาปฐมปราณไปหนึ่งเม็ด

ทันทีที่ยาเข้าปาก เม็ดยาก็แตกกระจายไปทั่วร่าง

“กระจายตัวเร็วมากข้าต้องรีบดูดซับ”

ฤทธาบอกกับตัวเองเสร็จก็รีบไปนั่งใต้ต้นไม้

จากการเตรียมตัวมาอย่างดี พร้อมกับการเริ่มเข้าใจในพลังปราณ ทำให้ฤทธาก้าวหน้าเร็วมากในช่วงซึมซับนี้ เทียบกับคนทั่วไปหลังปลุกพลัง ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะทะลวงแต่ละขั้น แต่ไม่ใช่กับศิษย์สำนักใหญ่

“พลังมากมายเหลือเกิน ทำให้ข้ารู้สึกสดชื่นมาก เดี๋ยวนะ! เหมือนข้าจะทะลวงขั้นงั้นรึ” ขณะคิดอยู่ในใจฤทธาก็ได้ทะลวงถึงขั้นสาม มีละอองแสงสีทองระเบิดออกมาจากร่างกาย ฟุ้งกระจายรอบตัวแล้วหายไป

เขาลองสำรวจตัวเองดูพบว่า “รอบตันเถียน มีกระแสลมปราณ อีกสามสาย นี่คงเป็นเส้นชีพจรสินะ” ฤทธาลืมตาขึ้นมา พบอาจารย์เกายืนมองอยู่ เขาจึงรีบลุกขึ้นคารวะอาจารย์

“คารวะครับท่านอาจารย์”

ฤทธาพูดพร้อมประคองหมัดคารวะ

“ไม่ต้องคาราวะขนาดนั้น ทีหลังแค่ลุกขึ้นเฉยๆ ก็พอ เจ้าทะลวงถึงขั้นสามแล้วสินะ รู้สึกถึงอะไรบ้าง”

อาจารย์เกายิ้มอย่างชื่นชม

“ข้ารู้สึกถึงเส้นชีพจรสามเส้นครับ” ฤทธาตอบพร้อมรอยยิ้ม

“คิดไว้บ้างหรือยังเรื่องสาขาอาชีพ” เกาสงถามศิษย์ เพราะเขาก็อยากรู้ว่าฤทธาจะเลือกอะไร

“ข้ายังไม่ได้คิดเลยครับ ตอนนี้ข้าอยากฝึกต่อสู้แล้วดูแต่ละสาขาก่อนครับ” ฤทธาตอบแบบจริงใจ

“ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ ดูไป สงสัยอะไรก็มาถามนะ” อาจารย์เกาบอกพร้อมกำลังจะเดินไป แต่ฤทธาก็ชิงถามเสียก่อน

“อาจารย์ครับ วิชาที่เกี่ยวกับยันต์นี่มีประโยชน์ยังไงในสงครามเหรอครับ” ฤทธาถามในสิ่งที่เขาสงสัย

อาจารย์เกายิ้ม “การสู้ในสงครามเป็นการต่อสู้ระยะยาว ถ้าแบ่งพลังของเจ้าเป็น10ส่วน เจ้าจะใช้พลังที่เจ้ามี สู้ยังไงให้ต่อสู้ได้สักสามวัน อย่างเช่นเจ้าต้องใช้พลัง1ส่วนเพื่อฆ่าสัตว์อสูรสัก10ตัว แต่เจ้าสามารถใช้ยันต์แทนได้ เจ้าพอเข้าใจหรือไม่” เขาถามฤทธา

“โอ้โห…แบบนี้ประหยัดพลังได้มากเลย” ฤทธาตื่นเต้นกับความรู้ใหม่

“อืม..การเขียนยันต์ต้องใช้พลังมากในการเขียน แบบนี้เหมือนใช้พลังล่วงหน้าไว้ก่อน แล้วจะนำออกมาใช้ตอนไหนก็ได้ แถมได้หลากหลายรูปแบบด้วย ใช่มั้ยครับอาจารย์” ฤทธาถามอย่างตื่นเต้น

“จะกล่าวเช่นนั้นก็ไม่ผิด เอาล่ะข้าต้องไปพบรองเจ้าสำนักแล้ว ไปล่ะ”

อาจารย์เกาเดินจากไป พร้อมกับที่ฤทธาก้มหัวคำนับ

“เดี๋ยวข้าต้องลองหาหนังสือเกี่ยวกับยันต์มาอ่านสักหน่อยแล้ว” ฤทธาพูดไปพลางพร้อมชกลมไปพลาง เช้านี้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่ามาก

ช่วงเช้าที่อาคารฝึก พี่ซูพาเด็กใหม่ทั้งสามเดินเข้าไปที่จุดจองห้องฝึกซ้อมพร้อมบอก

“ปีหนึ่งมีห้าสิบห้อง ใช้ได้คนละสองชั่วโมง วันแรกๆ คนจะเยอะแบบนี้แหละ”

พี่ซูบอกพร้อมชี้มือให้รุ่นน้องไปต่อแถว

“นี่ๆ พวกเจ้าดูสิ มีทั้งที่ไว้นั่งพัก มีห้องพยาบาล มีหุ่นหามคนบาดเจ็บออกมาด้วย ฝึกแบบไหนกันเนี่ย”

เรโซ่ชี้ให้ฤทธากับยอนมินดู

“ข้าว่าพอข้าอยู่ปีสี่ คงมาทำงานที่นี่แหละ ข้าเห็นพวกศิษย์แพทย์โอสถปีสี่ที่ห้องพยาบาลหลายคนเลย”

ยอนมินบ่นแบบรู้ชะตาตัวเอง

“เจ้าเลือกแพทย์โอสถหรือยอน แม่ข้าก็เป็นแพทย์โอสถ แต่ข้าอยากเลือกเกี่ยวกับการต่อสู้” ฤทธาบอกยอนมิน

“เลือกทั้งคู่ก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องเลือกอย่างเดียว ถ้าชอบทั้งคู่ก็เลือกทั้งสองสาขาไปเลย ตราบใดที่เจ้าสามารถศึกษามันอย่างเข้าใจได้ ที่สำนักเรา บางคนมีป้ายอาชีพถึงสี่อาชีพก็มี” ศิษย์พี่ซูบอกพวกน้องๆ

“สี่อาชีพ!” ทั้งสามอุทานพร้อมกัน

“คนต่อไป” เสียงผู้อาวุโสผู้คุมการจองห้องฝึกเรียก ฤทธาเดินเข้าไป

“เจ้าจะได้ห้องช่วงบ่าย หลังอาหารพอดี อย่ากินเยอะล่ะ เอาล่ะ อยากฝึกแบบไหนล่ะ” เขาถามฤทธา

“ข้าอยากต่อสู้กับสัตว์อสูรประเภทหมาป่าครับ”

ฤทธาตอบอยากตื่นเต้น เขาบอกความต้องการของตัวเอง ตามที่ศิษย์พี่แนะนำระหว่างเดินทางมา

“ก่อเกิดปราณขั้นสามสินะ อยากสู้แบบไหนล่ะ พัฒนาฝีมือ หรือสู้แบบเป็นตาย”

ผู้อาวุโสถาม พร้อมกับจดบางอย่างลงไป

“สู้แบบเป็นตายครับ” ฤทธาตอบอย่างมุ่งมั่น

“โฮ่..ใจถึงดีนี่ ..เอาล่ะ คนต่อไป”

ผู้อาวุโสจดใบจองให้ฤทธาเสร็จ ก็เรียกคนต่อไป

ยอนมินเดินเข้าไปพร้อมกับที่ฤทธาเดินออกมาหาพี่ซู

“สู้กับคนครับ เพื่อฝึกป้องกันครับ” เสียงยอนมินบอกผู้อาวุโส เสร็จแล้วรับใบจองมา

พอทั้งสามมาครบพี่ซูก็ถาม “พวกเจ้าจะไปไหนกันต่อ ข้าไปจะสาขาค่ายกลเวทสักหน่อย ใครจะไปบ้าง” พี่ซูถาม

“ข้ากับยอนมิน จะไปสาขาโอสถและยันต์ แล้วช่วงบ่ายค่อยมา” เรโซ่บอกกับพี่่ซูและฤทธา

“ข้าจะไปดูสาขาวิชาทหารและค่ายกล” ฤทธาบอก

“ดี งั้นฤทธาไปทางเดียวกับข้า แล้วบ่ายค่อยมาเจอกัน” แล้วทั้งสี่คนก็แยกกันไป

ซูคิมกับฤทธาเดินคุยกันไปจนถึงสาขาวิชาทหาร พี่ซูก็พาไปหาผู้อาวุโสเพื่อขอใบแนะแนวและตารางการสอนให้ฤทธา ทีแรกฤทธาว่าจะขอเผื่อให้เรโซ่และยอนมิน แต่นึกขึ้นได้ว่าทั้งสองเลือกอาชีพไว้ก่อนแล้ว

เสร็จแล้วทั้งคู่ก็เดินต่อไปที่สาขาค่ายกลเวทที่อยู่ใกล้ๆ กัน พอไปถึงพี่ซูก็ให้ฤทธาหาที่นั่งรอ

“เดี๋ยวข้าต้องไปส่งภารกิจ และคุยกับอาจารย์ ข้าจะให้คนเอาใบแนะแนวกับตารางสอนมาให้ แล้วตอนบ่ายค่อยไปเจอกันที่โรงฝึกนะ” ซูคิมบอกรุ่นน้อง

ฤทธาพยักหน้ารับ “ได้ครับศิษย์พี่ ขอบคุณมาก”

ซูคิมวิ่งหายเข้าไปในอาคาร สักพักก็มีคนเอาเอกสารมาให้ ฤทธาเดินต่อมาอีกนิดก็เห็นป้ายหน้าอาคาร

“อ่อ..แถวนี้ก็คือวิชาทหาร การวางกลยุทธ์และค่ายกล ถัดไปทางนั้นก็สายผลิตนะสินะ ช่างตีเหล็ก วิศวกรรมอะไหล่ และวิศกรรมโครงสร้าง” ฤทธาไปหาที่นั่งอ่านหนังสือแนะแนว

หลังเที่ยง…

ที่โรงฝึกทั้งสี่คนมาพร้อมหน้ากัน ขณะพี่ซูกำลังดูใบจองของเรโซ่และกำลังชี้ทาง

ฤทธาก็ถามทางไปห้องน้ำ พี่ซูชี้มือบอก

“เสร็จแล้วมาหาข้าที่จุดนี้นะ”

ฤทธาพยักหน้ารับ พร้อมกับคิดว่า

“ถึงจะปวดฉี่นิดหน่อยก็ให้มันเรียบร้อยซะเลยดีกว่า” ฤทธาอยากมีสมาธิเต็มที่ในการฝึก

เสร็จแล้วเขามาหาพี่ซูที่จุดจองพร้อมนำใบจองให้ดู

พี่ซูรับมาดูพร้อมบอกทาง

“เจ้าเห็นห้องที่มีไฟสีแดงตรงสุดมุมโน้นมั้ย ตรงห้องนั่นแหละ”

ฤทธามองตามพร้อมพยักหน้ารับ

“ขอบคุณครับศิษย์พี่”

แล้ววิ่งไปยังจุดหมาย ผ่านป้ายต่างๆ มากมาย แต่เขาไม่สนใจเพราะไม่อยากเสียเวลา

ขณะเดียวกันซูคิมก็เตรียมตัว

“เอาล่ะ ข้าก็ไปฝึกบ้างดีกว่า ศิษย์พี่รอผู้อาวุโสสินะ”

ตู้มมม!!!

เสียงระเบิดดังขึ้น ทุกคนหันมองไปตามเสียง ภาพที่เห็นคือฤทธาถูกหุ่นพยาบาลหามไปห้องพยาบาล

“อย่าบอกนะว่าไปเปิดห้องซ้อมของพวกปีสอง!”

ซูคิมอุทาน พร้อมวิ่งไปดู

ในขณะทุกคนที่เห็นภาพฤทธาก็พากันหัวเราะ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฤทธาฟื้นขึ้น พร้อมเห็นศิษย์แพทย์และพี่ซู

“ไม่เป็นอะไรแล้ว นั่งฟื้นพลังสักชั่วโมงก็หายดีแล้ว ข้าไปละ”

“ขอบคุณครับศิษย์พี่” ซูคิมบอกศิษย์แพทย์รุ่นพี่ แล้วหันมาทางฤทธาพร้อมหัวเราะ

“ป้ายบอกตัวออกจะใหญ่ว่าปีหนึ่งสีเหลือง เจ้าไม่ได้ดูเลยรึ” เขาถามรุ่นน้อง

“อ้าวเหรอ ข้ารีบไม่ได้ดูอะไรเลย ข้ากลัวเสียเวลา เลยท่องแค่ว่า ตรงห้องสีแดงๆ” พร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ

“ไม่ต้องห่วงนะข้าสลับห้องจองให้แล้ว” พี่ซูบอก เพราะสังเกตเห็นสีหน้าฤทธา ที่คิดว่าตัวเองคงอดฝึก

“โอ้…ขอบคุณมากศิษย์พี่ ข้าคิดว่าวันนี้จะไม่ได้ฝึกแล้ว” ฤทธารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก

“พักเถอะนั่งฟื้นฟูสักชั่วโมง ค่อยไปรอข้าที่เดิม ข้าไปฝึกก่อน” ซูคิมตบบ่ารุ่นน้องเบาๆ พร้อมลุกไป

ฤทธาก็ลุกขึ้นนั่งรวบรวมปราณ จนเวลาผ่านไป

ขณะนั่งรอพี่ซูและเพื่อนๆ ตรงที่นัดกัน ฤทธานึกขึ้นได้ว่า พ่อเขาเคยบอกว่า ถ้าพลังถึงระดับก่อเกิดปราณขั้นสาม ก็สามารถเปิดใช้แหวนได้

เขาล้วงที่คอเอาแหวนออกมา แล้วหลับตาใช้พลังวิญญาณกับแหวน

ฤทธาเห็นพื้นที่เล็กๆ มีของวางอยู่ มีหินวิญญาณหลายแบบ สมุนไพรต่างๆ กล่องไม้และจดหมาย เขาหยิบจดหมายออกมา พร้อมลืมตาขึ้นเห็นจดหมายในมือ

“โฮ่ นี่มันเยี่ยมจริงๆ” เขาคลี่จดหมายออกอ่าน

“เจ้าหนูลูกพ่อ ยินดีด้วยเจ้ามาถึงระดับก่อเกิดปราณขั้นสามแล้วสินะ พ่อได้เตรียมศิลาวิญญาณห้าร้อยก้อน หินวิญญาณขั้นกลางหนึ่งพัน และหินวิญญาณห้าพันก้อน ไว้ให้นะ ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ใช้ อย่าไปเสียดาย พ่อกับแม่ไม่ขาดเหลืออะไร รักลูกนะ ดูแลตัวเองดีๆ”

“ฤทธาลูกแม่ แม่เตรียมสมุนไพรไว้ให้แช่สามชุด แช่เดือนละครั้งนะ พอเลยก่อเกิดปราณขั้นห้าก็ไม่ต้องแช่แล้ว มียารักษายาบำรุงและยาฟื้นฟูอย่างละขวดนะลูก ในกล่องไม้คือหญ้าเลือดเซียนที่เจ้าให้แม่มา แม่คงไม่ได้ใช้เพราะมันเกินกำลังของแม่ ในนั้นเป็นกล่องรักษาสภาพสมุนไพร ถ้าลูกจำเป็นต้องใช้เงินหรือหินวิญญาณจำนวนมากก็เอาไปให้ที่ร้านสมุนไพรในเมืองตีราคาดูนะ ดูแลสุขภาพและอย่าบาดเจ็บนะ แม่รักลูก” .

ฤทธาพับจดหมายและเก็บกลับไปในแหวนพร้อมปาดน้ำตา

การซื้อขายแลกเปลี่ยนของยุคนี้ เป็นการใช้หินวิญญาณเป็นหลัก หินวิญญาณทั่วไป มีขนาดเท่าลูกแก้วขนาดเล็ก หินวิญญาณกลาง จะใหญ่ขึ้นมานิดหนึ่ง ศิลาวิญญาณ มีขนาดเท่าลูกปิงปอง

“ตั้งแต่ข้ายังเด็ก ท่านแม่สอนและให้ดูตัวอย่างตลอด ว่าการทำงานแลกหินวิญญาณมาไม่ใช่เรื่องง่าย ท่านพ่อออกไปล่าสัตว์ ท่านแม่คอยรักษาคน พวกท่านยังให้ข้ามามากมายขนาดนี้ ข้าจะต้องหาทางหามันเพิ่มให้ได้”

ฤทธากำลังคิดเพลินๆ ก็ได้ยินเสียง

“ฤทธาเจ้าฝึกเสร็จแล้วเหรอ ไวจัง”

เสียงเรโซ่ดังมาพร้อมวิ่งมาหาฤทธา ฤทธากำลังจะบอกแต่ไม่ทัน

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เมื่อกี้ข้าได้ยินว่า มีเด็กปีหนึ่งเปิดผิดห้อง โดนระเบิดหมดสติหามไปห้องพยาบาล ข้าขำมาก ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ฤทธาหน้าเจื่อน “เอ่อ..”

ฤทธากำลังจะบอก พอดีเหลือบไปเห็นยอนมินกำลังวิ่งมา “อย่าบอกนะ” ฤทธานึกในใจว่าคงไม่พ้นเรื่องเดียวกัน

“เรโซ่ เจ้าขำเรื่องเด็กปีหนึ่งนั่นใช่มั้ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ยอนมินถามเรโซ่เพราะรู้สึกว่าพวกเขาขำเรื่องเดียวกัน ขณะที่เรโซ่พยักหน้ารับ พร้อมกับมือที่กุมท้องอยู่

“ฤทธาเจ้าฝึกเสร็จเร็วจัง” เรโซ่ถามต่อ…

“ข้ายังไม่ได้ฝึก” ฤทธาตอบ

“เจ้าทั้งคู่ฝึกเป็นไงบ้าง?” ยอนมินถาม

“ข้ายังไม่ได้ฝึก” ฤทธาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ทั้งคู่เริ่มหยุดหัวเราะ แล้วมองมาที่ฤทธา

“อย่าบอกนะ? …” เรโซ่ถามทิ้งท้ายคำไว้

“ใช่…ข้าคือเด็กปีหนึ่งคนนั้น”

ฤทธายังคงสีหน้าเรียบเฉย เพราะรู้ว่าอะไรจะตามมา

เพื่อนทั้งคู่หัวเราะหนักกว่าเดิมพร้อมกับขอโทษ

“ข้าขอโทษ แต่ข้าหยุดมันไม่ได้” ยอนมินเอ่ยทั้งน้ำตา

“เจ้าไม่ได้เป็นไรมากใช่หรือไม่” เรโซ่ถามและพยายามกั้นหัวเราะ

“ข้าสบายดี แต่เริ่มไม่สบายใจเพราะเจ้าสองคนนั่นแหละ ไอ้เจ้าเพื่อนบ้า”

ฤทธาเริ่มจะหัวเราะตามเพื่อน แล้วทั้งสามก็หัวเราะไปด้วยกัน

…ในห้องฝึก…ฤทธามองดูรอบๆ ในห้องที่มีแสงสลัวๆ พอให้มองเห็น เป็นบรรยากาศในป่า

“จากภายนอกเหมือนเป็นห้องเล็กๆ คงเป็นค่ายกลสินะ” ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคำรามในลำคอ เขาหันไปตามเสียง

“หมาป่าเขี้ยวเงินระดับหนึ่ง” ฤทธาตั้งท่าเตรียมสู้ เป็นหมาป่าแบบเดียวกับที่เขาเห็นตอนสามขวบ

“จุดอ่อน ใต้คาง บนลำคอและที่ท้อง โจมตีแบบพุ่งเข้ามากัด ปรกติอยู่เป็นฝูง”

หมาป่าพุ่งกระโจนใส่ฤทธา เขาเบี่ยงตัวหลบไปทางขวาพร้อมใช้หมัดขวาต่อยไปที่หัวของหมาป่า รู้สึกมือสะท้านนิดๆ

ตู้ม!

“กะโหลกแข็งมาก” หมาป่ากลับตัวได้ก็พุ่งเข้ามาอีก

“เร็วมาก” ฤทธาเตะไปที่ลำตัวก่อนที่มันจะกัดพอดี

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ฤทธาดึงมือออกจากใต้คางของหมาป่า สภาพเขาโชกเลือด ขณะยืนหอบอยู่นั้น เขาเห็นหมาป่าอีกสองตัวโผล่มา

“ข้าก็คิดไว้แล้ว ว่ายังไม่จบ”

หมาป่ากระโจนเข้ามาพร้อมกัน

นอกห้องฝึกซ้อม สองชั่วโมงผ่านไป หุ่นพยาบาลสองตัว ที่ลักษณะคล้ายมนุษย์ หามฤทธาที่นอนอยู่บนเปลออกมา

ฤทธารู้สึกตัวที่ห้องพยาบาล เห็นศิษย์แพทย์กำลังทายาแล้วใช้ธาตุแสงรักษาเขาอยู่

“สัตว์ฝึกซ้อมจะทำให้เกิดบาดแผลไม่ลึกมาก ถ้าเป็นสัตว์อสูรจริง แรงกัดและคมเขี้ยวจะมากกว่านี้สองเท่า จำไว้” ศิษย์แพทย์บอกฤทธา

“ขอบคุณครับศิษย์พี่” ฤทธาประคองหมัดพร้อมก้มหัวขอบคุณ

“เจ้าก็ธาตุแสงสินะ ฟื้นตัวเร็วดี กินยาแก้ช้ำในนี่อีกเม็ด แล้วนั่งปรับลมปราณประเดี๋ยวแผลก็จะสมานเอง ข้าไปดูทางโน้นก่อน”

ฤทธารับยามา พร้อมสังเกตเห็นว่าศิษย์พี่แพทย์คนนี้ เป็นคนละคนกับที่รักษาเขาตอนแรก เขาถือโอกาสกินยาฟื้นฟูของแม่เข้าไปอีกเม็ด จากนั้นก็นั่งปรับลมปราณ

“ข้าคิดว่าถ้ากินตอนที่พลังกายและพลังปราณไม่เหลือเลย จะทำให้ซึมซับสรรพคุณยาได้ดีขึ้น มาลองดูกัน”

ฤทธาเพ่งสมาธิสังเกตร่างกายขณะที่เริ่มดูดซับพลังปราณเข้าตัว

“รู้สึกถึงแผลกำลังค่อยสมาน จากยารักษา และรู้สึกถึงพลังปราณจำนวนมากไหลเข้าจุดตันเถียน เหมือนปลาที่อยู่ในแอ่งน้ำแห้งๆ แล้วมีน้ำเริ่มเทลงมา ข้ารู้สึกแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ”

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ขณะฤทธากำลังเดินออกจากโรงฝึก เขาเห็นศิษย์ปีสองกำลังถอดอุปกรณ์ออกจากข้อมือและข้อเท้าทั้งสองข้าง

“ขอถามศิษย์พี่ นี่คืออุปกรณ์อะไรหรือ” ศิษย์ปีสองเงยหน้ามอง

“อ่อ นี่น่ะรึ อุปกรณ์ถ่วงน้ำหนัก ปีหนึ่งสินะ พรุ่งนี้ถ้าอยากใช้ ก็ขอเบิกตรงจุดจอง บอกน้ำหนักที่อยากใช้ เสร็จแล้วก็นำไปคืนที่เดิม”

เขาบอกเสร็จก็ลุกขึ้นถืออุปกรณ์เดินจากไป

“ขอบคุณศิษย์พี่” ศิษย์คนนั้นไม่ได้สนใจพร้อมกับเดินต่อไป

“ดีล่ะ พรุ่งนี้ข้าจะใช้บ้าง”

ฤทธาสังเกตเห็นแท่นชกวัดพลังที่ตรงจุดนั่งพัก มีตัวเลขอยู่ทุกอัน เขาสนใจจึงเดินไปทดสอบบ้าง

จากนั้นทุกเช้าฤทธาจะวิ่งออกกำลังกาย และมาจองห้องฝึกช่วงหกโมงเช้าตอนเปิดทำการ และจองรอบแรกตอนเจ็ดโมง จากนั้นก็เข้าไปฝึกแล้วก็โดนหามออกมา จนทุกคนที่นั่นเริ่มชิน

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป

ขณะฟื้นตัวที่ห้องพยาบาลฤทธาก็ทะลวงถึงขั้นสี่ชั้นฟ้า

“ถ้าเป็นเช่นนี้ ข้าทะลวงขั้นห้า คงใช้เวลาสามหรือสี่ สัปดาห์ เพราะเหลือยาปฐมปานอีกแค่เม็ดเดียว แล้วเม็ดสุดท้ายก็คงเพิ่มพลังได้ไม่มาก ขนาดเม็ดที่สองยังน้อยลงเลย”

ฤทธาเดินมาถึงบ้านพัก เห็นเรโซ่กำลังฝึกเขียนยันต์อยู่ที่โต๊ะหินหน้าบ้าน เขายืนดูอยู่สักพักจนเรโซ่เขียนเสร็จจึงเดินเข้าไป

“ข้าสนใจอยากเรียนเขียนยันต์บ้าง หลักการมันคือยังไงหรือเรโซ่”

ฤทธาถามอย่างสนใจ เขารอจังหวะจะถามเรโซ่หลายครั้งแล้ว

“เจ้าต้องเริ่มจากการจำอักขระยันต์ทั้งยี่สิบสี่ตัวให้ได้ก่อน แล้วค่อยเริ่มหัดเขียน เดี๋ยวข้าจะเอาหนังสือที่ข้าสำเนามาแล้วให้เจ้า” เรโซ่อธิบายในขณะที่ฤทธาฟังอย่างตั้งใจ

“ที่เราเรียกอักขระยันต์จริงๆ แล้วมันคือสัญลักษณ์เวททั้งยี่สิบสี่ สามารถเอามาผสมกันแปรเปลี่ยนได้เป็นร้อยๆ แบบ ท่าทางมันคล้ายเราเขียนอักษร เราจึงเรียกมันว่าอักขระ และการเขียนยันต์”

เรโซ่อธิบายพร้อมหยิบกระดาษยันต์ใบใหม่ แล้วปราณวิญญาณที่ใต้เท้าเขาสว่างขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง เขาเขียนอักขระหนึ่งตัวลงบนกระดาษ พร้อมอธิบายต่อ

“อักขระที่เขียนลงไปนี้ จริงๆ แล้วมันเหมือนเทน้ำลงโอ่งขนาดเท่าโต๊ะหินตัวนี้ เปรียบคือ เราเทพลังวิญญาณใส่ลงไป เจ้าลองจิตสัมผัสสังเกตในยันต์ดู”

เรโซ่ยื่นยันต์ใบนั้นให้ฤทธา

ตั้งแต่พวกเขาถึงระดับก่อเกิดปราณขั้นสามชั้นฟ้า ก็จะเริ่มมีพลังจิตเล็กน้อยจึงสามารถใช้จิตสัมผัสได้ คล้ายกับตอนใช้ดูว่าของในแหวนมีอะไรบ้าง

ฤทธาลองใช้จิตสัมผัสดูในยันต์นั้น เขาเห็นไฟจำนวนมากอัดแน่นอยู่ ลักษณะเหมือนพร้อมที่จะระเบิดออกมา

“ทีนี้เจ้าลองใช้พลังปราณถ่ายเข้าไปในยันต์สักนิดสิ” เรโซ่บอกวิธีใช้ยันต์

ฤทธาก็กำลังทำตาม แต่เขาก็แอบยิ้ม เขาใส่พลังปราณเข้าไปเสร็จก็โยนยันต์นั้นลงไปข้างเท้าของเรโซ่

ทันใดนั้นยันต์ก็ระเบิดเป็นไฟลุกวาบขึ้นมา ทำให้รองเท้าเรโซ่และหญ้าแถวนั้น เป็นเขม่าดำเล็กน้อย

“เจ้ารู้ทันงั้นรึ” เรโซ่ที่กระโดดถอยหลบไปก้าวหนึ่งแล้วร้องถามฤทธา

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่สิเจ้าบ้า” แล้วทั้งสองก็หัวเราะกัน

“เจ้าปราณธาตุเวลาไม่ใช่รึ แล้วเจ้าเขียนเวทไฟได้อย่างไร”

ฤทธาถามอย่างสงสัย

เรโซ่ชี้ไปตรงแท่นวางหมึกกับพู่กัน ที่มีลูกแก้วเล็กๆ วางอยู่ด้วย

“ลูกแก้วบรรจุธาตุไฟน่ะ ข้าให้ศิษย์พี่จิมมี่ปัจจุไว้ให้ ตอนเขียนก็นำมาวางตรงแท่นฝนหมึก ใช้พลังวิญญาณดึงธาตุไฟออกมาผสมด้วยนิดหนึ่งก็ใช้ได้แล้ว ลูกเดียวใช้ได้ตั้งนานกว่าจะหมด” เรโซ่อธิบาย “พอเราเข้าใจคาถาธาตุไฟมากขึ้นก็ไม่ต้องใช้แล้ว”

“ข้าเข้าใจหลักการแล้ว ข้าขอไปอาบน้ำก่อน เจ้าฝึกต่อเถอะ ขอบใจมาก”

ฤทธาเดินเข้าเรือนพักไป เรโซ่โบกมือให้แล้วหันมาฝึกเขียนต่อไป.

จบตอน.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่30.การแข่งขัน

    ตอนที่ 30: การแข่งขันเมืองซานหยินเปลี่ยนโฉมในพริบตา นครโบราณแหล่งนักโบราณคดี ที่ปรกติเต็มไปด้วยเสียงท่องจำอักษรรูนและการสำรวจซากปรักหักพัง บัดนี้กลับถูกแต่งแต้มด้วยสีสันจากธงของราชวงศ์ ป้ายสมาคมการค้า อักษรสีทองของภาคีโอสถ และสัญลักษณ์อันเกรียงไกรของหอวิญญาณยุทธ์ตอนนี้เรือเหาะของแต่ละสำนักทยอยมาจอดที่นอกเมือง มีรถม้าหลายคันไปรอรับนักเรียน ส่วนเหล่าคณาจารย์บ้างเหาะไปที่จัตุรัส บ้างขี่สัตว์พาหนะบินไป ในเมือง ชาวเมืองก็คึกคัก ยี่สิบปีแล้วกว่าสำนักเย่วจีจะวนมาเป็นเจ้าภาพ ผู้คนต่างเริ่มหลั่งไหลไปที่จัตุรัสกลางเมืองณ. จัตุรัสกลางเมือง เจดีย์สมบัติเทพ ถูกย้ายมาตั้งตระหง่านที่กลางเมือง แผ่พลังอำนาจอันลี้ลับอย่างเงียบงัน มันคือสิ่งก่อสร้างจากแดนสวรรค์ สมบัติลับของหอคอยวิญญาณยุทธ์ ซึ่งจะถูกเปิดใช้งานทุกๆ ห้าปีเท่านั้น"ข้ารู้สึกได้...เจดีย์นั่นระดับสวรรค์"เสียงเรโซ่พูดเบา ๆ ขณะจ้องมองยอดเจดีย์ที่สูงทุกคนทยอยเข้าไปที่โถงชั้นล่างของเจดีย์ โถงนี้เป็นสนามรับชมแข่งขันขนาดใหญ่ ที่รองรับผู้คนได้มากมายภายในสนามแข่งขันมีเด็กหนุ่มสาวจากสี่สำนักใหญ่ รวมทั้งหมดแปดทีม แยกเป็นทีมชาย ทีมหญิงจากแต่ละสำนั

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่29.ศึกฝ่ายใน

    ตอนที่ 29: ศึกฝ่ายในเปิดเทอมวันแรก ฤทธาวัยสิบห้าปีถูกสำนักประกาศ ว่าเป็นคนคัดลอกคัมภีร์หมื่นโอสถ ที่ไม่มีใครสามารถเปิดได้ สร้างคุณูปการมากมายให้สำนัก ฤทธาเองก็ตกใจกับประกาศนี้อีกหกเดือน ก่อนการแข่งศึกสี่สำนักจะเริ่มขึ้น การแข่งขันที่จัดขึ้นทุกห้าปี โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพระหว่างสี่สำนักใหญ่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชน และเปิดโอกาสให้ศิษย์ระดับหัวกะทิได้แสดงฝีมือ รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในระดับทวีป ปีนี้สำนักเย่วจีเป็นเจ้าภาพ และมอบหมายให้หอคอยวิญญาณยุทธ์ดูแลแต่ก่อนถึงวันนั้น ทางสำนักเย่วจีก็จัดให้มีการคัดเลือกทีมตัวแทนขึ้นภายในก่อน โดยแบ่งเป็นสองทีมจากฝ่ายใน คือบ้านขาวและบ้านดำ ทำการแข่งขันกันในสนามประลองของสำนัก ทีมอันดับหนึ่งจะได้เป็นตัวแทนเข้าสู้ศึกสี่สำนักณ. เวลานี้อันดับของศิษย์ในสำนักมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก หลังจากเด็กปีสี่เดิมขึ้นปีห้าก็ถูกส่งไปฝึกงานที่เมืองซีไห่เมืองหน้าด่านของทวีปใต้ที่ตั้งอยู่ริมแนวป่าเขตอสูร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสัตว์อสูรปรากฏตัวบ่อยครั้ง และเป็นสนามรบสำคัญในการฝึกประสบการณ์จริงหลังการเปลี่ยนแปลง จิมมี่ปีสี่ขึ้นมาอยู่อันดับ

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่28.สร้างรากฐาน

    ตอนที่ 28: สร้างรากฐานลมพัดเอื่อยเฉื่อยผ่านยอดไม้ ในสวนสมุนไพรเล็กๆ ที่ฤทธาปลูกไว้ด้านหลังหอพักของศิษย์ฝ่ายใน กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ป่ากับใบสมุนไพรชั้นดีลอยคลุ้งไปทั่วมีคลื่นพลังสีทองกระจายออกมาจากเรือนพักเล็กๆ หลังสวนนั้นในเรือนฤทธาลืมตาจากการนั่งบ่มเพาะ เขาเพิ่งเลื่อนระดับ เข้าสู่ระดับห้า ระดับหลอมวิญญาณสำเร็จแล้วฤทธาเดินมานั่งยองๆ พลิกดูใบของสมุนไพรแต่ละต้นอย่างตั้งใจจู่ๆ ฤทธาก็รู้สึกร้อนที่ข้อมือขวา มือข้างที่สวมกำไล กำไลก็เปล่งแสงแล้วหายไป“กำไลหายไป แต่ข้ารู้สึกว่ามันยังอยู่”ฤทธาถามชีต้าร์“ไม่ได้หายไปไหนหรอก ตอนนี้มันหลอมรวมกับเจ้าแล้ว ถ้าเจ้าจะให้มันปรากฏ ก็แค่คิดเท่านั้น”ชีต้าร์อธิบายฤทธาลองทำตามคำแนะนำ กำไลก็ปรากฏขึ้นมา เขารู้สึกถูกใจมาก ฤทธารู้สึกแปลกๆ ที่ดวงตา“ฤทธา ดวงตาเจ้าวิวัฒนาการจากดวงตาประเมินสิ่งของ ตอนนี้สามารถพินิจและวินิจฉัยสิ่งมีชีวิตได้ด้วย ข้าตั้งชื่อมันว่าเนตรพินิจ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”ไค่หยงบอกความสามารถใหม่พร้อมชื่อ“ดีเลยครับท่านปู่”เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดภาคเรียน ฤทธารู้ดีว่าเขาต้องเตรียมวางรากฐานสำหรับอนาคต ทั้งสำหรับตัวเอง และโดยเฉ

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่27.วางเดิมพัน

    ตอนที่ 27: วางเดิมพันช่วงปิดเทอมก่อนขึ้นปีสาม ฤทธาและเพื่อนๆ อย่างซูคิม จิมมี่ เรโซ่ และยอนมิน นัดกันซ้อมทีมเบาๆ เพื่อเตรียมรับภารกิจจากหอวิญญาณยุทธในอนาคต แม้จะเริ่มวางโครงสร้าทีมกันไว้บ้าง แต่ฤทธายังไม่เร่งรีบ เพราะในใจเขามุ่งเป้าไปที่สนามประลองกลาง ซึ่งกำลังจะเปิดศึกในไม่ช้าพวกเด็กๆ รวมตัวกันไปล่าสัตว์ เพื่อฝึกการต่อสู้ร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันทำ เสร็จแล้วมาประชุมกัน เพื่อพูดคุยถึงการทำหน้าที่แต่ละคน“ข้าว่าตำแหน่งอย่างตอนนี้ก็ดีนะ ข้ากับซูอยู่หน้า ฤทธากับเรโซ่คุมปีกซ้ายและขวา ยอนมินอยู่กลางคอยสนับสนุน” จิมมี่บอกกับทุกคนทุกคนมองตากันพร้อมพยักหน้าเห็นด้วย“ว่าแต่เราจะใช้ชื่อทีมว่าอะไรดี” เรโซ่ถามคำถามนี้ทำให้ทุกคนหยุดคิดแล้วมองหน้ากัน แต่แล้วสายตาทุกคนก็มาหยุดอยู่ที่ฤทธา เหมือนจะขอความคิดเห็น“อ่า..ข้าชอบอะไรแบบที่เป็นสองอย่างแต่ขัดแย้งกันน่ะ อย่างเช่น กลางวันกลางคืน ขาวและดำ พิษกับยาถอนพิษอะไรแบบเนี้ย แต่ข้าตั้งชื่อไม่เก่งนะ แฮะๆ”ฤทธาตอบแบบไม่ให้ความหวัง“น่าสนใจ อะไรสองอย่างที่คู่กันแต่ต่างกัน”ซูคิมเกาคางใช้ความคิด“มืดกับสว่าง เป็นไง” ยอนมินลองเสนอสิ่งที่คิดออก“มืดกับสว่าง หน

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่26.ภารกิจใหม่

    ตอนที่ 26:ภารกิจใหม่สนามประลองใหญ่ของสำนักเย่วจี ในวันนี้เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ของศิษย์หลายร้อยชีวิต พื้นสนามกลมขนาดใหญ่ถูกห้อมล้อมด้วยเวทีหินและอักขระค่ายกลที่สลักไว้รอบด้าน เสียงประกาศของหอจัดการดังขึ้นเหนือเวที"วันนี้มีศึกใหญ่สามคู่ ได้แก่ อันดับที่สี่สิบสองเจียงซิว ปะทะ จิมมี่ ผู้ท้าชิงอันดับที่สี่สิบห้า อีกคู่คืออันดับที่ห้าสิบ หานเฉา ปะทะ ซูคิม ผู้ท้าชิงอันดับที่ห้าสิบสี่ และอันดับที่สามสิบเจ็ด เฟิ่งหยู ปะทะ จ้าวหมิน! อันดับที่สามสิบเก้า”สวัสดิการแต้มของสำนักที่ให้ต่อเดือน ทุกคนต่างจ้องตาเป็นมัน ถูกปิดประกาศชัดถ้อยชัดคำไว้ตามหอภารกิจและหอพัก อันดับหนึ่งถึงสิบ ห้าพันแต้มแต้มต่อเดือน อันดับสิบเอ็ดถึงห้าสิบสามพันแต้ม อันดับห้าสิบเอ็ดถึงร้อยหนึ่งพันห้าร้อยแต้ม อันดับร้อยหนึ่งถึงสองร้อยแปดร้อยแต้มต่อเดือนและเมื่อใครติดหนึ่งในร้อยแล้ว จะสามารถประลองได้วันละสองครั้ง เดิมพันแต้มได้ตามอันดับสูงสุด อันดับห้าสิบเอ็ดถึงร้อย เดิมพันได้ไม่เกินหนึ่งพันแต้ม อันดับหนึ่งถึงห้าสิบ เดิมพันได้ไม่เกินสามพันแต้มเหล่าศิษย์ต่างหลั่งไหลมาที่สนามประลองใหญ่ เพื่อรอดูศึกอันดุเดือดจิมมี่ยืนบนเวทีด้วยท่า

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่25.หอวิญญาณยุทธ์

    ตอนที่ 25: หอวิญญาณยุทธ์แสงจันทร์จางหาย... ท้องฟ้ากลายเป็นผืนผ้ามืดมิดไร้ขอบเขตฤทธาตื่นขึ้นอีกครั้งในทะเลจิตวิญญาณของตนเองแต่สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้ากลับทำให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะที่นี่...ไม่ใช่ทะเลจิตแบบเดิมคลื่นพลังลมปราณแผ่ซ่านรอบทิศ แต่ในความสงบกลับแฝงความยิ่งใหญ่ ดอกบัวห้าสีกลางสระที่เคยหมุนช้าๆ บัดนี้เบ่งบานเต็มที่ รัศมีสีสันสดใสดั่งอัญมณีเจิดจ้า...และมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมที่ฐานดอกบัวมีโลหะสีทองห่อหุ้ม มีลวดลายสวยงามท้องฟ้าเหนือหัวกลับแปรปรวน มีรอยแยกมิติขนาดต่างๆ กระจายตัวไปทั่วและที่น่าตกใจที่สุดคืออักษรรูนลอยอยู่เหนือดอกบัว เป็นอักษรบนกำแพงหินในห้องลับ… มันค่อยๆ เปล่งแสง แล้วไหลเข้าสู่กลางหน้าผากของเขา“เคล็ดมิติเจ็ดรอยแยก…”เสียงสะท้อนดังขึ้นในใจ"มันคือปราณธาตุอีกธาตุหนึ่งที่เจ้าได้มา ตอนนี้เจ้ามีไตรธาตุ"เสียงของไค่หยงดังขึ้นในใจ"กระดูกวิญญาณธาตุมิตินั้นมิใช่เพียงพลังของการควบคุมมิติ... มันยังขยายขอบเขตจิตวิญญาณของเจ้า ทำให้ที่แห่งนี้เติบโต และข้าก็พลอยแข็งแกร่งขึ้นไปด้วย"ไค่หยงอธิบายให้ฤทธาฟังฤทธาพึมพำเบาๆ"ทะเลจิต... ขยายขึ้น แล้วนี่มัน..."เขาใช้เวลาอีกพักเพื่อทำ

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่13.ปิดเทอม

    ตอนที่ 13: ปิดเทอมเช้าวันแรกของการปิดเทอม ศิษย์บางคนกลับบ้านไปตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวาน บางคนเตรียมตัวไปในช่วงเช้าขณะที่ฤทธากำลังยืดเส้นยืดสายอยู่ที่สนามหญ้าเล็กๆ หน้าบ้านพัก อาจารย์เกา ศิษย์พี่ซู ศิษย์พี่จิมมี่เดินมาพร้อมกัน“ไงฤทธาร่างกายฟื้นตัวเป็นปรกติหรือยัง ยินดีด้วยกับอันดับหนึ่งนะ”อาจาร

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่12.หอคอยทดสอบปีหนึ่ง

    ตอนที่ 12: หอคอยทดสอบปี 1หลังจากได้ป้ายเขียนยันต์มาเป็นอาชีพที่สาม ฤทธาเริ่มฝึกเขียนยันต์สายฟ้าด้วยความมุ่งมั่น วันแล้ววันเล่า จนในที่สุดก็สามารถเขียนยันต์สายฟ้าสำเร็จเป็นครั้งแรก เมื่อปลดปล่อยพลังออกมา สายฟ้าก็ฟาดลงไปตรงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำในขณะเดียวกัน ฤทธาก็ฝึกหลอมโอสถบำรุงปราณขั้นสูง โดยใช้

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่11.ทำสัญญากับชีต้าร์

    ตอนที่ 11: ทำสัญญากับชีต้าร์ฤทธาเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของชีต้าร์ หลังจากผ่านการศึกษาเรื่องสัตว์วิญญาณมาระยะหนึ่งชีต้าร์เริ่มออกมาคุยกับเขาในตอนกลางคืนบ่อยขึ้น แต่ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งเพียงแค่เดินไปเดินมาก็แทบหมดแรงฤทธาจึงตัดสินใจไปค้นคว้าในหอสมุดของสำนัก จนพบข้อมูลสำคัญที่ท

  • แม่ครับ...ผมอยากเป็นจอมยุทธ์   ตอนที่10.นักเชิดหุ่นขั้นต้น

    ตอนที่10.นักเชิดหุ่นขั้นต้น.ในยุคแห่งสงครามเผ่าพันธุ์ มนุษย์ต้องรวมพลังต่อสู้กับเผ่าพันธุ์อื่นๆ นอกจากพวกทหารและจอมยุทธแล้ว การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ก็พัฒนาควบคู่กันไปสมาคมการค้าคือกลุ่มที่ประดิษฐ์สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อประโยชน์ในสงครามและชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป ยุคนี้จึงเป็นยุคของก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status